Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada > *สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada
  New Posts New Posts RSS Feed: Basic English for Thais in Canada
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

Basic English for Thais in Canada

Page  123 8>
Author
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: Basic English for Thais in Canada
    Posted: 25 Apr 2011 at 12:05 - IP: 68.151.12.183 IP Information

Basic English for Thais in Canada

            จุดประสงค์ของการเปิดห้องสนทนา เรียนภาษาอังกฤษนี้เพื่อให้พี่น้องบ้านเมเปิ้ล (ยินดีต้อนรับแขกค่ะ)ได้มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เรื่องภาษาอังกฤษกันค่ะ จะเน้นนำเสนอการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันจริงๆ ของคนแคนาดาค่ะ ขอเชิญพี่น้อง และผู้สนใจมาร่วมนำเสนอ แบ่งปัน และหาประโยชน์จากตรงนี้กันค่ะ

หมายเหตุ หากข้อมูลต่างๆ ที่ลงไม่ถูกต้องอย่างไร ทักท้วงได้ค่ะ ช่วยกันเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

            การเรียนรู้ภาษาของสมองคนเรา

ก่อนจะเริ่มบทเรียนใดๆ ขอทำความเข้าใจเรื่องการเรียนภาษาสักนิดค่ะ เพื่อที่เราจะได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น เพราะบางคนอาจมีคำถามว่าทำไมเราจึงเรียนภาษาได้ช้า  ทำไมจำไม่ได้ และยากลำบากกว่าเด็กตัวเล็กๆ แล้วทำอย่างไรจึงจะเก่งได้ มีคำอธิบายเรื่องนี้ค่ะ (ไม่สามารถหาหนังสืออ้างอิงได้ค่ะ เรียนมานานมากแล้ว )

มีตำราเล่มหนึ่งกล่าวไว้ว่าสมองคนเรามีการเรียนรู้ภาษาดังนี้

อายุ 0-3 ปี เรียนรู้แบบ Acquisition  คำนี้ในทางภาษาศาสตร์หมายถึง การรับรู้โดยการซึมซับ เปรียบเหมือนการถ่ายเอกสาร สำเนาที่ได้ออกมาถูกต้อง เหมือนต้นฉบับ หรือเปรียบสมองเป็นฟองน้ำ ความรู้ทางภาษาเป็นน้ำหมึกหลากหลายสี ฟองน้ำแตะสีใดก็จะซึมเป็นสีนั้นออกมา ส่วนของสมองที่เรียนรู้ภาษาเราเรียกว่า Language Acquisition Device (LAD) ส่วนนี้จะหยุดทำงานเมื่ออายุเลยสามปีขึ้นไป มีใครเคยอ่านหนังสือเรื่อง กว่าจะรอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว บ้างไหมคะ เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้นสอดคล้องกับที่กล่าวมาค่ะ

การเรียนรู้แบบ Acquisition  ไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นไม่ได้กับผู้ใหญ่ เช่นตอนที่ดิฉันเรียนภาษาญี่ปุ่น ไม่เคยเรียนกับครูคนไทยมาก่อน เรียนกับครูชาวญี่ปุ่นตั้งแต่แรกเลย การออกเสียง และอื่นๆ จะเหมือนกับเจ้าของภาษา (ก๊อปปี้เขามาเลย) สมองเรายังใหม่กับภาษานี้ ภาษาอังกฤษก็เช่นกัน หากเราศึกษากับเจ้าของภาษาตั้งแต่แรกก็จะพัฒนาได้ดี  แต่ก็อย่างที่ทราบกัน คนสอนในโรงเรียนทำดีที่สุดตามความสามารถแล้ว

        แต่พออายุมากกว่าสามปีขึ้นไป การเรียนภาษาของคนเราจะมีสองคำมาเกี่ยวข้อง คือ Study and Learn

Study คือการศึกษา ค้นคว้า ไม่ว่าจะอยู่ในห้องเรียน หรือเรียนรู้ด้วยตนเอง หากเราเกิดความรู้ในสิ่งที่เรียนจะเรียกว่ามีการ Learn เกิดขึ้น ดังนั้นคำสองคำนี้จะมาด้วยกันเสมอๆ และการเรียนรู้ของคนเราก็มาเกิดช่วงหลังสามปีเสียส่วนใหญ่

            การเริ่มเรียนภาษาหากเริ่มต้นล่าช้าก็จะเพิ่มความยากลำบากสำหรับตัวผู้เรียน แต่ไม่ได้แสดงว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเก่ง เพราะมีความแตกต่างระหว่างบุคคลมาเกี่ยวข้องด้วย (ยาว เยอะ ละไว้) (Individual differences ) หากเราฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการเรียนจากระบบ หรืออ่านเพิ่มเติม ก็จะทำให้ภาษาใกล้เคียงหรือเหมือนกับเจ้าของภาษาได้ เปรียบผู้เรียนแต่ละคนเป็นศิลปินวาดภาพ วาดภาพออกมาได้เหมือนต้นฉบับแค่ไหนก็แล้วแต่ความสามารถ การฝึกฝน  สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งบางคนก็ทำออกมาได้เหมือนมาก แทบไม่ต่างจากการถ่ายเอกสารจากสำเนาก็ว่าได้

สรุปการวิธีการเรียนรู้ภาษาของสมองคนเรา

Input-->Filter-->สมองLAD--> self monitor-->Output (Interlanguage)

            อธิบายเพิ่มเติม Input คือสิ่งที่เรารับเข้าไปสู่สมอง อาจด้วยวิธี study and learn or acquisition ส่วน Filter คือตัวกรอง ตัวกรองนี้คืออุปสรรคในการรับรู้หรือการเรียน  ถ้าใครมีฟิลเตอร์ที่หนามากก็เรียนรู้ได้ยากลำบากมากขึ้น มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ส่งผลต่อฟิลเตอร์

Edited by Pimada - 25 Apr 2554 at 12:07
One life, Live it!
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 Apr 2011 at 12:16 - IP: 68.151.12.183 IP Information

       ตัวฟิลเตอร์ที่สำคัญที่สุดเรียกว่า Fossilization ให้นึกถึงฟอสซิลค่ะ คำนี้หมายถึงการรับรู้ภาษาแบบผิดๆ จนติดเป็นนิสัย และฝังรากลึกในสมองเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ อาจตรงกับคำว่าปึกหนาในภาษาอีสานบ้านเราก็เป็นได้ เหมือนกับชาวยุโรปที่สำรวจออกมาว่าภาษาญี่ปุ่นยากสำหรับพวกเขา แต่ง่ายสำหรับคนเอเชียอย่างเรา เพราะมีฟิลเตอร์ต่างกันค่ะ  อย่างตัวดิฉันเองมีฟอสซิลไลเซชั่นเยอะมาก โดยเฉพาะการออกเสียง แม้กระทั่งภาษาไทยก็ยังพูดไม่ชัด เพราะถนัดแต่ภาษาอีสาน แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะแก้ไขตรงนี้ไม่ได้ หากมีการฝึกฝนอย่างดีก็แก้ไขได้ค่ะ อาจใช้เวลาเท่านั้นเอง

            LAD ก็คือส่วนของสมองที่รับรู้ภาษา ว่าง่ายๆ ก็สมองคนเรานั่นเองค่ะ มาต่อที่ Self monitor ตัวนี้ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบค่ะ ก่อนที่เราจะใช้ภาษาออกไป ไม่ว่าฟัง พูด อ่าน หรือเขียน มอนิเตอร์ของเราเองจะตรวจสอบก่อนเสมอว่าถูกต้องไหม มอนิเตอร์ของเราจะทำงานได้ดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับเวลาที่มีค่ะ และเป็นที่สังเกตุว่าทักษะการเขียน มอนิเตอร์ของเราจะทำงานได้ดีที่สุดค่ะ เพราะมีเวลาให้คิดพิจารณา ตรงกันข้ามกับการพูด ถ้าพูดออกไปแล้วหากผิดก็คือผิดเลย เราอาจย้อนมาพูดซ้ำเพื่อแก้ไขได้  เรารู้ว่าที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร แต่มอนิเตอร์ของเรามีเวลาทำงานน้อยค่ะ เลยผิดพลาดได้ง่าย แบบนี้ก็คือ มอนิเตอร์ของเราทำงานอยู่ค่ะ หลายคนบ่นว่าคนไทยเก่งเรื่องการเขียน แต่การพูดยังทำไม่ได้ดี ผิดเยอะ ก็ตัวนี้หละค่ะมาเกี่ยวข้อง หากเราฝึกฝนจนชินในสิ่งแวดล้อมกับคนที่ใช้ภาษาตลอด Self monitor  ของเราก็จะทำงานได้เร็วขึ้น เพราะเกิดความชำนาญขึ้นค่ะ เรียกได้ว่าพูดไปตรวจสอบไปพร้อมๆ กันได้อย่างรวดเร็ว

       คำสุดท้ายที่เกี่ยวกับการเรียนภาษาที่จะยกมาพูดคือ Interlanguage  คำนี้เป็นผลที่เกิดจากการทำงานของสมอง เมื่อเราเรียนรู้ ซึมซับความรู้ทางภาษาแล้วเรามาประดิษฐ์ประโยค คำพูดขึ้นเอง  การประดิษฐ์หรือสังเคราะห์ภาษานี้มีทั้งออกมาถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และไม่ถูกต้อง แต่การประดิษฐ์ Interlanguage บ่อยๆ ย่อมเป็นผลดีแก่ผู้เรียน และแสดงถึงความเข้าใจสิ่งที่เรียนรู้ค่ะ ตามประสบการณ์จากชีวิตจริงเราจะเห็นว่าคนเราสร้างประโยคและภาษาเองตลอดเวลา และประเด็นแทบจะไม่ได้สนใจว่าถูกหรือผิด เพราะหากสื่อสารกันเข้าใจก็บรรลุจุดประสงค์การพูดคุยกันแล้ว การใช้ Interlanguage หากมี Study and Learn ไปด้วยกันตลอดก็จะพัฒนาสมบูรณ์และหลากหลายเป็นภาษาที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ค่ะ

            เรื่องที่กล่าวมาเขียนจากความเข้าใจ อาจยาวแต่ก็ทำให้เข้าใจง่ายสำหรับทุกๆ คน เรื่องราวลึกๆ ทางภาษาศาสตร์ (Linguistics) ไม่จำเป็นและไม่สามารถกล่าวถึง เพราะเยอะแยะมากมาย และยากต่อการเข้าใจ ซึ่งดิฉันเองก็มีความรู้เท่าหางอึ่ง (อึ่งไม่มีหางนี่นา ไม่ใช่ลูกอ๊อด) แต่ก็หวังว่าคนอ่านจะเข้าใจ นี่คือจุดประสงค์ค่ะ

หมายเหตุอีกที

จะโพสต์ประจำทุกๆ สามวันนะคะ ถ้าทำได้ ถ้าไม่ได้ก็จะโพสต์ไว้ล่วงหน้า หรือแล้วแต่สถานการณ์

ถ้ามีการบ้านก็ทำด้วยนะคะ จะพยายามให้ใช้เวลาน้อยกับการบ้านค่ะ และมาโพสต์ค่ะว่ได้คะแนนเท่าไร ฝึกแล้ว ดูแล้วคิดเห็นเป็นอย่างไรบ้าง

น้องแอปเปิ้ล ย้ายกระทู้เรียนภาษามาตรงนี้เลยนะคะ เราเปิดให้โพสต์อิสระเสรี คนเอามาลงประชาธิปไตย คนอ่านก็บุฟเฟ่ต์ค่ะ (ฝรั่งที่นี่อ่านว่าบัฟเฟ่ต์ อีกละ)

            หวังว่าพี่น้องชาวเมเปิ้ลจะได้ประโยชน์ และความบันเทิงจากกระทู้นี้นะคะ

เจอกันวันหลังค่ะ

One life, Live it!
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 00:56 - IP: 74.210.59.68 IP Information
สวัสดีค่ะพี่ๆ วันนี้วันแรก       -thinking - ErmmErmm
  
มาสมัครเป็นนักเรียนคะ LOLLOLLOL (เป็นทั้งผู้รับและผู้ให้) มาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน.คะ
 
 
There are many ways to improve your level of English:
 
Intensive English language course focuses on the following skills, reading, writing, listening, speaking and grammar.
 
 
READ IT
Read as many English books, newspapers and magazines as you can find.
 
LISTEN TO IT
Try some of the radio stations. I recommend on the Worldwide Radio schedules page BBC Overseas Service. They have a very good website designed to help English learners and teachers.
 

TALK IT
Talk to friends who are also learning English. Make a rule that perhaps for an hour, or when you go out together, you will only speak English to each other! Find native English-speaking people who will give you conversation practice.

 
MORE ABOUT LEARNING ENGLISH

English is an easy language to start learning because:
it has no genders. Apart from people, all objects are 'neuter', not 'masculine' or 'feminine'. So you say 'it' for such things, and do not need to learn any genders.
it usually has easy verb endings. Apart from a few 'irregular' verbs, verb endings are easy, and hardly change.
adjectives remain the same for all words - there are no different endings to learn.
the singular and plural pronoun 'you' is the same. There is no need to decide whether to use a polite form, or an intimate form, when speaking to someone as in French or German. (English used to have the singular form 'thou', which was often used in the intimate way like 'tu' or 'du'. In fact, in dialects in parts of England, this is still sometimes used. And in the Republic of Ireland, they have a very sensible plural form of 'you', when speaking to several people: 'yous'.)
The difficult parts of English are:

the spelling of a word may not show what the pronunciation (way of saying) the word is.
This is because English words came from many different sources. It is not a 'pure' language.
because English came from two main sources - old French, and old Anglo-Saxon, there is a very large vocabulary of words. Words with similar meanings may have come from both sources. For example, START (from Anglo-Saxon) and COMMENCE (from old French). The meaning is similar, but not precisely the same.
native English speakers use a lot of idioms, that is - words used in a way which is not their obvious meaning. An English speaker may say,
"I do not think much of apples."
This does not mean he doesn't often think about apples. It means that he does not like apples very much!
Yet he might say,
"I think nothing of going for a swim before breakfast."
What this really means is that he actually likes doing this, and that it is no problem to him!
But don't worry. You will find that you can understand and communicate even when you have not been learning English for long!
 
 
List ของ Web site เหล่านี้ ไว้เพื่อความสะดวกสำหรับผู้สนใจ ในการศึกษาภาษาอังกฤษ
                            
             
 
คำอธิบายเบื้องต้น  การเรียนหลักไวยกรณ์    Big smile
 
 
http://ict.moph.go.th/English/content/a01intro.htm                 
Parts of Speech Sentence Phrase Clause

http://ict.moph.go.th/English/content/adj02_position.htm

Adjective ตำแหน่งของคุณศัพท์ Position

 
http://ict.moph.go.th/English/content/adj03_kind.htm
 
Adjectives คำคุณศัพท์ Types (ชนิดของคุณศัพท์)
 
 
http://ict.moph.go.th/English/content/adj04_formation.htm
Adjectives Formation (การทำให้เป็นคำคุณศัพท์ )
 
Adjectives การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ ( Comparison of Adjectives )

http://ict.moph.go.th/English/content/adj06_article_a.htm

Adjectives ( articles -a/an )


http://ict.moph.go.th/English/content/adj07_article_the.htm        

Adjectives (Articles - the )


http://ict.moph.go.th/English/content/adj08_noarticle.htm          

Adjectives(article) คำนามที่ไม่ต้องใช้ article.

http://ict.moph.go.th/English/content/adj09-deter.htm

Adjectives - Determiners


http://ict.moph.go.th/English/content/adv01_kind.htm               

Adverbs ( กริยาวิเศษณ์ ) Types (ชนิดของกริยาวิเศษณ์ )


http://ict.moph.go.th/English/content/adv02_formation.htm          

Adverbs การทำให้เป็นคำกริยาวิเศษณ์ (Formation )


http://ict.moph.go.th/English/content/nouns01.htm                       

Nouns ( คำนาม ) Types ( ชนิดของคำนาม )


http://ict.moph.go.th/English/content/nouns02_count.htm               

Nouns Countable/Uncountable Nouns - นามนับได้/ไม่ได้


http://ict.moph.go.th/English/content/nouns03_singular.htm         

Nouns เอกพจน์/พหูพจน์ (Singular/Plural)


http://ict.moph.go.th/English/content/nouns04_agree.htm            

Nouns ( Subject - Verb Agreement )


http://ict.moph.go.th/English/content/pronouns.htm                 

Pronouns ( คำสรรพนาม ) Types (ชนิดของคำสรรพนาม)

http://ict.moph.go.th/English/content/verb01.htm

Verbs ( คำกริยา ) Types (ชนิดของคำกริยา)

 
http://ict.moph.go.th/English/content/verb02_tense.htm
                
Verbs Tenses


http://ict.moph.go.th/English/content/verb03_present.htm           

Verb Tenses (Present Tenses )


http://ict.moph.go.th/English/content/verb05_past.htm              

Verb Tenses (Past Tenses )

http://ict.moph.go.th/English/content/verb06_future.htm

Verb Tenses (Future Tenses ) Verb Tenses (Future

 
 
Verb Tenses Continuous/Non-continuous Verbs
 
 
Verbs Active/Passive Voices
 
 
Verbs: Mood
 
 
 
Grammar rules is fun.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สำหรับวันนี้   

Hope you all enjoy and having fun in this class.  

 
 
 
คําคมภาษาอังกฤษและภาษาไทย

"Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them."
- - Anonymous - -

"บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ"

See you next time on

 

Basic English for Thais in Canada .

 

Big smileBig smileBig smileBig smileBig smile

 

 

 

 

 

 

 



Edited by Apple.BKK - 13 Jun 2011 at 04:48
To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 01:13 - IP: 74.210.59.68 IP Information


Edited by Apple.BKK - 26 Apr 2554 at 07:01
To love and be loved.
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 01:30 - IP: 68.151.12.183 IP Information
ฮ่าๆ คุณครูแอปเปิ้ลน่ารักมากค่ะ พี่ชอบเว็บไซต์ที่เอามาลงมาก สอนนักเรียนประถมก็คงได้ดีนะแบบนั้นหนะ เสียดายสมัยก่อน รร ไม่มีอินเตอร์เน็ท พี่จะขออนุญาตอ้างอิงและดึงออกมาอธิบายทีหลังค่ะ จากเว็บที่น้องเอามาลง วันนี้ขอพล่ามต่อให้จบ ม้วนเดียว ก่อนจะเข้าบทเรียน (ว่าแต่นักเรียนไม่มีเลยนะ ถ้าเปิดโรงเรียนเจ๊งแน่ๆ)
 

  หลังจากเข้าใจวิธีการเรียนรู้ภาษาแล้ว ก็มาดูความเป็นมาของภาษาอังกฤษและใกล้เคียงสักนิดนึง

ภาษาอังกฤษมีที่มาเดียวกับภาษาเยอรมัน หากเปรียบเป็นครอบครัวก็มาจากปู่ย่า หรือ ตายายคนเดียวกันนั่นเอง ถ้าใครเรียนภาษาอังกฤษแล้วอยากเรียนภาษาที่สามเพิ่ม แนะนำภาษาเยอรมันค่ะ (ไม่ได้บอกว่าง่ายนะคะ) ส่วนภาษาฝรั่งเศสจะใกล้เคียงกับภาษาสเปน เพื่อนที่พูดภาษาฝรั่งเศสไปเที่ยวเปรู เขาพูดภาษาฝรั่งเศสสามารถสื่อสารกับคนที่พูดสแปนิชได้เข้าใจกันค่ะ

            อีกตัวอย่างที่เห็นมากับตัวคือคนที่มาจากยูเครน พูดภาษาเยอรมัน เธอคนนี้พูดภาษาอังกฤษได้แค่ Hello. How are you? เท่านั้นจริงๆ คนที่สอนงานเธอเป็นคนรัสเซีย คนนึงพูดภาษาเยอรมัน อีกคนพูดรัสเซีย เข้าใจกันได้ดีจริงๆ เคยคิดเล่นๆ ว่าให้เด็กคนนึงเรียนห้า หรือ หกภาษาไปพร้อมกันเลยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส สแปนิช รัสเซีย เพียงแต่ว่าคนเดียวให้สอนภาษาเดียว เช่นแบ่งเวลาในวันนึงเป็นห้าชั่วโมง เรียนภาษาต่างๆ ตามลำดับจากครูแต่ละคน เรียนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ไม่ยากเกินไปที่คนๆ นึงจะเก่งหลายภาษาเท่าๆ กันไปพร้อมๆ กัน แต่ไม่ใช่รู้แบบอินาแท นะคะ แบบนั้นห้าภาษายังน้อยไป คิดว่าคนอื่นๆ คงรู้ทุกภาษาทั่วโลกแล้ว

วัฒนธรรมการใช้ภาษา

เมื่อพูดถึงภาษาคงหลีกเลี่ยงเรื่องวัฒนธรรมที่ควบคู่กันมาไม่ได้ อย่างภาษาไทย คนบ้านเราทักทายกัน จะพูดว่า สวัสดีค่ะ กินข้าวหรือยัง ไปไหนมา เหนื่อยไหม ฯลฯ แต่คนที่นี่จะทักทายกันว่า สวัสดี สบายดีไหม สุขภาพเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่นี่ค่ะ หากใครไม่สบายเราก็จะไม่เซ้าซี้ไปพูดกับเขาค่ะ จะให้ไปพักผ่อน และเป็นมารยาทอันดีที่จะต้องถามไถ่ถึงสุขภาพของผู้อื่นก่อนเริ่มสนทนาใดๆ ค่ะ ไม่ว่าจะคุยกันตัวต่อตัวหรือทางโทรศัพท์ก็ตาม Hello. How are you?

สรุปภาษาที่สามารถเรียนไปพร้อมๆ กันได้คือ

English, German, French, Spanish, Russian และภาษาของตัวเราเองหากต่างจากที่ว่ามา เน้นอีกว่าไม่ได้บอกว่าง่ายนะ แต่จะง่ายกว่าถ้าเริ่มสอนในเด็ก

หมายเหตุ ไม่ได้อ้างอิงจากตำราวิชาการใดๆ เหล่านี้มาจากประสบการณ์ตรง ยายของสามีพูดได้ทั้งหมดห้าภาษาที่กล่าวมาค่ะ และเธอยืนยันว่าง่ายเสียด้วย

            เมื่อรู้ความเกี่ยวเนื่องของภาษาอังกฤษกับภาษาอื่นแล้ว ก็มาดูว่าเราเรียนภาษาอังกฤษแบบไหน เพราะภาษาอังกฤษก็มีหลากหลาย

ชนิดของภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ British English (BrEng)

ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน American English (AmEng)

ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียน Australian English  นอกนั้นก็มีภาษาอังกฤษของคนดำ Black English และแยกย่อยออกไปเป็นภาษาของคนคุก ฯลฯ ในที่นี้จะกล่าวถึงภาษาอังกฤษสองแบบ คือ BrEng and AmEng

          อย่างที่รู้กันอยู่ว่าความเป็นมาของประเทศแคนาดานั้นชนผิวขาวรุ่นแรกๆ ที่มาตั้งถิ่นฐานและมีอิทธิพลกับที่นี่ก็คือฝรั่งเศสและชาวอังกฤษ เรายึดเอาควีนจากอังกฤษเป็นประมุข มีผู้แทนพระองค์เป็นตัวแทนในการปกครอง เงินสกุลดอลลาร์แคเนเดียน (CAD) ก็มีรูปของควีนที่เหรียญและธนบัตรด้วย (ไม่ทราบว่าใช้ราชาศัพท์ให้ถูกต้องอย่างไร) เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่นับถือประมุขของอังกฤษ เช่น ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์

            ดังนั้นภาษาเขียนของแคนาดาจะเป็นแบบอังกฤษเสียส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นทั้งหมด หากคำใดง่ายก็ยึดเอาคำนั้นมาใช้ ปนกันไปทั้งแบบอังกฤษและอเมริกัน ภาษาที่เราพูดกันในชีวิตประจำวันเป็นแบบไม่เป็นทางการ ส่วนภาษาที่เป็นทางการ หรือวิชาการขั้นสูงเราจะไม่กล่าวถึง (ไม่มีความสามรถกล่าวถึงด้วยค่ะ) ดังนั้นสิ่งที่เราจะเรียนจากนี้ไปคือการใช้ภาษาอังกฤษของคนแคเนเดียนทั่วๆไปอย่างไม่เป็นทางการ

เปรียบเทียบ American English : British English

When confronting differences between the English language of the United States and Great Britain one notes that spellings of the same words can be decidedly different. The following list shows some common examples of the variances between American and British spellings.

 

 American

 British

 Center

 Centre

 check (money)

 Cheque

 Color

 Colour

 Curb

 Kerb

 Gray

 Grey

 Honor

 Honour

 Inquire

 Enquire

 Jail

 Gaol

 Jewelry

 Jewellery

 Labor

 Labour

 organization

 Organisation

 pajamas

 Pyjamas

 Peddler

 Pedlar

 Program

 Programme

 Realize

 Realise

 recognize

 Recognise

 Theater

 Theatre

The two versions of the English language also diverge when it comes to the names for many everyday objects and events. It is easy for a visitor from across the Atlantic to provoke amusement from the natives by calling a cloth used to wipe one's mouth a napkin in England, or by asking an American waiter for the W.C. The following is a list of some common American terms and their counterparts in the United Kingdom.

 American

 British

 apartment

 Flat

 bathroom

 toilet, W.C., or loo

 Candy

 Sweets

 checkers

 Draughts

 Closet

 Cupboard

 Corn

 Maize

 Cracker

 Biscuit

 Diaper

 Nappy

 drugstore

 chemist's

 Faucet

 Tap

 gas, gasoline

 Petrol

 hood (of car)

 Bonnet

 Line

 Queue

 Napkin

 Serviette

 Oven

 Cooker

 round-trip ticket

 return ticket

 suspenders

 Braces

 Truck

 Lorry

 trunk (of car)

 Boot

 underpass

 Subway

 undershirt

 Vest

 vacation

 Holiday

Compounding spelling and word choices, there are also punctuation differences between American and British English. While American English always uses double quotation marks to indicate speech, British English, especially in older texts, sometimes uses single quotation marks. More recent British publications sometimes use double quotation marks.

In both American and British English, periods and commas at the end of a quote come before the closing marks when the quote is a full sentence, or a full sentence broken up by a connecting phrase such as "He said":

"When we go to the beach," he explained precisely, "we always take tanning oil."

In American English, the placement of periods and commas remains the same even when the quote is a sentence fragment. But in British English, periods and commas punctuating sentence fragments are placed outside quotation marks.

American English:

They described the forum as "a stimulating event," but decided that in the future "they would return only on certain conditions."

British English:

They described the forum as "a stimulating event", but decided that in the future "they would return only on certain conditions."

Source: http://www.cftech.com/BrainBank/OTHERREFERENCE/GRAMMARANDPUNCTUATION/AmerEngBritEng.html

 ที่แคนาดาคำที่เราจะพบเจอว่าเป็นอังกฤษอเมริกันที่เด่นชัดที่สุดก็คือคำว่า

 Center

 Centre

ตอนมาแรกๆ ก็ยังติดแนวอเมริกัน ต้องตั้งสติก่อนเขียนคำนี้ ส่วนคำอื่นๆ จะเห็นว่าใช้แบบอเมริกันเสียส่วนใหญ่ค่ะ คิดว่าง่ายกว่านั่นเอง

คำที่ทำตัวหนาสีฟ้าคือคำที่ใช้กันแพร่หลายในแคนาดาค่ะ ส่วนการพูดและใช้คำส่วนใหญ่จะชัดเจน ฟังไพเราะและรื่นหูกว่าสำเนียงอเมริกัน ที่ดูตรงประเด็นมากกว่า

วิธีเรียนภาษาสำหรับผู้ใหญ่

ขอยกจากประสบการณ์ตรงนะคะ ใครจะเสริมอะไรก็ยินดีค่ะ

อ่าน อ่านง่ายๆ ตั้งแต่หนังสือเด็ก หนังสือพิมพ์ อ่านออกบ้างไม่ออกบ้างก็แปลรวมๆ ให้พอเข้าใจค่ะ นิตยสาร แผ่นปลิว  อ่านแหลกค่ะ เจอป้ายโฆษณา ป้ายบอกทาง อ่านหมด แหล่งที่เราอ่านได้ตลอดเวลาก็ในอินเตอร์เน็ทค่ะ บางทีสงสัยคำไหนก็ถามคนใกล้ตัวค่ะ

ดูหนัง หนังที่ดูรอบแรกเปิด Subtitle ด้วยค่ะ พอดูอีกรอบก็ไม่ต้องแล้วค่ะ เคยดูหนังช่องเอชบีโอที่บ้านเรา ไม่ค่อยได้พัฒนาเท่าไร เพราะแปลให้เรานิสัยไม่ดีมัวอ่านแต่คำแปลเสียมากกว่า หนังที่แนะนำคือหนังชุด หรือ ซีรีย์สมัยก่อน การใช้คำจะสุภาพ แต่ทันสมัย และพูดชัดถ้อยชัดคำดีมาก ดูแล้วต่างจากซีรีย์ในยุคปัจจุบันเยอะเลยค่ะ สำหรับผู้ฝึกเริ่มแรกควรดูตรงนี้ มีหลายเรื่องค่ะ ที่บ้านมี Soap, The partridge family, Night court เป็นต้น ดูเพลินๆ ไปก็ได้ความรู้เพิ่มเองค่ะ เหล่านี้เป็นสำเนียงอเมริกันนะคะ อีกอย่างที่แนะนำก็คือดูโทรทัศน์ค่ะ ให้ดูรายการสำหรับเด็กค่ะ เพราะไม่มีคำหยาบ ใช้คำพูดได้ชัดเจน เหมาะสม และนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เราเริ่มฝึกจากตรงนี้ได้ค่ะ ที่บ้านจะเปิดช่อง Treehouse  ไว้ตลอด (ไม่ดีนะคะเปิดแช่ให้เด็กดู อย่าเอาอย่างดิฉัน) ช่องนี้จะเป็นเรท C , C for Children

ฟังเพลง ฟังเพลงที่ชอบค่ะ หากว่างก็เลือกดูเนื้อเพลงประกอบด้วย จะทำให้เรารู้ว่าเขาพูดคำไหนบ้าง ออกเสียงอย่างไร ดูเนื้อเพลงแค่ครั้งเดียวก็พอแล้วค่ะ จะทำให้เราฝึกการฟัง และออกเสียง แต่ไม่เน้นหนักไวยากรณ์นะคะ เพราะพวกเพลง กลอน ก็มีความพิเศษที่ไม่ได้ยึดติดกับไวยากรณ์ (เหมือนดิฉันนี่แหละ) หากอยากฝึกมากไปกว่านั้น ให้ร้องคาราโอเกะค่ะ จากยูทูปมีเยอะแยะค่ะ เลือกเลยและก็ร้องฝึกออกเสียงให้เต็มที่ค่ะ

พูดกับคนอื่น การใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ดีก็ต้องพูดออกมาค่ะ นำมาใช้จริงๆ พูดกับคนอื่นบ่อยๆ ยิ่งอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ (ต่างประเทศ) เราจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วค่ะ

การเขียน เราฝึกเขียนภาษาอังกฤษตอนส่งอีเมลล์ค่ะ พยายามใช้ภาษาอังกฤษให้มากที่สุด ผิดถูกไม่ใช่ประเด็น แต่การเขียนก็มีข้อควรระวัง หากเป็นจดหมายเป็นทางการ หรือธุรกิจ ก็ต้องเน้นความถูกต้อง สุภาพ ให้มากขึ้นค่ะ

 นี่ก็เป็นข้อแนะนำคร่าวๆ จากประสบกาณ์ค่ะ พล่ามไปยาวมาก ก็หวังว่าคนที่อ่าน(หากมีใครหลงมา) จะเข้าใจ วิธีการเรียนรู้ภาษาของตัวเอง เข้าใจธรรมชาติของภาษา วัฒนธรรม และชนิดของภาษาอังกฤษที่ใช้กันในถิ่นที่ตนเองอาศัยค่ะ

One life, Live it!
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 03:21 - IP: 74.210.59.68 IP Information
 มา มา มา มาเรียนกันค่ะ....... .นักเรียน........ClapClap  
                                         
To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 04:31 - IP: 74.210.59.68 IP Information
การเทียบเสียงภาษาอังกฤษ ( ภาษาที่เราพูดกันในชีวิตประจำวัน )
American English Pronunciation:
I definitely recommend learning from native English speakers in person or through online sessions, and I think videos such as  a great alternative. 
 Example of an In-Depth accent evaluation  : In addition to helping you understand the sounds.  I want to give you plenty of ways to practice those sounds, as well as a way to understand word stress (and with it, the pitch and rhythm of American English). Below you will find a list of the kinds of exercises available on this site and an explanation of each kind.

Imitation Exercises: These focus on helping you pick up the speech patterns of American English: how words get stressed and which word/syllables get stressed. You will hear a short excerpt of speech three times, then there will be a gap in the video for you to repeat. Think of it not as repeating words, but as repeating a snippet of music or a melody. The more you imitate the way native speakers use word/syllable stress in speech, the better you will be at doing it yourself. The object is not to think of the words you hear and then same them, the object is simply to imitate the speech exactly as you hear it.

(ว่าแต่นักเรียนไม่มีเลยนะ ถ้าเปิดโรงเรียนเจ๊งแน่ๆ)   CryCryCryCryCryCryCry
 Special Thanks : To RachelsEnglish

 How to Answer the Phone: American English Pronunciation

Today I'm going to go over vocabulary for answering the phone. When I've lived abroad, for me it's been one of the most intimidating things to answer the phone and to speak on the phone because of course you don't have the benefit of seeing the person's mouth, seeing their face, and having all that communication that happens without the voice. So let's start with the most common way to answer a phone in the United States, hello? You can see the voice goes up - hello? This is because we're asking a question, inviting the person to say the next thing. Hello? So, simply, the word hello has the H consonant sound, hh, the 'eh' as in 'bed' vowel sound, the" light L"  and the 'oh' 'ah'  'in' no'  []. He-llo?

Although simply saying hello is the most common greeting, you might sometimes do something different, especially at work. For example, if your desk phone is ringing and say "This is Rachel." Just say 'this is' and your name. This is Rachel. So, this is, the 'Th'  is voiced [], th, so you make sound with your vocal cords. Then the 'is' as in 'sit' vowel  [], thi-, and the unvoiced  s sound. This. For the word 'is', you have the 'ih' as in 'sit' and here the s is voiced, so it is the Z sound . Is. This is. This is Rachel.

Another important thing that you might do when answering the phone is to say, How can I help you? This is Rachel, how can I help you? How begins with the hh H consonant sound , and has the 'ow'as in 'now'diphthong [], how. Now the word can here, how can I help you? is not as important as the word help, and so can in this case gets reduced to cn, cn. The K sound squished in together with the N consonant sound , without aa, the 'aa' as in 'bat' sound []. How cn, How cn I, with the 'ai'as in 'buy' diphthong []. How can I help - Help begins with the H consonant sound and has the 'eh' as in 'bed' vowel sound [], he- ul. It then has the dark L sound , and the P sound . pp. How can I help - how can I help you? You has the Y consonant [], yy, and the 'oo'as in 'boo' vowel sound  [], you, so it is the 'ew' as in 'few' diphthong []. How can I help you? Now let's notice here, the words, I said can is reduced and help is important. How can I help you? How can I help you?

Perhaps you've answered the phone without giving your name just by simply saying hello? and the person has asked for you. Is Rachel there? Then you want to let that person know that it's you that's speaking. For that you can say This is she or This is he. It begins just like 'This is Rachel' but instead of your name you would say she or he. This is she. This is he. Also, sometimes you might just say speaking. That is to say, this is me speaking, but it gets shortened into just the word 'speaking'. Is Rachel there? Speaking. Speaking begins with the unvoiced S consonant sound, ss. It has the P consonant sound, the 'ee'as in 'she' vowel sound  [], kk, the K sound, speak-, and the 'ih' as in 'sit' with the NG sound  []. Speaking.

Maybe the person on the other end of the line has asked not for you but for someone you live with or work with that you can go get and let them know, someone's calling. Then you can say Hold on, or, Yes, hold on. Hold on has the H consonant sound and the 'oh' as in 'no' diphthong. It's followed by the L which is coming at the end of the syllable here, so it is a dark L. That means that the 'oh' as in 'no' diphthong is no ho but hol, so the lip position is a little different as it is moving into the dark L. Hold on, hold on. The D consonant sound, the 'ah'as in 'father'  sound [] and the N sound. Now the D consonant sound is really linked here to the 'ah' as in 'father' sound even though it's the next word, hold on, as it is part of one idea. Yes, hold on, or, hold on. It also would be very appropriate to go ahead and add the 'please'. Hold on please. Please has the pp consonant sound, the light L, pl, pl, 'ee' as in 'she', plea- plea-, and the zz Z consonant sound. Please. Hold on please.



Edited by Apple.BKK - 05 Oct 2554 at 15:39
To love and be loved.
Back to Top
Pink-Maple View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 17 Jun 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 719
Post Options Post Options   Quote Pink-Maple Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 06:02 - IP: 206.248.190.79 IP Information
มาแล้วคะ นักเรียนโข่ง ยังไงโรงเรียนนี้รับรองไม่เจ๊งแน่นอนจ๊ะ เพราะว่าพี่จะเป็นนักเรียนที่ดีให้จ๊ะ ขอบคุณมากสำหรับความรู้ทั้งหมดที่จัดหามาให้ คุณพระคุ้มครองคะ
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น
Back to Top
miao04 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 21 Apr 2011
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 27
Post Options Post Options   Quote miao04 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 09:40 - IP: 14.207.197.170 IP Information

มาเช็คชื่อแล้วค่า

       ชอบจังที่แนะนำเกี่ยวกับการดูหนัง เพราะตอนนี้เหมียวเริ่มใช้หลักตรงนี้ก่อนเลย อิอิ  เหมียวเริ่มที่ หนังการ์ตูนของดิสนีย์ก่อนเลยค่ะ
เพราะพูดช้า และคำศัพท์เข้าใจง่ายค่ะ (ของดิสนีย์เค้าขยับปากช้านิดนึง) พอดูดิสนีย์เริ่มจะชินหูก็ขยับมาเป็น ซีรีย์ค่ะ ตอนนี้เหมียวดูเรื่อง
Ghost Whisperer  กับ merlin ค่ะ เพราะพูดช้าดีอิอิ 
ขออนุญาติแนะนำเวปนี้ค่ะสำหรับซีรีย์ http://www.vdowatch.com/index.php?page=movie&do=category&category_id=31&order=&view=thumb&p=4
แล้วเหมียวจะมารายงานเรื่องความคืบหน้า ให้คุณครูทราบค่ะ  หลักอื่นๆเหมียวกำลังเริ่มทำความเข้าใจอยู่ค่ะ ที่เริ่มการดูหนังก่อนเพราะง่ายดีอะค่ะ  5555
ขอบคุณมากๆค่ะ
เหมียว
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 09:55 - IP: 68.151.12.183 IP Information
คุณครูแอปเปิ้ลเรียกนักเรียนได้สองคน ฮ่าๆ ไม่เจ๊งแล้วพวกเรา
พี่นพ ว่างๆ ก็มาช่วยกันค่ะ อะไรที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันก็มาแบ่งกัน
 
น้องเหมียว ทำสิ่งที่เราชอบดีแล้วค่ะ พี่ดูหนังเอาสนุกอย่างเดียว
ถ้าได้อะไรมาบ้างก็เป็นกำไร มีอะไรก็มาแบ่งปันกันค่ะ
 
One life, Live it!
Back to Top
Phanaphat View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 13 Feb 2011
Online Status: Offline
Posts: 442
Post Options Post Options   Quote Phanaphat Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 10:19 - IP: 124.122.170.220 IP Information
มาสมัครเป็นนักเรียนด้วยคนค่ะ ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียวที่เหลือยากหมด Cry
Back to Top
voici_grace View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Nov 2009
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 132
Post Options Post Options   Quote voici_grace Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 11:25 - IP: 70.67.131.166 IP Information
เข้ามาลงชื่อด้วยค่ะคุณครูพี่พิมและคุณครูแอ็ปเปิ้ล แล้วก็มาทักทายพี่นพและน้องกุนด้วยนะคะ
เดี๋ยวจะทยอยอ่านนะคะ เพิ่งกลับมาจากยิมได้สักพักค่ะ
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 11:46 - IP: 74.210.59.68 IP Information
ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกคน นะคะ           ( วันนี้ยาวไปมั๊ยนี่ ? )   
 
 Big smileBig smileBig smile ดี ใจ มากค่ะ   ที่มีนักเรียน   หลงเข้ามา    เย้ๆๆๆ  Big smileBig smileBig smile
 
    พวกเรา ไม่เจ๊งแล้วคะ   P ' PimApproveApprove
To love and be loved.
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 20:06 - IP: 68.151.12.183 IP Information
รีบตะครุบไว้เลย มีคนหลงมาอีกแล้ว LOLLOLLOL
เรื่อง BrEng and AmEng ที่ลงไปเหมือนเยอะ ความจริงก็มีรายละเอียดลึกๆ เต็มไปหมด แต่เราก็บอกว่าเป็น Basic English
ก็เบสิกไปก่อน และที่สำคัญไม่ได้อยากให้ท่องจำหรือลำบากในการอ่าน ดูแค่ให้เกิดแนวทางค่ะ
ขอเว้นระยะสักแป๊บนึงดีกว่าเนาะ
See you again soon!
One life, Live it!
Back to Top
hermione7harry@hotma View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Apr 2011
Online Status: Offline
Posts: 408
Post Options Post Options   Quote hermione7harry@hotma Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 21:02 - IP: 124.122.246.79 IP Information
ว้าววววววววววววววSmileขอเรียนด้วยคนค่ะ
นักเรียนชื่อไอซ์นะค่ะะะะ
 
 
มะกี้เพิ่งเจอคำว่า

bitch  ค่ะ  เป็นคำไม่สุภาพใช่ไหมค่ะ อยากทราบว่า รุนแรงแค่ไหนค่ะคำนี้

Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 22:27 - IP: 68.151.12.183 IP Information
Originally posted by hermione7harry@hotma

ว้าววววววววววววววSmileขอเรียนด้วยคนค่ะ
นักเรียนชื่อไอซ์นะค่ะะะะ
 
 
มะกี้เพิ่งเจอคำว่า

bitch  ค่ะ  เป็นคำไม่สุภาพใช่ไหมค่ะ อยากทราบว่า รุนแรงแค่ไหนค่ะคำนี้

 
สวัสดีค่ะคุณไอซ์ ยินดีต้อนรับค่ะ

คำว่า bitch ปกติเป็นคำไม่สุภาพ ไม่ควรใช้กับบุคคลทั่วไป นอกจากเวลาจำเป็นจริงๆ แต่คำนี้จะพูดกันจนเป็นปกติในหมู่คนดำ เวลาเอ่ยถึงผู้หญิงค่ะ การจะดูว่าคำนี้หยาบไหม หยาบแค่ไหน ให้ดูที่สถานการณ์และเจตนาคนพูดค่ะ

จะยกตัวอย่างดังนี้นะคะ จากหนังเรื่อง Me, Myself and Irene ลูกๆ ของพระเอกทำป้ายให้พ่อเพื่อขอแต่งงานกับไอรีน ลูกๆ พระเอกเป็นคนดำนะคะ (ลูกคนอื่นนั่นแหละที่จริง) ป้ายนั้นเขียนว่า

Bitch, Will you marry me? ในสถานการณ์นี้ คนพูดเป็นแบบนี้ เราถือว่าปกติค่ะ

อีกสถานการณ์นึงที่คนชอบพูดคำนี้มากก็คือกับเจ้านายผู้หญิง ที่มีนิสัย จู้จี้จุกจิก ชอบติชอบว่า หาเรื่องเราตลอด นี่ก็ไม่นับว่าหยาบคายมากค่ะ แต่ไม่ควรพูด ส่วนใหญ่ก็ออกแนวนินทานาย เช่น

You have to finish your work by noon. She is a bitch.

Don’t be so bitchy.  ไม่หยาบมากอะไรค่ะ แต่พูดกับคนสนิท เตือนกันว่าอย่าเรื่องมาก นิสัยไม่ดี

ในอีกกรณีนึงคำนี้ก็เป็นคำพูดใช้เรียกตัวเองของผู้หญิง หรือหลายคนก็คิดว่าเป็น bitch เนี่ยมันเจ๋ง มันสุโค่ย เช่นจากหนังเรื่อง Avatar เพื่อนพระเอกคนที่เป็นผู้หญิงขับเฮลิคอปเตอร์ เธอตัดสินใจสู้ตาย ก่อนลุยเธอพูดว่า

I’m a helicopter bitch.

อีกกรณีก็เพื่อนสาวแซวกันเล่นๆ ในหมู่คนสนิท ถ้าใครจีบผู้ชายก่อน เจ้าชู้ กิ๊กเยอะ ก็อาจแซวกันว่า

You are a bitch.  

ทีนี้มาถึงเหตุการณ์ที่ค่อนข้างจะหยาบคาย  ความหมายตามตัวของคำนี้จะหมายถึงสุนัขตัวเมีย ความหมายซ่อนอยู่ก็คือพฤติกรรมสำส่อน มั่ว ไม่เลือก นอนกับคนไปทั่ว คือนังแพศยานั่นเอง เจอคนรู้จัก หรือไม่รู้จักแบบนี้เป็นคำด่าแน่ๆ

You are (such) a bitch. หรือแค่เดินเฉียดเราทำท่าหมั่นไส้แล้วพูดว่า bitch!

You are fu*king bitch. (เน้นว่าเราด่า)

You are fu*king damn bitch. (เน้นเข้าไปอีก)

Son of a bitch นี่ก็คำด่าที่ค่อนข้างรุนแรง ใช้ด่าผู้ชายค่ะ ตัวย่อคือ SNOB  ซันนอบบะบิช อ่านรวบเสียง คำนี้ได้ยินบ่อยมากในหนัง

ตัวอย่างประโยค He is a son of a bitch. หรือแค่ son of a bitch ถ้าโมโหมากก็เติมคำเสริมแบบข้างต้นเข้าไปอีก คำพูดเหล่านี้เรารู้ไว้ไม่เสียหลาย แต่เวลาใช้ต้องดูสถานการณ์และบุคคล สถานที่ด้วยค่ะ

ไม่ทราบว่าไปเจอคำนี้ที่ไหนคะ หากเป็นการสนทนากับใครแล้วเจอ อีกฝ่ายด่าเราแล้วค่ะ

หวังว่าจะช่วยให้เข้าใจบ้างนะคะ

ปล ตอบจากประสบการณ์นะคะ



Edited by Pimada - 26 Apr 2554 at 22:47
One life, Live it!
Back to Top
hermione7harry@hotma View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Apr 2011
Online Status: Offline
Posts: 408
Post Options Post Options   Quote hermione7harry@hotma Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 23:14 - IP: 124.120.34.186 IP Information
LOL ค่ะ เจอจากบุคคลสนทนานี่แหละค่ะ
เราเถียงกับเขาเป็นวรรคเป็นเวรเลยค่ะ
ว่าเขาพูดจาไม่สุภาพ เขาก้บอกว่าไม่ได้ตั้งใจใช้ในแง่นั้น
 
ไม่รุจะว่าไงเลย ฮ่าๆๆๆ
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Apr 2011 at 23:23 - IP: 68.151.12.183 IP Information
Originally posted by hermione7harry@hotma

LOL ค่ะ เจอจากบุคคลสนทนานี่แหละค่ะ
เราเถียงกับเขาเป็นวรรคเป็นเวรเลยค่ะ
ว่าเขาพูดจาไม่สุภาพ เขาก้บอกว่าไม่ได้ตั้งใจใช้ในแง่นั้น
 
ไม่รุจะว่าไงเลย ฮ่าๆๆๆ
 
คงเป็นคนที่แชทด้วยใช่ไหมคะ ปกติผู้ชายจะไม่พูดคำนี้ออกมาเด็ดขาดกับคนที่ตัวเองจีบอยู่ เพื่อนผู้หญิงที่ไม่สนิทขนาดหนัก กับ แฟน ภรรยา ห้ามพูดนะคะ ไม่งั้นเจ็บหนัก ไม่ใช่คำเอามาพูดเล่นธรมดาค่ะแบบนี้ คำนี้อยู่ระดับล่างๆ ในตารางเรียงลำดับความสุภาพค่ะ หากใครใช้จนชินก็ทำให้เราต่ำลงไปด้วย ฮ่าๆ ว่าไป
ถ้าหากพูดแล้วบอกว่าธรรมดาก็ถือว่าหยาบคายเป็นนิสัยค่ะ อีกอย่างต้องดูประโยคทั้งหมดที่พูดด้วย แต่จากสถานการณ์แจกโอโล่กลับไปให้เขาได้เลยค่ะ หากอยากคุยกันให้สนุกและทันกันนะคะ
ถ้าไม่รู้ว่าโอโล่คืออะไร ลองพิมพ์ภาษาอังกฤษตามตัวเลยนะคะ พิมพ์เล็กทั้งหมดค่ะ
 
 
 
 
 
One life, Live it!
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Apr 2011 at 04:51 - IP: 209.89.34.144 IP Information
สวัสดีค่ะ.
 
Good job   ka  คุณครูพี่พิม.Thumbs Up .you explain this  word "bitch" verry well.Clap
 
After all, our lesson are complete,  If you  are interested,   here some home work.
 
Note : Some words have more than one meaning.
 meaning will change depending on the sentence words are know as Homographs.
 
Example : We bought a pound of carrot. 
Answer:  measure          
 
 
pick the meaning of the underlined word:
 
 
1.  The scientist found a shining object on the ground.
 A. oppose          B. thing           C. aim
 
 
2.  Joe will object this proposal.
 A . oppose         B. thing           C. aim  
 
 
3. The chef pounded   ten carrots for the soup. 
 A. measure        B. money          C. mush
 
 
4. Anne bought a bag or carrots for a pound.
A.  measure        B.  money          C. mash 
 
 
5. He dove in to  the pool.
  A. biked           B.  bird              C.  jumped 
 
 
6. The white dove  is sitting on our tree.
A. biked             B.bird                C. jumped
 
 
7.  Does generrally have one or two fawns at a time.
A. measure         B.   female deer    C. perform
 
 
 
 
SmileThat good  enough for today.  see your guys later.  With the answers.Smile 
 
If you have any question or comment please feel free to let me know.
 
เดี๋ยว จะพยายามคั่นด้วยบทเรียนอื่นบ้างนะคะ สาวๆจะได้ไม่เครียด กันมากจนเกินไป          ต้องเรียนแล้วสนุกมากกว่าเครียดนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


Edited by Apple.BKK - 27 Apr 2554 at 15:19
To love and be loved.
Back to Top
voici_grace View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Nov 2009
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 132
Post Options Post Options   Quote voici_grace Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Apr 2011 at 07:07 - IP: 70.67.131.166 IP Information
Good evening ka. Kru Apple, Here are the answers :)
Ans: 1- B
        2 - A
        3 - C

        4 - B
        5 - C
        6 - B
        7 - B

 
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Apr 2011 at 07:42 - IP: 68.151.12.183 IP Information
เล่นมั่งค่ะ อิอิ
1 b 
2 a
3 a
4 b
5 c
6 b
7 b
 
One life, Live it!
Back to Top
hermione7harry@hotma View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Apr 2011
Online Status: Offline
Posts: 408
Post Options Post Options   Quote hermione7harry@hotma Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Apr 2011 at 08:29 - IP: 124.120.34.104 IP Information
LOLLOL ขอบคุณที่แนะนำนะค่ะ
 
วันนี้ก็เข้ามาเรียน สนุกสนานมากค่ะ
 
สงสัยมันหยาบเป็นนิสัย เป็นหนุ่ม canada
แต่อยู่ไทยนานแล้ว อยากด่ากลับ แต่ไม่กล้า
ปัจจุบัน say good bye ไปแล้วค่ะะะ
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Apr 2011 at 09:06 - IP: 68.151.12.183 IP Information
Originally posted by hermione7harry@hotma

LOLLOL ขอบคุณที่แนะนำนะค่ะ
 
วันนี้ก็เข้ามาเรียน สนุกสนานมากค่ะ
 
สงสัยมันหยาบเป็นนิสัย เป็นหนุ่ม canada
แต่อยู่ไทยนานแล้ว อยากด่ากลับ แต่ไม่กล้า
ปัจจุบัน say good bye ไปแล้วค่ะะะ
 
Good for you then.Big smile
One life, Live it!
Back to Top
pookpik7 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Aug 2010
Online Status: Offline
Posts: 1805
Post Options Post Options   Quote pookpik7 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Apr 2011 at 16:22 - IP: 124.120.208.177 IP Information

สวัสดีค่ะ คุณครูที่น่ารักทุกคน 

ขอนั่งเรียนด้วยคนนะคะ  เรียนที่โรงเรียนมันไม่สนุกค่ะ เรียนหลายๆคนสนุกดีค่ะ

ขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ กรุณามาให้ความรู้นะคะ
Good job!!!
You are not designed for everyone to like or love you,if you think that you are a good human really,don't care anything,keep on to do goodness
Back to Top
Jessilary View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 14 Jan 2010
Online Status: Offline
Posts: 33
Post Options Post Options   Quote Jessilary Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Apr 2011 at 23:44 - IP: 209.121.94.164 IP Information

เข้ามาลงชื่อเรียนค่ะ เป็นคนรีเควสต์แต่ดันมาทีหลังเพื่อน (มาช้าดีกว่าไม่มาเนาะ)

วันนี้มีคำถามมาถามครูท่านพี่ค่ะ ว่าคำว่า "เกรงใจ กับ น้อยใจ" ใช้ยังไงกันคะ ฝรั่งเค้าไม่มีความรุ้สึกด้านดีกันใช่ไม่คะ ถึงได้หาศัพท์ที่แปลตรงๆกันไม่ได้ เช่นถ้าเค้าจะทำอะไรให้เราสักอย่างแต่เราจะบอกเค้าว่าไม่เป็นไรหรอกเกรงใจอะ เราพูดคำนี้ว่ายังไง
 เช่น I don't want to distrub you. แบบนี้ใช้ได้รึป่าว หรือมีคำอื่นในแนวๆ นี้อีกไม๊คะ
และประมาณว่าจะบอกให้เค้ารุ้จักเกรงใจกันบ้างซิ อันนี้พูดไงดีหว่า.....Confused
ส่วนคำว่าน้อยใจกับงอน  อยากจะบอก(เบาๆ ) ว่าฉันรู้สึกน้อยใจแล้วนะ (ช่วยมาง้อฉันที) แต่ป่าวเลยงอนไปก้อเท่านั้นไม่มีใครง้อ เพราะฝรั่งไม่รู้ ฮ่วย!
รบกวนช่วยชี้แนะด้วยคร่า  เด๋วไปทำการบ้านข้างบนก่อนเด้อ Sleepy
 
 
 
 
Back to Top
Jessilary View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 14 Jan 2010
Online Status: Offline
Posts: 33
Post Options Post Options   Quote Jessilary Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Apr 2011 at 23:58 - IP: 209.121.94.164 IP Information
Originally posted by Jessilary

เข้ามาลงชื่อเรียนค่ะ เป็นคนรีเควสต์แต่ดันมาทีหลังเพื่อน (มาช้าดีกว่าไม่มาเนาะ)

วันนี้มีคำถามมาถามครูท่านพี่ค่ะ ว่าคำว่า "เกรงใจ กับ น้อยใจ" ใช้ยังไงกันคะ ฝรั่งเค้าไม่มีความรุ้สึกด้านดีกันใช่ไม่คะ ถึงได้หาศัพท์ที่แปลตรงๆกันไม่ได้ เช่นถ้าเค้าจะทำอะไรให้เราสักอย่างแต่เราจะบอกเค้าว่าไม่เป็นไรหรอกเกรงใจอะ เราพูดคำนี้ว่ายังไง
 เช่น I don't want to distrub you. แบบนี้ใช้ได้รึป่าว หรือมีคำอื่นในแนวๆ นี้อีกไม๊คะ
และประมาณว่าจะบอกให้เค้ารุ้จักเกรงใจกันบ้างซิ อันนี้พูดไงดีหว่า.....Confused
ส่วนคำว่าน้อยใจกับงอน  อยากจะบอก(เบาๆ ) ว่าฉันรู้สึกน้อยใจแล้วนะ (ช่วยมาง้อฉันที) แต่ป่าวเลยงอนไปก้อเท่านั้นไม่มีใครง้อ เพราะฝรั่งไม่รู้ ฮ่วย!
รบกวนช่วยชี้แนะด้วยคร่า  เด๋วไปทำการบ้านข้างบนก่อนเด้อ Sleepy
 
ส่งการบ้านค่ะ
1-B
2-C
3-A
4-C
5-C
6-B
7-B
 มันต้องถูกสักข้อนึงหละน่า อิๆๆ
 
 
 
 
 
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Apr 2011 at 00:00 - IP: 68.151.12.183 IP Information

1A     Greetings

ประโยคทักทายง่ายๆ ที่คนที่นี่พูดกันได้ยินบ่อยๆ ทุกๆ วันก็คือ

Hello. How are you? ตอบง่ายๆ สั้นๆ อย่างไม่เป็นทางการเช่น

          I'm Good.

          Very good

          Not so bad

          Not very well

          I’m sick.

          I have a fever.

การตอบคำถามของคำว่า What’s up? เราตอบสองแบบคือ

            Nothing

          Not much

ลองฟังตัวอย่างจากวิดิโอนี้ค่ะ

 

Idiom today

A piece of cake ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก  หมายถึงสิ่งนั้นง่ายเสียเหลือเกิน เช่น

English is a piece of cake.

Driving a car is a piece of cake.

 

          Hope you enjoy the studies. See you next time.

 

One life, Live it!
Back to Top
Pimada View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jul 2010
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 543
Post Options Post Options   Quote Pimada Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Apr 2011 at 00:32 - IP: 68.151.12.183 IP Information

น้องยุ่ง คำว่าเกรงใจ ไม่มีใช้กันในภาษาอังกฤษอย่างที่ว่านั่นหละค่ะ เราจะอ้อมๆ และดูตามสถานการณ์ไป

เราสามารถพูดได้ตามตัวอย่างต่อไปนี้

I don’t want to bother you.

I hate to bug you but can you please answer the door?

I don’t want to bug him. หรือพูดเลี่ยงๆ เสริม ไปทำนองนี้ (ตามสถานการณ์)

 I’ll do it myself. I can do it myself.  .อยู่ในสถานการณ์ใดก็ใช้คำพูดเพิ่มความเกรงใจเข้าไปเช่น ถามเพื่อนว่า Are you ok to drive me home? ขับรถไปส่งบ้านได้ป่ะ เหล่านี้ไม่เป็นทางการและกับคนสนิทค่ะ

คำว่าน้อยใจ อือ พี่ไม่เคยได้ยินฝรั่งพูดเลยคำนี้ ฮ่าๆ เพราะฝรั่งไม่มัวมานั่งน้อยใจ มีอะไรไม่พอใจก็บอกไป และพูดกันตรงๆ ให้จบไปค่ะ เวลาเรารู้สึกอย่างไร อาการที่เป็นสาเหตุให้งอน คืออะไร ดูตรงนั้นและพูดคำนั้นออกไป เช่น เหงา เสียใจ โกรธ ไม่มีความสุข แต่เราพอจะพูดได้ทำนองนี้

I feel out of place. รู้สึกว่าเป็นคนนอก เป็นส่วนเกิน

I feel I’m not a part of the conversations. ไอ้ที่คุยๆ กันอยู่นี่ไม่มีใครสนใจถามอะไรฉันเลย

เหล่านี้คือความรู้สึกที่ทำให้เรางอน หรือไม่มีความสุข

I’m very upset with you. ฉันไม่พอใจเธออย่างแรง ฉันหงุดหงิดไม่มีความสุขเพราะเธอเป็นสาเหตุ

I’m not happy at all. ฉันไม่มีความสุขเอาซะเลย

I’m not happy with her. หล่อนคนนั้นทำให้ฉันไม่พอใจ

มีอะไรจะก็จะพูดตรงๆ  เลือกเวลาคุยกันเงียบๆ สองคน กับคนที่เราจะเคลียร์ คำที่เริ่มสนทนาเช่น

John, Can we talk?

We need to talk.

I need to talk to you

 

อย่างทีน้องยุ่งว่าไว้ ฝรั่งไม่เข้าใจการงอน เขาจะดูอาการของเรา และถามไถ่ว่าเป็นอะไร ก็คุยกันไม่งั้นงอนไปไม่มีคนง้อก็เป็นได้

เอ่อ ตอนพี่พิมพ์อยู่นี่สามีเดินมาเห็นเขาถามพี่ว่า Are you crazy or something ? hahahaha
Yes, I'm crazy.TongueEmbarrassed
 
ไม่เคยตอบคำถามพวกนี้มาก่อน ใครมีคำแนะนำเพิมก็ดีค่ะ  รอคนอื่นๆ ตอบเพิ่ม เอามาแบ่งกันนะจ๊ะๆBig smile
One life, Live it!
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Apr 2011 at 03:40 - IP: 209.89.34.144 IP Information
Avatarว่าคำว่า "เกรงใจ กับ น้อยใจ" ใช้ยังไงกันคะ ?
มาอธิบาย เพิ่มเติม   จาก คุณครูพี่พิม.นะคะ
เกรงใจ เราสามารถใช้   : I do not  want to interfear.  ......... You.
น้อยใจ เราสามารถใช้   : I have been unhappy the last few days, Let 's fix it.          (Let 's mean " Let us ")
 
 ' ฝรั่งไม่เข้าใจการงอน' Note:This  applies to most men.( some time).Neither ฝรั่ง nor Thai.  and i think  normally the woman make a first move any way. (as acting ,showing ).
 
If they are realrize it. they will say " what 's wrong dear?" or " What's matter dear?"หมายความว่า เค้าง้อคุณ


Edited by Apple.BKK - 28 Apr 2554 at 13:28
To love and be loved.
Back to Top
Apple.BKK View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 06 Apr 2011
Location: Canada
Online Status: Offline
Posts: 421
Post Options Post Options   Quote Apple.BKK Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Apr 2011 at 07:07 - IP: 209.89.34.144 IP Information
 Sorry naka kun Jessilary. I make misstake on the answer. เกรงใจ .because ,i was in the hurry did;nt read your question quite well . That you mean between two  of you in the conversation. not with the third person..Confused
 
 
ได้เวลาเฉลยแล้วค่ะ Big smile.
1.B
2.A
3.C
4.B
5.C
6.B
7.B
 
 
 


Edited by Apple.BKK - 28 Apr 2554 at 10:04
To love and be loved.
Back to Top
Page  123 8>

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.219 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters