สวัสดีครับ ชาวสาวๆห้องแป้งกระทู้นี้น่าจะเป็นกระทู้ที่ 2 ในห้องแป้งสำหรับผม กระทู้แรกเป็นเรื่องสิวนานมาล่ะช่างเถอะครับ ผมเป็นผู้ชายแท้ๆครับ (แล้วมีรอยแตกลายจากไหนฟะ ไม่ได้ท้อง)รอยแตกลายที่ได้มาจากการเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ และอ้วนบ้างบางจังหว่ะ 555ทำให้ปรากฏรอยแตกลายเกิดขึ้นครับ บางรอยก็นานมาแล้วบางรอยก็เพิ่งจะเกิด แต่ตอนนี้เลือนลางไปแล้วครับ ผมก็แนะนำให้คุณแฟนที่น่ารักของผมไปทำตาม ซึ่งเป็นที่สะโพกเล็กน้อย และเลือนหายไปอย่างไม่น่าเชื่อหลากหลายวิธีที่อ่านๆกันมา ผมเข้าใจครับ ว่ารอยพวกนี้มันกำจัดยากและมันก็กำจัดไม่ได้หรอกครับ ยืนยันด้วยตัวเอง แต่มันทำให้เลือนลาง จนมองแทบไม่เห็นได้ครับ !!!ยาวหน่อยนะครับ ขอโทษด้วยหากจับสาระไม่ค่อยได้ ผมไม่เก่ง-------------------------------------------------------------------------------------------เอาหล่ะครับตัวเอกงานนี้คือ Retin - A 0.05% Cream ( หาซื้อได้ทั่วไปครับ ถึงจะเป็นยาควบคุม แต่เมืองไทยไม่ใช่ )หลายคนอาจจะบอกว่า หลายๆเว็บก็แนะนำแบบนี้งืมมม ผมก็จะแนะนำอีกรอบจะเป็นไรไปรอยแตกลายรอยใหม่ๆ เพิ่งเป็นเมื่อวาน เพิ่งขึ้นวันนี้ หรือรู้สึกว่าจะเป็น อาจจะหายไปเลยนะครับสีกลมกลืนกันทีเดียว แต่รอยเก่าๆอาจจะใช้เวลาครับ ผมก็ใช้มา 6-8 เดือนเลยทีเดียว-------------------------------------------------------------------------------------------ได้เวลาล่ะครับ 1. อาบน้ำให้สะอาด แนะนำให้ขัดผิวครับ !!! ผลิตภัณฑ์ขัดผิวมีเยอะแยะตามท้องตลาดหาง่ายๆ ผมใช้ Dove ที่มีตัว Scrub อยู่สนุกดี มีม๊อยเจอไรเซอร์บ้าบออะไรนั้นด้วยที่กล่าวว่าทำให้ผิวชุ่มชื้น ก็ดีครับ ขัดๆไปเผื่อมันถลอกจะได้ช่วยชโลมให้นุ่ม ไม่แห้ง2. เช็ดตัวให้แห้งครับ แล้วพักให้แห้งสนิทซัก 10-15 นาที3. บีบ Retin A ใส่นิ้วมือปริมาณ . . . . เอ่อ ขนาดไหนดี เอาเป็นว่าชุ่มเลยครับอย่าไปเกร็ง เราไม่ได้มาโปะบนหน้า ( ใช้ Retin A บนหน้าด้วยขนาดพอเหมาะ เพราะค่อนข้างอันตรายครับ ) บีบเลยครับ จะบอกว่าผมใช้แทบจะเหมือนโลชั่น 1 หลอดผมใช้1 เดือนก็หมดครับ หลอดใหญ่ 20g. ผมเป็นที่บริเวณแขนน้อยๆ บริเวณที่กล้ามเนื้อมันขึ้นพอดีเล่นกล้ามครับ แล้วโตเร็วเกินไป แล้วก็บริเวณขาส่วนน่อง 4. หลังทาไปแล้ว จะสัมผัสกลิ่นอันหอมของ Retin A แรกๆผมก็เหม็น หลังๆใช้บ่อยหอมครับ 555+ ปล่อยมันไปครับ นวด วน วนไม่กี่วินาที ไม่ต้องนวดเป็นชั่วโมงเป็นครึ่งชั่วโมง คุณทำได้ไม่กี่วันคุณก็ขี้เกียดครับ 10-20 วินาทีพอครับ5. เสร็จ !!! ไม่ต้องลงโลชั่นอะไรทั้งนั้นครับ-------------------------------------------------------------------------------------------ทำแบบนี้วันเว้นวันนะครับ ใช้เฉพาะก่อนนอน ผมใช้ไปเนี่ยแดงเลยนะครับ เหมือนผิวอักเสบอย่าไปเกร็งครับ ถอดเสื้อออกมา แดงเป็นปื้นๆ น่าเกลียดมากครับ มันคือสิ่งที่ดีครับ( ความคิดผมนะ ) วันที่ไม่ได้ใช้ หลังอาบน้ำก็จะอาบ Baby Oil ครับ แล้วอาบด้วยโลชั่นตาม ผมใช้ยี่ห้อ Jargens ครับ รอยเกิดใหม่ แบบ 1 อาทิตย์เพิ่งจะเห็นมันเลือนหายไปภายใน 1 เดือน จริงๆครับ !!! รอยเก่าๆจากปีที่แล้ว สีเริ่มจางๆทีเค้าว่ากันว่ารักษาไม่หายแล้ว มันดีขึ้นครับเหมือนเริ่มกลมกลืนไปกับสีผิว ไม่ได้อยู่ใกล้ขนาดหายใจชนกันได้มองไม่เห็นแน่นอนครับ มันอยู่ที่ความพยายามทั้งนั้นนะผมว่าเอาล่ะครับเท่าที่ผมศึกษา พบว่ามันเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนบริเวณดังกล่าวด้วยผมไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่ผมศึกษาถูกต้องเพียงใด แต่ไหนๆก็ตั้งใจรักษามันแล้วแนะนำ รับ Vitamin C เข้าไปด้วยครับ วันละ 500 - 1000 มิลลิกรัม ตามสะดวกท่านมันช่วยในการสร้างคอลลาเจน สำหรับท่านที่เชื่อว่า คอลลาเจนชนิดกิน มีประโยชน์และมันได้ผลจริงๆ กินเข้าไปด้วยเลยครับ เงินเหลือ ก็บำรุงร่างกายกันเข้าไปมีขายหลายครับ ผมก็ไม่ได้เป็นแฟนพวกอาหารเสริมพวกนี้เท่าไหร่ เน้นไปทางกล้ามเนื้อมากกว่าก็แนะนำ สก๊อย คอลลาเจน M with Z*** สีฟ้า หรือ สีชมพูอีกตัว มีคอลลาเจนประมาณ 3700 - 3900 มิลลิกรัมเชียวนะครับ หรือไอ้ยี่ห้อ Nip** อะไรซักอย่างพอดีซื้อตัวนี้ไปให้คุณแม่ ท่านบอกว่าหน้าดูดีขึ้น ผมก็ไม่รู้เนอะ ตัดสินใจดู แต่ผมว่ามันก็ช่วยได้บ้างเรื่องคอลลาเจนในร่างกาย และช่วยฟื้นฟูตำแหน่งที่คุณรักษาให้เร็วขึ้น( นี่ความคิดผมล้วนๆนะ )พยายามครับ ทำดูครับไม่เสียหาย 1 เดือนผมมั่นใจว่ามันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นช่วงแรกอาจจะเลวร้ายลงบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้รอยเพิ่มขึ้นแน่ๆครับ มันอาจจะแดงเป็นวง ทำให้ดูน่าเกลียด หรืออาจจะถลอกด้วยซ้ำหากใช้ปริมาณมาก ดำ ไหม้เดี๋ยวมันก็หายครับ หากอาการหนักมากๆ คุณพักไปซัก 1 อาทิตย์ ชโลมโลชั่นติดต่อกันมันก็หายแล้วครับ ผิวเนียนขึ้นด้วยเดี๋ยวครับ !!! คุณอาจจะไม่เชื่อเท่าไหร่ หรือคิดว่ามันอาจจะเป็นไปไม่ได้ผมท้าหากคุณมีรอยแตกลายหลายจุดที่ลักษณะรอยใกล้เคียงกัน ลองใช้วิธีนี้กับรอยใดรอยหนึ่ง แล้วเปรียบเทียบ 1 เดือนผ่านไปครับโชคดีครับ* ผ่านการทดสอบจากคุณแฟน ว่าปลอดภัย และดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด* ผ่านการทดสอบจากผมเอง ว่าปลอดภัย อาจจะหวั่นๆบ้าง แต่เห็นผลชัดเจนทุกจุด* ความเห็นส่วนตัวเข้าไปด้วยนะครับ เลือกพิจารณาข้อมูลตามความเหมาะสมTRICK น้อยๆ- หลังจากทารอยที่เกิดขึ้นแล้ว มือนั้นลูบๆ ขยำๆหน้าต่อเลยครับ ก็เห็นผลเรื่องสิวดีเลย แต่ผมหน้าด้านครับ ชอบชโลมมม- รอยแผลเป็นดำๆเล็กๆ ทาลงไปได้เลยครับ- อยากทาตรงไหน อยากดูแลตรงไหนเป็นพิเศษ ลองดูครับ เริ่มด้วยปริมาณต่ำๆ-------------------------------------------------------------------------------------------ข้อควรระวัง ขอเพิ่มหน่อยนะครับ หลายคนเป็นห่วง !!!- อาการแดง แสบร้อน ไหม้ ดำ เกิดขึ้นได้หากใช้ปริมาณมาก และไม่ได้บำรุง วันเว้นวันอาการพวกนี้จะหายได้จากการพัก และโบกโลชั่นติดต่อกันหลายวัน ( 1 อาทิตย์ )- ผู้หญิงท้อง หรือเตรียมตั้งท้องไม่ควรใช้ เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กทารกหากกลัวท้องลายระหว่างท้อง ใช้ผลิตภัณฑ์อื่นแทนนะครับ สำหรับผู้ชายลุยเลยครับขอโทษนะครับ แทรกช้าไปหน่อย
แก้ไขเมื่อ 28 มี.ค. 54 15:31:05
จะลองทำดูนะค่ะ ขอบคุณเจ้าของกระทู้ค่ะ
คิดว่าอย่างเราคงไม่หาย ก้นลายมาตั้งแต่ม.1 แระ ตอนนั้นสูงแล้วมาก ตอนนี้ก้านเป็นลายพร้อยเป็นแผนที่โลกไปแล้ว
3. ทานาคา1. มันจะรักษาได้จริงหรือไม่ทานาคาที่ว่าผมขอพูดแบบผงนะครับ ได้จากการบดส่วนที่เป็นเปลือกไม้ต้นกระแจะครับ ซึ่งคำว่าทานาคาเป็นภาษาพม่านะครับ ดังนั้นคำว่าต้นกระแจะ หรือ ต้นทานาคาก็เป็นอันรู้กันว่าเป็นพันธุ์เดียวกัน แต่ทานาคาของพม่านั้นจะมีความเข้มข้นของสารที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยามากกว่าครับ ส่วนประกอบของมันที่สำคัญเลย ก็ คือ สารกลุ่ม Oligomeric proanthocyanidine หรือที่เรียกว่า OPC เป็นสารเดียวกันกับสารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศสนั่นเอง ประสิทธิภาพในการรักษาสิวอักเสบก็งั้นๆ เน้นการรักษาฝ้าและป้องกันการสร้างเมลานินมากกว่า ส่วนสารประกอบอื่นๆ เช่น curcumin ซึ่งมีฤทธิ์ในการรักษาสิวอักเสบได้ก็น้อยกว่าปริมาณที่มีอยู่ในขมิ้น ว่านนางคำ หรือ ไพลซะอีก แต่อย่างว่าครับ ได้ใช้แบบเป็นผงก็ถือว่า ได้สครับไปในตัว2. งานวิจัยที่น่าเชื่อถือสารภาพจริงๆ ว่าไม่เคยอ่านงานวิจัยของทานาคาที่พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับสิว แต่คิดว่าทานาคาน่าจะลดความมันของผิวหน้าซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว ดังนั้นกล่าวว่าทานาคามีผลในการป้องกันสิวมากกว่าการรักษาสิวครับ3. ถ้ารักษาได้จริง มีวิธีการใช้งานอย่างไรผมขอสรุปว่า มันไม่สามารถรักษาสิวได้โดยตรง เน้นการบำรุงผิวให้ดูขาว สว่าง กระจ่างใสมากกว่าครับ ด้วยสมบัติการกำจัดอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมของมัน การใช้งานก็ใช้ผงทานาคาละลายพอเหลว ค่อยๆพอกหน้าครับ อย่าขัดนะครับ ถ้าเป็นคนหน้ามันก็พอกแทนแป้งเลย แต่ถ้าผิวแห้งก็ทิ้งไว้สัก 5 นาทีแล้วล้างออกครับ4. ข้อควรระวังในการใช้งาน และผลข้างเคียง!!!!!!!คนที่เป็นสิวอักเสบห้ามขัดเด็ดขาด พอกเฉยๆได้ ไม่งั้นคำว่าสิวอักเสบของคุณจะกลายเป็นเรื่องเล็ก แล้วสิวหัวช้างจะเป็นเรื่องใหญ่ตามมาครับ อิ อิ 5. ความเหมาะสมกับประเภทของสิวว่าเป็น สิวเสี้ยน สิวอุดตัน หรือ สิวอักเสบ ในเมื่อไม่เหมาะกับการรักษาสิว ดังนั้นสิวอักเสบอาจจะรักษาไม่ได้ผลจากทานาคาครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผลในการสครับเบาๆ (เน้นเบาๆนะครับ) จะสามารถทำให้สิวเสี้ยนหลุดออกได้ง่าย และอีกทั้งยังมีสารพวก tannin ช่วยสมานผิว ทำให้รูขุมขนเล็กลง หน้าเรียบเนียนขึ้น ส่วนสิวอุดตันก็มีผลระดับหนึ่งครับ แต่ไม่ใช่ผลโดยตรง เนื่องจากการสครับเบาๆ (เน้นเบาๆนะครับ) เป็นการทำให้การทำความสะอาดสิ่งที่ตกค้างบนใบหน้าได้ดีขึ้นครับ
ต่อกันเลยนะครับสำหรับสารสกัดจากใบบัวบก1. มันจะรักษาได้จริงหรือไม่ในบัวบกมีกลุ่มสารสำคัญจำพวกไตรเทอร์ปีน และกลัยโคไซด์ของไตรเทอร์ปีน ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีผลการวิจัยรองรับมากมาย ทั้งการศึกษาในสัตว์ ทดลองและในคน โดยพบว่าสารในใบบัวบกมีฤทธิ์ในการรักษาแผลกระตุ้น การสร้าง collagen เร่งขบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ จึงช่วยเร่งให้แผลหายเร็วขึ้น และมีประโยชน์ในการรักษาแผลเป็นและ keloid โดยสามารถลดการเกิดfibrosis จึงช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นได้2. งานวิจัยที่น่าเชื่อถือภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ มีการวิจัยเรื่อง "โครงการศึกษาฤทธิ์และความเป็นพิษของสารสกัดมาตรฐานบัวบก" ปรากฏว่าสารสกัดดังกล่าวมีฤทธิ์เร่งการสมานแผล ทั้งในบาดแผลกรีดด้วยของมีคมและแผลไฟไหม้ และนอกจากนี้จากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์พบว่าใบบัวบกมีสารออกฤทธิ์ คือกรด Madecassic กรด Aslatic และ Aslaticoslde สามารถ เร่งเนื้อเยื่อ และระงับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดหนอง และลดการอักเสบ รวมทั้งยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้อีกด้วย3. ถ้ารักษาได้จริง มีวิธีการใช้งานอย่างไรจากประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่สามารถรักษาสิวอักเสบได้ชะงัดนัก แต่จะดีมากถ้าไว้ทาแผลหลังบีบสิว แผลเป็นเกลี้ยงมากครับ อีกทั้งยังทำให้รอยช้ำหลังบีบนี่หายด้วย เรียกเนื้อดีพอสมควร ถ้าจะใช้งานผมแนะนำซื้อเจลใบบัวบกขององค์การเภสัชได้เลย ไม่ยุ่งยากและได้มาตรฐานทั้งความสะอาดและความเข้มข้นของสารสกัด แต่ถ้าชอบ handmade ก็นี่เลยครับ คั้นสดด้วยเหล้าขาวแต้มตรงรอยสิวหรือรอยแผลเป็น หรือ คั้นสดในไวน์องุ่นห่วยๆหน่อยที่ไม่ใช่ spy wine cooler นะครับ คราวนี้ก็จะได้โทนเนอร์ที่มีทั้งสารลดรอยแผลเป็นจากใบบัวบก และสารต้านอนุมูลอิสระจากองุ่นและเมล็ดองุ่น พร้อมสารกระชับรูขุมขนที่มีรสฝาดอย่างแทนนิน4. ข้อควรระวังในการใช้งาน และผลข้างเคียงทาได้เลยครับ สาดได้สาดเอา แต่ระวังหน้าเขียวหมองคล้ำจากสีของใบบัวบกนะครับ ล้างออกยากพอควร แต่ง่ายกว่าเปลือกมังคุดเยอะ5. ความเหมาะสมกับประเภทของสิวว่าเป็น สิวเสี้ยน สิวอุดตัน หรือ สิวอักเสบ แนะนำกับแผลเป็นสิวหลังอักเสบดีกว่าครับ อย่าหวังผลในการลดการอักเสบของมัน ส่วนสิวอื่นก็ผ่านไปเลย
แก้ไขเมื่อ 27 ต.ค. 52 21:00:04
หลายคนคงเคยมีปัญหาและรำคาญกับอาการไอ บางคนแก้ปัญหาด้วยความเคยชินในการอมลูกอมหรือลูกกวาดที่มีส่วนผสมของเมนทอสหรือเปเปอร์มินต์หรือสระแหน่ที่มีขายทั่วไป บางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ใช้ยาน้ำแก้ไอบางชนิดที่มีส่วนผสมของโดเดอีนซึ่งเป็นยาเสพติด และยังมีส่วนผสมของยาแก้แพ้บางชนิดผสมน้ำหวาน ดื่มเล่นเป็นที่สนุกสนานโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงในการก่อให้เกิดการติดยาและขาดสติ เป็นต้นเหตุแห่งการก่ออาชญากรรมร้ายแรงได้
ความจริงอาการไอเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายทางหลอดอาหารหรือทางเดินหายใจ แต่อาการไอที่ทำให้คอแห้งและระคายเคืองคอก็เป็นเรื่องน่ารำคาญที่ทำให้เกิด ธุรกิจยาแก้ไอที่ทำกำไรมหาศาลไม่แพ้ยาหวัดทั่วไป ทั้งที่ยาแก้ไอส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของตัวยาเฉพาะโรคเพียงน้อยนิด แต่ผู้ใช้ยาแก้ไอจะติดใจในกลิ่นและรสชาติที่แข่งขันกันปรุงแต่งเพิ่มเติมมากกว่า
วัตถุประสงค์หลักของยาแก้ไออาจแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ยาขับเสมหะ และยาแก้ไอ ยาขับเสมหะ ไม่ว่าในรูปของยาน้ำ ยาหยด ยาจิบ ยาเม็ด ยาลูกอมแบบลูกหวาด มักผสมด้วยยาฆ่าเชื้อพวกไทมอล,เบนโซอิน ซึ่งมีปริมาณเพียงเล็กน้อยแทบจะไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากถ้ามีปริมาณมากพอก็อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ยาได้ สำหรับยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของแอนติฮิสตามีนอาจช่วยให้มีอาการง่วงนอน และพักผ่อนได้ดีในตอนกลางคืน แต่อาจทำให้ผิวของท่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนแห้งเกิดอาการระคายเคืองได้ ดังนั้นการดื่มน้ำหรืออมหรือเคี้ยวลูกกวาดที่ไม่จำเป็นต้องมีส่วนของตัวยาใดๆ ก็อาจช่วยบรรเทาอาการไอได้ การใช้ยาแก้ไอเกินกว่า 2 3 วัน ถ้ายังไม่บรรเทาอาการไอแต่อย่างใดแล้ว ควรรีบปรึกษาแพทย์ และยิ่งอาการไอไม่หายขาดภายใน 12 สัปดาห์ หรือมีเสมหะสีเหลืองหรือเขียว หรือไอแล้วเจ็บหน้าอกหรือหายใจลำบากต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที หากท่านสูบบุหรี่แล้วอาการไอ ควรงดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด ท่านที่ติดนิสัยกินยาแก้ไอเป็นประจำทุกวัน อาจประสบปัญหาระบบอาหารไม่ย่อยได้
อ้างอิงจาก http://languhospital.com/articles.asp?newsid=15&CatID=
อิอิ...ตอนนี้กำลังลองเหมือนกันค่ะทาทั้งที่ต้นขาที่ลาย แล้วก็ที่หน้าด้วยค่ะได้ผลยังไงจะบอกนะค่ะ
การแสดงความคิดเห็น (Comments)
ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ Ladyinter และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ Ladyinter ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น
คู่มือการใช้งาน การสมัครสมาชิก กรณี not Activation Emailการตั้งกระทู้การแก้ไขกระทู้การตอบกระทู้การใส่รูป และใส่ลิงค์ ในกระทู้การใส่ VDO ของ YouTobe , Vimeo , Flash การใช้งาน PM (Private Messenger)การใส่ signature , avatarการยกเลิกการเป็นสมาชิกการเปลี่ยนชื่อสมาชิกการแจ้งลบกระทู้เงื่อนไขการ ตั้งกระทู้ในห้องเปิดท้ายเมื่อลืมรหัสผ่าน เข้าใช้งาน เว็บไซต์ฯ ติดต่อทีมงาน : editor@thaicomp.com
คู่มือการใช้งาน