Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Ladyinter > Main Forum > VISA & Travel
  New Posts New Posts RSS Feed: ในความทรงจำของแม่นกขมิ้นสยาม...!!!
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

ในความทรงจำของแม่นกขมิ้นสยาม...!!!

Page  <1 34567 34>
Author
wariya View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 May 2012
Location: Zehlendorf, Bln
Online Status: Offline
Posts: 730
Post Options Post Options   Quote wariya Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: ในความทรงจำของแม่นกขมิ้นสยาม...!!!
    Posted: 11 Oct 2012 at 17:02 - IP: 125.25.41.31 IP Information
อ้าว....จบแล้วเหรอคะ!
ไม่อยากให้จบแบบนี้เลย เศร้าเกิน
อยากอ่านภาคต่อจาก 2001 ค่ะ
Back to Top
Longlegs View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 04 May 2011
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 277
Post Options Post Options   Quote Longlegs Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Oct 2012 at 19:25 - IP: 88.121.8.131 IP Information
Originally posted by Blue Lotus

โทนี่..คนกลางค่ะ...



 พี่เค้าหล่อมั้กๆ เหมือนพี่หลิาเตอหัวเลยค่ะBig smile

Back to Top
++ANTZ++ View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 02 Nov 2010
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 2242
Post Options Post Options   Quote ++ANTZ++ Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Oct 2012 at 20:42 - IP: 118.172.227.3 IP Information
ขอโทษนะคะที่จำชื่อคุณแจ๊คกี้ และคุณปิแอร์ สลับกันค่ะ ให้อภัยด้วยนะคะพี่หวาน
Ant@TH++1970++    เดรสเก๋ๆ ชุดทำงานน่ารักๆ เชิญแวะที่นี่ค่ะ   https://www.facebook.com/pages/Miss-Patty/288020781318144
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Oct 2012 at 23:44 - IP: 108.70.210.124 IP Information
Originally posted by peungSKI

BRAVO!!!

ขอบคุณมากค่ะที่เล่าเรื่องชีวิตของคุณที่มีความเข้มข้นมากกว่านิยายมากมายที่เคยอ่านมา แล้วจะมีภาคต่อจาก 2001 มั้ยคะ อยากรู้ว่า Monsieur จะตกหลุมรักใครอีกมั้ยเนี่ย นอกจาก vintage wine ทั้งหลายแหล่

รู้สึกเหมือนได้ใช้คันฉ่องส่องหลากมุมของชีวิตตัวเองและคนใกล้ตัวทั้งอดีตและปัจจุบัน ได้มองเห็นตัวเองหลายๆครั้งจากการนั่ง time machine ไปส่องวันวานของคุณ คุณโทนี่และ the gang แม้ชีวิตตัวเองไม่มีทางที่จะโลดโผนได้เท่าชีวิตคุณเลยแม้แต่น้อย แต่จะเก็บข้อคิดที่คุณได้ฝากไว้ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ รักอย่างไม่เห็นแก่ตัวเพราะกลัวเจ็บจนตัวเองเจ็บ และมองชีวิตย้อนหลังแบบอ่านหนังสือให้เข้าใจ แต่ไม่หมกมุ่นและหลอกตัวเอง

เริ่มพอจะมองชีวิตในวงการแบบจีนๆที่เคยมีคนแอบเล่าให้ฟัง โล่งใจที่คุณโทนี่รอดมาได้แบบไม่มีชิ้นส่วนหลุดหาย แต่ก็ยังแอบอดถอนหายใจและตบ'โหลกตัวเองไม่ได้ที่ชอบแกล้งลืมว่านี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตจริงของคุณ ชีวิตจริงซึ่งมักจะไม่หักมุมตอนใกล้ๆจบเพื่อปูทางไปสู่ happy ending แบบที่ผู้อ่านแอบฝัน แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าชีวิตของคุณนั้นก็ happy แล้วเป็นแน่แท้ เพราะใครก็จะกล่าวหาว่าคุณไม่ได้ตักตวงและสกัดทุกนาทีในชีวิตของคุณให้คุ้มค่า

แม้ว่าจะไม่ใช่เซียนไวน์ เพราะสามีเป็นสามัญชนคนรักเบียร์(และ(หวังว่า)เมีย ไม่รู้ตามลำดับนี้ด้วยมั้ย อิๆๆๆ) จะดื่มคนเดียวก็ไม่เคยหมดแก้วที่สอง เลยเฝ้าเสียดายไว้ให้คนที่เค้าได้เสพสุขจากรสไวน์จริงๆ เลยลงเอยตรงน้ำเปล่าและขับรถพาสามีที่เริ่มเดินโซเซกลับบ้าน แต่สัญญาว่าจะเข้ามาติดตามอ่านเรื่องราวต่อๆไปของคุณแบบเมามันแน่ๆ คาดว่าคงมีการติดสินบนบ้างด้วยการใช้อาหารดีๆที่กินแล้วอ้วนไปอีกนานและ/หรือ จ่ายตังค์แล้วแอบถอนใจแต่จำมื้อนั้นได้ไปจนตายก็ยอมมาเป็นกองหนุนบ้าง เราคงติดงอมแงม เราเป็นคนที่ตัดกิเลสไม่ขาดเนื่องจากเป็นสาวกพันธุ์สุขนิยม (hedonist) มาตั้งแต่เกิด และคงไปจนตาย

ขอบคุณมากๆค่ะ พี่หวาน (ขอเรียกว่า"พี่หวาน"ตามคนอื่นๆนะคะ ) ที่อุตส่่าห์แบ่งปันประสบการณ์และข้อคิดดีๆ

โชคดีค่ะ

ผึ้ง





เมื่อวานนี้...ดิฉันหากระทู้ไม่เจอ...เชื่อไหมคะ?
หาจนตาลาย ไม่รู้ว่าไปหลบที่ไหน..จนนึกว่าอาจจะถูกลบไป หรือ มีการผิดพลาดทางเทคนิค จนมาเมื่อเช้า..ถึงได้รู้ว่า
ดิฉันไปตั้งกระทู้ในห้อง visa/travel  (อ้าว...ได้ไงหว่า?)

มาตอบคุณผึ้ง เรื่อง Monsieur ค่ะ...ว่า...

เธอไปลงทุนค้าขายในธุรกิจกาแฟ กับเพื่อนๆที่ Costa Rica อยู่สองสามปี  หลังจากที่เราแยกกัน ส่วนนิโคล...มีลูกชายวัยรุ่นจอมเฮี้ยวสองคน..
ที่สร้างปัญหาให้ไม่หยุดหย่อน เพราะติดกัญชา  มีหลายคดีติดตัว..เรื่องที่พวกเขาจะยอมรับชายคนอื่นให้เข้ามาในชีวิตแม่ (ที่เขาคุมอยู่)  นั้น...ไม่มีทางค่ะ
ในที่สุด...เขาก็เลิกร้างกันไป...
ตอนนี้..คุณปีแอร์กลับไปอยู่ฝรั่งเศสค่ะ ที่บ้านที่ Provence  ยังแข็งแรง อายุก็เจ็ดสิบเก้าแล้ว
ดิฉันอยากไปเยี่ยมอยู่เหมือนกัน เนื่องจาก ลูกชายคนเดียวของเขา เป็นโรคกล้ามเนื้อสลาย ซึ่งคงจะต้องใช้รถเข็นแบบถาวรในเร็วๆนี้

เรื่องเครือข่ายในกลุ่มคนจีนต่างแดนนั้น...มีจริงค่ะ...อย่าว่าแต่จีนเลย..มีทั้งนั้น โดยเฉพาะกลุ่มอิตาเลี่ยนนี้..ตัวดีเลย...
แต่ในซาน ฟราน...เดี๋ยวนี้ ทั้ง จีน ทั้ง อิตาเลี่ยน กระแสจะเบาไปเยอะ เพราะ..ต้องหลบทางให้แขก (อินเดีย) นี่ละค่ะ...มาอยู่กันเต็มเมืองเลย..


Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 01:13 - IP: 108.70.210.124 IP Information
เข้าโหมดตอบคำถามแฟนๆตามสัญญานะคะ...

คุณ Belle-D     สวัสดีค่ะ เข้ามาอีกทีอยากบอกว่า คุณ  Blue Lotus สวยมากค่ะ

>>>ดิฉันเป็นคนที่ (อยาก) สวยกับเขามั่งเท่านั้นละค่ะ  เพราะมันเป็นแรงเก็บกดมาตั้งแต่เด็ก
เนื่องจากเทียบกับญาติๆแล้ว..ดิฉันขี้เหร่มาก  เพราะ รูปร่างสูงใหญ่ (ไม่อ้อนแอ้น)
ตัวดำเป็นเหนี่ยง (ดำธรรมชาติแล้ว..ยังไปเรียนว่ายน้ำอีก) พอไปเมืองนอกครั้งแรกในระยะสั้นๆ แบบว่าเรียนภาษาปีนึง ดันมีชมว่า "สวย" (ไม่รู้หรอกว่า ฝรั่งน่ะ เขาชมกันดะไปทั้งนั้นแหละ )  เลยหันมาใส่ใจดูแลตัวเอง..สนใจการแต่งเนื้อแต่งตัวมากขึ้นไปหน่อย
ตามประสาผู้หญิง...ไม่มีปัญหาในเรื่องเสื้อผ้าไซส์ฝรั่ง.....เก๊าะเลยสนุกหลุดโลกไปเลย...

คุณ Napphy      เย้ ๆ ๆ พี่ Blue Lotus กลับมาแล้ว  หนูชอบเรื่องราวที่พี่เขียนมากมายค่ะ  อ่านแล้วเพลิดเพลินดีจริง ๆ  ขอบคุณนะคะที่นำเรื่องราวมาแบ่งปันให้น้อง ๆ ได้อ่านกันค่ะ 

>>> เชื่อไหมคะ...ว่า...ในยามที่มีสมาธิ หมายถึงเวลาที่จิตสงบ..ดิฉันชอบเขียนอะไรต่อมือะไร เพราะสมองโล่ง..ตัวอักษรที่ต้องการจะถ่ายทอดลื่นไหลเร็วมาก ประมาณว่าพิมพ์ได้ไม่ทันใจสั่งเลยค่ะ...


คุณ Beachgirl   นี่ฉันไปอยู่ไหนมาเนี่ย ทำไมเพิ่งได้อ่านเรื่องดีๆ แบบนี้ Angry 

ขอเป็นแฟนคลับอีกคนนึงนะคะ ชอบอ่านประสบการณ์ของคนอื่นค่ะ

>>> ถ้าชอบอ่านนะคะ   เดี๋ยวจะเล่าเรื่องสมัยเด็กๆให้ฟังอีก...ตามมานะคะ

คุณ Rung_Kate7993   แฟนคลับ เข้ามาอ่านคะ....แอบสงสารคุณโทนี่ ลึกๆ

>>> งั้นต้องไปเข้าชมรมคนรักโทนี่...แต่ช้าไปแล้วนะคะ เพราะเมื่อสิบปีก่อน...มีจริงๆ
โทนี่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ มีแฟนคลับ (คนไทย) ขับรถจากเมืองอื่นๆมาหาถึงที่จริงๆ ต้องพาไปนั่งทานข้าวแล้วคุยกัน...ตัวเขาเองยังเป็นงง..(แถมเขินเอามากๆด้วย)
พอดิฉันไปตีกอล์ฟที่เมืองไทยกับคณะ...ประจวบกับโทนี่ไปทำธุระที่ฮ่องกง เขาเลยแวะไปหาที่เมืองไทย...แฟนคลับมาพาไปเที่ยว...พาไปนวดแผนไทย (อีชอบมากกกก..)
พาไปร้านเยอรมันตะวันแดง...(อีก็ชอบอีก..ขนาดวันรุ่งขึ้น ขอกลับไปใหม่..)  พาไปกินอาหารทะเลที่กลางเยาวราชตอนดึก...(อีก็ชอบอีก...)  ขนาดกลับมาแล้ว..โทนี่ไปหัดตีกอล์ฟเลยค่ะ...แต่ตีไม่ได้นาน เพราะบอกว่าที่ขายังมีอาการชาบ่อยๆ เพราะสาเหตุที่มาจากการถูกยิงในตอนนัั้น..


คุณ Anansiri View      อืมมตกหล่นเราไป แต่ไม่เป็นไรก็ยังคงเป็นแฟนติดตามอ่านไปตลอดค่ะ

>>>  ไม่เป็นไรค่ะ อยู่ในหน้าเน็ทแล้ว...กลับไปหาอ่านเมื่อไหร่ก็ได้...

คุณ anchaleeangy  ติดหนึบ ติดหนึบ ติดหนึบ

>>>  ขนาดนั้นเชียว...TongueTongue

คุณ S@r      สวัสดีค่ะ เป็นขาประจำใน pantip เมื่อหลายยยยย ปีก่อนนะคะ
อ่านตอนแรกๆ ยังนึกถึงอยู่เลยค่ะว่าโชคดีจังบอร์ดนี้ก็มีนักเล่าเรื่องมือเอกกะเขาเหมือนกัน

ปลาบปลื้มมากๆ นะคะที่มีโอกาสได้อ่านเรื่องเล่าจากแดนไกลดีๆ อีก ขอบคุณมากค่ะ

>>>  ดิฉันขอยกความดีให้คุณแม่ค่ะ...เพราะท่านเป็นผู้ที่ทำให้ดิฉันรักอ่าน...
พอรักอ่านมากๆเข้า...เรื่อง"รักเขียน" จะตามมาเองค่ะ...

คุณ saronno         อ่านเรื่องของคุณหวานแล้วทำให้คิดถึงเรื่องของตัวเอง เข้าใจคุณดีมากเลย ถ้าเป็นฉัน คงจะห้่ามใจตัวเองให้กลับไปหาเขาไม่ได้ ถ้าฉันมีโอกาสอย่างคุณ
โทนี่ เป็น 1 ใน 100 ที่เมื่อไรก็เมื่อนั้นสำหรับคุณ เขาคงเป็นคนดีมากๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ อยากจะเกิดทันจังเลยค่ะ
มีคำถามค่ะ ช่วงเวลาที่พี่อยู่อเมริกา ที่คบกะโทนี่ช่วงนั้น ลูกพี่อยู่กะใครค่ะ ไม่เห็นเอ่ยถึง
ปัจจุบันนี้ลูกพี่อายุเท่าไรแล้วค่ะ คงแต่งงานมีครอบครัวแล้วแน่ๆเลย เดาว่าคง 30 กว่า อยู่อเมริกาหรือเมืองไทย?!?

>>> ตอนที่ดิฉันมาเมืองนอกกับสามี..โดยหมายใจกันว่า จะมาเรียนทำปริญญาต่อเพื่อไปต่อยอดในการทำงานของเขา (ตามสมัยนิยม) นั้น  มาได้ไม่กี่เดือนหรอกค่ะ ก็เลิกกัน เพราะจับได้ว่าเขายังมีหญิงอื่น (ที่เป็นแฟนเก่า) ควบคู่ไปด้วย อีกทั้งสัญญาว่าจะกลับไปอยู่ด้วยกันอีก  เรื่องนี้ดิฉันปิดไม่ได้ทางเมืองไทยทราบ..
ทางคุณสามีคงสำนึกผิด..ไปเรียนให้คุณแม่ทราบ..และ ขอให้คุณแม่พาลูกชายมาอยู่สักพัก หวังว่า จะรั้งดิฉันไว้ได้...ซึ่งคุณแม่ดิฉันนั้นเป็นคนประเภทที่ว่า รักลูกเขยมากกว่าลูกสาวของตัวเอง..พาลูกชายมาตั้งแต่ย่างสามขวบ..
ดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร...อยู่ก็อยู่...เราอยู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่ใช่สามีภรรยา ต่อมาเขาต้องย้ายที่เรียนไปมหาวิทยาลัยนอกเมือง..บ้านที่นั่นสิ่งแวดล้อมดีกว่าที่ซาน ฟราน เพราะมีบริเวณ เงียบสงบ ลูกชายได้มีโรงเรียนใกล้บ้านด้วย..มีสวนหลังบ้าน คุณแม่ชอบมาก..
แต่ดิฉันต้องทำงาน (เพราะต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมด) ในเมือง..ไม่สามารถขับรถไปกลับวันละร่วมสองชั่วโมง
จึงต้องเป็นการเทียวไล้ เทียวขื่อ...ในทุกๆวันหยุดของแต่ละอาทิตย์

ช่วงที่กลับเมืองไทย (ที่ไปเจอกับเสือ สิงห์ ) นั้น..คุณแม่และลูกชายอยู่ที่อเมริกาค่ะ
กะว่าจะให้ลูกจบไฮสกูลก่อน..แล้วจะกลับเมืองไทยตามกันมา..
แต่ดิฉันอยู่ไม่ทน...กลับมาเสียก่อน...ตอนที่มามอนต์เทอเรย์...พอดิฉันได้ที่อยู่เรียบร้อย ก็ย้ายทั้งคุณแม่คุณลูกมาหมดค่ะ...
ตอนที่แต่งงานแล้วกับคุณปีแอร์...ดิฉันยังติดต่อให้คุณอดีตสามีมาทำงานด้วยในร้านตั้งหลายปี เพื่อเป็นการช่วยเหลือก่อนกลับไปเมืองไทย เพราะตอนนั้นเขามีปัญหาเรื่องการทำงานในซาน ฟราน...
เราก็เหมือนเพื่อนกันน่ะค่ะ...

คุณแม่กลับไปเมืองไทย (คนเดียว) เมื่อปี 1995 เพราะเพื่อนที่รักของท่านคิดถึง บอกว่าให้กลับไปพักพ่อน ไปตะเวณทำบุญกัน..
คุณลูกชาย กลับไปเมืองไทย เมื่อสามปีที่แล้ว...เพราะพ่อเขาบอกว่า...มาดูแลพ่อหน่อย พ่อแก่แล้ว..พอลูกชายกลับไป..คุณแม่ก็ไปอยู่ด้วย...
ดิฉันก็ไปสร้างบ้านให้ในที่ดินของพ่อเขาริมทะเลปราณบุรี.....นี่เพิ่งต่อเติมให้กว้างขวางออกไปอีก..



โทนี่...รักคุณแม่และเอ็นดูลูกชายมาก...มีของฝากของกินมาให้ตลอด...
ตอนที่ไปเมืองไทย..สิ่งแรกที่เขาบอก...คือ อยากพบกับมาม๊า...ก็พาไปพบ..แอบให้เงินด้วยแน่ะ

คุณปีแอร์ดีกับทุกคน...เขาดีมากค่ะในส่วนนี้...กับคุณอดีตสามีนี่..เป็นเกลอร่วมวงไวน์เลยเชียว เอะอะก็เรียกให้มาช่วยชิมหน่อย...

เป็นไงคะ....น่าแปลกประหลาดไหม...ที่ดิฉันเป็นเพื่อนกับเขาได้หมด ทั้งสองอดีตสามี
และหนึ่งอดีตแฟน...ทั้งหมดต่างก็รู้จักกันดี  ยกเว้นโทนี่และปีแอร์ที่ออกแนวศรศิลป์ไม่กินกัน..




คุณ theArtist    
โอย ติดงอมแงม แป๊บๆก็ refresh เผื่อว่าพี่จะอัพแล้ว

มีคำถามค่ะ :
ช่วงที่พี่หนีเงียบไปอยู่คนเดียว ได้หย่ากับปีแอร์หรือยังคะ
อีกคำถามนึง คือพี่ตั้งใจที่จะไม่มีลูก หรือว่าปล่อยแต่ไม่มีเอง

>>> คำตอบอยู่ข้างบนนะคะ  ชีวิตดิฉันไม่มีการหยุดนิ่ง...มีภาระมาก...หาเงินเก่ง ก็ใช้เก่ง..เข้ามือซ้ายออกมือขวา...ไม่มีเวลาที่จะมาตั้งท้องเป็นแม่ของใครได้อีก
ตอนแต่งงานกับคุณปีแอร์ เขาก็อายุห้าสิบหกไปแล้ว...อีกทั้งเราก็รู้อยู่แก่ใจดีว่า..เขาไม่ได้ต้องการเมียที่จะเอามาเป็นศรีบ้าน...เขาต้องการเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ต่างหาก...


เดี๋ยวมาต่อค่ะ...ได้เวลาคุยทาง Skype  กับของจริงในปัจจุบันแล้ว...LOLLOLSmile



Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 04:22 - IP: 108.70.210.124 IP Information
คุณ charlie           ชอบมากค่ะคืนนี้คงนอนไม่หลับแน่ๆๆอยากรู้ตอนจบจะเป็นอย่างไร ขอบคุณมากนะค่ะทีมาเล่าเรื่องราวดีๆๆให้อ่าน
และ ทำให้ได้รู้สังคมวัฒนธรรมและอะไรอีกหลายอย่างของคนสมัยนั้น
มีที่ไหนเขียนไว้ให้อ่านบอกด้วยนะค่ะหรือออกเป็นหนังสือที่ไหนช่วยบอกด้วยค่ะอยากซื้อเก็บไว้


>>> ตอนพิมพ์ ดิฉันได้ฟรีมายี่สิบเล่ม..ซื้อเองอีกหลายสิบ (ฮา)  แต่ไม่เหลือแล้วค่ะ..
เพราะมันหลายปีมาแล้ว...

คุณ neungwaru    จำได้แล้ว  เคยอ่านเรื่องของพี่จากหนังสือในห้องสมุดที่บริษัท  ท่อนนี้ที่ทำให้จำได้
"ฉันและเขาเหมือนกับ น้ำโคลนขุ่นในแก้วสองใบ..ที่ตั้งนานจนมันตกตะกอน โคลนจับแน่นอยู่เบื้องล่าง น้ำข้างบนใสแจ๋วที่สามารถมองทะลุถึงกันได้..แต่ก็เป็นแก้วคนละใบ
น้ำใสแจ๋วข้างบนคือความรู้สึกดีๆที่เรามีให้กัน..สื่อกันได้
โคลนที่จับตัวกันแน่นที่อยู่ข้างล่างคือความรักที่เราเคยมีให้กัน ซึ่งมันตกตะกอนไปแล้ว...แต่ก็ยังอยู่...และไม่มีวันที่จะลอยฟุ้งขึ้นมาอีก..."

มันซึ้งมาก ขนาดว่าจดเก็บไว้เลย  ขอติดตามชีวิตของพี่ต่อนะคะ ตอนนี้คุณพี่เป็นยังไงบ้างคะ

>>> โห..ภูมิใจนะเนี่ย...ขอบคุณค่ะที่ยังจำได้...


คุณ kanya_Italia     
" I love you...but I'm not in love with you. Besides, we've never spent time together like husband and wife!!"
 มันมาสกิดแผลที่ซ่อนอยู่ในใจมานานนึกถึงทีไรน้ำตาไหลทุกทีเลยค่ะ เหมือนอย่างพี Blue Lotus View Drop Down  พูดนั่นแหละไม่ได้อกหัก แต่มัน อัปยศใจ กับความทุ่มเท ของ ตัวเอง

เข้าใจอย่างดีเลยว่า ณ ช่วงเวลานั้นพี่ รู้สึกอย่างไร

>>> มันเจ็บจริงๆค่ะ  เจ็บจนจำได้ไม่มีลืม...ฝังใจไปจนชั่วชีวิตทีเดียว   แต่ไม่แค้นหรือ
เคียดขึ้ง...ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้  อาจเป็นเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก การต้องทะเลาะหรือใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเลยไม่มี..ในชีวิตก็เคยแค่อาละวาดกับโทนี่เพียงคนเดียวเท่านั้นละค่ะ...เพราะอายุเท่ากัน..เลยไม่ค่อยเกรงใจ..

คุณ EminDarwin     คุณหวานละเอียดละออ อ่านและตอบทุกกระทู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น นับถือน้ำใจที่มีให้เว็บเล็กๆนี้เช่นกัน รักษาสุขภาพนะคะ จะได้มีรอยยิ้มสวยๆไปฝากคุณพี่ผู้ชายและน้องแมวคุณหนู

"เมื่อคืนฝันดีน่าตบ ฝันว่าได้พบกับคุณโทนี่" 555

>>> อ้าว...คุณหมอหม่อมก็เป็นไปด้วย...อิอิอิอิLOLLOL

คุณ oh la la    เคยแอบอ่านเรื่องของคุณกับคุณแจ็คกี้อยู่เงียบๆจากเวปนี้แหละค่ะ
ยังนึกกะตัวเองเลยว่าผู้หญิงที่เคยใช้ชีวิตหรูหราแบบคุณ
จะมาใช้ชีวิตอยู่เงียบๆแบบคุณแจ็คกี้ได้อย่างไร
แต่นึกไปนึกมา ก็ได้คําตอบให้ตัวเอง ชีวิตคนเราเมื่อถึงจุดอิ่มตัว
อะไๆมันก็อาจเป็นได้ทั้งนั้น...

>>>  คุณเข้าใจถูกค่ะ...ใครจะเชื่อว่าดิฉันจะใฝ่สงบได้ จากอดีตที่ผ่านมา...แต่ดิฉันรู้ตัวดีค่ะ ว่า..โหยหาบ้านหลังเล็กๆ เงียบๆ ที่สามารถอ่านหนังสือ ไปขี่จักรยาน ไปตีกอล์ฟ และไปไหนต่อไหนได้อย่างปลอดภัยมานานแสนนาน...เคยไปซื้อที่ดินที่ลำตะคอง หมดไปเกือบล้าน หวังใจว่าจะปลูกบ้านเล็กๆสวยๆอยู่ ปรากฏว่า...พอโครงการขายให้เราเสร็จก็หายจ้อยๆ  ไม่กี่ปีต่อมา..ดิฉันได้รับจดหมายจากกรมที่ดิน ที่แจ้งมาว่า..
ที่ที่ดิฉันซื้ออยู่ในเขตป่าสงวน  ไม่มีสิทธิได้ครองครองทั้งๆที่มีโฉนด  ทางกรมที่ดินบอกว่า นั่นคือโฉนดปลอม ที่ปลอมมาขายต่อๆไปกันไปนานถึงสามสิบกว่าปีมาแล้ว...จนมาถึงดิฉันนี่ละค่ะ...

คุณ platoooo   จบแล้วหรอคะ อยากอ่านอีกจังเลยค่ะ อยากอ่านเรื่องของพี่กับโทนี่ค่ะ
แอบหลงรักโทนี่ผ่านตัวอักษรแล้ว ^^ วันนี้เล่าให้แฟนฟังว่าอ่านเรื่องของพี่ค่ะ
แล้วบอกแฟนว่าโทนี่น่ารักมาก ช๊านกำลังตกหลุมรักโทนี่อยู่ แฟนบอกว่ายู เครซี่ 555

>>> โอยยย...เรื่องเล่าสัพเพเหระนั้น..มีอีกเพียบละค่ะ...มีเยอะ..หลากหลายมาก เพราะเป็นคนช่างเล่า..ช่างสังเกตุ...แถมออกจะปากจัดอยู่สักหน่อย..LOLLOLLOL

คุณ Simplefille    คุณ WIWANDA คะ ดิฉันเป็นแฟนคลับคุณ ติดตามอ่านที่คุณเขียนตั้งแต่พันทิบ อันมาสค์ และทวิตเตอร์ บอกตรง ไม่อยากกดเข้ามาอ่านตั้งแต่แรก เพราะรู้ตัวว่าจะต้องอู้งานอ่านให้จบแน่ แน่  แล้วเป็นไงคะ คุณทำให้ดิฉันเสียน้ำตาในที่ทำงานจนได้..............

>>> ฮั่นแน่...มีเรื่องของอันมาสค์ ด้วย...ดิฉันเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยน่ะค่ะ...แต่ก็สนุกดีน้าาาา...ShockedShocked

คุณ horizontal   ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดีๆคะ ยังคงติดตามตอนต่อไปคะ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

>>> ขอบคุณมากค่ะ...Hug

คุณ Sweeta      เข้ามาขอบคุณอีกครั้งค่ะ อ่านจบแล้วนอนหลับได้แล้วค่ะ

>>> ไปนอนแล้วรีบตื่นเน้อ...จะเขียนให้อ่านอีก...


คุณ CC-TSL                  Just finished as well. thank u for sharing ka!

>>> You're welcome. In fact, because of the readers like you all... are quite friendly, gentle and devoted people.
I've decided to post more articles about my childhood that I had written some years ago, quite interesting.
I believed that it could be useful for all mothers!!


คุณ Jojola                 คงไม่มีคำพูดอะไรอื่น เพราะเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนที่นี่เขียนไปหมดแล้ว  นอกจากขอขอบคุณคุณน้าหวานที่แชร์เรื่องราวมาให้ได้อ่าน ได้คิดกัน เขียนมาอีกนะคะ จะรออ่านเสมอ. เทคแคร์ค่ะ

>>> ค่ะ คุณหลาน  ยินดีเสมอค่ะ..

คุณ wariya                 อ้าว....จบแล้วเหรอคะ!  ไม่อยากให้จบแบบนี้เลย เศร้าเกิน  อยากอ่านภาคต่อจาก 2001 ค่ะ

>>>  ค่า...ได้ค่า....

Longlegs          พี่เค้าหล่อมั้กๆ เหมือนพี่หลิาเตอหัวเลยค่ะ

>>> แหมจะว่าไป...หนูมองพลาดไปนิดค่ะ  คนที่ยืนข้างๆเขาต่างหาก คนที่ใส่แว่นน่ะค่ะ ตอนหลังมาเป็นดาราฮอลลีวู๊ดจริงๆ เขาชื่อ George Chueng ค่ะ
http://en.wikipedia.org/wiki/George_Cheung



คุณ ++ANTZ++             ขอโทษนะคะที่จำชื่อคุณแจ๊คกี้ และคุณปิแอร์ สลับกันค่ะ ให้อภัยด้วยนะคะพี่หวาน

>>> หนูงงน่ะ..ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...หากพี่เกิดงงหรือจำสลับไปมั่ง...คงจะเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ  5555555LOLLOLLOL



Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 08:14 - IP: 74.95.201.249 IP Information
ไปค้นเจอข้อความเก่าที่เขียนเล่าเรื่องการไปตีกอล์ฟที่เมืองไทยปี 2004  ในช่วงที่เกิด
ซึนามิ..พอดี...

มีอะไรหลายอย่าง หลายมุมมอง..อยากจะเอามาลงไว้ที่นี่...แบบว่าเล่าสู่กันฟังน่ะค่ะ

>>>  กลับถึงอเมริกาแล้ว..ไม่กี่ชั่วโมงมานี่เอง เลยรีบรวบรวมอะไรต่อมิอะไร"คาใจ"ที่เขียนค้างๆไว้ มารวมไว้เป็นเรื่องเป็นราวซะเลย..อยู่เมืองไทยไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง
เครื่องที่บ้าน..ต่อเน็ทได้ไม่นานจะมีอาการหลุดหายไปซะเฉยๆ
ที่ร้านเน็ทหน้าปากซอยที่บ้านเคยลองเข้าไปนั่ง เพราะเขาว่ามันเป็นไฮสปีด รวดเร็วทันใจ ราคาก็แสนถูก ชั่วโมงละ 10 บาทเอง
แต่พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย ยามที่เวลาโรงเรียนเลิก
เด็กจะกรูเกรียวเข้ามา นั่นก็ยังเป็นเรื่องธรรมดา พอทนไหว
กะแค่เสียงปืนยิงกันในเกมส์สารพัด
แต่..ที่สะดุ้งสุดตัวเพราะ ยามที่กุลบุตรเหล่านั้นเธอยิงเป้าพลาดไปหรือไงไม่ทราบ เธอตะโกนให้"อวัยวะ"ชิ้นเดียวน้อยๆที่เธอมีออกมาดังลั่น
โอ้..จอร์จ !!

ชีวิตในวงการกอล์ฟเนี่ยะนะคะ มักได้เห็นอะไรแปลกๆ
ที่คนเขาไม่ค่อยกล้าเอามาเขียนกัน แต่ฉันเห็นว่า ถ้าไม่เขียน ไม่เล่า ก็จะเหมือนเป็นพวกสมองกลวง ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง

คืองี้ค่ะ หนึ่งในการไปเล่นกอล์ฟ(37 สนามทั้งหมด)ที่สนามกองทัพบกนั้น เป็นเพราtเพื่อนรักคนหนึ่งมาบ่นๆว่า ต้องโดน (บังคับ)ให้เป็นสปอนเซ่อร์ก๊วนกอล์ฟสองก๊วนด้วยกัน 
ราคาไม่เท่าไหร่เอ๊งงง...ก๊วนละสามหมื่นบาท สองก๊วนก็ หกหมื่นบาทขาดตัว
ฉันฟังก็สะดุ้งโหยง..โหยง  ต๊ายย ตายแร้นนน อกนังแป้นแล่นลึกเข้าตึกแขก รีบละล่ำละลักถามว่า
"หมายความว่า ตะเองต้องจ่ายเหรอ?"
เพื่อนว่า..."ก็เพราะว่าเรามีสองบริษัทไง..ตอนใกล้สิ้นปีอย่างนี้มักโดนประจำเลย"
ฉันน่ะรู้ดีอยู่เต็มอกว่า เพื่อนกำลังเริ่มไต่เต้า อีกทั้งบริษัทของมันต้องอิงกับราชการ
(ฟังแล้วคุ้นๆนะคะ)
แต่หกหมื่นนี่ก็เงินไม่ใช่น้อย  จึงคิดหาทางช่วยเหลือ โดยการโทรไปหาญาติๆ ใจความว่า
"ช่วยแบ่งไปสักก๊วนซิ (เจ้าคะ, คะ, ยะ, ว้อย)"
สรุปว่า ..ประสบความสำเร็จทั้งๆที่กระทันหันเช่นกัน
ญาติโดนรับไปแบบไม่มีสิทธิโต้เถียง.. หนึ่งก๊วน
งานแข่งกอล์ฟนี้ จัดโดยชมรมแม่บ้านทหาร ในวันจันทร์ที่ 13 ที่ผ่านมา  ที่สนามกองทัพบก  หนึ่งก๊วนนี้ หมายถึงนักกอล์ฟจำนวน 5 คน เท่ากับว่า ตกหัวละ 6 พัน
(แพงกว่าราคาจริงถึงห้าเท่า เพราะเป็นการกุศลให้กับอะไรเราก็ไม่รู้)
แต่ก็เอาเถอะ..ถือว่าไทยช่วยไทยเน๊าะ..!!

วันนั้น..คือวันดีเดย์
ฉันชวนกลุ่มเพื่อนๆรวมทั้งน้องๆในพันทิพไปร่วมฉลองตีกอล์ฟราคาแพง(ที่สุดในเมืองไทย)ครบห้าคนเต็มอัตรา.....หมายมั่นปั้นมือว่า จะได้พบเห็นการจัดงานแบบเกริกเกียรติสมดังหน้าตาของสถาบันและสถานะของเจ้าภาพ

ไปถึง..ก็ไปลงทะเบียนเพื่อรับสกอร์การ์ด แต่ไม่มี"ใบบอก" ใดๆว่า เรามาแข่งอะไรกัน
และไม่มีใบบอกกำหนดกฏเกณฑ์กติกาใดๆ
บนโต๊ะลงทะเบียนมีแต่คนมุง....ผู้ช่วย คนทำงานที่เกณฑ์เอามามากมาย (เชื่อว่า ไม่ใช่มืออาชีพ เพราะดูยุ่งขิงอย่างไรชอบกล)
และที่น่าประหลาดใจ คือ เขาจัดตั้งโต๊ะอาหารกลางวันแบบเป็นเรื่องเป็นราว ที่มีทั้งก๊วยเตี๋ยว ข้าวแกง ซึ่งใครจะมากินก็ได้ ดูเหมือนนำมาเพื่อให้คณะทำงานมากกว่า
เพราะนักกอล์ฟคงไม่มีเวลาละเลียด..จะต้องออกแข่งแบบช๊อตกัน 
ซึ่งการแข่งแบบนี้ มักต้องใช้เวลารอนาน เพราะ มันจะติดยาวเป็นงูกินหาง
ผู้จัดควรทำกล่องอาหารกลางวันแบบกินสะดวก เช่น แซนด์วิช แบบง่ายๆ แจก
(ความจริง สนามกอล์ฟเมืองไทยแทบไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะ มีอาหารขายแทบทุกสามหลุม)
และ..มันก็เป็นไปตามคาด...เราต้องรอเกือบยี่สิบนาทีในทุกช๊อต  แทบจะแจกไพ่เล่นป๊อกเด้งคอยแก้เซ็งได้เลย

ก๊วนหน้าเรา..ท่าทางมีอภิสิทธิมาก เพราะเขาเล่นกัน หกคน แคดดี้อีกคนละสอง รวมทั้งก๊วนเป็นสิบแปดคน เดินกันเต็มสนามราวกับแห่กฐิน
หนึ่งในนั้น..ท่าทางโจ๋มาก  ใส่เสื้อปล่อยชาย..ตอนสวิงหัวไม้  เขาผู้นั้น..คาบบุหรี่มวนยาว สูบไฟวาบๆพร้อมไปด้วย
(มีความสามารถเฉพาะตัวจริงๆ ขอให้คิดดูว่า  ถ้ามีการตีสวนลม เถ้าบุหรี่แดงๆนั่นจะต้องปลิวเข้าหน้าเข้าตาบ้างละ)  
นอกจากเขาจะฝ่าฝืนกฏที่ผู้เล่นมีเกินมาหนึ่งแล้ว  ยังเล่นช้ามาก
แคดดี้บอกว่า"พวกเขาเล่นพนันกันหนักค่ะ นาย"

กอล์ฟมาราธอนนั่น ใช้เวลากว่าหกชั่วโมง
กว่าจะแล้วเสร็จ   พวกเราแทบสลบ ..ทุกคนรีบไปอาบน้ำ แต่งตัว
ขึ้นไปชั้นบนของคลับเฮ้าส์สถานที่จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสไตล์บุฟเฟ่ท์ 
เราไปที่นั่นตามเวลาพอดี คือ หนึ่งทุ่มตรง.. สายตาสอดส่ายหาตำแหน่งที่นั่ง
(ซึ่งโดยปรกติ เขาจะจัดเตรียมไว้โดยใช้ชื่อก๊วนปักบนโต๊ะให้ทราบเป็นสำคัญ)
แต่..อนิจจา ไม่มีที่นั่งสำหรับเรา  เพราะทุกที่นั่ง เต็มไปด้วยผู้คนที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน
(กลุ่มแม่บ้านทหารที่แต่งชุดยูนิฟอร์มเสื้อแดงกางเกงดำมีนับสิบ)
พวกเราคว้าง...ยืนหันรีหันขวางกันกลางห้องท่ามกลางฝูงชนแปลกหน้า
แต่..กลางห้อง มีโต๊ะอาหารที่เขียนป้ายว่า วีไอพี  สามโต๊ะ ตั้งเด่นเป็นสง่า พร้อมกับเครื่องคาวหวานเตรียมไว้ให้เต็มอัตรา 
ที่แน่ๆคือว่า..เขาไม่ได้จัดไว้ให้เรา
    
ในที่สุด  แม่บ้านคนหนึ่ง เห็นทีว่าเราคงจะยืนออกันเกะกะ
(เดี๋ยววีไอพีเข้ามาเห็นเข้าจะไม่เหมาะ)
เลยมาต้อนเราไปยังโต๊ะที่พอมีที่ว่างมุมห้องหลังเสาขนาดสองคนโอบ โดยขอให้คนที่นั่งอยู่เก่าเขยิบๆที่ไปหน่อย
ก็เอาเถอะนะ...ช่างมัน  หิวแล้วง่ะ  ไปตักอาหารกันดีกว่านะ พวกเรา ..ฉันว่า

อนิจจา(ครั้งที่สอง)....เมื่อเราไปถึงโต๊ะบุฟเฟ่ท์ 
ก็ไม่มีอะไรเหลือในถาดสแตนเลสเหล่านั้น  ทุกอย่างหมดเกลี้ยง  คนตักบอกว่า...ไม่มีแล้วค่ะ...เขาสั่งอาหารแค่สำหรับร้อยยี่สิบคนเอง  แต่ข้างล่างมีก๊วยเตี๋ยวขายนะคะลองไปสั่งมาซิ ให้เขาเอามาส่งข้างบนนี้..
ฉันถึงครา...สติขาดผึง !!
"อะไรกัน  จัดกอล์ฟทั้งหมดเกือบหกสิบกว่าก๊วน คนกว่าสามร้อย  หัวละหกพันเนี่ยนะ อาหารหมดตั้งแต่งานยังไม่เริ่มซะด้วยซ้ำ"   
เสียงฉันไม่เบาเลย 
เล่นเอาหนึ่งในแม่บ้านทหาร...รีบตัดสินใจสยบฉันอย่างเป็นการด่วน เพราะคงเล็งเห็นแล้วว่า นังคนนี้ท่าทางเอาเรื่อง..ตรงรี่เข้ามาเชิญพวกเราไปนั่งที่โต๊ะวีไอพีที่ว่างนั่นอยู่อย่างรวดเร็ว
(เพราะ ที่นั่นเป็นที่เดียวที่มีอาหารตั้งรออยู่)

แต่ฉันก็อารมณ์เสียไปแล้ว
เพราะความรู้สึกที่เหมือนกับโดนหักหลังอย่างไรก็ไม่รู้
มันเป็นความรู้สึกเสียดายเงินแทนญาติ  ที่น่าจะเอาไปทำประโยชน์ให้กับองค์กรการกุศลอื่นๆจะดีกว่า
เท่าที่เห็นการการจัดงานครั้งนี้พอประมาณการณ์ได้เลยว่า  เขาไม่ต้องการชื่อเสียงและภาพพจน์ที่ดีใดๆ
มากกว่ากำไรที่เป็นเม็ดเงินล้วนๆ
มาถึงตรงนี้ ฉันก็เลยอยากรู้จริงๆว่า เขาจะเอาไปทำอะไร.....เลยต้องทนอยู่ต่อ เพื่อที่จะฟังเขาแถลงนโยบาย

Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 08:18 - IP: 74.95.201.249 IP Information
แต่การ"ทนอยู่" ของฉันนั้นเต็มไปด้วยความทรมาน
เพราะโต๊ะวีไอพี(ตัวจริง)ข้างๆนั่นคือ
ชาวก๊วนกอล์ฟนักอมควันที่อยู่คือ"ก๊วน"หน้าเรานั่นเอง   
เขาทั้งหมดในโต๊ะสูบบุหรี่กันมวนต่อมวน
สองคนในนั้น สูบซิการ์   ทั้งๆที่พวกเราทั้งหมดอยู่ในห้องแอร์

ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าเขาเป็นใคร...แต่ดูท่าว่าไม่มีใครคงกล้าไปบอก...นอกจากจะยืนตัวโก่งพินอบพิเทาใส่..
แถมคอยรินไวน์ให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
คนพวกนี้..คงไม่เคยฟังกระแสพระราชดำรัส หรือ  ไม่สนใจที่รับสนองเอามาใส่เกล้าใส่กระหม่อม
จนท่านประธานชมรมแม่บ้าน(ผู้จัดงานตัวจริง)  ขึ้นกล่าวบนเวที  ใจความว่า...
ขอขอบคุณผู้ที่ได้ให้ความสนับสนุน(ราคาก๊วนละสามหมื่น) เงินนี้จะแบ่งเอามาเป็นทุนสนับสนุนในการทำงานของกลุ่มแม่บ้าน (ไม่ได้บอกว่างานอะไร) และ อีกส่วนหนึ่งท่านอยากจะขอ..เอ๊ย  พูดให้ถูก ต้องว่า อ้อน..ต่อท่านผบ...
กล่าวไป..พลางทอดตามามองที่โต๊ะของสิงห์อมควันแบบประจบประแจง..ว่า
"ชมรมแม่บ้าน ยังไม่มีที่ทำการเป็นของตัวเอง ตอนนี้ต้องไปอาศัยตึกแพทย์อยู่ จึงอยากจะทำให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที  ไม่ทราบท่านจะว่าอย่างไรคะ?"
                       
ฉันฟังแล้วก็ปลงนะ...สรุปว่า  สิงห์อมควันนั่นก็คือ  บิ๊กต. 
นายทหารชั้นผู้ใหญ่นามสกุลโคดดดังนี่เอง ท่านประธานแม่บ้านก็คนที่นอนร่วมเตียง 
    
เรื่องของสถานที่อยากจัดตั้งดังที่อ้างมา นี่ก็เรื่องเด่ะๆ
ใครๆก็รู้ว่า กองทัพมีเนื้อที่กว้างขวาง เหล่าทหารแรงงาน
ทหารช่างน้อยใหญ่ก็มีมากมายเรียกเอามาใช้งานราชการได้อย่างง่ายดาย  เครื่องมือเครื่องใช้ก็แสนสะดวก
แค่ออกปากคำเดียวเผลอๆเสร็จภายในอาทิตย์เดียว 
ไม่ต้องมาจัดกอล์ฟให้หน้าแก่...

ในคืนนั้น ต้องขอบอกว่า ผิดหวังกับภาพพจน์ที่เห็น  
ภาคใต้ของเรายังเป็นปัญหาคาใจ  จนล้นเกล้าล้นกระหม่อมฯต้องร้อนพระทัย  ออกรายการโทรทัศน์ตรัสเล่าด้วยองค์เองแบบไม่มีใครนึกฝันมาก่อน

แต่ผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องยังนั่งพ่นควันปุ๋ยๆ
แถมดื่มไวน์ที่ไม่มีฉลากเสียภาษีซะด้วย
ขนาดฉันเป็นคนที่"ศรัทธา" กับท่านนายกรัฐมนตรีของเราคนปัจจุบัน ยังรู้สึกติดลบได้ขนาดนี้
ถ้าเป็นคนอื่น....เขาจะรู้สึกอย่างไร  เพราะถ้าไม่ใช่นามสกุลเดียวกันก็คงไม่ได้มานั่งเสวยบุญอย่างนี้
เพื่อนๆของฉันเขาเหมารวมข้องเดียวกันไปแล้วแหละ
นี่ก็เป็นฤดูเลือกตั้ง...ซะด้วยซิ !!


ต่อมาก็รายการทหารอีกเหมือนกัน..เกือบจะถอดใจไปซะแล้วละค่ะ แต่..ให้เผอิญว่าให้สัญญาไว้ล่วงหน้า คือในวันที่ 15 สองวันถัดมา เป็นของวิทยาลัยเสนาธิการทหาร
(ที่จ่ายเงินไปแล้ว) ด้วยราคาปรกติคือก๊วนละ 4800 ตกคนละ 800 เอง..
จัดที่สนามเมืองเอกวิสต้า  งานนี้ฉันไม่ได้หวังอะไรเลยแต่อย่างน้อยก็คงไม่เสียดายเงิน เพราะนี่คือราคาปรกติ

พอไปถึง ก็เหมือนเดิมคือ ไปรับสกอร์การ์ด 
ที่ทุกอย่างจัดเตรียมไว้เสร็จเรียบร้อย เพียงแค่ไปเซ็นชื่อรับ
จากนั้น ทางคณะผู้จัดเห็นว่าเราพร้อม  จึงให้ออกรอบก่อนใครๆได้เลย ด้วยเหตุผลเดียวคือ ก๊วนจะได้ไม่ติด (นี่คือมืออาชีพ เขาเรียกว่า Ready Golf หมายถึง ใครพร้อม..เชิญเลย)
เราล่นกันด้วยบรรยากาศชื่นมื่น..มีกรรมการขับรถเวียนมาทักทาย  ว่า
"เป็นไงบ้างคร๊าบบบ  มีอะไรให้รับใช้เชิญนะคร๊าบบ"  สาบานนนน
คนพูดน่ะ คือ นายพลเชียวนะคะ
ฉันก็ไม่ได้สนใจเรื่องกอล์ฟนักละค่ะ เพราะเหนื่อยเหลือเกิน แต่ที่สนใจคือ ที่สนามนี้ มีสุนัขท้องแก่อยู่ตัวนึงใกล้คลอดแล้ว(เพราะคราวที่มาเมื่ออาทิตย์ก่อนมันอุ้ยอ้ายเต็มที) ใจคอยห่วงว่ามันคลอดหรือยัง..
ปรากฏว่า..คลอดแล้วค่ะ 
นังแม่มันเอาลูกทั้งหมดไปซ่อนไว้ในพุ่มดอกเข็มริมแฟร์เวย์  มันขุดดินเป็นหลุม กกลูกน้อยๆไว้ที่นั่น 
มองไม่ถนัดว่ามีกี่ตัว..แต่ก็มากกว่าสามยังไม่ลืมตา 
เลยต้องเป็นธุระให้แคดดี้ไปซื้อนมซื้ออาหารมาบำรุงแม่หมา พร้อมทั้งไม่ลืมฝากสตังส์ไว้กับแคดดี้ด้วย...
สั่งไว้ว่า...ถ้าไม่ดูแล..ฉันแช่งจริงๆนะ !!

วันนั้น เลยตีกอล์ฟอารมณ์ดีแบบไม่น่าเชื่อ  ตกเย็น ก็เช่นเคย อาบน้ำเสร็จก็ไปทานข้าวในห้องจัดเลี้ยง...
อาหารไม่อั้น เครื่องดื่มมีทุกชนิด  ดนตรีไม่กี่ชิ้นนั้น
สร้างความสนุกสนานแบบเกินพิกัด  เหล่าบรรดานายทหารชั้นผู้ใหญ่
ท่านผลัดออกไปร้องเพลงกระชากวัย พร้อมทั้งทำมือ โย่ โย่ (เพลงของวงแท๊กซี่เงี้ย..)
ไม่รวมท่านที่สวมวิญญานเอลวิส พร้อมทั้งมีลีลาโยกคลึงอีกต่างหาก ที่เรียกเสียงกรี๊ดจากโต๊ะของเราอย่างไม่ขาดระยะ  หนุ่มนักกอล์ฟในกลุ่มพวกเรา สนุกมาก
เรียกหาน้ำ"เปลี่ยนนิสัย"ที่เด็กนำมาเสิรฟออกบ่อยๆ
จนในที่สุดเขาเอามาตั้งให้ทั้งขวด
บอกว่า..ชงกันเองก็แล้วกัน...พวกเราก็ฮา  รีบยื่นมือไปรับแบบกลัวเขาเปลี่ยนใจ
กลุ่มผู้ใหญ่ที่จัดงาน ได้ขอบคุณเด็กๆอย่างผองเพื่อนฉันแบบสัมผัสนั่งคุยกันรายตัว อันเป็นสัมพันธภาพที่ชื่นมื่นมาก
ทุกคนออกปากว่า..งานนี้สนุกจริงๆ  ท่านๆน่ารักทุกคน !!

นี่ก็คือ...ทหารอีกประเภทหนึ่ง ที่สมควรแก่การเรียกขานว่า
The Officer Gentlemen อย่างแท้จริง
 
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 08:26 - IP: 108.70.210.124 IP Information
มีเรื่องขำจะเล่าแทรกนะ..
ก่อนไป ได้เอาแมวและหมาสองตัว (รวมเป็นสาม) ไปฝากเพื่อนเลี้ยง บ้านเขาอยู่ไม่ใกล้ ห่างไปอีกสามสี่ถนนเชียว
ฉันปิดบ้านหมด ใส่กลอนนอกกลอนในเรียบร้อย..

พอกลับมาถึง ปรากฏว่า มีคนเอากาละมังอาหารแมวมาตั้งหน้าบ้าน พร้อมทั้งเบาะนอน กาละมังใส่น้ำพร้อมพรัก แบบสดๆเลย
ก็สงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นว๊า..เชื่อว่า นังเป๊บปี้คงหนีออกจากบ้านเขาแน่
เลยไปสอบถามเพื่อนบ้าน เขาว่า มันกลับมาทุกวันจริงๆ
ไม่ไปไหนเลย วนเวียนอยู่แถวๆนี้ตลอดเวลา
จนเพื่อนที่รับฝาก ต้องมาจัดอาหารให้ที่หน้าบ้านอย่างที่เห็น..
เลยต้องออกไปตะโกนเรียก เดี๋ยวเดียวก็เดินมา ส่งเสียงแว๊วๆ  เลยต้องโอ๋กันเป็นการใหญ่
โถ..โถ..แม่เจ้าประคุณ !!

ฉันและเพื่อนที่ห้องประวัติศาสตร์(พันทิบส์) ก็นัดเจอกันค่ะ พบกันยามค่ำๆที่สนามไดร์ฟกอล์ฟปราโช ใกล้ๆบ้าน
เผอิญว่า เพื่อนคนหนึ่งได้รู้จักกับสำนักพิมพ์ที่เขาเอาเรื่องสัพเพเหระของฉันไปพิมพ์ขายเมื่อสองปีก่อน
ในยามโน้นหนังสือพ๊อคเก๊ตบุคส์นั้น กำลังนิยมชื่อเรื่องแรงๆ เช่น ผู้ชายเลวกว่าหม...อะไรทำนองนั้น
ฉันก็เลยเกรงใจเขาน่ะค่ะ เพราะเรื่องของเรามันไม่ได้เด่นดังอะไร...ไม่เคยคิดถึงเรื่องเงินเรื่องทอง
แต่..คราวนี้คุณสื่อศิลป (เพื่อนที่ว่า) เขาท้วงฉันว่า พี่..สนพ.โทรมาหาผมว่า ถ้าเจอกับพี่ก็บอกให้ไปรับเช๊คได้แล้ว เขาเตรียมไว้ให้แล้วเดี๋ยวจะหมดอายุซะก่อน (คือว่าเขาเผอิญรู้จักกัน เพราะเครือข่ายงาน)
คำว่า"หมดอายุ" ทำให้ฉันต้องถ่อสังขารไปที่สนพ.ที่บางบอนในวันรุ่งขึ้น ไกลมากค่ะ ค่าแท๊กซี่ตั้งหลายร้อย
พอไปถึง..เราก็นั่งคุยกันสักพัก จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีนำเช๊คมาให้เซ็นรับ
ซึ่งฉันก็เปรยหางๆตาไปมอง ปากก็ขยับจะบอกว่า
ถ้าขายหนังสือไม่ได้ ก็ไม่อยากรับค่าตอบแทนเลยจริงๆ
แต่ตัวเลขที่เห็นตรงหน้านั้นเล่นเอาต๊กกะใจเพราะมันหลายหมื่นโขอยู่นะ..
วุ๊ยย....5 % ของค่าลิขสิทธิ เป็นเงินกว่าครึ่งแสนเนี่ยะ..แม่เจ้าโวย....??
คิดพลาง..ความงกก็เข้าควบคุมจิตใจ ฉันรีบตะครุบปากกามาเซ็นชื่อแกร๊ก..พับเช๊คใส่กระเป๋าด้วยใบหน้ายิ้มละมุน
โดยไม่ลืมย้ำเล็กๆก่อนลาจากว่า
"หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกันอีกนะค้าาาา..."


พอรับเช๊คมาหมาดๆ..ก็ต้องไปเปิดบัญชีธนาคารไทยซะทีนะคะ เพราะ ไม่เคยมีกะเขาเลย
วันรุ่งขึ้นก็รีบจรลีไปแบ๊งค์ที่ใกล้บ้าน..เมื่อยามที่พนักงานถามหาหลักฐาน
ฉันมีแค่พาสปอร์ต ซึ่งนำมาใช้เป็นหลักฐานไม่ได้(แปลกแต่จริง)
เป็นอันว่า..วันนั้นไปอย่างเสียเที่ยว
ฉันต้องไปอำเภอเพื่อต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนที่ขาดไปตั้งแต่ปีมะโว้ที่เขตหลักสี่ซะก่อน
เก๊าะ..ต้องรอไปในวันรุ่งขึ้น..
    
ที่เขตหลักสี่..สถานที่โอ่โถง..มีการแจกหมายเลขเพื่อเข้ารับบริการ โดยจะแสดงบนแผ่นป้ายไฟฟ้า พร้อมทั้งบอกว่า เราจะต้องไปโต๊ะไหนที่มีด้วยกันเรียงรายนับสิบโต๊ะ
รอแป๊บเดียวเองค่ะ ก็ถึงคราวของฉันที่ต้องไปที่โต๊ะเบอร์ 10   แต่ฉันก็ละล้าละลัง เพราะ โต๊ะ 10 ที่ว่านี่
ยังมีผู้เข้ารับบริการคนก่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่อยู่ข้างหน้าเจ้าพนักงานเขต 
ความเงอะงะของฉันที่เอง..เจ้าพนักงานหญิงจึงเงยหน้ามาดู พร้อมทั้งยื่นมือออกมาทำนองว่าให้ฉันส่งเอกสารให้
นั่นเท่ากับว่า..เราต้องส่งเอกสารข้ามศรีษะคนที่กำลังนั่งอยู่
ฉันจึงจำเป็นต้องกล่าวคำขอโทษคุณคนนั้น..ก่อนที่จะยื่นส่งให้แบบแอบๆซุกไปทางด้านรักแร้ของเขา
แต่เจ้าหน้าที่..ไม่ได้รู้สึกอะไรในความผิดปรกติของสีหน้าฉันเลยสักนิด
เธอทำงานของเธอโดยการพลิกเอกสารตรวจดูไปมา
ก่อนที่จะบอกให้ฉันเขยิบไปยังโต๊ะเบอร์ 11 ที่ตั้งถัดไปใกล้ชิดแบบระยะเผาขน..

โต๊ะเบอร์ 11 เป็นหญิงสาววัยยี่สิบกลางๆ ท่าทางง่วงงุน
ผมเผ้ารุงรังไม่เรียบร้อย สรวมเสื้อแจ๊กเก๊ตตัวโคร่งท่าทางหนาวจัด..เธอไม่มีงานทำเพราะ เธอกำลังนั่งตัดเล็บแบบเมามันส์
     
เนื้อที่บนโต๊ะนั้นว่าง..ไม่มีเอกสารใดๆเลย
นอกจากเครื่องอะไรบางอย่างที่เหมือนกับเครื่องเหลาดินสอตั้งอยู่อันเดียว
ไม่มีการทักทายใดๆ..เธอบอกให้ฉันเอานิ้วโป้งมือขวาไปวางบนเครื่องที่ว่านั่นแบบเนือยนาย..ไม่สบตา
ซึ่งบัดนี้ก็ได้ทราบว่ามันเป็นเครื่องตรวจลายนิ้วมือ
เธอไม่ได้มองหน้าฉันด้วยซ้ำ เพราะสายตาของเธอจับจ้องอยู่บนจอคอมพิวเตอร์
จากนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นมือซ้าย..
ใช้เวลาทั้งหมดประมาณว่าสิบนาที โดยที่ดอกพิกุลแห่งอัธยาศัยไม่ได้ร่วงจากปากของเธอเลยแม้แต่ดอกเดียว

แล้ว..ฉันก็ต้องไปที่โต๊ะเบอร์ 12 ที่ตั้งถัดไป อันเป็นว่า
เขาคือ..นายทะเบียน...ที่ตรวจเอกสารแบบพลิกๆ ไม่มีการทักทายอีกตามเคย..
เขาพูดขึ้นแบบห้วนๆว่า..มีบัตรอย่างอื่นอีกไหม?
ฉันก็ตอบว่า มีแต่พาสปอร์ตค่ะ
"งั้นก็ไปถ่ายเอกสารมา"  เขาพูดพร้อมชี้มือไปทางนอกห้อง ที่มีศูนย์ถ่ายเอกสารตั้งบริการอยู่
ฉันก็เดินออกไปจัดการตามนั้น..ในใจนึกว่า เอกสารไม่ครบแล้วทำไมผ่านเจ้าหน้าที่มาได้ตั้งสองคนฟะ..
กลับมา..ก็มายื่นให้กับ ช่อง 12 เช่นเดิม คราวนี้เขาว่า
"เอาค่าปรับมาร้อยนึง" ทีนี้สำนวนแบบกันเอ๊ง กันเอง
ราวกับเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่ครั้งไหน

ฉันควักให้ตามนั้น เขาก็ส่งฉันไปช่อง 13 อันเป็นช่องถ่ายรูป ที่มีผู้ชายนั่งอ่านหนังสือแคทตาล๊อคกล้องอยู่
คนนี้ เป็นคนเดียวที่ทักทายพร้อมยิ้มแย้ม บอกว่า เชิญทางนี้ครับ  ถอดรองเท้าก่อนนะครับ..
ฉันก็ทำตาม..พร้อมกับเดินไปยืนบนรอยเท้าสีแดงที่เขาวาดไว้บนพื้นอันเป็นมาตรฐาน
    
แต่..ผู้ถ่ายภาพคือสาวผู้ช่วย เธอบอก เอียงซ้ายนิดค่ะ พี่ หันมาทางขวาอีกนิ๊ด ก้มหน้าหน่อยค่าาา..หันมาดูที่มือนี้นะคะ ค่า..ค่า...อย่างนั้นละค่าา..
แช๊ะ..!!

ต่อมา..ก็ต้องไปที่โต๊ะ 14 เพื่อขอรับบัตร  เจ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคน ส่งบัตรให้พร้อมทั้งถามว่าจะซื้อซองพลาสติกใส่ไหม
บนโต๊ะของเธอมีกล่องกระดาษเก่าๆที่เขียนไว้ว่า
ซองพลาสติคอันละ 5 บาท
ฉันก็ใส่เหรียญ 10 บาทไปรวมกับเหรียญอื่นๆที่มีกองอยู่ในกล่องแล้วหยิบมาซองที่ว่านั่นมาสองซอง
แค่เนี้ยละค่ะ เสร็จแล้ว สำหรับการเป็นประชาชนไทยเต็มขั้นของฉัน..
ไชโย  ไชโย๊...!! 



Edited by Blue Lotus - 12 Oct 2012 at 10:50
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 08:36 - IP: 74.95.201.249 IP Information
จากนั้นก็ไปเปิดบัญชีธนาคารให้เสร็จสิ้นเสียในวันเดียว
เพราะเคยตั้งใจไว้นะค่ะ ว่าจะส่งเงินไปช่วยกิจกรรมที่ประทับใจเช่น ห้องสุนัข(พันทิพ) จะมีชายหนึ่ง นามว่า มีนะกะกาโม่ ที่ไม่ว่าใครจะร้องทุกข์มาว่าไปเจอสุนัขบาดเจ็บที่ไหน คุณมีนะฯจะรีบนำรถไปรับมารักษาแทบทุกครั้ง รักษาไม่รักษาเปล่า เธอยังถ่ายรูปมาให้ดูกันว่า หายดีแล้วตามขั้นตอน
จากนั้นเธอก็หาบ้านที่ปลอดภัยให้พวกสุนัขพวกนี้ละค่ะ จนดูเหมือนว่า  คุณมีนะฯคือฮีโร่ของฉันคนหนึ่ง
เลยโทรศัพท์ไปบอกว่า ขอเบอร์บัญชี จะโอนเงินไปให้เป็นการ"เติมพลัง" ในการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์
คุณมีนะฯก็ขอบคุณมาอย่างใหญ่โต
ทั้งๆที่ค่าของมันไม่ได้มากมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับความเสียสละตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเธอเลยสักนิด

(หมายเหตุ..ล่าสุดมานี่  ก่อนคริสมาสต์ไม่กี่วัน คุณมีนะได้รับแจ้งว่า มีสุนัขถูกรถทับจนตาถลนออกมา เธอก็รีบไปนำมันเข้ามาผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย ขอให้คุณเจริญๆนะคะ)

ก่อนที่จะจรลีไปหัวหิน ไปเล่นกอล์ฟกันที่สนามงู ก็ได้มีการนัดทำ wine tasting แบบไม่ต้องรู้ว่าเป็นไวน์อะไร ทุกขวดจะห่อฉลากไว้หมด..
แขกที่มาว่างมาคือ ป๋าชช. ที่มาพร้อมกับน้องชายผู้มีพระคุณ คุณธอมัสและเพื่อน คณะคุณสื่อศิลป ลุงทีและภรรยา
คุณหมอฮาฮายี
ฉันรีบกลับออกมาจากสนามกอล์ฟก่อน เพื่อที่จะไปเตรียมอาหาร กับแกล้ม และไปจัดสถานที่ ที่เราตกลงใช้ที่สนามไดร์ฟปราโช ใกล้บ้านนั่นเอง
อ้อ ใกล้สนามบินด้วย เพราะป๋าแกต้องไปส่งเมียขึ้นเครื่องกลับไปทำงานก่อน..
ด้วยเวลาเพียงเล็กน้อย ฉันจัดแจงหั่น salame ที่นำติดตัวมาให้เป็นชิ้นบางๆเรียงใส่จาน
แล้วมาปรุง salsa เพื่อที่จะจิ้มกับ Tortilla chips ในสไตล์เมดิเตอเรเนียน
จัดเนยแข็งนานาชนิด ประเภท Brie และ Gouda ไว้เรียกน้ำย่อย
แก้วไวน์ก็ต้องหอบไปเองสามโหล เพราะ ที่ร้านเขาบอกว่า มีเพียงไม่กี่ใบ
ไปถึงฉันก็จัดเรียงอาหารวางบนโต๊ะ..จัดจานเองอีกด้วย
วางแก้วไวน์ไว้บนตำแหน่งขวาคนละสองใบ พร้อมกับถังน้ำ
เปล่า (ก็ถังที่เขาเอาไว้แช่ไวน์นั่นแหละ เพียงแต่เราเอามาเพื่อใช้เป็นที่เทน้ำล้างแก้ว)
เด็กเสริฟ ทำสีหน้างงๆ สงสัยว่า จะดื่มไวน์แดงกันยังไงฟะ
ไม่ช่ง ไม่แช่..ไม่เคยเห็นวุ๊ย..
เมื่อเสร็จสรรพ..ฉันก็เปิดไวน์ทุกขวด ให้เนื้อไวน์มีโอกาสสัมผัสอ๊อกซิเยน
แล้วก็นั่งรอเหยื่อ ที่ทะยอยกันเข้ามาทีคนสองคน..

เพื่อนๆทุกคนสนุกมาก ต่างพากันหอบไวน์มาลองด้วยคนละขวดสองขวด ที่ฉันต้องเอามาห่อก่อนเสริฟ
บอกใบ้ให้ทราบว่า มีไวน์ชั้นเลิศ ชั้นปานกลาง ชั้นห่วยแตก
ลองชิมกันดูก็แล้วกัน ลางเนื้อชอบลางยา..
อย่าไปยึดติดที่ยี่ห้อ ชอบตัวไหนก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล
ที่หน้าทุกคนจะมีกระดาษที่ฉันเตรียมไว้ให้คนละแผ่นพร้อมดินสอ สำหรับจดเปรียบเทียบรสกันลืม..
งานนี้เรียกเอาลูกค้าคนอื่นๆในร้าน ต่างสนใจพากันเอียงตามอง..
ฉันเลยยกไปให้ชิม..พร้อมทั้งเล่าความเป็นมาของปาร์ตี้นี้ด้วย คุณสองคนนั่นพลอยนึกสนุกไปด้วย ร่วมติชมนิดหน่อยเหมือนก๊านน...
สนุกดีค่ะ..ที่เห็นป๋าชช. หันกลับมาสนใจในรสเมรัยอีกครั้ง
ส่วนฉันแทบไม่ดื่มเลย เพราะ แค่เล่ามาก็เหนื่อยจะตายหง่าอยู่แล้ว แต่หูคอยฟังเพื่อนวิจารณ์ ชื่นชมในขวดที่ตัวเองชอบ..

สรุปว่า..ไวน์แบบดื่มได้ ถ่ายสะดวก ราคาพอประมาณ เป็นที่นิยม ส่วนไวน์ชนิด Grand Cru ชั้นเลิศจากฝรั่งเศสนั้น มีคนทักว่ามีกลิ่นสาบ(ประเภทดินชื้นๆ) นิดหน่อย..มีคนให้คะแนนนิยมเพียงสองคน..
ส่วนไวน์ห่วยแตก..ไม่มีใครชอบเลย (ค่อยยังชั่ว เพราะไปจิ๊กมาจากบนสายการบิน JAL ตอนขามา เป็นไวน์แดงแบบ
ใช้ชื่อหรูภาษาฝรั่งเศส แต่..จุกแบบบิดเกลียว)

ก็เลยเฉลยไปว่า ไวน์ดีๆมักมีกลิ่นแปลกๆ เพราะสภาพของการเก็บที่มักอยู่ในเซลล่าร์เก่ามีอายุหลายร้อยปี เขาจะรักษาอุณหภูมิให้อยู่นิ่งเป็นการถนอมเนื้อไวน์ และ เรื่องกลิ่นและรสจะเปลี่ยนไปตามสภาพของเวลาการทำปฏิกิริยากับอ๊อกซิเจน ไวน์ดีๆมักจะต้องเปิดทิ้งไว้ก่อนดื่ม
ประมาณชั่วโมงหรือกว่านั้น และยิ่งดื่มไปรสชาติจะเปลี่ยนเป็นนุ่มขึ้น นุ่มขึ้น กว่าจะหมดขวดจะได้อารมณ์หลากหลาย เพียงแต่เราต้องจิบดื่มด้วยการวางหัวใจที่ปลายลิ้น..
(เขียนไปได้งัยวุ๊ยเนี่ยยย..)


จากนั้นก็ไปหัวหิน เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ชอบทำตัวเป็นภาระ
จึงสะพายถุงกอล์ฟขึ้นแท๊กซี่ให้ไปส่งที่รถขนส่งปรับอากาศสายใต้ ค่าแท๊กซี่ ร้อยหกสิบ
จากบ้านไปขึ้นรถไปหัวหิน แค่ 128 บาทเอง สามชั่วโมงกว่าๆก็ถึง
ไปพักที่บ้านญาติ..ใกล้กับโรงพยาบาล ซาน เปาโล
ไปครั้งเนี้ยะ..เพื่อที่ว่าก่อนวันคริสมาสต์ ปีใหม่อยากเลี่ยงการจราจรโดยการไปอยู่ชนบทไกลๆ
และไปดูคอนโดที่ซื้อไว้ด้วย นี่คือครั้งแรกที่จะไปเห็น(ตอนที่เซ็นสัญญาเป็นของเราเรียบร้อยแล้ว)นี่แหละ
เคยมาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่งแบบว่าแป๊บเดียว เพราะเจ้าของเก่ายังขนของออกไปไม่เสร็จ ครั้งนั้นมาดูเป็นพิธีแบบว่าไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพราะนัดป๋าชช. กับท่านภูเก็ตหนึ่งตีกอล์ฟ อารมณ์วันนี้ดีเป็นพิเศษ เพราะได้คอนโดถูกใจ

เคยเล่าไว้แล้วว่า ฉันตัดสินใจซื้อจากการดูประกาศขายในเน็ทความจริงนะ ฉันเป็นคนที่ซื้อของอะไรง่ายๆ เพราะมีคติประจำใจว่า พอใจจะซื้อก็ซื้อ คำว่าพอใจนี่หมายถึง  ชอบใจวิวและราคาที่พอสู้ได้ ก็โอเช..
พอไปดูเข้าจริงๆ โอ้โห..สวยงามมาก หมายถึงสภาพโดยรอบที่อยู่ริมหาด บรรยากาศสงบเงียบเหมือนโรงแรมชั้นดี สระว่ายน้ำใหญ่โต สะอาดสะอ้าน
ยามรักษาความปลอดภัยพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง 
สภาพในห้องยังต้องไปแต่งเอง เพราะ ยังโล่งๆ แต่ที่สำคัญคือ วิวทะเลร้อยเปอร์เซ็น แบบว่านอนดูจากเตียงได้เลยไม่ต้องชะโงก
ฉันดีใจจนเนื้อเต้น มีคามรู้สึกเหมือนถูกหวย 
ญาติพี่น้องที่ตามไปดูถึงกับอ้าปากค้าง ต่างข้องใจว่า
นังนี่มันบังอาจสั่งซื้อคอนโดข้ามประเทศ(โดยไม่ได้ดูเนี่ยนะ) แถมยังได้ของดีอีกต่างหาก
ญาติผู้พี่รีบมากระแซะ บอกว่า
"ถ้าตะเองยังไม่คิดมาอยู่..ขายต่อเค้าม๊า..ให้กำไรอีกสามแสน เอาป่ะ?"
ฉันอดกลั้นหัวเราะไม่ได้ ก่อนที่จะปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิดแม้แต่นิดเดียว
งานใหญ่ต่อมา คือ การที่ฉันจะต้องพบปะหารือกับช่างก่อสร้างในการที่จะเปลี่ยนจากพรม(ที่ปูไว้ให้)
มาเป็นการปูพื้นไม้ปาร์เกต์ พร้อมทำห้องน้ำใหม่อันเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ฉันมักพิถีพิถันมากกว่าเรื่องที่ซุกหัวนอน
อ้อ..เรื่องไฟอีกด้วย เกลียดนักเชียวพวกไฟนีออนเนี่ย..!!

วันคริสมาสต์..ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายตั้งแต่หลังอาหารกลางวัน ที่ดันสวาปามเข้าไปหลายขนาน พอตกค่ำเข้าก็รู้สึกวิงเวียน พะอืดพะอม ท้องใส้ลั่นโครกคราก 
จากนั้นไม่นานทุกอย่างก็ออกมาหมด
ท้องเสียไม่หยุด นั่นคืออาการของอาหารเป็นพิษแท้ๆ 

ยามีกี่ชนิดฉันล้วงมากรอกหมด แต่..เล่นเอาสะบักสะบอมไปจนถึงเช้า สายๆของวันรุ่งขึ้น  ค่อยมีอาการดีขึ้น แต่เนื่องจากไม่ได้นอนทั้งคืนจึงหลับแบบไม่สนใจโลก 
สักพักพอรู้สึกขยับตัวได้ก็คว้าโทรศัพท์ไปคุยกับป๋าชช.(เพื่อนเลิฟ)ที่อยู่ที่ภาคใต้จังหวัดสตูล
เสียงป๋าไม่ค่อยดี ผ่านไปสักสองสามประโยค ป๋าถามฉันว่า นี่ไม่ได้รู้อะไรเลยเหรอเธอ..?
"มีรัยเหงอ?" เสียงฉันยังงัวเงีย
"ที่ภูเก็ตกำลังยุ่งอิ๊บอ๋า..คลื่นยักษ์ถล่มเข้ามาในฝั่งว่ะ
เห็นว่านักท่องเที่ยวตายเป็นร้อย"
"เฮ้ย..ถามเจง เกิดขึ้นเมื่อไหร่?" คราวนี้ฉันตื่นตาโพลง
รีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งฟัง

ทางป๋าก็เล่ามาฉอดๆ ว่า พยายามติดต่อกับภรรยาที่ทำงานอยู่ที่ภูเก็ตจึงได้ข่าวมาอย่างกระท่อนกระแท่นเพราะการสื่อสารติดขัดไปหมด  พร้อมบอกให้ฉันรีบเปิดทีวีดู
ตอนนั้นในข่าวโทรทัศน์ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามาก ข่าว(ด่วนสรุป) บอกว่า
มีผู้เสียชีวิตแค่จำนวนร้อยเอง ส่วนฉันนั้นนึกภาวนาคุณพระคุณเจ้าแล้ว เพราะ ค่อนข้างจะทราบดีเรื่องของ
Tidal wave ว่ามันร้ายแรงเพียงใด
ในอเมริกาจะมีการซ้อมเตือนภัยเสมอในแถบพื้นที่ที่ใกล้ทะเล และถ้ามีขึ้นจริงๆจะมีการเตือนล่วงหน้าให้อพยพผู้คนออกจากพื้นที่
ฉันนั่งเฝ้าจอทีวีแบบไม่กระดิก 

ทันใดนั้น...... 

สายตาก็ประสบกับตัววิ่งใต้ข่าวที่เขียนประกาศว่า..คุณพุ่ม เจนเซน พระโอรสในทูลกระหม่อมฟ้าหญิงอุบลรัตน์ได้หายไปในขณะที่เกิดเหตุคลื่นยักษ์ถล่ม
ใจหายแว๊บบบ..เจ้าประคุ๊ณ ขอให้ท่านรอดปลอดภัย
แต่ใจหนึ่งฉันก็เชื่อว่าท่านต้องไม่เป็นอะไร เพราะเท่าที่ทราบและที่เคยเห็น ท่านมักมีองครักษ์รายล้อม


พวกเขาคงไม่ปล่อยให้ท่านเป็นอะไรไปน่า..เน๊อะ..?? 

Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 08:44 - IP: 74.95.201.249 IP Information
ข่าวออกมาซ้ำๆซากๆในวันนั้น คืบหน้าคือ หกจังหวัดด้านทะเลอันดามัน  ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ระนอง ตรัง ต่างก็ประสบเคราะห์กรรมกันถ้วนหน้า ยังไม่นับเกาะเล็กเกาะน้อยรวมทั้งเกาะพีพีที่ขึ้นชื่อก็เละเทะไปด้วย

วันรุ่งขึ้น จึงได้ทราบว่า ความเสียหายนั้นมากมายเหลือคณานับ
ทั้งชีวิตคนและทรัพย์สิน โศกนาฎกรรมของการพลัดพรากใหญ่หลวงนัก ลูกน้อยโหยหาพ่อแม่ และในทางกลับกัน
พอตกบ่ายจึงได้ทราบข่าวร้ายว่า .. คุณพุ่มได้ถึงแก่อนิจกรรม
จากนั้นข่าวก็เริ่มมาเป็นระลอกถึงความเสียหายในที่ต่างๆ  ศพนักท่องเที่ยวและชาวบ้านต่างก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ นับร้อย นับพัน..

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงประทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นจำนวน 30 ล้านบาท  สมเด็จพระเทพฯทรงโอนเงินจากบัญชีอื่นที่มีค้างในการช่วยอุทกภัยคราวที่แล้วอีก 20 กว่าล้าน รวมแล้วน้ำพระทัยครั้งนี้กว่า 50 ล้านบาท
ท่านนายกฯรีบลงมาจากการประชุมที่อิสานมายังพื้นที่ประสบภัยด่วน ฉันก็ให้นึกนิยมท่านนักในการคิดไว ทำไว ของท่านครั้งนี้  ท่านนายกได้แสดงความเป็นคนมีสปิริต(ของคนมีกะตังค์)อย่างแท้จริง
เพราะ ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน  ในขณะที่ทุกคนไม่มีอะไรเหลือติดตัวแม้แต่เสื้อผ้านั้น สิ่งเดียวที่สำคัญคือ
เงินสำรอง เสื้อผ้า อาหารแห้ง น้ำดื่ม..
นายกแก้ปัญหาตรงนี้แบบเร็วทันใจ ในการจัดงบพิเศษด่วนสั่งจ่ายเงินทดรองและอำนวยความสะดวกอื่นๆให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อให้เดินทางกลับไปยังมาตุภูมิอย่างเรียบร้อยปลอดภัย
นอกเหนือไปจากการสั่งจัดงบพิเศษสำหรับกู้ภัย รักษาพยาบาล..แบบด่วนจี๋
ไม่ต้องคอยให้รับ"รายงาน"ก่อนจากใครๆ
 
ประชาชนคนไทยต่างร่วมมือร่วมใจกันเทไปสู่ภาคใต้อย่างชนิดไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์
ภาพในจอทีวีที่เห็นทุกวัน นับจากวันที่เกิดเหตุนั้น น่าประทับใจเหลือเกิน
เพียงแต่ประกาศต้องการเลือด..ผู้คนต่างไปเข้าแถวรอนานนับชั่วโมง..เพื่อที่จะไปบริจาค


คุณแดง..ช่องเจ็ดสี  บริจาคก่อนใคร 10 ล้านบาท
(ในที่สุดช่องอื่นๆก็ต้องออกมาให้เท่าๆกัน)
ประเทศในเครือสหประชาชาติต่างก็ช่วยบริจาคทั้งทรัพย์สิน สิ่งของ หน่วยแพทย์พยาบาล หน่วยกู้ภัย(ทั้งสุนัขและคน)รวมแล้วหลายสิบประเทศ
ส่วนพี่เอื้อยอเมริกา นายจอร์ช บุช ดันมีอาการเหนียมๆอายๆ จดๆจ้องๆอย่างไรพิกล จนถูกรุมประนามจากนานาประเทศว่า "ขี้เหนียวชิ๊.."

สมเด็จพระเทพฯทรงงานทุกวันทางด้านสภากาชาด
ถึงกับทรงจัดส่งอีเมล์ส่วนพระองค์ไปทูตในประเทศต่างๆเพื่อขอความช่วยเหลือในด้านเลือดกรุ๊ปพิเศษ
สำหรับชาวต่างชาติ นั่นคือ กรุ๊ป RH negative ซึ่งนี่ก็คือ ปัญหาหนึ่งของสื่อ
เพราะ ฉันดูและฟังข่าวจากหลายๆช่อง บางช่องก็บอกว่า เป็น RS neg.
เลยไม่รู้ว่าเป็นตัวไหนกันแน่ เลยต้องไปดูช่องของข่าวฝรั่ง เลยได้ใจความว่าเป็น RH แน่นอน

ก็เพราะความไม่รู้หรือเชื่อมั่นว่าว่าตัวเองรู้นี่แหละ  ทำให้ข่าวของไอทีวี ที่มีโฆษกหญิงเชิญฝรั่งมาสัมภาษณ์ด้วยภาษาอังกฤษ และใช้รูปประโยคผิดเพี้ยน ราวกับภาษาฝรั่งแนวพัทยา
เธอถามด้วยเสียงสูงอย่างมั่นใจว่า.."You lost your passport?" และ ยังอีกหลายประโยคที่มั่วนิ่มแถมตอนท้าย..
คือว่า ฝรั่งคนนี้เขาเช่าจักรยานยนตร์ ซึ่งเกิดเสียหายในขณะที่คลื่นยักษ์เข้ามา เจ้าของมอเตอร์ไซค์ต้องการค่าทดแทนถึง 45,000.00 บาท คุณเธออ่านจำนวนเงินว่า
Forty five thousand hundred Bahts !
สรุปว่า ยังอ่านเรียงเลขทศนิยมไม่เป็น ..แม่หนูเอ๋ยยย..

ไอ้ที่มาติงเนี่ยนะ..ไม่ใช่ด้วยเจตนาจะแสดงภูมิเลยสักนิด แถมจะสารภาพด้วยว่า ฉันเองนี่แหละ ตัวดีนักเชียว ไอ้เรื่อง(เคย)ใช้ให้มันวิบัติเนี่ย
เพราะความสะดวกสบายปาก พูดไปแล้วก็ไม่เห็นมีใครเขาว่าไรนี่..
แถมยังเข้าใจเป็นดิบดีซะอีก 
คือว่าภาษาไทยเรานั้นไม่ต้องมาสร้างรูปแบบประโยคสลับไปมาให้วุ่นวาย 
ยกเสียงสูงให้เป็นเป็นคำถาม พร้อมทั้งท่าท่างเลิกคิ้วหลิ่วตาซะหน่อย
เดี๋ยวก็ได้คำตอบเองแหละ..

แต่ยามที่มาแต่งงานกับฝรั่งที่ค่อนข้างเคร่งครัด..ต้องปรับตัวใหม่หมด เพราะเขาไม่ยอมให้"หลุด"ออกไปได้ ท้วงเสมอ อันไหนไม่รู้ ไม่แน่ใจก็สอนให้
เขาว่า..ที่น่าตำหนิที่สุดคือ
"สำหรับสิ่งที่รู้ เคยเรียนมาแล้ว ทำไมถึงยังปล่อยให้ผิดๆอยู่เล่า ไม่เสียดายเงินทองที่เอามาเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา
เร๊อะ?"

เพล้งงงงงงง....หน้าแตกกระจายยยยย...!!!


ไอ้เรื่องภาษาฝรั่งนี่ ตอนนี้มันระบาดไปทั่วจริงๆ
ขนาดฉันเองยังงงเป็นไก่ตาแตก  อย่างพวกป้ายขนาดยักษ์ตามทางที่เขาเรียกว่า "คัทเอ๊าท์" เนี่ยย อ่านไปก็ต้องแปลกลับไปมาจึงจะเข้าใจนะ
ตัวอย่างเช่น..หมู่บ้านสันติสุขวิลล่า บ้านสวย  ทำเลใหม่ ฟังค์ชั่นใหม่ พร้อมเฟอร์อิตาลี  (ไหน..ใครเก่ง..ช่วยมาแปลให้หน่อยซิ)
หรือไม่ต้องภาษาอังกฤษละ เอาภาษาไทยนี่แหละ
เป็นป้ายขนาดใหญ่ของทหารตั้งอยู่บนถนนจรัลสนิทวงค์
(ประมาณว่า)ว่า..ทางกองทัพ..กำลังจะเร่งดำเนินการขุดลอกคลองระบายน้ำให้แล้วเสร็จ ภายในเดือน...ปี..ตามคำบัญชาของพณ.ท่านนายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

ทำไมต้องใช้คำว่า "ตามคำบัญชา"..ฟังแล้วมันจั๊กกะจี้
จั๊กกระเดียมในหัวใจอย่างไรไม่รุ 
รู้สึกเหมือนยังอยู่ในยุคที่ยังไม่ได้เลิกทาสเลยเชียว
ภาษาไทยนั้นเป็นภาษาที่มีวิญญาณที่ผู้ใช้สามารถเล่นบทบาทได้สารพัด จะให้รัก เกลียด หมั่นใส้ ใยดี  ห่วงหาอาทร
มันจะเป็นไรเล่าถ้าจะเปลี่ยนจากคำว่า ตามคำบัญชา มาเป็นว่า ตามเจตนารมย์ หรือ ตามนโยบายปรับปรุงภาวะแวดล้อม อะไรทำนองนี้..
เดี๋ยวผู้คนจะหมั่นใส้ท่านนายกฯไปซะปล่าวๆปลี้ๆ  จริงป่ะคะ?

ไหนๆพูดแล้วก็จะแถมให้เผื่อใครจะเข้ามาอ่าน..คำว่า"ตามคำบัญชา" หรือ "ตามบัญชาของ.."นั้น มีใช้อย่างเกร่อสองสมัย หนึ่งคือ สมัยจอมพล. ป. พิบูลสงคราม ที่ต้องใช้เช่นนั้น เพราะว่าบ้านเมืองอยู่ในยุคของกรณีพิพาทอินโดจีน
ที่เรากำลังอยู่ในระยะหน้าสิ่วหน้าขวานของการศึกเพื่อแย่งชิงดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงคืนจากฝรั่งเศส อันจัดว่าเป็นยุคของการกึ่งเผด็จการเพื่อความอยู่รอด
อีกสมัยคือ จอมพลส. ธนะรัชต์ ที่บ้านเมืองอยู่ในระหว่างกฏอัยการศึก ล้มล้างโรงผิ่น (ว้า..อย่าเล่าเลย เดี๋ยวยาวววว)


มาอยู่ที่หัวหิน ก็คอยโอกาสที่จะคุยกับช่างน่ะค่ะ
ว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องของการตกแต่งคอนโด
วันๆก็นั่งอยู่หน้าทีวี คอยดูข่าวอย่างที่เล่ามา
พอว่างๆก็แว๊บไปดูรายการอื่นบ้าง เปิดไปเจอรายการทำอาหาร ชื่อว่า "ครัวคุณหรีด" เข้าพอดี
คุณหรีดนี่ นัยว่า เมื่อก่อนเธอคือ"คนสนิทที่รู้ใจ"
คนสุดท้ายของท่านนายพลอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชอบซิ่งมอร์เตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ
     
ก่อนคุณหรีดจะมาเข้าสู่วงจรชีวิตท่าน ท่านก็มีคุณตุ่น..
คุณตุ่น นี่คืออดีตคนจากแอลเอนี่ละค่ะ เป็นคนสวยน่ารัก มีเสน่ห์ พูดจาเก่ง และ เป็นคนเปิดเผยพอสมควร
ฉันเรียกคุณตุ่น ว่า ตุ่นเฉยๆ ส่วน ตุ่นเรียกฉันว่าพี่ค่ะ..

ความที่ตุ่นเป็นคนทันสมัย(เมื่อเกือบยี่สิบมาแล้วนี่แหละ)
ยามที่ไปไหนต่อไหนด้วยกัน พวกเพื่อนผู้ชายในก๊วนต่างแย่งกันนั่งข้างๆแบบแทบจะชกกันเลยเชียว 
พวกมันคอยประกบสายตาให้เข้าเฉียงไปทางรอยแยกของกระดุมเสื้อของตุ่นน่ะค่ะ ก็ หล่อนเล่นใส่ no bra ตลอดเวลา ใครเล่าจะไม่อยากดู ของสวยๆงามๆ...จิงป่ะ?

ตุ่นไม่ใช่คนเก็บตัวนัก ไม่ว่าไปไหนๆนักข่าวต่างก็รู้ดีว่า เธอเป็นใคร แถมยังช่วยลงข่าวกระพือวงการสะท้านเมียหลวงเข้าไปอีก
วันดีคืนดี..ก็มีโทรศัพท์ลึกลับมาหาถึงบ้าน
มีเสียงสตรีด่ากราดมาอย่างไม่ไว้หน้า หาว่าเจ้าของบ้าน(คือตุ่น)นั้นเป็น หญิงขายบริการ และผรุสวาทวาจานั้นยังมีอีกหลายขั้นตอน ไม่ได้จบลงแค่นั้น..

ตุ่นได้รับฟังอย่างใจเย็น มิได้ขัดจังหวะแต่ใด จนกระทั่ง
เมื่อทางฝ่ายโน้นเริ่มอ่อนแรง เธอจึงตอบกลับไปอย่างสุภาพว่า
"ถ้าคุณจะโทรมาผิดบ้าน..ลองเบอร์นี้ไหมคะ 222-2222 {ตี๊ต่างนะคะ}แล้วถามหาคนที่ชื่อ ..บุญ... ดูก็แล้วกัน"

ผลของการปะทะคราวนั้น ท่านของตุ่นรีบสั่งให้ตุ่นย้ายบ้านแทบไม่ทัน
เพราะท่านว่า เดี๋ยวก็มีปืนกลมายิงกราดหน้าบ้านเข้าให้หรอก !!


นี่คือ ส่วนหนึ่งที่ตุ่นเริ่มเซ็งกับความรักต่างวัย
และปลีกตัวออกมาจากวงจรชีวิตของท่าน จากนั้นไม่นานก็มีข่าวของคุณหรีดที่เข้ามาแทนที่
ก็ทราบว่า คุณหรีดคนนี้ได้อยู่กับท่านจนวินาทีสุดท้าย และ ได้ปะทะกับสถาบันเมียดั้งของท่านเดิมแบบยิบตาเช่นกัน..
แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว คุณหรีดคนนี้ก็ยังคงอยู่ในแวดวงสังคมที่อ่านพบได้บ่อยๆ จนกระทั่ง 
ฉันมานั่งดูวิธีการสาธิตทำอาหารของเธออย่างใกล้ชิดในจอทีวีเมื่อวันก่อนนี้แหละ

คุณหรีด..จะมาสอนทำ ซีซ่าร์ สลัด อย่างชนิดที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในโลก
เครื่องปรุงน้ำสลัดของเธอมีดังนี้ค่ะ
กระทียม (โอเค) น้ำมันพืช (น่าจะเป็นน้ำมันมะกอกมากกว่า)มายองเนส(จ๊ากก..) แคทฉัพ หรือ ซ๊อสมะเขือเทศ (โอ..มายก๊อด)
เมล็ดเคเปอร์ดองในขวด (เอามาทำไม?) น้ำส้มสายชูแดง (พอไหว แต่ไม่ถูกต้องนัก)
แล้วเธอก็ หั่นผักกาดแก้วหัวกลม (ซึ่งควรจะเป็น ผักกาดแก้วพันธ์โรเมน)
ใส่กาละมังกลมพักไว้
    
จากนั้นก็มาปรุงน้ำสลัดที่ดูไม่จืด นั่นคือ เธอควักกระเทียมที่สับแล้วก้อนใหญ่ใส่ในภาชนะ ตามด้วยการโปะมายองเนสอีกทัพพีใหญ่คนเข้าด้วยกัน ตามด้วยซ๊อสมะเขือเทศอีกสองสามพลั่ก..
คนไปคนมา ก่อนที่จะใส่เมล็ดเคเปอร์ดองอีกสองสามช้อน(แบบว่า ให้รู้ว่าพิเศษกว่าที่ไหนอื่น) แล้วเขย่าน้ำส้มสายชูลงไปอีก เป็นอันว่าเสร็จ
จึงนำไปคลุกกับสลัด ก่อนที่จะแต่งหน้าด้วย มะเขือเทศและใข่ต้มหั่นชิ้น

โอย..คุณหรีดอะไรเนี่ย...ท่าจะไม่เคยอ่านตำราเอาเสียเลยนะคะ เพราะ
ซีซ่าร์ สลัด นี้ถ้าจะเปรียบแล้วก็เหมือนกับเพชรเม็ดงามในหมวดหมู่ของอาหารประเภทสลัด เพราะมีชื่อเสียงขจรขจายไปก้องโลก
ในห้องอาหาร(ฝรั่ง)ชั้นดีแทบจะถือว่าเป็นศาสตร์และเป็นศิลปในการที่จะยกหรือเข็นรถมาปรุงกันต่อหน้าลูกค้า
ให้มันรู้ดีรู้ชั่วไปเลยว่า กุ๊กเขานั้นระดับไหน..
    
เครื่องปรุงที่สำคัญ นั่นคือ น้ำมันมะกอกอย่างดี  ใข่สด กระเทียม น้ำส้มสายชูหมักที่เรียกว่าบาเซมิค วีนีการ์
มะนาวสด พริกไทยดำแบบบดกันตรงนั้นสดๆ
เนยแข็งชนิดพาร์มาซานน์ขูดเป็นผงและที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือ ปลาเค็มเส้น ที่เราเรียกว่า แอนโชวี่
นี่ละค่ะ...
การปรุงคือ ใข่จะตอกลงและตีในภาชนะรูปกาละมัง (บางที่จะใช้ใข่ลวกแบบเหลวๆ)
ขณะที่ตีใข่นั้น จะมีการโรยน้ำมันมะกอกบางๆลงไปผสมเพื่อการฟูของใข่ จากนั้นก็มีการเหยาะเครื่องปรุงดังว่าทีละรายการ
ก่อนที่จะนำมาคลุกกับผักโรเมนที่เตรียมไว้ โรยด้วยเนยแข็งขูด 
แต่งหน้าด้วยปลาแอนโชวี่สักเส้นสองเส้น(บางที่ก็อาจบดหรือสับละเอียดผสมไปด้วย)
เคียงข้างด้วยมะนาวหั่นครึ่งลูก(ห่อด้วยผ้าขาวบาง)
ทานกับขนมปังฝรั่งเศสร้อน หรือ
ขนมปังกระเทียมก็ถือว่าเป็นอาหารในตัวของมันเองมื้อหนึ่งที่เลิศรสเลยเฃียว

ไม่มี๊.. ไม่มี มายองเนส หรือ ซ๊อสมะเขือเทศ
หรือถ้าคุณหรีดอยากจะทำแบบตามใจฉัน ก็ต้องไปตั้งชื่อใหม่ เพื่อคนจะได้ไม่สับสนปนเสียงนินทาตามไล่หลังมา
ฉันอยู่ในวงการนี้ค่ะ เลยต้องมาท้วงมาติงกันหน่อย
ไม่งั้นเดี๋ยวจะเลยเถิดกันไปยกใหญ่

 
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 08:50 - IP: 74.95.201.249 IP Information
ไม่กี่วันต่อมา..ไปเล่นกอล์ฟที่สนาม อิมพีเรียล เลควิว  ที่อยู่ในชะอำ
ก๊วนเราออกไปกันตั้งแต่แปดโมงเช้า อากาศดีไม่มีที่ติ สนามสวยแต่ไม่สนุก ที่ไม่สนุกเพราะมันยากเกินเหตุ ยากอย่างไม่มีเหตุผล เพราะไม่ว่าจะตีดีอย่างไร พอมาถึงกรีน..สามพัตต์นั้นเป็นเรื่องธรรมดา
ยิ่งเล่นยิ่งเครียด ขนาดเพื่อนร่วมก๊วนนั้นเป็นโปรท้องถิ่นถึงสองคน คือ โปรต่อย และ โปรชีพ ก็ยังอออกปากว่า
คนต่างถิ่นมักสาบส่งสนามนี้แทบทุกคนเชียวครับ..
     
ฉันก็เชื่อว่าจริง..เพราะถ้าจะให้กลับมาเล่น(ฟรีๆ)อีก ก็ไม่เอา ขอโบกมือลาด้วยความเข็ดหลาบกันตรงนี้เลย..

เล่นเสร็จ ก็ไปอาบน้ำ เพื่อที่จะขึ้นไปทานอาหารกลางวันที่คลับเฮ้าส์  พอไปถึงก็ปรากฏว่า มีทหารอยู่กันเต็มเดินกันพรึ่บพรั่บ มองไปที่จอดรถ ก็พบว่ามีรถที่ติดไซเรนอยู่บนหลังคาหลายคันจอดเทียบท่าอยู่
ต๊าย ตาย ต๊กกะใจแน่ะค่ะ  คิดว่ามีใครเกิดคิดการทำเอ๊กเซอร์ไซต์ขึ้นมา ก่อนการเลือกตั้งซะอีก
แต่พอมองไปรอบๆในห้องอาหารนั้นก็พบว่า
มีบุคคลสำคัญกลุ่มหนึ่งนั่งเป็น"ใข่แดง" บนโต๊ะใหญ่กลางห้อง  รอบๆตามโต๊ะเล็กโต๊ะน้อย นั่นก็คือ เหล่าทหารที่แต่งเต็มยศบ้าง ครึ่งท่อนบ้าง
อยู่ในอาการเตรียมพร้อมที่จะให้"บริการ" แก่เจ้านายตามคำบัญชา (ช๊อบ ชอบ คำเนี้ยะ)

ฉันก็เริ่มต้องทำตัวลีบ..พร้อมพรรคพวก เราค่อยๆเลี่ยงไปหาที่นั่งตามมุมแอบๆ  เหลือบตาไปมอง "ใข่แดง" ที่นั่งหน้าแป้นแล้น   แล้วก็ต้องร้องอ๋อ...
แหม..นึกว่าใคร..พี่บิ๊กต. คนดังนามสกุลเด่นนี่เอง..
อุตส่าห์..มาเล่นกอล์ฟถึงหัวหินแล้วยังไม่พ้นพวกพี่อีกนะ....
กรรมจริงวุ๊ย ตูเนี่ยยย...!!
อะไรไม่ว่า..ตอนที่ออกมาขึ้นรถ มองไปรอบๆ เจอเข้ากับรถราชการจากทุกหน่วยเหล่า เช่นหน่วยสารวัตรทหาร
ตำรวจท้องที่ ตำรวจทางหลวง มารวมชุมนุมกันอยู่ที่นี่ 
    
วันนั้นคือ วันพฤหัส..ไม่ใช่วันหยุด พวกพ่อคุณไม่ทำงานทำการกันหรืออย่างไร เอาเวลาราชการมาคอยดูแลคนเล่นกอล์ฟนี่มันไม่เข้าท่า..ประชาชนเขาต่างเอือมระอา
ส่ายหน้ากับระบบเฮงซวยนี่ รู้ตัวกันบ้างไหม?
    
หัวหิน.เป็นสถานที่ที่ต้องการการจัดระบบจราจรอย่างที่สุด 
ในท้องถนนคราคร่ำไปด้วยการขับมอร์เตอไซค์อย่างผิดกฏ
ใครใคร่วิ่งสวนทาง ก็ย่อมทำได้  ไฟเขียวไฟแดงแทบไม่มี  สัญญาณรถไฟในหลายๆที่ ไม่มีติดตั้ง นอกจากเอาเสามาปักตามสี่ต้น  ข้างทางรถไฟ
    
ตรงหน้าพระราชวังไกลกังวลแท้ๆ  ไม่มีความเข้มงวดในการใช้ความเร็ว  ฉันเห็นคาตา ว่า มีรถแข่งกันซิ่งมาแบบไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น !!

แหม..อย่าหาว่าจับผิดเลย แต่ฉันเนี่ย
น่าจะไปเป็นหมอดู..ทำนายอะไรมักไม่พลาด..เพราะกลับมาถึงบ้านหลังจากเล่นกอล์ฟในวันนั้น ก็หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน ในข่าวสด หน้าสี่ ข่าวสังคมก็เจอรูปหรา ท่านบิ๊กต. กำลังวาดวงสวิงกอล์ฟพุงโย้อยู่ที่สนามทหาร(อันเดิม)
ใต้ภาพ เขียนว่า...ท่านบิ๊กต. กำลังทำพิธีการเปิดการแข่งขันกอล์ฟ ที่จัดโดย ภรรยาแม่บ้านชมรม...( เดิมอีกแล้ว..เชื่อว่า งานนี้ราคาต่อก๊วนก็คงไม่หนี สามหมื่นอีกเช่นเคย) เพื่อหารายได้สมทบทุนให้แก่สภากาชาดไทยเพื่อร่วมเอาไปทำบุญกับผู้ประสบเคราะห์ภัยภาคใต้
ซึ่ง น่าจะเป็นข่าวของวันที่  4 หรือ 5  นี่แหละ 

เลยมานั่งเอาสมองอันน้อยนิดของฉันคิดดู ตามเหตุการณ์นะ ว่า..ท่านบิ๊กต. ผู้นี้  ท่านคงจะเอาดีทางกีฬาเป็นแน่แท้
หรือไม่งานของท่านก็คงไม่หนักหนาอะไร  ก้อท่านเล่นกอล์ฟแทบทุกวัน

แถมมีความสงสัยตามมาอีกนะ ว่า
แม่บ้านชมรมเนี้ยย..จัดแข่งกอล์ฟหาสตังค์อะไรได้ทุกบ่อย  โทรไปถามเพื่อน..มันก็บอกว่า
พวกเขาเอานามสกุลมาหากิน เพราะยังมีคนทำธุรกิจที่ไม่ฉลาดอีกมากที่ยังหวังอิงใกล้ชิด หรือ แค่ได้นามบัตรมาเหน็บติดกระเป๋าก็หรูพอใช้

อ๋อ...อย่างนั้นหรอกเหรอ ??

แต่ครั้นจะมานั่งคิดอย่างนั้น ความรู้สึกก็ออกพิลึกๆ เพราะ
ในหนังสือพิมพ์เล่มเดียวกันนั้น..ยังมีข่าวของคนต้องทำงานอย่างหนัก ในการกู้  การเก็บ  ร่วมน้ำใจกันถึงขนาดต้องใช้สัตว์ทั้ง ช้าง ทั้ง สุนัข
อีกทั้งภาคใต้ก็ยังมีการสังหารรายวัน..ล่าสุด ทั้งทหาร ทั้งตำรวจ ก็ต้องเอาชีวิตสังเวย..
ล้นเกล้าล้นกระหม่อมฯทุกพระองค์ต่างก็ไม่ได้นิ่งนอนพระทัย 
แต่ หนอยยย...คนที่รับภาษีราษฏรกลับไม่สนใจ นำพา  เอะอะก็จัดกอล์ฟ ขอสปอนเซอร์จัดของรางวัลมาล่อใจคนเล่น เข้าข่ายรีดไถเข้าไปทุกที

เพราะถ้าคนที่คิดจะช่วยสภากาชาดไทยเพื่อสึยามิจริงๆโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงแล้วนั่น เอาเงินไปบริจาคตรงๆที่สภากาชาดไทยก็ได้ ได้รับบุญเต็มๆไม่ต้องผ่านคนอื่น ฟังแล้วช่วยไม่ได้ที่จะเห็นว่า นโยบายปราบปรามคอร์รัปชั่นของประเทศไทยไม่มีวันสัมฤทธิผล
ถ้า..ระบบเอื้ออุปภัมน์นิยมยังไม่หมดไปจากคนมีสี..


หยุดไปทำข้าวต้มกินมื้อค่ำ ไม่ใช่รัยหรอก สองเดือนกว่าที่อยู่เมืองไทย กินแต่ข้าวเหลาหรือไม่ก็ตามคลับเฮ้าส์ทุกวัน
เบื่อจัง..ที่อเมริกานะ มีบะหมี่สำเร็จรูปรสเป็ดของเมียวโจ้ อร่อยมากขอบอกก..
แต่ที่เมืองไทยไม่มีขายเลยเชื่อม๊ะ..เดินหาทุกห้างแล้วด้วย
มีแต่มาม่าทุกรส พร้อม บะหมี่กุ๊งกิ๊งอะไรก็ไม่รู้
นี่คือผลพวงของการโฆษณาล้วนๆอิทธิพลของสื่อนี่ใหญ่ยิ่ง
คนที่จะสำเหนียกได้ตอนนี้ เห็นทีจะเป็น "ภราดร" ของเรา
ที่เพิ่งหลุดจากการเป็นพรีเซนเตอร์ของแบ้งค์กรุงศรีไปหมาดๆ น้องอุ๋ยมาแทนที่ ไม่เท่าไหร่เอ๊ง..แค่ 10 ล้านเบาะๆ
ความจริงนะ ฉันไม่เคยแคร์หรอกว่า จำนวนเงินบริจาคจะเป็นเท่าไหร่ จะหมื่นเดียว พันเดียว..มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล
แต่คนไทยนะ เราแปลกกว่าชาติไหนๆ เพราะเรานับความเอื้ออาทรในน้ำใจอันเป็นสิ่งตีราคาไม่ได้..
ยกตัวอย่างนะ พานทองแท้ รวยติดอันดับโลก ใครๆก็รู้
แต่พอเกิดเหตุ..เขาไปพร้อมๆกับเพื่อน จะไปดูเฉยๆหรือไปช่วยหยิบจับอะไรก็ช่างเถอะ บริจาคไปล้านเดียว
ไม่มีใครว่าอะไรสักคำ ทั้งๆที่เงินล้านเดียวของเขานั้นมันช่างน้อยนิด เมื่อเทียบกับน้ำหยดเดียวในมหาสมุทร

แต่ภราดร..กำลังยุ่งขิงกับการแข่งขัน เสียจนไม่มีเวลาที่จะสนใจโทรทางไกลมาถามไถ่ หรือ ส่งข้อความห่วงใยมาด้วยตัวเอง พร้อมกับโยนเงินมาหมื่นนึง กับถ้อยคำที่ฟังไม่น่ารักจากปากของผู้เป็นบิดา
คนไทยไม่ได้ต้องการเม็ดเงินตรงนั้น เพียงแต่ ถ้าเขาจะกลับมาเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันด้วยความอาทรจากใจที่ต่อเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติ ไปนอนให้เลือดสักสองสามขวด
เอาไม้เทนนิสออกมาประมูลอย่างที่ชาวบ้านชาวช่องเขาทำกัน แค่นั้นเอง..ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง

แต่ที่ประชาชน"เหม็น" นั่นคือวาจาที่ไม่เข้าท่าไม่กี่ประโยคของคนที่ไม่มองอนาคตข้างหน้า ที่ว่า ครอบครัวได้ใช้จ่ายเงินทำบุญประเภทซองกฐินปีนึงนับแสนบาท หรือ ทำหมื่นเดียวนี่ก็สมฐานะแล้ว..
แล้วเรื่องซองกฐินมันเกี่ยวอะไรกับการที่จะช่วยพยุงกำลังใจของภาคใต้ในระยะภัยพิบัติ
แล้ว ถามหน่อยเหอะ..บ้านไหนล่ะคุณในเมืองไทยที่นับถือศาสนาพุทธเนี่ย ที่ไม่ได้รับซองกฐินน่ะหือ..??


ฉันว่าคนอย่างฉันเนี่ยมีเยอะนะ..ที่นั่งดูทีวี พร้อมกับอ่านตัววิ่งตลอดเวลา รายนามผู้บริจาคง่ะ..
เพราะมีหลายชื่อที่อยากเห็น อยากลุ้นว่าจะมีหรือเปล่า?
เช่น..อาซ้อไฮโซ ที่ผันตัวมาเป็นดารา ชอบให้สัมภาษณ์ว่าเสื้อผ้าต้องยี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้ ใช้กระเป๋าใบละเหยียบล้าน
กับ แม่ละมุดมงคุดอะไรนั่น..เพราะแม่เพิ่งได้รับประกาศนียบัตร จากร้านเพชรชื่อดังว่าเป็น ลูกค้าดีเด่น..(หมายถึงซื้อหนักที่สุด)
ปรากฏว่า..ไม่มีชื่อฮ่ะ..ไม่มีแม้แต่นิด ตาฉันไม่ได้ฝ้าฟาง
จนสิบกว่าวันล่วงไปแล้ว แม่ไฮซ้อคนแรก รับพาช่างไปทำผมให้คุณหญิงพรทิพย์ พร้อมบริจาคเงินอีกนิดหน่อยแบบรวดเร็ว แต่ผลนั้น คือได้เป็นข่าว"กู้หน้า"ขึ้นมาหน่อย
เพื่อนฉันที่เป็นผู้สื่อข่าวอยู่ในพื้นที่ มันบอกว่า
"เบื่อชิ๊บ นังชะนีบ้ากล้องพวกนี้  เกาะติดรถโมบายยังกะปลิง แพนภาพไปที่ไหนแม่งมันวิ่งตามยังกะแมงวันตอมขี้" (นี่ถอดวาจาของจริงออกมาเต็มร้อยเลยนะคะ)

แหมถ้าพูดถึงพรีเซนเตอร์แล้วไม่พูดถึง เสธ.คนดังเห็นทีจะไม่ได้..คือว่า ฉันไปเล่นกอล์ฟที่สนามบูรพามาน่ะค่ะ
เขาว่าตอนนี้สภาพดีเยี่ยม ก็เลยเอาซะหน่อย..
ก็ดูว่าคลับเฮ้าส์ทำใหม่..สะอาดดี แต่โดยรอบๆนั้น เขามีการติดธงทิวปลิวไสว แบบป้ายเลือกผู้แทนน่ะค่ะ เป็นภาพของบุรุษหนึ่งใส่หมวก สวมแว่นตาดำสไตล์โจ๋ กำลังทำท่าชิพลูกขึ้นกรีน  ทำท่าระเบิดทราย..ทำท่ากำลังพัตต์
โอย..สารพัดท่า
แต่ไม่ว่าท่านจะใส่หมวก ใส่แว่นอำพรางอย่างไรก็เถอะ
ใบหูขนาดมหึมา กับ ร่องรอยของสิวหัวช้างในวัยหนุ่มของท่าน
มันปิดไม่มิดค่ะ ท่านขา..

แต่ก็ต้องขอชื่นชมนะคะ ที่ท่านไม่ต้องจ้างพรีเซนต้ง เซนเตอร์ ให้มากความไป..
เงินเข้ากระเป๋าซ้าย ย้ายไปกระเป๋าขวา ไม่รั่วไหล
ประหยัดดีออก..
 
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 08:55 - IP: 74.95.201.249 IP Information
สำหรับคนที่ได้อ่าน"พลอยแกมเพชร" ฉบับใหม่เอี่ยม ก็คงจะเห็นภาพฉันที่หน้าปก เอ๊ย..พูดผิด..อยู่ในหน้าคอลัมน์ของ คุณป้าเนื่อง( ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์) ที่ถ่ายเคียงกับ รศ.ดร.คุณหญิง วินิตา ดิถียนตร์ ในงานเลี้ยงปีใหม่ที่บ้านท่าน
เรื่องราวเป็นมาอย่างไร..จะเล่าให้ฟังนะ

ว่า..การเล่นเน็ทนี่..มันเป็นอะไรได้หลายอย่าง อาจเป็นเส้นทางสู่คุก หรือ เป็นสะพานข้ามดาว ของใครหลายๆคนได้
อย่างฉันเนี่ย..ต้องถือว่าเป็นประการหลังละมัง
เพราะเมื่อสองปีเศษๆที่ผ่านมา เขียนอะไรไว้เยอะแยะ
จนได้มาเป็นนักเขียนกะเขาแบบกึ่งๆ... ก็เจียมเนื้อเจียมตัวพอประมาณแหละ เพราะจะว่าไปมันก้อกระไรอยู่นะ เป็นแม่ค้าแม่ขายแล้วมาผันตัวตอนแก่เนี่ย..ออกจะพิลึกๆอยู่

แต่ก็เที่ยวไปเก็บเกี่ยวความรู้จากที่โน่นที่นี่ จากเวบที่เป็นฐานข้อมูลอื่นๆ ขอสารภาพเลยว่า เป็นการลองวิชาบ้าง หาความรู้บ้าง  อารมณ์คละกันไป เพราะในใจลึกๆแล้ว เชื่อว่าตัวเองมีรู้ไม่น้อยเช่นกัน อ่านหนังสือมาก และอยู่ใกล้กับแหล่งหนังสือมีค่า จึงพยายามใช้ประโยชน์ตรงนี้ให้เต็มที่

และในการอ่านเยอะนี่แหละ จึงสามารถคัดง้างกับบุคคลประเภทที่มีเจตนาล่อแหลมและจาบจ้วงเบื้องสูงด้วยเข้าข่ายมิจฉา  ก็เลยต้องมีการปะทะคารมกันเล็กน้อย
แต่แล้วจู่ก็มี...ท่านผู้หนึ่งอีเมล์มาหา และเห็นด้วยกับฉัน
ฉันและท่านติดต่อกันทางอีเมล์นานพอสมควร..ในที่สุด
ด้วยความสงสัยและค่อนข้างมั่นใจ(เพราะคนที่จะเขียนได้ดีและมีความรู้ขนาดนั้น คงมีไม่กี่คนในเมืองไทย)
จึงต้องเรียนถามไปว่า คุณคือ คุณหญิง วินิตา ใช่ไหมคะ?
(สำหรับพวกนักกอล์ฟที่ไม่ใช่แฟนนิยายนะ จะบอกให้ว่า ท่านคือ ว.วินิจฉัยกุล หรือ แก้วเก้า ผู้ซึ่งได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติไปหยกๆนี่แหละ)
ท่านก็ตอบมาว่า..ใช่ค่ะ

ฉันก็เลยเซ่อไปพักใหญ่ๆ แต่ก็ดีใจนะ ที่ใช้วาจาสำรวมเรียบร้อยกับท่านมาตลอด ไม่มีแนวห่ามแบบที่ใช้อยู่เล๊ยยย สาบานนนน...!!


สรุปว่า..ท่านได้อ่านเรื่องของฉันมาโดยตลอด และรู้จักพอสมควร
เนื่องจาก ท่านเขียนนิยายให้กับสกุลไทยที่เป็นเครือข่ายเดียวกันกับหญิงไทยที่ฉันเขียนอยู่ 
จากนั้น เมื่อท่านทราบว่าฉันจะไปเมืองไทย จึงมีการเชื้อเชิญให้ไปพบกัน ซึ่งฉันในฐานะผู้น้อยจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง 

ในงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้านกล้วยไม้ที่นครปฐมของท่าน ฉันถึงกับตะลึงด้วยความงามของกล้วยไม้พันธ์คัทลิยา จากทุกสายตระกูล ที่มีอยู่เต็มสวน อันเป็นรายได้ที่สร้างความมั่นคงโดยฝีมือของคุณน้อยสามีคุณหญิงผู้ซึ่งผันตัวจากอาชีพวิศวกรมา
เพราะใจรักการเลี้ยงกล้วยไม้ ซึ่งแรกๆนั่นคืองานอดิเรกแท้ๆ
ฉันได้ถูกให้แนะนำให้รู้จักกับคนมากมาย ในฐานะน้องใหม่เอี่ยม
ก่อนมา..คุณหญิงท่านได้บอกให้ทราบว่า วันนี้ ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ (ขอเรียกว่า คุณป้าเนื่อง ตามใครๆ) จะมาร่วมงานด้วย โอย..ตื่นเต้นมากค่ะ

ที่ตื่นเต้น เพราะว่า คุณป้าเนื่อง ผู้เขียน ชีวิตในวัง และชีวิตนอกวัง คือ นักเขียนที่ฉันถือเป็น Idol มาแต่ไหนแต่ไร..
ไม่อยากพูดว่า เรามีอะไรคล้ายๆกัน เพราะ มันจะอาจเอื้อมไปหน่อย แต่ขอบอกว่า..ฉันเดินตามท่านก็แล้วกัน
คุณป้าเนื่อง มาเขียนเรื่องเอามาตอนอายุได้เจ็ดสิบกว่าๆ เพราะความอยากเขียนเรื่องราวแต่หนหลังของชีวิตท่านเอง
ที่มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เพราะท่านไม่อยากให้เรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของคนรุ่นหลังเหล่านั้นหายไป
ท่านใช้พิมพ์ดีด หรือ คอมพ์ ไม่เป็น..
ท่านเขียนด้วยมือค่ะ..ทุกตอนเลยเชียว

ให้เผอิญว่า หนึ่งสาวในกลุ่มของคุณหญิง คือ ลูกสาวของพี่ประสาน เจ้าของโรงโม่โคราช (ที่พวกเราเคยไปถล่ม)
"หยิง" จึงเป็นฝ่ายมารับฉันให้ร่วมเดินทางไปที่บ้านกล้วยไม้ที่ว่านี่ โดยนัดกันที่ บอง มาเช่ ประชาชื่น เพราะฉันตั้งใจว่าจะต้องหาของฝาก(เนื้อฝากตัว) ให้กับคุณป้าเนื่อง
ซึ่งเลือกได้เป็น ขนมไทยแท้ ประเภท ทองเอก ทองพลุ
ที่จัดในภาชนะรูปทรงคล้ายๆพาน พร้อมมีที่ปิดเป็นกรวยที่ทำด้วยกระดาษแก้ว ดูแล้วงดงามเป็นงานเป็นการดี
นอกนั้นก็หาซื้อ ขนมนมเนยไปร่วมในงานแบบสนุกสนาน
ของในตลาดนั้น น่าซื้อไปหมด 
ตลาดก็สะอาดสะอ้าน จนแทบจะลงไปนอนบนพื้นได้เชียว
มีหลายแผงที่ว่างเปล่า แต่กระนั้น ก็มีการสร้างคูหาใหม่ด้านหลัง
แม่ค้าบอกว่า..ท่านเจ้าของตลาดออกมาตรวจความสะอาด
ด้วยตัวเองทุกวัน ถ้าเห็นร้านไหนสกปรก รกรุงรัง ท่านเป็น"เอาเรื่อง" เดี๋ยวนั้น..

ไปถึง...ฉันก็นั่งพับเพียบแอ้แต้ ก้มลงกราบแทบเท้า พร้อมแนะนำตัว..
คุณป้าเนื่อง รับของฝากด้วยความยินดี เพราะท่านเองก็ไม่ใคร่ได้เห็นขนมไทยๆแบบนี้นานแล้ว..ยิ่งคุยๆไป ยิ่งสนุก
ท่านเล่าเรื่องในรั้วในวังให้ฟังด้วยความจำที่บรรเจิดราวกับเกิดมาเมื่อวานนี้เอง..

คุณป้าเนื่องเล่าว่า..

เมื่อครั้งรัชสมัยรัชกาลที่ 5 กับหม่อมห้ามนางหนึ่ง ที่พระองค์ได้ให้"ถวายงาน" เพียงครั้งเดียว ก็เกิดตั้งครรภ์ขึ้น
พระองค์จึงทรงปรึกษากับพระประยูรญาติ ว่าจะเป็นไปได้อย่างไร คำตอบที่ได้รับมาคือ
"ข้าพระพุทธเจ้า..เหล็กดี ตีเพียงครั้งเดียวก็ติดได้พะยะค่ะ"
แต่พระองค์ก็ยังไม่มั่นพระทัย ถึงกับ ตั้งพระจิตอธิษฐานว่า
"ถ้าเป็นพระหน่อของพระองค์จริงๆแล้ว ขอให้ดอกจำปีออกดอกพร้อมกันทั่ววัง"
และในวันประสูติกาล..ให้เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก ดอกจำปีบานสะพรั่งดังพระจิตอธิษฐาน..
เจ้าหญิงองค์น้อยๆนั้น ได้พระนามว่า พระองค์เจ้าเหมวดี..
โอย..ท่านยังเล่าอะไรอีกเยอะแยะ รวมทั้งสอนตำรากับข้าวด้วย 
วันเสาร์อาทิตย์ ท่านจะต้องไปดูละครที่โรงละครแห่งชาติ
ที่ทางโรงละครได้จัดที่นั่งแถวหน้าให้พร้อมผู้ติดตามแบบถาวรตลอดไป ถ้าเป็นละครใน เช่นเรื่อง อิเหนา หรือ ราชาธิราช ขืนตัวละครร้องเนื้อร้องผิด
ท่านมี"ท้วง" เพราะจำได้หมดทุกบททุกตอน

อัศจรรย์ไหมคะ?


คุณน้อย สามีคุณหญิง (หรือที่ใครต่อใครเรียกว่า อาจารย์)
นั้นก็เป็นนักกอล์ฟเช่นกัน เลยคุยกันได้สนุกเชียว
ท่านนัดว่า วันหลังมาเล่นด้วยกัน..
งานวันนั้นสนุกมาก ใครต่อใครกลับไปหมดแล้ว แต่เราสองสามคนยังอยู่ มีคุณ นคค. เจ้าของรายการยำ งานแปลมรณะ อยู่ด้วย  เพราะฉันถือว่ามากับน้องหยิงก็ต้องกลับพร้อมเธอ เธออยู่..ฉันก็อยู่ ในที่สุด เราก็ถูกชวนไปทานข้าวด้วยกันกับท่านเจ้าของบ้านทั้งสอง ที่ร้านดังในนครปฐม คือร้าน C6 คูณ 2 (นัยว่า เจ้าของร้านเป็น ซี 6 ทั้งผัวเมีย) แต่ร้านนี้อาหารอร่อย จัดว่า เชลล์ชวนชิม ทีเดียว
ก่อนกลับ เรามีการนัดแนะว่าจะไปหาที่ทานอร่อยๆกันอีก
เช่น บุกเยาวราชอะไรทำนองนั้น..


ฉันน่ะไม่มีปัญหา เพราะ ไปไหนไปกัน ว่างเสมอ !! 



Edited by Blue Lotus - 12 Oct 2012 at 09:03
Back to Top
Amethyst View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 13 Jan 2010
Location: Korat Thailand
Online Status: Offline
Posts: 467
Post Options Post Options   Quote Amethyst Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 11:00 - IP: 49.48.93.39 IP Information
เรามาตั้ง"ครัวคุณหวาน"ซะเลยดีมั้ย


ขอบคุณสำหรับสูตรซีซ่าร์สาแหลด (หัดเขียนคำไทยทับศัพท์ภาษาอังกฤษตามการออกเสียงเจ้าของภาษา ที่กำลังฮืออาอยู่ในปัจจุบันนี้)
เปิดตู้เย็นเจอBalsamic Vinegar ของ Carbonellเข้าพอดี ทำเสร็จแล้วจะโพสต์รูปทางเฟสไปให้ดูนะคะ

Wiwanda !!! เราเตือนเธอแล้วนะเรื่องอารมณ์.......แต่ถึงอย่างไรก็ยินดีที่ได้อ่าน เธอช่างกล้าหาญชาญชัยมากกกกกกก


เคยอยู่ในแวดวงSoldier Daughter แถมพี่ชายคนโตที่เพิ่งเกษียณไปหมาดๆก็เป็นMG แต่ครอบครัวเราไม่บ้ากอล์ฟ มีแต่น้องชายคนรองที่เป็นทนายเท่านั้นที่ตีอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ แถมมันยัง "ติดฝน"อีกต่างหาก.....อิอิอิ

ชอบอ่านเรื่องจักร์ๆวงศ์ๆมาก เพราะอาจจะเป็นเรื่องต้องห้าม ลึกแต่ไม่ลับที่ชวนให้ติดตามทั้งไทยและต่างประเทศ แล้วตัวเองก็มีทั้งชื่อจริงและชื่อเล่นที่พ่อแม่ตั้งให้ ไปพ้องเข้ากับราชนิกูลซะอีก ใช้มาตั้งแต่เกิด จนมีคนทักท้วงให้เปลี่ยนชื่อซะ แต่เราก็หาได้ใส่ใจไม่
"กุหลาบแม้นถูกเรียกเป็นชื่ออื่น กลิ่นก็หอมรวยรื่นอยู่เช่นเดิม" แล้วถ้าเป็นดอกตำแยล่ะ จะเรียกว่าหมามุ่ยมันก็ยังคันอยฺู่.....ชิมิ

Edited by EminDarwin - 12 Oct 2012 at 11:26
Back to Top
Amethyst View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 13 Jan 2010
Location: Korat Thailand
Online Status: Offline
Posts: 467
Post Options Post Options   Quote Amethyst Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 11:46 - IP: 49.48.93.39 IP Information

Embarrassedขอต่ออีกหน่อยเถอะน่า ไม่งั้น...ไม่หายคัน  
หลังจากตื่นนอนตอนเช้า พลิกตัวมาเจอคนนอนข้างๆ  กรนดังอย่างสนั่นหวั่นไหว หลับลึกละสิท่า คงเพิ่งเข้านอนตอนรุ่งเช้าหมาดๆนี่เอง ก็เลยบรรจงกอดไว้หลวมๆ  มอร์นิ่งคิสไปจุ๊บนึงแล้วรำพึงรำพันว่า

'My Tony Tung"LOLLOLLOL

จึงเป็นที่มาของรูปนี้ ให้เห็นกันจะๆไปเลย ว่าใครจะหล่อเร้าใจกว่ากันWink

Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 11:55 - IP: 108.70.210.124 IP Information
ว้าวววว...กิ่งทองใบหยก...ช๊อบ ชอบ คุณเดวิด เอ๊ย..โทนี่ ตั๋ง...เพราะหน้าตาเธอเป็นคนจิตใจดี ..อารมณ์ดี...

แต่สาวสายเดี่ยวที่ยืนข้างๆนี่ซิ....ท่าทางจะเป็น "จงอาง" LOLLOLHug
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 22:54 - IP: 108.70.210.124 IP Information
มาเล่าเรื่องต่อ...ในส่วนขยาย.......ตามสัญญาไว้กับตามสัญญาค่ะ..


เขียนเมื่อวันที่  8  กรกฏาคม 2501


วันนี้นะ..หอบกระดาษที่พิมพ์จากกระทู้ของฉันรวมถึงของโทนี่ด้วย...เอาไปส่งให้อ่าน(เฉพาะที่อ่านออก) เจ้าตัวก็หน้าตาตื่น...ซักถามเป็นพัลวัน.ตอนนี้ละอยากรู้ขึ้นมา
เชียะ(ไม่บอกหรอก) เขาคงยังเบลอๆอยู่มัง..เจอกระดาษปึกหนาขนาดนั้น แล้วเป็นฉันเขียนด้วย แทบไม่น่าเชื่อ...
   
เขาบอกว่า ตลอดเวลามานี่..เขาคิดว่าเขารู้จักฉันดีกว่าใครๆ
แต่ไม่เคยรู้เลยว่าฉันชอบการเขียน..และดีใจที่ฉันยังจำอะไรต่างๆในอดีตได้...
ประหลาดนะ..ทำไมเขาถึงคิดว่าฉันจะลืมมันเสียล่ะ?
ก็เลยบอกไปว่าเป็นของขวัญอีกหนึ่งชิ้นก็แล้วกันในวันเกิดครบห้าสิบปีนี้..อีกชิ้นหนึ่งจากเมืองไทยยังมาไม่ถึง..คอยอีกสักอาทิตย์..คงได้ นอกนั้นก็คุยเรื่อง
สารทุกข์สุกดิบไปตามเรื่อง...
แต่เขาขอขอบคุณทุกท่านมาก..ที่เขียนแต่สิ่งดีๆถึง และล้อกับฉันว่า...ตอนนี้ต้อง
เรียกเขาว่า...โทนี่..ไต่เม่งเซ้ง แปลว่า โทนี่ ซุปเปอร์สตาร์
ก็เลยบอกว่า..ให้เขียนขอบคุณมาซิ จะโพสต์ให้..เขาขอ
เอากลับไปอ่านให้หมดก่อน(ปลื้มไม่เสร็จ) แล้วจะเขียนมาให้..


ทีนี้ก็เพื่อนอีกแล้ว..ที่รู้จักกันตั้งกะเล็กกะน้อยน่ะ..มันว่า
ชีวิตของฉันที่เล่ามานั้น..มันก็ออกจะโลดโผนอยู่..แต่น่าจะ
เล่าให้หมดถึงที่มาที่ไป..ตั้งแต่ครั้งปฐมวัย (ซึ่งก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน)..ให้เพื่อนๆน้องๆได้ฟัง..เผื่อใครที่เป็นพ่อคนแม่คนแล้ว..กำลังจะวางแผนในอนาคตในชีวิตให้ลูก.ละก้อ..
ฟังที่นี่ก่อนค่ะ.....เผื่อจะได้มีข้อคิดที่ต่างออกไป...
           
ฉันเป็นลูกคนเดียว..เคยบอกไปแล้ว..ในครอบครัวใหญ่ที่มีญาติทุกสายครบชุด...เท่านั้นไม่พอ..ยังมีญาติจากหัวเมืองที่มาอาศัยพำนักเพื่อการศึกษาอีกตรึม..พ่อและแม่เป็น
คนกว้างขวาง ใจดี เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ให้นกกาอาศัย...ความเป็นไปในบ้านคุณแม่จะดูแลโดยมีผู้ช่วยเยอะแยะ ก็ญาติกันทั้งนั้น..ส่วนใหญ่เท่าที่จำได้..เขาเหล่า
นั้นมักจะไม่ถูกกัน ต้องมีการทะเลาะเบาะแว้ง..มีคดีให้คุณพ่อตัดสินความเป็นประจำ ฉันเป็นเหมือนศูนย์กลางที่ทุกคนต้องการไว้เป็นพวก..เพื่อคานอำนาจ
เพราะฉันทำอะไรก็ถูกหมด การเอาอกเอาใจ และตามใจในสิ่งผิดๆ
ก็เริ่มมาจากตรงนี้....ในวัยเยาว์แทนที่ํฉันจะได้เล่นตุ๊กตุ่นตุ๊กตา หม้อข้าวหม้อแกง อย่างชาวบ้านเขานั้น..ปล่าวเลย
ฉันกลับคอยเสนอหน้าคอยฟังใครนินทาใคร...แล้วเอามาฟ้องแม่...วันนี้ไม่ถูกกับคนโน้น...วันนั้นไม่ถูกกับคนนี้ขึ้นอยู่กับว่า..ใครเอาใจมากน้อยแค่ไหน?

ฉันค่อนข้างจะเป็นเด็กแก่แดด..ฉะฉาน เกินวัย..คุณพ่อละถูกใจนัก..ท่านว่า..เหมือนท่าน...คุณแม่เป็นนักอ่านตัวยง นิยายทุกเรื่อง นิตรสารทุกเล่ม..หาได้ที่บ้านฉัน..และนั่นก็เป็นผลดีถึงฉันด้วย...เพราะ..แม่เล่ม ลูกเล่ม บางทีก็แย่งกันอ่าน..
คุณแม่ท่านก็มีจินตนาการของท่าน..ที่ท่านชอบ..อยากเป็น..แต่ไม่มีโอกาส
ดังนั้น..ท่านจึงสานฝันของมาที่ฉัน...
เช่น ตอนนั้น..ประเทศไทยได้มีการติดตั้งสถานีโทรทัศน์เป็นครั้งแรก..ช่องสี่ บางขุนพรหมเป็นช่องแรก..
แน่นอน..บ้านฉันก็มีโทรทัศน์มาประดับก่อนใครๆ..
ตกเย็น..รายการเบิกโรง..ก็จะเป็นรายการนาฏศิลป์สัมพันธ์..ของครูสัมพันธ์ พันธุ์มณี รายการนี้ก็จะเอาเด็กๆที่มาเรียนกับครูมาออก เป็นรำโน่น รำนี่...

Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 23:10 - IP: 108.70.210.124 IP Information
คุณแม่ก็ทันที..จับฉันแต่งตัวนั่งรถไปช่องสี่..ในไม่กี่วันต่อมา..ฉันก็เป็นหนึ่งในนักเรียนนาฏศิลป์ของคุณครูสัมพันธ์ที่จะต้องไปเรียนทุกวันเสาร์...ก็ไป..โจ๊าะ ทิง โจ๊าะ อยู่
นานเป็นเกือบปีแหละ เริ่มจากเพลงแม่บท..สีนวล จนถึงฉุยฉายพราหมณ์ ก็ได้ออกทีวีกะเขามั่งประปราย..
ทีนี้..ต่อมาทั้งคุณพ่อคุณแม่ได้รับเชิญไปงานกาชาด และได้เข้าเฝ้าฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ ในชมการแสดงบัลเล่ต์ของไทยเป็นครั้งแรกที่สวนอัมพร (2505)..เรื่อง มโนราห์ ใช้
เพลงพระราชนิพนธ์ทั้งหมด..ตัวนางมโนราห์ คือ คุณวนิดา  สุขุม
พระสุธน คือ คุณสมศักดิ์ พลสิทธิ์(พ่อของคาร่า..นางแบบชื่อดัง)
และเหล่านักเรียนบัลเล่ต์ของมาดามเจเนเวียฟ เดม่อน ที่ทำการสอนในเมืองไทย และสอนที่บ้านซอยพร้อมพงษ์ สุขุมวิท...



คุณแม่ได้ดื่มด่ำกับการแสดงครั้งนี้มาก..ปลาบปลื้มจนมาเล่าให้ฟังวันแล้ววันเล่า
            อย่างมิรู้เบื่อ..ทายซิว่าอะไรเกิดขึ้น????

อาทิตย์ต่อมา..ฉันก็ถูกจูงเข้าไปเป็นนักเรียนบัลเล่ย์ของมาดามเดมอนน่ะซิ เรียนอาทิตย์ละสองวัน อังคาร และศุกร์ ตอนเย็น
ทีนี้ละ..สนุกมาก..ได้มีการโหน ยืดตัว ตีลังกา ฉันชอบ มีเพื่อนเยอะแยะ เด็กฝรั่งแทบทั้งหมด...ฉันได้เรียนภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว ในห้องฝึกเรียน
มีรูปของหญิงหนึ่ง..ในชุดนางหงส์ ของสวอนเลค..สวยเหลือเกิน...
ฉันเฝ้ามองอย่างไม่รู้เบื่อ..ถามเขา เขาว่าเป็นศิษย์รุ่นพี่ที่
ตอนนี้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ที่รอยัลบัลเล่ย์ สถาบันสุดดังของวิชานี้ทีเดียว..คนจะเข้าได้ต้องสอบผ่านอย่างมหาโหดแต่เธอก็เข้าไปเรียนได้อย่างน่าภาคภูมิ...

จนบัดนี้..เธอผู้นั้น ก็ยังสวยและสง่างาม..ไม่สร่าง...เธอผู้นั้น..ปัจจุบันคือ
ท่านผู้หญิงวราพร (ชลวิจารณ์) ปราโมช....

ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ..ว่าใครเป็นใคร..เด็กๆก็เล่นกันไป..เรียนก็เรียนกันไป..รู้แต่มีเด็กสวยจัดอยู่สองคน อายุน้อยกว่าฉัน คนนึงนะ..มีพี่ชายหล่อเฉียบ..มาดสุภาพบุรุษ
อังกฤษ เป็นลูกครึ่งฝรั่ง...พวกสาวๆรุ่นโตคอยภาวนาให้เธอมารับน้องสาว...
เวลามาที..ยังกับฝูงผึ้งแตกรัง..ไม่ต้องเป็นอันทำอะไร คอยแอบดูเขาผู้นั้นอย่างไม่วางตา..
           
ขนาดฉันเป็นเด็กๆ ก็ยังเห็นว่าเขาหล่อมากกกก ยิ่งน้องสาวก็หน้าสวยหวานเหลือเกิน..คงอายุห่างกันหลายปีทีเดียวพี่น้องคู่นี้...ถ้าจะเทียบก็ราวๆ วิลลี่ กะ แหม่ม อะไร
ยังงั้นแหละ..แต่มาดนะ วิลลี่น่ะชิดซ้าย..เอ้าไม่เชื่อไปถามพี่ป้าน้าอา ก็ได้..
พี่ชาย.... คุณมีชัย วีระไวทยะ
น้องสาว... คุณมาริษา วีระไวทยะ
           
รับรองทุกคนประกันความหล่อและสวย..แน่นอน
 
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 23:18 - IP: 108.70.210.124 IP Information
 เมื่อกี้พูดว่ามีเด็กสวยจัดอีกคนใช่ไหม?
คนนี้นะ ใครๆเห็นก็สดุดตา..ที่ตาสวยเหลือเกิน แต่งเนื้อแต่งตัวได้น่ารักมาก
เป็นลูกครึ่งอีกเหมือนกัน..ความจริงเด็กฝรั่งสวยๆก็มีเยอะนะแต่ฉันเลือกจำ ที่ฉันเห็นว่าเป็นที่สุดน่ะ..
คนนี้ ชื่อว่า   วิกกี้ ตันสัจจา มาทราบทีหลังว่า..เป็นแม่ของ เจ มณฑล
และ แดน จิรา...

ฉันก็ใช้ชีวิตฉันไปในการเรียนวิชาต่างๆที่ว่า จนหัวหมุนไปหมด..เสาร์ อาทิตย์ ยังต้องเรียนพิเศษที่ครูมาสอนที่บ้านอีกล่ะ มีเพื่อนมาก กิจกรรมก็มาก ฉันไม่ได้เคยใช้ชีวิต
อย่างที่เด็กในวัยฉันควรจะใช้หรือควรจะเป็น...ไม่เคยอาบน้ำให้หมา...ไม่เคยไปจ่ายตลาด ไม่ได้เล่นอีตัก หรือ หมากเก็บ นอกจากไปโน่นมานี่เป็นประจำ...

ที่ขำที่สุดนะ   คุณแม่จับฉันแต่งตัวสุดสวยในวันหนึ่ง พาไปที่บริษัทถ่ายหนัง(เพื่อนเค้าแหละ) เพื่อไปรับบทเด็กในหนังเรื่อง "รมดี" อมรา อัศวนนท์เล่นคู่กับพระเอกใหม่ชื่อ เลอศักดิ์
           
ในบท ต้องมีปั่นจักรยานไปตามถนนด้วย...ทีนี้ฉันถีบจักรยานไม่เป็นตอนนั้น...เพราะคุณพ่อไม่ชอบ..
           
ทำไงล่ะ..ก็ไปแอบหัดที่สนามหลวง ให้คนที่บ้านพานั่งรถรางไป...แล้วบรรดาผู้ติดตามก็ช่วยกันจับท้ายรถประคองไม่ให้ล้ม วิ่งไปรอบๆสนามวงนอกที่พื้นเป็นปูนซีเมนต์และใกล้กับถนนที่รถผ่านไปมา...
วันหนึ่ง....ระหว่างที่ขี่อยู่ ทุกคนชะงักกึก ปล่อยรถล้ม..ฉันก็ไถแพร่ดๆลงมาคลุกฝุ่น..
เพราะคุณพ่อ..ขับรถผ่านมาติดไฟแดงตรงนั้นพอดี๊ พอดี...
บ้านแทบแตกแน่ะ...เลิก เลิก ไม่ต้องหัด ไม่ต้องไปเล่นหนัง จะบ้าหรือไง?
ฉันเลยไม่ได้ "เกิด" กะเขาเลย...LOL

ก็แปลกนะ เป็นสิบปีต่อมา..ตอนที่ฉันมาอยู่เมืองนอกแล้วเนี่ย..ได้รู้จักคนไทยน่ารักครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่..ลูกสาวตัวน้อย...ไปมาหาสู่บ่อยๆ
จนกระทั่งฉันเล่าเรื่องนี้..หลังกินข้าวก้วยกันในวันหนึ่ง  พ่อบ้านลงไปขำกลิ้ง...
ฉันสงสัยว่าขำอะไรนักหนา..
ปรากฏว่า..พ่อบ้านนั่นแหละ คือ คุณเลอศักดิ์ พระเอกในหนังเรื่องนั้น...
 
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 23:23 - IP: 108.70.210.124 IP Information
ก็เนี่ย...ความเป็นอยู่มันเป็นแบบเนี๊ยะ..ฉันมานั่งนึกถึงมัน  จึงเห็นว่า..ฉันโตมาเหมือนการประดิษฐ์ดอกไม้เทียมจัดให้เข้ารูปเข้าร่าง แต่ขาดความเป็นธรรมชาติ..
อันนี้ไม่ได้โทษบุพการี เพราะท่านก็สรรหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้วตามหน้าที่ของท่าน
ท่านอ่านมาก ท่านรู้โลกมากจึงเผื่อวิชาความรู้ทุกแขนงให้ฉันใด้มากที่สุด เพื่อจะได้
ออกไปเผชิญโลกอย่างไม่น้อยหน้าใคร...
แต่ฉัน..ใจจริงแล้ว..ฉันอยากเป็นเด็กที่โตมาอย่างครอบครัวที่สงบสุข
มีแค่พ่อแม่ลูก คุยกันกระหนุงกระหนิง ไม่ใช่คุยกันทีคนมานั่งฟังเพียบ...
อยากปลูกต้นไม้กับพ่อ อยากช่วยแม่ทำกับข้าว มีเพื่อนบ้านที่เกาะรั้วคุยกันได้ เลี้ยงหมา แมวไปตามเรื่อง ฉันคิดว่านั่นคือคำตอบ..สำหรับพื้นฐานของการจรรโลงความอ่อนโยนให้กับเด็ก...ที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต...


โรงเรียนที่ฉันอยู่น่ะ เป็นโรงเรียนสตรีแถวซังฮี้ เป็นร.ร. เจ้า แถมแม่เป็นศิษย์เก่าซะอีก อาจารย์เก่าๆยังพอจำแม่ได้ ก็เลยแลจะจำชื่อฉันได้แม่น..ในฐานะลูกของศิษย์ดั้งเดิม ด้านหลังหอประชุมโรงเรียนติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ก๊วยเตี๋ยวเรือกะโอเลี้ยงเรืออร่อยที่สุดในโลก..เชลล์ไม่เคยชิม ช้อยไม่เคยรำ
แต่ทุกวันนี้ยังคิดถึงอยู่..วันนึงนะกำลังนั่งเรียนอยู่มีศิษย์เก่าคนหนึ่งเพิ่งกลับจากญี่ปุ่น..
แวะมาไหว้คุณครู...พวกเราแตกตื่น..วิ่งดูกันกรูเกรียว
เธอสวยมาก..นุ่งกระโปรงพรีตบางเบา..รุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีในกรุงเทพมาก่อนเลย รองเท้าส้นสูงปรี๊ด..และเธอเดินได้สง่ามาก ทราบว่าเธอเรียนจบนาฏศิลป์สากลมาจากญี่ปุ่น
และเคยเป็นนางเอกละครโรงเรียนมาก่อน...
จะเป็นใครล่ะ ก้อ คุณอรสา อิศรางกูร ณ. อยุธยา น่ะซิ...
 
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 23:28 - IP: 108.70.210.124 IP Information
ฉันก็เรียนไปสลับกับวิชาเต้นๆรำๆของฉันไป..ตามเรื่อง
โรงเรียนฉันเขาก็มีชื่อเสียงด้านละเม็งละครใช่ย่อยซะเมื่อไหร่? ปั้นดารามาก็มากมาย..ที่เห็นเป็นเลิศนะ..ก็มีรุ่นพี่
คนนึง คนนี้เก่งมาก..รู้เลยว่าวันนึงเค้าต้องมีชื่อเสียง..แล้วก็จริงๆ
อาจารย์ผาณิต กันตามระ
ในรุ่นๆฉัน ก็มีดาวเด่นนะ..แต่อย่างว่าแหละ เด่นแต่ห้ามดัง..เป็นกฏของโรงเรียนฉัน..เขาเลยออกไปดังโรงเรียนอื่น..ที่นีเวลาเรามีงานประจำปี..เราก็จะเอาโชว์ของเราไปที่อื่น..ที่โรงเรียนอื่นก็มาโชว์ที่เรา เป็นการสลับกัน...ฉันก็ถูกคัดเลือกให้ไปที่โรงเรียนสตรีที่เพื่อนฉันไปดังอยู่ง่ะ..การโชว์แบบบรอดเวย์ที่เพื่อนฉันและพรรคพวกแสดงบนเวทีนั้น..
ทำเอาฉันตะลึง..สุดขีด มันเป็นวิวัฒนาการใหม่ของการเเสดงบนเวทีระดับนักเรียนมัธยมที่เปิดกว้างให้เด็กใด้แสดงออกถึงความสามารถ เขาแสดงแค่สามคน เต้นรำแบบ
สไตล์เวสต์ไซด์ สตอรี่ มีการสูบบุหรี่ แล้วขยี้ทิ้งด้วยเท้า
           
โอย..ตื่นเต้น..ไม่เคยเห็น เพื่อนฉันกับคู่คนที่แสดงเป็นผู้ชายเต้นรำได้สวยมาก...ทุกวันนี้ยังประทับใจไม่มีลืม..
เพื่อนฉัน..ตือ..ขอใจ ฤทัยประชา
คู่เต้น ปิ๊ก ปวีณา หงสกุล

พอฉันโตๆขึ้นมาหน่อยนึง วัยทีนน่ะ...แหม..มันก็ชักจะมีหนุ่มๆจากโรงเรียนใกล้เคียงมา..ยืนออ..ตามจุดที่เราจะผ่าน...ตรงโน้น ตรงนี้ บ้านฉันอยู่ในระยะใกล้โรงเรียนชนิด
พอจะเดินกลับได้...ในสมัยนั้นรถราไม่ได้เยอะแยะอย่างเดี๋ยวนี้..พวกเราที่บ้านทางเดียวกัน..ก็เดินกลับไปเป็นกลุ่มระยะหลังก็จะมีอีกกลุ่ม(นักเรียนชาย)เดินตามไปด้วย
แทบทุกวัน...
บ้านพวกเขาอยู่แถวนั้นเร๊อะ?...ปล่าวฮ่ะ..
เดินไปส่งพวกเราเฉยๆ...รู้จักหรือเคยได้พูดจากันรึปล่าว?
ป่าววว ฮ่ะ...เดินตามมาเป็นปี..ไม่ได้พูดกันเลย??
           
เชื่อมะ..นี่ละสไตล์การจีบสาวสมัยกระโน้น (ก็มัวแต่เดินตามอยู่นี่แหละ...สุ...คาบไปกินโม๊ดดด)

 
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 23:37 - IP: 108.70.210.124 IP Information
สถานที่สุดฮิต...ที่เด็กวัยรุ่น(ตอนนั้น)จะไปแฮ็งค์ ก็มีอยู่ที่เดียวคือ หลังวังบูรพา...ตรงนั้นจะมีโรงหนังสามโรงอยู่ใกล้ๆกัน คือ คิงส์ ควีน และ แกรนด์ และมีห้างขาย
เสื้อผ้า..แผ่นเสียง...อะไรต่ออะไร อีกมากมาย เป็น ศูนย์รวมความดังต่างๆนั่นแหละ วัยรุ่นที่จะไปปรากฏตัวกันก็เบิ้ลกันด้วยการแต่งตัว...เป็นที่มาของคำว่า..จิ๊กโก๋ จิ๊กกี๋
กางเกงเป้าสั้น ขาบาน เสื้อตัวฟิตเข้ารูป รองเท้าทรงสเปน ผู้ชายจะหวีผมทรงเอลวิส ที่ต้องใช้น้ำมันตันโจชนิดแท่งเหนียวหนึบ(กลิ่นอุบาทย์..สุดๆ)
ผู้หญิงก็เพิ่งจะมาตื่นตัวนุ่งกางเกงยีนส์ซิบข้างหน้าของผู้ชายเป็นครั้งแรก
           
(เมื่อก่อน..กางเกงผู้หญิง ซิปจะอยู่ที่ข้างสะโพกหรือข้างหลังค่ะ)
กระโปรงเริ่มสั้นเหนือเข่า...รองเท้าหัวแหลมเปี๊ยบมีส้น...ก็แค่เนี๊ยะ..
ผู้ใหญ่บางคนยังโวยวายหาว่า..ไม่สุภาพ.....
แต่แม่ฉัน..ไม่เหมือนใคร..กลับชอบ ท่านว่าเก๋ดี....เป็นงะ..ทันสมัยจริงๆ
ตอนนั้นจะแต่งอย่างนี้มันก็ต้องมีอะไรจุ๊กจิ๊กหน่อย เช่น สร้อยคอยาวถึงกลางอก
ห้อยนาฬิกาเก๋ หัวเข็มขัดต้องเป็นรูปกีต้าร์...
แม่หาให้หมด..

ไอ้การที่ฉันได้ออกสังคมหลายกลุ่มตามที่แม่ส่งไปเรียนอะไรต่อมิอะไรเนี่ย...แท้จริงแล้ว...มันกลายเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองโดยที่ฉันไม่รู้ตัว
ภาษาอังกฤษก็พูดจ๊อกแบบนกแก้วนกขุนทองที่คลาสบัลเล่ต์   ส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสะกดยังไง  แต่พูดได้ดี และมีการนัดแนะเพื่อนฝูงเด็กฝรั่งไปดูหนังกินไอติมอีกด้วยกันบ่อยๆ....
วันหนึ่งฉันและคุณแม่ต้องไปรับคุณป้าออกจากโรงพยาบาลจุฬาฯ
เผอิ๊ญ เผอิญ  มาดามเจเนเวียฟ( เป็นท่านผู้หญิงแล้วตอนนี้) ก็ออกจากโรงพยาบาล.
คลอดลูกคนที่สองเหมือนกัน
แม่ก็สะกิดฉัน..บุ้ยใบ้ว่า แหม่มมา...
ฉันผวาเข้าไปเจ๊าะแจ๊ะทันที ซึ่งปรกติเราก็คุยกันที่คลาสอยู่แล้ว
แต่ฉันตื่นเต้นในเรื่องลูกที่แหม่มเพิ่งคลอด...ก็ถามโน่นถามนี่ ขอดูเด็ก..
           
แหม่มก็ดีใจที่เจอฉัน ก็เลยแนะนำให้รู้จักคุณป้า..
ตอนนั้นฉันอายุสิบสามได้มัง...คนทั้งโรงพยาบาลแตกตื่น
รุมมองฉันกันใหญ่ ที่เห็นเด็กพูดภาษาฝรั่งจ้อยๆน่ะ
คุณหมอที่รักษาป้าฉัน...ถึงกับมาซักถามคุณแม่ด้วยความสนใจ...อีกสองสามอาทิตย์ต่อมา..ที่คลาสบัลเล่ต์รุ่นเล็กก็มีนักเรียนใหม่เพิ่มขึ้นสองคน...,เป็นลูกสาวหมอ
ทั้งคู่นั่นแหละ.....

Back to Top
horizontal View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Oct 2011
Location: thailand
Online Status: Offline
Posts: 728
Post Options Post Options   Quote horizontal Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 23:54 - IP: 216.145.98.26 IP Information
เพลินใจยามอ่านและได้เรียนรู้ประวัติศาตร์เพิ่มเติม ยังไงก็ขอแขวนติดหน้าจอคอมฯตลอดไปคะ ClapClap
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Oct 2012 at 23:54 - IP: 108.70.210.124 IP Information
จากนั้นนะ..ฉันและเพื่อนๆ ก็เริ่มอยู่ในกลุ่มห้าวเล็กๆในโรงเรียน คือ ชอบเดินตามพี่ สีรุ่นน้อง ในโรงเรียนสตรีส่วนใหญ่ก็ยังเงี้ยละ
รุ่นพี่ในดวงใจก็คือ พี่ผาณิต กันตามระ เธอเก่งมาก พูดเก่งตั้งกะเด็ก
รุ่นน้องที่พวกเราหวงแหนราวกับใข่ในหิน เธอสวย น่ารักมาก..
แก้มงี้เป็นสีชมพูเชียว ตาดำขลับ แถมมีพ่อที่หล่อออมากกกอีกต่างหาก...
เรียกว่า ปรินซ์ชามมิ่ง โดยแท้...
น้องคนนี้นอกจากจะสวยแล้วยังมารยาทเป็นยอด อ่อนหวาน มีไมตรีกับพี่ๆทุกคน บางทีเธอก็นึกสนุกขึ้นรถเมล์กลับบ้านเอง พวกเราก็กระโจนตาม.
ความที่เธอสวยจัด..คนในรถเมล์พากันหันมาดูเธอแทบเป็นตาเดียว..แล้วทุกคนต้องอมยิ้ม..ที่เหลือบเห็นป้ายชื่อที่เธอ ลืมถอดออก...เขียนว่า ม.ร.ว.อรชา จักรพันธ์....
(คุณหญิงคะ ถ้าอ่านพบพวกพี่ๆยังคิดถึงนะคะ ทราบจากเพื่อนว่าท่านชายสิ้นชีพิตักษัยเมื่อสองปีก่อน..ขอแสดงความเสียใจมาในที่นี้ด้วยค่ะ...)

เขียนถึงตรงนี้...มีแฟนคลับมาเล่าต่อยอดให้ฟังว่า...

ม.ร.ว. อรชา จบ ม.ช. (ที่เชียงใหม่) คณะมนุษยศาสตร์ แต่คนละเมเจอร์
แต่งงานกับรุ่นพี่(คนเมือง) คณะสังคมฯ
ทีนี้พวกเราก็รุ่นสาวแล้วซิ...เจ้าพวกพี่ชายของเพื่อนๆที่มันเริ่มกระจัดกระจายเข้าตามเหล่าทัพต่างๆ ชักมีมารับน้อง..พาเพื่อนๆน้องไปกินไอสครีม พูดจาชักมีเลศนัย
หูตามีแววระยิบระยับ... ฉันก็ยังไม่ค่อยเก็ตกะเขาเท่าไหร่หรอก..แต่นังเพื่อนๆเริ่มพูดจาประสาดอกไม้กันแล้ว..ชักคุยกันไม่รู้เรื่อง
ฉันเลยต้องตกกะไดพลอยโจนกะเขาไปด้วย..ม่ายงั้น ก็จะกลายเป็นหมาหัวเน่า
เพื่อนฝูงจะไม่รักนิสัยเอา..
ก็มีเพื่อนพี่ชายเจ้าพวกนี้แหละ ชื่อ พี่ณัฐ  จปร. ปีหนึ่งเอง ก็มีทีท่ามาจีบฉัน
ฉันก็ไม่ได้ป้ง ได้ปลื้มกะเขาหรอกนะ แต่อยากมีอะไรไว้คุยกะเพื่อนบ้างก็เท่านั้น...
พี่ณัฐ..นี่ก็ช่างเขียนกลอนมั่ง เพลงมั่ง ส่งฝากมาให้อยู่เรื่อย โดยเฉพาะเพลง "สาส์นรัก"
ที่ขึ้นต้นด้วย.."ในลักษณ์นี้ว่า..น่าประหลาด............." นั่นแหละ

ฉันก็ซื่อบื้อ  ไม่ซึ้ง...แถมดันถามไปว่า..อ้าว เพลงผู้หญิงร้องไม่ใช่หรือพี่?..

ทีนี้ไอ้กลุ่มฉันไปไหนก็จะมีสีเหล่าต่างๆตามเป็นพรวนจนเขาให้ชื่อว่า..
(นังพวก) "ปากน้ำ สามพราน มัฆวาน  ดอนเมือง"...
แต่มันก็ไม่ได้ไปไหนกันหรอกนะ อย่างดีก็ไอติมเหลิมไทย หลังวังฯ เขาดิน..
เขาดินนี่เป็นอะไรที่สุดๆเลย ม่ายรุจะแห่ไปกันทำไม
เหม็นขี้ช้าง จนแทบจะเป็นลม(สมัยก่อนนะ) จะไปหาบรรยากาศโรแมนติกที่ไหนวะ..
           
แต่ครั้งหนึ่ง..เขานัดจะไปวันวางพวงมาลากัน...ฉันไม่ได้ไปติดอะไรก็ไม่รู้ไม่บัลเล่ต์ ก็รำไทยเนี่ย....
วันรุ่งขึ้น อีพี่ณัฐเขียนจอหมายมาตัดพ้อเพียบเชียวสองสามหน้ากระดาษแน่ะ..
ฉันก็เอามาอ่านโดยวางซ่อนในนิตยสารอีกที...
คุณแม่มาบอกให้ฉันไปหยิบกระเป๋าให้หน่อย..
ฉันก็วางหนังสือลงแล้วไปทำตามคำสั่ง..พอขากลับ..
ฉันลืมหนังสือที่มีจดหมายสอดเสียสนิท(คงสำคัญมากเลยนะ..ลืมเฉยเลย)
จนกระทั่งเข้านอน นึกขึ้นได้ รีบวิ่งไปที่ที่วางไว้..ปรากฎว่าหนังสือเล่มนั้นหายไปแล้ว...ถามเด็กมันก็ว่า คุณแม่หยิบขึ้นห้องไปแล้ว...

ตาย ตาย ตาย ตายแล้ววววว ฉัน..จะทำยังไงเนี่ย...
อยากให้ธรณีสูบฉันให้หายไปจากโลกนี้จริงๆ.... ฉันกลัวจนตัวสั่น..เดินงันงกกลับเข้าห้องนอน...นั่งบนเตียง ในสมองอื้ออึงด้วยคำตอบที่พยายามจะคิดมาแก้ตัว...
โอยยยย ยังไงก็ไม่รอด ฉันปิดไฟนั่งซึมในความมืด เหมือนรอมัจจุราช..
ว่าเมื่อไหร่คุณแม่จะบุกเข้ามาและฆ่าฉัน ให้ตายคามือ

ตั้งแต่จำความได้ แม่เคยตีฉันอย่างแรงแค่ครั้งเดียวที่ฉันแอบไปโดดน้ำคลอง ที่บ้านคุณปู่น้อยเท่านั้น ท่านว่าเป็นเพราะฉันไม่ได้ขออนุญาต (ความจริงเขากลัวฉันจมน้ำตายต่างหาก แต่ไม่กล้าพูด)
แต่นี่มันเป็นความผิดร้ายแรง..เพื่อนๆฉันเขาก็กลัวพ่อแม่เขารู้จะตาย...
ดูอย่าง.....ยายซิ้มปากซอยแกยังลากลูกสาวออกมาตีนอกบ้าน แถมด่าโขมงโฉงเฉง เพราะลูกสาวอีออกไปดูหนังกะหนุ่มข้างบ้าน...
ยายใจขายขนมหวานท้ายซอย..แกจับลูกสาวแกกร้อนผมซะแทบหมดหัว..บอกว่า จะประจานมัน..นังลูกไม่รักดี...ยิ่งคิดยิ่งสยอง...

เสียงนาฬิกา ติ๊ก ต๊อก  ติ๊ก ต๊อก  แต่....ฉันว่าเสียงใจฉันเต้นดังกว่าอีก..!!!!
 
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Oct 2012 at 00:04 - IP: 108.70.210.124 IP Information
ฉันมึนงงสับสน..นอนไม่หลับ...พอกลัวมากๆคนเรานี่จะเกิดความรู้สึกต่อต้านทันที..
อย่างฉันเนี่ย..นึกฮึดขึ้นมา...เอาซิ ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่หว่า...
ลองซิ..จะหนีออกจากบ้านให้ดู (คิดหยั่งงี้ จริงๆ)
ยิ่งนึกก็อยากฆ่าตัวตายมั่ง..เอ..นางในวรรณคดีเขากลั้นใจตาย..กลั้นยังไงวะ?
ก็ลองนะ..ได้ไม่ถึงครึ่งวิ..ก็หายใจเฮือกออกมาแล้ว..
           
ฉันนั่งอยู่อย่างงั้นจนเสียงไก่ขัน...พระออกบิณฑบาตร..
ดูเวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน...ได้เวลาต้องลงไปรับอาหารเช้า..ประหนึ่งเข้าแดนประหาร....ฉันเดินมึนนนน เข้านั่งโต๊ะ..คุณแม่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ตามปรกติ..ญาติโยมเดินกันขวักไขว่....
ใจหายแว๊บบ ข้างๆถ้วยชาคุณแม่มีซองที่ใส่จดหมายพี่ณัฐวางอยู่...ฉันจำได้
อยากเสกให้ตัวเองหายไปจากโลก...จะทำไงดีล่ะ..
แต่ละวินาทีที่ผ่านไปมันช่างทรมานเสียจริงๆ...เหลือบตาดูคุณแม่..ก็เห็นเฉยๆ
(สงสัย ล่อเราให้ตายใจ แล้วตีทีหลัง)
           
เสียงพลิกหนังสือพิมพ์ของคุณแม่..มันกรีดเข้าไปในหัวใจอย่างที่สุด..เมื่อไหร่นะ...
ฉันคอหอยตีบตัน กลืนอะไรไม่ลงเลย..ตาก็จับอยู่ที่จดหมายเจ้ากรรมนั่น.. เฮ้ออออ....
จนได้เวลาไปขึ้นรถไปโรงเรียน...เข้าไปไหว้....และหันหลังออกมา
คุณแม่ท่านจึงพูดว่า..
"เดี๋ยวก่อน.." ฉันหลับตาปี๋....นึกแล้ววว..ว่าโดนแน่
"หนูลืมจดหมายแฟนแน่ะ...เอาไปซิลูก"
           
แทบไม่เชื่อหู...คุณแม่พูดอย่างสบายๆ ส่งจดหมายให้..และบอกว่า..ตาหนุ่มคนนี้ท่าทางขี้ใจน้อยนะ ...


ฉันอยากโดดกอดแม่ จูบท่านให้สมกับความรู้สึกที่มีในตอนนั้น..ไม่ใช่ว่าเรื่องแฟน..
แต่มันเป็นความรู้สึกที่แม่เข้าใจเรา..และให้เกียรติเรา สำคัญที่สุดคือแม่ไว้ใจเรา...
ตั้งปณิธานไว้ในใจเลย...ว่าจะไม่ทำให้แม่เสียใจไม่ว่าเรื่องใดๆ
แทบไม่น่าเชื่อ..ว่าจะมีผู้ใหญ่ที่เข้าใจอย่างนี้มีอยู่ในโลก...
เชื่อมะตั้งแต่นั้นมา..ฉันคุยกับแม่ได้ในทุกเรื่อง..
เคยถามท่านว่าทำไมไม่โกรธ..ในขณะที่ทุกบ้านที่มีลูกสาวเรื่องพบปะเจอะเจอผู้ชายนี่เรื่องใหญ่แบบคอขาดบาดตาย... ทั้งๆที่แค่เดินห้างนี่แหละ...
คุณแม่ว่า...แม่เลี้ยงหนูมาให้มีความเชื่อมั่นในตัวเอง  แล้วทำไม..แม่จะมาทำลายมันเสียล่ะ?!!
 
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Oct 2012 at 00:06 - IP: 108.70.210.124 IP Information
ขอลาไปทำงานค่ะ....ได้เวลาแล้ว...
Back to Top
horizontal View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Oct 2011
Location: thailand
Online Status: Offline
Posts: 728
Post Options Post Options   Quote horizontal Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Oct 2012 at 00:09 - IP: 216.145.98.26 IP Information
จะรอดมั๊ยนะลุ้นๆๆๆๆใจระทึก Big smile
Back to Top
wariya View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 May 2012
Location: Zehlendorf, Bln
Online Status: Offline
Posts: 730
Post Options Post Options   Quote wariya Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Oct 2012 at 10:05 - IP: 125.25.32.254 IP Information

ไม่ค่อยได้ log in เข้ามาเป็นกำลังใจ
เพราะกำลังโยกย้ายข้ามทวีปเหมือนกัน
แต่ตามอ่านตลอดค่ะ อย่าเพิ่งหยุดเขียนนะคะ

Smile Clap Smile
Back to Top
Natcharee H. View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 22 Mar 2012
Location: Brisbane, Aus
Online Status: Offline
Posts: 370
Post Options Post Options   Quote Natcharee H. Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Oct 2012 at 11:29 - IP: 175.35.88.154 IP Information
Thank you very much for sharing the story ka, it's very addictive and I like your way of telling the story , I can see the pictures so crystal clear through your words    
Back to Top
Blue Lotus View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Feb 2012
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1030
Post Options Post Options   Quote Blue Lotus Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Oct 2012 at 12:06 - IP: 108.70.210.124 IP Information
Originally posted by wariya


ไม่ค่อยได้ log in เข้ามาเป็นกำลังใจ
เพราะกำลังโยกย้ายข้ามทวีปเหมือนกัน
แต่ตามอ่านตลอดค่ะ อย่าเพิ่งหยุดเขียนนะคะ

Smile Clap Smile



ล๊อคอินเข้ามาบ่อยๆซิคะ...มาคุยเป็นเพื่อนกัน  ว่าแต่ คุณ wariya กำลังจะย้ายไปไหนเอ่ย...??
เรื่องเขียน...เอาแน่ไม่ค่อยได้ค่ะ..เพราะเวลากับสมาธิ มักจะมาไม่พร้อมกัน...แต่ช่วงนี้คงจะเขียนเล่าอะไรเยอะแยะเพราะกำลังจะหยุดพักผ่อนตลอดช่วงฤดูหนาวนี้ค่ะ
Back to Top
Page  <1 34567 34>

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down

การแสดงความคิดเห็น (Comments)

ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ Ladyinter
และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
Ladyinter ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

 

ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เป็นอันขาด
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว เกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
  • ห้ามเสนอข้อความอันมีเจตนาใส่ความบุคคลอื่น ให้ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง โดยไม่มีแหล่งที่มาของ ข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  • ห้ามเสนอข้อความอันเป็นการท้าทาย ชักชวน โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยมูลแห่งความขัดแย้ง ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น โดยเสรีเช่นวิญญูชนพึงกระทำ
  • ห้ามเสนอข้อความกล่าวโจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายต่อ ศาสนา หรือคำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
  • ห้ามใช้นามแฝงอันเป็นชื่อจริงของผู้อื่น โดยมีเจตนาทำ ให้สาธารณะชนเข้าใจผิดและเจ้าของชื่อผู้นั้นได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
  • ห้ามเสนอข้อความอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
  • ห้ามเสนอข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เช่น email address หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ ห้ามเสนอข้อความ หรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของสังคม

 

คู่มือการใช้งาน

  1. การสมัครสมาชิก
  2. กรณี not Activation Email
  3. การตั้งกระทู้
  4. การแก้ไขกระทู้
  5. การตอบกระทู้
  6. การใส่รูป และใส่ลิงค์ ในกระทู้
  7. การใส่ VDO ของ YouTobe , Vimeo , Flash 
  8. การใช้งาน PM (Private Messenger)
  9. การใส่ signature ,  avatar
  10. การยกเลิกการเป็นสมาชิก
  11. การเปลี่ยนชื่อสมาชิก
  12. การแจ้งลบกระทู้
  13. เงื่อนไขการ ตั้งกระทู้ในห้องเปิดท้าย
  14. เมื่อลืมรหัสผ่าน เข้าใช้งาน เว็บไซต์ฯ

ติดต่อทีมงาน : editor@thaicomp.com




This page was generated in 0.189 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters