Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada > *สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada
  New Posts New Posts RSS Feed: สิทธิประโยชน์และการใช้ชีวิตที่แคนาดา
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

สิทธิประโยชน์และการใช้ชีวิตที่แคนาดา

Author
IZAIZA View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 16 Feb 2011
Location: อุดร
Online Status: Offline
Posts: 209
Post Options Post Options   Quote IZAIZA Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: สิทธิประโยชน์และการใช้ชีวิตที่แคนาดา
    Posted: 09 Apr 2011 at 00:39 - IP: 110.164.173.230 IP Information
DeadDeadหากแต่งงานกับชาวแคนาเดียน และย้ายไปอยู่แคนาดา สิทธิหรือประโยชน์ที่เราจะได้รับหลังจากแต่งงานมีอะไรบ้างค่ะ...  แต่หากแต่งงานแล้ว แฟนอยู่แคนาดา และเราอยู่ไทยเพราะหน้าที่การงาน สิทธิประโยชน์ที่เหลือคืออะไรบ้างค่ะShockedShocked  ขอผู้มีความรู้ช่วยตอบด้วยคะ จะได้หาจุดที่สมดุลที่สุดให้กับตัวเอง ขอบคุณล่วงหน้าค่ะSmileSmile
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Apr 2011 at 07:22 - IP: 68.151.12.183 IP Information
น้องซ่า ขออธิบายเท่าที่รู้นะ ถ้าอยากให้ละเอียดหาอ่านตามกูเกิ้ลเพิ่มได้
ไม่แนะนำให้แต่งงานแล้วต่างคนต่างอยู่แบบถาวร หรือไปๆ มาๆ แบบนี้ไม่ดีกับชีวิตคู่แน่ๆ ค่ะ หากไม่พร้อมก็ทำงานที่ไทยสักสองสามเดือนก็ได้ แล้วค่อยมาอยู่แคนาดา เมื่อแต่งงานแล้วไม่มีอะไรสำคัญและน่าห่วงเท่ากับความสุข และความอยู่รอดของชีวิตสมรสเราหรอกค่ะ ประโยชน์คร่าวๆ ที่คู่สมรสแต่งกับชาวแคเนเดียนแล้วมาอยู่แคนาดา พี่จะอธิบายกรณีแต่งงานจดทะเบียนสมรสที่ไทย แล้วมาที่นี่ด้วยพีอาร์วีซ่านะคะ (รอพีอาร์ที่ไทยหรือที่แคนาดาก็ไม่ต่างกัน)
 
หนึ่ง เราได้สิทธิ์อยู่ในแคนาดาแบบเรซิเดนซ์ เข้าออกประเทศได้สะดวก ไม่ต้องไปขอวีซ่า (ไม่ต้องไปเจอป้าแว่นอีก)
 
สอง เรามีบัตรประกันสังคม ทำงานแบบถูกกฎหมายได้ทันที คนที่มาทำงานด้วยเวิกเพอมิทต้องทำงานให้นายจ้างที่ออกใบเวิกให้เท่านั้น แต่เราทำงานอะไรก็ได้ เลือกงานได้ ถ้าเขารับเราก็ได้ทำ
 
สาม มีบัตรสุขภาพของที่นี่ ถ้าไม่มีจ่ายแพงมากนะคะเหมือนนักท่องเที่ยวชาติต่างๆ มีสิทธิในประโยชน์จากบริษัทประกันจากที่ทำงานของสามี ในการรักษาพิเศษอื่นๆ เช่นถอนฟัน ผ่าฟันคุด ที่ปกติบัตรสุขภาพไม่ครอบคลุมก็จะใช้ส่วนนี้ แม้จ่ายเงินก็จะเล็กน้อย ประกันก็แล้วแต่บริษัท รวมทั้งเปิดบัญชีได้ด้วย
 
สี่ ได้รับสิทธิประโยชน์จากบริการของรัฐฯ เช่นการเรียนภาษาฟรี หากระดับสูงต่อไปก็จ่ายเงินเล็กน้อย มีแนะแนวอาชีพให้ ใครมีลูกก็มีเดย์แคร์เลี้ยงลูกให้ด้วยระหว่างแม่เรียน รัฐฯส่งเสริมให้มีอาชีพการงานที่ดีค่ะ
 
ห้า คลอดลูกมีเงินให้ ก็เงินจากภาษีนั่นแหละ บางที่ก็สิทธิประโยชน์เยอะมาก เรื่องนี้ต้องให้ต่ายมาอธิบาย ฟังแล้วจะอิจฉา อิอิ จากนั้นก็ยังมีบริการฉีดวัคซีนตามกำหนด มีการติดตามดูแลเด็กที่ดีค่ะ อ้อที่สำคัญลูกครึ่งหนะถือเป็นการปรับปรุงทางพันธุกรรมด้วยนะคะ อิอิ เคสพี่แม้ลูกจะดั้งแหมบเหมือนแม่มันก็เหอะ ถ้าเหมือนแม่เด๊ะๆก็ไม่ไหวนา
 
หก ทำใบขับขี่และขับรถในแคนาดาได้ มีใบขับขี่จากไทยก็แปลมาด้วย
 
เจ็ด ถ้าอยู่สามในสี่ปีก็สมัครซิติเซ่นได้ รอประมาณปีนึงก็ได้สอบ สอบผ่านแล้วได้ใบประกาศก็ทำพาสปอร์คแคนาดา ทีนี้ไปไหนก็สะดวกพหลโยธิน แต่ถ้าทำงานก็เสียภาษีตามระเบียบ (ถ้าเงินถึงตามที่ระบุ) และมีสิทธิ์เลือกตั้ง มีสิทธิ์อื่นๆ เหมือนชาวแคเนเดียน แต่ในรายละเอียดจะต่างจากคนที่เกิดที่นี่ค่ะ ในรุ่นต่อๆ ไป ต้องอ่านเพิ่มเองเรื่องสิทธิคนแคเนเดียน หากสนใจ เยอะมาก
 
แปด หากมีการหย่า มีสิทธิ์ในค่าเลี้ยงดูตัวเราเอง และถ้ามีลูกก็ได้รับค่าเลี่้ยงดูบุตรด้วยค่ะ หักณที่จ่ายค่ะ ไม่มีไปขออ้อนวอนให้จ่ายเหมือนบ้านเรา และมรดกอื่นๆ ตามแต่จะตกลงกันได้ที่ศาล ปกติศาลจะให้ฝ่ายหญิงมีสิทธิ์ในกองมรดกก่อน แล้วถามว่าเราจะโยนกระดูกชิ้นไหน และอะไรบ้างให้ฝ่ายชายค่ะ ปกติผู้หญิงได้บ้าน รถ ของมีค่าค่ะ ถ้าบ้านยังผ่อนไม่หมดอดีตสามีก็ทำงานผ่อนไป จะปลอดแอกได้หากฝ่ายหญิงแต่งงานใหม่ค่ะ (หากตอนแต่งงานไม่มีสัญญาใดๆมาก่อนนะคะ) และยังมีสิทธิ์อยู่แคนาดาต่อหากประสงค์แบบนั้น
 
เก้า หากคู่สมรสเสียชีวิต แม้ไม่มีพินัยกรรม เป็นผู้มีสิทธิ์รับมรดก และสิทธิประโยชน์โดยธรรม ตามกฎหมาย แต่ปกติฝรั่งเขาทำพินัยกรรมค่ะ
 
สิบ เป็นเมียฝรั่งที่อยู่แคนาดาสิทธิเรียกว่าเหนือชายค่ะ เหมือนผู้หญิงฝรั่งทั่วไป สามีทำร้ายร่างกาย แตะนิดหน่อยก็แจ้งตำรวจได้ โทรเก้าหนึ่งหนึ่งตำรวจมารับตัวสามีไปนอนคุกก่อนเลยค่ะ แม้แต่โกหกสร้างเรื่องก็ทำให้สามีติดคุกได้ค่ะ แม้เขาจะสอบสวนทีหลังก็ยืดเป็นปีแทบรากเลือด สิทธิสตรีที่นี่ในทางปฎิบัติหนือชายค่ะ ดังนั้นแต่งงานแล้วอย่าคิดว่าจะกดขี่เมียได้ (ขับขี่ได้ในบางครั้งแต่ห้ามกดขี่นะคะWink) พูดไม่ดีทำร้ายจิตใจก็ไม่ได้ค่ะ อยู่นานๆ ไปพี่ก็ออกแนวน่ากลัวเหมือนกัน เหอๆๆ Embarrassed
สิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้มาเพราะเราแต่งงานโดยถูกต้องโดยกฎหมาย ก่อนมา เอาให้แน่เสียก่อน รอบคอบและรอบรู้ ถ้ารักกันดีก็ไม่มีอะไรน่ากลัวค่ะ พี่นึกออกแค่นี้วันนี้ รอให้พี่ๆ น้องๆ มาต่อกันอีกค่ะ
 
 
One life, Live it!
Back to Top
Jessilary View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 14 Jan 2010
Online Status: Offline
Posts: 33
Post Options Post Options   Quote Jessilary Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Apr 2011 at 08:07 - IP: 209.121.94.164 IP Information

ชอบข้อแปดกะข้อสิบมากเรยยยย ขอบคุณคุณพิมที่มาให้ความรู้นะคะ

ยุ่งWink
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Apr 2011 at 09:01 - IP: 68.151.12.183 IP Information
อิอิ น้องยุ่ง พี่นึกเอาตามประสบการณ์และรู้แต่ไม่แน่นค่ะ อยากให้คนอื่นๆ มาเพิ่มเติมกันด้วยจ้า
One life, Live it!
Back to Top
Phanaphat View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 13 Feb 2011
Online Status: Offline
Posts: 442
Post Options Post Options   Quote Phanaphat Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Apr 2011 at 13:13 - IP: 101.108.99.115 IP Information
Originally posted by Jessilary

ชอบข้อแปดกะข้อสิบมากเรยยยย ขอบคุณคุณพิมที่มาให้ความรู้นะคะ

ยุ่งWink


ฮาๆๆ ชอบเหมือนกันเลยพี่ยุ่ง ข้อ 8 กับข้อ 10
ขอบคุณพี่พิมที่นำข้อมูลดีๆ มาให้นะคะ
Big smile
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Apr 2011 at 02:26 - IP: 68.151.12.183 IP Information
รอให้คนอื่นมาเพิ่มเติมก็ยังไม่มี เห็นคนอ่านมีเยอะพอควร เอาละวา ที่โพสต์ก็รู้จากประสบการณ์งูๆปลาๆ(แซลมอน)หละจ้า อิอิ
One life, Live it!
Back to Top
IZAIZA View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 16 Feb 2011
Location: อุดร
Online Status: Offline
Posts: 209
Post Options Post Options   Quote IZAIZA Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Apr 2011 at 07:17 - IP: 110.164.44.51 IP Information

ขอบคุณพี่พิมมากคะที่ช่วยตอบ ซ่าจะเอาไว้พิจารณาว่าจะอยู่ไทยหรือแคนาดาดีอ่ะ แต่ถามใจซ่าเอง ซ่ากลัวอากาศหนาวมาก ๆๆ  บรื๊อออ......Cry.  เขาเลยว่า ให้ซ่าได้ไปเที่ยวดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ  we will see. we will see.  แต่มันหนาวนะ หนาว!!!!!!ConfusedCry

Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Apr 2011 at 07:34 - IP: 68.151.12.183 IP Information
น้องซ่า ถ้าแต่งงานแล้วพี่ว่าเรื่องงานหรืออะไรที่ไทยเราพอตัดได้ค่ะ เตรียมตัวก่อนก็ไม่เป็นปัญหา
เรื่องอากาศหน้าหนาวก็มีหิมะเป็นธรรมดาค่ะ แต่อากาศบริสุทธิ์สะอาดมาก สุขภาพจะดีด้วยค่ะ
พี่เคยเป็นคนแพ้อากาศที่บ้านเรา มานี่หายป่วยเลยค่ะ ก็แล้วแต่คนด้วยค่ะ หน้าหนาวเราแก้ไขให้อุ่นได้ค่ะ ไม่มีอะไรน่ากังวล
แต่อยู่ห่างๆ สามีแล้วมีชะนีอื่นจ้องจะเสียบนี่สิ ฮ่าๆ นึกแล้วหนาวกว่าเจอหิมะอีกนะคะ อิอิ
แฟนน้องซ่าอยู่เคโลวน่าใช่ไหม ที่นั่นสวยมากๆ พี่ยังอยากไปอยู่เลย หน้าหนาวหิมะเยอะแต่ไม่นานมากเหมือนที่อัลเบอร์ตานะ
ต้องมาลองดูก่อนแบบแฟนน้องว่าค่ะ แล้วจะติดใจ มาตอนหน้าร้อนนะ
One life, Live it!
Back to Top
Jessilary View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 14 Jan 2010
Online Status: Offline
Posts: 33
Post Options Post Options   Quote Jessilary Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Apr 2011 at 22:15 - IP: 209.121.94.164 IP Information

แวะมาบอกคุณซ่าว่าอย่าไปกลัวอากาศหนาว แต่งงานแร้วเค้าไม่หนาวกันหรอก เชื่อดี้ ....คิกๆ คักๆLOL  แรกๆ ก้อคิดเหมือนกันว่าจะอยู่ได้ไม๊น้อ...หนาวปานนั้น คิดไปมาอีกที แล้วไมคนบ้านเค้าอยู่กันได้ล่า บ้านเราก้อร้อนจนตับแล่บ ที่นี่ก้อหนาวจนตับหด แต่พอมาอยู่นี่แล้ว ขอเลือกหนาวๆแบบนี้หละ หนาวมากก้อใส่เสื้อผ้ามันเข้าไป อยู่ไปนานๆแล้วเด๋วจะรู้เทคกะนิคเอง ตัวช่วยมีเยอะแยะ แล้วมันก้อจะชิน แต่ร้อนๆ นี่เช่ะ แก้ผ้าเดินมะด้ายน้าขอบอก พี่ตำรวจจับนะเออSleepy

Back to Top
Katay22 View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 17 Mar 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 63
Post Options Post Options   Quote Katay22 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Apr 2011 at 23:59 - IP: 76.9.36.246 IP Information
หวัดดีคะน้องซ่าเจ้าของกระทู้

ในฐานะที่มีประสบการณ์เรื่องชีวิตคู่นะคะ เอาเรื่องแต่งงานก่อนถ้าเราตัดสินใจจะแต่งงานแล้ว พี่คิดว่าเราควรจะอยู่กับสามีเราคะเป็นดีที่สุดเหมือนที่พิมพูด สามีภรรยาเขาจัดมาให้เป็นคู่ ดังนั้นคู่จะขาดกันไม่ได้ ถ้างั้นก็จะเรียกว่าคู่ไม่ได้ ถ้าตัดสินใจจะเป็นคู่ก็ต้องอยู่แบบคู่ ไปไหนไปกัน ร่วมหัวจ่มท้ายกันแล้ว อยู่ด้วยกันศึกษานิสัยใจคอกันไป ชีวิตคู่มีเรื่องให้เรียนรู้กันทุกวันนั่นและน้องซ่า คนเรานะตัวเราเองเราก็มีแบบของเราพ่อแม่เราสอนเรามาเป็นแบบนี้ สังคมไทยเป็นแบบนี้ แต่ว่าพ่อแม่เขาก็สอนเขามาให้เป็นแบบนั้นตามวิถีของโลกตะวันตก ฉะนั้นความแตกต่างก็จะต้องเกิดขึ้น แต่ถ้าเราได้อยู่ด้วยกัน เจอปัญหาก็ค่อยแก้ไขไป ความรักความผูกพันกันมันก็จะเกิด แต่ถ้าแต่งงานกันแล้วแยกกันอยู่ พี่ไม่รู้สถิติหรอกว่าจะดีหรือไม่ดี แต่พี่ไม่สนับสนุนเลยนะผัวอยู่ทางเมียอยู่ทาง สุภาษิตไทยเขาว่า "นารีจากสามวันเป็นอื่น" ไม่ใช่ว่าพี่จะว่าน้องซ่า และแฟนซ่าจะเปลี่ยนภายในสามวันนะ แต่ว่าความหากไกลมันจะทำให้ห่างเหิน ทั้งสองคนจะคิดได้เองว่า "เฮ้ยกูจะแต่งงานทำไมวะ ในเมื่อกูอยู่คนเดียวกูก็อยู่ได้ วันนี้กูทะเลาะกับเพื่อน วันนี้ที่ทำงานกูยุ่งฉิบหาย เจ้านายงี้เง้าฉิบหาย กูอยากเล่าให้สามีฟังมากอ้าวสามีอยู่ไกล ภรรยาอยู่ไกล อยากได้ใครสักคนพูดคุยด้วย แต่สามีอยู่แคนาดาเวลาต่างกันสิบสองชั่วโมง เขายังไม่ตื่น หรือไม่เขายังไม่กลับจากที่ทำงาน
เวลามันต่างกันมากนะน้องครึ่งโลกเลย" นั่นเป็นแค่ตัวอย่างนะน้องซ่าขนาดพี่แต่งงานกับสามีแล้ว ต้องแยกกันอยู่กับสามีเกือบสามเดือน ร้องไห้เลย คิดว่าถ้าไม่ได้วีซ่าจะทำยังไง คิดถึงเขามาก คิดถึงตัวเองด้วย ถ้าต้องเป็นแบบนี้จะแต่งงานกันทำไม ต้องเสียค่าโทรศัพท์ ต้องตื่นมานั่งคุยออนเอ็ม ไปทำงานก็ไม่เป็นอันทำงานนั่งกลุ้มอกกลุ้มใจ พองานเลิกก็รีบไปยืนรอหน้าที่รูดบัตรเป็นคนแรก เพราะว่าอยากกลับบ้านเร็ว ๆ จะได้คุยกับสามีที่อยู่แคนาดาก่อนที่เข้าจะไปทำงาน บางวันต้องนั่งแต่งหน้าให้แฟนดูไปด้วยคุยไปด้วยไม่งั้นไปทำงานสาย

น้องซ่าเอาเป็นว่าพี่กระต่ายไม่สนับสนุนให้แยกกับสามีจ๊ะถ้าแต่งงานกันแล้วก็ย้ายมาอยู่กับสามีเถอะ หรือว่าให้สามีไปอยู่เมืองไทยถ้าซ่าคิดว่างานของซ่านั้นสำคัญและรายได้มันดีมาก ก็ให้แฟนหางานทำในไทยก็ได้ เท่าที่รู้มาหลังจากที่น้องแต่งงานกับแฟนแล้ว และแฟนเป็นซิติเซ้นถือว่าแฟนเป็นประเทศแคนาดา ถ้าเราอยู่ด้วยกันกับแฟนก็ถือว่าเราอยู่ในแคนาดาถ้าจำไม่ผิด(ต้องอ่านข้อมูลอีกทีแล้วจะมาบอก)หมายถึงว่าตอนที่น้องจะได้สอบเป็นซิติเซ้นนะคะ แต่ช่วงรอพีอาร์ไม่นับ หลังจากได้พีอาร์แล้วถ้าเราออกจากแคนาดา แต่ว่าออกไปไหนมาไหนกับสามี และสามีเป็นซิตีเซ้น ก็ถือว่าเรายังอยู่ในแคนเพราะว่าถือว่าแฟนเราเป็นประเทศแคนาดา พี่กับสามีเคยอ่านเจอ 

เรื่องอากาศไม่ต้องกังวล ร่างกายของมนุษย์เราทุกคนจะปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดอยู่ไปก็จะชินไปเอง พี่เองต้องมาอยู่ในที่ที่มีหน้าร้อนแค่สามเดือนนอกนั้นหนาวหมด พี่ออกไปชอบปิ้งตอนติดลบสามสิบห้ามาแล้วไม่มีปัญหา ลบสี่สิบยังเดือนไปท้ิงขยะหน้าบ้าน ลบสิบโอ้เสื้อเจ็กเก็ตตัวเดียวเอาอยู่เวลาเดินออกไปทิ้งขยะ อากาศไม่ใช่ปัญหาสำหรับมนุษย์อย่างเรา ๆ เลยน้องซ่า

ขอโทษนะที่พี่เราเรื่องตัวเองมากไป ส่วนสิทธิ์ประโยขน์ก็อย่างที่พิมบอกพี่โชคดีมากเนื่องจากสามีเป็นครูสอนโรงรัฐบาลของนอร์ทเวสทอราทอรี่ก็เปรียบเสมือนสามีพี่ทำงานให้รัฐบาล ทำมาหลายปีแล้วเรื่องตกงานไม่กลัว ไม่มีใครมาไล่สามีพี่ออกได้ รับประกันมีงานทำทุกปี สวัสดิการดีใช้ได้ มีประกันให้ทั้งครอบครัว ในกรณีที่นอกเหนือจากความเจ็บป่วยทั่วเช่น ฟัน และตา ประกันจะจ่ายทั้งหมด สามีพี่สามารถลางานช่วยเมียเลี้ยงลูกได้หนึ่งปีเต็มหรือประมาณห้าสิบสองสัปดาห์ แต่ว่าจะได้รับเงินเดือนจากรัฐบาล เก้าสิบสามเปอร์เซ็น ประมาณสิบเจ็ดสัปดาห์ ส่วนหลังจากนั้นจะได้เงินเดือนยี่สิบห้าเปอร์เซ็นจากประกันสังคมไปจนถึงครบห้าสิบสองสัปดาห์ ไม่ต้องกลัวกลับมาไม่มีงานทำเพราะว่าทางโรงเรียนจะจัดหาคนมาสอนแทนช่วงที่เราลาแบบชั่วคราว พอเรากลับมางานเราก็ยังอยู่นักเรียนยังอยู่เหมือนเดิม หรือถ้าสามีต้องลาไปเรียนต่อก็ได้เช่นกัน เรียกว่าลางานศึกษาต่อ ยังได้เงินเดือนแต่ว่าต้องกลับมาสอนที่โรงเรียนเดิมแต่ปรับฐานเงินเดือนไม่ได้ พี่เราแบบสั้น ๆ 

เอาเรื่องการคลอดลูกนะ เมืองที่พี่อยู่ไม่มีโรงพยาบาลมีแต่สถานพยาบาล ก่อนคลอดหนึ่งเดือนพี่ถูกส่งตัวไปรอคลอดในเมืองเขาเปิดโรงแรมให้พี่อยู่หนึ่งห้องเป็นห้องมาตราฐานของโรงแรมซึ่งโรงแรมอยู่ข้างโรงพยาบาลและเขาให้อาหารสามมื้อด้วย พี่พึ่งมาอยู่ใหม่พี่ทำเรื่องร้องขอกับหมอว่าพี่พูดภาษาอังกฤษไม่เก่งต้องการให้สามีไปอยู่เป็นเพื่อนที่โรงแรมเขาก็ตกลงยอมให้สามีพี่ไปอยู่กับพี่และจ่ายค่าเครื่องบินและค่าอาหารให้ด้วยเหมือนพี่ทุกอย่าง 

เอาเรื่องพ่อสามีพี่เป็นมะเร็งลำไส้ ต้องผ่าตัด เข้าผ่าตัดไม่เสียเงินเลยสักบาทเพราะว่ารักษาฟรี เสียเฉพาะค่าห้องพิเศษ 

พ่อเพื่อนสามีเป็นโรคหัวใจต้องทำบายพาส ก็ไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาทเช่นกัน 

เราจะเสียเฉพาะค่ายาบางตัวที่ทางโรงพยาบาลไม่มีให้เท่านั้น ทางหมอจะออกให้สั่งยาให้ เราต้องไปซื้อที่ร้านขายยา แต่ร้านขายยาจะถามทุกครั้งว่ามีประกันอะไรบ้างถ้ามี จ่ายค่าดิบโพสิตก่อน หลังจากนั้นไม่ต้องจ่าย เพราะเขาจะตั้งเบิกกับประกัน หรือเราจะจ่ายสดแล้วไปเบิกกับประกันที่มีอยู่ 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าสามีของน้องทำงานอะไร อยู่รัฐไหน แต่ละรัฐก็จะต่างกันแต่ก็ยังรักษาฟรีอยู่ดี 

ตัวพี่อยู่เมืองไทย พี่ก็ไม่ลำบากนะ พี่ก็ทำงานดีเหมือนกัน พี่เจ้าหน้าการเงินของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดแพงที่สุด พี่สามารถรักษาฟรีตลอดอายุการทำงาน และสามารถคลอดลูกฟรีได้สองคน สามีและลูกจ่ายครึ่งหนึ่ง พี่ยังลาออกจากงานและมาอยู่กับสามีเลย 

ยาวไปแล้วมั้งเดียวอ่านไม่ไหวเอาเป็นว่า น้องซ่าลองเอาไปคิดดูนะจ๊ะ พี่ขอพูดอีกครั้ง ถ้าจะแต่งงานก็ต้องอยู่กับสามีจ๊ะ สร้างครอบครัวด้วยกันดีกว่าจ๊ะ ขอให้น้องซ่าโชคดีนะคะ งานมาหาทำเอาที่นี่ก็ได้ เงินเดือนอาจจะดีกว่าเมืองไทยก็ได้นะ เพราะว่าค่าเงินเขาแพงจะ 

ตอนนี้พี่และพี่น้องคนอื่นที่ได้พีอาร์แล้วจะเข้าออกประเทศแคนาดาเมื่อไรก็ได้จ๊ะ 

พี่กระต่ายเป็นกำลังใจให้จ๊ะ 
The important thing about you that is you are you:)
Back to Top
Pink-Maple View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 17 Jun 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 719
Post Options Post Options   Quote Pink-Maple Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Apr 2011 at 02:47 - IP: 216.145.98.26 IP Information
เค้าไปประชุมกันเลยแว๊บเข้ามา จากการตอบของต่ายกับพิม เอ๊ะ มีน้องนิ่มมั๊ยเนี่ย พี่ว่าค่อนข้างชัดเจนคลอบคลุมดีแล้วคะ น้องก็ต้องเปรียบเทียบเอาเองละคะว่างานของเรากับของเค้าใครจะมีเงินมาดูแลครอบครัวได้มากกว่ากัน และใครจะหางานได้ง่ายกว่ากันรวมถึงเรื่องการปรับตัว ภาระในครอบครัวเก่าของเรา(พ่อ แม่ น้อง ญาติ)ด้วย ในระหว่าง 2 ประเทศ ถ้ารักกันจริงที่ไหนก็อยู่ด้วยกันได้ในโลกนี้ แต่งงานแล้วควรอยู่ด้วยกันคะเพียงแต่ว่าใครจะเป็นฝ่ายเสียสละในการมาอยู่ จะเป็นที่ไทยหรือแคนาดาเรื่องการปรับตัวเกี่ยวกับอากาศพี่ว่าเราปรับกันได้คะไม่ต้องกังวล ส่วนเรื่องงานถ้าเรามีความตั้งใจอยู่ไหนก็หางานได้อย่าวิตกไปเลยถึงแม้อาจจะยากแต่ว่าคงไม่พ้นความพยายามหรอกคะส่วนมากที่ย้ายมานี่กันก็ล้วนแล้วแต่มีงานดีๆทำมาก่อนกันทั้งนั้น ยกเว้นแต่ว่าเราเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตก็ต้องคิดกันอีกที เรื่องการไป-กลับ ไทย แคนาดา ถ้าเราได้พีอาร์แล้วจะเข้าออกเมื่อไหร่ก็ได้ ตามที่ต่ายบอกไว้ ยังไงพี่ขอให้โชคดีคะ อยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็สอบถามเข้ามาได้คะ ทุกคนยินดีต้อนรับเสมอคะ
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น
Back to Top
janthira View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 21 Mar 2010
Location: thailand
Online Status: Offline
Posts: 1749
Post Options Post Options   Quote janthira Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 Apr 2011 at 18:06 - IP: 115.87.217.206 IP Information

โอ้โหข้อมูลแต่ละอย่างสุดยอดทั้งนั้นเลยคะClapClapClap

พ่อแม่คือสิ่งที่วิเศษที่สุดในโลก
Back to Top
sofalovely View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar


Joined: 08 Jun 2010
Location: bangkok
Online Status: Offline
Posts: 106
Post Options Post Options   Quote sofalovely Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Apr 2011 at 14:18 - IP: 125.25.39.49 IP Information
อิจฉาทุกคนที่นั่นจังค่ะ  สวัสดิการที่นั่นดีมากเลย  อุ่นใจค่ะ  ไม่กังวลมากมายละค่ะ  อีกอย่างชอบตรงที่ผู้หญิงอยู่เหนือผู้ชายนี่ล่ะค่ะ อิอิ
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Apr 2011 at 02:11 - IP: 68.151.12.183 IP Information
น้องออย ผู้หญิงมีสิทธิ์มากกว่าผู้ชายในทางปฎิบัติจริงๆ ตามกฎหมาย
แต่เราก็ต้องเป็นผู้ใช้สิทธิ์นั้นด้วยตัวเองนะคะ ถ้าเราเลือกเพิกเฉย หรือยอมให้ผู้ชายเอาเปรียบ ก็ไม่มีใครช่วยได้ค่ะ
ผู้หญิงฝรั่งส่วนมากจึงคิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้ ไม่ค่อยเห็นใจอีกฝ่าย หรือนึกถึงเท่าไร
บางครอบครัวที่พี่รู้จัก ผัวโดนเมียรังแก ทำร้าย ทุบตีค่ะ ผัวไม่กล้าโต้ตอบ เพราะถ้าหากทำอะไรลงไปเมียจะแจ้งตำรวจ
 เพื่อนคนนี้หัวแตก เลือดสาด จนวันนึงเขาทนไม่ไหว
โทรมาระบายความทุกข์กับเพื่อนที่เป็นตำรวจ เพื่อนคนที่เป็นตำรวจบอกว่าให้ตวาดกลับ และเอาคืนทีนึง
เขาก็โวยวายว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วพวกแกก็จะรีบมาจับฉันทันที เพื่อนที่เป็นตำรวจยืนยันว่าให้ลองดู
พอเขาไม่ยอม เอาคืนทีนึง เมียไม่กล้าทุบตีอีกค่ะ
หากใครอยู่แคนาดาแล้วโดนสามีทำร้าย ยังยอมอยู่ ก็นับว่ามาอยู่เสียเปล่า ในประเทศที่เจริญ กฎหมายคุ้มครอง
ไม่ใช้สิทธิ์อันพึงมีของตนเอง มีคนโพสต์ที่พันทิพ เมียโดยผัวทุบตี มีลูกด้วยกันสองคน แต่เธอก็เลือกที่จะทน
กรณีนี้กฎหมายก็เข้าไปช่วยไม่ได้ค่ะ เธอเลือกเอง สงสารแต่เด็กสองคนค่ะ คงบ้าเสียก่อนโตแน่นอน
 
กรณีทำร้ายจิตใจ ด่า ตวาด ไม่ให้เกียรติ เหล่านี้ก็ไม่ได้ค่ะ เราก็ต้องเก็บหลักฐาน แจ้งตำรวจ
คนเราโดนด่า โดนว่ามากๆ มันประสาทเสีย บ้าได้ค่ะ เรียกว่าเป็น mental assault
บางรายก็ยึดเอกสารเมีย ยึดเอกสารลูก กะไม่ให้ไปไหนรอด แบบนี้ก็แจ้งตำรวจได้ค่ะ
อย่าได้ไปเชื่อสิ่งที่สามีข่มขู่ และยอมตามเขา เราต้องมีความรู้ความคิด
ยิ่งในรายที่มาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แล้วมาทำพีอาร์ในนี้ หากโชคไม่ดี สามีไม่ได้ดีอย่างที่คิดไว้
ก็เจอปัญหาหนัก ชีวิตต้องอาศัยเขา ก็ต้องยอมเขา บางรายก็โดนไล่กลับบ้านโดยที่ไม่ทำเอกสารให้ก็มี
เวลาแนะนำสาวๆ ที่จะแต่งงานถึงได้แนะนำให้ขอพีอาร์ที่ไทย เพราะอย่างน้อยก็รับประกันว่าเรามาแล้วได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
คิดว่าสาวๆ คงได้อ่านเอกสารตอนทำพีอาร์นะ ฝ่ายชายจะเซ็นต์ว่าจะต้องรับผิดชอบอะไรเราบ้าง ไม่ใช่พามาแล้วจะทำอะไรกับเราก็ได้
 หากไม่เป็นไปอย่างที่หวัง หลังหย่าไปแล้วในระหว่างนี้เขาจะต้องดูแลเราต่อไปอีกสามปี
ไม่ว่าเราจะเรียน เขาก็ต้องส่ง ออกค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่พัก ฯลฯ หากไม่เป็นดังคิด ระหว่างนี้ยังเรียนเพื่อให้ทำงานที่นี่ได้
หรือไม่ก็ฟ้องหย่า ก็ยังพอมีเงินติดตัวหากคิดไปตั้งหลักที่ไทย
 
ถ้าครอบครัวไหนมีลูกด้วย เด็กจะมีพฤติกรรมในทางลบ สภาพจิตใจบอบช้ำ เหล่านี้ก็ส่งผลถึงพฤติกรรมที่แย่ในตอนโตอย่างที่เราคาดไม่ถึงค่ะ
ถึงได้บอกว่า อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย และทนกับมัน นิสัยผู้หญิงไทยเรา ส่วนใหญ่ก็ได้รับการสั่งสอนมาให้อดทน นั่นก็เป็นสิ่งดี
หากเราจะอดทนกับการทำงานหนัก ความยากลำบาก ไม่สะดวก หรืออื่นๆ ที่สร้างสรรค์ เห็นทางสว่างรอยู่ แต่ไม่ใช่อดทนกับสิ่งไม่ถูกต้อง
ข้อนี้ทำให้ผู้ชายบางคน หาหญิงไทยเพื่อแต่งงานด้วย เพราะเธอทน ถึกทุย ไม่มีปากมีเสียง ไม่ทำให้ผู้ชายเดือดร้อน หรือรับผิดชอบ แก้ไขตัวเอง
เคยเห็นกระทู้ที่ห้องไทยออนทาริโอ เรื่องขอหย่า สามีปฎิบัติกับภรรยาแย่มาก มีบุคคลอื่นมาเกี่ยวข้อง เธอก็เลือกที่จะกราบไหว้
อ้อนวอน และพยายามเอาใจสามีคืนมา พยายามสักหน่อยก็ดีค่ะ รักลูก รักตัวเอง ก็ต้องใช้สิทธิ์ให้ได้สิ่งที่ต้องการ
ฉลาดพอที่จะเก็บหลักฐาน และสู้ให้ถึงที่สุด ไม่งั้นก็เป็นแค่ทาสในเรือนให้พวกเขารังแก แต่ก็อีละ เธอเลือกเอง
ฝรั่งสูงอายุบางคน พอวัยเกษียณเขาจะใช้บริการบริษัทหาคู่ แต่งหญิงไทยมาอยู่ด้วย เพื่อรับใช้ ดูแลตอนแก่
รายนึงต้องทำงานหนัก หาเงินเอง ชีวิตไม่เป็นอย่างที่หวัง ผัวก็ดื่ม ไม่ให้เงินใช้ ไม่พอใจก็โดนด่า เรียกว่าต้องทำงานหนักหาเงินให้คนทางบ้าน
หาค่าใช้จ่ายให้ตัวเอง ทำหน้าที่เมีย และทาสรับใช้ อาหารไทยก็ไม่ให้กินในบ้าน บ่นเหม็น ถ้าเจอจะเททิ้งและด่า ห้ามคบเพื่อนด้วย
ชีวิตแบบนี้ไม่มีใครอยากเจอ แต่หากเกิดขึ้นแล้วก็ต้องรู้ทางแก้ ถ้าไม่แก้ไข ยอมให้โดนเหยียบย่ำ ก็ไม่มีใครช่วยได้
หลายคนเจอแบบนี้ หนักกว่านี้ และนิ่งเฉย อาจด้วยอาย ไม่รู้ หรือกลัวที่จะใช้ชีวิตด้วยตนเอง และคนเหล่านี้ก็ไม่ใช้อินเตอร์เน็ท
ไม่มีใครอยากเล่าเรื่องทุกข์ ไม่สมหวัง ไม่มีอะไรน่าบอกเล่า ให้คนอื่นฟัง แต่มันก็มีอยู่จริง
และคิดดูว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เคยขึ้นกับผู้หญิงฝรั่งที่่นี่ (มีนะคะแต่เขาไม่เลือกที่จะทน) เพราะผู้ชายรู้ว่าผู้หญิงไม่ได้โง่
ตามกฎหมายที่บอกว่าหญิงชายเท่าเทียม แต่ในทางปฎิบัติฝ่ายหญิงยังได้อภิสิทธิ์ค่ะ
 
 
 
 
 


Edited by Pimada - 21 Apr 2554 at 03:18
One life, Live it!
Back to Top
Supattra11 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Feb 2012
Location: KK
Online Status: Offline
Posts: 205
Post Options Post Options   Quote Supattra11 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 10 Jul 2012 at 22:49 - IP: 223.205.12.11 IP Information
เข้ามาเเล้วมีความรู้ทันทีเลยอ่ะ ขอบคุณ ทุกคนที่เเนะนำคะ 
distance VS you and I
Back to Top
Chompu View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 12 Feb 2012
Location: Montreal Canada
Online Status: Offline
Posts: 420
Post Options Post Options   Quote Chompu Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 Nov 2012 at 05:06 - IP: 98.143.222.84 IP Information
เพื่อนๆคะ พอดีชมมีคำถามเพื่อนๆที่มารอPR ในแคนาดา ถ้าเจ็บป่วย หรือถ้าท้องรับการรักษาและ เสียค่าใช้จ่ายยังใงคะ ต้องทำบัตรสุขภาพอะไรมั้ย รึเสียแพงๆเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป มีบัตรอะไรที่เราพอจะใช้ระหว่างรอ PR card มั้ยคะ

ConfusedConfused
Back to Top
zeer saichol View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 09 May 2013
Location: bkk
Online Status: Offline
Posts: 48
Post Options Post Options   Quote zeer saichol Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 May 2013 at 23:10 - IP: 58.9.16.29 IP Information
สวัสดีคะ ไม่ทราบว่า ถ้าเรามี ใบขับขี่อยู่ที่นี่อยู่แล้ว ถ้าต้องไปใช้ที่นู่น อะไรที่ต้องทำบ้างหรอ คะ หรือ ว่า ต้องไปสอบ ใหม่ท่ี่ แคนาดา เลย 
ต้องไปติดต่อที่ไหนหรอ คะ งง มากๆ 
zeer chanokpattanakul
Back to Top
voici_grace View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Nov 2009
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 132
Post Options Post Options   Quote voici_grace Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 May 2013 at 23:20 - IP: 70.67.147.148 IP Information

อันนี้ขอแชร์คร่าวๆของBCนะคะ แนะนำให้ไปทำใบขับขี่สากลหรือไปทำการรับรองใบขับขี่เราเป็นภาษาอังกฤษที่กรมการขนส่งทางบก ลองโทรไปถามเจ้าหน้าที่ดูนะคะ ว่าใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติมในการขอบ้าง แจ้งให้ทางเจ้าหน้าทราบนะคะว่าจะย้ายมาอยู่ที่ต่างประเทศ เค้าจะได้ระบุว่าเราได้ใบขับขี่มาเมื่อไหร่ตั้งแต่ปีไหน แสดงให้เห็นว่าเราขับรถมาแล้วกี่ปี เป็นประโยชน์มากค่ะ

พอมาถึงที่นี่ก็เอาไปยื่น ICBC เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าเรามีประสบการณ์ขับรถมาแล้วกี่ปีแล้ว ถ้าเกินกว่าสองปี คุณก็สอบข้อเขียนและเมื่อทำข้อสอบข้อเขียนผ่าน ก็สามารถสอบภาคปฏิบัติหรือสอบขับ (Road Test)ได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอระยะเวลาค่ะ ถ้าสอบRoad Testผ่านก็จะได้ใบขับขี่มามีระยะเวลาสองปีค่ะ หลังจากนั้นพอไปต่อใหม่ก็จะได้มาเป็นระยะเวลาห้าปีค่ะ

(คือถ้าไม่มีใบขับขี่ไปก่อนหน้านี้หลังจากสอบข้อเขียนเสร็จผ่านต้องรอระยะเวลา อย่างน้อย 1ปี แต่ในระหว่างรอสอบ Road Testนั้น สามารถขับรถไปไหนมาไหนได้แต่ต้องมีคนนั่งไปด้วย และคนที่นั่งไปด้วยต้องมีอายุมากกว่า25ปี และมีใบขับขี่ Class 1,2,3,4 or 5)

ลองดูรายละเอียดในเวบนี้นะคะ http://www.icbc.com/home

สำหรับจังหวัอื่นๆ รอท่านอื่นๆมาตอบนะคะSmile


Back to Top
Aoni CH View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 22 Mar 2013
Location: Montreal,QC
Online Status: Offline
Posts: 15
Post Options Post Options   Quote Aoni CH Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 May 2014 at 18:53 - IP: 96.22.43.183 IP Information
ข้อมูลดีมาก ที่แชร์ voici grace และคุณพิมาดา (pimada) ดิฉันก็มีบางอย่างอึดอัด แต่พอจะเก็บข้อมูลมาใช้ประโยชน ทางสามีบางทีเราขู่เขาcall 911ถ้ามาเยอะกะเรา ถ้าอึดอัดมากฉันจะเอาลูกกลับไทย แต่เขาไม่กลัวนะ ดูเขาคิดว่าเขามีสิท ธิเหนือเรา เราบอกไม่กลับฟรีแน่ และคุณนั่นหละจะไม่ได้อยู่บ้านที่ปัจุบันอีก 3 ปี ฉันจะจัดการทุกอย่างก่อนกลับ ตอนว่าเขาเราก็มโนต่างๆ. แต่ขอบอกเขาดูไม่แคร์ ถ้าอย่างนี้เราจะเก ็บหลักฐานไว้เผื่อๆ ไป ถึงเวลาสุดทนจะได้ใช้สิทธิสตรี หุหุ
Back to Top
santi2 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 20 Mar 2014
Location: Mukdahan
Online Status: Offline
Posts: 7
Post Options Post Options   Quote santi2 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 06 May 2014 at 11:25 - IP: 192.168.2.85 IP Information

แต่งงานที่ไทยแล้วยังไม่จดทะเบียนจะขอวีซ่าท่องเที่ยวต้องเตรียมหลักฐานประกอบมีอะไรบ้างค่ะ

ยังไม่เคยไปบ้านสามีเลย ต่างคนต่างทำงาน
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.160 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters