Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada > *สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada
  New Posts New Posts RSS Feed: ลบค่ะ
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

ลบค่ะ

Page  <12
Author
BBsaranya View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 May 2012
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 389
Post Options Post Options   Quote BBsaranya Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: ลบค่ะ
    Posted: 02 Jun 2012 at 11:40 - IP: 171.4.20.224 IP Information
เราจะแต่งเดือนนี้แหละค่ะ ช่วงกลางๆเดือน ไม่ได้จัดพิธีอะไรเลยค่ะ แค่จดทะเบียน และมีสินสอดให้แม่ แค่นั้นล่ะค่ะ  เราไม่อยากจัดงานอะไรเลย ไม่อยากมีพิธีรีตอง

อยากจะบอกว่าช่วงที่คุยกันเรื่องงานแต่ง สินสอด แหวน ที่ฮันนีมูน มันเป็นอะไรที่เครียด และตึงๆใส่กันหลายรอบมากเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ

แม่เราก็อยากได้สินสอดเยอะๆเหมือนกันค่ะ เราเป็นคนกลางลำบากใจมากๆ แต่แฟนเข้าใจ  ตกลงกันว่าจะไม่ได้ตามที่แม่เราขอค่ะ ได้แค่ครึ่งนึง  แต่เค้าจะโอนมาให้ทุกเดือนหลังแต่งงาน เราอยากให้แม่ หรือจะใช้อะไรก็ตามใจเราเลย ซึ่งมันเป็นเงินที่เยอะพอสมควรที่เค้าเสนอให้เราเอง โดยที่เราไม่ได้ขอ  อีกเหตุผลคือ เค้าไม่ค่อยเข้าใจธรรมเนียม ประเพณีไทยเท่าไหร่ และอีกอย่างนี่ไม่ใช่งานแต่งงานครั้งแรกของเรา  เค้ารักเรา รับผิดชอบเราและรวมถึงลูกของเรา นั่นเป็นอะไรที่ดีมากๆแล้ว

เราบอกแม่ว่า ขอแค่เค้ารักเราจริงๆ ก็พอแล้วแม่ เพราะถ้าเราแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่เมกากับเค้า เราเหมือนไปตัวเปล่า้เลยนะ เค้าทั้งรับผิดชอบเรา ดูแลเรา ไหนจะส่งเงินกลับมาให้แม่เราอีก ไปอยู่ที่นู่นเราต้องช่วยกิจการของเค้าและดูแลเค้าเป็นการตอบแทนด้วย

แฟนเราเป็นคนที่น่ารักค่ะ ดีกับเรามากๆ  เรา 27 แฟน 37 เค้าทำงาน สู้ชีวิต จนมีกิจการเป็นของตัวเอง ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก แต่ก็ไม่ขี้เหร่ ไม่น้อยหน้าใครค่ะ มีทุกอย่าง เราไม่อยากให้เค้าคิดว่าแม่เราขายลูกสาว และมองเราเป็นคนเห็นแก่เงิน  
อยากจะบอกว่าช่วงแรกที่คุยกันเรื่องสินสอด มันเป็นอะไรที่เครียดมาก มีวันนึงเราร้องไห้ แต่ไม่ได้ร้องต่อหน้าแม่นะ โทรคุยกับแฟนแล้วร้อง ตอนนั้นมันไม่ไหวจริงๆ คุยกับแม่ แม่จะเอาอีกอย่าง เราอยากตอบแทนแม่ รักแม่ คุยกับแฟน ก็เห็นใจแฟน รักแฟนก็รัก  แต่พอแม่เห็นเราตาแดงๆ แล้วถามว่าเป็นอะไร เราเลยบอกว่าทะเลาะกันเรื่องสินสอด จากนั้นมาแม่เลยยอมค่ะ  อิอิ  บอกแฟน แฟนก็บอกว่า ดีจัง ที่แม่คุณยอมรับ....

พอเรื่องนี้ลงตัวแล้ว ก็จะมีเรื่องอื่นตามมาค่ะ ฮ่าๆๆ เรื่องเตรียมงาน เรื่องแหวน เรื่องไปสถานที่ไปเที่ยวหลังแต่งงาน เราเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยค่ะ แต่แฟนจะเป็นคนที่ แพลนแล้ว หรือรับปาก พูดอะไรแล้วก็จะทำตามนั้น เวลาเราพูด แฟนก็จะชอบเงียบ อืมๆ แล้วเวลาเราวีน เค้าก็จะตอบมาประมาณว่า เราแพลนกันไปเรียบร้อยแล้วนะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี ของเราผ่านเรื่องครอบครัวแล้ว ทีนี้เป็นเรื่องของคนสองคนล้วนๆแล้วล่ะค่ะ  ^__^
Back to Top
aoimike View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 13 Aug 2011
Online Status: Offline
Posts: 408
Post Options Post Options   Quote aoimike Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Jun 2012 at 11:51 - IP: 110.49.249.59 IP Information
 BBsaranya ฮาๆๆๆ เราพอเข้าใจความรู้สึกเลย ของเราจะเป็นแบบจะเริ่มต้นอธิบายแฟนยังไง ดี เริ่มแรกเกริ่นๆ เอารูปให้ดู เอาลิ้งในยูทูปให้ดู ให้อ่านเรื่องการแต่งงานให้ไทย เราเขียนอธิบาย สองหน้ากระดาษเอสี่ กลัวเขาไม่เข้าใจ แต่แฟนเราเข้าใจแล้วบอกว่าผมยินดี ผมเคารพวัฒนธรรมบ้านคุณ เรานี่นะ Big smile ซึ้ง ขอบคุณที่เข้าใจ จากนั้นพ่อแม่แฟนอยากรู้ เราก็ใช้วิธีเดิมที่ทำกับแฟน ทั้งพ่อกับแม่แฟนก็เข้าใจ ยินดี แล้ว จะมางานที่เมืองไทย ด้วยความยินดี อยากเห็นลูกชายใส่ชุดไทย ฮาๆๆ แม่ว่าที่สามีบอก Embarrassed

เป็นกำลังใจให้ทุกคนเหมือนกันค่ะ แวะมาเยี่ยมกลุ่มนี้ เรามาจากสะใภ้ยูเคนะคะ
'There is no path of Happiness. Happiness IS the path.' - Buddha
พระพุทธองค์ตรัสว่าหนทางแห่งความสุขนั้นไม่มี ความสุขเป็นหนทางในตัวมันเองอยู่แล้ว
Back to Top
secertrecipe View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 13 Jan 2012
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 489
Post Options Post Options   Quote secertrecipe Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Jun 2012 at 12:09 - IP: 124.120.2.201 IP Information
สินสอดเป็นประเพณีไทยก็จริง แต่ควรเรียกตามความเหมาะสม เช่นเดียวกับ ความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ เลี้ยงดูท่านตามกำลังฐานะของเราหรือสามี หากเค้าต้องการรับภาระนี้ ที่สำคัญเค้าต้องยินดีที่จะทำไม่อย่างนั้นชีวิตคู่มีปัญหาแน่และต้องคุยกันก่อนแต่งงาน 

ไม่เห็นด้วยเลย ที่จะเรียกสินสอดแพงๆ เพื่ออวดรวยว่าใครได้มากกว่ากัน เพราะจากคำว่า ประเพณีไทย จะกลาย เป็นการขายลูกกิน ทันที 
ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับพ่อแม่ ควรอธิบายให้ท่านเข้าใจค่ะ ให้คนอื่นชื่นชมคุณที่มีสามีเป็นคนดี เลี้ยงดูคุณอย่างดีดีกว่าค่ะ

เรื่องนินทากาเล คนจะนินทา ก็นินทาได้ทุกเรื่อง คนที่มีจิตใจเต็มไปด้วยอคติ ไม่ว่าจะได้สินสอดเป็นล้าน เค้าก็จะสรรหาเรื่องอื่นมานินทาเราอยู่ดี เพียงแต่ไม่พูดให้เราได้ยินเท่านั้น

อีกอย่างแฟนคุณใช้เงินพ่อแม่เค้า ไม่ใช่เงินเค้าเอง ฝรั่งที่มีพ่อแม่รวย เค้าไม่ภูมิใจหรอกค่ะที่จะใช้เงินพ่อแม่มาจัดงานแต่งงานตัวเองแบบนี้

Back to Top
IZAIZA View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 16 Feb 2011
Location: อุดร
Online Status: Offline
Posts: 209
Post Options Post Options   Quote IZAIZA Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Jun 2012 at 12:37 - IP: 183.88.89.194 IP Information

เข้ามาเป็นกำลังใจค่ะ  คบกันมา 1 ปี ยังเป็นแค่เพื่อน เลยยังไม่มีโอกาสได้คุยกะเขาเรื่องนี้  แต่เคยถามพ่อกะแม่ว่าถ้ามีคนมาขอ ท่านจะเรียกสินสอดเท่าไหร่  ท่านว่าไม่เรียกสินสอด ขอแค่ทำให้ถูกต้อง เลี้ยงดูเอาใจใส่กันให้ดี อย่าตบตี ก็พอค่ะ  Smile

Back to Top
kotten View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 14 Jul 2011
Location: Sweden
Online Status: Offline
Posts: 102
Post Options Post Options   Quote kotten Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Jun 2012 at 22:28 - IP: 83.255.220.43 IP Information
ปัญหาโลกแตกของว่าที่พ่อตาและแม่ยายที่จะได้เขยฝรั่ง LOL
Korat@Örebro
Back to Top
natty-natt View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Oct 2011
Location: Thailand,Spain
Online Status: Offline
Posts: 251
Post Options Post Options   Quote natty-natt Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Jun 2012 at 23:01 - IP: 172.16.3.14 IP Information
เคยมีปัญหาแบบนี้เหมือนกัน ตอนก่อนจะแต่งงาน เพราะแฟนไม่เข้าใจเรื่องธรรมเนียมสินสอดของไทย แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ค่ะ เรื่องเงินเรื่องทองมันเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟ สำหรับคนทุกชนชาติแล่ะค่ะ ยิ่งเป็นแฟนกันยิ่งพูดยาก แต่ส่วนตัวนัทเองคิดว่า สินสอดทองหมั้น ทันเป็นเพียงองค์ประกอบของการแต่งงานนะค่ะ เพราะเหตุผลสำคัญที่เราแต่งงานนั่นเพราะความรักค่ะ นัทเข้าใจพ่อแม่ของ ญ นะค่ะว่าลูกสาวแต่งงานทั้งคน ก็อยากจัดงานใหญ่โต เชิญแขกเหรื่อ แบบไม่น้อยหน้าลูกสาวคนอื่น แต่สำหรับตัวนัทเองคิดว่ามันไม่จำเป็นเท่าไหร่สิ้นเปลืองปล่าวๆ เพราะวันที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่วันฉลอง แต่เป็นวันที่เราตื่นขึ้นมาเริ่มใช้ชีวิตคู่ ตะหาก นัทคิดว่าคุณ ญ ควรจะคุยกับทางพ่อแม่เอง มากกว่าคุยกับคุณแฟนนะค่ะ เพราะการที่เค้านำเงินพ่อแม่มา นัทคิดว่าเค้าเองก็คงลำบากใจพอแล้ว ถ้ารักเค้าจริงก็อย่าเพิ่มความลำบากใจกันเลยค่ะ ส่วนพ่อแม่คุณ ญ นัทคิดว่าหากคุยกันดีๆ ท่านก็น่าจะเข้าใจแล้วเห็นใจนะค่ะ เพราะคุณแฟนเอง ก็พยายามหาสินสอดมาให้ เสมือนว่าได้ทำตามธรรมเนียมบ้านเราแล้ว อีกอย่าง คนเป็นพ่อแม่ ยังไงเค้าก็ต้องแคร์ความรู้สึกของลูกมากกว่าคนอื่น อยู่แล้วแล่ะค่ะ อย่างนัทเองตอนแต่งงาน ก็ได้สินสอดไม่มาก ทองก็ไม่มึ แต่เรารักกัน พ่อแม่ท่านก็ยอม เพราะรู้ว่ายังไงเค้าก็ไม่ยอมให้เราลำบากแน่นอน พ่อนัทเองก็เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แขกผู้ใหญ่เยอะเหมือนกัน แต่แม่นัทมีเคล็ดลับค่ะ ท่านเอาเงินจากแฟนไปจัดงาน ส่วนสินสอดทองหมั้น ก็เอาของท่านแล่ะวาง (จะทำตามก็ได้นะค่ะ) แล่ะที่สำคัญที่สุด การมีสามีฝรั่ง ไม่ใช่ว่าจะรวยและได้สินสอดเยอะเสมอไป มองกันที่ใจดีกว่าค่ะ

เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะ หากไม่ถูกใจ ขอโทษค่ะ
"ขอบคุณความห่างไกลที่ทำให้รู้ว่า เรารักกันจริงหรือแค่ภาพลวงตา  "

" Gracias al mando a distancia ,, El hecho de que nos amemos unos a otros, no s?lo una ilusi?n  "
Back to Top
noohannah View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 05 Mar 2012
Location: thailand
Online Status: Offline
Posts: 46
Post Options Post Options   Quote noohannah Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Jun 2012 at 12:23 - IP: 115.67.192.103 IP Information
ทำไมพูดเรื่องเงินชอบคิดว่ารักเงินของเขาทั่งนั้นแหม แปลกนะ
ความคิดของคนมันไม่เหมือนกันถ้าไม่ได้อยู่ในสภาพแบบเขาเราคงไม่เข้าใจเข้าหรอก
ถ้าใครว่าคุณอย่างทีคุณว่าเขาบ้างคุณรู้สึกอย่างไร
Back to Top
Supattra11 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Feb 2012
Location: KK
Online Status: Offline
Posts: 205
Post Options Post Options   Quote Supattra11 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 Jul 2012 at 16:29 - IP: 49.48.120.177 IP Information
  ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคนนะคะ เเละเเล้วเราก็ผ่านมาได้ด้วยดี เรื่องปวดหัวหนักหัวก็หมดไป 
เหลือเเต่เรื่องให้ปวดหัวมากกว่าเดิมค่ะ คือเรื่อง วีซ่า 55555 Smile  
distance VS you and I
Back to Top
janthira View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 21 Mar 2010
Location: thailand
Online Status: Offline
Posts: 1749
Post Options Post Options   Quote janthira Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Jun 2013 at 09:11 - IP: 75.155.39.179 IP Information
Originally posted by Supattra11

  ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคนนะคะ เเละเเล้วเราก็ผ่านมาได้ด้วยดี เรื่องปวดหัวหนักหัวก็หมดไป 
เหลือเเต่เรื่องให้ปวดหัวมากกว่าเดิมค่ะ คือเรื่อง วีซ่า 55555 Smile  
Happy with you na ka , dont worried about visa ka relaxing na ka and will be happy together with your husband soon ka
พ่อแม่คือสิ่งที่วิเศษที่สุดในโลก
Back to Top
Supattra11 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Feb 2012
Location: KK
Online Status: Offline
Posts: 205
Post Options Post Options   Quote Supattra11 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Jun 2013 at 13:13 - IP: 27.55.157.47 IP Information
Originally posted by janthira


Originally posted by Supattra11

  ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคนนะคะ เเละเเล้วเราก็ผ่านมาได้ด้วยดี เรื่องปวดหัวหนักหัวก็หมดไป 
เหลือเเต่เรื่องให้ปวดหัวมากกว่าเดิมค่ะ คือเรื่อง วีซ่า 55555 Smile  

Happy with you na ka , dont worried about visa ka relaxing na ka and will be happy together with your husband soon ka
ขอบคุณมากๆนะคะ. ^_^
distance VS you and I
Back to Top
Blue orchid View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 29 May 2013
Online Status: Offline
Posts: 582
Post Options Post Options   Quote Blue orchid Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Jun 2013 at 14:26 - IP: 10.176.95.81 IP Information
อ่านมาดูแล้วควาเห็นข้างบน ที่ปวดหัวกันเพราะสินสอดที่พ่อแม่มเรียกมันมากเกินกำลังและความเหมาะสม ฝรั่งเค้าก็ต้องเก็บต้องหา ที่เค้าเข้าใจและจ่ายได้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ได้ สาวๆเลยต้องมาปวดหัวกัน ของเราไม่มีสินสอดสักบาท แต่แฟนเราสร้างบ้านให้พ่อแม่เรา เพราะตอนคบกันเราบอกแฟนเราว่าเรามีแพลนเก็บเงินทำบ้านให้พ่อแม่เรา ฉนั้นเราไม่สามรถออกงานไปไหนได้ทั้งนั้น เวลาเค้ามาก็ต้องรอวันหยุดเราถึงได้ไปเจอกัน เค้าเลยเสนอสร้างบ้านให้พ่อแม่เราเพื่อเราจะได้มีเวลาให้เค้า เวลาแต่งพ่อแม่ไม่เคยพูดเรื่องสินสอดเลย แฟนเราก็รู้ประเพณนี้ ทุกวันนี้เราและสามีดูแลส่งเสียพ่อแม่เราและน้องๆให้เรียนจบกียทุกคน แฟนเราจะชอบส่งคนเรียน( คนในครอบครัว) มีคนถามเหมือนกันว่าสินสอดเท่าไหร่ พ่อเราบอกว่าก็บ้านหลังนี้ไง คนที่ถามเลยอึ้ง
Back to Top
Lionel View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 26 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 219
Post Options Post Options   Quote Lionel Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Jun 2013 at 15:51 - IP: 92.105.125.96 IP Information
Originally posted by secertrecipe

สินสอดเป็นประเพณีไทยก็จริง แต่ควรเรียกตามความเหมาะสม เช่นเดียวกับ ความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ เลี้ยงดูท่านตามกำลังฐานะของเราหรือสามี หากเค้าต้องการรับภาระนี้ ที่สำคัญเค้าต้องยินดีที่จะทำไม่อย่างนั้นชีวิตคู่มีปัญหาแน่และต้องคุยกันก่อนแต่งงาน 

ไม่เห็นด้วยเลย ที่จะเรียกสินสอดแพงๆ เพื่ออวดรวยว่าใครได้มากกว่ากัน เพราะจากคำว่า ประเพณีไทย จะกลาย เป็นการขายลูกกิน ทันที 
ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับพ่อแม่ ควรอธิบายให้ท่านเข้าใจค่ะ ให้คนอื่นชื่นชมคุณที่มีสามีเป็นคนดี เลี้ยงดูคุณอย่างดีดีกว่าค่ะ

เรื่องนินทากาเล คนจะนินทา ก็นินทาได้ทุกเรื่อง คนที่มีจิตใจเต็มไปด้วยอคติ ไม่ว่าจะได้สินสอดเป็นล้าน เค้าก็จะสรรหาเรื่องอื่นมานินทาเราอยู่ดี เพียงแต่ไม่พูดให้เราได้ยินเท่านั้น

อีกอย่างแฟนคุณใช้เงินพ่อแม่เค้า ไม่ใช่เงินเค้าเอง ฝรั่งที่มีพ่อแม่รวย เค้าไม่ภูมิใจหรอกค่ะที่จะใช้เงินพ่อแม่มาจัดงานแต่งงานตัวเองแบบนี้





Back to Top
pawalan View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 23 Sep 2012
Location: suphanburi
Online Status: Offline
Posts: 99
Post Options Post Options   Quote pawalan Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 Jun 2013 at 13:43 - IP: 125.26.53.180 IP Information
พี่ชมพู่ค่ะ ขอแชร์ประสบการณ์นะคะ เพิ่งผ่านการหมั้นสดๆร้อนๆเมษายน ที่ผ่านมา จริงแล้วเตรียมตัว เตรียมข้อมูลในการที่จะอธิบายเรื่องสินสอดทองหมั้นกับแฟน เยอะมาก ทั้งวีดีโอ คลิปประเพณีไทย แฟนนั่งดูไป ก็หัวเราะไป (คือจินตนาการไปว่าถ้าเป็นตัวเองคงฮา) แต่คงจะฮาไม่ออก เมื่อมาถึงไอ้เจ้าสินสอดทองหมั้นเนี่ย ทีนี้ เรามีหน้าที่ทำอย่างไรก็ได้ ที่บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น ให้พ่อแม่ ไว้วางใจในตัวลูกเขย และให้แฟนเรา มองว่าพ่อแม่เราไม่ใช่คนเห็นแก่เงินเลย...พี่ผ่านการแต่งงานมาแล้วกับคนไทย(ตัดสินใจเองและเค้าก็ทำเจ็บไว้เยอะ)  และมีลูกติดที่ยังเล็กมากๆ พ่อแม่ทั้งรัก ทั้งหวงและห่วงหลาน มากกว่าลูก การตัดสินใจคบกันของเราสองคน ครอบครัวทั้งสองฝ่ายรับรู้ตลอด แฟนพี่เอง ก็ทำทุกอย่างเพื่อที่จะแสดงว่า มีความพร้อมในการที่จะดูแลพี่และลูก  เราคบกันมาประมาณหนึ่ง สมควรที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แฟนบอกว่า เมษานี้ จะขอหมั้นและสู่ขอกับพ่อแม่ พี่ดีใจมาก  แฟนตัดสินใจบอกลา Apartment หนุ่มโสด และใช้เงินเก็บส่วนหนึ่ง วางดาวน์ Apartment ใหม่ และเป็นหนี้แบงค์สำหรับห้องชุดนี้  สำหรับครอบครัว เพราะอยากจะให้เรากับลูกมาอยู่ด้วยกันโดยเร็ว ฝ่ายพ่อแม่เราเอง ก็เศร้าใจเหลือเกินเมื่อรู้ว่า ในวันหนึ่งลูกและหลานจะต้องไปอยู่ในดินแดนห่างไกล และไม่อยากให้พี่หอบหลานไปอยู่ไกลเลยด้วยซ้ำ การสู่ขอพร้อมพิธีหมั้นในเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น พี่เป็นคนกลางที่จะแปลคำพูดของทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้บัวช้ำ น้ำขุ่น เป็นไปตามที่พี่คิด พ่อแม่ไม่อยากให้ไป เลยตัดสินใจลองใจลูกเขยโดยการพูดเรื่องสินสอดทองหมั้น (สูง....จนน่าสงสารแฟน) อยากรู้ใช่ป่ะ เท่าไหร่ เงิน 500,000 ทอง 5 บาท และต้องหมั้น ด้วยแหวนและทองไว้ก่อน ครึ่งหนึ่ง พ่อแม่เรียกมา แฟนก็รอลุ้น หน้าที่แปลเป็นของเรา พี่ก็กดที่เครื่องคิดเลขให้เลย บอกว่า เงิน 500,000 ทอง 5 บาท ตอนแฟนเห็นตัวเลขเริ่มหน้าซีด (น่าสงสารเป็นที่สุด) พี่จับมือเค้าและบอกว่า ไม่ใช่ตอนนี้ เรายังมีเวลาที่จะช่วยกัน จริงๆพี่คิดไว้แล้วว่าพ่อกับแม่ ต้องอยากพิสูจน์ว่าเค้าจะทำได้มั๊ย และแกมั่นใจว่า ถ้าทำไม่ได้ ลูกกับหลานก็ยังไม่ไปไหนไกล แกบอกว่า กี่ปีก็ช่าง มีเมือ่ไหร่ก็ค่อยมาแต่ง เอากับใจแกสิ พี่เข้าใจหัวอกแม่กับพ่อ เพราะพี่โดนกระทำมาเยอะกับคนเก่า แกบอกว่า ตอนรักกัน ก็พูดได้ว่าจะดูแล โน่น นี่ นั่น แล้วยิ่งไกลหูไกลตาขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นกับลูกและหลาน แกคงช้ำใจตาย แกบอกพี่ว่า ขอพิสูจน์เค้าหน่อยเถอะ พี่เองในใจก็คิดอยู่แล้วว่า ก่อนเดินทางไกล พี่ก็ต้องจัดการให้เงินก้อนกับพ่อแม่ไว้อยู่แล้ว เพราะโอกาสจะดูแลท่านใกล้ชิดเหมือนเดิมไม่มีแล้ว   แฟนมีข้อสงสัยถึงจำนวนสินสอดที่สูงว่า ชายไทยสามารถจัดการหาสินสอดมาได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ พี่ก็บอกว่า ไม่เหมือนกัน การเรียกสินสอด ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัว ยิ่งถ้าครอบครัวมีฐานะ ลูกสาวมีการศึกษา หน้าที่การงานดี หนุ่มที่ไหน ถ้าชอบลูกสาวเค้า ก็ต้องจัดการหาให้สมฐานะ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า ไอ้หนุ่มนี่มันมีความรับผิดชอบ มันไม่งอมืองอเท้า แต่กับพี่...จริงอยู่ พี่การศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี หน้าที่การงานดี ครอบครัวฐานะปานกลาง แต่พี่เป็นแม่หม้ายเรือพ่วง ไม่เคยคิดจะตีตัวเองเป็นราคาอะไร แค่เค้ารับดูแลเราและลูก มันก็ประเสริฐมากกว่าพ่อของลูกแท้ๆด้วยซ้ำ แต่แค่คิดว่า ทำอย่างไร พ่อแม่เราจะสบายใจ และแฟนจะรับได้ พี่ขอให้แฟนจัดการเรื่องเงิน ส่วนพี่จะจัดการเรื่องทอง ช่วยกันเพื่อชีวิตคู่ พี่อาจโชคดีที่แฟน ยอมรับจากเหตุผลที่พี่บอกว่า การแต่งงานครั้งนี้ พ่อแม่ต้องเสียสละที่จะต้องยอมปล่อยพี่และหลานไป พวกเค้าต้องมีทั้งความรัก ความคิดถึง ความเป็นห่วง และพี่เองก็จะดูแลเค้าได้น้อยลง โอกาสจะเห็นหน้ากัน เจอกัน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ พี่ต้องเสียสละตัวเอง ทั้งหน้าที่การงาน รายได้เดิม ออกจากครอบครัว เพื่อที่จะไปอยู่ดูแลเค้าในฐานะภรรยา และบอกเค้าว่า ไม่เคยคิดนิ่งดูดายที่จะให้เค้าหาเลี้ยงตามลำพังด้วย แต่พี่ก็ขอบคุณเค้า ที่ต่อไปนี้จะต้องรับภาระรับผิดชอบชีวิตเราและลูก พร้อมค่าใช้จ่ายต่างๆท่ี่จะเพิ่มขึ้น พี่ก็บอกว่า เราทั้งคู่ต่างก็ต้องเสียสละซึ่งกันและกัน หากเค้าสามารถทำได้ ก็เท่ากับช่วยพี่รักษาความกตัญญูต่อบุพการี และพี่ก็จะไม่ทิ้งให้เค้าเผชิญกับปัญหานี้แน่นอน  หลังจากเค้าฟังเหตุผลของการเรียกค่าสินสอด เค้าก็พยักหน้าและบอกว่า ยินดีทำตามวัฒนธรรมไทยเพื่อให้เกียรติเราและพ่อแม่ พี่เองก็ไม่คิดว่าจะแต่งในเร็ววัน วางแผนกันว่า ก่อนจะถึงปลายปีหน้า กำหนดแต่งงาน เราสองคนก็จะมีเงินมามอบให้พ่อแม่แน่นอน ส่วนเงินสินสอด พี่จะมีเงินเก็บจากงานที่ทำและทองที่เก็บไว้ส่วนหนึ่งมาช่วยสมทบให้แฟน มอบให้พ่อแม่ ครอบครัวบอก จะจัดงานแค่เลี้ยงคนในครอบครัวเท่านั้น อาจมีเพื่อนบ้าน และไม่รับซอง พี่เห็นด้วย ไม่อยากตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และไม่อยากโชว์ใคร  แต่ปรากฎว่า หลังจากงานพิธีหมั้นหมาย ญาติพี่น้องเข้ามาผูกแขนตามประเพณี พี่บอกแฟนก่อนกลับว่า ห้ามเอาสายสิญจน์ออกจนกว่าจะครบ 7 วัน ปรากฎว่า แฟนทำตามและไม่อายใครๆเมื่อโดนถามว่า มันคืออะไร เค้าภูมิใจและบอกว่า เค้าเพิ่งเข้าพิธีหมั้น เพื่อนร่วมงานและคนในครอบครัวกลับสนใจเกี่ยวกับประเพณีการแต่งงานแบบไทย และบอกว่า อยากมาร่วมงานแต่งงานที่ไทยด้วย  เอาล่ะสิตอนนี้ แฟนบอกว่า สงสัยเราจะไม่มีพิธีแต่งงานไม่ได้แล้ว ทุกคนที่บ้านอยากมาเห็น ตอนนี้ พี่รู้สึกสบายใจมาก ตอนนี้ก็ได้แต่รอสะสมเงินให้ครบเพื่อมอบให้ครอบครัว แฟนส่งเงินมาให้ทุกเดือนค่ะ หมื่นกว่าๆ ตอนนี้ช่วยเก็บสะสมให้เค้าอย่างเดียวไมได้ใช้เลย (อันนี้เค้าไม่รู้...) แต่ตั้งใจว่า เมื่อถึงเวลา ขาดเหลืออย่างไร ก็เอามอบให้พ่อแม่ซะ สบายใจกันไป ตอนนี้สิ่งที่แฟนหนักใจคือ พี่ไม่ให้บินมาหา ให้เก็บค่าตั๋วเครื่องบินไว้ เจอกันน้อยลงค่ะ Skype มันอย่างเดียว เรื่องนี้ต้องอดทน ซื่อสัตย์ ไว้ใจและให้กำลังใจกันค่ะ ฉะนั้น พี่มองว่า ปัญหาทุกอย่างมันมีทางออกของมัน แค่เราใช้สติและค่อยๆหาทางแก้ ความจริงเรื่องการใช้ชีวิตคู่ หากพี่ไม่มีครอบครัวที่ต้องดูแลอยู่ พี่ตัดสินใจไปอยู่กับแฟนนานแล้วค่ะ แต่นี่ด้วยความที่คิดว่า เราต้องเคารพพ่อแม่ แฟนเองตอนแรกก็บอกว่า ให้พ่อแม่เป็นก้อนๆไปได้มั๊ย (พูดไปหัวเราะไป) พี่ก็บอกว่า อย่าเลย มันจะเป็นสินค้าผ่อนส่งไป ทำให้แกเห็นว่าเราพร้อมกันจริงๆดีกว่า อีกอย่าง พี่เองก็ยังต้องให้เวลาเรียนภาษา เพื่อเอา A1 ด้วย ถึงจะขอวีซ่าแต่งงานได้ ฉะนั้น เรายังมีเวลาช่วยเหลือกันได้อีกเยอะ อีกอย่าง พ่อแม่ก็สบายใจที่อย่างน้อย การยังไม่แต่งงานตอนนี้ ยังยืดระยะเวลาให้แกได้ใกล้ชิดกับหลานด้วย....บัวช้ำ น้ำขุ่น จึงไม่เกิดขึ้น สู้ๆนะWinkWink
pawalan
Back to Top
Thidanaka View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 25 May 2013
Online Status: Offline
Posts: 564
Post Options Post Options   Quote Thidanaka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 Jun 2013 at 00:12 - IP: 115.67.5.76 IP Information
เสนอ 2 ทาง

1. บอกกับแฟนว่าสินสอด 3 แสน ใช้แล้วห้ามคืน สินสอด 5 แสน ไม่พอใจคืนได้ แต่ไม่คืนเงิน

2. บอกพ่อ+แม่ว่าถ้าสินสอด 3 แสน เขารับประกันไม่ส่งคืน ถ้าสินสอด 5 แสน ขอทดลองอยู่ก่อน ผ่อนทีหลัง ถ้าไม่ถูกใจเขาจะส่งคืนและเลิกผ่อน

รอดูซิ เค้าจะเลือกข้อไหน????
*~เพียงมีวาสนา ถึงสุดขอบฟ้าก็พานพบ หากไร้วาสนา แม้ไขว่คว้าก็คลาดคลา~*
Back to Top
Thidanaka View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 25 May 2013
Online Status: Offline
Posts: 564
Post Options Post Options   Quote Thidanaka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 Jun 2013 at 00:21 - IP: 115.67.4.35 IP Information
Originally posted by pawalan



พี่ชมพู่ค่ะ ขอแชร์ประสบการณ์นะคะ เพิ่งผ่านการหมั้นสดๆร้อนๆเมษายน ที่ผ่านมา จริงแล้วเตรียมตัว เตรียมข้อมูลในการที่จะอธิบายเรื่องสินสอดทองหมั้นกับแฟน เยอะมาก ทั้งวีดีโอ คลิปประเพณีไทย แฟนนั่งดูไป ก็หัวเราะไป (คือจินตนาการไปว่าถ้าเป็นตัวเองคงฮา) แต่คงจะฮาไม่ออก เมื่อมาถึงไอ้เจ้าสินสอดทองหมั้นเนี่ย ทีนี้ เรามีหน้าที่ทำอย่างไรก็ได้ ที่บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น ให้พ่อแม่ ไว้วางใจในตัวลูกเขย และให้แฟนเรา มองว่าพ่อแม่เราไม่ใช่คนเห็นแก่เงินเลย...พี่ผ่านการแต่งงานมาแล้วกับคนไทย(ตัดสินใจเองและเค้าก็ทำเจ็บไว้เยอะ)  และมีลูกติดที่ยังเล็กมากๆ พ่อแม่ทั้งรัก ทั้งหวงและห่วงหลาน มากกว่าลูก การตัดสินใจคบกันของเราสองคน ครอบครัวทั้งสองฝ่ายรับรู้ตลอด แฟนพี่เอง ก็ทำทุกอย่างเพื่อที่จะแสดงว่า มีความพร้อมในการที่จะดูแลพี่และลูก  เราคบกันมาประมาณหนึ่ง สมควรที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แฟนบอกว่า เมษานี้ จะขอหมั้นและสู่ขอกับพ่อแม่ พี่ดีใจมาก  แฟนตัดสินใจบอกลา Apartment หนุ่มโสด และใช้เงินเก็บส่วนหนึ่ง วางดาวน์ Apartment ใหม่ และเป็นหนี้แบงค์สำหรับห้องชุดนี้  สำหรับครอบครัว เพราะอยากจะให้เรากับลูกมาอยู่ด้วยกันโดยเร็ว ฝ่ายพ่อแม่เราเอง ก็เศร้าใจเหลือเกินเมื่อรู้ว่า ในวันหนึ่งลูกและหลานจะต้องไปอยู่ในดินแดนห่างไกล และไม่อยากให้พี่หอบหลานไปอยู่ไกลเลยด้วยซ้ำ การสู่ขอพร้อมพิธีหมั้นในเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น พี่เป็นคนกลางที่จะแปลคำพูดของทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้บัวช้ำ น้ำขุ่น เป็นไปตามที่พี่คิด พ่อแม่ไม่อยากให้ไป เลยตัดสินใจลองใจลูกเขยโดยการพูดเรื่องสินสอดทองหมั้น (สูง....จนน่าสงสารแฟน) อยากรู้ใช่ป่ะ เท่าไหร่ เงิน 500,000 ทอง 5 บาท และต้องหมั้น ด้วยแหวนและทองไว้ก่อน ครึ่งหนึ่ง พ่อแม่เรียกมา แฟนก็รอลุ้น หน้าที่แปลเป็นของเรา พี่ก็กดที่เครื่องคิดเลขให้เลย บอกว่า เงิน 500,000 ทอง 5 บาท ตอนแฟนเห็นตัวเลขเริ่มหน้าซีด (น่าสงสารเป็นที่สุด) พี่จับมือเค้าและบอกว่า ไม่ใช่ตอนนี้ เรายังมีเวลาที่จะช่วยกัน จริงๆพี่คิดไว้แล้วว่าพ่อกับแม่ ต้องอยากพิสูจน์ว่าเค้าจะทำได้มั๊ย และแกมั่นใจว่า ถ้าทำไม่ได้ ลูกกับหลานก็ยังไม่ไปไหนไกล แกบอกว่า กี่ปีก็ช่าง มีเมือ่ไหร่ก็ค่อยมาแต่ง เอากับใจแกสิ พี่เข้าใจหัวอกแม่กับพ่อ เพราะพี่โดนกระทำมาเยอะกับคนเก่า แกบอกว่า ตอนรักกัน ก็พูดได้ว่าจะดูแล โน่น นี่ นั่น แล้วยิ่งไกลหูไกลตาขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นกับลูกและหลาน แกคงช้ำใจตาย แกบอกพี่ว่า ขอพิสูจน์เค้าหน่อยเถอะ พี่เองในใจก็คิดอยู่แล้วว่า ก่อนเดินทางไกล พี่ก็ต้องจัดการให้เงินก้อนกับพ่อแม่ไว้อยู่แล้ว เพราะโอกาสจะดูแลท่านใกล้ชิดเหมือนเดิมไม่มีแล้ว   แฟนมีข้อสงสัยถึงจำนวนสินสอดที่สูงว่า ชายไทยสามารถจัดการหาสินสอดมาได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ พี่ก็บอกว่า ไม่เหมือนกัน การเรียกสินสอด ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัว ยิ่งถ้าครอบครัวมีฐานะ ลูกสาวมีการศึกษา หน้าที่การงานดี หนุ่มที่ไหน ถ้าชอบลูกสาวเค้า ก็ต้องจัดการหาให้สมฐานะ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า ไอ้หนุ่มนี่มันมีความรับผิดชอบ มันไม่งอมืองอเท้า แต่กับพี่...จริงอยู่ พี่การศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี หน้าที่การงานดี ครอบครัวฐานะปานกลาง แต่พี่เป็นแม่หม้ายเรือพ่วง ไม่เคยคิดจะตีตัวเองเป็นราคาอะไร แค่เค้ารับดูแลเราและลูก มันก็ประเสริฐมากกว่าพ่อของลูกแท้ๆด้วยซ้ำ แต่แค่คิดว่า ทำอย่างไร พ่อแม่เราจะสบายใจ และแฟนจะรับได้ พี่ขอให้แฟนจัดการเรื่องเงิน ส่วนพี่จะจัดการเรื่องทอง ช่วยกันเพื่อชีวิตคู่ พี่อาจโชคดีที่แฟน ยอมรับจากเหตุผลที่พี่บอกว่า การแต่งงานครั้งนี้ พ่อแม่ต้องเสียสละที่จะต้องยอมปล่อยพี่และหลานไป พวกเค้าต้องมีทั้งความรัก ความคิดถึง ความเป็นห่วง และพี่เองก็จะดูแลเค้าได้น้อยลง โอกาสจะเห็นหน้ากัน เจอกัน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ พี่ต้องเสียสละตัวเอง ทั้งหน้าที่การงาน รายได้เดิม ออกจากครอบครัว เพื่อที่จะไปอยู่ดูแลเค้าในฐานะภรรยา และบอกเค้าว่า ไม่เคยคิดนิ่งดูดายที่จะให้เค้าหาเลี้ยงตามลำพังด้วย แต่พี่ก็ขอบคุณเค้า ที่ต่อไปนี้จะต้องรับภาระรับผิดชอบชีวิตเราและลูก พร้อมค่าใช้จ่ายต่างๆท่ี่จะเพิ่มขึ้น พี่ก็บอกว่า เราทั้งคู่ต่างก็ต้องเสียสละซึ่งกันและกัน หากเค้าสามารถทำได้ ก็เท่ากับช่วยพี่รักษาความกตัญญูต่อบุพการี และพี่ก็จะไม่ทิ้งให้เค้าเผชิญกับปัญหานี้แน่นอน  หลังจากเค้าฟังเหตุผลของการเรียกค่าสินสอด เค้าก็พยักหน้าและบอกว่า ยินดีทำตามวัฒนธรรมไทยเพื่อให้เกียรติเราและพ่อแม่ พี่เองก็ไม่คิดว่าจะแต่งในเร็ววัน วางแผนกันว่า ก่อนจะถึงปลายปีหน้า กำหนดแต่งงาน เราสองคนก็จะมีเงินมามอบให้พ่อแม่แน่นอน ส่วนเงินสินสอด พี่จะมีเงินเก็บจากงานที่ทำและทองที่เก็บไว้ส่วนหนึ่งมาช่วยสมทบให้แฟน มอบให้พ่อแม่ ครอบครัวบอก จะจัดงานแค่เลี้ยงคนในครอบครัวเท่านั้น อาจมีเพื่อนบ้าน และไม่รับซอง พี่เห็นด้วย ไม่อยากตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และไม่อยากโชว์ใคร  แต่ปรากฎว่า หลังจากงานพิธีหมั้นหมาย ญาติพี่น้องเข้ามาผูกแขนตามประเพณี พี่บอกแฟนก่อนกลับว่า ห้ามเอาสายสิญจน์ออกจนกว่าจะครบ 7 วัน ปรากฎว่า แฟนทำตามและไม่อายใครๆเมื่อโดนถามว่า มันคืออะไร เค้าภูมิใจและบอกว่า เค้าเพิ่งเข้าพิธีหมั้น เพื่อนร่วมงานและคนในครอบครัวกลับสนใจเกี่ยวกับประเพณีการแต่งงานแบบไทย และบอกว่า อยากมาร่วมงานแต่งงานที่ไทยด้วย  เอาล่ะสิตอนนี้ แฟนบอกว่า สงสัยเราจะไม่มีพิธีแต่งงานไม่ได้แล้ว ทุกคนที่บ้านอยากมาเห็น ตอนนี้ พี่รู้สึกสบายใจมาก ตอนนี้ก็ได้แต่รอสะสมเงินให้ครบเพื่อมอบให้ครอบครัว แฟนส่งเงินมาให้ทุกเดือนค่ะ หมื่นกว่าๆ ตอนนี้ช่วยเก็บสะสมให้เค้าอย่างเดียวไมได้ใช้เลย (อันนี้เค้าไม่รู้...) แต่ตั้งใจว่า เมื่อถึงเวลา ขาดเหลืออย่างไร ก็เอามอบให้พ่อแม่ซะ สบายใจกันไป ตอนนี้สิ่งที่แฟนหนักใจคือ พี่ไม่ให้บินมาหา ให้เก็บค่าตั๋วเครื่องบินไว้ เจอกันน้อยลงค่ะ Skype มันอย่างเดียว เรื่องนี้ต้องอดทน ซื่อสัตย์ ไว้ใจและให้กำลังใจกันค่ะ ฉะนั้น พี่มองว่า ปัญหาทุกอย่างมันมีทางออกของมัน แค่เราใช้สติและค่อยๆหาทางแก้ ความจริงเรื่องการใช้ชีวิตคู่ หากพี่ไม่มีครอบครัวที่ต้องดูแลอยู่ พี่ตัดสินใจไปอยู่กับแฟนนานแล้วค่ะ แต่นี่ด้วยความที่คิดว่า เราต้องเคารพพ่อแม่ แฟนเองตอนแรกก็บอกว่า ให้พ่อแม่เป็นก้อนๆไปได้มั๊ย (พูดไปหัวเราะไป) พี่ก็บอกว่า อย่าเลย มันจะเป็นสินค้าผ่อนส่งไป ทำให้แกเห็นว่าเราพร้อมกันจริงๆดีกว่า อีกอย่าง พี่เองก็ยังต้องให้เวลาเรียนภาษา เพื่อเอา A1 ด้วย ถึงจะขอวีซ่าแต่งงานได้ ฉะนั้น เรายังมีเวลาช่วยเหลือกันได้อีกเยอะ อีกอย่าง พ่อแม่ก็สบายใจที่อย่างน้อย การยังไม่แต่งงานตอนนี้ ยังยืดระยะเวลาให้แกได้ใกล้ชิดกับหลานด้วย....บัวช้ำ น้ำขุ่น จึงไม่เกิดขึ้น สู้ๆนะWinkWink

*~เพียงมีวาสนา ถึงสุดขอบฟ้าก็พานพบ หากไร้วาสนา แม้ไขว่คว้าก็คลาดคลา~*
Back to Top
cinderella View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 18 Feb 2011
Online Status: Offline
Posts: 1282
Post Options Post Options   Quote cinderella Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 Jun 2013 at 01:52 - IP: 64.231.164.113 IP Information
เราว่าอันนี้นานาจิตตังค่ะ พี่บอกสามีก่อนเเต่งว่าพี่จะให้เงินเเม่ในงานเเต่งเเสนหนึ่งเเละทองหนึ่งบาทเเค่นี้พอค่ะ ไม่ได้บอกว่าเป็นสินสอด จริงๆเเม่พี่อยากให้เอามาโชว์ชาวบ้านมากกว่านี้ค่ะ เเต่พี่บอกเเกว่าถ้าทำไปทำไมถ้าอยากจะเเค่โชว์ พี่ไม่ทำค่ะเเละถ้าอยากได้มากกว่านี้รองานเเต่งคุณเเม่นะค๊าาาเดี๋ยวหนูจะเรียกให้พ่อเลี้ยงหมดตัวไปเลยLOLLOL ขอเเค่เค้ารักลูกเเม่เเละเลี้ยงดูอย่างดีไม่ดีกว่าเหรอ เเม่เเกว่าเเกกลัวว่าเค้าจะทิ้งขว้างน่ะค่ะเเต่เราก้อบอกนะว่าไม่ต้องห่วงเราเอาตัวรอดเพราะถ้าอยู่กันไม่รอด งานหน้าเดี๋ยวหาให้รวยกว่านี้ ฮ่าๆ ขำๆค่ะ  สาเหตุที่เรียกน้อยเพราะ สามีจ่ายค่างานเเต่ง ค่าที่พักในกรุงเทพให้ญาติๆทั้งสิบกว่าห้องเเละค่ารถค่าน้ำมันต่างๆทั้งหมดให้ทุกๆคนที่มางาน  ท้ายสุดสามีไปเห็นวีดีโอคนไทยเเต่งงานกัน(เวดดิ้งเเพลนเนอร์เอาให้ดูตอนไปซ้อมเเต่งก่อนวันงาน) เเกเลยรู้ว่าเค้ามีสินสอดเลยไปเพิ่มทองให้เเม่เป็นเกือบสิบบาท เเละพี่สาวเราคนละหนึ่งบาท ส่วนเราได้ทองน้อยกว่าเเม่นิดเดียว เเถมเรายังโดนสามีว่าให้ว่า ทำไมไม่บอกว่าเค้าเเต่งกันมากกว่านี้ เเล้วนี่เเม่เธอไม่อายชาวบ้านเค้าเหรอ ...เอ่อเเต่ถ้าเรียกกันจริงๆสามีคงไม่มีปัญญาหาให้หรอกค่ะเพราะเเค่ญาติๆเเต่งงานกับคนไทยด้วยกันก้อสินสอดเป็นล้านเเล้ว ทั้งบ้านเอย รถเอย เงินทองเอย โต๊ะจีนโรงเเรมมากว่าสองร้อยโต๊ะ โอยจะเป็นลม LOLLOLLOL พี่รู้ว่าสามีไม่ได้มีเงินมากเลยต้องคุยกับเเม่ก่อน พี่ไม่อาย เเม่ไม่อายเเล้วจะไปเเคร์อะไรกับคนรอบข้าง ฮ่าๆ


ปล. หลังเเต่งงาน สามีเคยมาถามนะคะว่าทำไมคนไทยต้องมีสินสอด เราเลยอธิบายไปว่า คนไทยส่วนมากจะรักเเละทะนุถนอมลูกมาก ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เเถมส่งเสียให้เรียนสูงๆอีก ลูกสาวจะโดนปลูกฝังให้เป็นเเม่บ้านเเม่เรือน ดูเเลบ้านช่องด้วยเสมือนได้ลูกสาวเค้าเเล้วสบายประมาณนั้น เเละบางทีเค้าเรียกสินสอดเเพงๆไม่ใช่ว่าเค้าอยากจะได้เงิน เเต่เค้าจะดูความมุมานะของฝ่ายชายว่าจะมีค่าพอที่เค้าจะฝากลูกสาวสุดที่รักไว้ได้ไหม บางทีเรียกไปมากเเต่ฝ่ายชายหามาไม่ครบเค้าก็ให้เเต่งนะเพราะเห็นเเล้วว่าฝ่ายชายนั้นพยายามที่จะหาเงินมาเเต่งจนสุดความสามารถเเล้วเเต่ก็ยังไม่ครบ ไม่ใช่มาบอกว่าไม่มีเลยตั้งเเต่เเรกๆอันนี้ใครเขาจะยกให้ไม่พยายามหาเเต่อยากได้ลูกสาวเค้า เค้าคงให้ไปกับคนเเบบนี้หรอกนะ พ่อเเม่บางคนก้อไม่เรียกสินสอด เเต่ฝ่ายชายก็ต้องเเสดงออกให้เห็นว่าทำไมเค้าถึงจะยกลูกสาวให้ เช่น รักลูกเค้ามากไหม ขยันไหม ไม่สำมะเลเทเมาหรือมีอะไรที่พอจะเชื่อถือได้ว่าถ้าเเต่งงานกับลูกเค้าเเล้วลูกเค้าไม่ลำบาก  เเละส่วนมากสินสอดนั้นพ่อเเม่จะคืนให้หลังจากงานเเต่ง บางครอบครัวก็คืนให้บางส่วนหลังจากหักจากค่าใช้จ่ายต่างๆในงานเเต่งเเล้ว อาจจะให้ลูกสาวเก็บไว้เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน หรือเอาไว้ตั้งตัว บางครอบครัวพ่อเเม่ก้อเก็บไว้ให้เองเพราะเค้าเอาไว้เป็นหลักประกันว่าจะไม่ทิ้งลูกสาวเค้า เเต่คนไทยถ้าเห็นลูกเดือดร้อนก็ให้คืนอยู่ดี .... พอได้ฟังที่เราอธิบายสามีเข้าใจค่ะว่า คนไทยไม่ได้ขายลูกกิน เเต่เค้าทำเพื่อปกป้องลูกเเค่นั้นค่ะ

Back to Top
Page  <12

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.164 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters