Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada > *สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada
  New Posts New Posts RSS Feed: การถือครองที่ดินในประเทศไทย
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

การถือครองที่ดินในประเทศไทย

Author
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: การถือครองที่ดินในประเทศไทย
    Posted: 07 Apr 2011 at 15:19 - IP: 209.89.34.144 IP Information

Would  like to share this experience with every one here.  because, have a lot of Thai lady  married with foreigner ,here that ,sometime may did not go back to check they own land.   (like me) Cry

I'm  have a problem with my  land . By left it there  for longer more than 5 year. ( still need to go to Court )       Thank you for read it.  SmileSmileSmile                                                                                           
                                                                               สิทธิ์การถือครองที่ดินในประเทศไทย

สิทธิ์การถือครองที่ดิน


เอกสารสำคัญทั้งหมดนี้แม้จะแสดงถึงการเป็นผู้มีสิทธิดีกว่าบุคคลอื่นแล้วก็ ตาม ถ้าเป็นที่ดินที่โฉนดที่ดิน ปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 10 ปี และที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ปล่อยทิ้งไว้นานเกิน ๕ ปีติดต่อกัน ที่ดินดังกล่าวจะต้องตกเป็นของรัฐตามกฎหมาย หรือถ้าหากปล่อยให้บุคคลอื่นครอบครองโดยสงบเปิดเผย โดยมีเจตนาเอาเป็นเจ้าของโดยท่านไม่เข้าขัดขวาง สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินเป็นเวลา ๑๐ ปีติดต่อกันบุคคลที่เข้าครอบครองนั้นก็จะมีสิทธิไปดำเนินคดีทางศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นโดยการครอบ ครองได้

และที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข) ใช้เวลาแย่งการครอบครองเพียง ๑ ปีเท่านั้น ท่านก็จะเสียสิทธิ ดังนั้นเมื่อที่ดินของท่านมีเอกสารสำคัญดังกล่าวอยู่แล้ว ก็ควรทำประโยชน์และดูแลรักษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่ดินก็จะเป็นของท่าน และเป็นมรดกที่มีค่าให้แก่ทายาทของท่านต่อไป
เอกสารสิทธิ์ถือครองที่ดิน
 
 
1.ภ.บ.ท.5/ภ.บ.ท.6 ใบสร็จเสียภาษีบำรุงท้องที่
2.ส.ป.ก.4-01 หนังสือแสดงสิทธิ์การทำเกษตร ไม่มีสิทธิ์ขายแต่ตกเป็นมรดกลูกหลานได้
3.กสน. หนังสือแสดงสิทธิ์ที่ดินทำกินในเขตนิคมสหกรณ์
4.สทก. หน้งสือแสดงสิทธิ์ที่ดินทำกินในเขตป่าสงวน
5.น.ศ.3 หนังสือให้เข้าใช้ในนิคมสร้างตนเอง
6.ใบเหยียบย้ำ เอกสารครอบครองที่ดินเก่าที่ให้บุคคลเข้าครอบครองบุกเบิกที่ดิน
7.ใบไต่สวน (น.ส.5) หนังสือแสดงการสอบสวนเพื่อการออกโฉนด
ใบไต่สวน หรือ น.ส.5 คือ ที่ดินนั้นได้มีการนำรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดิน มิใช่หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เจ้าของที่ดินที่มีใบไต่สวนมีแต่เพียงสิทธิครอบครองเท่านั้น ได้ให้ความหมายว่าเป็น หนังสือแสดงการสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดิน และให้หมายความรวมถึงใบนำด้วย การออกโฉนดที่ดินจะต้องมีการทำใบไต่สวน ก่อนการออกโฉนดที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจะต้องทำการเดินสำรวจรังวัด ในการเดินสำรวจนั้นเมื่อเดินสำรวจไปถึงที่ดินของผู้ใดที่มานำรังวัด ผู้ครอบครองที่ดินนั้นจะต้องนำเจ้าพนักงานที่ดินชี้แนวเขตที่ดินของตน ให้ความสะดวกและนำรังวัด เจ้าพนักงานที่ดินจะสอบสวนรายละเอียดเกี่ยวกับเขตที่ดินและสอบสวนว่าผู้ใด เป็นเจ้าของ ได้ที่ดินมาอย่างไร เมื่อใด ใครครอบครองที่ดินอยู่ มีหลักฐานสำหรับที่ดินหรือไม่ เมื่อได้ความว่าใครเป็นเจ้าของโดยไม่มีผู้คัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินก็จะใส่ชื่อผู้นั้นและจดบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดิน ที่ได้จากการเดินสำรวจรังวัดลงไว้ในใบไต่สวน เพื่อใช้เป็นหลักฐานข้อมูลในการทำโฉนดที่ดิน หลังจากนั้นจะประกาศให้มารับโฉนดที่ดินต่อไป
8.ใบจอง (น.ส.2) หนังสืออนุญาติให้เข้าใช้ที่ดินชั่วคราว
หนังสือ แสดงสิทธิ ที่ทางราชการออกให้เพื่อแสดงความยินยอมให้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเป็น การชั่วคราว ผู้รับใบจองต้องเริ่มทำประโยชน์ในที่ดินให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน และต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับใบจอง
9.ส.ค.1 หนังสือแสดงสิทธิ์การครอบครองที่ดินเปล่า
ส.ค.1 (ใบแจ้งการครอบครองที่ดิน) เป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ครอบครองเป็นผู้แจ้งว่าตนครอบครองที่ดินแปลงใด อยู่ แต่ส.ค.1นี้ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เป็นเพียงคำแจ้งความของราษฎรเท่านั้น ที่ดินที่มีส.ค.1จะไม่สามารถขายหรือยกให้ได้ แต่จะโอนกันได้เพียงแสดงเจตนาสละการครอบครองและไม่ยึดถือพร้อมส่งมอบให้ผู้ รับโอนไปเท่านั้นซึ่งผู้ครอบครองคนใหม่สามารถทำใบแจ้งการครอบครองที่ดินฉบับ ใหม่ได้
10.น.ส.3/น.ส.3ก. หนังสือรับรองการเข้าใช้ที่ดิน นำไปใช้ทำนิติกรรมได้
นส.3 (หนังสือรับรองการใช้ประโยชน์) หนังสือรับรองฉบับนี้คล้ายกับหนังสือรับรองข้างต้น เว้นแต่ระเบียบวิธีในการแจ้งสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ก่อนการโอนจะเกิดขึ้นจะต้องมี หนังสือแสดงเจตน์จำนงและจะประกาศแจก นส. 3 มีกำหนด 30 วัน ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงสถานภาพของที่ดินจะมีการจดทะเบียน

นส.3 ก (หนังสือรับรองการทำประโยชน์) หนังสือรับรองการทำฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า บุคคลที่มีรายชื่อปรากฎอยู่ในหนังสือรับรอง เป็นบุคคลทีมีสิทธิถูกต้องในการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือโดยนัย คือ ซึ่งอาจจำหน่ายได้, ให้เช่า, ใช้ประโยชน์ในการจำนอง และอื่นๆ ผู้ถือหนังสือรับรองนี้ มาสามารถปล่อยที่ดินให้รกร้าง โดยไม่ดูแลนานเกินกว่า 12 ปี โฉนดและ นส 3 ก นี้ เป็นเอกสารสิทธิ์ที่แสดงว่าเจ้าของสามารถให้เช่าได้
 

11.โฉนด/น.ส.4 หนังสือสำคัญแสดงสิทธิ์การถือครองที่ดินอย่างถูกกฏหมาย
โฉนด กรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่งเจ้าของมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นอย่างสมบูรณ์ โฉนดจะมีการจดทะเบียน ณ กรมที่ดินประจำจังหวัดที่ทรัพย์สินตั้งอยู่และไม่จำเป็นต้องรอการโอน กรรมสิทธิ์ ซึ่งโฉนดที่ดินจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้อง การแบ่งเขตที่ดินสัมพันธ์กับการตรวจสอบระดับชาติ พร้อมทั้งทำเครื่องหมายโดยการติดตัวเลขเฉพาะลงบนที่ดิน ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวของกรมที่ดินที่จะใช้ระบบโฉนดเพื่อครอบคลุมที่ดิน ทั้งหมดในประเทศไทย

For more information at Department of land      http://www.dol.go.th/



Edited by Apple.BKK - 24 Jun 2011 at 04:49
To love and be loved.
Back to Top
Pink-Maple View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 17 Jun 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 719
Post Options Post Options   Quote Pink-Maple Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 08 Apr 2011 at 04:52 - IP: 206.248.190.79 IP Information
การครอบครองปรปักษ์ ขอบคุณคะที่เอาความรู้มาให้อ่านเป็นประโยชน์จริงๆคะ ฉะนั้นเราต้องดูแลทรัพย์สินของเรานะคะ
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น
Back to Top
Katay22 View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 17 Mar 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 63
Post Options Post Options   Quote Katay22 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 08 Apr 2011 at 11:44 - IP: 76.9.36.246 IP Information
ขอบคุณคะคุณแอปเปิ้ล

อ่านแล้วตกใจนิดหน่อย พอดีมีที่อยู่นิดหน่อยนะคะ
แต่ว่ามีโฉนดถูกต้อง เป็นมรดกจากพ่อ
ได้มาตั้งนานแล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่รู้ว่าสิบปีหรือยังน่าจะได้แล้ว
จะทำยังไงดี หวังว่าคงไม่มีใครมาเอาไปนะ

ปีหน้ากลับไทยต้องเช็ดดูหน่อยแล้ว 
ขอบคุณอีกครั้งคะ

กระต่าย
The important thing about you that is you are you:)
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 Apr 2011 at 00:17 - IP: 74.210.59.68 IP Information
You 're welcome.ka  . Kun Pink Maple and Kun Kratay SmileSmileSmile 
Sawasdee ka. Kun kratay and Kun Pink Maple.
 
จะทำยังไงดี      answer.Kun Kratay. naka.
 
1.how can we protect our land?
 
ตอบ ต้องแสดงเหมือนกับว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของเรา ปลูกสร้างสิ่งถาวร ล้อมรั้ว บอกใครๆ ว่าเป็นเจ้าของ
 
2.What can we do to them? if we find out. they use our land with out our permission?

ตอบ ผิดฐานบุกรุก ถึงจะรื้อถ้ามีความเสียหายก็เรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ด้วย

 

 



Edited by Apple.BKK - 04 Sep 2554 at 06:49
To love and be loved.
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Apr 2011 at 07:30 - IP: 68.151.12.183 IP Information
อ้าว แอปเปิ้ลมีปัญหาเรื่องที่ดินอยู่เหรอตอนนี้ ถ้าใช่ก็หวังว่าจะจบลงด้วยดีนะคะ เรื่องกับศาลนี่น่าปวดหัวเป็นที่สุด
เรื่องที่ดินแม่พี่ค่อนข้างรู้กฎหมายดี แกไม่ยอมปล่อยไว้เลย ปลูกต้นมะม่วง สร้างกระท่อมน้อย ขุดบ่อปลา และแวะไปดูประจำค่ะ พี่ก็ไม่เคยปล่อยไว้นานนะ เช็คดูหลักโฉนดว่าอยู่ที่เดิมไหม ถ้าเขาบุกรุกแล้วเราเฉยก็ไม่ดีค่ะ ไปเมืองไทยทีไรก็แวะไปดูทุกที ถ้าเรามีหลักฐานว่าไปดูแลและทำอะไรสักอย่างเป็นระยะก็ไม่เป็นไรค่ะ
ส่วนมรดกต่าย ก็ปลูกสวนผลไม้ได้นะ และไปไทยก็แวะไปดูบ้าง ก็น่าหมดห่วงแล้ว สวนมะม่วงดูแลง่าย ปล่อยทิ้งไว้ได้นานๆ
One life, Live it!
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Apr 2011 at 10:14 - IP: 74.210.59.68 IP Information
Ka P' pim .Hopefully my lawyer  can get it done.    .Wink.
My land it already be a longan Farms. and near to hot spring. Out of Chengmai. but, i guess.  some body else  like it and  want to own it too. aha ka.DeadDead.           I'm appreciate for your concern. naka     
 
To love and be loved.
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Apr 2011 at 10:30 - IP: 68.151.12.183 IP Information
แอปเปิ้ล อือ คงมีคนอื่นอยากได้จริงๆ นั่นแหละเพราะว่าเป็นสวนแถมอยู่ใกล้บ่อน้ำพุร้อนด้วย ขอให้ชนะในคดีครั้งนี้นะคะ
 
พี่ไม่ชอบเลยนะกฎหมายใครยึดได้ยึดเอานี่ มันเป็นช่องว่างให้คนบางคนฉกฉวยเอาของคนอื่นได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ใช่ของตัวเอง ถ้าเป็นยุคหินหละว่าไปอีกอย่าง ใครถางได้ถางเอาก็พอฟังนะสมัยบุกเบิกป่า
 
ถ้าเป็นที่ดินรัฐฯจัดสรรให้ทำกิน แล้วนานๆ ไปตกเป็นของตนเองก็ไม่ว่าหรอก อย่างพวก สปก เพียบเลย น่าจะทำเป็นโฉนด นส3ก ให้ประชาชนบ้าง
และแก้กฎหมายตรงนี้ด้วย เอ่อ พี่ออกทะเลแล้ว เข้าเรื่องการเมืองหละไม่อยากยุ่งทุกที อิอิ อีกครั้งเอาใจช่วยค่ะ ให้ชนะนะคะ
One life, Live it!
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jun 2011 at 03:27 - IP: 74.210.59.68 IP Information
เรื่องการบังคับคดีแพ่ง
เรื่องคือ ศาลมีคำสั่งให้นางA ชำระหนี้ให้ ทุกเดือนจนครบ   แต่ไม่เคยจ่ายมาเลย.......
เพราะถ้าบังคับ คนเป็นหนี้สามารถจ่ายขั้นต่ำได้ตามศาลสั่ง เพราะเรามีแค่นี้ แต่เรามีเจตนาบริสุทธิ์ที่จะชำระหนี้ แต่เรามีเท่านี้ จะเอาหรือไม่เอา เราเจอมาแล้ว นี้คือช่องโหว่กฎหมายของเมืองไทย
คุณยื่นคำขอออกคำบังคับที่ศาลก่อน และจ่ายค่าส่งนำคำบังคับให้ศาล จากนั้นให้คุณขอหมายตั้งบังคับคดี โดยศาลจะออกหมายตั้งบังคับคดีให้คุณนำไปที่สำนักงานบังคับคดี โดยที่คุณจะต้องเป็นคนนำ หมายถึงว่าคุณจะต้องทราบว่าเขามีทรัพย์สิน หรือเงินเดือนที่ไหน ที่จะสามารถบังคับได้ คุณก็แจ้งสำนักงานบังคับคดี ในส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการออกหมายตั้ง และค่าใช้จ่ายเจ้าพนักงานในการนำยึด อ้อ การนำยึดทรัพย์มีอายุความ  คือคุณจะสามารถดำเนินการบังคับคดีกับลูกหนี้ของคุณได้ภายในระยะเวลา 10 ปี นั้นค่ะ...   คืออยู่ที่จังหวัดไหน สอบถามที่สำนักงานบังคับคดีในจังหวัดนั้นๆ 
 
การบังคับคดีแพ่ง
ในการบังคับคดีแพ่ง ศาลต้องออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงาน กรมบังคับคดีหรือพนักงานอื่นใด เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อจัดการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(14)
เจ้าพนักงานบังคับคดี หมายความว่า เจ้าพนักงานในสังกัดกรมบังคับคดีหรือพนักงานอื่นผู้มีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งและให้หมายความรวมถึงบุคคล ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ปฏิบัติการแทน
เจ้าพนักงาน บังคับคดีหมายถึงเจ้าพนักงานในสังกัดกรมบังคับคดีหรือเจ้าพนักงานอื่นผู้มีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างพิจารณาหรือเพื่อบังคับคดีตาม คำพิพากษาหรือคำสั่ง
ในส่วนกลาง เจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี มีอำนาจบังคับคดีในเขตอำนาจของศาล ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ยกเว้นศาลจังหวัดมีนบุรี
ในส่วนภูมิภาค เจ้าพนักงานบังคับคดีของสำนักงานงานบังคับคดีจังหวัด สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสาขา เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีของสำนักงานบังคับคดีจังหวัด นั้น
เดิมเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเจ้าพนักงานของศาล เมื่อศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีอย่างใดแล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องปฏิบัติตามจะอุทธรณ์ฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลไม่ได้ แต่ปัจจุบันเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี สังกัดกระทรวง ยุติธรรมจึงไม่ใช่เจ้าพนักงานศาล (ทั้งนี้ตามมาตรา 275 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ราชกิจจานุเบกษา 11 ตุลาคม 2540 ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม กำหนดให้สำนักงานศาลยุติธรรม เป็นหน่วยงานธุรการอิสระของศาลยุติธรรม แต่มิได้กำหนดให้กรมบังคดีเป็นหน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรม ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 117 ตอนที่ 103 ก วันที่ 13 พฤศจิกายน 2543) จึงจะใช้สิทธิคัดค้านหรืออุทธรณ์ฎีกาคำสั่งศาลได้หรือไม่ ควรศึกษาต่อไป
อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
1. อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 254 ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือกักเรือของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนศาลจะมีคำพิพากษา เช่นนี้ศาลจะออกหมายยึดทรัพย์ชั่วคราว หมายกักเรือ เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดทรัพย์สินหรือเรือของจำเลยไว้ เพื่อไม่ให้จำเลยยักย้ายถ่ายทรัพย์สิน
2. อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบังคับคดีอันเป็นการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้คู่ความฝ่ายใดแพ้คดี และให้ฝ่ายแพ้คดี(ลูกหนี้ตามคำพิพากษา)ปฏิบัติการชำระหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งตามฟ้อง หากเป็นกรณีที่ต้องดำเนินการทางเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยการบังคับคดีชำระหนี้เอาจากบรรดาทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา คู่ความฝ่ายที่ชนะคดี (เจ้าพนักงานตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อจัดการอายัดทรัพย์สิน ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกขายทอดตลาด และเอาเงินชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือหากการชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้นเป็นการส่งมอบทรัพย์สิน กระทำการ งดเว้นกระทำการหรือขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ศาลจะออกหมายบังคับคดีได้โดยการกำหนดเงื่อนไขแห่งการบังคับคดีลงในหมายนั้น และกำหนดการบังคับคดีเพียงเท่าที่สภาพแห่งการบังคับคดีจะเปิดช่องให้ทำได้โดยทางศาลหรือโดยทางเจ้าพนักงานบังคับคดี ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 276 วรรคท้ายอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอื่น
1. กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นกรณีศาลในคดีอาญามีคำสั่งให้ปรับนายประกันจำเลย ฐานผิดสัญญาประกันที่ทำไว้ต่อศาล โดยศาลจะออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลจัดการยึดทรัพย์สิน ซึ่งนายประกันยื่นเป็นหลักประกันต่อศาล แล้วนำออกขายทอดตลาดนำเงินชำระค่าปรับ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119)
2. กฎหมายอาญา กรณีตามประมวลหมายอาญา มาตรา 29 ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิพากษา ผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ ดังนี้ศาลจะออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลจัดการยึดทรัพย์สิน ของจำเลยขายทอดตลาดนำเงินชำระค่าปรับ
3. พระราชบัญญัติล้มละลาย ในทางปฏิบัติและระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะบังคับคดีกับทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ในคดีล้มละลายเองหรืออาจมีบันทึกเป็นหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดแทน
ประเภทของการบังคับคดี
ในการออกหมายบังคับคดี ศาลจะระบุเงื่อนไขแห่งการบังคับคดีตามที่ระบุไว้ในมาตรา 213 แห่ง ปพพ. และจะกำหนดสภาพแห่งการบังคับคดีเพี่ยงเท่าที่เปิดช่องให้กระทำทางศาลหรือโดยทางเจ้าพนักงานบังคับคดี
1. การยึดทรัพย์
2. การอายัดทรัพย์
3. การขายทอดตลาด
4. การบังคับคดีขับไล่ , รื้อถอน
5. อื่น ๆ เช่นการห้ามชั่วคราว การห้ามทำนิติกรรม จำหน่าย จ่าย โอน
การยึดทรัพย์
การยึดทรัพย์มีอยู่ 4 ลักษณะดังนี้คือ
1. การยึดทรัพย์ตามความหมายบังคับคดีรวมถึงการยึดทรัพย์ตามหมายยึดทรัพย์ชั่วคราว ทั้งนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามที่ศาลสั่งมาโดยเฉพาะเจาะจง จะยึดทรัพย์อื่นไม่ได้
2. การยึดทรัพย์ข้ามเขตอำนาจศาล
3. การยึดทรัพย์ตามหมายบังคับคดีของศาลอื่น เป็นการบังคับคดีแทน
4. การยึดทรัพย์ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครแทนศาลต่างจังหวัด
สังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการยกเว้น ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่การบังคับคดี ได้แก่
1. เครื่องใช้สอยส่วนตัว เช่นที่นอน เครื่องใช้ครัวเรือน รวมกันเป็นเงินไม่เกิน 5,000 บาท หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาประสงค์จะได้รับการยกเว้นเกินกว่าที่กำหนด ต้องไปร้องต่อศาล
2. ทรัพย์สินที่ลูกหนี้มีไว้ใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น เครื่องใช้ต่าง ๆ ดังนี้กฎหมายกำหนด ยกเว้นให้ในจำนวนเงิน 10,000 บาท หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาประสงค์จะใช้เครื่องมือเครื่องใช้ใดที่มีจำนวนเงินเกินกว่าที่กำหนด ต้องไปร้องต่อศาล
3. ทรัพย์สินที่มีไว้ใช้แทนอวัยวะ ต่าง ๆ เช่น แขนขาเทียม
4. ทรัพย์สินที่เป็นของวงศ์ตระกูล เช่น สมุด หนังสือประจำตระกูล เป็นต้น
การอายัดทรัพย์
ตามลักษณะการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานบังคับคดีมี 2 กรณี คือ
1. การอายัดสิทธิร้องขอให้ชำระเงิน จำนวนหนึ่งหรือเรียกว่าการอายัดเงิน
2. การขอให้งดหรือห้ามจำหน่าย จ่ายโอน หรือ ทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือเรียกว่า การอายัดห้ามโอน
การบังคับคดีในการฟ้องขับไล่ รื้อถอน
เมื่อศาลมีคำสั่งให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี จัดการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ครอบครองทรัพย์ ดังกล่าว
1. กรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกศาลพิพากษาให้ขับไล่ หรือต้องออกไปจากที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์ที่ครอบครอง
2. กรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์ที่ครอบครอง
การจำหน่ายทรัพย์
การขายทอดตลาดทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี ต้องตรวจสำนวนก่อนว่ามีการปฏิบัติตามขั้นตอน ที่ ป.วิ.พ. มาตรา 303 และมาตรา 304
1. ได้มีการแจ้งการยึดทรัพย์ให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา และผู้ที่มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287
2. ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ได้มีการแจ้งให้นายทะเบียนทราบ
ในการบังคับคดีนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจตามหมายบังคับคดีของศาลที่มีเขตอำนาจที่สำนักงานบังคับคดีตั้งอยู่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมีการร้องขอ เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจในการบังคับคดีแทนตามหมายบังคับคดีที่ออกโดยศาลอื่นได้เช่นกัน
การบังคับคดีล้มละลาย
การล้มละลายเกิดจากการมีหนี้สินล้นพ้นตัวคือมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน จึงเกิดกฎหมายล้มละลายขึ้นมาเพื่อจัดระบบให้เกิดความเป็นธรรม แก่บรรดาเจ้าหนี้ทุกราย เพื่อให้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนหรือโดยส่วนเฉลี่ยที่เท่าเทียมกัน ตามสัดส่วนแห่งหนี้จากหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้รายนั้น ๆ
ในคดีล้มละลายเพื่อที่จะทราบว่า ลูกหนี้คดีนี้มีเจ้าหนี้อยู่กี่ราย เป็นจำนวนหนี้เท่าใดกฎหมายจึงกำหนดให้ต้องมีการโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายต้องมายื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในเวลา 2 เดือน เพื่อที่ลูกหนี้จะได้ทราบว่าตนเองมีหนี้สินเท่าใด หากต้องการจะจัดการกับหนี้สินดังกล่าวควรจะทำอย่างไร เช่นอาจจะยื่นคำขอประนอมหนี้ตามจำนวนที่คิดว่าจะสามารถชำระแก่เจ้าหนี้ได้ หรือหากไม่สามารถจะประนอมหนี้ได้ก็ต้องเป็นบุคคลล้มละลายต่อไป เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 แล้ว
คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์มี 2 อย่าง คือ
1. คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว คำสั่งนี้เป็นคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ารวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้ชั่วคราว (เป็นการคุ้มครองเจ้าหนี้ชั่วคราวก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด) เพื่อป้องกันมิให้ลูกหนี้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินนั่นเอง
2. คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด คำสั่งนี้เป็นคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ารวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้โดยเด็ดขาด อันมีผลเหมือนเป็นคำพิพากษา
กระบวนการล้มละลาย มีดังนี้
1. การรวบรวมทรัพย์สินเป็นการรวบรวมทรัพย์สินของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งได้มาจากการสอบสวน การรวบรวมเอกสารทางบัญชี และสืบหาทรัพย์ของบรรดาเจ้าหนี้เป็นหลักใหญ่
2. การรวบรวมเจ้าหนี้ เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว บรรดาเจ้าหนี้ต้องมายื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 2 เดือนนับแต่มีการประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ดังนั้น เจ้าหนี้ทุกรายแม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ผู้เป็นโจกท์ ก็ต้องมายื่นคำขอรับชำระหนี้ด้วย เพื่อมาพิสูจน์หนี้กันใหม่ในคดีล้มละลาย และเพื่อให้ลูกหนี้ทราบว่าตนมีหนี้สินเท่าใด หากจะมีการประนอมหนี้ เมื่อเจ้าหนี้มายื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะนัดพร้อมเพื่อตรวจคำขอรับชำระหนี้ เพื่อให้เจ้าหนี้มีโอกาสโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่น หากเห็นว่าไม่ได้เป็นหนี้กันจริง หรือหนี้ที่ขอมาสูงกว่าที่ควรจะได้รับชำระหนี้ ต่อจากนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำการสอบสวนพยานเจ้าหนี้ทุกรายและทำความเห็นเสนอศาล ว่าเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้หรือไม่เท่าใด เมื่อศาลพิจารณาจากความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว จะมีคำสั่งตาม หรือแก้ไข หรือยกขอรับชำระหนี้นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะแจ้งคำสั่งศาลให้เจ้าหนี้ทราบ เจ้าหนี้ ลูกหนี้และผู้โต้แย้ง (ถ้ามี) มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลได้ภายใน 1 เดือนนับแต่ทราบคำสั่ง
3. การพิจารณาหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการในชั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้ดำเนินการโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และคดีล้มละลายทุกคดีจะต้องทำอะไรบ้าง
การประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกโดยด่วน และกำหนดว่าต้องมีหัวข้อประชุมว่าต้องมีการพิจารณาคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายหรือควรขอให้ศาลพิพากษาให้ล้มละลาย ในการลงมติว่าจะรับคำขอประนอมหนี้หรือไม่นั้น กฎหมายกำหนดว่าต้องมีมติพิเศษ คือต้องมีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 และมีจำนวนเจ้าหนี้ฝ่ายข้างมากของเจ้าหนี้ที่เข้าประชุมและออกเสียง
การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผย หลังจากมีการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรายงานผลการประชุมต่อศาล และศาลจะนัดไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยเพื่อทราบความเป็นมาและกิจการทรัพย์สินของลูกหนี้ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาว่าจะสมควรเห็นชอบกับการประนอมหนี้ของลูกหนี้รวมทั้งการที่ลูกหนี้จะใช้สิทธิทางกฎหมายอื่น ๆ เช่น การขอออกนอกประเทศ การปลดจากการล้มละลาย การยกเลิกล้มละลายเป็นต้น
การรวบรวมและการแบ่งทรัพย์สิน ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังคงมีหนี้ที่ในการรวบรวมทรัพย์สินต่อไป ทั้งการยึด อายัด เก็บรวบรวมและขายทอดตลาดทรัพย์สิน เพื่อนำเงินมารวบรวมไว้ในกองทรัพย์สิน และจะต้องทำการแบ่งทรัพย์สินทุก 6 เดือน เว้นแต่ยังไม่สามารถรวบรวมทรัพย์สินได้ หรือเงินที่รวบรวมได้มีจำนวนน้อยยังไม่สมควรแบ่งก็จะรายงานศาลขออนุญาตขยายระยะเวลาการแบ่งทรัพย์สินออกไปก่อน
การแบ่งทรัพย์สินนี้อยู่ในหลักเกณฑ์ว่า เจ้าหนี้ทุกรายจะต้องได้รับส่วนเฉลี่ยในอัตราที่เท่าเทียมกัน เว้นแต่เจ้าหนี้รายใดมีบุริมสิทธิ
การปิดคดี การปิดคดีไม่ได้ทำให้คดีล้มละลายเสร็จสิ้นหรือทำให้การล้มละลายระงับไป แต่เป็นกรณีที่ไม่มีกิจการทรัพย์สินในคดีที่จะต้องดำเนินการแล้ว กฎหมายให้มีการปิดคดีไว้ก่อน แต่หากภายในเวลา 10 ปีนับแต่ศาลมีคำสั่งปิดคดี พบว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินใดขึ้นใหม่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขอให้ศาลมีคำสั่งเปิดคดีเพื่อทำการสอบสวน และนำทรัพย์สินนั้นเข้ามาไว้ในกองทรัพย์สินเพื่อแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ต่อไป
การหลุดพ้นจากการล้มละลาย แม้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ลูกหนี้ก็สามารถหลุดพ้นจากการล้มละลายได้ โดย
การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย
การปลดจากการล้มละลายตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 7 พ.ศ. 2547
การยกเลิกการล้มละลาย กฎหมายกำหนดไว้รวม 4 เหตุคือ
1. กรณีไม่มีเจ้าหนี้รายใดช่วยเหลือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการรวบรวมทรัพย์สิน
2. กรณีมีเหตุอื่น ๆ ที่ลูกหนี้ไม่ควรถูกพิพากษาให้ล้มละลาย เช่น ไม่มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้
3. กรณีหนี้สินของลูกหนี้ได้รับชำระเต็มจำนวน
4. กรณีศาลมีคำสั่งปิดคดีแล้ว 10 ปีและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่สามารถรวบรวมทรัพย์สินได้อีก

การฟื้นฟูกิจการ
ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2540 ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะภาคการเงินการธนาคารที่ได้รับความเสียหายโดยตรง เป็นเหตุให้ธุรกิจจำนวนมากต้องประสบวิกฤติทางการเงินและต้องล้มละลายไปในที่สุด
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจมีดังนี้ คือ
1. ความล้มเหลวในด้านการลงทุนของประเทศ
2. การที่ลูกหนี้ต้องเลือกชำระหนี้โดยการผ่อนชำระเป็นงวด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับชำระหนี้โดยมาตรการของเจ้าหนี้
3. ความล้มเหลวในด้านการจ้างงาน เห็นได้จากการเลิกจ้างจำนวนมาก และอัตราการว่างงานที่สูงของประเทศ
ในประเทศไทย พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่ได้กำหนดกระบวนการล้มละลายอย่างเป็นทางการ พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับการแก้ไขในเวลาต่อมาโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2541 โดยได้เพิ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการเข้ามาให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการจัดการทรัพย์สินลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว นอกเหนือจากการบังคับให้ล้มละลาย การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายล้มละลายทั้งในครั้งนี้และในครั้งต่อๆมา ล้วนเป็นผลมาจากความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุงกระบวนการล้มละลายให้มีความสอดคล้องกับยุคสมัยอยู่เสมอ
เงื่อนไขเพื่อเข้ารับการฟื้นฟูกิจการ
1. ลูกหนี้ต้องเป็นบริษัท จำกัด, บริษัทมหาชน จำกัด หรือ นิติบุคคลอื่นใด
2. ลูกหนี้ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัว
3. ลูกหนี้ต้องมีหนี้ทั้งหมดในจำนวนที่แน่นอน ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
การเริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการกระทำได้โดยมีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลาย โดยศาลอาจมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามที่ร้องขอ เมื่อศาลเห็นว่ามีเหตุผลสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ทั้งนี้ กระบวนการฟื้นฟูกิจการถือเป็นการให้โอกาสแก่ลูกหนี้ที่หนี้สินล้นพ้นตัว หากแต่ยังมีศักยภาพทางธุรกิจที่ดีอยู่ ไม่ให้ถูกพิทักษ์ทรัพย์และขณะเดียวกันก็รักษาธุรกิจของตนไว้ และเพื่อดำเนินการให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการประสบผลสำเร็จ กระทรวงยุติธรรมจึงได้ตั้งสำนักฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ขึ้นในวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2541 โดยให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการ
กฎหมายล้มละลายได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในกระบวนการนี้ ให้เริ่มขึ้นทันทีที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ภายหลังศาลมีคำสั่งแล้ว ภาระหน้าที่ที่สำคัญของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แก่
1. เรียกประชุมเจ้าหนี้
2. ทำความเห็นคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้
3. ให้ความช่วยเหลือแก่ศาลในการติดตามความก้าวหน้าของขั้นตอนการฟื้นฟูกิจการ
วัตถุประสงค์ของสำนักฟื้นฟูกิจการลูกหนี้คือ การให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ที่ประสบภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวในการปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการจนสัมฤทธิ์ผล อย่างไรก็ตาม ผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนต่างก็มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลูกหนี้สามารถฟื้นฟูกิจการได้เป็นผลสำเร็จ ดังนั้น เพื่อให้บุคคลดังกล่าวเห็นความสำคัญของหน้าที่และความรับผิดชอบของตนในการฟื้นฟูกิจการให้ประสบผลสำเร็จ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงได้ออกกฎกระทรวงลงวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2545 กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนทุกคนต้องมีคุณสมบัติตามที่ได้กำหนดไว้ และต้องขึ้นทะเบียน นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้น ซึ่งประกอบด้วยอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของทั้งผู้ทำแผนและผู้บริหารแผน ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวอีกเช่นกัน
การวางทรัพย์
การวางทรัพย์เป็นกระบวนการที่อนุญาตให้ลูกหนี้หรือบุคคลที่สามที่ยินดีจะชำระหนี้แทนลูกหนี้มาวางทรัพย์ ณ สำนักงานวางทรัพย์ ซึ่งหากดำเนินการอย่างถูกต้องแล้ว ย่อมส่งผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าหนี้ไม่ปฏิเสธไม่ยอมรับชำระหนี้
เหตุของการวางทรัพย์
เหตุที่จะวางทรัพย์ได้มีดังนี้
1) เจ้าหนี้บอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้หรือปฏิเสธไม่ยอมรับชำระหนี้ เช่น จ่ายค่าเช่าบ้านไม่ได้ เพราะผู้ให้เช่าบ่ายเบี่ยงเพื่อหาเหตุจะยกเลิกการเช่า
2) เจ้าหนี้ไม่สามารถจะรับชำระหนี้ได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะเจ้าหนี้ไม่อยู่หรือไปต่างประเทศไม่ทราบจะกลับมาเมื่อใด
3) ไม่สามารถจะหยั่งรู้ถึงสิทธิของเจ้าหนี้ หรือรู้ตัวเจ้าหนี้ได้แน่นอนโดยมิใช่ความผิดของตน เช่น เจ้าหนี้ตาย ลูกหนี้ไม่ทราบว่าใครเป็นทายาท
4) ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 232,302,631,679,754,772 และ 947
5) ตามบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นให้มีการวางทรัพย์ เช่น กฎหมายเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
6) ตามคำสั่งศาล
ทรัพย์ที่วางได้
ทรัพย์ที่วางได้ ได้แก่ เงินและทรัพย์สินอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่จะส่งมอบกันตามกฎหมาย
1) ในกรณีที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่วางเป็นเงิน
1.2 วางทรัพย์ด้วยเงินสด
1.3 วางด้วยเช็คทุกชนิดถ้าหากให้มีผลสมบูรณ์ในวันที่วาง ผู้วางทรัพย์ควรวางเป็นเงินสด
2) ทรัพย์ที่ไม่ควรวาง ได้แก่
2.1 สภาพทรัพย์ไม่ควรแก่การวาง หรือเป็นที่พึงวิตกว่าทรัพย์นั้นต่อไปจะเสื่อมเสียหรือทำลาย หรือบุบสลายได้ เช่น น้ำแข็งที่สลักเป็นรูปต่าง ๆ เพื่อความสวยงามในงานสมรส
2.2 ค่ารักษาทรัพย์แพงเกินควร
2.3 ตึกแถว โรงแรม คอนโดมิเนียม เครื่องจักร เป็นต้น
ผู้ที่วางทรัพย์ได้
ผู้ที่วางทรัพย์ได้คือ
1) ลูกหนี้
2) ผู้รับมอบอำนาจลูกหนี้
3) บุคคลภายนอกที่เต็มใจชำระหนี้แทนลูกหนี้ เว้นแต่สภาพของหนี้ที่จะชำระนั้นไม่อาจให้บุคคลภายนอกชำระแทนได้
สถานที่ติดต่อ
สถานที่ติดต่อในการวางทรัพย์คือ
1) ส่วนกลาง ติดต่อที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี เลขที่ 189/1 ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ โทรศัพท์ 02-881-4999
2) ส่วนภูมิภาค ติดต่อที่
2.1 สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ ภูมิภาคที่ 1-9
2.2 สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ประจำจังหวัด
วิธีปฏิบัติและหน้าที่ของผู้วางทรัพย์
ผู้วางทรัพย์ต้องปฏิบัติและมีหน้าที่ดังนี้
1) เขียนคำขอวางทรัพย์ตามแบบ ว.1 หากมอบให้บุคคลอื่นวางทรัพย์แทนต้องทำใบมอบอำนาจตามแบบ ว.4
2) เตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการวางทรัพย์ในเรื่องนั้น ๆ มาแสดง
2.1 ถ้าวางตามสัญญาประนีประนอมยอมความของศาลให้มีคำพิพากษาตามยอมที่จ่าศาลรับรอง
2.2 ถ้าวางตามสัญญาเช่าให้มีสัญญาเช่าพร้อมถ่ายสำเนาสัญญาเช่าที่รับรอง
2.3 ถ้าวางตามสัญญาขายฝากให้มีสัญญาขายฝาก พร้อมถ่ายสำเนาสัญญาขายฝากที่รับรอง
3) ต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่ายครั้งแรก 300 บาท
4) ในกรณีทรัพย์ที่วางเป็นอสังหาริมทรัพย์ต้องนำเจ้าพนักงานไปตรวจทรัพย์ก่อน
5) ผู้วางทรัพย์หรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาให้เจ้าพนักงานสอบสวนถึงที่มาแห่งมูลหนี้
6) ผู้วางทรัพย์ต้องแจ้งการวางทรัพย์ให้เจ้าหนี้ทราบโดยเร็ว
ผลของการวางทรัพย์
1) ทำให้ท่านหลุดพ้นจากหนี้ที่ต้องชำระไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดและไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ เจ้าหนี้หลังจากวันที่ท่านวางทรัพย์
2) เจ้าหนี้มีสิทธิมารับทรัพย์ที่วางภายใน 10 ปี นับแต่ได้รับคำบอกกล่าวการวางทรัพย์ หากเจ้าหนี้ไม่มารับสิทธิของเจ้าหนี้เหนือทรัพย์ที่วางเป็นอันระงับไป
3) เมื่อเจ้าหนี้มารับเงินแล้ว ผู้วางทรัพย์ ต้องมารับค่าใช้จ่ายที่วางประกันไว้คืน หากผู้วางทรัพย์ ไม่มารับคืนภายใน 1 เดือน เงินค่าใช้จ่ายวางประกันตกเป็นของแผ่นดิน
การถอนหรือขอรับทรัพย์ที่วาง
ผู้วางทรัพย์อาจถอนหรือขอรับทรัพย์ที่วางคืนได้เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
1) ผู้วางทรัพย์ได้แสดงเจตนาสละสิทธิที่จะถอนไว้
2) เจ้าหนี้ได้แจ้งต่อสำนักงานวางทรัพย์ ว่าจะรับทรัพย์ที่วางนั้นแล้ว
3) การวางทรัพย์ตามคำสั่งศาล
4) หากบุคคลใดวางทรัพย์ชำระหนี้แทนลูกหนี้ บุคคลนั้นจะถอนการวางทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อลูกหนี้ยินยอม
ผลของการถอนการวางทรัพย์
เมื่อผู้วางทรัพย์ (ลูกหนี้) ถอนทรัพย์ที่วางให้ถือเสมือนว่ามิได้มีการ วางทรัพย์เลยเช่นเดียวกับเช็คที่สั่งจ่าย เพื่อการวางทรัพย์หากเรียกเก็บเงินไม่ได้ ก็ให้ถือเสมือนว่ามิได้มี การวางทรัพย์เลย ท่านจะหลุดพ้นจากหนี้ได้อย่างไร หากเจ้าหนี้บอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ อาทิเช่น
- ค่าเช่าบ้าน
- ค่าเช่าซื้อ
- ไถ่ถอนการขายฝาก
- ไถ่ถอนจำนอง ฯลฯ

 
To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jun 2011 at 03:34 - IP: 74.210.59.68 IP Information

ข้อมูลเพิ่มเติม - หลักการและขั้นตอนการยึดทรัพย์


ถาม บ้านของลูกหนี้ถูกขายทอดตลาดไป 730000 บาท แต่ติดหนี้ธนาคารอยู่ 930000 บาท ซึ่งยังมียอดค้างชำระธนาคารอยู่ อีก200000 บาทไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก และลูกหนี้จะซื้อบ้านของบุคคลอื่นต่อ ซึ่งเขาจะขายให้ผมลูกหนี้ในราคาถูก จึงอยากจะถามว่า ธนาคาร มีสิทธิ์ยึดบ้านซึ่งไม่ได้จำนองกับธนาคารได้หรือไม่ ( ซึ่งธนาคารมีสิทธิ์ยึดแม้กระทั่งของใช้ส่วนตัวในบ้านด้วย เพื่อเอาไปใช้หนี้ ส่วนที่ค้างชำระ )

ตอบ เมื่อราคาทรัพย์ที่ได้จากการขายทอดตลาดไม่พอชำระหนี้ของโจทก์ โจทก์ยังสามารถบังคับคดีเอากับทรัพย์ของจำเลยลูกหนี้ต่อไปได้อีก แม้โจทก์จะไม่ใช่เจ้าหนี้มีประกันก็ตาม ( เจ้าหนี้ผู้รับจำนอง) เพราะไม่จำเป็นที่โจทก์จะสามารถบังคับคดีได้แต่บ้านที่รับจำนองไว้เท่านั้น แต่โจทก์สามารถบังคับคดีกับทรัพย์อื่นได้อีก เพียงแต่การบังคับคดีกับทรัพย์อื่น โจทก์จะไม่ใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิ์ที่สามารถรับเงินจากการ บังคับคดีได้เต็มจำนวนรายแรก แต่โจทก์ต้องรอก่อนว่าทรัพย์อื่นที่บังคับไว้นั้นมีเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์ ( เจ้าหนี้มีประกัน, เจ้าหนี้จำนองจำนำ) หรือไม่ ถ้าไม่มีโจทก์ก็สามารถรับเงินจากการบังคับคดีนั้นได้ แต่ถ้ามีเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์โจทก์จะได้รับเพียงเงินส่วนที่เหลือหลังจากเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์ ได้รับชำระหนี้ไปแล้วเท่านั้น ถ้าโจทก์ได้รับแล้วแต่ยังไม่พอกับหนี้หรือไม่มีเงินเหลือที่โจทก์สามารถรับได้ โจทก์ก็สามารถยึดทรัพย์อื่น เพื่อบังคับคดีต่อไปอีกได้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ของตนจนหมด ดังนั้นเมื่อท่านยังมียอดค้างชำระกับธนาคารอยู่อีก 200,000 บาท เมื่อท่าน ไปซื้อบ้าน ธนาคารก็สามารถไปยึดบ้านที่ท่านซื้อใหม่มาขายทอดตลาดได้อีก และสามารถยึดทรัพย์อื่นมาขายทอดตลาดเช่นเดียวกัน


--------------------------------------------------------------------------------


ถาม ทรัพย์ที่เป็นของบุคคลอื่นในบ้านของลูกหนี้ เอกสารที่ต้องใช้เป็นหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของต้องเป็นเอกสารในลักษณะใด ( ใบรับประกันสินค้า ส่วนที่ลูกค้าถืออยู่ใช้เป็นหลักฐานได้หรือไม่)

ตอบ เมื่อเจ้าพนักงานยึดทรัพย์ที่เป็นสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์ที่ไม่มีทะเบียน หากบุคคลภายนอก ผู้อ้างว่าทรัพย์ดังกล่าวไม่ใช่ของจำเลย หรือลูกหนี้ในคดี ก็จำต้องหาหลักฐานมาแสดงว่าทรัพย์ที่ยึดนั้นเป็นของตนเองไม่ใช่ของลูกหนี้หรือจำเลย ในคดีซึ่งหลักฐานในการแสดง ความเป็นเจ้าของในทรัพย์ดังกล่าวไม่มีเป็นที่ชัดเจน เหมือนดังเช่นที่ดินที่มีโฉนดเป็นสิ่งยืนยันกรรมสิทธิ์ ดังนั้นหลักฐานที่พอจะใช้ได้ในกรณีนี้ ก็อาจจะมีใบเสร็จหรือใบรับประกันสินค้า ซึ่งจะต้องนำหลักฐานเหล่านี้ไปยื่นต่อศาลซึ่งศาลจะเป็นผู้พิจารณาเองว่าพอเชื่อถือได้หรือไม่ว่า ทรัพย์ดังกล่าวไม่ใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ แต่เป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์


---------------------------- ----------------------------------------------------


ถาม ในกรณียึดทรัพย์จำเลย ซึ่งเป็นผู้เช่าและมีฐานะเป็นผู้อาศัย หากโจทก์ชี้ให้ยึดทรัพย์สินภายในบ้าน สามารถยึดได้หรือไม่ เมื่อมีผู้คัดค้านว่าทรัพย์สินดังกล่าวมิใช่ของจำเลย

ตอบ ในการยึดทรัพย์ กรณีลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้อยู่อาศัย หากเจ้าบ้านหรือบุคคลทีมีชื่อเป็นเจ้าบ้านดังกล่าวยินยอมให้เข้าไปได้ แต่มีการคัดค้านหรือโต้แย้งจากบุคคลใดก็ตามว่าทรัพย์ที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำขึ้นไปเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถ้าเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาไม่มีหลักฐานยืนยันว่าทรัพย์นั้นเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้ถือว่าผู้ครอบครองทรัพย์สินเป็นเจ้าของทรัพย์นั้น และให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีงดยึดแล้วรายงานศาลเพื่อปลปดเปลื้องความรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 283


--------------------------------------------------------------------------------


ถาม ซื้อทรัพย์ได้จากกรมบังคับคดี ชำระเงินครบเรียบร้อย และได้รับเอกสารเตรียมที่จะไปโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อไป ถึงที่สำนักงานที่ดิน โอนไม่ได้ แต่กลับได้รับการแจ้งว่าที่ดินดังกล่าวถูกกรมสรรพากรอายัด จะดำเนินการอย่างไร กรณีนี้ กรมสรรพากรมีอำนาจอายัดซ้อนได้หรือไม่

ตอบ การยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล ซึ่ง ป . วิ. แพ่ง มาตรา 290 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า " เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ห้ามมิให้เจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาอื่นยึด หรืออายัดทรัพย์สินซ้ำอีก..." หมายความว่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินใดของลูกหนี้ตาม คำพิพากษาแล้ว ห้ามเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นซ้ำอีก แต่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นต้องยื่นขอเฉลี่ยเงินที่ได้จากการ ขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นต่อศาล หากมีการยึดหรืออายัดซ้ำ การบังคับคดีดังกล่าวย่อมต้องห้ามตามกฎหมายไม่มีผลบังคับ ส่วนการยึด หรืออายัดทรัพย์สินของกรมสรรพากรเป็นการดำเนินการเพื่อนำทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากรออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาชำระค่า ภาษีอากร ซึ่งกรมสรรพากรสามารถทำได้โดยอาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 แต่การยึดหรืออายัดทรัพย์สินของกรมสรรพากร ก็อยู่ภายใต้บังคับแห่ง ป. วิ. แพ่ง มาตรา 290 วรรคหนึ่ง เช่นกันกล่าวคือ ไม่ว่ากรมสรรพากรจะได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตาม คำพิพากษาก่อนหรือหลังที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการยึดทรัพย์สินนั้น การยึดหรืออายัดของกรมสรรพากรก็ไม่ผูกพันเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมสรรพากรต้องไปดำเนินการร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ศาลตาม ป. วิ. แพ่ง มาตรา 290 วรรคสาม กรณีตามคำถาม การที่สำนักงานที่ดิน ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้ อาจเป็นเพราะติดขัดในระเบียบปฏิบัติของทางกรมที่ดินเอง ซึ่งแนวทางในการแก้ปัญหาตามคำถามของ กองจำหน่ายทรัพย์สิน กรมบังคับคดีคือ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำหนังสือยืนยันให้สำนักงานที่ดินโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อ แต่หากสำนักงานที่ดินได้รับหนังสือยืนยันแล้วยังไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อจะต้องไปยื่นเรื่องขอให้สำนักงานสรรพากรพื้นที่ กรุงเทพมหานคร สาขา ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ มีหนังสือแจ้งถอนการอายัดไปยังสำนักงานที่ดิน


--------------------------------------------------------------------------------

ถาม ลงนัด 7 วัน ตรวจสอบผลการปิดประกาศ / แจ้งการยึด ที่ปรากฏในรายงานการยึดอสังหาริมทรัพย์ หมายความว่าอย่างไร โจทก์ตั้งเรื่องบังคับคดีเองโดยยึดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทำการ ต้องไปพบเจ้าพนักงานบังคับคดีในอีก 7 วันหรือไม่ และขั้นตอนต่อไปของการบังคับคดีจะดำเนินการอย่างไร

ตอบ การลงนัด 7 วัน เพื่อตรวจสอบผลการปิดประกาศ, แจ้งการยึด ที่ปรากฏในรายงานการยึดอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นแนวทาง ปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อตรวจสอบผลการยึดทรัพย์ ซึ่งจะต้องแจ้งการยึดทรัพย์ให้ผู้มีส่วนได้เสียในคดี เช่น จำเลย เป็นต้น ทราบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 โจทก์ได้ตั้งเรื่องยึดทรัพย์ ณ ที่ทำการไว้ หากได้แถลงส่งเอกสาร ครบถ้วนแล้ว ก็ไม่ต้องมาพบเจ้าพนักงานบังคับคดีแต่อย่างไร ขั้นตอนต่อไปหากตรวจสอบแล้วปรากฏว่าได้แจ้งการยึดทรัพย์ให้ ผู้มีส่วนได้เสียทราบชอบด้วยกฏหมายแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะรายงานศาลเพื่อขออนุญาตขายทอดตลาดที่ยึดไว้ต่อไป


--------------------------------------------------------------------------------


ถาม หากกรณีลูกบ้านเป็นจำเลย แต่เจ้าบ้านเป็นคู่สมรสหรือสามีภรรยา กับจำเลย โจทก์ยืนยันให้ยึดทรัพย์สินภายในบ้านได้หรือไม่ หากเจ้าบ้านไม่ยอมให้ยึด อนึ่งจะตีความได้หรือไม่ว่าทรัพย์สินภายในบ้านเป็นสินสมรส

ตอบ ถ้าเป็นกรณีที่เป็นสามีภรรยาโดยถูกต้องตามกฎหมาย ให้ถือว่าทรัพย์สินภายในบ้านเป็นสินสมรส และให้โจทก์นำชี้แถลงยืนยัน พร้อมนำส่งเอกสารประกอบการยึดทรัพย์

 


 

To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jun 2011 at 03:47 - IP: 74.210.59.68 IP Information
เกณฑ์การยึด-อายัดทรัพย์-อายัดเงินเดือน
 
การถูกยึดทรัพย์
 
เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้เจ้าหนี้ชนะคดี หากลูกหนี้ไม่ชำระคืนตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน
 (ขอให้มียอดเข้าไปหลังมีคำพิพากษาภายในช่วงเวลานี้ คือ จ่ายคืนบางส่วนก็ได้ ไม่ใช่จ่ายเต็ม)
 เจ้าหนี้มีสิทธิยึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้
 โดยให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อออกหมายยึดและอายัดต่อไป
 
1. ทรัพย์สินที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต มูลค่ารวมกัน 50,000 บาทแรกห้ามเจ้าหนี้ยึด ทรัพย์ที่จำเป็นในการดำรงชีพ เช่น
 โต๊ะกินข้าว เก้าอี้ โทรทัศน์ เครื่องครัว แต่ถ้าเป็นสร้อย แหวน นาฬิกา
 ของเหล่านี้แม้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของลูกหนี้ แต่เจ้าหนี้ก็มีสิทธิยึดได้เพราะไม่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต
 
2. ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินของลูกหนี้ ถ้ามูลค่ารวมกัน 100,000 บาทแรก ห้ามเจ้าหนี้ยึด เครื่องมือประกอบอาชีพ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร(ถ้าประกอบธุรกิจรับถ่ายเอกสาร) ในกรณีที่เครื่องมือประกอบอาชีพมีราคาสูงกว่า 100,000 บาท และจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ก็สามารถขอต่อศาลได้
 
หากมีเจ้าหนี้หลายราย ทรัพย์ใดถูกยึดไปแล้ว ห้ามเจ้าหนี้รายอื่นมายึดซ้ำ เจ้าหนี้รายใดยึดก่อนก็ได้สิทธิก่อน
 
การอายัดเงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทนต่างๆ
 
หากศาลตัดสินแล้ว เราควรติดต่อทนายโจทก์ว่าจะจ่ายอย่างไร จะผ่อนชำระหรือจ่ายงวดเดียวก็แล้วแต่จะตกลงกัน
 แต่หากลูกหนี้เพิกเฉยไม่ติดต่อ ไม่ยอมจ่ายเงิน หรือตกลงเรื่องการจ่ายเงินไม่ได้ ทนายโจทก์ก็จะทำเรื่องขอยึดทรัพย์ หรืออายัดเงินเดือน และหากเจ้าหนี้รายแรกขออายัดเงินเดือนแล้ว เจ้าหนี้รายที่ 2, 3, 4 ... จะทำเรื่องขออายัดซ้ำ้ไม่ได้ ต้องรอคิว ให้รายแรกอายัดครบก่อน หรืออาจจะขอหารส่วนแบ่งเงินที่ถูกอายัดจากเจ้าหนี้รายแรกก็ได้ ถ้ารอก็จะรอได้ไม่เกินสิบปี หากเกินสิบปีก็จะหมดอายุความ
 .........................................................
 
เกณฑ์การอายัดเงินเดือนของกรมบังคับคดี หากลูกหนี้เป็นข้าราชการ/ลูกจ้างประจำของข้าราชการจะไม่ถูกอายัดเงินเดือน หากลูกหนี้เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง หรือเป็นพนักงานบริษัท ฯลฯ จะถูกอายัดเงินเดือน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
 
1. อายัดเงินเดือนไม่เกิน 30 %
 
*** ลูกหนี้เงินเดือนไม่ถึง 10,000 บาท --- อายัดไม่ได้
 
*** ลูกหนี้เงินเดือนเกิน 10,000 บาท อายัดได้ 30 % แต่จะต้องเหลือเงินให้ลูกหนี้ใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 10000 บาท
 
เช่น
 
- ลูกหนี้เงินเดือน 9,500 บาท ไม่ถูกอายัด
 - ลูกหนี้เงินเดือน 12,000 บาท ถูกอายัด 2,000 บาท เหลือไว้ใช้จ่าย 10,000 บาท
 - ลูกหนี้เงินเดือน 15000 บาท ถูกอายัด 4500 บาท เหลือไว้ใช้จ่าย 10,500 บาท
 
***หากลูกหนี้มีค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ เช่นค่าเลี้ยงดูบุตร ค่ารักษาพยาบาล สามารถนำหลักฐานไปขอลดหย่อนที่ กรมบังคับคดีเพื่อให้ลดเปอร์เซ็นต์การอายัดเงินเดือนได้
 
*** การอายัดเงินเดือนจะให้บริษัทนำส่ง หรือลูกหนี้นำส่งกรมบังคับคดีเองก็ได้
 
2. เงินโบนัส จะถูกอายัดไม่เกิน 50 %
 
3. เงินตอบแทนการออกจากงาน จะถูกอายัด 100 %
 
4. เงินค่าตอบแทนต่างๆ / ค่าสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าตำแหน่ง
 *** การถูกอายัดจะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าจะสืบทราบหรือไม่และร้องขอต่อศาลว่าจะอายัดเท่าไหร่
 
5. บัญชีเงินฝาก ---อายัดได้
 
6. เงิน กบข --- อายัดไม่ได้
 
7. เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ทำกับบริษัท ----อายัดไม่ได้ (พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ)
 แต่ถ้าทำกองทุนต่างๆกับธนาคารต้องดูตามหลักเกณฑ์ของ กองทุนว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้หรือไม่ และมีข้อห้ามการบังคับคดีหรือไม่ ถ้าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ และไม่มี ข้อห้ามก็จะอายัดได้
 
8. เงินค่าวิทยะฐานะ (ค่าตำแหน่งทางวิชาการ) ถ้าเป็นข้าราชการจะไม่ถูกอายัด แต่ถ้าเป็นสังกัดเอกชนจะถูกอายัด เพราะถือว่าเป็นเงินเดือน
 
9. หุ้น ---กรมบังคับคดีสามารถยึดใบหุ้นเพื่อขายทอดตลาดได้ หรือ ถ้ามีเงินปันผล ก็จะทำเรื่องอายัดเงินปันผลได้
 
10. เงินสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัท หากเจ้าหนี้สืบทราบว่าเป็นสมาชิกสหกรณ์ใด สามารถอายัดเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน เงินค่าหุ้นสหกรณ์ได้
 
11. ร่วมทุนกับผู้อื่นเปิดบริษัท
 ---หากผู้ร่วมลงทุนมีปัญหาถูกอายัดทรัพย์---กรมบังคับคดีจะอายัดเฉพาะส่วนที่เป็นทรัพย์สิน
 ของผู้ถูกอายัดเท่านั้น ไม่ได้อายัดทั้งหมด อาจดูเฉพาะส่วนของเงินปันผล
 ใบหุ้นฯลฯ ของผู้ถูกอายัด
 .........................................................
 
การถูกอายัดเงินเดือน กรมบังคับคดีจะอายัด 30% จากเงินเดือนเต็ม ก่อนหักภาษี และประกันสังคม เช่น 15000 บาท ถูกอายัด 4500 บาท จะเหลือเงินไว้ใช้ จ่ายภาษี ประกันสังคม ฯลฯ 10500 บาท
 .........................................................
 
การอายัดเงินเดือน ลูกหนี้จะถูกอายัดจากยอดเงินเดือนเต็ม
 หากลูกหนี้ผู้ถูกอายัดเงินเดือนมีภาระที่ต้องจ่ายเงินกู้ให้แก่ หน่วยงานอื่น เช่นสหกรณ์ต่างๆ
 ลูกหนี้จะต้องคำนวณว่า เงินเดือนที่เหลือจากการถูกอายัดมีเพียงพอ
 ที่จะใช้จ่ายประจำวันตลอดเดือน และเหลือพอที่จะจ่ายเงินกู้คืนให้สหกรณ์หรือไม่
 - หากลูกหนี้ถูกอายัดเงินเดือน และถูกหักเงินกู้สหกรณ์แล้ว ยังมีเงินพอใช้และเหลือเก็บบ้างก็ถือว่าไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล
 - แต่หากถูกอายัดเงินเดือน และถูกหักเงินกู้สหกรณ์แล้วเงินเหลือไม่พอใช้จ่าย
 ก็ควรหาทางแก้ไข เพราะถ้าไม่แก้ไขมันอาจจะนำไปสู่ปัญหาการหมุนจ่ายแบบเดิมอีกรอบ
 ทำให้แก้ไขปัญหาหนี้ไม่หมดสักที โดยลูกหนี้ควรจะ...
 
1 .เจรจากับทางสหกรณ์ หาทางลดหย่อนยอดเงินที่ต้องชำระคืนในแต่ละเดือนโดยอาจจะยืดระยะผ่อนชำระ
 ให้นานออกไป(ในกรณีที่ถูกหักบัญชีอัตโนมัติ)
 
2. อาจจะหยุดจ่ายและให้ทางสหกรณ์ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
 และอายัดเงินเดือนต่อไป (วิธีนี้อาจสร้างปัญหาให้กับสหกรณ์ได้)
 ลูกหนี้ยังสามารถใช้วิธีที่ 3 คือ
 
3. ลูกหนี้สามารถนำยอดเงินที่ถูกหักจ่ายคืนให้สหกรณ์มาขอ ลดหย่อนเปอร์เซ็นต์การอายัดเงินเดือนได้ (ขอลดหย่อนได้สูงสุด 50% เท่านั้น)
 หมายความว่า ให้ลูกหนี้นำยอดภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ลูกหนี้ต้องจ่ายรวมทั้งเงินที่ต้องชำระคืนแก่
 สหกรณ์มารวมยอดและขอลดยอด การอายัดเงินเดือน ไม่ให้กรมบังคับคดีอายัดเงินเดือนจาก ยอดเต็มถึง 30 % ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ในการขอลดยอดการถูกอายัดจะขอลดยอดได้มากที่สุด คือให้กรมบังคับคดีอายัดไม่ต่ำกว่า 15%
 
***วิธีที่สามนี้เป็นวิธีที่น่าทำที่สุด***
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  
http://www.consumerthai.org/debt/index.php?option=com_fireboard&Itemid=10&func=view&id=12878&catid=3
 
To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jun 2011 at 07:23 - IP: 74.210.59.68 IP Information

การขอได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดของคนสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว

กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

ในกรณีที่คนสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวซึ่งพำนักอยู่ในประเทศไทย แต่คนต่างด้าวมีเหตุ

ขัดข้องไม่สามารถไปยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันกับคนสัญชาติไทยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ณ สำนักงานที่ดินที่ทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้ เห็นควรให้คนสัญชาติไทยและคู่สมรส

ที่เป็นคนต่างด้าวไปยื่นคำขอบันทึกถ้อยคำในหนังสือรับรองเพื่อยืนยันว่าเงินทั้งหมดที่คนสัญชาติไทย

นำมาซื้อที่ดินหรือห้องชุดเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคนสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว

มิใช่สินสมรหรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือ

สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่งใดแห่งหนึ่ง โดยให้ผู้ขอแสดงหลักฐานสำเนาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน

หรือสำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบสำคัญการ

สมรส

(ถ้ามี) ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หนังสือเดินทาง หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล (ถ้ามี)

แล้วให้คนสัญชาติไทยนำหนังสือรับรองนั้นไปมอบให้เจ้าพนักงานที่ดินที่จะทำการจดทะเบียนสิทธิและ

นิติกรรมต่อไป โดยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคำขอให้เรียกเก็บแปลงละ ๕ บาท ตามกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๔๗

(พ.ศ.๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗

ข้อ ๒

(๑๐) (ก) สำหรับเอกสารคำขอและหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการสอบสวนให้ตั้งแฟ้มเฉพาะ

เพื่อแยกเก็บ

อนึ่ง ในกรณีที่คนสัญาติไทยสามารถแสดงหลักฐานได้ว่าเงินทั้งหมดที่นำมาซื้อที่ดิน

หรือห้องชุดเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของตนตามมาตรา ๑๔๗๑ และมาตรา ๑๔๗๒ แห่ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็ให้ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้กับคนสัญชาติไทย

ต่อไปได้ โดยไม่ต้องบันทึกถ้อยคำคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวแต่อย่างใด

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ดินถือปฏิบัติต่อไป

ข้อมูลจาก :   http://www.dol.go.th/

 

To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jun 2011 at 13:45 - IP: 74.210.59.68 IP Information
การซื้อที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ของภรรยาชาวต่างชาติในไทย
เนื่องจากทั้งในแคนาดาและประเทศไทย ขณะนี้มีบุคคลสัญชาติไทย ทั้งหญิงและชายได้สมรสกับคนต่างชาติ และยังมีความไม่แน่ใจในสิทธิของตน ในเรื่องของกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินในประเทศไทย จึงอยากจะเล่าให้ฟังว่ามีแค่ไหนเพียงไร
เดิมทีนั้น คนต่างชาติรวมทั้งคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติ แม้ว่าจะยังถือสัญชาติไทยอยู่ กฎหมาย ก็ไม่เปิดช่องให้ซื้อหรือมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในประเทศไทยได้เลย คงจำกันได้ว่า ประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดไว้ชัดเจนว่า คนต่างชาติย่อมไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินประเทศไทย รวมถึงคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติด้วย จะมีข้อยกเว้นก็แต่ในกรณีที่ ประเทศไทยมีสนธิสัญญากับประเทศนั้นๆ ที่จะยินยอมให้บุคคลของสัญชาติคู่สัญญาสามารถถือกรรมสิทธิ์ในดินแดนไทยได้ก็ ตาม แต่ก็จะเป็นกรณีรัฐบาลต่างชาติมาซื้อที่ดินเพื่อตั้งสถานทูต หรือเป็นที่ อยู่ของบุคคลในคณะทูตเท่านั้น บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติของคู่สัญญาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อที่ดินได้เลย ทั้งนี้ เพราะข้อบทในสนธิสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า จะต้องเป็นการซื้อและมีกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เป็นสถาน ฑูตหรือทำเนียบฑูต กรณีเก่าเช่นนี้ ก็คงมีที่มาจากการหวงแหนที่ทำกินของคนไทย และกลัวต่างชาติที่ร่ำรวยกว่าเข้ามากว้านซื้อที่ดินไป จนกว่าว่าคนไทยตาดำๆ เองจะต้องเช่าที่ดินอยู่ในเมืองไทยนั่นเอง
 มาบัดนี้ ปรากฏว่ากระแสทางด้านสิทธิมนุษยชนทวีความรุนแรง ประเทศไทยพัฒนาการทางด้านนี้ในทางบวกมากขึ้น สิทธิสตรีได้รับการยอมรับให้เทียบเท่ากับบุรุษดังนั้น สตรีไทยเป็นจำนวนมากที่ไปสมรสกับคนต่างชาติ และยังคงถือสัญชาติไทยอยู่ด้วย ต่างก็เรียกร้องสิทธิให้เท่าเทียมกับคนสัญชาติไทยในประเทศไทย เรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นที่กล่าวขวัญว่า ผู้ที่ไปสมรสกับคนต่างชาติควรจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในประเทศไทยด้วย ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงระเบียบปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องนี้เสียใหม่เมื่อปี 2542 โดยอนุญาตให้คนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติ สามารถซื้อที่ดินในประเทศไทยได้ แต่ต้องใช้เงินของตนเอง จะใช้ ของคู่สมรสต่างชาติไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งหญิงไทยและสามีชาวต่างชาติจะยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่า เงินที่ สตรีไทยนำมาซื้อที่ดินนั้นเป็นสินส่วนตัว ของสตรีไทยแต่เพียงผู้เดียว กล่าวคือเป็นเงินที่เป็นสินส่วนตัวมิใช่สินสมรส สินส่วนตัวนั้นก็คือเงินหรือทรัพย์สินต่างๆ ที่สตรีมรมาแต่ก่อนการสมรสและแบ่งแยกไว้อย่างเรียบร้อย หรือหากเป็นเงินที่ สตรีผู้นั้นหาได้มาหลังการสมรส ก็จะต้องมีการตกลงกันไว้เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเงินที่ใช้เฉพาะของสตรีผู้นั้น
 สำหรับการตกลงกันนั้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในอนาคต การตกลงกันเช่นนี้ สถานฑูตหรือสถานกงสุลไทยสามารถให้การรับรองได้โดยการมาลงชื่อในหนังสือ รับรอง ณ ที่ทำการแต่ หากสามีมิอาจเดินทางมาได้ด้วยตนเอง ก็อาจทำหนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษ แล้วให้โนตารีพลับลิครับรองเพื่อส่งทางไปรษณีย์ให้สถานทูต สถานกงสุลไทยรับรองต่ออีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้ โดยให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลถูกต้องด้วย เนื้อความในคำรับรองก็ควรจะเหมือนกับเนื้อความในหนังสือรับรองเป็นภาษาไทย ซึ่งจะขอได้ที่สถานทูตสถานกงสุลไทยทั่วไป จากนั้น สถานทูตสถานกงสุลก็จะส่งต้นฉบับทางไปรษณีย์ถึงอธิบดีกรมที่ดินต่อไป ส่วนสำเนาก็ให้ผู้ประสงค์จะซื้อที่ดินถือมามอบให้พนักงานที่ดินเพื่อประกอบ การจดทะเบียนต่อไป
 เมื่อสตรีไทยที่ประสงค์จะซื้อที่ดินหรือรับโอนกรรมสิทธิ์ไปจดทะเบียนการโอน ในประเทศไทย ก็จะต้องมี หลักฐานต่างๆ ไปแสดงด้วย ได้แก่สำเนาหนังสือรับรอง ทะเบียนสมรส หนังสือเดินทางของสามี สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อไป สำหรับระยะเวลาที่จะต้องใช้นั้น เมื่ออธิบดีกรมที่ดินได้รับต้นฉบับของหนังสือรับรองแล้ว ทางกรมที่ดินจะส่งเรื่องการรับรองของสามีนั้นไปยังสำนักงานที่ดินอำเภอหรือ จังหวัดใดๆที่ ที่ดินตั้งอยู่ด้วย ซึ่งจะกินเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์ขึ้นไป เมื่อมีหลักฐานที่จะต้องใช้ถูกต้องครบถ้วน ผู้ซื้อก็ไปติดต่อสำนักงานที่ดินอำเภอ และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ได้เลย
นอกจากนี้ การไปติดต่ออำเภอก็เป็นเรื่องที่สตรีไทยกังวลว่าจะต้องมีการโยกโย้ซักถามอีก เป็นอันมาก ก็ ไม่ต้องกังวล เพราะเมื่อเดือนพฤษภาคม 2543 นี้ กรมที่ดินได้มีคำสั่งไปยังสำนักงานที่ดินทุกจังหวัดให้การบริการสตรีไทย ผู้มาขอจดทะเบียนด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ทั้งนี้ ทางกรมได้กำชับว่าหากสตรีไทยมีหลักฐานที่ได้ รับการรับรอง ในเรื่องของการเงินที่มาซื้อว่าเป็นสินส่วนตัวแล้ว ก็มิให้ พนักงานที่ดำเนินการต้องสอบสวนอีกต่อไป โดยไม่ต้องตั้งคำถามสอบถามอีก เช่นไม่ต้องสอบถามอาชีพ รายได้ของผู้ขอ หรือที่มาของเงินแต่อย่างใด หากสตรี ไทยผู้ได้พบว่ามีการโยกโย้ หน่วงเหนี่ยว หรือเรียกผลประโยชน์ตอบแทน ก็ให้แจ้งให้อธิบดีกรมที่ดินทราบ เพื่อพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณี
 สรุปก็คือบัดนี้ผู้ที่สมรสกับคนต่างชาติ ก็สามารถซื้อหรือมีกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยได้ ภายใต้ เงื่อนไขที่ว่า เงินที่นำมาซื้อนั้นต้องเป็นของตนเอง เอาเงินของคนอื่นหรือเงินของสามีมาซื้อไม่ได้ และเมื่อซื้อที่ดินนั้นแล้ว ที่ดินก็จะเป็นสินส่วนตัวของหญิงนั้นด้วย ก่อนจะยุติเรื่องนี้ขอเสริมด้วยว่า สิทธิการมีที่ดินนั้น ใช้ได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
 และอีกเรื่องหนึ่ง ขณะนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศ อยู่ภายในภาวะย่ำแย่ จำเป็นต้อง ระดมเงินตราจากต่างประเทศเข้าไปพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วไว ทางประเทศไทยจึงได้กำหนดนโยบายใหม่ ให้นักลงทุนชาวต่างประเทศนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศ โดยให้สิทธิพิเศษที่จะถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทย นี่เป็นกรณีคนต่างชาติจริงๆ ซึ่งแตกต่างจากกรณีข้างต้นที่เป็นเรื่องของสตรีไทยที่แต่งงานกับคนต่างชาติ
พระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2542 กำหนดให้คนต่างชาติซึ่งได้นำเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาท ให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกินหนึ่งไร่ ทั้งนี้ ธุรกิจการลงทุนของคนต่างชาตินั้น จะต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ หรือเป็นกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมและลงทุนได้ประกาศให้เป็นกิจการที่ สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนไม่น้อยกว่าสามปี ให้สามารถมีที่ดินเพื่ออยู่ อาศัยได้ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง
อย่างไรก็ตามการให้ต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดิน ตามเงื่อนไขข้างต้นนั้น มีข้อจำกัดอยู่บ้าง กล่าวคือ สามารถถือครองที่ดินเพียงจำนวนหนึ่งไร่ ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะฝรั่งมังค่าตัวโตแค่ไหนก็คงไม่ต้องการที่อยู่อาศัยมากมายอะไร หนึ่งไร่คงจะพอ นอกจากนั้น กฎหมายยังกำหนดไว้อีกว่า หากคนต่างชาติซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้ที่ ดินมา แต่ไม่ได้ใช้ที่ดินเพื่ออยู่อาศัยภายในกำหนดสองปี ก็ให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นไป นี่ก็สมเหตุสมผล เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้กว้านซื้อที่ดินทำเลงามๆ ทิ้งไว้นั่นเอง ปัจจุบันเงินสี่สิบล้านบาทก็มีค่าแค่หนึ่งล้านเหรียญนับว่าไม่มากเลยสำหรับ คนอเมริกันฐานะดี อนึ่งหากอธิบดีได้ขายที่ดินของคนต่างชาติไปเพราะเหตุไม่ได้ อยู่อาศัยในที่ดินนั้นภายใน 2 ปี นับแต่วันจดทะเบียนการได้มาแล้ว ก็ต้องคืนเงินที่ขายได้นั้นให้เจ้าของคนต่างชาติ ไป ซึ่งก็ดูเป็นธรรมดีทั้งสองฝ่าย
 ดังนั้น ชาวไทยที่มาแต่งงานกับคนต่างชาติ ก็คงจะเห็นช่องทางในการมีกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยบ้างแล้ว แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขคือ ไม่มีเงินสินส่วนตัวเพียงพอ ก็คงต้องยุคู่ชีวิตที่มีฐานะดีนำเงินไปลงธุรกิจในประเทศไทยสัก 1 ล้านเหรียญนะครับ จะได้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยได้สักไร่หนึ่ง ไว้ฮันนีมูนรอบสองไงครับ
 

ที่มา : คุณปิยวัชร นิยมฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิ
http://www.formumandme.com/article.php?a=23
 ________________________________________________________________
 

คำถาม : ปัญหาว่าหญิงไทยที่แต่งงานสมรสกับสามีชาวต่างชาติจะมีสิทธิซื้อบ้านและ ที่ดินในประเทศไทยได้
 
หรือไม่ อย่างไร”
 
 
 
คำตอบ : “ถ้าบุคคลสัญชาติไทยที่จดทะเบียนสมรสกับสามีต่างชาติผู้นั้นยังถือสัญชาติ ไทยอยู่โดยมิได้สละสัญชาติไทยแต่อย่างใด คู่สมรสที่เป็นคนไทยนั้นก็มีสิทธิที่จะซื้อบ้านและ
 ที่ดินในประเทศไทยได้โดยไปทำสัญญาและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิที่สำนักงาน ที่ดิน ซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ กรณีเช่นนี้สำนักงานที่ดินจะให้คนไทยและคู่สมรสที่เป็นต่างด้าวยืนยันเป็น ลายลักษณ์อักษรร่วมกันในหนังสือรับรอง (Letter of Confirmation) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าเงินทั้งหมดที่นำมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว เป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสที่เป็นคนไทยเพียงฝ่ายเดียว”
 
 การ ซื้อที่ดินในเมืองไทยของเมียฝรั่ง มีวิธีการทำนิติกรรมมีขั้นตอน ดังนี้
 ◦ถ้าหากกรณีที่คู่สมรสชาวต่างชาติอยู่ ต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ในไทยด้วยขณะไปทำเรื่องที่กรมที่ดิน และไม่สามารถไปบันทึกถ้อยคำในหนังสือรับรองที่กรมที่ดินได้ ให้พาคู่สมรสชาวต่างชาติไปติดต่อเพื่อให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือโนตารีพับลิค บันทึกถ้อยคำคู่สมรสต่างด้าวไว้ในหนังสือรับรอง ว่าเงินทั้งหมดที่คนไทยนำไปซื้อที่ดินนั้น เป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคนไทย มิใช่สินสมรส หรือ ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน
◦จากนั้นให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือโนตารีพับลิค รับรองว่าบุคคลที่ทำหนังสือนั้นเป็นคู่สมรสหรืออยู่กินฉันสามีภริยากับคนไทย จริง
◦นำต้นฉบับหนังสือรับรองมามอบให้พนักงาน เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เพื่อทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อไป
 
ตัวอย่าง หนังสือรับรอง (Letter of Confirmation)
letterofconfirmation
 
อันนี้เป็นข้อมูล ของเว็บ
http://www.clubmiafarang.com
_______________________________________________________________

ชาวต่างชาติสามารถซื้อบ้านในประเทศไทยได้หรือไม่ ?
 
การซื้อบ้านในประเทศไทย
 ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้มีกรรมสิทธิ์ในการถือครองบ้านและที่ดินใน ประเทศไทย หากแต่มี 3 วิธีที่ได้รับการยกเว้นนั่นคือ

1.การซื้อบ้านของชาวต่างชาตินั้นต้องซื้อในนามบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศ ไทย
2.ซื้อบ้านภายใต้กรรมสิทธิ์ของคนไทยโดยมีสัญญาการเช่าเป็นระยะเวลายาว(30 + 30 + 30 ปี)
3.แต่งงานกับคนไทย(หากท่านเลือกแนวทางนี้ก็ควรระมัดระวังบุคคลที่ท่านเลือก แต่งงานด้วยเช่นกัน)สำหรับทางเลือกที่ 1 ดูเหมือนจะง่ายที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีกฏระเบียบป้องกันชาวต่างชาติมากมาย และทำให้ชาวต่างชาติจำนวนมากตัดสินใจยอมแพ้ไป
ข้อมูลจาก :
http://www.realtychiangmai.com/
 
To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jun 2011 at 13:47 - IP: 74.210.59.68 IP Information

สรุปการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว
 
เดิมคนต่างด้าวจะได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินในประเทศไทยก็โดยอาศัยสนธิสัญญากับ ประเทศไทยที่กำหนดให้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้ตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยต้องอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายที่ดินและกฎกระทรวงตามประมวลกฎหมาย ที่ดิน และต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งประเทศไทยได้เคยทำสนธิสัญญาไว้กับประเทศต่าง ๆ รวม 16 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สวิสส์ เยอรมัน เดนมาร์ก นอรเวย์ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อินเดีย เบลเยี่ยม สวีเดน อิตาลี ญี่ปุ่น พม่า โปรตุเกส ปากีสถาน ต่อมาได้ยกเลิกสนธิสัญญากับประเทศดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2513 ปัจจุบันไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศใดที่ระบุให้คน ต่างด้าวได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินในประเทศไทยอีก
 
ในปัจจุบันได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 ทวิ กำหนดให้ คนต่างด้าวสามารถซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยในประเทศไทยได้ไม่เกินหนึ่งไร่ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2545 โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้
 
1. นำเงินมาลงทุนในประเทศไทยไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาท และต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี
 
2. ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 
3. ต้องนำเงินมาลงทุนในธุรกิจหรือกิจการประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังนี้
 
3.1 การซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตร รัฐวิสาหกิจ หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินหรือดอกเบี้ย
 
3.2 การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน หรือกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
 
3.3 การลงทุนในทุนเรือนหุ้นของนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
 
3.4 การลงทุนในกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ประกาศให้เป็นกิจการที่ สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
 
4. ที่ดินที่คนต่างด้าวจะได้มาต้องอยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และต้องอยู่นอกเขตปลอดภัยในราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร
 
5. คนต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตต้องใช้ที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับตนเองและครอบครัวโดยไม่ขัดต่อศีลธรรม จารีตประเพณี หรือวิธีชีวิตอันดีของชุมชนในท้องถิ่นนั้น
 
6. ถ้าคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินดังกล่าว กระทำผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จะต้องจำหน่ายที่ดินในส่วนที่ตนมีสิทธิภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น
 
7. ถ้าคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้มามาซึ่งที่ดินตามนัยดังกล่าวไม่ได้ใช้ ที่ดินนั้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันจดทะเบียนการ ได้มา อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น
 
นอกจากกรณีดังกล่าว คนต่างด้าวอาจได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินโดยได้รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมได้ โดยที่ดินที่ได้รับมรดกเมื่อรวมกับที่ดินที่มีอยู่แล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น ที่อยู่อาศัย มีได้ครอบครัวละไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่อพาณิชยกรรม ไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่ออุตสาหกรรม ไม่เกิน 10 ไร่ ที่ใช้เพื่อเกษตรกรรม ครอบครัวละไม่เกิน 10 ไร่ เป็นต้น
 
สำหรับคนต่างด้าวที่มีคู่สมรสเป็นคนสัญชาติไทยไม่ว่าจะชอบหรือมิชอบด้วย กฎหมาย คู่สมรสที่เป็นคนสัญชาติไทยสามารถซื้อที่ดินได้โดยผู้ซื้อและคู่สมรสที่เป็น คนต่างด้าวจะต้องยืนยันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่า เงินที่นำมาซื้อที่ดินทั้งหมดเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนบุคคลของผู้ซื้อ ที่มีสัญชาติไทย มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่นำมาหาได้ร่วมกัน
 
ค่าธรรมเนียม
 
1. กรณีซื้อที่ดินที่อยู่ในโครงการจัดสรรที่ดิน เสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 0.01 ของราคาประเมิน (หมดเขตเดือนธันวาคม 2545)
 
2. กรณีซื้อที่ดินทั่วไป นอกจากกรณีตามข้อ 1 เสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 2 ของราคาประเมิน
 
ภาษีอากร
 
เป็นไปตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
 

ข้อมูลจาก :    http://www.dol.go.th/

To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Jun 2011 at 13:15 - IP: 74.210.59.68 IP Information
ข้อมูลที่ดินสำหรับคนต่างด้าว

การตรวจสอบและสอบสวนกรณีมีหตุสงสัยว่ามีการถือครองที่ดินไว้แทนคนต่างด้าว (ที่ มท 0515.2/ว 33668 ลว 16 พ.ย. 2552)Thai

ขอความร่วมมือในการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม (ที่ มท 0515.2/ว 2865 ลว 2 ก.ย. 2552)

Thai

มาตรการป้องกันการถือที่ดินแทนคนต่างด้าว (ที่มท 0515.2/ว 23613 ลว 21 ส.ค. 2552)

Thai

การขอได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดของรัฐบาลต่างประเทศ(สถานเอกอัครราชทูต) (ที่ มท 0515/ว 22539 ลว 25 ส.ค. 2551)

Thai

การขอได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้น (ที่ มท 0515/ว 2227 ลว 21 ก.ค. 2551)

Thai

การขอได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้น (ที่ มท 0515/ว 2430 ลว 21 ก.ค. 2549)

Thai

บริษัทบริหารสินทรัพย์ขอได้มาซึ่งที่ดินหรือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด (ที่มท 0515/ว 19658 ลว 25 ก.ค.2551)

Thai

ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคล
ซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว พ.ศ. 2547

Thai

ตั้งบริษัทจำกัดขึ้นรับโอนที่ดินไว้เพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว

Thai

สรุปการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว

Acquisition of Land by Alien,

Thai

English

มาตรการบังคับและลงโทษในการถือที่ดินแทนคนต่างด้าว
Enforcement and Punishment Measures in Land Holding as an Agent for an Alien

Thai

English

สรุปการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าว
Acquisition of Condominium Unit by Alien

Thai

English

การได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดของคนต่างด้าว และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าว

Application For Acquisition of Land or Condominium Units by
Aliens And Persons Connected With Aliens

Thai

English

สรุปการเช่าที่ดินของคนต่างด้าวเพื่อพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม
Hire of Immovable Property for Commerce and Industry by Alien

Thai

English

การได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว

The Acquisition of Land for Residential Purpose by Aliens

Thai

English

ตั้งบริษัทจำกัดขึ้นรับโอนที่ดินไว้เพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว

Thai

การจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว

Thai

การได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตามมาตรา 96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

Thai

การขอได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้น

Thai

การขอได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดของคนสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว

Thai

การขอได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวโดยได้รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 93
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

Thai

การขอได้มาซึ่งที่ดินของคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว

Thai

หลักฐานที่คนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวต้องนำมาแสดงเพื่อขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิในห้องชุด

Thai

การขอได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้น ที่ มท ๐๕๑๕/ว ๑๒๐๑๓ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๔๙

Thai

การขอได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้น ที่ มท ๐๕๑๕/ว ๑๕๖๒ ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๙

Thai

ข้อมูลจาก : http://www.dol.go.th/

To love and be loved.
Back to Top
Pink-Maple View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 17 Jun 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 719
Post Options Post Options   Quote Pink-Maple Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Jun 2011 at 22:05 - IP: 216.145.98.26 IP Information
เป็นกำลังใจให้น้องแอ๊ปเปิ้ลค่ะ Smile 
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Jun 2011 at 00:41 - IP: 74.210.59.68 IP Information
Originally posted by Pink-Maple

เป็นกำลังใจให้น้องแอ๊ปเปิ้ลค่ะ Smile 
 
Thank you. na ka P' Nop .แล้วจะมารายงานผลเรื่อย ๆ นะ ค่ะ  Wink
To love and be loved.
Back to Top
yao yao-2009 View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 13 Mar 2010
Online Status: Offline
Posts: 99
Post Options Post Options   Quote yao yao-2009 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 Jun 2011 at 06:08 - IP: 174.32.166.151 IP Information
คุณ Apple.BKK เราก้อมีปัญหาเรื่องทีดินอยู่ แต่ที่อ่านดูรู้สึกว่าจะไม่มีเคสของเราหรือว่าเราอ่านไม่ระเอียงก้อไม่รู้ เราก้อหาข้อมูลอยู่ คือเรื่องเป็นอย่างนี้ นานมาแล้วพ่อซื้อนากับเพื่อนรัก เพื่อนขายไห้เพราะไม่สบายเพื่อเอาเงินมารักษาตัวเองต่อมาไม่นานเขาก้อตาย แต่ที่ดินนั้นยังไม่ได้โอม เป็นทีจับจองและเป็นคูงดำ ลืมบอกตอนที่เพื่อนพ่อตาย สมัยก่อนต้องรอลูกคนเล็ก อายุ 20 ปี ก่อนถึงจะมอบอำนาจเซ็นเอกสารไห้ได้ พอเขาอายุ 20 ปี เขาก้ออย่าได้ทีนาคืนไม่ยอมเซ็นไห้ แต่แม่เราก้อทำนาทุกปี รวมทั้งหมด ก้อถือทีนานี้มา 33-34 ปี เรื่องก้อยังคาอยู่ที่ศาล แม่เดินเรืองสู้คดีมาได้ ตั้งแต่เราท้องลูกคนโต ตอนนี้ลูกสาว ได้ 17 ปี นี้แล้วแต่ก้อยังไม่มีวีแวงว่าจะได้คืนเลย.
Back to Top
yao yao-2009 View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 13 Mar 2010
Online Status: Offline
Posts: 99
Post Options Post Options   Quote yao yao-2009 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 Jun 2011 at 06:29 - IP: 174.32.166.151 IP Information
.ส.ค.1 หนังสือแสดงสิทธิ์การครอบครองที่ดินเปล่า
ส.ค.1 (ใบแจ้งการครอบครองที่ดิน) เป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ครอบครองเป็นผู้แจ้งว่าตนครอบครองที่ดินแปลงใด อยู่ แต่ส.ค.1นี้ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เป็นเพียงคำแจ้งความของราษฎรเท่านั้น ที่ดินที่มีส.ค.1จะไม่สามารถขายหรือยกให้ได้ แต่จะโอนกันได้เพียงแสดงเจตนาสละการครอบครองและไม่ยึดถือพร้อมส่งมอบให้ผู้ รับโอนไปเท่านั้นซึ่งผู้ครอบครองคนใหม่สามารถทำใบแจ้งการครอบครองที่ดินฉบับ ใหม่ได้


ไม่แน่ใจ ถ้าเป็นคุงดำ เขาเรียว่าอะไร?
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 23 Jun 2011 at 03:09 - IP: 209.89.34.144 IP Information
เป็นกำลังใจให้ kun YaoYao 2009 ด้วยนะคะ  Smile
To love and be loved.
Back to Top
น้ำฝน View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 13 Mar 2011
Location: chaiyaphum
Online Status: Offline
Posts: 172
Post Options Post Options   Quote น้ำฝน Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 23 Jun 2011 at 20:48 - IP: 223.24.177.125 IP Information
มีข้ออสงสัยค่ะ อ่านจนหมดไม่เจอเคสของเรา. ถ้าเราได้ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน แล้วก็ที่ดินไว้ก่อนจะแต่งงานกับแฟน เราต้องให้แฟนทำเอกสารรับรองว่าเป็นสินของเราหรือไม่?
Back to Top
Pink-Maple View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 17 Jun 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 719
Post Options Post Options   Quote Pink-Maple Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Jun 2011 at 01:09 - IP: 216.145.98.26 IP Information
พอดีอ่านเจอมาอาจจะเป็นประโยชน์บ้าง ถ้าซ้ำหรือว่าข้อมูลเก่าไปก็ขออภัย "เครดิตคุณ Lawanwadee"
สรุปข้อกฏหมายการถือครองที่ดินของคนไทยที่แต่งงานกับคนต่างชาติ

ระเบียบเกี่ยวกับการถือครองที่ดินบุคคลสัญชาติไทยที่มี หรือเคยมีคู่สมรส เป็นคนต่างด้าว และบุตรผู้เยาว์คนต่างด้าว ที่มีสัญชาติไทย ขอได้มาซึ่งที่ดิน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือที่ มท. 0710/ว. 792 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2542 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติ โดยได้กำหนดเกี่ยวกับสิทธิผู้ถือที่ดินของบุคคลสัญชาติไทย ที่มี หรือเคยมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว และบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าว ที่มีสัญชาติไทย ขอได้มาซึ่งที่ดินโดยระเบียบ ใหม่ซึ่งใช้บังคับในปี 2542 มีสาระดังนี้

1. กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอซื้อที่ดินหรือขอรับโอนที่ดิน ในกรณีอื่นที่คล้ายคลึงกันในระหว่างสมรส หากเจ้าพนักงานสอบสวนแล้ว ผู้ขอและคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าว ได้ยืนยันเป็น ลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่า เงินที่บุคคลสัญชาติไทยนำมาซื้อที่ดินทั้งหมด เป็นสินส่วนตัว ของบุคคลสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรส ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ให้กับผู้ขอ ต่อไปได้ แต่ถ้าหากคนต่างด้าว ที่เป็นคู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทยไม่ยืนยัน ตามนัยดังกล่าว หรือยืนยันเป็นลายกลักษณ์อักษรว่า เงินที่นำมาซื้อที่ดิน ทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นสินสมรส เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนเสร็จแล้ว ให้ส่งเรื่องไปให้กรมที่ดิน เพื่อขอคำสั่งรัฐมนตรีตามนัยมาตรา 74 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

2. กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว โดยมิชอบด้วย กฎหมาย ขอซื้อ ที่ดินหรือขอรับโอนที่ดิน ในกรณีอื่นที่คล้ายคลึงกัน ในระหว่างที่ อยู่กันฉันท์สามี ภรรยากับคนต่างด้าว หากพนักงานเจ้าหน้าที่ สอบสวนแล้ว ผู้ขอและคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าว ได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์ อักษรร่วมกันว่า เงินที่บุคคลสัญชาติไทย นำมาซื้อที่ดินทั้งหมด เป็นทรัพย์สิน ส่วนตัวของบุคคล สัญชาติไทยแต่เพียง ฝ่ายเดียว มิใช่ ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ ร่วมกัน ก็ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ดำเนินการ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ให้กับผู้ขอ ต่อไปได้ แต่ถ้าหากคนต่างด้าวที่เป็น คู่สมรสของบุคคล สัญชาติไทย ไม่ยืนยันตามนัยดังกล่าว หรือยืนยันเป็นลายลักษณ์ อักษรว่า เงินที่นำมาซื้อที่ดินทั้งหมด หรือบางส่วน เป็นเงินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนเสร็จแล้ว ให้ส่งเรื่องไปให้กรมที่ดิน เพื่อขอคำสั่ง รัฐมนตรีตามนัยมาตรา 74 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

3. กรณีบุคคลสัญชาติไทย ที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว ทั้งที่ชอบ และมิชอบ ด้วยกฎหมาย ขอรับให้ที่ดินในระหว่างสมรส หรือระหว่างอยู่กินฉันท์ สามีภรรยากัน หากสอบสวนแล้ว เป็นการรับให้ในฐานะที่เป็นสินส่วนตัว หรือทรัพย์ส่วนตัว ของตนแต่เพียงฝ่ายเดียว มิได้ทำให้คนต่างด้าว มีส่วนเป็นเจ้าของ ในที่ดินร่วมด้วย ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ดำเนินการ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ให้กับผู้ขอต่อไปได้ แต่ถ้าหากเป็นการรับให้ ในฐานะที่เป็นสินสมรส หรือมีผลทำให้คู่สมรสที่เป็นคน ต่างด้าว มีส่วน เป็นเจ้าของ ร่วมด้วย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนเสร็จแล้ว ให้ส่งเรื่องไปให้กรมที่ดิน เพื่อเสนอขอคำสั่งรัฐมนตรีตามนัยมาตรา 74 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

4. กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่เคยมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว แต่ได้หย่าขาด จากกัน หรือ เลิกร้างกันแล้ว ขอทำนิติกรรมให้ได้มาซึ่งที่ดิน หากสอบสวนแล้ว ไม่ปรากฎ พฤติการณ์หลีกเลี่ยงกฎหมาย ก็ให้ดำเนินการ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ให้กับผู้ขอต่อไปได้

5. กรณีบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าวที่มีสัญชาติไทย ขอทำนิติกรรม ให้ได้มาซึ่งที่ดิน หากสอบสวนแล้ว ไม่ปรากฎพฤติการณ์หลีกเลี่ยงกฎหมาย ก็ให้ดำเนินการ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้กับผู้ขอต่อไปได้

มาตรา 74
ในการดำเนินการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ตาม มาตรา 71 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจสอบสวนคู่กรณี และเรียกบุคคล ที่เกี่ยวข้องมา ให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องได้ ตามความจำเป็น แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ดำเนินการไปตามควรแก่กรณี

ถ้ามีกรณีเป็นที่ควรเชื่อได้ว่า การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น จะเป็นการ หลีกเลี่ยงกฏหมาย หรือเป็นที่ควรเชื่อได้ว่า บุคคลใดจะซื้อที่ดิน เพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว ให้ขอคำสั่งต่อรัฐมนตรี คำสั่งรัฐมนตรีเป็นที่สุด

ผู้ที่อยู่ในขอบเขตของการบังคับใช้ระเบียบดังกล่าว กรุณาสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่กรมที่ดิน กองทะเบียนที่ดิน กระทรวงมหาดไทย โทร (66 2) 221-9189 โทรสาร (66 2) 221-3873

กรณีถือครองที่ดินก่อนสละสัญชาติไทย ต่อมาเมื่อได้สละสัญชาติไทย ก็ให้คงมีสิทธิถือที่ดิน ได้เท่าที่คนต่างด้าวนั้นจะพึงมี ตามนัยมาตรา 87 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เช่น ที่อยู่อาศัยครอบครัวละไม่เกิน 1 ไร่ นอกจากนั้นให้ทำการจำหน่าย

รายละเอียดกรณีคนต่างด้าวขอได้มาซึ่งที่ดิน ตามมาตรา 96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ปรากฏอยู่ใน Website กรมที่ดิน http://www.dol.go.th
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้ติดต่อสอบถามสำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2221-9189



© 2007 Lawanwadee

Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น
Back to Top
Pink-Maple View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 17 Jun 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 719
Post Options Post Options   Quote Pink-Maple Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Jun 2011 at 01:12 - IP: 216.145.98.26 IP Information

เป็นเรื่องซับซ้อนละเอียดอ่อนและต้องมีความรู้เฉพาะทางจริงๆ เอาใจช่วยทุกๆคนคะ Smile

Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 Jun 2011 at 06:12 - IP: 74.210.59.68 IP Information

ขอบคุณ สำหรับ ข้อมูลดีดี ค่ะ พี่นพ Clap
ที่เราตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ก็แค่อยากจะแชร์ กับเพื่อนๆค่ะ เรามิได้มีความรู้เฉพาะทางแต่อย่างใด เราก็ Search หาอ่านตามที่อินเตอร์เนตมีเช่นกัน ส่วนเรื่องที่เปิ้ลมีปัญหาอยู่นั้น เป็นคนละกรณีกับเพื่อนๆค่ะ ของเรา เป็นโฉนด ครุฑเขียว แต่ฝ่ายจำเลย เป็นผู้บุกรุกเข้ามาฉวยโอกาศจะยึดเอาเป็นของตนเองโดยใช้การครอบครองปรปักษ์ เป็นข้ออ้างอิงค่ะ
แต่เราเป็นเจ้าของและถือครองที่ดินโดยชอบธรรม ก็เลยมีการ ฟ้องขับไล่  และ เค้าก็ต้องชดใช้ ค่าเสียหาย ในการลื้อถอนเป็นคดีทางแพ่งด้วยค่ะ

เราขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนทุกคนนะคะ การแก้ปัญหาต้องทำใจและใช้เวลาค่ะ Approve

To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 Jun 2011 at 06:31 - IP: 74.210.59.68 IP Information
Originally posted by yao yao-2009

คุณ Apple.BKK เราก้อมีปัญหาเรื่องทีดินอยู่ แต่ที่อ่านดูรู้สึกว่าจะไม่มีเคสของเราหรือว่าเราอ่านไม่ระเอียงก้อไม่รู้ เราก้อหาข้อมูลอยู่ คือเรื่องเป็นอย่างนี้ นานมาแล้วพ่อซื้อนากับเพื่อนรัก เพื่อนขายไห้เพราะไม่สบายเพื่อเอาเงินมารักษาตัวเองต่อมาไม่นานเขาก้อตาย แต่ที่ดินนั้นยังไม่ได้โอม เป็นทีจับจองและเป็นคูงดำ ลืมบอกตอนที่เพื่อนพ่อตาย สมัยก่อนต้องรอลูกคนเล็ก อายุ 20 ปี ก่อนถึงจะมอบอำนาจเซ็นเอกสารไห้ได้ พอเขาอายุ 20 ปี เขาก้ออย่าได้ทีนาคืนไม่ยอมเซ็นไห้ แต่แม่เราก้อทำนาทุกปี รวมทั้งหมด ก้อถือทีนานี้มา 33-34 ปี เรื่องก้อยังคาอยู่ที่ศาล แม่เดินเรืองสู้คดีมาได้ ตั้งแต่เราท้องลูกคนโต ตอนนี้ลูกสาว ได้ 17 ปี นี้แล้วแต่ก้อยังไม่มีวีแวงว่าจะได้คืนเลย.
 
 
อ่านเจอมาอาจจะเป็นประโยชน์บ้าง Ermm

การครอบครองปรปักษ์ | กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ อันจะทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นั้น นอกจากจะต้องเป็นการครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา10 ปีแล้ว ยังจะต้องเป็นการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของบุคคลอื่นด้วย หากเป็นการครอบครองทรัพย์สินของตนเองแล้ว ก็หามีผลที่จะทำให้ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองไม่

การที่โจทก์บรรยายฟ้องยืนยันว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ซึ่งรับมรดกมาจากบิดาเช่นนี้ ศาลไม่อาจพิพากษาให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของโจทก์เองได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4843/2545

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามแผนที่พิพาทสีแดงทางด้านทิศใต้เนื้อที่ 8 ไร่ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสองโดยการครอบครองปรปักษ์ให้จำเลยทั้งสามออกจากที่ดินพิพาท ห้ามเกี่ยวข้องต่อไป และให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดดังกล่าวเนื้อที่ 8 ไร่ ตามแผนที่พิพาทสีแดงทางด้านทิศใต้แก่โจทก์ทั้งสอง หากไม่ดำเนินการขอให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม

จำเลยทั้งสามให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินส่วนที่พิพาทเป็นที่ดินของนายเบ้า จำปาแดง บิดานายโสภาสามีจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ที่ได้แจ้งการครอบครองไว้เมื่อปี 2498 และในปี 2508 นายเบ้าได้นำเจ้าพนักงานรังวัดสอบเขตที่ดินดังกล่าวเพื่อขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่มีบุคคลใดโต้แย้งคัดค้าน ต่อมาปี 2513 นายเบ้าถึงแก่ความตายก่อนที่จะได้รับโฉนดที่ดิน นายโสภาจึงยื่นเรื่องขอรับโอนมรดกที่ดิน ต่อมาในปี 2516 ทางราชการออกโฉนดที่ดินพิพาทให้ ในปี 2517 นายโสภายื่นเรื่องขอรับโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวพร้อมกับขอให้ลงชื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันโดยไม่มีบุคคลใดโต้แย้งคัดค้าน หลังจากนั้นนายโสภาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวตลอดมาโดยไม่มีบุคคลใดรบกวนการครอบครอง ประมาณปี 2530 จำเลยทั้งสามและนายโสภาตกลงให้โจทก์ทั้งสองเข้ามาร่วมทำนาพิพาท ตกลงแบ่งผลิตผลกัน เมื่อทำนาได้สองฤดูกาล โจทก์ทั้งสองตกลงขอเช่าทำนาจำเลยทั้งสามและนายโสภาจึงให้เช่าทางด้านทิศใต้ครึ่งหนึ่ง และได้รับค่าเช่าเป็นกระบือ1 ตัว จากนั้นโจทก์ทั้งสองได้เข้าทำนาพิพาทตลอดมา ต่อมาเดือนมกราคม 2540 โจทก์ทั้งสองติดต่อขอซื้อที่ดินพิพาทที่เช่าทำนาอยู่ในราคา 40,000 บาท นายโสภา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ตกลงขายให้และบอกเลิกการให้เช่าทำนาพิพาท แต่โจทก์ทั้งสองไม่ยินยอมกลับนำคดีมาฟ้องขอให้ยกฟ้องและห้ามโจทก์ทั้งสองกับบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 9276 ของจำเลยทั้งสามต่อไป

โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทจำนวนเนื้อที่ 8 ไร่ ตลอดมาตั้งแต่บิดาโจทก์ทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ และเมื่อบิดาถึงแก่ความตายโจทก์ทั้งสองก็ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินดังกล่าวโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จึงได้กรรมสิทธิ์ด้วยการครอบครองปรปักษ์ มิได้อาศัยสิทธิการเช่าตามที่จำเลยทั้งสามกล่าวอ้าง ในเดือนมกราคม 2540 จำเลยทั้งสามร่วมกันบุกรุกเข้าไปไถหว่านข้าวในที่ดินพิพาทเพื่อมิให้โจทก์ทั้งสองเข้าไปทำนา ทำให้โจทก์ทั้งสองเสียหายขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองโดยได้รับมรดกมาจากบิดา ดังนั้น การที่โจทก์ทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทจึงเป็นการครอบครองที่ดินของตนเอง โจทก์ทั้งสองจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์และฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสาม พิพากษายกฟ้องและให้บังคับตามฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสาม โดยห้ามโจทก์ทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 9276 ตำบลกู่จาน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เนื้อที่ 17 ไร่ 3 งาน 48 ตารางวา

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องมุ่งเรื่องการครอบครองปรปักษ์แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จะต้องเป็นการครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นเท่านั้น ศาลไม่อาจพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของตนเองได้ โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง และเมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ก็ไม่มีฟ้องของโจทก์ทั้งสองและตัวโจทก์ทั้งสองที่จำเลยทั้งสามจะฟ้องแย้ง จึงทำให้ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสามตกไปด้วย พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่าโจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันจะทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นั้นนอกจากจะต้องเป็นการครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ยังจะต้องเป็นการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของบุคคลอื่นอีกด้วย หากเป็นการครอบครองทรัพย์สินของตนเองแล้ว ก็หามีผลที่จะทำให้ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองไม่ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของบิดาโจทก์ทั้งสองโดยได้รับมรดกร่วมกันมากับบิดาฝ่ายจำเลยการขอออกโฉนดที่ดินพิพาทบิดาฝ่ายจำเลยกระทำการแทนบิดาโจทก์ทั้งสองที่ดินพิพาทจึงเป็นของบิดาโจทก์ทั้งสองซึ่งโจทก์ทั้งสองได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาเป็นเวลา 40 ปีเศษ แล้วโจทก์ทั้งสองจึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ แม้โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องโดยมุ่งประสงค์จะกล่าวอ้างเรื่องการครอบครองปรปักษ์ แต่โจทก์ทั้งสองกลับบรรยายฟ้องยืนยันว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองซึ่งรับมรดกมาจากบิดาของโจทก์ทั้งสองเช่นนี้ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของโจทก์ทั้งสองเองได้โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษาให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสามโดยอ้างเหตุว่า เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องก็ไม่มีฟ้องของโจทก์ทั้งสองและตัวโจทก์ทั้งสองที่จำเลยทั้งสามจะฟ้องแย้งได้นั้น เมื่อจำเลยทั้งสามมิได้ฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่อาจวินิจฉัยให้ได้"
พิพากษายืน
( ดวงมาลย์ ศิลปอาชา - สมชาย จุลนิติ์ - ชวลิต ตุลยสิงห์ )

To love and be loved.
Back to Top
pip2517 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 16 Nov 2012
Location: sakon
Online Status: Offline
Posts: 15
Post Options Post Options   Quote pip2517 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Nov 2012 at 20:39 - IP: 223.205.15.12 IP Information
เยี่ยมคะ  ทั้งสวยทั้งเก่ง  จริงๆ   เยี่ยมๆๆๆๆๆClap   รักษาแผ่นดินไทยเราไว้ให้อยู่กับคนไทยนะคะ  
pip smile
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.227 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters