Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Ladyinter > Main Forum > คุณแม่อินเตอร์
  New Posts New Posts RSS Feed: การนับอายุครรภ์&พัฒนาการของทารกในครรภ์ รายสัปดาห์
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

การนับอายุครรภ์&พัฒนาการของทารกในครรภ์ รายสัปดาห์

Author
Yohon View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 19 Apr 2011
Online Status: Offline
Posts: 432
Post Options Post Options   Quote Yohon Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: การนับอายุครรภ์&พัฒนาการของทารกในครรภ์ รายสัปดาห์
    Posted: 20 Apr 2012 at 19:05 - IP: 94.3.191.61 IP Information

เรากำลังเตรียมตัวจะมีน้องเลยท่องเวปเกี่ยวกับวางแผนการตั้งครรภ์ ไปอ่านเจอมาเห็นว่ามีประโยชน์สำหรับว่าที่คุณแม่เลยเอามาแชร์คะ ไม่รู้เคยมีเพื่อนๆ เอามาแชร์บ้างรึยังถ้าซ้ำขออภัยด้วยนะคะ

การคำนวณอายุครรภ์และคะเนวันคลอด

    คำถามข้อแรกๆที่หญิงตั้งครรภ์จะถามเมื่อมาพบแพทย์ข้อหนึ่งคือ การตั้งครรภ์ครั้งนี้จะคลอดเมื่อไหร่ ก่อนที่จะตอบคำถามนี้เราควรทราบก่อนว่า การตั้งครรภ์ของมนุษย์นั้น ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่

     โดยทั่วไป สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กจะใช้เวลาในการตั้งครรภ์น้อยกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ เช่น กระต่ายตั้งครรภ์ประมาณ 45 วัน ในขณะที่ช้างตั้งครรภ์ประมาณ 22 เดือน คนก็เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง การตั้งครรภ์ของคน ใช้ระยะเวลาโดยเฉลี่ย 259-294 วัน นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย

      ดังนั้นในกรณีที่หญิงตั้งครรภ์รายนั้น มีประวัติประจำเดือนที่สม่ำเสมอ แพทย์ก็จะอาศัยประวัติประจำเดือนในการคะเนวันกำหนดคลอดและคำนวณอายุครรภ์ของทารกในครรภ์ การคะเนวันกำหนดคลอด แพทย์จะคำนวณจากสูตรที่ชื่อว่า Naegale's rule โดยใช้วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายบวกไป 7 วัน จากนั้นนับเดือนถอยหลังไป 3 เดือน เช่น วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายคือ วันที่ 10 ธันวาคม 2552  วันกำหนดคลอดก็จะอยู่ประมาณวันที่ 17 (10+7) เดือน กันยายน (นับย้อนจากธันวาคมไป 3 เดือน) ถ้าวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายคือ วันที่ 22 มีนาคม 2553  วันกำหนดคลอดก็จะอยู่ประมาณวันที่ 29 (22+7) เดือน ธันวาคม (นับย้อนจากมีนาคมไป 3 เดือน) เป็นต้น

        ในกรณีที่ไม่สามารถจำประจำเดือนครั้งสุดท้าย หรือประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ แพทย์ก็จะอาศัยข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อกำหนดอายุครรภ์และคะเนวันกำหนดคลอด ข้อมูลอื่นๆ ได้แก่

1.             การตรวจหาขนาดของมดลูก มดลูกของหญิงตั้งครรภ์จะขยายขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ ขนาดของมดลูกเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างหยาบ และขึ้นกับความรู้สึกของผู้ตรวจมาก ดังนั้น การประเมินด้วยวิธีนี้ แพทย์จะใช้เป็นข้อมูลประกอบเพื่อกำหนดอายุครรภ์เบื้องต้นเท่านั้น

2.             การดิ้นครั้งแรกของทารก โดยทั่วไป การตั้งครรภ์ครั้งแรก หญิงตั้งครรภ์จะเริ่มรู้สึกว่าทารกในครรภ์เริ่มดิ้นเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 18-20 สัปดาห์ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เคยตั้งครรภ์มาแล้ว จะเริ่มรู้สึกว่าทารกในครรภ์เริ่มดิ้นเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 16-18 สัปดาห์

3.             การตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ ปัจจุบันการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากสามารถกำหนดอายุครรภ์ได้ดีพอควรและยังสามารถตรวจลักษณะทางกายภาพของทารกในครรภ์ไปได้พร้อมๆกัน การตรวจอัลตราซาวด์เพื่อกำหนดอายุครรภ์และคะเนวันคลอด ควรมารับการตรวจตั้งแต่อายุครรภ์น้อยๆ จากการศึกษาพบว่า ถ้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ สามารถกำหนดอายุครรภ์และคะเนวันคลอดได้อย่างแม่นยำโดยมีโอกาสคลาดเคลื่อนไม่เกิน 4.7 วัน แต่ถ้ามารับการตรวจเมื่ออายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ จะมีโอกาสคลาดเคลื่อนสูงถึง 21-28 วัน

 ที่มา  :  http://www.siriraj-mfm.com/ 


พัฒนาการของทารกในครรภ์ รายสัปดาห์ ตั้งแต่สัปดาห์ที่  1-40

สัปดาห์ที่ 1 - คุณเพิ่งผ่านพ้นช่วงของการมีรอบเดือนมาหมาดๆ ระหว่างทางก่อนที่รอบเดือนใหม่ของคุณจะมาเยือนอีกครั้ง จะเป็นช่วงที่ไข่ของคุณกำลังสุกพร้อมที่จะหลุดออกจากรังไข่และเข้าไปในท่อนำไข่ ก่อนการตั้งครรภ์ คุณควรจูงมือคู่ชีวิตไปตรวจร่างกายเพื่อเช็คดูว่าคุณทั้งคู่มีใครเป็นโรคที่สามารถติดต่อไปยังทารกในครรภ์ได้บ้าง การตรวจพบ และรับการรักษาล่วงหน้าไม่เพียงแต่จะป้องกันอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับตัวคุณเองในระหว่างการตั้งครรภ์แล้ว ยังป้องกันโรคหรือความพิการต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกของคุณได้อีกด้วย


สัปดาห์ที่ 2 - ช่วงต่อระหว่างสัปดาห์ที่ 1 และ 2 ไข่ที่สุกจะหลุดออกจากรังไข่ และเข้าไปคอยท่ารอเวลารับการปฏิสนธิจากอสุจิตัวที่แข็งแรงที่สุด คุณมีเวลาที่จะสร้างโอกาสให้เกิดการปฏิสนธิได้ในช่วง 72 ชั่วโมงก่อนไข่ตกจนถึง 24 ชั่วโมงหลังไข่ตกเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากอสุจิจะมีชีวิตอยู่รอดภายในท่อนำไข่ประมาณ 72 ชั่วโมง และไข่จะมีชีวิตอยู่รอดภายใน 24 ชั่วโมง ภายหลังหลุดออกออกมาจากรังไข่ จากนั้นก็จะฝ่อไปในช่วงที่มีการตกไข่เกิดขึ้น ภายในร่างกายของคุณจะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปกติ 0.5-1.6 องศาเซลเซียส คุณสามารถหาซื้อเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมินี้ได้ตามร้านขายยาทั่วไป ใช้อมไว้ใต้ลิ้นก่อนล้างหน้าแปรงฟัน การได้รู้ช่วงเวลาแน่นอนอย่างนี้รับรองไม่มีทางพลาดที่จะได้ลูกมาชมเชย


สัปดาห์ที่ 3 - ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วจะใช้เวลาเดินทางไปยังโพรงมดลูก 36 ชั่วโมง ในระหว่างนี้ ไข่จะมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจนมีขนาดกว่าร้อยเซลล์เมื่อเดินทางไปถึงยังมดลูก ในจำนวนนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่อยู่ด้านในจะพัฒนาไปเป็นตัวเด็กส่วนที่อยู่ติดกับผนังมดลูกจะพัฒนาต่อไปจนกลายเป็นรก ซึ่งจะหลั่งฮอร์โมนการตั้งครรภ์ (HCG) ออกมา ฮอร์โมนตัวนี้เองที่มีผลทำให้ร่างกายของคุณมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง รวมถึงอาการเหงือกบวม มีเลือดออกได้ง่าย คุณจึงควรไปเช็คสุขภาพปากและฟันเสียแต่เนิ่น


สัปดาห์ที่ 4 - ขณะที่ไข่กำลังฝังตัวลงในผนังมดลูก คุณแม่บางรายอาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย และอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรอบเดือน เพื่อความมั่นใจคุณสามารถไปหาซื้อแผ่นทดสอบได้ โดยคุณจะต้องใช้ปัสสาวะตอนเช้า ขณะที่ยังท้องว่างอยู่ เพราะอาหารบางชนิดอาจมีผลให้ฮอร์โมนการตั้งครรภ์เปลี่ยนแปลงไป จนทำให้ผลที่ออกมาคาดเคลื่อนได้ หากคุณเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก ควรระมัดระวังไม่ทำอะไรที่ต้องออกแรงมาก เดินให้น้อยลง และพักผ่อนให้มากขึ้น


สัปดาห์ที่ 5 - ในระยะแรกๆ ของการเติบโต ไข่ที่ได้รับการปฏิสนะแล้วจะอาศัยดูดทรัพย์อาหารและซึมผ่านของเสียผ่านเยื่อบุมดลูก จนกระทั่งรก และสายสะดือได้เริ่มทำหน้าที่นี้แทนในอีก 2-3 สัปดาห์ต่อมา ในช่วงนี้คุณจะเริ่มรู้แล้วว่าประจำเดือนขาดไปแน่นอนคุณควรไปพบหมอเพื่อตรวจเช็กความสมบูรณ์ของการตั้งครรภ์ คุณหมอจะซักประวัติคุณ ตรวจวัดส่วนสูง และน้ำหนัก เพื่อคำนวณดูขนาดของทารก พร้อมกับกำหนดวันคลอดให้กับคุณ


สัปดาห์ที่ 6 - อาการแพ้ท้องต่างๆ อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันต่อมน้ำนมก็เตรียมผลิตน้ำนม จึงทำให้เต้านมของคุณขยายและคัดตึง เพราะน้ำนมสามารถไหลผ่านออกมาได้ ช่วงแรกของการตั้งครรภ์คุณหมอจะเว้นช่วงห่างของการนัดตรวจในทุก 1 เดือน แต่เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น คุณหมอก็จะนัดถี่ขึ้นไปทุก 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการผิดปกติขึ้น คุณควรรีบปรึกษาหมอในทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลานัด


สัปดาห์ที่ 7 - ขณะนี้ลูกของคุณมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเล็กๆ เม็ดหนึ่ง แต่ถึงจะมีขนาดที่เล็ก หนูน้อยมีอวัยวะสำคัญหลายอย่างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว หากคุณมองทะลุผนังเข้าไปได้ คุณจะเห็นว่าเขามีหัวที่ใหญ่กล่าลำตัว มีจุดสีดำเล็กๆ บริเวณตา และสมองมีร่องรอยของหู มีปุ่มแขนขาเล็กขึ้นมา หัวใจของเขาเริ่มแบ่งออกเป็นห้องซ้ายและขวา และเต้นประมาณ 150 ครั้งต่อนาที ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าในผู้ใหญ่ถึง 2 เท่า ในช่วงนี้คุณลองถามคุณหมอถึงระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในตัวคุณดูบ้างว่าอยู่ในระดับที่ต่ำหรือสูงเกินไปหรือไม่ เพราะการทำงานที่ผิดปกติของไทรอยด์อาจส่งผลต่อลูกในท้องของคุณเองได้


สัปดาห์ที่ 8 - หากคุณยังไม่เคยไปฝากครรภ์ คุณควรรีบไปในสัปดาห์นี้ (อย่างช้า 2 สัปดาห์นับจากที่รู้ว่ารอบเดือนขาดไป) เพราะตลอด 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ จะเป็นช่วงที่ตัวอ่อนกำลังสร้างอวัยวะที่สำคัญหลายอย่าง หากมีเหตุอะไรที่ไปขัดขวางพัฒนาการของอวัยวะสำคัญเหล่านี้ ก็จะส่งผลให้ทารกพิการหลังคลอดได้ การไปฝากครรภ์หากเร็วไปเท่าไร ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งของแม่และลูกในครรภ์มากเท่านั้น เพราะหากคุณหมอเกิดตรวจพบสิ่งผิดปกติใดขึ้น ก็จะสามารถให้การรักษาได้ทันหรืออย่างน้อยก็ช่วยลดความรุนแรงลงได้


สัปดาห์ที่ 9 - จากปุ่มเล็กๆ คู่บนและล่าง ที่บ่งบอกว่าเป็นจุดเริ่มของแขนขาของตัวอ่อน ในสัปดาห์นี้แขนของตัวอ่อนยาวขึ้นจนเห็นได้ชัดว่ามีสองส่วน โดยมีส่วนโค้งของข้อศอกเป็นส่วนเชื่อม หัวใจและสมองของเขามีโครงสร้างที่ซับซ้อนมากขึ้น เปลือกตา และจมูกเริ่มปรากฏรูปร่างขึ้นศรีษะที่มีขนาดใหญ่ ในการฝากครรภ์ครั้งแรกคุณหมอจะต้องวัดส่วนสูงให้กับคุณด้วย เนื่องจากส่วนสูงจะเป็นตัวบอกขนาดของกระดูกอุ้งเชิงกรานของคุณหากพบว่าอุ้งเชิงกรานมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ศรีษะของเด็กจะรอดออกมาได้ คุณหมอก็จะแนะนำให้คุณผ่าท้องคลอด


สัปดาห์ที่ 10 - หางเล็กๆ ของตัวอ่อนหดมาเป็นกระดูกก้นกบเรียบร้อยแล้วในสัปดาห์นี้ อวัยวะที่เป็นโครงสร้างสำคัญก็มีครบแล้วเพียงแต่ว่ายังมีพัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น ตอนนี้หัวใจของคุณทำงานอย่างหนัก เพื่อสูบฉีดเลือดไปบำรุงทุกส่วนของร่างกายให้พร้อมสำหรับการเจริญเติบโตของเจ้าตัวน้อยในครรภ์ การทำงานที่หนักทำให้หัวใจของคุณขยายใหญ่ขึ้น ในการนัดฝากครรภ์ช่วงแรกๆ ทุกครั้งคุณหมอจะทำการตรวจความดันของเลือดเพื่อให้แน่ใจว่าความดันไม่สูงเกินไป เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงลักษณะอาการของโรคครรภ์เป็นพิษได้ นอกจากนี้คุณหมอยังต้องตรวจปัสสาวะ ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง ตรวจเลือดและเช็กดูระดับการพองตัวของข้อมือและข้อเท้า


สัปดาห์ที่ 11 - อวัยวะสำคัญทั้งหมดพัฒนาเต็มที่แล้ว ช่วงเวลานี้เป็นนาทีของการเก็บรายละเอียด เช่น เล็บมือ เส้นผมบางๆ ส่วนอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกเริ่มปรากฏรูปร่างให้เห็นเป็นเค้าโครงแล้ว อีกประมาณ 3 อาทิตย์ คุณก็จะรู้ได้แล้วว่า ลูกของคุณเป็นหญิงหรือชายนัดพบกับคุณหมอคราวหน้า คุณรอเตรียมตัวฟังเสียงหัวใจของลูกได้เลยคิดดูว่ามันน่าจะอัศจรรย์เพียงไร ถ้าคุณจะได้ยินเสียงหัวใจน้อยๆ ของเขาเต้นแข่งกับเสียงหัวใจของคุณ


สัปดาห์ที่ 12 - นิ้วมือ และ นิ้วเท้าแยกออกจากกันแล้ว กระดูกบางชิ้นเริ่มที่จะแข็งขึ้น ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า จนถึงสัปดาห์นี้ คุณหมอจะทำการตรวจชิ้นเนื้อจากเยื่อหุ้มตัวอ่อน หรือที่เรียกว่า CVS (Chorionic villus sampling) เพื่อเช็คดูความผิดปกติของโครโมโซมหรือไม่ ในการตรวจคุณหมอจะใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมากเจาะผ่านเข้าไปในมดลูกของคุณเพื่อนำเอาเซลล์จากเนื้อเยื่อที่หุ้มตัวอ่อนออกมาทำการทดสอบภายในห้องทดลอง ซึ่งคุณจะรู้ผลหลังจากนั้นอีก 2-3 สัปดาห์ต่อมา การตรวจในลักษณะนี้อาจมีความเสี่ยงเล็กน้อยต่อการคลอดกำหนดได้


สัปดาห์ที่ 13 - ตอนนี้ความกว้างของมดลูกจะขยายออกไปกว่า 4 นิ้วแล้ว และเคลื่อนตัวจากบริเวณอุ้งเชิงกรานมาที่บริเวณท้อง มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น จะไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น แต่อาการนี้จะหายไปได้เองเมื่อเข้าสู่การตั้งครรภ์ทุกครั้ง คุณหมอจะตรวจปัสสาวะให้กับคุณด้วยเพื่อตรวจเช็คระดับโปรตีน และน้ำตาลในปัสสาวะหรือสารเคมีที่เรียกว่า “คีโทน” ทั้งสามชนิดสามารถบ่งบอกอาการของโรคครรภ์เป็นพิษ โรคเบาหวาน และโรคที่เกี่ยวกับไต


สัปดาห์ที่ 14 - ขณะที่อวัยวะต่างๆ ของทารกกำลังพัฒนาไปในส่วนที่เป็นรายละเอียด บนใบหน้าของทารกก็เริ่มมีการเคลื่อนย้ายอวัยวะสำคัญๆ เช่น ดวงตาเคลื่อนจากด้านข้างทั้งสองมาอยู่บนใบหน้า หูเคลื่อนจากด้านล่างขึ้นมาสู่ตำแหน่งปกติ ขณะนี้มดลูกของคุณจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คุณหมอจะตรวจขนาดของมดลูก โดยการคลำหน้าท้องหาตำแหน่งของยอดมดลูก เพื่อเช็คดูขนาดของเด็กในท้อง คุณหมอจะสามารถประมาณวันครบกำหนดคลอดของคุณได้แม่นยำขึ้นจากการตรวจอัลตราซาวนด์


สัปดาห์ที่ 15 - ลูกน้อยของคุณจะเริ่มมีเส้นผมขึ้นเต็มศรีษะ และมีขนตาแล้ว ผิวของเขาบางใส สามารถมองทะลุเห็นเส้นเลือดที่กำลังพัฒนากล้ามเนื้อมีการทำงานที่ยืดหยุ่น ข้อมือ และข้อแขนงอ และกำมือได้แล้วในช่วงนี้คุณจะเริ่มทุเลาจากอาการแพ้ท้องแล้ว และเริ่มมีกำลังวังชาขึ้นมาบ้าง คงเหลือไวแต่เพียงความรู้สึกปลาบปลื้มที่กำลังมีเจ้าตัวน้อยอยู่ในท้องเท่านั้น สำหรับคุณแม่บางท่านอาจมีอาการแพ้ท้องยืดเยื้อออกไปจาก 3 เดือนแรกบ้าง แต่ถ้าเป็นมากควรปรึกษาแพทย์ให้ช่วยวินิจฉัยดูเพราะบางทีอาจเป็นสัญญาณอันตรายที่คุณนึกไม่ถึงได้


สัปดาห์ที่ 16 - ลูกของคุณมีขนาดเท่าฝ่ามือของคุณได้แล้วล่ะ ถึงจะตัวจิ๋วขนาดนั้นแต่กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาเริ่มมีพัฒนาการ เขาสามารถขยับใบหน้า อ้าปาก และขมวดคิ้วได้ประมาณสัปดาห์ที่ 11 -16 คุณหมอจะทำการตรวจวัดความหนาของหน้าอกคอ ซึ่งเป็นการใช้อัลตราซาวนด์เช็คดูปริมาณของเหลวที่อยู่ด้านหลังคอของทารกผลที่ได้จะนำไปคำนวณร่วมกับอายุ และระดับฮอร์โมนในเลือดของคุณ เพื่อเช็คดูความน่าจะเป็นในการเกิดโรคดาวน์ซินโดรมในทารกอีกครั้ง แต่ผลที่ได้จากการตรวจนี้ จะต้องนำไปวินิจฉัยร่วมกับการตรวจแบบ CVS และการตรวจเจาะถุงน้ำคร่ำด้วย


สัปดาห์ที่ 17 - ระบบต่างๆ ภายในตัวของทารกเริ่มทำงานได้บ้างแล้ว เช่น กระเพาะอาหารและกระเพาะปัสสาวะ ทุกขณะที่ลูกของคุณเติบโตขึ้น ภายในร่างกายของคุณจะต้องมีการสูบฉีดเลือดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว การตรวจเลือดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอจะต้องตรวจให้กับคุณนับตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณไปฝากครรภ์ เพื่อเช็คดูอาการของโรคต่างๆ ที่สามารถส่งต่อมายังลูกในท้องได้ เช่น หัดเยอรมัน, HIV, โรคไวรัสตับอักเสบบี, ธาลัสซีเมีย เป็นต้น


สัปดาห์ที่ 18 - ระบบภายในร่างกายของทารกหลายอย่าง เริ่มมีการทำงานขึ้นบ้างแล้ว กระดูกชิ้นเล็กๆ ในหูที่เป็นทางผ่านของเสียงเข้าสู่หูชั้นในแข็งขึ้น เซลล์ประสาทในสมองส่วนที่รับรู้และส่งสัญญาณจากหูกำลังพัฒนา ทำให้เขาสามารถได้ยินเสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเขาได้แล้ว ในสัปดาห์นี้คุณหมอจะทำการตรวจเพื่อเช็คดูความสมบูรณ์ของทารกที่เรียกว่า AFP test (Alpha fetoprotein) ซึ่งจะเป็นการตรวจหาระดับค่า AFP ในเลือด ถ้าหากมีค่าที่สูงมาก นั่นอาจหมายถึงว่าเด็กมีความสมบูรณ์ดีมาก หรือคุณได้ลูกแฝด แต่ถ้าค่า AFP ออกมาต่ำมาก อาจบอกถึงอาการของโรคกระดูกสันหลังไม่ปิด หรือดาวน์ซินโดรมได้ แต่ผลที่ได้จากการตรวจ AFP ยังต้องได้รับการยืนยันจากการตรวจเจาะถุงน้ำคร่ำร่วมด้วย


สัปดาห์ที่ 19 - หากผลการตรวจหาค่า AFP ออกมาต่ำ คุณจะต้องได้รับการตรวจเจาะถุงน้ำคร่ำอีกครั้ง เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบความผิดปกติของโครโมโซมและอาการของโรคดาวน์ซินโดรม ในการตรวจลักษณะนี้อาจเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้แต่ไม่มากนัก เนื่องจากในการตรวจคุณหมอจะต้องใช้เข็มเล็กๆ เจาะผ่านผนังมดลูกเข้าไปดูดเอาน้ำคร่ำในรกออกมาทำการตรวจ ซึ่งนอกจากผลของค่า AFP ต่ำแล้ว หากพบว่าภายในครอบครัวของคุณมีคนที่เคยมีอาการผิดปกติของโครโมโซมเกิดขึ้น หรือถ้าคุณมีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไปคุณหมอจะทำการตรวจในลักษณะนี้ให้เช่นกัน


สัปดาห์ที่ 20 - เซลล์ประสาทภายในสมองกำลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ในสัปดาห์นี้ รกมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อมีน้ำหนักมากกว่า 1 ปอนด์อุดมไปด้วยโครงข่ายเส้นเลือด ส่วนหลอดเลือดของทารกขยายใหญ่ขึ้น จึงเหมาะกับการตรวจเจาะผ่านเส้นเลือดได้แล้ว โดยคุณหมอจะเจาะผ่านผนังช่องท้อง และสอดเข็มผ่านเส้นเลือดในสายสะดือที่อยู่ใกล้กับรกเพื่อนำเอาเลือดของเด็กมาทำการตรวจสอบหาความผิดปกติของโครโมโซมและอาการของโรคหัดเยอรมัน และโรคทอกโซพลาสโมซิส

 

สัปดาห์ที่ 21 - สมองของทารกกำลังพัฒนาเซลล์ประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ การได้กลิ่น ลิ้มรส การได้ฟัง ได้เห็น และการสัมผัส คุณจะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของทารกอย่างชัดเจนขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ การทำบันทึกจำนวนครั้งของการดิ้นของทารกในครรภ์เป็นอีกวิธีหนึ่งที่คุณสามารถตรวจเช็คสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ได้ด้วยตัวคุณเองหากคุณรู้สึกว่าลูกไม่ค่อยดิ้น หรือไม่ดิ้นเลย ควรรีบบอกให้คุณหมอทราบทันที


สัปดาห์ที่ 22 - ผิวของทารกหนาขึ้นเป็น 4 ชั้น ต่อมพิเศษในร่างกายหลั่งไขเคลือบผิวที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้งออกมาเพื่อป้องผิวบอบบาง ขณะที่ขนอ่อนยึดไขเคลือบผิวไว้ ในช่วงนี้น้ำหนักของคุณจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณควรเช็คระดับการเพิ่มของน้ำหนักตลอดการตั้งครรภ์ เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเป็นพิษได้ โดยปกติคุณควรจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5-1 กก. ต่อสัปดาห์ตลอดการตั้งครรภ์คุณควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 6-19 กก. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนสูง และขนาดตัวของคุณเองด้วย


สัปดาห์ที่ 23 - เจ้าตัวน้อยมีเซลล์เม็ดเลือดแดงจำนวนมาก และเริ่มที่จะผลิตเม็ดเลือดขาว ส่วนตัวคุณเองก็ยังคงมีปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นต่อไป และเริ่มที่จะผลิตเม็ดเลือดสีขาว ส่วนตัวคุณเองก็ยังคงมีปริมาณเลือดที่เพิ่มเป็นพลาสมา ซึ่งจะไปเจือจางเม็ดเลือดแดงทำให้คุณเกิดภาวะโลหิตจางซึ่งจะต่ำสุดในช่วงนี้แต่ถือเป็นเรื่องปกติในหญิงตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่ควรประมาท คุณควรให้แพทย์ตรวจดูว่าร่างกายได้ธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ ที่จะไม่ทำให้ภาวะโลหิตจางเลวร้ายจนเข้าขั้นอันตรายได้


สัปดาห์ที่ 24 - ริมฝีปากของทารกเริ่มปรากฏชัดขึ้นในสัปดาห์นี้ มีปุ่มโผล่ดุนเหงือกขึ้นมาเรียงเป็นแถว ส่วนตัวคุณเองน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่คงที่ และมีตกขาวมากขึ้นกว่าปกติ อย่าตกใจไป เพราะนั่นเป็นอิทธิพลของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มสูงขึ้นแต่ถ้าตกขาวมีสีสันแปลกๆ แถมมีกลิ่นด้วย อย่างนี้ต้องไปปรึกษาคุณหมอให้ช่วยตรวจเช็ค เพราะบางทีอาจมีสาเหตุมาจากการที่ช่องคลอดติดเชื้อซึ่งถ้าปล่อยไว้จนอักเสบมากอาจส่งผลให้คุณต้องคลอดก่อนกำหนดได้


สัปดาห์ที่ 25 - เส้นเลือดในปอดของลูกคุณกำลังพัฒนาเพื่อเตรียมตัวสำหรับการหายใจด้วยตัวเองแล้ว แต่ตอนนี้เขายังอาศัยออกซิเจนจากคุณอยู่ จนกว่าจะคลอดออกมา อาหารเสริมของเขาในช่วงนี้ คือ ของเหลวในน้ำคร่ำ เขาชอบที่จะกลืนและขับถ่ายน้ำคร่ำในรกและสะอึกบ้างในบางครั้ง ช่วงปลายสัปดาห์ มดลูกของคุณจะหดรัดตัวเพื่อเตรียมร่างกายสำหรับการเจ็บท้องคลอด คุณอาจรู้สึกว่าหน้าท้องมีก้อนแข็งนูนขึ้นมาเป็นระยะๆ โดยไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด แต่หากมีอาการเจ็บปวดและท้องขยายใหญ่มากอาจเป็นอาการรกลอกตัวก่อนกำหนดได้ คุณควรรีบไปพบแพทย์ทันที หากช้า อาจทำให้ลูกของคุณขาดออกซิเจนจนเป็นอันตรายต่อสมอง และอาจถึงชีวิตได้


สัปดาห์ที่ 26 - ปอดของหนูน้อยเริ่มขยับขึ้น-ลง คล้ายกับว่าเขากำลังหายใจด้วยตัวเองแล้ว แต่ความจริงแล้วเป็นการซ้อมทำหน้าที่ของปอดเท่านั้น ทันทีที่หัวใจของทารกเริ่มเต้น คุณหมอจะตรวจดูจังหวะการเต้นว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ซึ่งนอกจากการตรวจโดยใช้ฟังเสียงหัวใจทารกเต้นแล้ว คุณหมอก็จะทำการอัลตราซาวนด์เพื่อดูพัฒนาการของกล้ามเนื้อหัวใจในเด็กด้วย


สัปดาห์ที่ 27 - ลูกของคุณลืมตาขึ้นได้แล้วในสัปดาห์นี้ อวัยวะทุกอย่างของเขามีการทำงานเกือบสมบูรณ์แล้ว ถ้าต้องคลอดออกมาเขาก็สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลเป็นพิเศษจากหมอ ช่วงนี้คุณอาจมีความดันเลือดสูงขึ้นเล็กน้อย เป็นเรื่องปกติแต่ถ้าน้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มองเห็นอะไรไม่ค่อยชัด เพราะสายตาพร่ามัว มือและเท้าบวม และลามมาถึงหน้า และคอ ควรรีบปรึกษาแพทย์ด่วน เพราะอาจเป็นอาการของโรคครรภ์เป็นพิษได้


สัปดาห์ที่ 28 - ช่องต่างๆ ในสมองของทารกพัฒนามากขึ้น ขณะที่เนื้อเยื่อต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากนับจากสัปดาห์นี้เป็นต้นไป คุณหมอจะเริ่มนัดคุณถี่ขึ้นเป็นทุกๆ 2 สัปดาห์ คุณหมอจะทดสอบภาวะในร่างกายหลายอย่างด้วยกัน เช่น การวัดระดับธาตุเหล็ก และกลูโคสในร่างกาย ถ้าผลการทดสอบออกมาเป็นลบคุณหมอจะตรวจสอบดูว่าภูมิต้านทานในร่างกายของคุณสร้างปฏิกิริยาต่อต้านกับกระแสเลือดของทารกหรือไม่ ปฏิกิริยาดังกล่าวจะมีผลต่อการตั้งครรภ์ในครั้งต่อไป ซึ่งจะทำให้ทารกคนต่อไปเป็นโรคตัวเหลือง ดีซ่าน และโรคโลหิตจางได้


สัปดาห์ที่ 29 - ถ้าลูกของคุณยังไม่ลืมตาในสัปดาห์นี้เขาควรจะลืมตาได้แล้ว เล็บของเขาขึ้นมาเป็นปุ่มให้เห็น ชั้นไขมันก่อตัวขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในโลกภายนอก มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นจนไปเบียดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น หากมีอาการอ่อนเพลียร่วมด้วย หรือมีประวัติโรคเบาหวานในครอบครัวคุณควรจะปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ได้ ในการตรวจ คุณหมอจะเจาะเลือดของคุณในขณะที่ผ่านการงดอาหารมา จากนั้นจะให้คุณดื่มน้ำตาลกลูโคส 100 กรัม และเจาะเลือดอีก 3 ครั้ง ห่างกันทุก 1 ชั่วโมง ถ้ามีน้ำตาลในกระแสเลือดสูงผิดปกติก็คือว่าเป็นเบาหวานคุณจะต้องได้รับการดูแลจากคุณหมออย่างใกล้ชิด

 

สัปดาห์ที่ 30 - สมองของลูกน้อยของคุณกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว หัวของเขายังคงมีขนาดใหญ่พอสำหรับการเติบโต ใมนสัปดาห์นี้คุณหมออาจสแกนให้คุณค่าดูว่าภายในสมองของเจ้าตัวน้อยจะตอบรับกับการสัมผัสได้ดีเพียงใด ถ้าหากคุณหมอฉายไฟส่องไปที่ท้อง แล้วลูกของคุณหันศรีษะไปตามแสงไฟที่ส่องมา ก็แสดงว่าประสาทตาของเขาเริ่มทำงานแล้วนั่นเอง


สัปดาห์ที่ 31 - เครือข่ายเนื้อเยื่อในถุงลมปอดพัฒนาขึ้น และหลั่งสารที่ช่วยป้องกันไม่ให้ถุงลมล้มเหลวในการใช้งานเมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว เลือดประมาณ 16 ออนซ์จะไหลเข้าไปในผนังมดลูกบริเวณรกเส้นเลือดของคุณแม่จะอยู่ใกล้กับเส้นเลือดฝอยของทารก โดยมีเยื่อบางๆ เป็นผนังกั้นไว้ ป้องกันไม่ให้เลือดของแม่ผสมเข้ามาปนกับเลือดของทรรกหากคุณหมอตรวจพบว่าคุณมีเลือดเป็นอาร์เอชลบ คุณหมอจะฉีดยาแอนตี้บอดี้ (anti-D gamma globulin) ให้กับคุณเพื่อปกป้องไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ กับลูกน้อยของคุณ ภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากที่เขาคลอดออกมา

 

สัปดาห์ที่ 32 - ตอนนี้ลูกของคุณกำลังอยู่ในท่ากลับหัวลงเพื่อเตรียมพร้อมที่จะคลอดแล้ว อวัยวะต่างๆ ของเขาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชั้นไขมันเกาะติดกับชั้นผิวนับจากสัปดาห์นี้เป็นต้นไป คุณหมอจะเริ่มนัดคุณถี่ขึ้นเป็นทุกๆ 2 สัปดาห์เพื่อตรวจสุขภาพของคุณ และลูกในท้องอย่างใกล้ชิด คุณควรให้คุณหมอช่วยตรวจดูว่าภาวะโลหิตจางในตัวคุณเริ่มลดลงหรือยัง ถ้าลดลงแล้ว คุณควรเลิกรับประทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก เพราะจะทำให้อาการริดสีดวงทวารของคุณเป็นมากขึ้น


สัปดาห์ที่ 33 - ผมที่ศรีษะของเจ้าหนุน้อยหนาขึ้น สีผมในช่วงนี้อาจเปลี่ยนไป เมื่อทารกโตขึ้น ขณะเดียวกัน ขนอ่อนตามส่วนต่างๆ จะหลุดร่วงไปเกือบหมด และสร้างผมชุดใหม่ที่หนาขึ้นปกคลุมไขเคลือบผิวหนัง สำหรับคุณมดลูกจะหดรัดตัวเป็นก้อนนูนเป็นจังหวะสม่ำเสมอคุณจะรู้สึกเกร็งที่ยอดมดลูกและค่อยๆ คลายตัวลงมา หากมีของเหลวไหลออกมาด้วย คุณต้องรีบไปพบแพทย์ทันที


สัปดาห์ที่ 34 - ลูกของคุณอยู่ในท่ากลับหัวและเตรียมพร้อมที่จะออกมาดูโลกแล้ว ต่อมหมวกไตของเขาจะผลิตฮอร์โมน สเตียรอยด์มากขึ้นเป็น 10 เท่า หากมีแนวโน้มว่าทารกมีโอกาสที่จะคลอดก่อนกำหนด คุณหมอจะเจาะตรวจน้ำคร่ำ เพื่อทดสอบความเจริญเต็มที่ของปอดหากพบว่าปอดยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่คุณหมอจะฉีดยาเร่ง เพื่อขยายการเติบโตในปอดของทารก


สัปดาห์ที่ 35 - กระดูกสันหลังของลูกคุณยังอ่อนบาง และมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะหลุดรอดออกมาสู่โลกภายนอก ในช่วงใกล้คลอด คุณไม่ควรไปไหนไกลๆ แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นให้ต้องเดินทางจริงๆ ควรพกพาสมุดบันทึกประวัติสุขภาพครรภ์ไปด้วย (คุณหมอจะต้องทำบันทึกไว้ทุกครั้งที่คุณไปตรวจตามนัด) เพื่อที่ว่า หากคุณเกิดไปเจ็บท้องคลอดกะทันหันที่ไหน สูติแพทย์ที่อยู่บริเวณนั้นจะได้ให้การช่วยเหลือคุณได้ถูกต้อง


สัปดาห์ที่ 36 - คุณจะสังเกตได้ว่าลูกของคุณในช่วงนี้เริ่มดิ้นน้อยลง นั่นเพราะตอนนี้เขามีขนาดลำตัวที่ใหญ่จนเต็มพื้นที่ภายในช่องท้องของคุณ และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกอีกต่อไป ในช่วงนี้คุณหมอจะนัดคุณถี่ขึ้นเป็นทุกสัปดาห์เพื่อเตรียมแผนการคลอดและการเลี้ยงทารกแรกเกิด และให้คุรตัดสินใจเลือกวิธีบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างช่วงการเบ่งท้องคลอด


สัปดาห์ที่ 37 - ตอนนี้ลูกของคุณพร้อมที่จะออกมาดูโลกได้ทุกขณะ แต่ถ้าปากมดลูกยังไม่เปิดเขาก็ยังจะเจริญเติบโตจนครบ 40 สัปดาห์ ระหว่างสัปดาห์นี้ ลูกของคุณกำลังหย่อนศรีษะลงมาถึงบริเวณกระดูกอุ้งเชิงกรานแล้ว ช่วงนี้คุณหมอจะตรวจดูว่าปากมดลูกใกล้ที่จะเปิดหรือยัง มีความหนามากเกินไปหรือไม่ และเด็กอยู่ในท่าไหน และตำแหน่งไหนแล้ว


สัปดาห์ที่ 38 - ไขเคลือบผิวของทารกจะลอกออกมาปะปนอยู่ในน้ำคร่ำที่ทารกกลืนเข้าไป และขับออกมาเป็นของเสียขณะเดียวกันร่างกายของทารกก็จะขับของเสียออกมาที่ลำไส้ทำให้เมื่อคลอดออกมาทารกจะมีเมือกสีเขียวเปรอะเปื้อนอยู่ทั่วตัว ถ้าลูกของคุณเป็นผู้ชาย ลูกอัณฑะของเขาจะเลื่อนลงมาอยู่ในถุงอัณฑะในช่วงนี้ เมื่อทารกคลอดออกมา แพทย์จะตรวจสอบอวัยวะส่วนนี้


สัปดาห์ที่ 39 - สารแอนตี้บอดี้ในร่างกาบของคุณแม่จำนวนเล็กอาจซึมผ่านผนังกั้นรก และเข้าสู่ในกระแสเลือด ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันโรคชั่วคราว และจะหายไปภายใน 6 เดือน ซึ่งจะเป็นช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันของทารกจะเจริญเต็มที่คุณหมอจะให้คำแนะนำกับคุณถึงอาการเจ็บท้องคลอดในระยะแรก ซึ่งจะมีการหดรัดตัวของมดลูกแรงขึ้น เมื่อเคลื่อนไหวร่างกายเป็นจังหวะสม่ำเสมอและบ่อยครั้ง ถุงน้ำคร่ำแตก และมีของเหลวไหลออกมาพร้อมกับเลือด คุณควรรีบไปโรงพยาบาลได้เลย


สัปดาห์ที่ 40 - สิ่งสุดท้ายที่คุณไม่ควรลืมที่จะตรวจเช็คสภาพให้แน่นอนนั่นคือ ความพร้อมที่จะทำหน้าที่ “แม่” คุณหมออาจตรวจสุขภาพร่างกายของคุณและลูก พร้อมให้การรักษา และคำแนะนำดีๆ ในการดูแลที่ถูกต้อง แต่สำหรับความเป็นแม่แล้ว คงไม่มีใครจะบอกคุณได้ถึงความพร้อม. 

ที่มา : http://www.sudrak.com

 



Edited by Yohon - 21 Apr 2012 at 22:10
~~พ่อแม่ไม่ใช่ยาคูลท์ รีบกตัญญูก่อนหมดอายุ~~
Back to Top
ninkna View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 01 Sep 2011
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 183
Post Options Post Options   Quote ninkna Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Apr 2012 at 22:21 - IP: 182.52.103.67 IP Information
ขอบคุณมากค่ะ เกาะติดสถานการณ์ไปเรื่อยๆ รอจนกว่าจะครบ 40 สัปดาห์
เพื่อนทั่วไป คาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณ "ตลอดไป"
Back to Top
chuthamat View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Nov 2009
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 2254
Post Options Post Options   Quote chuthamat Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Apr 2012 at 22:38 - IP: 93.11.65.205 IP Information
ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ก็ 37วีคแล้ว ก็ใกล้จะได้เป็นหมีแพนด้าเต็มตัว ก็เสริจหาอ่านวิธีประสบการณ์ของแม่ ๆ หลาย ๆ เว็บอยู่ค่ะ เอาไว้รับมือกับตัวน้อยเนอะ สาธุเลี้ยงง่าย ๆ ไม่งอแงนะลูก
I am Faye @ บ้านฝรั่งเศส. ที่เห็นมาตอบคำถาม ออกความเห็นบ่อย ๆ บางคนอาจจะสงสัยอีนี่ว่างมากใช่ไม่ คำตอบคือ ใช่ว่างมาก ๆ ค่ะ อิอิอิ
Back to Top
Yohon View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 19 Apr 2011
Online Status: Offline
Posts: 432
Post Options Post Options   Quote Yohon Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Apr 2012 at 23:08 - IP: 94.3.191.61 IP Information
Avatar ยินดีด้วยค่ะ ไม่ทราบกี่สัปดาห์แล้วคะ บำรุงๆ เข้านะคะ ช่วงนี้มีแต่คนท้องรับปีมังกร เราจะท้องทันก่ะเค้าบ้างมั้ยน้อ อิอิ 
Avatarดีใจด้วยนะคะ ใกล้แล้วอีกไม่กี่อาทิตย์ก็ได้เห็นหน้าเจ้าตัวน้อยแล้ว ไม่ทราบว่ารู้เพศรึยังคะ ยังไงขอให้แข็งแรง คลอดปลอดภัยทั้งคู่นะคะ
~~พ่อแม่ไม่ใช่ยาคูลท์ รีบกตัญญูก่อนหมดอายุ~~
Back to Top
Gigi View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้สวิส

Joined: 08 Aug 2010
Location: Switzerland
Online Status: Offline
Posts: 4314
Post Options Post Options   Quote Gigi Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Apr 2012 at 03:42 - IP: 80.219.136.135 IP Information
ของกิ๊ก ตอนนี้ 5 มิล ฮ่าๆๆ ยังรอหัวใจเต้นอยู่เลยจ้า แต่ ตัวเท่า เมล็ดถั่ว เนี่ยแหละ ซาวด์ปุ๊บ ก้ ถั่ว เลย คิคิ น่ารักมากมาย ชมลูกตัวเอง ศุกรืหน้า คุณหมอนัดใหม่ ไป ส่อง หัวใจเมล็ดถั่ว LOL
มีคำถามเกี่ยวกับบ้านสวิตเชิญจ้าhttp://www.facebook.com/groups/463595767062342/
Back to Top
เฉาก๊วย View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 Jan 2011
Location: UK
Online Status: Offline
Posts: 174
Post Options Post Options   Quote เฉาก๊วย Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Apr 2012 at 06:02 - IP: 86.149.64.122 IP Information
ขอบคุณมากเลยค่า สำหรับข้อมูลดีๆๆSmile
เข้ามาทักทายกันได้จ้า http://www.facebook.com/chama.go
Back to Top
Ajisai View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 04 Dec 2010
Online Status: Offline
Posts: 274
Post Options Post Options   Quote Ajisai Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Apr 2012 at 11:21 - IP: 24.234.62.212 IP Information
Thanks for the information kaaa  Smile
Back to Top
Yohon View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 19 Apr 2011
Online Status: Offline
Posts: 432
Post Options Post Options   Quote Yohon Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Apr 2012 at 22:01 - IP: 94.3.191.61 IP Information
Avatar  ถึงจะเท่าเมล็ดถั่วเขียวก็รักนะ อิอิ นำหน้าไปก่อนนะคะ จะพยายามเร่งเครื่องตามไปติดๆ คะ LOL 

AvatarAvatar  ด้วยความยินดีค่ะ Wink
~~พ่อแม่ไม่ใช่ยาคูลท์ รีบกตัญญูก่อนหมดอายุ~~
Back to Top
ninkna View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 01 Sep 2011
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 183
Post Options Post Options   Quote ninkna Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Apr 2012 at 22:43 - IP: 182.52.98.207 IP Information
23 สัปดาห์แล้วค่ะ แม่ไม้มวยไทยกะแม่ทุกวัน ทั้ง ต่อย แตะ ครบสูตร
เพื่อนทั่วไป คาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณ "ตลอดไป"
Back to Top
Yohon View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 19 Apr 2011
Online Status: Offline
Posts: 432
Post Options Post Options   Quote Yohon Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Apr 2012 at 23:07 - IP: 94.3.191.61 IP Information
Avatar  ท่าทางจะแข็งแรงน่าดูเลยนะคะ แม่ไม้มวยไทยมาครบเลยแบบนั้น อิอิ

Smileยังไงก็เอาใจช่วยนะคะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งคุณแม่คุณลูกทุกคนเลย Wink
~~พ่อแม่ไม่ใช่ยาคูลท์ รีบกตัญญูก่อนหมดอายุ~~
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down

การแสดงความคิดเห็น (Comments)

ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ Ladyinter
และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
Ladyinter ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

 

ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เป็นอันขาด
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว เกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
  • ห้ามเสนอข้อความอันมีเจตนาใส่ความบุคคลอื่น ให้ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง โดยไม่มีแหล่งที่มาของ ข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  • ห้ามเสนอข้อความอันเป็นการท้าทาย ชักชวน โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยมูลแห่งความขัดแย้ง ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น โดยเสรีเช่นวิญญูชนพึงกระทำ
  • ห้ามเสนอข้อความกล่าวโจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายต่อ ศาสนา หรือคำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
  • ห้ามใช้นามแฝงอันเป็นชื่อจริงของผู้อื่น โดยมีเจตนาทำ ให้สาธารณะชนเข้าใจผิดและเจ้าของชื่อผู้นั้นได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
  • ห้ามเสนอข้อความอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
  • ห้ามเสนอข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เช่น email address หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ ห้ามเสนอข้อความ หรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของสังคม

 

คู่มือการใช้งาน

  1. การสมัครสมาชิก
  2. กรณี not Activation Email
  3. การตั้งกระทู้
  4. การแก้ไขกระทู้
  5. การตอบกระทู้
  6. การใส่รูป และใส่ลิงค์ ในกระทู้
  7. การใส่ VDO ของ YouTobe , Vimeo , Flash 
  8. การใช้งาน PM (Private Messenger)
  9. การใส่ signature ,  avatar
  10. การยกเลิกการเป็นสมาชิก
  11. การเปลี่ยนชื่อสมาชิก
  12. การแจ้งลบกระทู้
  13. เงื่อนไขการ ตั้งกระทู้ในห้องเปิดท้าย
  14. เมื่อลืมรหัสผ่าน เข้าใช้งาน เว็บไซต์ฯ

ติดต่อทีมงาน : editor@thaicomp.com




This page was generated in 0.223 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters