Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ อิตาลี / Italy
  New Posts New Posts RSS Feed: เรื่องการซื้อที่ดินในไทย
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

เรื่องการซื้อที่ดินในไทย

Author
sawitta View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 22 Dec 2009
Location: italy
Online Status: Offline
Posts: 84
Post Options Post Options   Quote sawitta Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: เรื่องการซื้อที่ดินในไทย
    Posted: 16 Apr 2010 at 19:32 - IP: 113.53.174.197 IP Information
สวัสดีค่ะ พี่ๆ เพื่อนๆ บ้านสปาเก็ตตี้ คือว่าตอนนี้แฟนหนูเขาอยากซื้อที่ดินในไทยค่ะ และเขาต้องการให้มีชื่อเขา และชื่อของหนูด้วย หนูไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า และซื้อก่อนแต่งงาน หรือหลังแต่งงานอันไหนมันง่ายกว่ากันคะ หนูไม่รู้จะอธิบายให้แฟนเข้าใจยังไง รบกวนพี่ๆช่วยบอกรายระเอียดด้วยค่ะขอบคุณล่วงหน้านะคะSmile
Back to Top
Clumsygirl_mint View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Nov 2009
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 323
Post Options Post Options   Quote Clumsygirl_mint Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Apr 2010 at 19:46 - IP: 124.121.220.31 IP Information

เนื่องจากทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ขณะนี้มีบุคคลสัญชาติไทย ทั้งหญิงและชายได้สมรสกับคนต่างชาติ และยังมีความไม่แน่ใจในสิทธิของตน ในเรื่องของกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินในประเทศไทย จึงอยากจะเล่าให้ฟังว่ามีแค่ไหนเพียงไร

เดิมทีนั้น คนต่างชาติรวมทั้งคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติ แม้ว่าจะยังถือสัญชาติไทยอยู่ กฎหมาย ก็ไม่เปิดช่องให้ซื้อหรือมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในประเทศไทยได้เลย คงจำกันได้ว่า ประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดไว้ชัดเจนว่า คนต่างชาติย่อมไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินประเทศไทย รวมถึงคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติด้วย จะมีข้อยกเว้นก็แต่ในกรณีที่ ประเทศไทยมีสนธิสัญญากับประเทศนั้นๆ ที่จะยินยอมให้บุคคลของสัญชาติคู่สัญญาสามารถถือกรรมสิทธิ์ในดินแดนไทยได้ก็ ตาม แต่ก็จะเป็นกรณีรัฐบาลต่างชาติมาซื้อที่ดินเพื่อตั้งสถานทูต หรือเป็นที่ อยู่ของบุคคลในคณะทูตเท่านั้น บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติของคู่สัญญาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อที่ดินได้เลย ทั้งนี้ เพราะข้อบทในสนธิสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า จะต้องเป็นการซื้อและมีกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เป็นสถาน ฑูตหรือทำเนียบฑูต กรณีเก่าเช่นนี้ ก็คงมีที่มาจากการหวงแหนที่ทำกินของคนไทย และกลัวต่างชาติที่ร่ำรวยกว่าเข้ามากว้านซื้อที่ดินไป จนกว่าว่าคนไทยตาดำๆ เองจะต้องเช่าที่ดินอยู่ในเมืองไทยนั่นเอง

มาบัดนี้ ปรากฏว่ากระแสทางด้านสิทธิมนุษยชนทวีความรุนแรง ประเทศไทยพัฒนาการทางด้านนี้ในทางบวกมากขึ้น สิทธิสตรีได้รับการยอมรับให้เทียบเท่ากับบุรุษดังนั้น สตรีไทยเป็นจำนวนมากที่ไปสมรสกับคนต่างชาติ และยังคงถือสัญชาติไทยอยู่ด้วย ต่างก็เรียกร้องสิทธิให้เท่าเทียมกับคนสัญชาติไทยในประเทศไทย เรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นที่กล่าวขวัญว่า ผู้ที่ไปสมรสกับคนต่างชาติควรจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในประเทศไทยด้วย ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงระเบียบปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องนี้เสียใหม่เมื่อปี 2542 โดยอนุญาตให้คนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติ สามารถซื้อที่ดินในประเทศไทยได้ แต่ต้องใช้เงินของตนเอง จะใช้ ของคู่สมรสต่างชาติไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งหญิงไทยและสามีชาวต่างชาติจะยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่า เงินที่ สตรีไทยนำมาซื้อที่ดินนั้นเป็นสินส่วนตัว ของสตรีไทยแต่เพียงผู้เดียว กล่าวคือเป็นเงินที่เป็นสินส่วนตัวมิใช่สินสมรส สินส่วนตัวนั้นก็คือเงินหรือทรัพย์สินต่างๆ ที่สตรีมรมาแต่ก่อนการสมรสและแบ่งแยกไว้อย่างเรียบร้อย หรือหากเป็นเงินที่ สตรีผู้นั้นหาได้มาหลังการสมรส ก็จะต้องมีการตกลงกันไว้เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเงินที่ใช้เฉพาะของสตรีผู้นั้น

สำหรับการตกลงกันนั้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในอนาคต การตกลงกันเช่นนี้ สถานฑูตหรือสถานกงสุลไทยสามารถให้การรับรองได้โดยการมาลงชื่อในหนังสือ รับรอง ณ ที่ทำการแต่ หากสามีมิอาจเดินทางมาได้ด้วยตนเอง ก็อาจทำหนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษ แล้วให้โนตารีพลับลิครับรองเพื่อส่งทางไปรษณีย์ให้สถานทูต สถานกงสุลไทยรับรองต่ออีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้ โดยให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลถูกต้องด้วย เนื้อความในคำรับรองก็ควรจะเหมือนกับเนื้อความในหนังสือรับรองเป็นภาษาไทย ซึ่งจะขอได้ที่สถานทูตสถานกงสุลไทยทั่วไป จากนั้น สถานทูตสถานกงสุลก็จะส่งต้นฉบับทางไปรษณีย์ถึงอธิบดีกรมที่ดินต่อไป ส่วนสำเนาก็ให้ผู้ประสงค์จะซื้อที่ดินถือมามอบให้พนักงานที่ดินเพื่อประกอบ การจดทะเบียนต่อไป

เมื่อสตรีไทยที่ประสงค์จะซื้อที่ดินหรือรับโอนกรรมสิทธิ์ไปจดทะเบียนการโอน ในประเทศไทย ก็จะต้องมี หลักฐานต่างๆ ไปแสดงด้วย ได้แก่สำเนาหนังสือรับรอง ทะเบียนสมรส หนังสือเดินทางของสามี สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อไป สำหรับระยะเวลาที่จะต้องใช้นั้น เมื่ออธิบดีกรมที่ดินได้รับต้นฉบับของหนังสือรับรองแล้ว ทางกรมที่ดินจะส่งเรื่องการรับรองของสามีนั้นไปยังสำนักงานที่ดินอำเภอหรือ จังหวัดใดๆที่ ที่ดินตั้งอยู่ด้วย ซึ่งจะกินเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์ขึ้นไป เมื่อมีหลักฐานที่จะต้องใช้ถูกต้องครบถ้วน ผู้ซื้อก็ไปติดต่อสำนักงานที่ดินอำเภอ และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ได้เลย

นอกจากนี้ การไปติดต่ออำเภอก็เป็นเรื่องที่สตรีไทยกังวลว่าจะต้องมีการโยกโย้ซักถามอีก เป็นอันมาก ก็ ไม่ต้องกังวล เพราะเมื่อเดือนพฤษภาคม 2543 นี้ กรมที่ดินได้มีคำสั่งไปยังสำนักงานที่ดินทุกจังหวัดให้การบริการสตรีไทย ผู้มาขอจดทะเบียนด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ทั้งนี้ ทางกรมได้กำชับว่าหากสตรีไทยมีหลักฐานที่ได้ รับการรับรอง ในเรื่องของการเงินที่มาซื้อว่าเป็นสินส่วนตัวแล้ว ก็มิให้ พนักงานที่ดำเนินการต้องสอบสวนอีกต่อไป โดยไม่ต้องตั้งคำถามสอบถามอีก เช่นไม่ต้องสอบถามอาชีพ รายได้ของผู้ขอ หรือที่มาของเงินแต่อย่างใด หากสตรี ไทยผู้ได้พบว่ามีการโยกโย้ หน่วงเหนี่ยว หรือเรียกผลประโยชน์ตอบแทน ก็ให้แจ้งให้อธิบดีกรมที่ดินทราบ เพื่อพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณี

สรุปก็คือบัดนี้ผู้ที่สมรสกับคนต่างชาติ ก็สามารถซื้อหรือมีกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยได้ ภายใต้ เงื่อนไขที่ว่า เงินที่นำมาซื้อนั้นต้องเป็นของตนเอง เอาเงินของคนอื่นหรือเงินของสามีมาซื้อไม่ได้ และเมื่อซื้อที่ดินนั้นแล้ว ที่ดินก็จะเป็นสินส่วนตัวของหญิงนั้นด้วย ก่อนจะยุติเรื่องนี้ขอเสริมด้วยว่า สิทธิการมีที่ดินนั้น ใช้ได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

และอีกเรื่องหนึ่ง ขณะนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศ อยู่ภายในภาวะย่ำแย่ จำเป็นต้อง ระดมเงินตราจากต่างประเทศเข้าไปพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วไว ทางประเทศไทยจึงได้กำหนดนโยบายใหม่ ให้นักลงทุนชาวต่างประเทศนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศ โดยให้สิทธิพิเศษที่จะถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทย นี่เป็นกรณีคนต่างชาติจริงๆ ซึ่งแตกต่างจากกรณีข้างต้นที่เป็นเรื่องของสตรีไทยที่แต่งงานกับคนต่างชาติ

พระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2542 กำหนดให้คนต่างชาติซึ่งได้นำเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาท ให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกินหนึ่งไร่ ทั้งนี้ ธุรกิจการลงทุนของคนต่างชาตินั้น จะต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ หรือเป็นกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมและลงทุนได้ประกาศให้เป็นกิจการที่ สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนไม่น้อยกว่าสามปี ให้สามารถมีที่ดินเพื่ออยู่ อาศัยได้ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง

อย่างไรก็ตามการให้ต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดิน ตามเงื่อนไขข้างต้นนั้น มีข้อจำกัดอยู่บ้าง กล่าวคือ สามารถถือครองที่ดินเพียงจำนวนหนึ่งไร่ ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะฝรั่งมังค่าตัวโตแค่ไหนก็คงไม่ต้องการที่อยู่อาศัยมากมายอะไร หนึ่งไร่คงจะพอ นอกจากนั้น กฎหมายยังกำหนดไว้อีกว่า หากคนต่างชาติซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้ที่ ดินมา แต่ไม่ได้ใช้ที่ดินเพื่ออยู่อาศัยภายในกำหนดสองปี ก็ให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นไป นี่ก็สมเหตุสมผล เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้กว้านซื้อที่ดินทำเลงามๆ ทิ้งไว้นั่นเอง ปัจจุบันเงินสี่สิบล้านบาทก็มีค่าแค่หนึ่งล้านเหรียญนับว่าไม่มากเลยสำหรับ คนอเมริกันฐานะดี อนึ่งหากอธิบดีได้ขายที่ดินของคนต่างชาติไปเพราะเหตุไม่ได้ อยู่อาศัยในที่ดินนั้นภายใน 2 ปี นับแต่วันจดทะเบียนการได้มาแล้ว ก็ต้องคืนเงินที่ขายได้นั้นให้เจ้าของคนต่างชาติ ไป ซึ่งก็ดูเป็นธรรมดีทั้งสองฝ่าย

ดังนั้น ชาวไทยที่มาแต่งงานกับคนต่างชาติ ก็คงจะเห็นช่องทางในการมีกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยบ้างแล้ว แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขคือ ไม่มีเงินสินส่วนตัวเพียงพอ ก็คงต้องยุคู่ชีวิตที่มีฐานะดีนำเงินไปลงธุรกิจในประเทศไทยสัก 1 ล้านเหรียญนะครับ จะได้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยได้สักไร่หนึ่ง ไว้ฮันนีมูนรอบสองไงครับ




ที่มา : คุณปิยวัชร นิยมฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิ
http://www.formumandme.com/article.php?a=23

มิ้นท์หาข้อมูลมาแปะไว้ ลองอ่านดูน่ะค่ะ เผื่อเป็นแนวทาง มิ้นท์ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เลยหามาให้อ่าน
________________________________________________________________



คำถาม : ปัญหาว่าหญิงไทยที่แต่งงานสมรสกับสามีชาวต่างชาติจะมีสิทธิซื้อบ้านและ ที่ดินในประเทศไทยได้

หรือไม่ อย่างไร”

 

คำตอบ :  “ถ้าบุคคลสัญชาติไทยที่จดทะเบียนสมรสกับสามีต่างชาติผู้นั้นยังถือสัญชาติ ไทยอยู่โดยมิได้สละสัญชาติไทยแต่อย่างใด คู่สมรสที่เป็นคนไทยนั้นก็มีสิทธิที่จะซื้อบ้านและ
ที่ดินในประเทศไทยได้โดยไปทำสัญญาและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิที่สำนักงาน ที่ดิน ซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ กรณีเช่นนี้สำนักงานที่ดินจะให้คนไทยและคู่สมรสที่เป็นต่างด้าวยืนยันเป็น ลายลักษณ์อักษรร่วมกันในหนังสือรับรอง (Letter of Confirmation) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าเงินทั้งหมดที่นำมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว เป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสที่เป็นคนไทยเพียงฝ่ายเดียว”

 

การ ซื้อที่ดินในเมืองไทยของเมียฝรั่ง มีวิธีการทำนิติกรรมมีขั้นตอน ดังนี้
     
  • ถ้าหากกรณีที่คู่สมรสชาวต่างชาติอยู่ ต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ในไทยด้วยขณะไปทำเรื่องที่กรมที่ดิน และไม่สามารถไปบันทึกถ้อยคำในหนังสือรับรองที่กรมที่ดินได้ ให้พาคู่สมรสชาวต่างชาติไปติดต่อเพื่อให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือโนตารีพับลิค บันทึกถ้อยคำคู่สมรสต่างด้าวไว้ในหนังสือรับรอง ว่าเงินทั้งหมดที่คนไทยนำไปซื้อที่ดินนั้น เป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคนไทย มิใช่สินสมรส หรือ ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน

  • จากนั้นให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือโนตารีพับลิค รับรองว่าบุคคลที่ทำหนังสือนั้นเป็นคู่สมรสหรืออยู่กินฉันสามีภริยากับคนไทย จริง

  • นำต้นฉบับหนังสือรับรองมามอบให้พนักงาน เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เพื่อทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อไป
 
ตัวอย่าง หนังสือรับรอง
(Letter of Confirmation)


letterofconfirmation
อันนี้เป็นข้อมูล ของเว็บ
http://www.clubmiafarang.com

_______________________________________________________________

ชาวต่างชาติสามารถซื้อบ้านในประเทศไทยได้หรือไม่ ?

ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้มีกรรมสิทธิ์ในการถือครองบ้านและที่ดินใน ประเทศไทย หากแต่มี 3 วิธีที่ได้รับการยกเว้นนั่นคือ
1.การซื้อบ้านของชาวต่างชาตินั้นต้องซื้อในนามบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศ ไทย
2.ซื้อบ้านภายใต้กรรมสิทธิ์ของคนไทยโดยมีสัญญาการเช่าเป็นระยะเวลายาว(30 + 30 + 30 ปี)
3.แต่งงานกับคนไทย(หากท่านเลือกแนวทางนี้ก็ควรระมัดระวังบุคคลที่ท่านเลือก แต่งงานด้วยเช่นกัน)
สำหรับทางเลือกที่ 1 ดูเหมือนจะง่ายที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีกฏระเบียบป้องกันชาวต่างชาติมากมาย และทำให้ชาวต่างชาติจำนวนมากตัดสินใจยอมแพ้ไป 

เครดิต http://www.realtychiangmai.com/





Edited by Clumsygirl_mint - 16 Apr 2553 at 19:51

The future not our to see..Que sera sera

Back to Top
pui.ladyspaghetti View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Nov 2009
Location: Dubai,UAE
Online Status: Offline
Posts: 1032
Post Options Post Options   Quote pui.ladyspaghetti Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Apr 2010 at 22:56 - IP: 114.181.205.143 IP Information
Clap ดีมากเลยน้องมิ้น น้องอาร์ มีสาระ ประโยชน์ดีมากๆจ้า ตบมือให้น้องมิ้นด้วยอีกแรง อิอิ 
Back to Top
wales View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Nov 2009
Location: wales
Online Status: Offline
Posts: 2543
Post Options Post Options   Quote wales Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Apr 2010 at 02:16 - IP: 80.42.185.56 IP Information

สรุปการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว

เดิมคนต่างด้าวจะได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินในประเทศไทยก็โดยอาศัยสนธิสัญญากับ ประเทศไทยที่กำหนดให้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้ตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยต้องอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายที่ดินและกฎกระทรวงตามประมวลกฎหมาย ที่ดิน และต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งประเทศไทยได้เคยทำสนธิสัญญาไว้กับประเทศต่าง ๆ รวม 16 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สวิสส์ เยอรมัน เดนมาร์ก นอรเวย์ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อินเดีย เบลเยี่ยม สวีเดน อิตาลี ญี่ปุ่น พม่า โปรตุเกส ปากีสถาน ต่อมาได้ยกเลิกสนธิสัญญากับประเทศดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2513 ปัจจุบันไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศใดที่ระบุให้คน ต่างด้าวได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินในประเทศไทยอีก

ในปัจจุบันได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 ทวิ กำหนดให้ คนต่างด้าวสามารถซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยในประเทศไทยได้ไม่เกินหนึ่งไร่ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2545 โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

1. นำเงินมาลงทุนในประเทศไทยไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาท และต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี

2. ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

3. ต้องนำเงินมาลงทุนในธุรกิจหรือกิจการประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังนี้

3.1 การซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตร รัฐวิสาหกิจ หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินหรือดอกเบี้ย

3.2 การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน หรือกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

3.3 การลงทุนในทุนเรือนหุ้นของนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน

3.4 การลงทุนในกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ประกาศให้เป็นกิจการที่ สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน

4. ที่ดินที่คนต่างด้าวจะได้มาต้องอยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และต้องอยู่นอกเขตปลอดภัยในราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร

5. คนต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตต้องใช้ที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับตนเองและครอบครัวโดยไม่ขัดต่อศีลธรรม จารีตประเพณี หรือวิธีชีวิตอันดีของชุมชนในท้องถิ่นนั้น

6. ถ้าคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินดังกล่าว กระทำผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จะต้องจำหน่ายที่ดินในส่วนที่ตนมีสิทธิภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

7. ถ้าคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้มามาซึ่งที่ดินตามนัยดังกล่าวไม่ได้ใช้ ที่ดินนั้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันจดทะเบียนการ ได้มา อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

นอกจากกรณีดังกล่าว คนต่างด้าวอาจได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินโดยได้รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมได้ โดยที่ดินที่ได้รับมรดกเมื่อรวมกับที่ดินที่มีอยู่แล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น ที่อยู่อาศัย มีได้ครอบครัวละไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่อพาณิชยกรรม ไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่ออุตสาหกรรม ไม่เกิน 10 ไร่ ที่ใช้เพื่อเกษตรกรรม ครอบครัวละไม่เกิน 10 ไร่ เป็นต้น

สำหรับคนต่างด้าวที่มีคู่สมรสเป็นคนสัญชาติไทยไม่ว่าจะชอบหรือมิชอบด้วย กฎหมาย คู่สมรสที่เป็นคนสัญชาติไทยสามารถซื้อที่ดินได้โดยผู้ซื้อและคู่สมรสที่เป็น คนต่างด้าวจะต้องยืนยันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่า เงินที่นำมาซื้อที่ดินทั้งหมดเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนบุคคลของผู้ซื้อ ที่มีสัญชาติไทย มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่นำมาหาได้ร่วมกัน

ค่าธรรมเนียม

1. กรณีซื้อที่ดินที่อยู่ในโครงการจัดสรรที่ดิน เสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 0.01 ของราคาประเมิน (หมดเขตเดือนธันวาคม 2545)

2. กรณีซื้อที่ดินทั่วไป นอกจากกรณีตามข้อ 1 เสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 2 ของราคาประเมิน

ภาษีอากร

เป็นไปตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร

Back to Top
sawitta View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 22 Dec 2009
Location: italy
Online Status: Offline
Posts: 84
Post Options Post Options   Quote sawitta Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Apr 2010 at 13:47 - IP: 180.180.169.107 IP Information

ข้อมูลมีประโยชน์มากๆ ขอบคุณมากนะคะ Smile

Back to Top
dj4ever View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 11 Jan 2010
Location: bangkok
Online Status: Offline
Posts: 259
Post Options Post Options   Quote dj4ever Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Apr 2010 at 15:39 - IP: 61.19.228.46 IP Information
โห ดีจังค่ะ ขอบคุณเพี่น้องที่มาให้ความรู้ เนี่ยก็มีโครงการจะซื้อบ้านกันเพราะคุณพี่เค้าจะมาอยู่ที่นี่ ก็เลยปริ้นซ์ไว้อ่านแล้วจ้า ขอบคุณหลายจ้าTongue
จุ๋มจ้า
 
adesso vivo insieme per sempre con il mio amore in BKK TI AMO...\\(^o^)//
Back to Top
kaiyang_p View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 31 May 2010
Online Status: Offline
Posts: 263
Post Options Post Options   Quote kaiyang_p Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 Jul 2010 at 20:33 - IP: 110.49.205.171 IP Information

ขอร่วมตอบด้วยคนนะคะ น้อง เคยเป็นพนักงานขายบ้านจัดสรรและที่ดินจัดสรร เท่าที่ทราบต้องซื้อเป็นชื่อภรรยาคนไทยเท่านั้นถ้าจดทะเบียนก็ต้องมีเอกสารยินยอมคู่สมรสทั้งอังกฤษ - ไทย ในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนก็ใช้ชื่อผู้หญิงไทยแต่สามารถไปทำสัญญาที่กรมที่ดินได้ประมาณว่าเป็นสัญญาเช่าที่ดินเสียดายลาออกแล้วเลยไม่สามารถตัวอย่างสัญญานั้นมาให้ดูได้  อีกกรณีนึงคือซื้อในนามบริษัทหากเค้ามีกิจการในประเทศไทย  หรือไม่ก็อยู่ในประเทศไทย 10 ปีขึ้นไป และสามารถทำสัญญาเช่า-ซื้อในระยะเวลา 30 ปี วิธีการซื้อและเอกสารเหมือนกับการซื้อเหมือนคนไทยทุกอย่างแต่ไม่มีสิทธ์ในที่ดินนั้นห้ามรื้อถอนสิ่งก่อสร้างแต่สามารถเช่าต่อได้เมื่อครบ 30 ปีและเป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานเช่าต่อได้อีกในกรณีเสียชีวิตค่ะ

ชาวต่างชาติจะไม่เข้าใจในตัวสัญญาจะซื้อ-จะขาย น้อง เห็น คุณลูกค้าผู้หญิงไทยนี่ละคะนั่งแปลให้เค้าฟังบรรทัดต่อบรรทัดเลย ค่าโอนบางที่ก็ออกคนละครึ่งแต่บริษัทที่น้องอยู่ออกให้ลูกค้าหมดเลย เมื่อต้นปีอยู่ที่ 0.01% (ค่าธรรมเนียมในการโอน) นะคะ ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะต่อเวลาให้อีกมั้ย เสียดายจังลาออกมา 5 เดือนแล้วความรู้ที่มีเลยคืนไปหมดเลยแต่อยากรู้เพิ่มเติมถามได้นะคะ เพราะ เพื่อน น้อง ยังทำงานอสังหาฯอยู่เดี๋ยวน้อง ถามเพื่อนให้ แต่เอาอย่างง่ายใช้ชื่อภรรยาคนไทยและซื้อแล้วโอนสดเลยค่ะ
Back to Top
luk_lek View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 29 Jul 2010
Online Status: Offline
Posts: 61
Post Options Post Options   Quote luk_lek Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Dec 2010 at 22:21 - IP: 87.11.35.104 IP Information
สวัสดีค่ะ
เข้ามาเก็บข้อมูล ขอบคุณสำหรับหัวข้อกระทู้ดีๆ คำตอบมีประโยชน์มากๆเลยค่ะ
แต่มีคำถามนิดนึงอ่ะค่ะ...เวลาเราโอนเงินจากต่างประเทศไปไทยเพื่อใช้ซื้อที่ดินนี่ ใช้วิธีไหนกันอะค่ะ (เอาแบบโอนทีเดียวเต็มจำนวนเลย) เท่าที่ทราบมาคร่าวๆ (ไม่รู้เอาท์หรือยัง) ว่าถ้าโอนเกินจำนวนเท่าโน้นเท่านี้ (1 or 2 MB หรือเปล่าไม่แน่ใจ ) ต้องทำหนังสือชี้แจงด้วยใช่มั้ยค่ะ แล้วทำยังไงค่ะ ตอนนี้มึนติ้บ *_*  $$_$$ 
ไม่อนุญาตให้ใส่ link ใน Signature
Back to Top
Gigi View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้สวิส

Joined: 08 Aug 2010
Location: Switzerland
Online Status: Offline
Posts: 4313
Post Options Post Options   Quote Gigi Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Jan 2011 at 23:17 - IP: 125.24.250.226 IP Information
LOL ตามมาอ่านจ้า ได้ คำตอบเต็มๆๆๆ เย้ ได้บ้าน ที่กรุงเทพ พัทยา หัวหิน ต่อไปจะมีไหมนะ อิอิ
มีคำถามเกี่ยวกับบ้านสวิตเชิญจ้าhttp://www.facebook.com/groups/463595767062342/
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.158 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters