Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ UK
  New Posts New Posts RSS Feed: คิดไงกับการเซ็นสัญญาก่อนแต่งงานค่ะ
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

คิดไงกับการเซ็นสัญญาก่อนแต่งงานค่ะ

Author
Layla18 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 May 2011
Location: None
Online Status: Offline
Posts: 208
Post Options Post Options   Quote Layla18 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: คิดไงกับการเซ็นสัญญาก่อนแต่งงานค่ะ
    Posted: 01 Jun 2011 at 02:49 - IP: 49.237.55.44 IP Information
พยายามจะเข้าใจแฟนค่ะแต่นึกแล้วก็อดน้อยใจทําไมเขาต้องร่างสัญญานี้ด้วยในนั้นก็มีบบ้านและที่ดินซึ้งเป็นชื่อเขาและพ่อ,พี่ชายก็มีสิทธ่ิ์ในที่ดินผืนนี้ด้วยอันนี้อ่ะเราพอเข้าใจ.อีกอันก็มีคอนโดที่เขาซื้อที่กรุงเทพฯแต่ยังผ่อนไม่หมดซื้อตั้งแต่เรากับเขาเป็นแฟนกันแต่ยังไมได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันเพื่อนเขามีหุ้น25% ต่อมาอีก2ปปีเราย้ายมาอยู่กับเขาเพราะเรากําลังจะมีลูกด้วยกันแต่เรายังไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานกันเลยแต่พูดคุยเรรื่องอื่นซะส่วนใหญ่เขาเคยบอกว่าเพื่อนเขาจะขายหุ้นที่คอนโดให้เพราะเขาคงไม่ได้มาอยู่เพราะเพื่อนเขาคิดว่าแฟนเรามีเราและลูกอยู่ด้วย.ต่อมาเราถูกคนใกล้ตัวถามเรื่องแต่งงานมากเราเลยคิดว่าน่าจะดีกับลูกและหลายๆอย่างเราเลยคุยกับแฟนว่าเราน่าจะแต่งงานกันโดยปกตีเขาไม่ค่อยศัทธาเรื่องนี้เท่าไหร่ส่วนตัวเราเองก็ด้วยแต่ก็ทําเพื่อลูกเราคิดแบบนี้.พอถึงวันใกล้จดทะเบียนเขาก็บอกเรว่าได้ให้ทนายร่างสัญญาขึ้นมาแลล้วเราต้องเซ็นก่อนจดทะเบียนกันนะเพราะไม่อยากใหิเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินและคอนโดของเขาเพราะมันไม่ใซ่ของเขาคนเดียว.สัญญายังรวมไปถึงถ้าเกิดมีการแยกทางหรือหย่าร้างจะไม่มีการจ่ายค่าเลี้ยงดูทั้งสิ้น.ฟังแล้วแฟนเรคิดไปไหนก็ไม่รู้นี่เป็นการแต่งงานกันครั้งแรกของเราสองคนเขาก็ไม่ไว้ใจเราซะแล้วเราเข้าใจนะว่ามําไมเขาทําแบบนี้เรามีรถแค่คันเดียวกะที่ดิน8ไร่มีก่อนแต่งแต่เราก็ไม่ได้ร่างอะไรเหมือนเขาเลยรถเราดาวน์แล้วผ่อนเองมา3ปีแล้วเขาช่วยผ่อนต่อเราก็เอาไว้เป็นสินสมรสเพราะคิดว่าแฟร์กับเขาด้วยแต่เรายังไม่ได้ทําไรกับที่ดินที่มีอยู่เลยกะจะเก็บไว้ให้ลูก.นอกจากที่เขาทําสัญญาที่ดินแล้วก็คอนโดแล้วเขาก็ไม่มีอะไรจะแชร์กะเราทั้งนั้นนอกจากเงินเดือนจากการทํางานซึ้งเขาก็ให้ไว้ใช้จ่ายบ้างเพราะเราอยู่บ้านเลี้ยงลูก.เขาก็จะบอกแต่ว่าเราแชร์อย่างอื่นที่เรามีร่วมกันหลังแต่งงานดีกว่า.เราน้อยใจตรงที่ว่าเขาคงไม่ไว้ใจเรามั้งและอาจเป็นได้ว่าเราจนกว่าเขาและเราไม่มีอะไร.ทําไมต้องเอาความรักมาเกี่ยวข้องกะธุระกิจเราเซ็งมากทุกวันนี้ยังไม่แต่งกันเลยเขายกตัวอย่างเรื่องหย่ากะเรื่องนี้บ่อยมาก.เรายอมแต่งแบบไม่เรียกร้องอะไรงงงานไม่ต้องจัดให้สิ้นเปลืองเราบอกเขาแบบนี้.พรุ่งนี้จะเซ็นแล้วไปจดทะเบียนกันวันศุกร์นี้ไม่รู้ว่ายังไงเรารักเขารักลูกเราก็ยอม.เพื่อนๆพี่คิดว่ายังไงกันบ้างค่ะแนะนําหน่อย.เล่ามาซะยาวเลยขอโทษด้วยนะแค่อยากระบายเท่านั้นเอง.
Back to Top
Layla18 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 May 2011
Location: None
Online Status: Offline
Posts: 208
Post Options Post Options   Quote Layla18 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 02:55 - IP: 49.237.55.44 IP Information
ลืมบอกไปแฟนเป็นคนอังกฤษค่ะอายุ29เท่ากัน
Back to Top
xluely View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Nov 2009
Location: United Kingdom
Online Status: Offline
Posts: 18067
Post Options Post Options   Quote xluely Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 03:08 - IP: 109.153.86.27 IP Information
อย่าไปคิดอะไรเลยค่ะ คิดว่าของเขาก็เป็นของเขาแล้วกัน เขาอาจจะเคยพบเคยเห็นอะไรมาก่อนถึงได้ทำแบบนั้น คิดเสี่ยว่าตราบใดที่ยังประคองชีวิตคู่ไปได้ด้วยดี ก็มีความสุขกับวันนี้ให้มากๆ พรุ่งนี้ใครจะเป็นตาย ร้ายดี ก็ยังไม่รู้เลย ยิ่งมีลูกด้วยกันอย่างไรเขาก็คงต้องให้อะไรลูกไว้บ้างล่ะ สัญญาทำขึ้นได้ก็ยกเลิกได้ อยู่ด้วยกันถ้าเขามั่นใจในตัวคุณทุกอย่างก็คงลงเอยด้วยดี
 
ไหนๆก็ตัดสินใจว่าจะเซ็นให้อยู่แล้ว ก็อย่าเก็บมาคิดให้เป็นเรื่องร้าวฉานในครอบครัวที่คุณกำลังจะสร้างขึ้นใหม่เลยค่ะ หนทางอีกยาวไกล ยังต้องมีเรื่องอะไรให้คิดอีกมาก ยิ่งเขาทำงานคนเดียว เราต้องพี่งเขาตลอดก็ยิ่งต้องทำใจ อย่างที่บอกทำวันนี้ และทุกๆวันที่ผ่านเข้ามาให้มีความสุขดีกว่าค่ะSmile
 
more info
 


Edited by xluely - 27 Oct 2012 at 20:18
Back to Top
kanittaya View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 01 Dec 2009
Location: BKK/Newcastle
Online Status: Offline
Posts: 2740
Post Options Post Options   Quote kanittaya Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 04:09 - IP: 85.211.197.77 IP Information
จริงอย่างที่คุณนกพูด ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกค่ะ ของที่ไม่ใช่ของเราก็ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะ เราควรจะได้ในส่วนที่ควรจะได้ถูกต้องแล้วค่ะ อีกอย่างหนึ่ง คุณมีลูกกับเขา ถึงคุณไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เขาระบุไว้ แต่ลูกคุณน่าจะมีสิทธิ์ตามกฏหมายนะคะ แต่ว่าในข้อที่ว่าถ้ามีการหย่าร้างกันแล้วเขาจะไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรนี่สิ เอาเปรียบเรานะคะ แต่ก็ต้องดูกันต่อไปค่ะ กาลเวลาเปลี่ยนใจคนก็เปลี่ยนได้ พอคุณอยู่กับเขาไปนาน ๆ เขาอาจจะมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวคุณ แล้วก็แก้ไขหรือยกเลิกสัญญาก็ได้นะคะ 
สบาย...สบาย...ถูกใจก็คบกันไป
Back to Top
panavas View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 15 Jan 2010
Location: thai
Online Status: Offline
Posts: 1657
Post Options Post Options   Quote panavas Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 04:37 - IP: 120.144.38.96 IP Information

เหมือนชายไทยเลยเนอะ ไม่เลื้ยงดูตอนเลิกกัน แต่เป็นกำลังใจให้ค่ะ ไหน ๆ ก็มีลูกด้วยกันแล้ว

Back to Top
ไอรี View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 08 Feb 2011
Location: TH
Online Status: Offline
Posts: 4386
Post Options Post Options   Quote ไอรี Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 05:10 - IP: 180.183.106.133 IP Information
ไม่ให้เรา เราไม่ว่า แต่ลุกต้องดูแลนะ เพราะก็เป็นลูกเขาเหมือนกัน ยังไงดูข้อสัญญาให้ดีนะคะ เราลำบากไม่ว่า แต่ลุกต้องได้สิทธิ์ที่เขาควรจะได้ รู้สึกไม่ค่อยดีเลยค่ะพออ่านแล้ว หากคุณพอมีกำลังทรัพย์ ลองปรึกษาทนายดูก่อนจะเซนต์สัญญานะคะ ยังไงลูกควรได้ในสิ่งที่เขาสมควรได้ค่ะ 
Back to Top
brownsugar View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 18 Jul 2010
Online Status: Offline
Posts: 192
Post Options Post Options   Quote brownsugar Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 05:47 - IP: 90.211.55.210 IP Information
อย่าเพิ่งรีบไปจดทะเบียนเลยค่ะ คุยกับเขาดีๆก่อนว่าเราค่อนข้างช๊อคกับสิ่งที่เขาเสนอมา บอกเขาว่าเราไม่เคยคิดจะแยกกับเขาแม้แต่นาทีเดียว แต่ถ้าไม่ไว้ใจกันจริงๆก็ทำให้ลูกเราก็พอ สำหรับเราไม่ต้องก็ได้ แต่บอกเขาว่าเราเสียใจที่เขากลัวเราขนาดนี้ อย่าใช้อารมณ์พูดนะคะ ทำหน้าเศร้าๆ จับมือเขาเวลาพูด เขาจะได้เห็นความจริงใจของเรา
 
สามีดิฉันก็ถามเรื่องจดสินสมรสก่อนแต่ง ดิฉันก็บอกให้เขาไปคิดดูก่อนไหม ถ้าไม่มั่นใจในตัวเรา ก็ยังไม่ต้องแต่งก็ได้ เราเข้าใจ ไม่โกรธ ไม่ว่า แต่ในใจอยากซัดซะเปรี้ยง สุดท้ายเขาก็ยอมแต่งแบบไม่มีเงื่อนไขเลยค่ะ ตอนนี้แต่งมาจะครบ9ปีแล้วค่ะ มารยาหญิงชนะทุกอย่างค่ะWink 
Back to Top
mymelody View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Jan 2011
Location: THAI
Online Status: Offline
Posts: 4483
Post Options Post Options   Quote mymelody Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 09:09 - IP: 223.206.211.7 IP Information
ส่วนตัวเฉยๆ ค่ะ เป็นการดีซะอีกเพราะเป็นการป้องกันตัวเรากับลูก อีกอย่าง จขกท กับแฟนอายุ 29 กันเอง เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก 5 ปี 10 ปี เราก็สามารถใช้สัญญาตัวนี้ได้โดยไม่ต้องจ้างทนายให้วุ่นวาย แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องทำความเข้าใจสัญญานั้นให้ดีๆ ถ้าข้อไหนเราเห็นท่าไม่ดีเราก็ค่อยขอแก้ไขให้เหมาะสม
 
 
ที่แนะนำอย่างนี้เพราะเราเห็นมาหลายรายแล้ว อยู่กันไม่ถึงปี ถูกฝ่ายชายขอหย่าแบบไม่มีสาเหตุ แล้วไม่มีสัญญากันพอสามีไล่ภรรยาออกจากบ้านหรือไล่กลับเมืองไทยเลยก็มี  ภรรยาแทบไม่มีเงินติดตัวสักบาท(บางคนตอนอยู่ด้วยกันก็ไม่คิดจะเก็บส่วนตัวด้วย) แล้วฝ่ายภรรยาก็ต้องเร่ร่อนไปอาศัยตามบ้านเพื่อน สุดท้ายก็ไปอยู่สถานสงเคราะห์ที่ช่วยเหลือผู้หญิง เพราะฉะนั้นยุคนี้เอาอะไรแน่นอนไม่ได้ อย่างน้อยถ้าทำสัญญาเราก็อาจจะบอกขอแค่ให้ช่วยเหลือเรากับลูกเรื่องที่อยู่ ค่าใช้จ่ายรายเดือนของลูก เพราะบางกรณีมาญาติฝ่ายชายมาเกี่ยวข้องแล้วเขาไม่ยอกมให้เราก็มีนะการทำสัญญาเป็นการปกป้องตัวเองจากญาติๆสามีด้วย ส่วนเรื่องทรัพย์สินก่อนสมรสเราคงไม่พูดถึงเพราะเวลาเลิกกันเขาก็ไม่นับ หรือไม่จะเป็นต้องมาแบ่งกันอยู่แล้ว
 
 
ถ้าเขายืนยันว่าจะทำก็ทำเถอะค่ะ ถือซะว่ามันคือกระดาษใบหนึ่ง บางคนมีสัญญาก่อนแต่งแต่ก็อยู่กันจนแก่เฒ่าซึ่งไม่ได้มีผลกระทบอะไรอยู่แล้ว ที่เขาต้องทำอย่างนี้เพราะเมืองนอกกฏหมายเขาแรงถ้าหย่ากันทีฝ่ายหญิงเล่นฟ้องฝ่ายชายซะหมดตัว เขาก็เลยกลัวไง
 
ลองเข้าไปอ่านกระทู้นี้ดูอย่างน้อยก็บอกได้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้
 


Edited by mymelody - 01 Jun 2011 at 09:21
Back to Top
LASAENG View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 16 Nov 2010
Location: UK
Online Status: Offline
Posts: 2597
Post Options Post Options   Quote LASAENG Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 11:24 - IP: 58.136.98.89 IP Information
บางทีความรักก็กินไม่ได้คนที่ทำธุรกิจมักจะคิดถึงข้อกฎหมายเสมอ
Back to Top
BIG LADY View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 28 May 2011
Location: PATUMTANEE
Online Status: Offline
Posts: 23
Post Options Post Options   Quote BIG LADY Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 12:12 - IP: 101.108.99.211 IP Information

อันนี้ความรู้สึกส่วนตัว นะค่ะ

น่าสงสารคุณจัง  ทำไมต้องมีเงื่อนไข เรามีครึ่งชีวิต เขามีครึ่งชีวิตเหมือนกัน รวมกันมาเป็นลูก ลูกคือหนึ่งที่ชีวิตที่เราสร้างค่ะ ค่อยค่อยอธิบายให้เขาฟัง ช้า ๆ แล้วเค้าจะค่อยคิด ความพยายามอยู่ทีไหน ความพ่ายแพ้ก็จะไม่มีค่ะ
เนื่องจากแฟนก็มีนิสัยหัวดื้อไม่ค่อยฟังอะไรเท่าไร ดิฉันใช้ความเงียบ สยบความเคลื่อนไหวค่ะ ทะเลาะกันบ่อยมาก ตอนที่จดทะเบียนตัวเองก็ไม่ค่อยอยากจดเท่าไรเพราะเคยจดกับคนไทยมากก่อนหน้า ดิฉันคิดว่ามันเป็นแค่กระดาษใบเดียว แต่ต้องจดเพราะเขากลัวเราไปมีคนอื่น ตอนที่จดแฟนก็ไม่พูดถึงสัญญาอะไรนี่หรอกค่ะ ลองถ้าพูดมีขี้นชกชัวร์ ใช้ความอดทนเพื่อลูกและครอบครัวคะแล้วมันจะผ่านไปได้ด้วยดี
Back to Top
spuknik View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Sep 2010
Online Status: Offline
Posts: 1172
Post Options Post Options   Quote spuknik Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 14:04 - IP: 223.206.211.7 IP Information
เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและแปลกใหม่สำหรับคนไทย สำหรับชาวต่างชาติแล้วถือว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ  และส่วนใหญ่คนที่มีธุรกิจเขาจะมีสัญญากัน จขกท ไม่ต้องคิดมากค่ะยังไงก็ถือว่าเพื่อลูก เขารักเราและลูกรับผิดชอบเราก็ไม่น่าต้องกังวลอะไร อย่าลืมว่าพื้นฐานทางสังคมต่างกันเขาก็ต้องกังวลเป็นธรรมดา หลายๆคู่ก็สามารถแก้ไขสัญญาทุกๆ 2 ปี เพราะฉะนั้นแล้วการทำสัญญาไม่ใช่กฏตายตัว
 
" เป็นเมียนักธุรกิจต้องอดทน (เพื่อลูก) Big smile " 
 
หลายๆคนจดทะเบียนกัน พอธุรกิจเริ่มไม่ดีก็รีบไปจดทะเบียนหย่ากัน เพราะถ้าถูกฟ้องล้มละลายทีจะได้ไม่หมดไปทั้งครอบครัว แต่ถึงเขาจะจดหย่ากันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเลิกรักกันเขาก็ยังอยู่ด้วยกัน รักกันดี จขกท น่าจะเข้าใจในด้านนี้
Back to Top
LASAENG View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 16 Nov 2010
Location: UK
Online Status: Offline
Posts: 2597
Post Options Post Options   Quote LASAENG Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Jun 2011 at 17:30 - IP: 58.136.98.122 IP Information
ถ้าไม่สบายใจก็อย่าเพิ่งจด
Back to Top
MEsong View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 06 Feb 2010
Online Status: Offline
Posts: 372
Post Options Post Options   Quote MEsong Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Jun 2011 at 15:31 - IP: 109.145.39.20 IP Information
ผญ ต่างชาติเองก็มีความคิดเห็นเป็น 2 ฝ่าย เหมือนที่ ผญ ไทยมี คือ เรื่องของการมองโลกตามที่มันเป็น + Romance

การแต่งงาน ก่อนแต่งทุกคู่ก็รักกันแนบแน่น ชั่วฟ้าดินสลาย แต่พอได้แต่งจริง อยู่ๆ กันไป บางคู่ก็เกิดความรู้สึก รักแต่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ และสาเหตุของการหย่าร้างส่วนใหญ่คือ การเงิน

การทำ Pre-nuptial สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ในภายหลัง โดยเฉพาะในกรณีที่มีบุตร ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย
ดังนั้น ควรใส่ไว้ในสัญญาตั้งแต่ต้นว่า หากมีบุตร ทรัพย์สินจะแบ่งอย่างไร

อย่างไรก็ดี หากคุณเองก็มี Solicitor ฝ่ายของคุณ เขา/เธอจะดูรายละเอียดของ Prenuptail ว่าคุณได้เปรียบหรือเสียเปรียบ

ดังนั้น โดยส่วนตัวแล้วต้องการทำ Pre-nupt  อีกอย่างก็เพื่อค้องการพิสูจน์ให้ฝ่ายที่รวยกว่าเห็นด้วยว่า ไม่ได้แต่งงานเพื่อหวังสิ่งใดมากไปกว่าความรัก ความเข้าใจ ดูแลเอาใจใส่กันและกัน

กรณีศึกษา จากคนใกล้ชิด - เพื่อนที่ทำงานเก่า
ชายฝรั่ง + หญิงไทย แต่งงานกัน คนรอบข้างเห็นว่า ทั้งสองรักกันมาก แต่งกันได้แค่ 1 ปี ผช ไปมี ชู้ แต่ไม่กล้าหย่าเมีย  เพราะติดเจ้าตัว   Prenupt   ดังนั้นเลยเลิกกับชู้ กลับไปทำตัวดีๆ กับเมีย ตอนนี้อยู่กันมาได้ 5 ปีและมีลูกด้วยกันแล้ว

สำหรับใครที่มาอ่านเจอ และกำลังจะทำ Prenupt อย่าลืม mention ไว้ใน prenupt นะคะ ว่าหากสามีมี.....เราจะได้อะไรบ้างในกรณีที่ถูกจับได้ จะได้รักด้วยหัวใจ แต่ใช้ชีวิตด้วยสมอง
Back to Top
LASAENG View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 16 Nov 2010
Location: UK
Online Status: Offline
Posts: 2597
Post Options Post Options   Quote LASAENG Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Jun 2011 at 16:41 - IP: 58.136.98.39 IP Information

โดยส่วนตัวมีของเราอยู่แล้วก่อนแต่งงาน...อยากทำค่ะเพราะไม่อยากรับรู้และรับผิดชอบหนี้สินของสามีที่อาจเกิดขึ้นได้

Back to Top
Layla18 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 May 2011
Location: None
Online Status: Offline
Posts: 208
Post Options Post Options   Quote Layla18 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Jun 2011 at 06:35 - IP: 223.24.133.64 IP Information
ขอบคุณสําหรับความเห็นทุกๆความเห็นนะคะเซ็นไปเรียบร้อยแล้วค่ะเมื่อวานแบบทุลักทุเลดิฉันได้อ่านสัญญาอย่างละเอียดก่อนจะเซ็นและแก้กันอยู่หลายรอบมากดิฉันให้เขาตัดตัวที่จะไม่มีการจ่ายค่าเลี้ยงดูหลังการหย่าและดิฉันให้เพิ่มเรื่องหนี้สินของเขาที่จะต้องจ่ายเกี่ยวบ้านและคอนโดของเขาเองส่วนเรื่องลูกเราไม่ได้ใส่อะไรจําเพาะลงไปเลยค่ะดิฉันมีเอะใจอยู่เหมือนกันว่าน่าจะใส่รายละเอียดลงไปให้มากกว่านี้หลายๆข้อเพราะไหนๆเขาก็อยากทําแล้วนี่เขาปกป้องแต่ส่วนของเขาแต่เรากับลูกยังเสียเปรียบอยู่มากลายลักษณ์อักษรไม่ต้องมีใจล้วนๆเลยค่ะอีกอย่างน่าจะทําอย่างที่คุณmesongว่าใส่เรื่องชู้สาวไปด้วยเพราะแฟนเขาค่อนข้างจะเจ้าชู้เพราะเข้าเป็นคนรูปหล่อตอนเป็นแฟนกันเขาเคยนอกใจและขอbreakกับเราด้วยเหตุผลยังไม่พร้อมจะมีแฟนแต่คบกับเรามาปีกว่าแล้วนะตอนนั้นเรามาจับได้ทีหลังค่ะพอผู้กลับไปหาแฟนเขาที่เมกาเขาก็อ้างว้างซิค่ะอยากคืนดีกะเราอ้างว่าเราดีงั้งี้พึ่งจะรู้ว่าเสียอะไรไปฟังดูแล้วเห็นแก่ตัวไหมค่ะแต่เราก็ให้อภัยเขาเพราะเราคิดว่าเขาเป็นผู้ชายมันเป็นของคู่กันแต่ถ้าเขาทําอีกหลังแต่งนี่สิคงรับไม่ได้และเราเสียดายน่าจะร่างสัญญาข้อนี้ไว้ด้วย.ส่วนผู้หญิงก็ไทยนี่แหละค่ะมีสามีอยู่แล้วด้วยรู้นะค่ะว่าแฟนเรามีเราอยู่แต่โทษเขาฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกตบมือข้างเดี๋ยวมันคงไม่ดังลูกเปลี่ยนทุกอย่างไปมากเราไม่ขอไรมากจากเขาทิ้งเราอน่างมากก็เสียใจสุดแต่กับลูกทิ้งแล้วไม่ดูดําดูดีมันเกินไปไหมค่ะ.อีกอย่าครอบครัวแฟนว่นวายทุกเรื่องค่ะสัญญาอันนี้ครอบครัวเขาเป็นคนสั่งให้ทํา.เมื่อวานเราทะเลาะกันบ้างหลังเซ็นไปแล้วเขาบอกว่าเขาเห็นเราเศร้าแล้วไม่สะบายใจเลยที่เศร้าเพราะอ่านสัญญาไปแล้วก็โมโหค่ะไม่ใช่อยากได้ทรัพย์สิยเขานะค่ะแต่เขาก็ใส่อะไรเองเออเองไปหมดทุกอย่างแล้วสัญญาให้ทนายร่างเป็นเดินพึ่งเอามาให้อ่านวันที่จะเซ็นวันเดียวแล้วก็ไมได้ตรงกันทุกข้อนะมันมีสองภาษาไงภาษาไทยเขียนซะเราเสียเปรียบเลยเขาคงคิดว่าเราโง่มากมั้ง.เขากลัวเราเสียความรู้สึกก็ยกแม่นํ้าทั้งห้ามาอ้างว่าที่ทําแบบนี้เพราะกลัวถ้าเราสองคนตายไปกลัวครอบครัวเรามาเอาสมบัติ์พ่อกับพี่เขาไปเพราะพวกเขามีสิทธิ์เราเลยด่าไปหลายยกเลยค่ะอย่ามาดูถูกกันครอบครัวเราจนแต่ศักดิ์ศรีมีอีกอย่างแต่ไหนแต่ไรครอบครัวเราไม่เคยว่นวายเรื่องของกันและกันด้วยแม้แต่สินสอดแม่เรายังไม่เคยเอ่ยถามเลยเขาเอาสมองส่วนไหนคิดไม่รู้แทนที่จะคิดว่าถ้าเราสองคนตายไปจะจัดการอย่างไรเพื่อลูก.เรานี่ลูกแล้วก็ลูกอย่างเดี๋ยวให้ตายเถอะระบายหน่อยเถอะค่ะเซ็งแล้วก็เบื่อแต่ก็ต้องทํา.วันนี้จะพาลูกไปทําpass portแล้วก็ไปจดทะเบียนสมรสค่ะเขาจะพาไปเยี่ยมครอบครัวเขาที่อังกฤษค่ะ2อาทัตย์.ยังไงก็จะสู้เพื่อลูกค่ะ..
Back to Top
heylyse007 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 19 Aug 2010
Location: GB
Online Status: Offline
Posts: 758
Post Options Post Options   Quote heylyse007 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Jun 2011 at 03:30 - IP: 92.236.180.142 IP Information
อย่างนี้คุณต้องทำงานนะคะ   เพื่อตัวคุณเองและลูกในอนาคตข้างหน้า    เผื่อมีอะไรขึ้นมาคุณยังมีอาชีพของคุณเอง  มีเงินของคุณเองที่จะดูแลตัวเองและลูกคะ   แอบเก็บเงินไว้บ้างก็ดีคะไม่ต้องให้เค้ารู้     ที่สำคัญเผื่อใจไว้เลยคะ  ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในวันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องเสียใจมาก

แอบเก็บเงินไว้นะคะ Big smile 

ให้ลองคิดดูนะคะว่า  จะต้องดูแลตัวเองและลูกอย่างไรถ้าไม่มีเค้า   เพราะชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนคะ  เดค้าอาจจะรักเราจริงและต้องการอยู่กับเราตลอดชีวิต  แต่ถ้าเกิดในกรณีถ้าเค้าเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควรคุณจะทำอย่างไรคะ   ลี่ก็คิดอย่างนี้คะถึงแม้ว่าสามีจะเป็นคนดีมีอะไรก็ให้เราก่อน  แต่เราก็ไม่ประมาทคะ


Back to Top
little worm View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 17 May 2011
Location: oxford
Online Status: Offline
Posts: 33
Post Options Post Options   Quote little worm Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Jun 2011 at 23:01 - IP: 2.126.130.223 IP Information
ขอแจมนิดหนึ่งค่ะ อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนคนหนึ่ง
มีเพื่อนคนหนึ่งแต่งงานกับคนอเมริกา ใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยตลอด เพราะพวกเขาทำธุรกิจที่เมืองไทยค่ะ ช่วงแต่งงานทุกอย่างok หมดค่ะ พอเริ่มจะชื้อบ้านมคอนโดหลายหลังกับทำธุรกิจ แฟนเขากลับชื้อเป็นชื้อบริษัททั้งหมด เพื่อนเราก็รู้สึกไม่ดีหรอกน่ะ แต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไรเพราะเขามีลูกด้วยกันสองคน อย่างน้อยแฟนเขาก็คงทำอะไรเพื่อไว้มั่งแหละ แล้วเพื่อนก็ทำงานทำทุกอย่างในส่วนของธุรกิจ
        ประมาณ 5 ปีจากนั้นอยู่ๆแฟนเขาก็ไปยิมแล้วก็หัวใจวายตายไปช้ะยังงั้น ทุกอย่างที่เหมือนจะokก็เปลี่ยนช่วงข้ามคืน ทุกอย่างที่แฟนเขาชื้อเป็นชื่อบริษัทครอบครัวผู้ชายเป็นผู้ได้รับทั้งหมด เพื่อนไปศาลเป็นว่าเล่นไฟทเพื่อให้ของที่มันควรจะเป็นของลูกให้มันเป็นของลูก นานเป็นปีกว่าจะเสร็จ ทางครอบครัวผู้ชายเขาก็เอาลูกอย่างเดียวไม่เอาแม่เลย ไม่สนใจใยดี เหมือนไม่เคยรู้จักกัน สุดท้ายเพื่อนเสียค่าทนายไปล้านสอง ตอนนี้ก็ยังผ่อนจ่ายอยู่....เจอเขาทีไรก็อดนึกถึงเรื่องนี้ไม่ได้
 
ส่วนตัวเมย์เองก็โดนแค่คำพูดเจ็บๆของแม่ย่านิดหน่อย เขาพูดกับลูกชาย อย่างเช่นว่า เดียวพอเราแต่งงานกันแล้ว เราก็จะพาครอบครัวที่เมืองไทยมาที่อังกฤษแล้วแฟนเราก็ต้องเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายหรือไมก็บอกลูกว่าเธอจะจนลงเพราะต้องบินไปเมืองไทยทุกปี เพราะครอบครัวเราอยู่ที่โน้น..แถมยังยุให้ลูกแต่งกับคนอังกฤษด้วยกันจะได้มีแต่ได้กับได้
   
ไม่เข้าใจว่าใช้สมองส่วนไหนคิด พูดเหมือนคนไทยบินเข้าบินออกอังกฤษได้ง่ายๆๆยังงั้นแหละ..แล้วชีวิตหลังแต่งงานมันก็ต้องแชร์ ตัวเราเองยังดูแลแฟนเราอย่างดีเลย ไม่เคยได้ทำอะไรสักอย่าง มีหน้าทีไปทำงานอย่างเดียวอยู่เหมือนพระราชา..แล้วทำไมไม่คิดว่าลูกชายตัวเองก็ต้องทดแทนเรามั้ง..ยังดีที่แฟนไม่สนใจคำพูแม่เขา..เช็งเลย
May
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.146 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters