Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ UK
  New Posts New Posts RSS Feed: ขั้นตอนการผ่าน Immigration วีซ่าสมรส
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

ขั้นตอนการผ่าน Immigration วีซ่าสมรส

Author
blueeyes View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 16 Jan 2010
Online Status: Offline
Posts: 6
Post Options Post Options   Quote blueeyes Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: ขั้นตอนการผ่าน Immigration วีซ่าสมรส
    Posted: 17 Jan 2010 at 11:40 - IP: 125.27.15.8 IP Information
หวัดดีค่ะสะไภ้ทุกท่าน
 
กำลังจะเดินทางไปยูเค ด้วยวีซ่าสมรสต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ขอรบกวนสะไภ้ทุกท่าน
ช่วยบอกขั้นตอน ตอนที่ต้องผ่าน Immigration ให้ด้วยค่ะ ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
สำหรับคนที่มาด้วยวีซ่าสมรส
 
ขอบคุณมากๆ นะคะ Wink
Back to Top
fOnE4PeTe View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Nov 2009
Online Status: Offline
Posts: 1232
Post Options Post Options   Quote fOnE4PeTe Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Jan 2010 at 17:14 - IP: 80.192.209.240 IP Information

สวัสดีค่ะ ฝนเพิ่งเดินทางมาอยู่อังกฤษได้ยังไม่ถึง 2 เดือนค่ะ.... มาด้วยวีซ่าคู่หมั้นค่ะ แต่คิดว่าขั้นตอนการผ่าน Immigration น่าจะเหมือน ๆ กันค่ะ พอดีฝนลงที่แมนเชสเตอร์ค่ะ ยังไงก็คิดว่าข้อมูลน่าจะมีประโยชน์นิด ๆ หน่อย ๆ ค่ะ

ขั้นตอนแรก แอร์บนเครื่องจะแจก Landing Card ค่ะ เหมือนจะเป็นตัวอย่างที่เราต้องกรอก ก่อนผ่าน Immigration ค่ะ ก็ลองกรอกดูให้คุ้นตาก่อนก็ได้ค่ะ รายละเอียดจะคล้าย ๆ กับตัวจริง แต่ะมีบางหัวข้อที่แตกต่างกันค่ะ
 
ขั้นตอนที่สอง ตอนนี้คือลงเครื่องแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่คัดแยกผู้ชาย กับผู้หญิงให้ไปคนละทางค่ะ แล้วก็เดินผ่านประตูที่เค้าตรวจว่าเรามีอะไรที่ผิดกปกติติดตัวมาหรือเปล่าค่ะ หลังจากนั้นก็จะแยกเป็นพาสปอร์ตอังกฤษ กับ พาสปอร์ตต่างประเทศ เพื่อเข้าตรวจตรง Immigration ค่ะ
 
ขั้นตอนที่สาม จะมีเจ้าหน้าที่มายื่น Landing Card ให้เราค่ะ เราก็จัดการกรอกตามรายละเอียดที่มีให้ครบนะคะ ถ้าสงสัยอะไรก็ให้ถามเจ้าหน้าที่ที่ยื่นเอกสารให้เราค่ะ
 
ขั้นตอนที่สี่  เดินไปตามคิวค่ะ รอเจ้าหน้าที่เรียก เพื่อถามคำถามเบื้องต้นค่ะ ฌราก็ยื่นพาสปอร์ตและใบ IOM ห้เจ้าหน้าที่ไปค่ะ
 
คำถามที่เจ้าหน้าที่ Immigration ถามจะมีประมาณนี้ค่ะ
  • ชื่อ - นามสกุล ของสามี
  • เหตุผลที่เราเดินทางมาอังกฤษค่ะ
  • ระยะเวลาวีซ่าที่เราถือ
  • ที่อยู่ที่เราจะอยู่ (บ้านสามี)
  • สามีเคยแต่งงานมาก่อนมั้ย
  • วันสุดท้ายที่เราสามารถอยุ่ในอังกฤษค่ะ

แล้วก็มีตัวอย่าง Landing Card มาให้ดูด้วยค่ะ ถ้าสงสัยตรงไหนก็ถามมานะคะ



Edited by fOnE4PeTe - 17 Jan 2010 at 17:46
If YoU dOn'T LikE Me... There's NothInG I caN Do. I doN'T LivE To PLeAsE YOU!!
Search ก่อนตั้งกระทู้ใหม่นะคะ ข้อมูลที่สาว ๆ ต้องการรู้อาจจะมีอยู่แล้วจ้า
Back to Top
nok london View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 30 Nov 2009
Location: uk London
Online Status: Offline
Posts: 2165
Post Options Post Options   Quote nok london Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Jan 2010 at 20:59 - IP: 92.40.189.131 IP Information
มีลูกกับชาวอังกฎษไหมค่ะ ถ้าไม่มีลูกก็กรอกใบแล้วตอบคำถามตามจริง มาอยู่กับสามีแค่นั้นแหละค่ะ
Back to Top
xluely View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Nov 2009
Location: United Kingdom
Online Status: Offline
Posts: 18067
Post Options Post Options   Quote xluely Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Jan 2010 at 21:14 - IP: 93.97.221.234 IP Information

ขอเอาประสบการณ์ของเพื่อนๆที่เคยมาโพสไว้ ลงไว้ที่นี่แล้วกันนะคะ

อันแรกของคุณพิม แม่น้องโมจิ
 

สำหรับคนกำลังเดินทางเข้ายูเคและอยู่นานเกิน 6 เดือน

เรื่องแผ่นเอ็กซ์เรย์ ตอนที่คุยกับเจ้าหน้าที่จากไทย เขาบอกว่าพกไปด้วยก็ดี แต่อาจจะเป็นเพราะปอดของพิมเป็นรอย ไม่ปกติ

พอไปถึงจุดตรวจ เห็นเขาขอดูทุกคนเลย ก็เลยอยากแนะนำ พกไปเหอะ ดีกว่าวุ่นวายตรงนั้น

มันจะได้ผ่านง่ายและรวดเร็ว เพราะเห็นคนอื่นก็โดนขอดู หรืออาจะเป็นเพราะผลของเขาเหมือนพิมมั้ง(เดานะคะ)

สรุป พกไปไม่เสียหลาย มีครบทุกอย่างที่คุณเรียกหา

สิ่งต้องมีตอนยื่นเจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพ

1 พาสปอร์ต

2 ใบสีเหลือง จาก ไอโอเอ็ม (พกไปให้หมดที่ให้มาก็ดี)

3 ใบจากเจ้าหน้าที่ข้างนอก (เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จะให้ใบสีขาวมา)

4 แผ่นเอ๊กซ์เรย์ เผื่อเจ๊แกเรียกหา

วิธี

1ออกจากเครื่อง เดินไปที่ฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง เข้าแถว รอประทับตราจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

2 ได้ใบสีขาวแล้ว เดินไปที่ ฝ่ายตรวจสุขภาพ เฮท คอนโครล

3 รอเข้าคิว เขาจะเรียกตามคิว

4 เมื่อถึงคิว ยื่นเอกสารที่บอกไว้ให้หมด อย่ายื่นที่ละอย่าง เจ๊จะดุเอา(โหดจริงๆนะเออ)

5 ถ้าปอดโอเค ไปนั่งรอ รับพาสปอร์ต

6ถ้าปอดไม่โอเค เมื่อส่งใบเอ็กซ์เรย์แล้ว มีสองแบบ คือ รอให้หมอตรวจแผ่นเอ็กซ์เรย์ของเรา กับถ้าหมอไม่อยู่ เราต้องฉายเอ็กซ์เรย์ใหม่ (ซวยโคตร)

7 มานั่งรอ เรียกชื่อ รับพาสปอร์ตคืน

8 ไปที่เคาเตอร์ 6 ให้เขาประทับตรา

7 เดินออก ไปหากระเป๋า ดูว่าเครื่องบินลำที่เรามา กระเป๋าอยู่สายพานไหน (ดูตามป้าย) ไปรับกระเป๋าตัวเอง

8 เดินออก ตรงช่องไม่มีของต้องสำแดง (ถ้าคุณไม่ได้พกยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย)

9 เจอทางออก สามียืนรอหน้าบานอยู่

10 กอดกันให้หายคิดถึง ขับรถกลับบ้านเรา

FIRST HOUR IN UK
 
มาถึงอังกฤษเรียบร้อยแล้ว มีเรื่องเล่ามากมาย ให้คนที่กำลังเดินทางมารับทราบด้วย

 

ตอนออกจากรุงเทพทุกอย่างราบรื่นมาก บินกับสายการบินไทย อารมณ์เหมือนไม่ได้จากบ้าน ลูกสาวแฮ้ปปี้ดี กินแล้วก็นอน บินกัน 12 ชั่วโมง ออกเที่ยงครึ่งตอนกลางวัน ถึงหกโมงเย็น

 

พอออกจากเครื่องได้ เรารีบเร่งเดิน อย่างไกลกว่าจะถึง กะว่าเอาล่ะ เรามารายแรกๆจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน แต่ยิ่งเดิน ก็ยิ่งเจอกับพวกออกมาจากเครื่องอื่นๆ เดินมากันด้วย

 

พอเข้าห้องโถง (พิมเคยมาแล้ว ตอนเข้าอังกฤษครั้งแรก บินมาจากเดนมาร์ค) คิดไว้แล้วว่าคนคงเยอะนิดหน่อย แต่ที่ไหนได้ คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก บ้าไปแล้ว ท่าทางจะรอนาน แถมเวลาของไทยก็จะตีหนึ่ง ลูกสาวง่วงนอนสุดๆ

 

แถมคนที่รอคิวส่วนมากเป็นพวก คนอินเดีย ปากีสถาน แขก (เดาประเทศเอา หน้าแบบเดียวกันเลย) ทุกคนพร้อมจะแย่งคิว คอยจ้อง เรียกร้อง ทุกคนอยากไปก่อน (ขอให้ได้ไปก่อนเพียงคนเดียวก็เอา) ทำเอางงมาก นี่การบินไทยส่งฉันมาถูกสนามบินหรือเปล่า ตกลงนี่ลอนดอนเหรอ ทำไมมีแต่แขก (อุตส่าห์ระวังตัวเรื่องหวัดสายพันธ์ใหม่ที่กรุงเทพ แต่นี่ คนยังกะหนอน)

 

พอดีเจ้าหน้าที่มาเรียก ให้คนมีเด็กไปต่ออีกแถว พิมรีบพาโมจิออกมา เราได้ต่อแถวกันประมาณ 5 ครอบครัว แต่ละครอบครัวมีหลายคน ก็รอนานพอกัน แต่น้อยกว่าแถวธรรมดา ทำให้มีคนคิดอยากจะต่อแถวด้วย เช่น มีอยู่คน ไม่มีเด็ก เขาลอดสายกั้น ทำเป็นมาถามครอบครัวที่อยู่ก่อนหน้าพิม และพยายามแซงคิวหน้าตาเฉย แต่ครอบครัวอินเดียที่อยู่ก่อนหน้าพิม ท่าทางเป็นผู้ดี เขาไม่ด่า แค่บ่นกันเอง และยังมีอีกครอบครัวลอดสายกั้นมาแซงคิวด้วย จริงๆแล้ว เขาแค่มาต่อแถวกับพิมก็ได้ แต่เขาอยากจะแซงแม้กระทั่งพิมกับโมจิ (ดูมันทำ) แน่ล่ะ ไม่ยอม แกต้องต่อหลังฉัน

 

พอถึงคิวพิม ทุกอย่างดีกว่าที่คิด เจ้าหน้าที่ไม่ถามมาก แค่บอกว่าคุณมาด้วยวีซ่าแต่งงานครั้งแรก และอยู่เกิน 6 เดือนคุณต้องไปที่ฝ่ายดูแลสุขภาพ Health Control โอเค พอเข้าใจ พิมเตรียมแผ่นเอ็กซ์เรย์มาด้วย(ไม่โหลด พกไว้กับตัว) พอเดินเข้าห้อง เห็นมีคิวอีกมากมาย (อิฉันจะบ้า เมื่อกี้รอไปชาติแล้ว) โอเค รอต่อไป

 

เจ้าหน้าที่ในนี้ ดุและโหดมาก ไล่ทุกคนแบบดุสุดๆ แต่พอพิมนั่งรอสักพัก ก็รู้ว่าทำไม คือคนที่เข้ามา ส่วนใหญ่ มีแต่คนพวกอินเดีย พวกเขาเหมือนฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง และไม่มีน้ำใจ เช่น พอมีคนลุกจากเก้าอี้ตัวแรก คนถัดมาต้องขยับ และต่อไป เพื่อให้คนมาหลังได้นั่งเก้าอี้ แต่พวกเขากับนั่งหน้าตาเฉย กูไม่ลุก พอคนแรกไม่ลุก คนถัดไปก็ไม่ลุก พอเจ้าหน้าที่ด่าที ก็ลุกที (อิฉันจะบ้าอีกแล้ว)

 

เจ้าหน้าที่อารมณ์เสียสุดๆ เพราะต้องพูดซ้ำๆกัน ทุกๆ 1 นาที และส่วนมาก ทุกคน ไม่ยอมเอาเอกสารและใบเอ็กซ์เรย์มาด้วย เจ้าหน้าที่ก็ด่าว่าทำไม จากนั้นในห้องเล็กๆก็โกลาหล เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าต้องทำยัง รออะไร และเจ้าหน้าที่ก็มีน้อยมาก (3คน) แถมพอถึงคิวตัวเอง จึงค่อยหยิบเอกสาร ค่อยๆหาพาสปอร์ต ทำไมไม่เตรียมไว้ฟะ ตูอยากรู้ (แทนเจ้าหน้าที่)

 

พอถึงคิว พิมมีครบทุกอย่าง แต่ ซวยโคตรครับพี่น้อง จำกันได้ไหม พิมมีปัญหาที่ปอดนิดหน่อย ต้องไปคายเสมหะ 3 วัน กว่าจะได้ผล ในผลจึงรายงานว่าพิมมีปัญหา พอเขาเห็น เขาก็อ่านรายละเอียด และบอกว่า หมอไม่อยู่ เราจำเป็นต้องเก็บแผ่นเอ็กซ์เรย์ ให้หมอไว้เช็คที่หลัง (ตูมีทั้ง แผ่นเอ็กซ์เรย์ ใบรับรอง เอกสารครบ แต่ไม่รอด)

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่พูดยาวมาก บอกว่าให้ไปนั่งรอ แถมไอ้พวกที่รอแต่แรกก็ไม่ขยับ จะหาที่นั่งให้โมจิยากเต็มที พอถึงคิว เข้าเรียกเข้าไป พิมนึกว่าทางออก(เฮ้อ) สรุป เขาให้พิมทำเอ็กซ์เรย์ใหม่ ซวยไหม เจ้าโมจิก็ร้องไ ห้เพราะจะตี2แล้วของเวลาไทย แถมไม่ยอมให้พิมไปเอ็กซ์เรย์ เขากลัวโดนทิ้ง (กับไอ้พวกที่ไม่รักเด็ก แซงแม้กระทั่งเด็ก)

 

ยังดีที่เจ้าหน้ามังกรไฟ ใจดีมีเมตตาเปลี่ยนจากมังกรร้ายมาเป็นนางฟ้าผู้อารี มาช่วยดูโมจิให้ (แต่หน้าโมจิกลัวเขามาก) พอถ่ายเสร็จ ก็ไปนั่งรอ และเหมือนเดิม ไม่มีใครลุกหรือเขยิบให้ ยังดีที่มีอยู่กลุ่ม กลุ่มเดียวในวันนี้จริงๆ ที่ลุกให้โมจินั่ง (โอ้ พ่อช่างประเสริฐแท้ พ่อมาหาจำเริญ นาร๊ายณ์ นารายณ์ อยากมอบโล่ให้)

 

จากนั้น เจ้าหน้าที่เรียกชื่อให้ไปรับ พาสปอร์ต พอถึงคิวพิม คุณมังกรไฟยังไม่แปลงร่างกลับ เพราะเธอช่วยเอาพาสปอร์ตมาให้ ไม่ต้องลุก (โมจิเตรียมเกาะขา) เขาเรียกพิม ไทยเลดี้ (เราแปลกที่สุดในนั้น)

 

จากนั้นออกมาโต๊ะ 6 เอาพาสปอร์ตให้ เขาประทับตรา และเดินออกมา ไปเอากระเป๋า ซึ่งนอนแอ่งแม้งอยู่ เพราะใครๆเขาไปหมดแล้ว (มั่นใจว่า ลูกเรือทีจี ถึงโรงแรมแล้ว) และก็เดินออกมาตามทาง ตอนแรกก็ลุ้นระทึก ตูจะโดนเรียกเปิดกระเป๋าไหมว๊า เพราะเอาไปทั้งหมด 2 ใบใหญ่ 3 ใบกลาง และ2 ใบเล็ก แต่ก็โอเค ไม่มีใครเรียก พิมรีบจ้ำออก

 

พอเดินออกมา เห็นหน้าสามี ปกติ เราออกมาช้า เขาควรอารมณ์เสีย เพราะรอนานมาก แต่เขาคงเห็นหน้าพิม จึงได้แต่ยิ้มให้ (โวยสิ เดี๋ยวแม่กระโดดกันคอ) มีแต่โมจิที่อารมณ์ดีสุดๆ พอได้เห็นหน้าแด้ดดี้ และแฟนพิมก็คงเป็นเขา ใจเย็น จนพิมอารมณ์ดี ถึงค่อยชวยคุย (แบบนี้ ไม่รักได้ไง)

 

จากนั้นเดินกันไปลานจอดรถ อีกล่ะ เจอพวกแขกอีก แถมแย่งเข้าลิตฟ์ ไม่มีคิว วิ่งแซง พอไปถึงรถ รอคิวออกจากตึกตั้งเกือบชั่วโมง (ติดอะไรฟ่ะ) สรุปออกจากแอร์พอร์ตได้ 3 ทุ่มเข้าไปนั่น

 

โชคดีที่บ้านเราไม่ไกลจากสนามบินนัก แต่กว่าจะได้นอนก็ปาไป 5 ทุ่ม กว่าจะเอาโมจินอนได้ แถมคุณลูกดันตื่นเวลาไทย โอ้มายก็อด ตีสองมาเรียกหน พอกลับนอนด้วย ตีสี่ เธอก็ไม่ยอมนอนอีก นรกเลยทีนี้

 

แต่ตอนนี้ทุกอย่างโอเคแล้ว แถมแถวบ้าน ก็ไม่มีคนมาแย่งคิวด้วย มีแต่ฝรั่งล้วนๆ เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย

 

ขอบคุณที่อ่าน ยาวมากกกกกกก

 

ทริปสำหรับคนกำลังจะมา

1                     เตรียมเอกสารให้พร้อม ใบรับรองจาก IOM

2                     แผ่นเอ๊กซ์เรย์ ห้ามโหลดเด็ดขาด พกติดตัวไว้ แม้ว่ามันจะใหญ่ เพราะเขาขอดูแน่ๆ ถ้าคุณปกติ ก็จะได้ผ่านเลย แต่ถ้าไม่ปกติแบบพิม ก็ต้องมาถ่ายใหม่ (หรือถ้าหมออยู่ ก็คุยกับหมอ)

3                     ที่อยู่สามี ต้องรู้ เพราะต้องกรอกเอกสาร

4                     เอกสารอื่นๆ เช่นทะเบียนสมรส หรืออะไรที่สำคัญ พกติดตัวเลย เผื่อโดนถาม

5                     พยายามฟังภาษาอังกฤษให้ออก (พูดเร็วมาก) เพราะถ้าเราฟังไม่ทัน เจ้าหน้าที่จะอารมณ์เสีย และจะกลายไปเป็นเรื่องมากซะ (เช่น คนอื่นๆ พี่แกยืนงงอยู่นั่นแหละ)  

Back to Top
xluely View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Nov 2009
Location: United Kingdom
Online Status: Offline
Posts: 18067
Post Options Post Options   Quote xluely Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Jan 2010 at 21:19 - IP: 93.97.221.234 IP Information

ประสบการณืที่สองโดยคุณอ้อ Mr&Mss.Hanson แต่อันนี้คุณอ้อมาด้วยวีซ่่าท่องเที่ยวนะคะ


สวัสดีค่ะ สาวๆ บังเอิญมีเพื่อนสาวไป MSN หลังไมค์ว่าอยากให้เล่าประสบการณ์บินเดียวมาอังกิดให้ฟ้ง เริ่มเลยน่ะค่ะ เริ่มจากที่สุวรรณภูมิ พอเราไปถึงเราก็เช็คก่อนเลยว่าสายการบินที่เราใช้บริการอยู่ตรง ไหน ของอ้อใช้บริการเอมิเรทต์ อยู่ช่อง T พอไปถึงเราก็จัดการโหลดกระเป๋า เช็คอินน์ให้เรียบร้อย ซึ่งน้ำหนักของกระเป๋าเราก็เช็ตดูน่ะค่ะ ว่าเราขนได้เท่าไหร่ ของอ้อได้ 30 กิโลค่ะ แต่ของโคลตอนมาเมืองไืทยได้ 20 กิโล อันนี้ก็ดูรายละเอียดในตั๋วนะค่ะ จัดการกระเป๋าเรียบร้อยก็รอเวลาเข้าเช็คพาสปอร์ต ควรเช็คก่อนเวลา 45 นาทีค่ะ ตรงนี้เค้าจะแบ่งเป็นพาสปอร์ตไทยกับต่างประเทศ เราก็เข้าคิวของไืทยค่ะ พอเช็คเสร็จก็เดินไปตาม Gate ที่โชว์ใน ตั๋ว ตรงนี้จะผ่าน ดิวตี้ฟรี ค่ะ สามารถซี้อของได้ตามชอบ พอเดินผ่านมาสักพักก็จะพบกับจุดตร วจเราต้องผ่านเครื่องแสกนโลหะค่ะ อันนี้อ้อโดนถอดเข็มขัดค่ะ คือเค้าให้เอาโลหะออดจากตัวให้หมดใส่ในตระกร้าที่เค้าเตรียมไว้ พอผ่านมาเราก็เอาคืนได้ค่ะ พอผ่านมาก็เดินไปที่ Gate ในตั๋ว ตรงนี้แอร์จะดูตั๋วกะพาสปอร์ตเรา เสร็จก็นั่งรอค่ะ เครื่องเอมิเรทไม่ดีเลย์ค่ะ พอขึ้นเครื่องได้ก็หาที่นั่งตามตั๋วค่ะ หรือถามแอร์ก็ได้ ตรงนี้แนะนำให้ทำการ บุ๊คออนไลน์ หรือโทรไปที่สำนักงานเอมิเรทเพื่อของที่นั่งค่ะ อย่าพลาดแบบอ้อ เพราะถ้าเจอคนข้างๆ โอเคก็ดีไป แต่อ้อดวงไม่ดีค่ะ บุ้กกิงออนไลน์ ไฟรส์รี้ไม่ทัน แต่บุ้คกิ่งไฟรส์จากดูไบไปนิวคาสเซิลทัน เลยเจอบักยุ้นขี้เซากะแขกตัวเหม็น แถมเรานั่งกลาง โอ๊ย...ทรมานจนลงเครื่องเลย ไม่ได้นอนทั้งคืน นั่งดูหนังตั้งสามสี่เรื่อง พอมาถึงดูไบ เราก็เดินตามเค้าไปเรื่อยๆ ค่ะ จนไปเจอ จุดตรวจโลหะของที่นี้ ตรงนี้พี่อ้อก็ถอดเข็มขัดรอเลยค่ะ แต่ยังไม่วาย โดนรองเท้าอีก เป็นแบบรัดข้อค่ะ เลยต้องถอดร้องเท้าเดินผ่านเครื่องแสกน พอผ่านมาก็เดินไปเรื่อยๆ จนเจอดิวตี้ฟรีดูไบ ตรงนี้เราจะเห็นบอร์ดใหญ่ๆ เราก็เช็คว่าไฟรส์เรานัมเบอร์อะไร เข้าเกทไหน พอได้เลยที่เกทก็ไปนั่งรอหน้าเกทค่ะ ก็นั่งรอนอนรอกันไป รอจนได้เวลาเค้าเปิดให้เช็คอิน พอเปิดเราก็เช็คตั่วเจ้าไปนั่งรอข้างใน จนได้เวลาขึ้นเครื่อง ขึ้นเครื่องแล้วก็หาที่นั่งอีก รอบนี้พี่อ้อโชคดี คนไม่เยอะ แถมนั่งคนเดียวอืก พอเครื่องขึ้นเรียบร้อย ตีตั๋วนอนเลยค่ะ เพลียจัด แอร์มาเสริฟอาหารยังต้องปลุกเลย กินเสร็จก็นอนต่อ แอร์เดินมาถามเป็นอะไรหรือเปล่า ก็บอกเปล่า แค่เพลีย แอร์เลยเอาหมอนมาเพิ่มให้ สวยแล้วยังใจดีอีก มิน่าตาโคลลินถึงติดใจ พอเครื่องแลนดิ้งที่นิวคาสเซิล ก็เดินตามเ้ค้า(อีกแล้ว) ไปจนเจอ ตม. ของที่นี้ค่ะ เค้าก็ถามนิดหน่อยค่ะ อย่างมีทำอะไร พักที่ไหน อยู่นานไหม ค่ะ

UK border  "Hello how r u?"
Aor " i m fine. Tank you. little tired from long trip" ไปบอกเค้าอีก
UK border    " I see. Why u come to england? "
Aor " to visit my fiance family"
UK border " u live here" แล้วเค้าก็เอานิ้วจิ้มตรงที่อยู่ของโคลลินที่เขียนไว้ใน Border pass application ใบนี้แอร์เค้าจะแจกเราตอนขึ้นเครื่องแล้วค่ะ เราก็กรอกให้เรียบร้อย ก็ข้อมูลเดียวกัยที่เรากรอกในใบขอวีซ่าค่ะ เช่น ชื่อ นามสกุล เลขพาสปอร์ค ที่พักที่เราจะไปอยู่ในอังกิด
Aor " yes that 's my fiance's address"
UK border " How long u live here?"
Aor " 3 Months. i book flight back on 19 september" บอกไปก่อน จะได้ไม่ต้องรื้อกะเป๋าหาใบจองตั๋วเที่ยวกลัยมาให้ดู บางคนเค้าก็ขอดูค่ะ

UK border  " Have u been in england before?"
Aor " never this's first time."
UK border  "U come from Thailand" จิงๆ มันเขียนไว้ใน Border pass application แล้ว แต่คงถามเป็นพืธี
Aor  " yes" and smile " Have u been Thailand before?" and Smile ไปถามเค้าอีก
UK border  " I never been Thailand before.  But many thai here"
Aor "yes i see, many english in my country too. if u can u should try come to thailand u will love my country" พูดจบก็แจกยิ้มสยามเลย ตาเจ้าหน้าที่เงยหน้ามายิ้มด้วย ก่อนจะตอบว่า 
UK border  " I will if i have long holiday. Enjoin your trip. have good time with your fiance's family"
Aor " Thank you. Have a nice day too, Bye"

แล้วก็รับเล่มคืน แุถมแจกยิ้มสยามอีกรอบ ที่นี้ก็มารอเอากระเป๋า พอได้กระเป๋า ก็เดินไปตามทางที่นี้มีทางออกทางเดียวเลยไม่วุ้นวายค่ะ ออกมาก็ดจอตาโคลลิน ยืนยิ้มอ้าแขนรออยู่ ที่นี้ก็ประสบการณ์ใครประสบการณ์ืนะค่ะ เพราะแต่ละที่คงไม่เหมือนกัน แต่ก็คงคล้ายๆ กันค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุจกับความรักต่ะ ขอตัวไปจู.....จุ๊บ ตาโคลให้หายคิดถึงก่อนน่ะค่ะ

Back to Top
xluely View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Nov 2009
Location: United Kingdom
Online Status: Offline
Posts: 18067
Post Options Post Options   Quote xluely Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Jan 2010 at 21:24 - IP: 93.97.221.234 IP Information
อันสุดท้ายโดยคุณเกด rumraisin มาด้วย settlment visa

เมื่อวานออกจาบ้านตั้งแต่ตีสีมาขึ้นเครื่องที่เชียงใหม่ แล้วมารอต่ที่สุวรรณภูมิ12.50 นึกว่าจาไม่ดีเลย์แล้วน้า นั่งยาว สิบสองชั่วโมงสี่สิบนาที เจอมรสุมระหว่างทางฮับ กัปตันเรยค่อยๆคลานมา หุหุ กว่าจะลงได้ โดนบินวนอยู่นั่นสามรอบใหญ่ๆ ออกมาจาเครื่องได้รีบเดินอย่างเร็ว เพราะถ้าเป็งงแบบนี้หมายความว่าไฟลท์ลงพร้อมกานนเยอะแน่ๆ เป็นดังคาดครับพี่น้อง ประชานชนยืนล้อนออกมานอกโถงตรวจคนเข้าเมือง โอวววววแม่เจ้า ตรูจาถึงบ้านเมื่อไหร่เนี่ย เรยยกดโทรศัพท์ไปบอกคุณสามีว่า รอก่อนนะ หุหุ ฉันมาถึงแล้ว ปลอดภัยดี อย่าตกใจถ้าไม่เห็นออกมาซักกะที เที่ยวนี้ดีหน่อยค่ะ ไม่ได้เจอแขกเยอะเหมือนพี่พิม ส่วยใหญ่ก็ไต้หวันที่มาด้วยกัน สิงคโปร์ ยุโรป รออยู่ชั่วโมงครึ่งฮับพี่น้อง ถึงคิวเราซะที

ไปถึงก็ยื่นมั้งพาสปอร์ต เอาสารซองแฟ้มใส เป็นใบตรวจปอดกะเอกสารคุณสามี เผื่อเค้าอยากจะดูขี้เกียจหยิบอีก แค่นี้ก็พะรุงพะรัง โอวว ตีสามไทยเข้าไปแร๊ววววววว และฮีก็ขอดูจิงๆด้วย ดีนะเตรียมมาพร้อม

มาถึงตอนสัมภาษณ์นี่แระครับพี่น้อง ขอเรียกว่าสัมภาษณ์ฮ่ะ เพราะฮีถามเยอะมากกกกกกกก มาทำอะไรที่นี่ อยู่เมืองไทยทำอะไร ตำแหน่งอะไร พักที่ไหน บอกที่อยู่มาซิ แฟนทำงานอะไร คบกันมานานเท่าไหร่ เจอกันได้ไง เจอกันครั้งแรกเมื่อไหร่ที่ไหน แต่งงานที่ไหน วันที่เท่าไหร่ คุณเคยโดนปฏิเสธวีซ่าด้วยใช่มั๊ย วีอะไร เพราะอะไร เล่ามาหน่อยซิ โอวแม่เจ้า จนท้ายสุด ฮีบอกเราว่า "Last question, It may the silly question. Don't be upset. just answer me" โหเราก็แบบ อ้าวถามมาเรยย "When is your husband's birthday???" เอ่อ คือ.... เอ่อ ช็อคครบพี่น้อง คืออยู่ในอารมณ์แบบ ตั้งใจ เครียด พยายามฟังว่าฮีจะถามอะไร พอเจอแบบนี้คือ อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เพราะฮีทำหน้าซีเรียสมากกกกกกก แต่ก็กลั้นไว้ และตอบอย่างตะกุกตะกัก เพราะในใจมัน ขำมากกกกก เอ่อ โอเค ถูกต้อง เอาล่ะ เธอไมนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ชั้นต้องขอเวลาเช็คอย่างproperก่อนเพราะเธอเคยโดนปฏิเสธวีซ่า แต่รับรองว่าไม่เกินห้านาที เอ๊า รอมาเกือบสองชั่วโมงแร๊วนี่ เดี๋ยวต้องไปรอใน health control อีก นั่งรอไป หาวไปผ่านไปสามนาที ฮีก็กลับมา กวักมือเรียก แสตมป์บนวีซ่า เปิดประตูแล้ววไม่พูดอะไร ตกลงไปได้แล้วใช่มั๊ย เอาวะ วิ่งงงงครับพี่น้อง ไม่เห็นบอกให้Health controlเรยย ใบตรวจเราผ่านนะ แต่คราวที่แล้วยังให้เข้าไปเรย แต่ช่างมานเหอะ มันให้ไปก็เปิดแน่บแร๊วครับพี่น้อง ไปถึงกระเป๋าอิฉันลงมากองกะพื้นรวมกะคนอื่นที่มาด้วยกันเรียบร้ อย เพราะนานเกิน หุหุ แต่กระเป๋าเราแปลกกว่าเพื่อน เดินไปถึงก็เจอเรยยยยย ออกมาคุณสามีไปนังหลับรอที่ไหนก็ไม่รู้ อ่านั่นเอง เคราครึ้มๆ โดดกอดกันกลมหุหุ สรุป ถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน ตี่ห้าครึ่งไทยพอดี สลบเหมือนครับพี้น้องงงง

ขอบคุณเพื่อนๆที่เคยมาแบ่งปันประสบการณ์ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


Edited by xluely - 17 Jan 2010 at 21:27
Back to Top
matalika_s View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 25 Nov 2009
Location: Stourbridge, UK
Online Status: Offline
Posts: 210
Post Options Post Options   Quote matalika_s Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 Jan 2010 at 05:35 - IP: 86.182.59.94 IP Information
มาแชร์มั่งค่ะ กันลืมSmile
สาเดินทางมาด้วย Visitor Visa เดินทางของสายการบิน Eva Air Bkk-LHR แต่ดีหน่อยเดินทางมากับแฟน
เครื่องดีเลย์ 35 นาที รวมแล้วเดินทางเกือบ 13 ชั่วโมง เพราะอากาศไม่ดีด้วย เครื่องออกประมาณ 13.35 Thai Time
มาถึงประมาณ 19.40 England Time

อีแฟนก็เดินดุ่มๆ ไปในทางของตัวเอง ส่วนสายืนงงอยู่ว่าจะไปทางไหน เห็นมีเคาร์เตอร์อยู่ไกลๆ แต่ไม่รู้หรอกว่าพวกหน้าดุๆ ท่าทางไม่ได้นอนคือพวก Immigration ก่อนทางเดินไปหาพวกเค้าก็มีเหล็กกั้นมากมาย เป็นทางเดิน เหมือนงานศิลปะ ดูซับซ้อนพิลึก ด้วยอารมณ์ที่ง่วงนอนมากๆ สาก็ยืนเอ่ออยู่พักใหญ่ๆ พยามหาทางที่จะเดินไปหาคุณพี่ๆ หน้าดุ กับกลุ่มคนประมาณ 6-7 คน แต่ก็ยังงงๆ กลัวเดินผิดเส้นทางที่เค้ากั้นไว้ให้ เพราะตอนสาไปมันไม่มีผู้คนยืนต่อแถวยาวๆ เพื่อเป็นหลักเลย เพราะตามที่เคยอ่านประสบการณ์ของผู้อื่นเค้าบอกกันว่าจะต้องมีแถวยาวๆ สาก็เลยคิดว่ามันคงยังไม่ใช่ที่เค้าบอกกันว่าผ่านยากๆ มั้ง Immagration (คิดในใจ) พอถึงเคาร์เตอร์สาก็ยื่นเอกสารที่แอร์บนเครื่องให้มา พลาสปอร์ต แล้วสาก็ยืนหาว โดยไม่ได้คิดว่าเค้าคือ Immagration ยัยป้าที่กำลังอ่านเอกสารของสาก็มองหน้าแล้วถามสาดังนี้ (สาจำไม่ค่อยได้นะ เพราะง่วงบวกเหนื่อย บอกตามตรงว่าฟังไม่รู้เรื่องแต่เดาเอาว่าประมาณนั้น แล้วก็ตอบแบบเบาๆ เหมือนคนงัวเงี่ยอ่ะค่ะ)


Immigration : Why are you come to England?

Saa : Just travel!! (พึ่งมาสำเนียดว่ามันไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ไรดลใจให้ตอบงั้น)

Immigration : What are you doing here?

Saa : Just travel and visit my boyfriend family (smiling)

Immigration : So..., Did you apply visitor visa? Visitor visa?! ถามเหมือนบ่นกับเอกสาร แล้วก็ถามตัวเองแบบนัยๆ ด้วย

Saa : Yeah. (แบบงงๆ เพราะได้ยินไม่ถนัด ได้ยินแต่ว่า visitor visa เลยเสี่ยงตอบไปยังงั้น (ไม่ดีเลย))

แล้วเค้าก็ยืน passport คืน แล้วแฟนสาก็เดินมาโผล่ด้านหลังผู้หญิงคนนั้นพอดี
แฟนบอกว่าโชคดีเกินไป เพราะไม่มีคนเลยวันนี้ แล้วก็แปลกมาก เพราะปกติคนต่อแถวมากมายเลย สาก็ถามแฟนต่อว่าเสร็จแล้วเหรอ นั่นเหรอ Immagration สานึกว่าสาต้องไปที่อื่นเพื่อถามอะไรอีก นึกว่าตรงนี้แค่ดูหน้ากับพาสปอร์ตว่าตรงกันเฉยๆ ..........เพี๊ยงงงงงงง!!!! รอบหน้าให้มันง่ายๆ แบบนี้เถิดดดดดดดดดดดดดดดดด
  
Back to Top
sutumtiva View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Nov 2009
Location: England
Online Status: Offline
Posts: 482
Post Options Post Options   Quote sutumtiva Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 Jan 2010 at 06:43 - IP: 79.74.240.45 IP Information

มาเล่าด้วยคนค้า

มาด้วยสายการบิน British Airway   แอร์ไทยก็ไม่มี ผู้โดยสารไทยก็ไม่มี  ไม่มีอาหารไทยด้วย  หันไปทางไหน  หัวแดงกันทั้งนั้นเลย  มีเราสองแม่ลูกหัวดำกันอยู่สองคน  ภาษาอังกฤษก็เก่งสุด ๆ 55555  เค้าถามอะไรก็ Yes pls  แล้วก็ Thank you.  แต่ดีหน่อยเครื่องมาจาก สุวรรณภูมิ  สงสัยฝรั่งไปเที่ยวไทยกันมาทั้งนั้นแน่ ๆ ก็อุ่นใจนิด ๆ ที่เค้าคงไม่เห็นเราเป็นของแปลก  อิอิ  มาถึงสนามบิน Heathrow London  ตอน 6.00 น. จ้า  เช้าสุด ๆ แล้วก็หนาวสุด ๆ
 
- ก่อนลงเครื่องเราก็จะได้ใบ  Landing Card  มากรอกนี่แหล่ะคะ  ก็กรอก 2 แผ่น  เรากับลูกคนละแผ่น  เรียบร้อยก็เตรียม พาสปอร์ตเรากับลูกเรียบร้อย 
 
- ลงจากเครื่องก็เดินตามเค้ามาเรื่อย ๆ แต่ก็มองป้ายด้วย  ไปตรง Immigration   เพื่อตรวจพาสปอร์ต  มีสองช่องให้เลือกเดินคือ  British Passport   กับ  Foriegner  Passport   เราก็ไปช่อง Foriegner Passport  โชคดีมาแต่เช้า มีคนถือพาสปอร์ตต่างชาติเหมือนเราแค่ 3 ราย เราเป็นรายสุดท้าย  เดินไปก็ได้ตรวจเลย  เค้าถามนิดหน่อยว่า  มาทำอะไรที่นี่  เราก็ตอบว่า  มาอยู่กับสามีค่ะ  เป็น Settlement Visa  ค่ะ ตอบเกินกว่าที่เค้าถามนิดหน่อย  เค้าก็มองหน้า  แล้วก็ถามว่าพกใบ  TB Testing มาไม๊คะ  ขอดูหน่อย  ก็ยื่นให้เค้าดู  แล้วเค้าก็บอกว่าให้ไปที่ห้อง Health Control นะจ๊ะ  แล้วก็กลับมาที่ช่อง 3 ใหม่นะจ๊ะ 
 
-  จากนั้นก็เดินไปที่ห้อง Health Control  ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายมือของเรา  มองเห็นได้ชัดเจน  แล้วก็ยื่นใบ TB Testing ให้เค้า รอเค้าคีย์ข้อมูล  แล้วเจ้าหน้าที่ก็ถามเบอร์โทรศัพท์ของคุณสามี  เราก็ตอบเค้าไป  จากนั้นรอประมาณ 5 นาที  ก็ออกมาไปที่ตรวจพาสปอร์ตเหมือนเดิม  แต่ไปที่ช่องหมายเลข 3 ที่เค้าบอกแล้วก็ยื่นพาสปอร์ตเหมือนเดิม  เค้าแค่ดูหน้าว่าเหมือนกับในพาสปอร์ตหรือป่าว  แล้วก็ปล่อยไป  ไม่ได้ถามอะไรเลย 
 
 -  แล้วก็ออกมารอกระเป๋า  รอนานมาก ๆ เลยจ้า นานกว่าตรวจพาสปอร์ตอีก  พอได้กระเป๋าแล้วก้อเข็นออกมาตามทางเรื่อย ๆ   เจอสุ่มตรวจกระเป๋าด้วยนะจ๊ะ  สงสัยเค้าจะเห็นเรามากะเด็กแต่ขนกระเป๋าใบใหญ่ตั้ง 3 ใบแน่ะ  ก็เลยขอดู  เราก็ปล่อยให้เค้ายกไปตรวจแล้วก็ยกกลับ  ตามสบายเลยค่ะ  อยากตรวจก็ตรวจ  เพราะชั้นไ ม่ยกเองแน่นอน 555 เพราะมันหนักมาก  ตรวจแล้วก็ไ ม่เจออะไร  พี่ยังมีบอก Thank you อีกนะจ๊ะ  เราไ ม่เดือนร้อนเพราะไม่มีอะไรต้องกังวล แต่ถ้าไม่ยกคืนใส่รถเข็นเจอแม่โวยแน่ อิอิ  แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเวลาอันสั้น  แล้วก็ได้มาเจอสามีหน้าบาน ๆ รออยุ่ข้างนอก  แล้วก็พากันกลับบ้าน
- กลับถึงบ้านประมาณ 9 โมงเช้า  อิชั้นกะลูกหลับเป็นตายจน 5  โมงเย็นเลยค้า  5555
 
หวังว่าคงมีประโยชน์บ้างนะคะ
Back to Top
Thawee View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 15 Dec 2009
Online Status: Offline
Posts: 13
Post Options Post Options   Quote Thawee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 Jan 2010 at 11:53 - IP: 118.172.145.120 IP Information
IOM ไม่ได้คืนแผ่น เอ็กซเรย์มา ต้องไปขอคืนไหมเนี่ย????
Back to Top
chelsea_girl View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Nov 2009
Location: ,UK
Online Status: Offline
Posts: 264
Post Options Post Options   Quote chelsea_girl Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 Jan 2010 at 15:56 - IP: 94.196.81.217 IP Information

Sorry again na kha still can't use my laptop yet but I really wanna share my experience at the immigration because It was a bit complicated even this time its my second time in England. I flew with British Airways the flight was good and I got to the Heathrow airport at 6:OO am then rush to the immigration didn't wait long for my queue. I walked straight to the immigration officer it was black man and I said good morning to him but he did n't say any word back (never mind I thought)

As I remember he asked me about 10 questions about my boyfriend and I could manage all questions.He then asked me for my boyfriend's number, I gave it to him then he told me he was going to ring my boyfreind I also told him that my friend waiting for me outside.He told me to sit on the chair it took about 15 minutes after he got the telephone number then he came back with a stupid question it was
Is it the same boyfriend you come to visit this time? I smiled at him and say yes he's the same one and he said that ok I'll let you go and he gave me my passport.
 
when I walked out I saw my boyfriend waited for me without smile on his face and he asked me why you take so long I asked him as well that did anybody ring you and he said that no one ring me.I told him the reason why I stuck there and he was angry the officer.
 
Actually I want to share this experience in Thai na kha it will get more feeling but I cant wait kha.
Sorry for my poor English if anybody find some incorrect words or sentences could you pls correct for me? I would much appreciate that kha.
 
 
แบม สะใภ้ UK Cricklade,Swindon ค่ะ
Back to Top
fOnE4PeTe View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Nov 2009
Online Status: Offline
Posts: 1232
Post Options Post Options   Quote fOnE4PeTe Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 Jan 2010 at 17:15 - IP: 80.192.209.240 IP Information
Originally posted by Thawee

IOM ไม่ได้คืนแผ่น เอ็กซเรย์มา ต้องไปขอคืนไหมเนี่ย????
 
 
ฟิล์มเอกซเรย์ จะได้คืนเฉพาะคนที่ปอดมีปัญหานะคะ คนที่ผ่าน การตรวจตั้งแต่รอบแรกก็ไม่ได้ใช้ิฟิล์มค่ะ
If YoU dOn'T LikE Me... There's NothInG I caN Do. I doN'T LivE To PLeAsE YOU!!
Search ก่อนตั้งกระทู้ใหม่นะคะ ข้อมูลที่สาว ๆ ต้องการรู้อาจจะมีอยู่แล้วจ้า
Back to Top
sandysine5 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Jan 2010
Online Status: Offline
Posts: 365
Post Options Post Options   Quote sandysine5 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 Jan 2010 at 17:34 - IP: 94.192.44.226 IP Information
มาแชร์ด้วยคนจ้า
มาด้วย visitor visa ค่ะ
เดินทางคนเดียว มาอังกฤษครั้งแรก อายุยังวัยเยาว์ ... อิอิ
บินมากั EVA ค่ะ .. บิน 12 ชั่วโมง ตั้งใจมาหลับลูกเดียว ตอนแอร์ปลุกมาแจก Landing Card ก็เลยไม่ได้หยิบ (แป่ว!! แอร์อุตส่าห์ปลุกเน้อ ไอ้เราก็งัวเงียสุดๆ แถมไม่รู้ด้วยว่าจะต้องมี landing card .. ผิดที่ตาเดฟแหละไม่ยอมบอก 55+ ด้วยความง่วงเลยไม่ได้ฟังค่ะ ว่าแอร์พูอะไร ชีก็นอนต่อ เลยไม่ได้การ์ดมาจากบนเครื่อง)

พอมาถึงตรวจคนเข้าเมือง (ตื่นแล้ว!!) เลยสังเกตเห็นว่า เอ๊ะ! ชาวบ้านเค้าถือกระดาษไรกันฟร่ะ มีกันทุกคนเลย แล้วทำไมเราไม่มีเนี่ยยย .. จอร์ช ตื่นเต้นมาก แต่โชคดีมี่พี่คนไทยต่อแถวอยู่ก่อนเลยได้ความถามกระจ่างหายสงสัย แต่ตรงที่ยืนต่อแถวเค้าก็จะมีกล่องใส่ landing card ไว้อีกทีอ่ะคะ ..แหะๆ เผื่อใครจะเปิ่ลเหมือนทรายมั้่ง 55 ก็หยิบมารีบกรอกสุดริด กลั๊วจะไม่ทันกาล

และแล้วก็ถึงคิวเรา มีเจ๊หน้าดุเรียกไปสัมภาษณ์แย้วว ... วะฮู้!! คิดในใจจะได้ไปจากที่นี่ซะทีวุ้ยยย
ที่ไหนได้ (เราต่อคิวก่อนโดนเรียก อยู่ประมาณคนกลางๆ แต่ขอบอกว่า กว่าจะหลุดจากเจ๊หน้าโหดได้ คนสุดท้ายของ immigration เลยนะเออ ปร๊าดดด!!)
เริ่มแรก เจ๊เอาพาสปอร์ตไปดูวีซ่า .. แล้วแหงะหน้าแบบไร้ความเป็นมิตรมามองหน้าช้านแล้วถามว่า.. จำได้ลางๆนะคะ
เจ๊หน้าโหดก็ถาม: มาทำไรที่นี่
(มาเยี่ยมแฟน มาเที่ยว มาเรียนรู้วัฒนธรรมอังกฤษ .. อันนี้เตรียมมา ตาเดฟสอนให้พูด .. งิๆ) แต่จะบอกว่าผิดถนัดนะคะ กับคำตอบแรกที่บอกว่ามาเยี่ยมแฟน .. ยิ่งอายุยังน้อย เดินทางครั้งแรก คนเดียว ควรจะเอาคำอื่นขึ้นก่อน แล้วเอาว่ามาเยี่ยมแฟนอ่ะ ไว้ท้ายๆๆ (คล้ายๆว่าไม่สำคัญไรงี้) เพราะถ้าตอบเหมือนทรายป๊าบบ จากนั้นยัยหน้าโหด จะมุ่งประเด็นไปที่แฟนเราแบบละเอียดมากกก.. แล้วก็จะเพ่งเล็งอ่ะคะ ทำนองว่าขอวีเที่ยวแล้วมาเยี่ยมแฟนเนี่ย เหมือนเราจะไม่กลับไปไทยอีกแล้วทำนองนั้น หมายถึงว่ามีเปอร์เซ็นต์การหนีวีซ่าเยอะว่าอย่างนั้นค่ะ

และแล้วเจ๊ก็ถามทั่วไปตามที่พี่ๆเล่ามาอ่ะคะ มีเพิ่มก็คือเค้าถามว่าที่ไทยทรายทำงานอะไร ตำแหน่งอะไร บริษัทชื่ออะไร(ถามไปเหมือนจะรู้จักอ่ะ) แล้วคำถามที่ยียวนกวนประสาที่สุดก็คือ .... คุยๆไปเรื่อย แกก็ถามอีกรอบว่าแฟนชื่อไร ..ก็ตอบไป เดวิด มาร์เเชล.. เจ๊ไม่พอใจ ให้สะกดให้ฟังด้วยปร๊าดดด .. ก็สะกดไป ทีนี้นามสกุลตาเดฟอ่ะสะกดว่า Marshall เจ๊บอกว่า ไม่ใช่มาร์แชลนะ .. เราก็งง สิคะ จะอะไรนักหนาฟร่ะ .. เจ๊บอก ต้องออกเสียงว่า มาร์แชลว (แบบต้องออกเสียง แอลสองตัวทำนองนั้น) คิดในใจ .. "แหม..เจ๊ขา หัวหนูดำขนาดนี้ จะเอาสำเนียงอะไรนักหนาจ๊ะ" แล้วเจ๊ก็ซักต่ออีก ยังไม่ยอมปล่อย ว่า.. เจอกันครั้งแรกเมื่อไร ที่ไหน แล้วมาอยู่นี่จะเอาเงินที่ไหนใช้ แล้วไม่มีเงินติดตัวเลยเหรอ (เรื่องเงินนี่ ตาเดฟสั่งสอนไว้แล้วว่า ให้แลกเงินติดตัวมาด้วยนะ เจ๊ถามแน่ๆ) ก็เลยรอดข้อนี้ค่ะ ดีนะ เจ๊ไม่ขอดูกระเป๋าตังค์ .. จากนั้น เราก็เลยหันไปมองข้างหลังที่คนเค้าต่อคิวกันอ่ะคะ .. ปร๊าดดชาวเมืองเค้าหลุดรอดออกไปกอดกันหมดและ ไรฟร่ะ เจ๊ยังไม่พอใจอี๊กก.. เราก็เลยยื่นไม้ตายบอกเจ๊ว่า นี่หล่อน ชั้นมีจดหมายเชิญที่แฟนชั้นเขียนให้ติดตัวมาด้วย จะดีมั๊ยยะ (คือตอนแรกอ่ะยื่นจดหมายให้ชี พร้อมกับตอนที่ชีจะดูตั๋วขากลับแล้ว.. แต่ชีดันยื่นคืนเรา ก็เลยนึกว่าจะไม่อยากได้) จากนั้นชีก็เอาจดหมายไปอ่าน (อ่านอยู่นาน นานมาก) อ่านแล้วอ่านอีก แล้วก็ถามซ้ำคำถามเดิมที่ถามไปแล้วตอนต้นอีก ว่าจะพักที่ไหน แล้วแฟนออกค่าใช้จ่ายให้หมดเลยเหรอ .. อะไรหนักหนาวะเจ๊ ถามกลับซ้ำไปมาหว่ะ และแล้วโทรศัพท์มือถือเราก็ดัง ก็เลยยกมากดเคลียร์สาย เจ๊บอกว่ารับโทรศัพท์ไม่ได้นะ .. (รู้ยะ เอามากดเคลียร์) จากนั้นเจ๊ก็เอาพาสปอร์ตคืนให้ แล้วยอมปล่อยตัวมาในที่สุด

ให้ตายเหอะ แล้วเราก็รีบๆๆเดินมาเอากระเป๋าที่สายพาน .. โรบิ้น.. ใบสุดท้ายของเครื่องเลยเจ้าค่ะ กร๊าก!

แล้วก็รีบเดินขาขวิด กลัวตาเดฟจะรอนาน .. มาถึงจุดนัดพบให้ตายเหอะ มองไปทั่ว อารมณ์ก็กรุ่นๆกับยัยเจ๊ ยังไม่หาย .. ตาเดฟก็ยังไม่มาอีก .. โอยย ไหนว่าจะมารอไงเนี่ย ชาวบ้านเค้าไปกันหมดละ (วันที่ทรายมา สนามบินคนไม่ค่อยเยอะมากค่ะ) โทรไปตาเดฟยังขับรถอยู่เลย ... เฮ้อออ เซงนกเป็ดน้ำมั่กๆ

จากนั้นเลยมาสอบสวนตาเดฟว่า ทำไมไปสายค๊าาา .. สรุปว่าไม่มีใครผิดจ๊ะ แต่เปนการเข้าใจผิดจากตั๋ว เนื่องจากทรายอ่ะซื้อตั๋วตอนเดือนกันยาซึ่งตั๋วบอกว่าเครื่องลง 1 ทุ่มกว่า
แต่พอตอนทรายบินเนี่ย เดือนตุลา เค้า day light saving กันแล้ว แต่ตาเดฟเข้าใจว่าตั๋วออกเวลา day light ไปแล้ว ก็เลยคลาดกันค่ะ (ตอนนี้ต้องขอบใจยัยเจ๊ ที่กักตัวไว้นาน ไม่งั้นคงรอตาเดฟนานกว่านี้ หัวเสียตาเดฟอีก .. เอิ๊ก!)

งิงิ ...



Back to Top
sweetsosweet View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Nov 2009
Online Status: Offline
Posts: 322
Post Options Post Options   Quote sweetsosweet Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 Jan 2010 at 18:36 - IP: 82.22.150.119 IP Information
มาแชร์ด้วยคนค่ะ ด้วยวีซ่าสมรส เที่ยวนี้ง่ายยิ่งกว่ากินกล้วยบดไม่รู้เป็นเพราะเดินทางพร้อมสามีด้วยหรือเปล่านะคะ......ตอนขึ้นเครื่องกระเป๋าถือเราก็ใบใหญ่จนแฟนแอบแซวว่าแก่เหมือนป้าไม่สนหรอกค่ะเพราะมันใส่แฟ้มได้แต่แฟ้มไม่ใหญ่นะคะเอาใส่เอกสารส่วนตัวเรานิดหน่อยพวกสำเนาทั้งหลายแหล่แหละค่ะก่อนลงเครื่องเราก็เตรียมตัวให้พร้อม ใบตรวจโรคจากIOM +พาสปอร์ต + ตั๋วเครื่องบิน+Landing card(กรอกเรียบร้อย)
พอลงจากเครื่องก็เดินตามเค้าไปที่ immigration ตอนแรกก็แยกกับแฟนค่ะเพราะถือพาสปอร์ตคนละประเทศแต่เจ้าหน้าใจดีบอกว่าเป็นสามีมาด้วยกันก็มายื่นช่องเดียวกันได้
มาถึงก็ยื่นเอกสารทั้งหมดให้ตม.เลยค่ะ เค้าก็เช็คๆและก็ถามแฟนว่าบินมาจากใหน ก็บอกไทยแลนด์ถามแค่นี้จริงๆค่ะแล้วเค้าก็ให้ผ่านSmile
Back to Top
Napphy View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Nov 2009
Location: Nottingham
Online Status: Offline
Posts: 838
Post Options Post Options   Quote Napphy Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jan 2010 at 02:12 - IP: 78.145.61.177 IP Information

แชร์ด้วยคนค่ะ มาอังกฤษครั้งแรกกับ Visitor Visa  ออกเดินทางจากสนามบินเชียงใหม่  ไปยังสุวรรณภูมิแล้วก็เปลี่ยนเครื่องอีกทีที่ Frankfurt  สรุปว่ามาถึง Birmingham ก็สี่ทุ่มกว่า ๆ เวลาไทยตอนนั้นก็ตีห้ากว่า ๆ ค่ะ  ง่วงเกินคำบรรยาย  เดินดุ่ม ๆ ไปกรอกเอกสารแล้วก็โดนแขกปาดหน้าแซงคิวไป  ไม่เป็นไรช่างมัน  (คิดในใจ ฉันเหนื่อยเกินที่จะทะเลาะกับใคร)  เจอ ต.ม. black man  ถามเราเยอะมากจนงงไปหมดเลย  เราทั้งเหนื่อยทั้งง่วง  ตัวอย่างคำถามที่พอจะนึกออกนะคะ

-  ต.ม. ถามว่า มา UK ครั้งแรกไหม  เราก็บอกว่า ใช่ 
-  แล้วก็ถามอีกว่า มาทำไม  เราก็บอกว่า มาเที่ยว เยี่ยมแฟน ครอบครัวแฟน  แล้วก็เยี่ยมเพื่อนที่มาอยู่และเรียนที่นี่
-  รู้จักกับแฟนนานหรือยัง  เจอกันครั้งแรกที่ไหน  เราก็ตอบไป  ปี 2007 ไทยแลนด์
-  ทำงานอะไร  เราก็บอกว่า Academic Service Staff at University  (จริง ๆ ลาออกแล้วก่อนเดินทางมาไม่กี่วัน)
-  เค้าก็ถามต่อว่าจะมาอยู่นานเท่าไร  เราก็บอกว่า  หกเดือน  เค้าก็ถามว่า  นานหกเดือนเลยเหรอ  คุณลางานได้ขนาดนั้นเลยเหรอ  คุณกรอกเอกสารคำร้องขอวีซ่าไว้นานเป็นระยะเวลาหกเดือนเลยเหรอ  เราก็บอกว่า  ใช่  ตอนขอวีซ่าเราก็ขอเป็นระยะเวลาหกเดือน  คุยไปคุยมาเรารำคาญก็เลยยื่นเอกสารทั้งหมดให้แกดู  ก็มี Invitation Letter, สำเนา Passport ของแฟน, ที่อยู่ เบอร์โทรแฟน และตั๋วเครื่องบินของเรา  และที่อยู่ของเพื่อนเราที่อยู่ที่อังกฤษแต่คนละเมืองกับที่แฟนเราอยู่   ดูเสร็จแล้ว  เค้าก็ถามถึงหนังสือรับรองการทำงานและลางานของเรา  เราก็บอกไปว่า  ก็ใช้ไปตอนขอวีซ่าแล้วไง  ไม่ได้พกติดตัวมาด้วย  ไม่รู้นี่นาว่าต้องใช้  เพราะว่าวีซ่าผ่านแล้ว  เค้าก็ยังดูท่าทางสงสัยเราอยู่   ตอบเรามาว่า  ทางเจ้าหน้าที่สามารถเช็คเอกสารได้ตลอดเวลานะ  เราก็บอกว่า ได้เลย เค้าก็ให้เราไปนั่งรอที่เก้าอี้  อีตาหัวเหม่งแฟนเราก็ส่ง sms มาว่าถึงรึยัง  เป็นไงมั่ง  เราก็นั่งรอ หันไปมองรอบข้าง  อ้าว เหลือฉันคนเดียวนี่นา  คนอื่นเค้าออกไปกันหมดแล้ว
-  ห้านาทีต่อมา  หลังจากที่เห็นเจ้าหน้าที่คุย ๆ กัน แล้วก็กด ๆ คอมพิวเตอร์  เสร็จแล้วก็เรียกเราไป  ยื่นพาสปอร์ตคืนให้เรา  พร้อมกับพูดว่าขอโทษที่ทำให้เสียเวลา  เที่ยวให้สนุกนะ  เราก็ขอบคุณแบบงง ๆ
-  ออกมาตามหากระเป๋า  เหลือของเราใบเดียว  แหม มันช่างว้าเหว่จริง ๆ  เห็นกระเป๋าแล้วสงสาร  มันไม่มีเพื่อนร่วมสายพานเลยอ่ะ  555  เวลาปาไปห้าทุ่มกว่า  ขับรถกลับบ้านอีกเกือบชั่วโมง  เหนื่อยมาก ๆ


Edited by Napphy - 19 Jan 2010 at 22:49
34 ปีจ้า * Chiang Mai-England

ขอความกรุณา Search ก่อนตั้งกระทู้ใหม่นะคะ
Back to Top
sandysine5 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Jan 2010
Online Status: Offline
Posts: 365
Post Options Post Options   Quote sandysine5 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jan 2010 at 04:56 - IP: 94.192.44.226 IP Information
แหมม .. ประสบการณ์แต่ละท่านนะคะ
น่าติดตามอย่างกับหนังซีรีย์
อิอิ
Back to Top
Mrs.wilson View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Nov 2009
Location: lincoln england
Online Status: Offline
Posts: 160
Post Options Post Options   Quote Mrs.wilson Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Jan 2010 at 21:59 - IP: 86.22.100.211 IP Information

ขอมาแชร์ด้วยคน เอ้มาด้วยวีท่องเที่ยวครั้งแรก มาลงสนามบินฮีทโธร์ ครั้งแรกไม่มีปัญหาอะไรเพรามาแค่ 10 วัน แต่ครั้งที่สองเอ้มาด้วยวีท่องเที่ยวอีกครั้ง เพราะวียังไม่หมด แต่ครั้งนี้เอ้มา 45 วัน มาลงที่ฮีทโธร์เหมือนเดิมคะ ครั้งนี้เจอคำถามไป 10 คำุถาม มีนเลยคะ ถามว่ามาทำอะไรที่นี แล้วทำไม่ลาออกจากงานที่เมืองไทย คุณต้องการทำงานนี่หรือเปล่า รู้จักกับแฟนได้อย่างไร เค้าก็ถามซ้ำ ๆ อยู่นั่นแหละ แต่เราก็ตอบตามความจริงทุกอย่าง สุดท้ายเค้าก็โทรไปถามแฟน ซึ่งแฟนก็ตอบตรงกัน เค้าจึงให้ผ่านตรงนั้นมาได้ เอ้ต้องรอเกือบชั่วโมงที่ immagration ครั้งที่ 3 มาด้วยวี settlement มาลงแมนแชสเตอร์ เค้าไม่ถามอะไรเอ้เลย ไม่ดูเอกสาร iom ดูเฉพาะพาสปอร์ต แล้วก็แสดมป์ผ่าน รวดเร็วมากคะ

AEY LINCOLN ENGLAND
Back to Top
nit_nit View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 25 Dec 2009
Online Status: Offline
Posts: 96
Post Options Post Options   Quote nit_nit Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Feb 2010 at 09:51 - IP: 124.121.51.36 IP Information
ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
 
อ่านแล้ว ยังกับเราไปกับเพื่อนๆเลยค่ะ Smile เล่าได้ละเอียดดีจัง
 
นิต
Back to Top
ty_amey View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 03 Dec 2009
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 1013
Post Options Post Options   Quote ty_amey Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 Feb 2010 at 21:41 - IP: 125.26.182.172 IP Information
ClapClapClap  ดีจังเลย  เป็นประโยชน์มาก ๆๆๆๆๆ
 
อยากให้เล่า  หรือบอกเกี่ยวกับการใช้ห้องน้ำบนเครื่องบินมั่งจังเลย
 
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
Back to Top
nudjit View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 25 Nov 2009
Location: Glasgow
Online Status: Offline
Posts: 1233
Post Options Post Options   Quote nudjit Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 23 Feb 2010 at 23:37 - IP: 82.10.135.152 IP Information
ขอแจมด้วยคนค่ะ น่าจะเป็นประโยชน์เหมือนกัน  Smile

ของแจนมาด้วยสายการบิน เอมิเรสต์ค่ะ ขอบอกว่าดีมากๆ นี่เป็นการเดินทางครั้งแรกในชีวิตเลย ก่อนขึ้นเครื่องกังวลมากๆ แต่ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด มาต่อเครื่องที่ดูไบ ก็ง่ายค่ะ ในไฟล์นั้น มีคนไทยแค่ สามคนเองค่ะ แต่ไม่ได้คุยกันได้แต่ยิ้มให้กัน ช่วงเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ก็มีเจ้าหน้าที่ของสายการบินมารอที่หน้าเกสต์เลย เค้าถามเราว่าไปไหน เราบอกกลาสโกวเค้าก็โอเค ให้เรารอ สรุปก็มีอีกประมาณ แปดคนกับเด็กอีกสองคน พอครบคนเธอก็พาไปขึ้นเครื่องโดยทุกอย่างสะดวกมากๆ เราเลยได้เจอคนไทยสองคนที่มาพร้อมกัน อีกคนมากับสามีแต่ไม่ได้คุยกัน ส่วนอีกคนเป็นนักเรียนไทย น้องคนนี้น่ารักดี ทักเราก่อนและถามเราว่าพี่มาเที่ยวหรือค่ะ เราบอกว่ามาแต่งงานเค้าก็ยิ้ม ก็คุยกันนิดหน่อยช่วงเดินไปขึ้นเครื่อง หลังจากนั้นก็แยกกันไปนั่ง เราก็นอน กับดูหนัง อิอิ  พอเครื่องมาลงที่กลาสโกว เราก็เดินตามทางที่เค้าเดินออกกัน สนามบินกลาสโกวไม่ใหญ่ก็เลยง่ายกับการเดินออก ชิว ชิว คราวนี้ถึงช่วงรอ ตม ไม่น่าเชื่อว่าจะง่ายอีก เรายื่นให้เค้าดูแค่พาสฯ แต่ก็เตรียม   ไว้กะว่าถ้าเค้าขอดูเราจะเอาออกมาโชว์แต่ก็ไม่เห็นถาม ตมที่แจนเจอเป็นผู้หญิงค่ะ
 
  มาทำอะไรที่สก๊อตแลนด์     เราก็บอกว่ามาแต่งงานที่นี่   
  คบกับแฟนมากี่ปี และเจอกันยังไง     สองปี สองเดือน เจอกันที่ skype
  นานแค่ไหนที่จะอยู่ที่นี่     หกเดือน แต่หลังจากแต่งงานก็จะอยู่ตลอดไปBig smile
  ชื่อของแฟน และก็ถามอีกว่าจะเจอเค้าที่ไหน 
    บอกชื่อแฟน   เราก็บอกว่าเรามั่นใจว่าเค้าต้องรอเจอเราอยู่ด้านนอกชัวร์ ตอบแบบมั่นใจ
  กำหนดแต่งงานเมื่อไหร่     22-02-10     ตอบตามที่แจ้งขอวีซ่า     
  really!!   WOW!  ยิ้มLOL     แล้วเธอก็ส่งพาสปอร์ตคืนให้เรา  Have you happy in here,   โอ้ว ทำไมมันง่ายจังรับเล่มมาแบบงง ยังถามเธอว่า ok?    เธอยิ้มและบอกว่า YES!
 
สรุปคือ การเดินทางครั้งนี้ง่ายมาก ไม่เลวร้ายอย่างที่คิดเลย ก็อาจจะแตกต่างกันไปนะค่ะ เพราะ ตมแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ของแจนอาจจะโชคดีที่เจอตมไม่ถามไรมาก และก็ยิ้มแย้มดี แต่รอนานตรงที่ เค้าตรวจคนอื่นนาน (แขก)
หลังจากรับกระเป๋าออกมาก็เจอเจ้าหน้าที่สามคน ก็ถามว่าในกระเป๋ามีอะไร เราก็บอกเค้าไปว่ามีอะไรบ้าง เค้าถามว่ามีเหล้า บุหรึ่ไหม เราบอกว่า ไม่มี ชัวร์ เค้าก็ขอเปิดดู เราก็โอเค ช่วงที่ดูเค้าก็ถามเราว่ามาทำไมที่นี่ เราบอกว่าแต่งงาน เค้าก็ยิ้มและบอกว่า กู๊ด หลังจากนั้นก็ปิดกระเป๋าและขอบคุณเรา เข็นรถมาส่งหน้าประตูด้วย พอออกมาก็เจอคุณชายยืนยิ้มหน้าบานรออยู่แล้ว อิอิ จบละBig smile
 
 

you are most valuable thing in my life. I love you with all my heart .. ^^   แจนค๊า..

Back to Top
pj_spicer View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 Nov 2009
Location: London
Online Status: Offline
Posts: 365
Post Options Post Options   Quote pj_spicer Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Apr 2010 at 00:36 - IP: 82.45.237.139 IP Information
  ขอเล่าด้วยคนนะคะ เผื่อมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังจะเดินทางครั้งแรก
มา UK ครั้งแรกคนเดียว ด้วย visa settlement แต่ก่อนที่จะถึงวันบินก้อมัวแต่เครียดกับเรื่องคำนำหน้ากับนามสกุลในตั๋วไม่ตรงกับพาสปอร์ต คุณสามีเลือก Jet Airways ให้ไม่ happy ตั้งแต่เลือกสายการบินให้แต่แรกแล้ว แต่ก้อไม่อยากจะเรื่องมากแต่ดันมามีปัญหาเรื่องชื่อในตั๋วอีก แฟนจองกับ agency ที่ UK ทาง agent บอกว่าแก้ไขให้เรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมทางสายการบินถึงยังไม่ update ให้ถูกต้อง โทรเช็คกับทาง office Jet ที่เมืองไทยบอกว่ายังไม่ได้แก้ไขอะไรเลยของทางสายการบิน เพราะเป็นตัวที่สำคัญมากถ้าไม่ตรงกับพาสปอร์ต เท่ากับตั๋วเป็นชื่อของคนอื่นจะมีปัญหาตอน immigration ที่ Heathrow แฟนต้องโทรเช็คกับ agency หลายครั้งมาก เครียดก้อเครียดใกล้วันจะบินแล้วด้วยและก้อคนเดียวต่อเครื่องด้วย เพื่อนๆคงเคยได้ยินเวลาคนอินเดียพูดภาษาอังกฤษกันนะคะ ว่าแนวไหน เรื่องนี้ด้วยที่ทำให้แฟนหงุดหงิดเพราะฟังลำบากมากและก้อคุยทางโทรศัพท์ด้วย agency ต้องจ่ายค่าเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อกับทางสายการบินไป 30 ปอนด์ เพราะเป็นความผิดของทาง agency เองเช็คกับทาง office Jet ที่กรุงเทพฯถูกต้องเรียบร้อยก่อนบินอาทิตย์นึง แต่ก้อเล่นเอาซะเราเครียดไปพักใหญ่เลยค่ะ
    ต่อไปก้อเป็นเรื่องการเดินทางนะคะ
  ออกเดินทางด้วยเที่ยวบินช่วงเช้า เวลา 08.40 น.แต่ออกจากบ้านตั้งแต่ 05.00 น.จากบ้านถึงสุวรรณภูมิประมาณ 30 น.แวะปั๊มชั่ง นน.กระเป๋าใบใหญ่ได้ 20 กก.กระเป๋าคงจะเล็กไปเพราะสายการบินให้ 28 กก.กระเป๋าลากใบเล็ก 1 ใบพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายที่พก IOM,passport และทะเบียนสมรส เที่ยวนี้ไม่ได้อาหารหรือว่าของกินอะไรเลย ได้รสดีไม่กี่ห่อ เพราะคุณแฟนบอกว่าหาไม่ยาก ก้อเลยมีแต่เสื้อผ้า
  พอดีตอนเช็คเรื่องตั๋วเจ้าหน้าที่แจ้งไว้ว่า C/I ที่ช่อง P เริ่ม 06.00 - 07.00 น.ไปถึง airport ก้อเลยตรงดิ่งไป C/I เลย กระเป๋าใบใหญ่โหลดลงเครื่อง ส่วนใบเล็กเจ้าหน้าที่ไม่ชั่งค่ะ ถามเค้าว่าถ้าไม่หนักก้อไม่ต้องชั่ง ก้อ ok ไป ก้อจะได้ตั๋วมา 2 ใบเพราะต้องต่อเครื่องที่ Mumbai
  ไปที่ passport control ตอนแรกเห็นคนยังไม่เยอะและยังมีเวลาอยู่มากก้อเลยยืนคุยกับเพื่อนๆที่ไปส่งด้านนอกก่อน สักพักนึงคนต่อแถวออกมาถึงข้างนอกแล้ว ก้อเลยกลัวเสียเวลานาน ทำการร่ำลาเพื่อนๆเข้าข้างใน ก้อต่อแถวเช็คพาสปอร์ตสักพักนึง ไม่อยากบอกว่าต้องคอยมองว่าคนข้างหน้าเค้าทำกันยังงัย จะได้ไม่เอ๋อมากกับการเดินทางคนเดียวครั้งแรก ก้อดูในตั๋วของเราว่าเราต้องไปที่ gate เท่าไหร่ แต่ก่อนจะเข้าไปก้อจะเป็นการสแกนกระเป๋า พอดีจำไม่ได้ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่าอะไร ถ้าใครใส่เสื้อคลุมก้อต้องถอดใส่ตะกร้าด้วยนะคะ แล้วไปรอรับของเราคืน หลังจากนั้นก้อดูตามลูกศรไปเรื่อยๆ มีบ้างที่ไม่แน่ใจก้อถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นเลย เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลา พอไปถึง gate ที่ต้อง C/I แต่ทำไมประตูมันยังปิดอยู่ ประตูอื่นทำไมเค้าเปิดแล้ว ด้วยความไม่รู้คิดว่าลง gate อื่นได้ ไม่ใช่นะคะ ก้อนั่งรอ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เค้าเปิด C/I ก่อน แต่ตรงนี้เค้าจะตรวจกระเป๋าที่เราจะเอาขึ้นเครื่องด้วยค่ะ ก้อนั่งรอถึงเวลาเจ้าหน้าที่เรียกขึ้นเครื่องค่ะ 
  เฮ้อ...โล่งไปแล้วด่านนึงเพราะอยู่บนเครื่องได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้วก้อพักผ่อนได้ตามสบาย พอดีตอนอยู่บนเครื่องไม่ค่อยชอบใช้หูฟังเท่าไหร่ก้อเลยอ่านหนังสือหน่อยนึง หลับบ้างตื่นบ้าง เจ้าหน้าที่เอาอาหารมาเสิร์ฟ ก้อชิมๆไปงั้นแหล่ะ ถือว่ารองท้องไปก่อน เพราะไม่ค่อยทรงโปรดเท่าไหร่Tongue
  ตื่นเต้นก้อต่อไปนี้แหล่ะที่ต้องต่อเครื่อง จะแนวไหนน๊อ ตอนจะลงจากเครื่องก้อมีฝรั่งหนุ่มใจดีช่วยยกกระเป๋าลงให้ด้วยแหล่ะ Tongueเจ้าหน้าที่บนเครื่องบอกว่าจะมีเจ้าหน้าที่คอยรอรับพาไปขึ้นเครื่อง ที่รู้เพราะว่ามีสาวแหม่มบอกอีกทีเพราะว่าฟังเจ้าหน้าที่พูดออก ฮิ ฮิ อังกฤษสำเนียงอินเดียอ่ะ ตอนที่ขึ้นรถไปที่ airport ก้อดีใจนะที่มีผู้หญิงไทยร่วมทางด้วย ก้อพยายามจะหาเพื่อนประมาณนั้น แต่ดูท่่าว่าเค้าจะไม่ค่อยเต็มใจที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางกับเราเท่าไหร่ ก้อไม่เป็นไรนะ ถามเจ้าหน้าที่เอาก้อได้อ่ะ ก้อไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเดินไปต่อแถวกับพวกแขกทำไมแต่ก้อเห็นมีฝรั่งคนนึงก้อมาเข้าแถวด้วย พอดีได้เห็นตั๋วเค้าก้อไปลง Heathrow เหมือนกัน เห็นเค้าเดินกลับไปเลยวิ่งตามเค้าไป พอดีมีเจ้าหน้าที่มายืนเรียกว่าใครจะไปลง Heathrow London ให้รอตามเค้าไป แค่นี้แหล่ะมั่นใจแล้วว่าไปต่อเครื่องถูกต้องไม่มีปัญหา
  แต่ก่อนขึ้นเครื่องจะมีเจ้าหน้าที่เค้าสัมภาษณ์นิดนึง 
-แต่งงานเมื่อไหร่ แฟนเป็นคนไทยหรืออังกฤษ ส่วนมากก้อจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเรากับแฟนอ่ะค่ะ ด้วยความตื่นเต้นไปตอบวันแต่งงานเป็นเดือนเกิดซะงั้น เค้าถามมีทะเบียนสมรสหรือเปล่า ตอบว่ามี ก้อเลยถามกลับไปว่าต้องการดูหรือเปล่าคะ เพราะเตรียมไว้ในกระเป๋าอยู่แล้ว เค้าก้อยิ้มไม่ดูหรอก ทุกอย่างก้อผ่านไปเรียบร้อยอีกด่านนึง ก้อไปหาที่นั่ง แต่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนเครื่องจะทะยานสู่ท้องฟ้าก่อนแระกัน ครั้งแรกด้วยก้ออาศัยสังเกตุเอา เพราะปกติไม่ค่อยชอบเข้าห้องน้ำบนเครื่องหรือว่าบนรถเท่าไหร่ รอบนี้ได้นั่งใกล้ทางเดิน แต่คนนั่งตรงกลางเป็นฝรั่งผู้ชาย รู้สึกว่าจะขอเหล้า ไวน์ แอลกอฮอล์บ่อยมาก แต่เค้าก้อสุภาพดี คงไม่สะดวกสำหรับเค้านิดนึงกับการไปเข้าห้องน้ำ หลับไปหลายตื่นเลยกับเที่ยวนี้ เอาตัวอย่าง Landing Card ที่น้องฝนลงไว้มาดู แต่ตอนขึ้นเที่ยวบินแรกเจ้าหน้าที่เค้าแจกให้เป็น arrivle card สำหรับอินเดียก้อเลยไม่กรอกอะไร ถามสาวแหม่มเค้าก้อไม่กรอก ก้อเลยเก็บไว้เฉยๆ ตามเวลาจะถึง Heathrow ประมาณ 17.55 น.
  ถึง Heathrow London แล้วก้อเดินตามเค้าอีกตามเคย ไปทางไหนต่อหล่ะทีนี้ มองไปเห็นป้าย UK boarder เอใช่ที่เช็คพาสปอร์ตหรือเปล่า พอดีเจอฝรั่งที่นั่งมาด้วยกันถามเค้าๆก้อบอกว่าของเราอีกช่องหนึ่ง คนต่อแถวเยอะมากเลย ก้อเลยไปต่อแถวแต่ด้วยความคิดว่า Landing Card จะมีเจ้าหน้าที่เค้ามาแจกเลยไม่ได้ดูว่าเค้ามีกรอกกันตรงทางเดินก่อนเข้าแถว ไปถึงครึ่งทางแล้วอ่ะ ทำงัยดี มองไปทำมัยเค้ามีถือกันทุกคนเลย เพราะตอนอยู่บนเครื่องเจ้าหน้าที่เค้าถามแต่ อินเดีย พาสปอร์ต เค้าแจกแต่พวกแขกอ่ะ ก้อเลยถามน้องผู้หญิงข้างหน้า น่าจะเป็นคนเวียดนามแต่แฟนคนอินเดีย น้องเค้าก้อเลยดูกระเป๋าให้เพราะต้องเดินไปเรื่อยๆ ก้อเลยรีบมุดไปเอา Landing Card มากรอกด้วยเดินด้วย แต่ก้อไม่มีปัญหาเพราะได้ดูตัวอย่างการกรอกไว้บ้างแล้ว ด้วยความที่คิดว่าต้องไป immigration อีกที่นึงก้อเลยยื่นเฉพาะพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ การสัมภาษณ์ก้อไม่มาก ระยะเวลาที่เราจะอยู่นานแค่ไหน มาด้วยวีซ่าอะไร พอดีไม่ได้ยื่น IOM ตอนนั้นเลยเจ้าหน้าที่เลยให้ไปที่ห้อง Health Control ก้อยื่นให้เจ้าหน้าที่เช็คสักพักเสร็จแล้วออกมาพบเจ้าหน้าที่ด้านนอกอีกรอบนึง
  ด้วยความที่ไม่รู้จริงๆว่าต้องไปที่ไหนต่อ ถามเจ้าหน้าที่ค่ะTongueว่าเราต้องไปทางไหนต่อ เค้าบอกให้ลงไปเอากระเป๋าด้านล่าง เจอกระเป๋าของตัวเองพอดีเลย ไม่ต้องรอนาน หลังจากนั้นเดินตามเค้าต่ออีกตามเคย แต่ดูป้ายด้วยค่ะว่าเป็น Exit ไม่เห็นมีเจ้าหน้าที่สนใจที่จะตรวจอะไรเราเลย ก้อเดินไปหาทางออกอย่างเดียว เอ๊ะทำไมเหมือนเป็นที่คนมายืนรอรับญาติจังเลย แค่นั้นแหล่ะค่ะ คิดว่าการเดินทางใกล้สำเร็จเข้าทุกทีแล้ว เดินออกไปนิดเดียวเจอคุณสามียืนรออยู่ แต่คิดว่าคงจะมองดูจนเมื่อยแล้ว เป็นเราเองที่เข้าไปเรียกเค้า 
  ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ก้อเรียบร้อย ปลอดภัยดีทุกอย่าง แต่มีเรื่องขำค่ะ คุณสามีลืมที่จอดรถ LOLอย่านะ อุตส่าห์เดินทางด้วยความเรียบร้อยทุกอย่างแล้วจะมามีปัญหาหารถกลับบ้านไม่เจอ แต่หาไม่นานก้อได้เจอรถขับกลับบ้านกัน อย่างว่าแหล่ะเนอะ คุณสามีไม่ได้มาใช้บริการบ่อยๆ ก้อไม่ว่ากัน ช่วงขับรถกลับบ้าน บรรยากาศกำลังดี รถก้อไม่ติดด้วย เห็นดอกไม้สีเหลืองข้างทาง กลัวเรียกชื่อไม่ถูกอ่ะ สวย สบายตามากเลย ถึงบ้านด้วยความสวัสดิภาพ ประมาณ 2 ทุ่มค่ะSmile
   
Thatchaya...Enfield, London 4236 ^_^
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.140 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters