ผู้ก่อความวุ่นวาย นานไปย่อมมีจิตใจที่วุ่นวาย ปั่นป่วนเหมือนพายุ และแสดงแนวโน้มที่จะฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปในเรื่องเหลวไหล พูดจาจับต้นชนปลายไม่ติดมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ก่อกระแสความเยือกเย็น นานไปย่อมมีจิตใจเยือกเย็น สงบราบคาบผาสุก และแสดงแนวโน้มที่จะแน่วนิ่งหนักแน่นในเรื่องเป็นเหตุเป็นผล พูดจามีต้นมีปลายมากขึ้นเรื่อยๆบอก ได้เลยว่า วจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ตนั้น อาจจะให้ผลเร็วและแรงเสียยิ่งกว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงเสีย อีก
ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร? เพราะบนอินเตอร์เน็ตอาจมีผู้รับคำพูดของคุณจำนวนมาก
ขอให้ลองนึกดู หากคุณพูดเบาๆว่า ไอ้โง่ ก็อาจมีคุณคนเดียวในโลกที่ได้ยินเสียงอกุศลของตัวเอง แต่ถ้าคุณพิมพ์คำว่า ไอ้โง่ ลงในกระทู้ของเว็บบอร์ดที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมคับคั่ง คุณไม่มีทางปรับให้ดังหรือเบาได้ตามใจชอบได้เลย คุณทำอกุศลกรรมกับคนแบบไม่เลือกหน้าเข้าแล้ว คำด่านั้นอาจทำให้คนนับพันนับหมื่นเกิดความแสลงใจ ความแสลงใจของคนนับไม่ถ้วนนั่นแหละ จะย้อนกลับมาก่อเหตุให้คุณแสลงใจยิ่งกว่าพวกเขาได้
เห็นแล้วนึก เสียดาย หลายคนยังเป็นเด็ก และมีความสนุกที่จะขีดเขียนข้อความฝากไว้ในอินเตอร์เน็ตด้วยความคึกคะนอง บางทีไม่รู้ตัวเลยว่าเอาอนาคตมาทิ้งเสียด้วยการสนทนาแบบไร้หน้าไร้เสียงนี่ เองโอกาสก่อกรรมในยุคไอทีของพวกเรานี้ มีได้เป็นร้อยเป็นพันเท่ามากกว่ายุคอื่น กระดิกนิ้วง่ายๆไม่กี่ที ผลอาจใหญ่หลวงยิ่งกว่าพยายามพูดในห้องประชุมใหญ่หลายๆอาทิตย์เสียอีก หากจิตตั้งไว้ดีแล้วก็สบายตัวไป แต่หากจิตยังตั้งไว้ในมุมมืด อย่างนั้นก็คงน่าเป็นห่วงหน่อย
เว็บบอร์ดสนเท่ห์
ระยะนี้มีคดีฟ้องร้องกัน ในอินเตอร์เน็ตบ่อยๆ จึงมีคนสงสัย นอกจากคนโพสต์ข้อความ ให้ร้าย...เจ้าของเว็บบอร์ด จะต้องรับผิดชอบ ความเสียหาย ตามกฎหมายด้วยหรือไม่? ไม่แน่ใจ...
เจ้า ของเว็บบอร์ด เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงให้บริการมานานกว่า 5 ปี ปัจจุบันมีผู้เข้าใช้บริการไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 ราย อธิบายหลักการว่า ถ้ายึดหลักกฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ที่กำลังอยู่ในช่วงเข้าสภา เขียนไว้ว่า...คนที่ทำเว็บไซต์ เข้าข่ายเป็นผู้ให้บริการ มีหน้าที่เอาข้อความที่ไม่เหมาะสมออกจากระบบทันทีที่ตรวจพบบางครั้ง ...ก็อาจมีช่วงเวลาหนึ่ง ที่เจ้าของระบบยังตรวจสอบไม่พบ จึงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินว่า จะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ แต่สุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องพิจารณาโดยศาล
เจ้าของเว็บบอร์ดบอกว่า กฎหมายฉบับนี้มีความชัดเจน ในการแยกแยะ...ใครเป็นใครในโลกอินเตอร์เน็ต...ทำให้เห็นภาพคนที่ทำเว็บบอร์ด คือผู้ให้บริการ...เป็นไปไม่ได้ที่จะมานั่งตรวจนั่งกรองผู้ใช้บริการได้ร้อยเปอร์เซ็นต์...กฎหมายก็ให้ความเป็นธรรม หากตรวจพบ...ลบทิ้งจากระบบแล้ว กฎหมายถือว่า...เจ้าของเว็บบอร์ดไม่มีความผิด
กรณีผู้เสียหายเรียกร้องให้เจ้าของเว็บบอร์ดหาตัวคนโพสต์มาให้ได้ กฎหมายนี้ก็ระบุไว้...
หน้าที่ของผู้ให้บริการไม่ต้องไปหาตัวผู้โพสต์ข้อความ แต่มีหน้าที่เก็บไอพีแอดเดรสเอาไว้ตามกำหนดเวลา...ไม่ต่ำกว่า 30 วัน
ถ้ามีการตรวจค้น ผู้ให้บริการจะต้องเรียกข้อมูลนี้มาให้ได้
โลก เว็บไซต์ถือเป็นสังคมๆหนึ่งเหมือนสังคมโลกปกติ ที่อาจจะมีคนนอกกรอบอยู่ร่วม ยังไม่แน่ชัดว่า...เป็นโลกสาธารณะจริงๆ หรือเป็นแค่เพียงโลกสมมติใบเล็กๆ
นักกฎหมายหลายคนท่านมองต่างออกไป แม้ว่าใครจะเข้ามาใช้ต้องล็อกอินเข้าระบบถึงจะใช้บริการได้ ท่านก็ว่า...เว็บไซต์นี้เป็นสาธารณะ
ผู้ใช้ทั่วไปอาจมองต่างมุม...ถ้าต้องใช้รหัสผ่านไม่น่าใช้สถานที่สาธารณะ...
คนที่เข้าไปจะต้องยอมรับกฎเกณฑ์...กฎกติกาเว็บไซต์ ถือเป็นที่รโหฐานที่ไม่ใช่ ที่สาธารณะ
นี่คือมุมมองที่ต่างกัน แต่ถ้ามีกรณีต้องขึ้นศาล จะเป็นเรื่องที่ต้องโต้แย้งกัน...อาจถึงขั้นเถียงกันไม่จบ
เมื่อเป็นเช่นนี้ หลายคนอาจมองไปไกล สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ต ก็เหมือนโลกสมมติเอาจริงเอาจังอะไรไม่ได้
เว็บบอร์ดก็ไม่ต่างกับเด็กช่างพ่นสีกำแพงด่าฝากกันไปมา...ขึ้นอยู่ กับว่าใครจะเอาเรื่องราวบนกำแพงมาเป็นอารมณ์หรือเปล่า
แม้ว่าโลกอินเตอร์เน็ตจะเป็นเรื่องสมมติ แต่ก็ยังกระทบกับโลกจริง มีความเชื่อมโยงส่งผลกระทบหากัน
เจ้าของเว็บไซต์หลายๆเว็บ แต่ละคนก็มีมุมมองต่างกัน...
ตัวอย่างเว็บพันทิป ก็จะทำให้สองโลกเป็นเรื่องเดียวกันมากที่สุด ขณะที่บางคนก็ทำสองโลกให้เป็นคนละโลก
ความ คิดเห็นยังสุดโต่งทั้งสองฝ่าย...จะเขียนวิจารณ์ในโลกอินเตอร์เน็ตอย่างไร ก็ต้องมีผลกระทบกับโลกจริงอยู่ดี...ควรมองว่าอะไรที่ทำในโลกจริงๆได้ ก็ควรจะทำในโลกอินเตอร์เน็ตได้ ขณะที่อะไรที่ทำในโลกจริงไม่ได้...ในโลกอินเตอร์เน็ตก็ไม่ควรทำ
พาดพิง ไปถึงเว็บไซต์พันทิป...วันนี้การที่ใครจะโพสต์กระทู้สักหนึ่งข้อความ จะมีขั้นตอนยุ่งยาก มีกฎกติกามากมาย...ไม่ใช่ว่าจะใช้ชื่อปลอม อีเมล์ปลอมก็จะผ่านไปได้
เว็บพันทิปตรวจสอบรหัสบัตรประชาชน 13 หลัก...ระบบจะล็อกอินเข้าไปในเว็บไซต์กรมการปกครอง ตรวจว่าข้อมูลที่ได้ตรงไหม
วิธีนี้...เปรียบกับโลกความจริง ก็เป็นเหมือนการเดินเข้ามาสมัครสมาชิก
เว็บไซต์ถึงโต๊ะรับสมัคร ก็ขอดูบัตรประชาชน ผู้สมัครยื่นให้ดู หน้าตรง บัตรตรง... แล้วก็คืนบัตร
การ ตรวจสอบขนาดนี้ ถามว่ามีโอกาสพลาดไหม ก็ต้องบอกว่า...มี แต่ มีน้อย อาจเป็นไปได้ว่าฝ่ายบุคคลบริษัทไหนสักแห่ง เอาเลขบัตรประชาชนพนักงานมาป้อนสมัครสมาชิก แต่คนส่วนนี้ก็ยังเป็นส่วนน้อย
คนส่วนใหญ่ร้อยละ 95 ทำแบบนี้ไม่ได้
ถ้าตรวจสอบกันได้ ใครเป็นใคร เว็บบอร์ดที่ใครต่อใครคิดว่าเป็นกำแพงระบายอารมณ์...ก็คงไม่ใช่ แต่จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
เว็บบอร์ ดยังเป็นกำแพงเหมือนเดิม แต่เป็นกำแพงที่ใครก็มีสิทธิที่จะเข้าไปใช้ เข้าไปถ่ายทอดข่าวสารต่างๆได้...เขียนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ไม่ใช่กำแพงที่อยู่ในป่า...อาจเรียกชื่อใหม่ว่ากำแพงข่าวสาร ที่มีทั้งสาระหลายแง่มุม หลายรสชาติ
การวิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบอร์ด ...เป็นสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ จะต้องเน้นย้ำกับคนที่อยู่ในสังคมเว็บไซต์นั้นๆ เสมอ โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะ ที่ยังมีเส้นแบ่งไม่ชัด...จะวิพากษ์วิจารณ์ได้มากน้อยแค่ไหน จะต้องรู้ว่า...วิจารณ์ได้เฉพาะสิ่งที่เขาทำต่อสาธารณะ
บุคคลสาธารณะที่เป็นนักแสดงจะวิจารณ์ว่าแสดงดีไม่ดี...ก็ทำได้ แต่ถ้าไปวิจารณ์เรื่องส่วนตัว เรื่องลูก...เมีย ก็ไม่ควรทำ
นักแสดงรับใช้สาธารณะในส่วนของการแสดง ไม่ได้เอาทั้งชีวิตมารับใช้สาธารณะ...ถ้าวิจารณ์เกินขอบเขต ก็ไม่แฟร์กับเขา
บาง คนอาจแย้งว่า ถ้าไม่วิจารณ์บุคคลสาธารณะในเรื่องส่วนตัว แต่ บุคคลเหล่านี้เป็นเหมือนโมเดลต้นแบบของวัยรุ่นเยาวชนทั่วไป ถ้าไม่พูด... ไม่สะท้อน...ไม่วิจารณ์ให้สังคมเห็นถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เหมาะ...แสดง ว่าทุกคนก็ทำได้มุมมองนี้ปฏิเสธไม่ได้...ต้องหาทางบรรจบแนวคิดที่ต่างกันนี้ให้ได้ แต่จะบรรจบกันอย่างไร...ดูจะเป็นเรื่องลำบาก
ทุก วันนี้บรรยากาศในเว็บบอร์ด...ขึ้นอยู่กับคนที่เข้ามาใช้บริการ เจ้าของบอร์ดหรือผู้ให้บริการก็ได้เพียงแค่ดู...อะไรหนัก แรงเกินไปก็ตัดทิ้ง
เหตุผลสำคัญที่หลายเว็บไซต์ต้องมีระบบล็อกอิน ใช้รหัสผ่าน
การล็อกอินจะช่วยเตือนใจ...จะทำอะไร ก็ต้องชั่งใจ
เหตุผล สำคัญ...การมีระบบผู้ใช้ชัดเจนเชื่อมโยงไปถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลใน เว็บไซต์ ถ้าไม่ทำอะไรอย่างนี้...ก็จะมองว่าเว็บบอร์ดในโลกอินเตอร์เน็ต เป็นแค่บัตรสนเท่ห์ใครอยากให้ร้ายใคร...ใครอยากให้ใครเสื่อมเสียในเรื่อง อะไรก็ทำได้
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา...เจ้าของเว็บรายนี้รู้สึกว่า คนส่วนใหญ่มองอินเตอร์เน็ตเป็นโลกไร้สาระ...มีทั้งเรื่องจริง เรื่องเท็จมั่วไปหมด
อินเตอร์เน็ตโตแต่ปริมาณ...ไม่มีคุณภาพ
แม้ว่าระบบล็อกอินจะทำให้ผู้ใช้งานลำบากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นการสร้างทางเลือก...ยังมีเว็บไซต์น้ำดี ที่มีความจริง มีคุณภาพ
เจ้า ของเว็บไซต์ที่มองว่า...เมื่อมีกฎกติกามารยาทยุ่งยากจะทำให้สมาชิกลดลง ขอให้เชื่อได้ว่ายังมีสมาชิกที่ยินดีใช้ระบบนี้ ผู้ที่ใช้บริการเป็นประจำมักจะไม่มีปัญหา
เว็บฯไหนมีกำลังพอที่จะทำ ได้ ก็น่าจะทำ...เมื่อผู้ใช้เข้าใจถึงความจำเป็น...นี่คือการทำประโยชน์ ถ้าช่วยกันทำมากๆ จนเป็นส่วนใหญ่ ก็จะทำให้ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตโดยรวมมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น.
ที่มา http://www.webboard.squareluccky.com/viewthread.php?tid=2386