Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ ตุรกี > * สะใภ้ ตุรกี / Turkey
  New Posts New Posts RSS Feed: แชร์สถานที่ท่องเที่ยวในตุรกี
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

แชร์สถานที่ท่องเที่ยวในตุรกี

Page  123 4>
Author
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: แชร์สถานที่ท่องเที่ยวในตุรกี
    Posted: 27 Nov 2012 at 08:53 - IP: 10.100.2.197 IP Information
วันนี้ขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวในตุรกี
ในทุกซอกทุกมุมของประเทศ

ตุรกี

ประเทศตุรกี

ประเทศตุรกี (Turkey) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐตุรกี (Republic of Turkey) ตุรกีเป็นประเทศสองทวีปที่มีดินแดนอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ตุรกีในฝั่งเอเชียซึ่งครอบคลุมบริเวณส่วนใหญ่ของคาบสมุทรอานาโตเลีย นับเป็นพื้นที่ร้อยละ 97 ของประเทศ และถูกแยกจากตุรกีฝั่งยุโรปด้วยช่องแคบบอสพอรัส ทะเลมาร์มะรา และช่องแคบดาร์ดาเนลเลส (ซึ่งรวมกันเป็นพื้นน้ำที่เชื่อมระหว่างทะเลดำกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน) ตุรกีในฝั่งยุโรปซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรบอลข่านมีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 3 ของทั้งประเทศ ดินแดนของตุรกีมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความยาวมากกว่า 1,600 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 800 กิโลเมตร ตุรกีมีพื้นที่ (รวมทะเลสาบ) ประมาณ 783,562 ตารางกิโลเมตรตุรกี ประเทศตุรกี

ตุรกีถูกล้อมรอบด้วยทะเลสามด้าน ได้แก่ทะเลอีเจียนทางตะวันตก ทะเลดำทางเหนือ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางใต้ นอกจากนี้ ยังมีทะเลมาร์มะราในเขตตะวันตกเฉียงเหนือ

ตุรกีฝั่งเอเชียที่มักเรียกว่าอานาโตเลียหรือเอเชียไมเนอร์ประกอบด้วยที่ราบสูงในตอนกลางของประเทศ อยู่ระหว่างเทือกเขาทะเลดำตะวันออกและเกอรอลูทางตอนเหนือกับเทือกเขาเทารัสทางตอนใต้ และมีที่ราบแคบ ๆ บริเวณชายฝั่ง ทางตะวันออกของตุรกีมีลักษณะเป็นภูเขาและเป็นต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายเช่น แม่น้ำยูเฟรติส แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำอารัส นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบวัน และยอดเขาอารารัด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของตุรกีที่ 5,165 เมตร
ตุรกี ประเทศตุรกี
สภาพภูมิประเทศที่หลากหลายนั้นเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลาหลายพันปี และยังคงปรากฏให้เห็นในปัจจุบันในรูปของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ และภูเขาไฟระเบิดในบางครั้ง ช่องแคบบอสฟอรัสและช่องแคบดาร์ดาเนลเลสก็เกิดจากแนวแยกของเปลือกโลกที่วางตัวผ่านตุรกีทำให้เกิดทะเลดำขึ้น ทางตอนเหนือของประเทศมีแนวแยกแผ่นดินไหววางตัวในแนวตะวันตกไปยังตะวันออก ซึ่งเป็นสาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปีพ.ศ. 2542

เมืองหลวง
เมืองหลวงที่สำคัญของประเทศตุรกีคือ กรุงอังการาตุรกี ประเทศตุรกี

เมืองสำคัญ
เมืองที่สำคัญของประเทศตุรกี ได้แก่ Istanbul (9.2 ล้านคน), Ankara (3.7 ล้านคน), Izmir (3.2 ล้านคน), Adana (1.7 ล้านคน), Bursa (1.9 ล้านคน)

ที่ตั้ง
ส่วนหนึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป (ร้อยละ 3) อีกส่วนหนึ่งอยู่ในเอเชียตะวันตก ทิศเหนือติดทะเลดำ ทิศตะวันออกติดประเทศจอร์เจีย เขตปกครองตนเอง Nakhitchevan ของประเทศอาเซอร์ไบจาน (18 ก.ม.) และประเทศอาร์เมเนีย ทิศใต้ติดประเทศอิรัก ประเทศซีเรีย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับประเทศบัลแกเรียและประเทศกรีซ

พื้นที่
783,562 ตารางกิโลเมตร (รวมทะเลสาบและเกาะ)

ภูมิอากาศ
อากาศร้อนในภูมิภาคทะเลดำ อากาศแบบภาคพื้นทวีปในพื้นที่ตอนในและ แบบเมดิเตอร์เรเนียนตามชายฝั่งทะเลภาคใต้

ประชากร-เชื้อชาติ
71.3 ล้านคน (2546) โดยเป็นชาวเติร์ก ร้อยละ 90 ชาวเคิร์ด ร้อยละ 20

ภาษา ตุรกี ประเทศตุรกี
ภาษาเตอร์กิช ( ภาษาราชการ) ภาษาเคิร์ด ภาษาอาราบิค

ศาสนา
ร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือเป็นคริสเตียนและยิว

สกุลเงิน
ลิร่า (Lira - TRL) อัตราแลกเปลี่ยนธนาคารกลางตุรกี วันที่ 12 ตุลาคม 2547
1 ดอลลาร์สหรัฐ = 1.8 ลีร่า

  1 ลีร่าตุรกี = 17.09 บาทไทย

เงินสกุลใหม่
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 สกุลเงินของตุรกีจะเปลี่ยนจากเงินลีร่าเดิม "Turkish Lira" (TRL) เป็นเงินลีร่าใหม่ New Turkish Lira (TRY) โดยตัดเลข 0 ออก 6 หลัก และมีสกุลเงินย่อยเป็น New Kurush (YKr) เช่น เงิน 123,625,000 TRL จะกลายเป็น 123.63 TRY เป็นต้น ทั้งนี้ เอกสารทางการเงินหรือการทำสัญญาธุรกิจทางการเงินทั้งหมดจะต้องเปลี่ยนจากการกำหนดใช้เงิน TRL เป็น TRY เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 อย่างไรก็ตาม ธนบัตรและเหรียญเงิน TRL จะยังได้รับการอนุโลมให้สามารถใช้ร่วมกับเงิน TRY ได้ในช่วงตลอดปี 2548

อิสตันบูล (ตุรกี: İstanbul) เมื่องสำคัญอันดับ 1 ของประเทศ เดิมชื่อ คอนสแตนติโนเปิล เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย)
ในอดีต อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ไบแซนเทียม, คอนสแตนติโนเปิล, สแตมโบล, อิสลามบูลเป็นต้น คำว่า อิสตันบูล มาจากภาษากรีก แปลว่า "ในเมือง" หรือ "ของเมือง"

อิสตันบูลได้สั่งสมความยิ่งใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง และยาวนานจากอดีตถึงปัจจุบัน อิสตันบูลในอดีตเคยเป็นอดีตราชธานีของสามอาณาจักรที่สำคัญคือ โรมันตะวันออก ไบแซนไทน์ (Byzantine) และออตโตมัน (Ottoman) ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกมุสลิม

" อิสตันบูล" ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญเมืองหนึ่งของตุรกี มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกทั้งยุโรปและเอเชียเดินทางไปเยือนแต่ละปีเป็น จำนวนมากเพราะอากาศที่นั่นเย็นสบาย สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์น่าสนใจและโด่งดังไปทั่วโลก

ปี 2553 อิสตันบูลเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดสำหรับในศักราชใหม่นี้ ด้วยความที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่า ทั้งยังมอบความหลากหลายตั้งแต่ชายหาดอันสวยงาม ตลาดนัด ไปจนถึงช่องแคบบอสฟอรัสอันน่าทึ่ง

แม้อิสตันบูลจะไม่ใช่เมืองหลวงของตุรกีอย่างกรุงอังการา แต่มีความสำคัญทัดเทียมกัน ทั้งในแง่ที่เป็นเมืองใหญ่ที่สุด และเป็นศูนย์กลางความเจริญด้านธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นฉากสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของอนาโตเลีย เพราะอิสตันบูลก็คือกรุงคอนสแตนติโนเปิลอันยิ่งใหญ่นั่นเอง จึงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวหากใครไม่ได้ไปเยือน ก็เหมือนไม่ถึงตุรกี และความแปลกของอิสตันบูลหนึ่งเดียวในโลก คือการเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส และทวีปเอเชีย ฝั่งอนาโตเลีย การได้ไปเยือนเหมือนการอยู่คาบเกี่ยวระหว่าง 2 อารยธรรมที่มีคุณค่า ดั่งอัญมณีของโลก

จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด หรือ ฮิปโปโดรม
 

จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี
จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด เมืองอิสตันบลู ประเทศตุรกี
 

จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด หรื ฮิปโปโดรม ( Hippodrome ) เดิมเป็นสถานที่แข่งม้าและแข่งกรีฑาในสมัยโรมัน ปัจจุบันมีอนุสาวรีย์เหลือ 3 ชิ้นคือ เสาโอเบลิสก์แห่งกษัตริย์เธโอโดเซียส เป็นสาทรงสี่เหลียมยอดแหลมที่เก่าแก่ที่สุด สร้างด้วยหินแกรนิต เดิมอยู่ที่โฮลิโอโปสิล ต่อมาจักรพรรดิเธโอโดเซียสย้ายมาตั้งไวที่อิสตันบูล มีความสูง 20 เมตร ยอดเสาแกะเป็นภาพฟาโรห์คุกเข่าถวายสักการะแด่สุริยเทพ และการรบชนะสงคราม เสาบรอนซ์รูปงู เดิมสูง 8 เมตร ชำรุดเสียหายคงเหลือในปัจจุบันแค่ 5 เมตร เป็นสาแบบกรีกที่เก่าแก่ที่สุดในอิสตันบูล ตัวเสาเป็นงู 3 ตัวเกี่ยวกระหวัดรัดกันอยู่ ยอดที่หักเป็นส่วนของสามขาที่รองรับอ่างทองคำ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดี เสาคอนสแตนตินได้ชื่อมาจากพระเจ้าคอนสแตนติน จักรพรรดิแห่งโรมัน เป็นสาหินสูงประมาณ 32 เมตร สร้างในปี ค.ศ. 940 เดิมเป็นรูปเกษตรกรและชาวประมง
 
อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน
 
อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี
อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน ( Underground Cistern ) เป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 กว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ตั้งแต่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น

วิหารเซนต์โซเฟีย

สุเหร่าฮาเกียโซเฟีย,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี

วิหารเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือสุเหร่าฮาเกีย โซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เป็นโบสถ์คาทอลิก สร้างในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน มีหลังคาเป็นยอดกลมแบบโม เสาในโบสถ์เป็นหินอ่อน ภายในติดกระจกสี เมื่อเติร์กเข้าครองเมือง ได้เปลี่ยนโบสถ์นี่ให้เป็นสุเหร่าในปี ค.ศ. 1453 ฉาบปูนทับกำแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก ภายหลังทางการได้ตกลงให้สุเหร่าฮาเกียโซเฟียเป็นพิพิธภัณฑ์ที่วันนี้คงบรรยากาศของความเก่าขลังอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะโดมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกซึ่งมีพื้นที่โล่งภายในใหญ่ที่สุดในโลก ก่อสร้างด้วยการใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นแทนการใช้เสาค้ำยันทั่วไป นับเป็นเทคนิคการก่อสร้าง ที่ถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น (ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฮาเกียโซเฟียได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง
 
มัสยิดสุลต่านเหม็ด
มัสยิดสุลต่านเหม็ด,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี
มัสยิดสุลต่านเหม็ด ( Blue Mosque ) หนึ่งในลักษณ์ของเมืองอิสตันบูล ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง 51 เมตร ยาว 53 เมตร มีหลังคาโดม ตั้งตระหง่านสุงถึง 43 เมตร เป็นมัสยิดที่ประดับด้วยกระเบื้องอิซนิกสีฟ้ากว่า 21,000 แผ่น จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า มัสยิดสีฟ้า ภาพในมัสยิดนอกจากจะโอ่โถงอลังการแล้ว ยังมีเสาขนาดใหญ่ที่ได้รับการเรียกขานว่า
" เท้าช้าง" โดยมีเสา 4 ต้น ตั้งโดดเด่นเป็นโครงสร้างสำคัญ นอกจากนี้ มัสยิดสีฟ้ายังเป็นมัสยิดที่มีหอสวดมนต์มากที่สุดในตรุกี คือมีถึง 6 หอ
ภายในมัสยิดสุลต่านเหม็ด,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี

ภายในมัสยิดสุลต่านเหม็ด เมืองอิสตันบลู ประเทศตุรกี

 
พระราชวังทอปกาปึ
พระราชวังทอปกาปึ,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี
พระราชวังทอปกาปึ ( Topkapi Palace ) พระราชวังที่ประทับของสุลต่านนานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดยสุลต่านเมห์เหม็ดผู้พิชิตเมื่อปี ค.ศ. 1478 ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน อาทิ ส่วนโรงครัว ห้องเก็บเครื่องกระเบื้อง ห้องเก็บอาวุธ ห้องเก็บสมบัติ ฯลฯ ซึ่งห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวอย่างมากก็คือ ห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติและวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปึด้ามประดับมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัตของช่างทำช้อนเป็นไฮไลต์สำคัญ ในขณะที่บริเวณระเบียงหลังห้องท้องพระคลังเป็นจุดชมวิวชั้นดี ที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์เมืองอิสตันบูลใน 2 ฝั่งทวีป (ยุโรปและเอเชีย) ได้อย่างชัดเจน ...

ประตูเข้าพระราชวังทอปกาปึ,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี
ประตูเข้าพระราชวังทอปกาปึ เมืองอิสตันบลู ประเทศตุรกี
 
 

พระราชวังโดลมาบาห์เช่
 

พระราชวังโดลมาบาห์เช่,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี


พระราชวังโดลมาบาห์เช่ (Dolmabahce Palace) พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทางด้านวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ของจักรวรรดิออตโตมัน เป็นศิลปะผสมผสาน ของยุโรป และตะวันออกที่ได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกประกอบด้วยห้องหับต่างๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระน และโคมไฟมหึมาหนัก4.5 ตัน นาฬิกาทุกเรือนของที่นี่จะถูกตั้งเวลาไว้ที่ 09.05 น. อันเป็นเวลาที่เคมาล อตาเติร์ก (KAMAL ATATURK) วีรบุรุษของชาตถึงแก่อสัญกรรมใน วันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1938

Spice Market

Spice Market,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี
Spice Market หรือตลาดเครื่องเทศ ตลาดที่ใหญเป็นอันดับสองรองจากแกรนด์บาซาร์ มักเรียกกันว่าตลาดอียิปต์ เพราะมีการนำเข้าเครื่องเทศจากอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาทางอียิปต์ และจากอียิปต์อิสตันบูลโดยผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากเครื่องเทศหลากหฟลายแล้ว ยังมีสินค้าอีกมากมายให้เลือกซื้อหาในราคาย่อมเยา เช่น เครื่องประดับก ชาแอปเปิลอันขึ้นชื่อ เตอร์กิชดีไลท์ ขนทหวานสไตล์ตุรกีอย่างแอปริคอตและถั่วพิทาชิโอ

ช่องแคบบอสฟอรัส

ช่องแคบบอสฟอรัส,เมืองอิสตันบลู,เที่ยวตุรกี
ช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (THE BLACK SEA) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (SEA OF MARMARA) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร ความ กว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุด ยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ว่ากันว่าจนกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้และไม่เคยปรากฏว่ากรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนัก มาก่อนเลย ทั้งนี้เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี้เอง ในปี ค.ศ. 1973 มีการเปิดใช้สะพานบอสฟอรัสซึ่งทำให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างฝั่งเอเชียและยุโรปสะดวกมากขึ้น
 
วันนี้มานำเสนอที่เมืองอิสตันบลูก่อน
และจะนำเมืองอื่น ๆ พร้อมทั้งโรงแรมมาเพิ่มให้อีกค่ะ
เพื่อความสะดวกในการหาสถานที่ท่องเที่ยว
ขาดตกอย่างไรแจ้งข้อมูลเพิ่มได้ค่ะ

 


 


 

 


 


Edited by mar_marty - 12 Dec 2012 at 08:51
!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Nov 2012 at 09:17 - IP: 10.100.2.197 IP Information
"ประเทศตุรกี" (Turkey) หรือ "สาธารณรัฐตุรกี" (Republic of Turkey) เป็นประเทศที่ตั้งประเทศตุรกีตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย โดยมีช่องแคบบอสฟอรัส (Bosporus) ทะเลมาร์มาร่า (Marmara) และช่องแคบดาร์ดาแนลส์ (Dardanelles) แบ่งขั้นระหว่างตุรกีฝั่งยุโรปและตุรกีฝั่งเอเชีย และยังเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยว และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่แพ้ที่อื่นๆ





     "เมืองอิซเมียร์"

              "เมืองอิซเมียร์" หรือ "เมืองอิซมีร์" (Izmir) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ ทราเวลไทยซ่าส์ (TravelThaiza) อยากแนะนำให้ไปเยือน โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ทางปลายสุดทางตะวันตกของคาบสมุทรอานาโตเลีย (Anatolia) หรือที่เรามักเรียกกันว่า เอเชียไมเนอร์ (Asia Minor) ปัจจุบันเมืองอิซเมียร์นั้นถือว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ซึ่งมีอายุเก่าแก่มากกว่า 5,000 ปี


     "จัตุรัสโคนัค" และ "หอนาฬิกาอิซเมียร์"

     นอกจากนี้แล้ว เมืองอิซเมียร์ยังถือว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศตุรกี ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่รอบๆอ่าวขนาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขา อีกทั้งยังถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างพลุกพร่านไปด้วยผู้คน รวมไปถึงถนนที่ค่อนข้างกว้าง อาคารกระจกและศูนย์ช็อปปิ้งที่ทันสมัย นั่นจึงส่งผลให้เมืองมีบรรยากาศของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยุโรปมากกว่าตุรกีแบบดั้งเดิม

     สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองอิซเมียร์นั้น จุดท่องเที่ยวแรกที่อยากแนะนำให้คุณไปเยือน คือ "จัตุรัสโคนัค" (Konak Square ) สแควร์หลักที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจัตุรัสก็คงจะเป็น "หอนาฬิกาอิซเมียร์" (Izmir Clock Tower ) หอนาฬิกาหินอ่อนที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง


     "ซิตี้ฮอล เมืองอิซเมียร์"

     หอนาฬิกาอิซเมียร์ ตั้งอยู่บริเวณใจกลางจัตุรัสโคนัค โดยหอนาฬิกานั้นมีความสูงประมาณ 25 เมตร (82 ฟุต) ถูกสร้างขึ้นในปี 1901 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมออตโตมัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 25 ของ Abdulhamid II 's (ครองราชย์ 1876-1909) ปัจจุบันหอนาฬิกาแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของอิซเมียร์ไปแล้ว



     "มัสยิดโคนัค"

     จากนั้นขอแนะนำให้ไปชม "มัสยิดโคนัค" (Konak Mosque) มัสยิดรูปทรงวงกลมขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเขตจัตุรัสโคนัค ถูกสร้างขึ้นในปี 1754 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมออตโตมัน หลังคา ประตู หน้าต่าง ถูกล้อมรอบด้วยกระเบื้องเซรามิกและหินอย่างสวยงาม





     "ตลาดเคเมราลติ"

     และไม่ไกลจากกันนักจะเป็น "ตลาดเคเมราลติ" (Kemeralti bazaar) ตลาดหลักที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองอิซเมียร์ ปัจจุบันตลาดแห่งนี้ถือว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างมีชีวิตชีวามากแห่งหนึ่งของเมืองอิซเมียร์ และใกล้กับตลาดจะเป็นที่ตั้งของ "มัสยิดฮิซาร์" (Hisar Mosque) มัสยิดที่มีขนาดใหญ่และมีความสวยงามที่สุดของอิซเมียร์


     "ตลาดเคเมราลติ"

     โดยมัสยิดถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1592 - 1598 ถูกสร้างขึ้นโดย Aydinoglu Yakup Bey สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของมัสยิดก็คงจะเป็นหลังคาโดมขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นด้วยหินเคลือบด้วยตะกั่ว โดยมัสยิดที่มีการตกแต่งภายในอย่างสวยงามในรูปแบบศิลปะออตโตมัน





     "ท่าเรือโคนัค"

     ต่อมาขอแนะนำให้คุณไปเยือน "ท่าเรือโคนัค" (Konak Pier) ศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับ high - end ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1890 ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดย Gustave Eiffel โดยแต่เดิมถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นคลังสินค้า ร่วมกับ ด่านศุลกากรฝรั่งเศส และในปี 2004 ได้เปิดเป็นห้างสรรพสินค้าหรูและกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองอิซเมียร์ในที่สุด

     หลังจากนั้นขอแนะนำให้คุณไปเยือน "พิพิธภัณฑ์โบราณคดีอิซเมียร์" (Izmir Archaeological Museum) ตั้งอยู่ห่างจากจัตุรัสโคนัคไปทางทิศใต้ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ถูกก่อตั้งขึ้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1984 ภายในประกอบไปด้วยห้องแสดงนิทรรศการ, ห้องปฏิบัติการ, คลังสินค้า, ห้องถ่ายภาพ, ห้องสมุด และห้องประชุม



     "หอเอซานซอร์"

     โดยชั้นแรกถูกใช้ในการจัดแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมการฝังศพในสมัยโบราณ ส่วนในชั้นกลางมีการจัดแสดงรูปปั้นหินอ่อน , ประติมากรรมหินอ่อน และอื่นๆอีกจำนวนมาก สุดท้ายคือ ชั้นบน จะมีการจัดแสดงเกี่ยวแกลเลอรี่ ผลงานศิลปะ และอื่นๆอีกจำนวนมาก

     ถัดมาขอแนะนำให้คุณไปเยือน "หอเอซานซอร์" (Asansor) เป็นหอลิฟท์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักธุรกิจชาวยิวใน ปี 1907 วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่จะขึ้นไปด้านบนของเนินเขา โดยลิฟท์ทำงานโดยมีกลไกการขับเคลื่อนด้วยน้ำ ต่อมาก็ถูกเรียกคืนโดยเทศบาลเมืองอิซเมียร์ ปัจจุบันลิฟท์ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ทำงานโดยการไฟฟ้า มีร้านอาหารอยู่ด้านบนของลิฟท์





     "ปราสาทคาดีเฟคาเล"

     จากนั้นขอแนะนำให้คุณไปเยือน "พิพิธภัณฑ์ทางทะเลอินคิราลติ" (Inciralti Sea Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์กองทัพเรือที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลักเป็นเรือปลดประจำการของทหารเรือกองทัพเรือตุรกี ประมาณ 2 ลำ

     สุดท้ายไม่พลาดไปเยือน "ปราสาทคาดีเฟคาเล" (Kadifekale) ปราสาทเก่าที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ปัจจุบันปราสาทยังคงหลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คงจะเป็นประตูปราสาท ผนังปราสาท และหอนาฬิกา และไม่พลาดชมมุมมองที่สวยงามของตัวเมืองอิซเมียร์เมื่อมองลงไปจากตัวปราสาท ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆ.....

!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
PopCorn View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 15 Jun 2010
Location: Bangkok:TR
Online Status: Offline
Posts: 711
Post Options Post Options   Quote PopCorn Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Dec 2012 at 01:43 - IP: 94.123.148.118 IP Information
Thank you น้องมาร์ที่เอาข้อมูลมาแบ่งปันรอเมืองต่อๆ ไปอยู่นะ
วันนี้ขออนุญาตินำเสนอเมืองที่ใครหลายคนอาจคิดว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ
ไม่มีที่ให้เที่ยวไม่อะไรให้ดู  คือ อันคาร่า นั่นเองมาดูกันว่าเป็นไงน่าเที่ยวหรือไม่น่าเที่ยว
http://www.youtube.com/watch?v=jYoEf8Ki-08
ANKARA CİTY

http://www.youtube.com/watch?v=7QFTb59XyRk
BEYPAZARI



โลกนี้ไม่กว้างใหญ่ดั่งใจคิด แต่ใจคนเล็กเพียงนิด กลับกว้างใหญ่เกินค้นหา
Back to Top
นกเล็ก View Drop Down
Groupie
Groupie


Joined: 18 Aug 2011
Online Status: Offline
Posts: 48
Post Options Post Options   Quote นกเล็ก Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Dec 2012 at 03:57 - IP: 78.94.196.196 IP Information
ขอบคุณที่แชร์นะคะ วันเสาร์ที่สิบห้านี้เราก็จะไปเที่ยวเมืองแอนตาเลียค่ะ เป็นทริปแรกของเราที่จะไปของตุรกี ตื่นเต้นเหมือนกันไม่เคยไปเที่ยวตุรกีมาก่อน 

Back to Top
PopCorn View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 15 Jun 2010
Location: Bangkok:TR
Online Status: Offline
Posts: 711
Post Options Post Options   Quote PopCorn Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Dec 2012 at 05:07 - IP: 94.123.148.118 IP Information
เดินทางปลอดภัยและเที่ยวให้สนุกนะคะคุณนกเล็ก  
เอาคลิปจังหวัดอันทาเลียมาให้ดูไปพลางๆก่อนไปเห็นของจริง 
นอกจากแถบซิเด้แล้วอย่าลืมไปเที่ยวน้ำตกคูร์ซุนลุด้วยนะคะ
http://www.youtube.com/watch?NR=1&v=9B7uTVhm1Y0&feature=endscreen
ส่วนอันนี้คลิปโปรโมทการท่องเที่ยวของตุรกี
http://www.youtube.com/watch?v=5s3kSD4JIrI


เพิ่มเติม อาตะคูเร ที่อันคาร่า หอคอยลูกตุ้มหมุนที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ประเมืองกำลังจะถูกรื้อถอนไปน่าเสียดาย  
http://www.youtube.com/watch?v=auDyTT9EWrI




Edited by PopCorn - 13 Dec 2012 at 02:07
โลกนี้ไม่กว้างใหญ่ดั่งใจคิด แต่ใจคนเล็กเพียงนิด กลับกว้างใหญ่เกินค้นหา
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Dec 2012 at 06:37 - IP: 223.205.247.64 IP Information
Avatar ขอบคุณคุณครูพี่นัทด้วยคร้า ที่เข้ามานำเสนอเมือง ANKARA
CİTY  BEYPAZARI มาให้ดูด้วยค่ะ ยังไงถ้าพี่นัทมีสถานที่ดี ๆ เมืองหน้าเที่ยวอีกมาลงเพิ่ม
เยอะ ๆ ได้ยิ่งดีเลยค่ะ (ถ้ามีเวลาว่างนะคะ Wink) หรือสาว ๆ ท่านอื่นที่ไปเที่ยวมา นำสถานที่
ที่แตกต่างจากที่นี่ หรือมุมต่าง ๆ ที่แปลก ๆ หรือถ้าไปที่แห่งนี้แล้วควรทำตัวอย่างไร
ควรปฏิบัติอย่างไร หรือที่ ๆ ถ้าเรามาเมืองนี้แล้วไม่ได้มาที่แห่งนี้ เค้าเรียกว่ามาไม่ถึง
ตุรกี มานำเสนอ มาลงเพิ่มเติมได้เลยนะคะ เพราะมาร์เองก็คง แนะนำได้แค่ตาม google 
หรือวิกิพิเดียเท่านั้นอะค่ะ Embarrassed บางครั้งการบรรยายต่าง ๆ ก็ไม่ได้อารมณ์เหมือนคนที่ไป
มาแล้วจริง ๆ 
น้องนกเล็ก...ขอให้เที่ยวสนุก เดินทางปลอดภัย อย่าลืมเก็บภาพสวย ๆ มาแชร์ลงในนี้
ด้วยนะคะ รอดูอยู่ค่ะ Wink
!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Dec 2012 at 16:47 - IP: 10.100.2.197 IP Information

จะมีสาว ๆ ท่านไหนนัดกับแฟนไปเที่ยวที่หมู่บ้านซิรินซ์

ในวันที่ 21/12/2012 บ้างคะ

 

 

ผู้เชื่อกระแสวันสิ้นโลกแห่ไปหมู่บ้านเล็ก ๆ ตุรกี

ผู้เชื่อกระแสวันสิ้นโลกแห่ไปหมู่บ้านเล็ก ๆ ตุรกี
Wink Wink Wink Wink
 
หมู่บ้านซิรินซ์ในตุรกี

วันสิ้นโลก ทำคนเชื่อแห่หลบภัยหมู่บ้านตุรกี-ภูเขาเซอร์เบีย

เหล่าผู้ที่เชื่อว่าโลกจะพบจุดจบในวันที่ 21 ธันวาคม ตามคำทำนายของปฏิทินชนเผ่ามายา ต่างหลั่งไหลไปยังหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งทางตะวันตกของตุรกี ใกล้ๆเอเฟซุส มหานครโบราณในกรีซ ด้วยเชื่อว่าบริเวณนี้มีพลังงานพิเศษที่จะช่วยปกป้องพวกเขายามที่โลกถึงกาลอวสาน จุดร้อนๆล่าสุดที่เป็นแหล่งหนีตายของเหล่าผู้หวาดหวาต่อคำพยากรณ์ ต่อจากยอดเขาในเซอร์เบียและฝรั่งเศส

หมู่บ้านซิรินซ์ในตุรกี

หมู่บ้านซิรินซ์ในตุรกี

ผู้ศรัทธาในลัทธิวันสิ้นโลกเชื่อว่าหมู่บ้านเล็กๆที่มีประชากรอยู่ราวๆ 600 คน นามว่าซิรินซ์ ในเมืองอิซเมียร์ ของตุรกี มีพลังงานด้านบวกที่จะช่วยปกปักษ์รักษาชีวิตของมนุษย์ เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่แห่งหนึ่งซึ่งชาวคริสต์เชื่อว่าพระนางมารีย์พรหมจารี พระชนนีพระเป็นเจ้า เสด็จขึ้นสู่สวรรค์

ความหวั่นกลัวต่อคำนายของชนเผ่ามายา นำมาซึ่งธุรกิจท่องเที่ยวที่เฟื่องฟูของหมู่บ้านแห่งนี้ ด้วยสื่อมวลชนท้องถิ่นคาดหมายว่าจนถึงตอนนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนแล้วมากกว่า 60,000 คน

“เป็นครั้งแรกที่เราเห็นรายได้ขนาดนี้ในช่วงฤดูหนาว” อิลคาน กุลกัน หนึ่งในเจ้าของธุรกิจโรงแรมในหมู่บ้านซิรินซ์บอกกับผู้สื่อข่าว พร้อมเผยว่านักท่องเที่ยวที่เข้าพักที่โรงแรมของเขา เชื่อกันว่าพลังงานทางบวกของหมู่บ้านเซอรินซ์ จะช่วยปกปักษ์พวกเขาจากหายนะทำลายล้างมนุษยชาติ

ปกติแล้วชาวตุรกีฐานะดีนิยมมาพักโรงแรมหรูหราในหมู่บ้านซิรินซ์ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องไวน์รสดี ดังนั้นนักธุรกิจรายหนึ่งถือโอกาสวางจำหน่ายไวน์ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษให้แก่ผู้รอดชีวิตในวันโลกแตก 21 ธันวาคมนี้ด้วย จากรายงานของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

อิบราฮิม คาตัน ชาวบ้านซิรินซ์ ซึ่งประกอบอาชีพในธุรกิจโรงแรม รู้สึกยินดีที่เหล่านักท่องเที่ยวแห่แหนมายังหมู่บ้าน และหวังว่าธุรกิจท้องถิ่นจะได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่เฟื่องฟู “ข่าวลือมาพร้อมๆกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น พวกเราจึงมีความสุขมาก”

ไม่ใช่แค่ที่หมู่บ้านซิรินซ์เพียงแห่งเดียว แต่รายงานข่าวของเดลิเมล์แห่งอังกฤษ ระบุว่าในเวลาเดียวกันนั้น แถบภูเขาแห่งหนึ่งของเซอร์เบีย ก็เริ่มคับคั่งไปด้วยเหล่าผู้ศรัทธาในวันสิ้นโลก ด้วยเชื่อว่าภูเขาแห่งนี้ จะช่วยให้พวกเขามีชีวิตรอดพ้นจากวันสิ้นโลก

ภูเขา Rtanj แห่งเทือกเขา Carpathian ของเซอร์เบีย

ภูเขา Rtanj แห่งเทือกเขา Carpathian ของเซอร์เบีย

เชื่อกันว่าภูเขา Rtanj แห่งเทือกเขา Carpathian ของเซอร์เบีย ซึ่งมีรูปร่างคล้ายปิรามิดนี้ คือปิรามิดที่ถูกมนุษย์ต่างดาวผู้มาเยือนสร้างและทิ้งเอาไว้เบื้องหลังเมื่อหลายพันปีก่อน ทั้งนี้ผู้ศรัทธาในวันโลกาวินาศ เชื่อว่าภูเขาแห่งนี้จะปล่อยสนามแม่เหล็กกำลังมหาศาลในช่วงวินาทีแห่งการสิ้นโลก เพื่อปกป้องพวกเขาที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

มีรายงานว่าเวลานี้ในแถบพื้นที่ดังกล่าวเนืองแน่นไปด้วยเหล่าผู้ศรัทธาในวันสิ้นโลก ที่หวังมีชีวิตรอดผ่านวิกฤตการณ์แห่งการสูญสิ้นมวลมนุษย์ชาติไปได้ “ในแต่ละวัน มีคนพยายามเข้ามาจองห้องมากกว่า 500 คน คนเหล่านั้นอยากให้ครอบครัวของพวกเขาได้มาอยู่ด้วยกัน” ผู้จัดการโรงแรมท้องถิ่นแห่งหนึ่งบอก

การหลั่งไหลของผู้คนไปยังหมู่บ้านตุรกีและยอดเขาในเซอร์เบียมีขึ้นไม่นาน หลังจากเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสสั่งปิดยอดเขาแห่งหนึ่งบนเทือกเขาพิเรนีส ซึ่งพวกคลั่งลัทธิวันสิ้นโลกเชื่อว่าจะเป็นสถานที่แห่งเดียวที่จะเหลืออยู่หลังโลกถึงกาลอวสานตามคำทำนายในวันที่ 21 ธันวาคม เหตุมีความหวั่นกลัวเกิดความโกลาหล รวมถึงปราบปรามนักธุรกิจหัวใสที่หวังหากินกับเรื่องนี้

เหล่าประชาชนที่เชื่อในลัทธิวันสิ้นโลกและพวกเฝ้าระวังยูเอฟโอ จะถูกห้ามขึ้นไปบนภูเขายอดราบ “บูการาช” ในเมืองโอเดอ ระหว่างช่วง 4 วันที่ผู้คนเหล่านี้เชื่อว่าโลกนี้จะถึงจุดจบตามคำทำนายของปฏิทินชนเผ่ามายา ที่ทำนายไว้ว่าโลกจะถึงกาลอวสาน ในค่ำคืนของวันที่ 21 ธันวาคม 2012

คนเหล่านี้เชื่อกันว่ายอดเขาบูการาช คือแหล่งจอดยานพาหนะของมนุษย์ต่างดาว และสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกนี้จะเฝ้ามองวาระสุดท้ายของโลกอย่างเงียบๆในถ้ำขนาดใหญ่ใต้ภูเขาดังกล่าว ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงหวังว่าเมื่อตอนที่เอเลียนจะออกเดินทาง พวกมันจะพามนุษย์ผู้โชคดีบางส่วนเดินทางไปด้วย

ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการไหลบ่าเข้ามาของบุคคลภายนอกจนนำมาซึ่งความโกลาหล นายกเทศมนตรีเมืองโอเดอ จึงห้ามชุมนุมกันไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม รวมถึงห้ามนำเครื่องบินเล็กลงจอดในพื้นแถบนั้น โดยใครก็ตามที่ฝ่าฝินก็จะถูกจับกุมทันที

 
โชคดีปลอดภัยกันทุกคนนะคะ
 
Wink Wink Wink


Edited by mar_marty - 12 Dec 2012 at 16:49
!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
prcr View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 01 Sep 2010
Online Status: Offline
Posts: 307
Post Options Post Options   Quote prcr Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Dec 2012 at 21:23 - IP: 188.174.179.182 IP Information
ขอบคุณค่ะที่นำเรื่องราวดีๆมาแชร์ อยากไปเที่ยวตุรกีมากๆ
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Dec 2012 at 21:40 - IP: 171.5.242.225 IP Information
prcr ... ยินดีจร้า แต่ที่แย่อย่างนึงคือ พี่มาร์ก็รู้แค่ตัวหนังสือ
ยังไม่มีประสบการณ์จริงได้ไปเที่ยวที่นั่นซักที หวังว่าคงจะได้ไปเร็ว ๆ นี้จร้า Tongue
!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
Tuck View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 12 Feb 2010
Location: Everywhere
Online Status: Offline
Posts: 1422
Post Options Post Options   Quote Tuck Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Dec 2012 at 22:27 - IP: 88.235.174.43 IP Information
พี่มาร์คะ เห็นข่าวนี้ในสนุกเหมือนกันค่ะ แต่เพิ่งเห็นรูปว่าหมู่บ้านเป็นยังไง น่าอยู่เนอะ Big smile
หมู่บ้านซิรินซ์ในตุรกี
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 12 Dec 2012 at 22:47 - IP: 171.5.242.225 IP Information
Avatar ดูท่าทางจะสงบสุขจริง ๆ น่าอยู่มากเลย
ลองชวนแฟนตั๊กไปเที่ยวดูสิ วันที่ 21 นี้เลย Big smile Big smile ทำไมวันนี้หัวยุ่งจัง มองเห็นมั้ยเนี่ย LOL LOL LOL 
!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
Tuck View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 12 Feb 2010
Location: Everywhere
Online Status: Offline
Posts: 1422
Post Options Post Options   Quote Tuck Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Dec 2012 at 01:26 - IP: 88.235.174.43 IP Information
แหะแหะ เป็นสาวเซอร์ค่ะช่วงนี้รักธรรมชาติ มรวกกกกก Big smile
Back to Top
askim r. View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 20 Oct 2012
Location: Japan
Online Status: Offline
Posts: 204
Post Options Post Options   Quote askim r. Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Dec 2012 at 08:18 - IP: 182.170.63.79 IP Information
ขอบคุณนะคะที่นำสถานที่ดีๆ มาแชร์มีแต่ที่สวยๆ ทั้งนั้นเลย คงต้องหาโอกาสไปเที่ยวให้ครบทุกทีBig smile
Never lose your happiness..☆〜(ゝ。∂)
Back to Top
Jazzanowa View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 02 Jun 2012
Location: koh samui
Online Status: Offline
Posts: 36
Post Options Post Options   Quote Jazzanowa Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 Dec 2012 at 22:23 - IP: 223.205.207.25 IP Information
ชอบมากๆ อยากไปเที่ยวอีกหลายๆรอบ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 Dec 2012 at 22:28 - IP: 171.4.34.153 IP Information
Avatar ยินดีจร้าน้องรัช คุณ jazzanowa Wink
!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 Dec 2012 at 22:48 - IP: 171.4.34.153 IP Information
มาว่ากันต่อด้วยเมืองคัปปาโดเกีย

คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม 

     คัปปาโดเกีย(Cappadocia) เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์(ชนเผ่ารุ่นแรกๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้)แปลว่า“ดินแดนม้าพันธุ์ดี” (ที่ในวันนี้ก็ยังมีการเลี้ยงม้าอยู่)ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี(หรืออนาโตเลียตอนกลาง)เป็นพื้นที่พิเศษเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว(ปัจจุบันภูเขาไฟทั้ง 2 ดับแล้ว) ทำให้ลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา 

     จากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกันกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย(คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ที่ในปี ค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี   





     คัปปาโดเกีย มีอาณาบริเวณกว้างขวางนับพันตารางไมล์ ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด อาทิ นิจเด (Nigde),คีเชฮีร์ (Kirsehir) แต่จังหวัดที่โดดเด่นและมีคนนิยมไปเที่ยวกันมากที่สุดก็เห็นจะเป็นในเนฟเชฮีร์ เพราะมีดินแดนศักดิสิทธิ์อย่างเกอเรเม่(Gereme)เป็นศูนย์กลางและเป็นหัวใจสำคัญ 

     ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่เข้าในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้มีเทพเจ้ากรีก-โรมันเป็นที่เคารพบูชา จนเมื่อประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 1 “เซนต์ปอล”ได้เดินทางมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในเขตคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนว่าชาวโรมันผู้ปกครองในยุคนั้นจะไม่ให้การยอมรับ ทำให้ผู้นับถือคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนการรังควานของโรมันด้วยการเจาะถ้ำ ขุดพื้นดินลงไปเป็นอุโมงค์โถงห้องเกิดเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา ที่สำคัญก็คือพวกเขาได้ขุดเจาะบริเวณเกอเรเม่ทำเป็นโบสถ์ถ้ำจำนวนมาก 

     กระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 ชาวโรมันให้การยอมรับศาสนาคริสต์ โบสถ์ถ้ำต่างๆในเกอเรเม่ได้รับการปรับแต่ง โบสถ์หลายแห่งมีการวาดภาพจิตกรรมฝาผนังเป็นรูปนักบุญและเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 ที่ถือเป็นยุคทองของศาสนาคริสต์ โบสถ์ถ้ำหลายหลังได้รับการตกแต่งด้วยภาพจิตกรรมฝาผนังอย่างสวยงาม นับเป็นมรดกสำคัญของมวลมนุษยชาติ ที่ปัจจุบันกลายเป็น“พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่”อันทรงคุณค่าแห่งหนึ่งของโลก 

     สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่นั้น ว่ากันว่ามีถึง 365 หลังด้วยกัน(สร้างตามจำนวนวันใน 1 ปี) แต่ว่าปัจจุบันเปิดให้ชมเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งก็มีโบสถ์เด่นๆชวนชมอย่าง โบสถ์มังกร ที่มีภาพม้า 2 ตัวสู้กับมังกร โบสถ์คาริกลิ ที่เป็นภาพเขียนสีเกี่ยวกับประวัติพระเยซู โบสถ์แอปเปิ้ล ที่ภายในวาดภาพพระเยซูและพระแม่มารี 

     ส่วนโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุด เด่นที่สุด และสวยที่สุดก็เห็นจะเป็น“โบสถ์หัวเข็มขัด” (Buckle Church : ในศตวรรษที่ 10 )ที่ภาพภายในยังสมบูรณ์และดูงดงามไปด้วยเรื่องราวในศาสนาคริสต์ ทั้งภาพพระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน ภาพลาสท์ซัปเปอร์ และภาพอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก 








    
นอกจากบรรดาโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่แล้ว อีกจุดหนึ่งที่เราสามารถชมภูมิปัญญาของชาวคัปปาโดเกียยุคโบราณอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนก็คือที่“เมืองใต้ดินไคมัคลึ” (Kaymakli)ซึ่งเกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลงไปชนิดที่ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย เพราะไม่ใช่แค่ขุดเมืองใต้ดินลึก 1-2 ชั้น แต่ว่าได้ขุดลึกลงไป 6-7 ชั้น ไปจนถึง 10 กว่าชั้น โดยชั้นล่างที่ลึกที่สุด ลึกถึง 85 เมตรทีเดียว 

     เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่าง ทั้งห้องโถง(โถงบางแห่งจุคนได้เป็นพันๆคน) ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ ซึ่งสาเหตุแท้จริงของการสร้างเมืองใต้ดินปัจจุบันยังสรุปไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าเป็นการสร้างเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู(โดยเฉพาะพวกทหารโรมัน)ที่ยุคหนึ่งรุกรานชาวคัปปาโดเกียอย่างหนัก 

     แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นกลับถ่ายเท(คงเพราะการสร้างที่ดี)เย็นสบาย เนื่องจากเป็นหินภูเขาไฟ มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 17-18 องศาเซลเซียส หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น ทำให้ยามที่ลงไปท่องในเมืองใต้ดินนี่ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังเดินอยู่ในห้องแอร์ยังไงยั้งงั้นเลย 

     จากเมืองใต้ดินหันมาดูเมืองบนดินที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเด่นของๆเมืองเนฟเชฮีร์กันบ้าง แห่งแรกคือ “ปาชาบาค์” ที่มีไฮไลท์อยู่ที่หิน 3 หัว(3 Head) หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งคัปปาโดเกีย ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นท่ามกลางประติมากรรมธรรมชาติรูปร่างแปลกตามากมาย “เซลเว”ที่นี่เป็นแหล่งชุมชนสำคัญในอดีตเต็มไปด้วยธรรมชาติมหัศจรรย์มากมาย และ "อะวาโนส” ที่เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขึ้นชื่อของคัปปาโดเกีย ส่วนอีกแห่งหนึ่งที่โดนใจผมมากก็เห็นจะเป็น“อุชหิซาร์”แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่อยู่ห่างจากเกอเรเม่ไปไม่ไกลเท่าใดนัก 

     อุชหิซาร์ เป็นพื้นที่ที่มีจุดเด่นคือภูเขาขนาดใหญ่มีรูพรุนเหมือนรวงผึ้ง รายล้อมไปด้วย หินทรงกระโจม กรวยคว่ำ และเจดีย์เต็มไปหมด ที่สำคัญก็คือส่วนหนึ่งของหินเหล่านี้มีคนอาศัยอยู่ภายใน ในลักษณะ“บ้านถ้ำ” มาช้านานนับจากอดีตถึงปัจจุบัน เป็นการอยู่อาศัยแบบ“เจาะเข้าไป”ภายในหิน โดยไม่มีการ“ทุบทำลายหิน”เหล่านี้ทิ้งเพื่อปรับพื้นที่ให้ราบเรียบแต่อย่างใด ส่วนบ้านที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่ก็ทำอย่างกลมกลืน ไม่ทำลายทัศนียภาพ นับเป็นการอยู่อาศัยกับธรรมชาติอย่างอิงแอบพึ่งพิงที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง 

เทศกาลบอลลูนระดับชาติ Cappadocia ประเทศตุรกี


การไปเที่ยวตุรกีที่ไม่ควรพลาดคือการขึ้นบอลลูนยักษ์ชมเมือง

คัปปาโดเกียนะจ๊ะสาว ๆ


พิพิธภัณฑ์เส้นผม แห่ง Avanosเมืองคัปปาโดเกีย

พิพิธภัณฑ์เส้นผม ซึ่งมีอายุกว่า 30 ปี สร้างสรรค์โดย Chez Galip ช่างปั้นหม้อชาวตุรกี และพิพิธภัณฑ์นี้อยู่ชั้นใต้ดินในร้านเครื่องปั้นดินเผาของเขา สถานที่ประหลาดนี้ สืบเนื่องจากเพื่อนสนิทของ Galip ทิ้งAvanos ไปอยู่ที่แห่งใดไม่มีใครรู้ โดยทิ้งไว้เพียงเส้นผมให้ดูต่างหน้า Galip เศร้าเสียใจมาก ตั้งแต่นั้นมาเหล่าหญิงสาวที่เข้ามาอุดหนุนร้านของเขาและได้ยินเรื่องราวดังกล่าว ก็จะมอบเส้นผมให้กับเขาพร้อมระบุที่อยู่ชัดเจน เมื่อเวลาผ่านไป เกิดการสะสมเส้นผมมากมายจนเกิดเป็น Hair Museum

ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์เส้นผม แห่ง Avanos เป็นสถานที่ซึ่งรวมรวมตัวอย่างเส้นผมของผู้หญิง ไว้กว่า 16,000 คน จากทั่วโลก ผนัง เพดาน แทบทุกพื้นผิว ยกเว้นทางเดิน ล้วนร้อยเรียงไปด้วยเส้นผม จากบรรดาหญิงสาวที่มีโอกาสแวะเวียนมาที่ พิพิธภัณฑ์เส้นผม แห่งนี้ โดยมีกระดาษเขียนแนบที่อยู่ของพวกเธอไว้อย่างสมบูรณ์

ช่วงเดือนมิถุนายนและธันวาคมของทุกปี ลูกค้าคนแรกที่เข้าร้านของ Chez Galip จะถูกเชื้อเชิญให้เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์เส้นผม และช่วยเลือกผู้โชคดี 10 คน จากเส้นผมมากมายที่แขวนไว้ และหญิงสาวผู้ถูกเลือกก็จะได้รับแพ็คเกจที่พักฟรี ที่เมืองคัปปาโดเกีย รวมถึงเข้าเวิร์คช้อปเรียนรู้วีธีปั้นหม้อ โดยส่งจดหมายไปตามที่อยู่ที่พวกเธอทิ้งไว้ Chez Galip ให้เหตุผลว่า สิ่งนี้ถือเป็นการตอบแทนที่ผู้หญิงเหล่านั้นมีส่วนช่วยสร้างสรรค์ พิพิธภัณฑ์เส้นผม แห่งนี้ขึ้นมา จนทำให้ร้านของเขาเป็นที่รู้จักและมีลูกค้าเข้าสม่ำเสมอ

สำหรับการเข้าชม พิพิธภัณฑ์เส้นผม แห่งนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่จำเป็นว่าหญิงสาวทุกคนต้องตัดผมมอบให้กับเขา แต่หากผู้ใดประสงค์อยากเป็นส่วนหนึ่ง กรรไกร หมุด เทปกาว ปากกา กระดาษ มีให้พร้อม!



Edited by mar_marty - 14 Dec 2012 at 22:51
!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 Dec 2012 at 23:00 - IP: 171.4.34.153 IP Information
เมืองนครใต้ดิน

เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ สำหรับที่เราไปชมวันนี้เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น 

แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำ และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึก และทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ต้องรอกัน

ออกจากนครใต้ดินเราเดินทางไปชมภูมิประเทศของเมืองคัปปาโดเกีย ระหว่างทางแวะชมโรงงานพรมทอมือ ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพอีกอย่างหนึ่งของตุรกีที่นิยมซื้อเป็นของใช้

นักท่องเที่ยวจะได้เข้าไปชมห้องทอพรมที่มีช่างทอกำลังทำงานกันตลอดเวลา

พรมทอมือมีวิธีการทอหลายแบบ ทั้งแบบด้ายเส้นเดียว สองเส้น และสามเส้น




จุดชมวิวบนภูเขา






!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 Dec 2012 at 23:02 - IP: 171.4.34.153 IP Information
ยังมีอีกหลายที่ เดี๋ยวมาอัพใหม่นะคร้า คืนนี้ขอไปนอนก่อน good night คร้า Wink
!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 23 Dec 2012 at 15:24 - IP: 223.205.21.248 IP Information
แนะนำสถานที่เที่ยวที่ตุรกีหลายที่แล้ว
วันนี้นำเสอนเมืองไทยบ้านเราบ้าง
สาวๆ อย่าเพลินกับเมืองตุรกี
จนลืมเมืองไทยไปนะจร้า
เวลาหนุ่ม ๆ มาเที่ยวเมืองไทยก็พาไปโลด

The Venezia Hua Hin (เดอะ เวเนเซีย หัวหิน)

< allowtransparency="true" border="0" height="15" ="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no" ="0" width="468" id="aswift_1" name="aswift_1" style="left: 0px; : ; top: 0px;">
The Venezia Hua Hin (เดอะ เวเนเซีย หัวหิน)

ศูนย์การค้าแห่งใหม่ใจกลางเมืองหัวหิน ภายใต้ชื่อ “เดอะ เวเนเซีย หัวหิน” (The Venezia Hua Hin) ด้วยแนวคิด “Venice’s Lifestyle Destination” ที่จำลองเอาเมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี มาอวดโฉม บนพื้นที่กว่า 46 ไร่ หรือ 73,000 ตารางเมตร โดยใช้งบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของหัวหิน ที่รวมร้านจำหน่ายสินค้า และบริการครบวงจร 

เน้นการตกแต่งภายในและภายนอกด้วยสถาปัตยกรรมแบบเวนิซ อิตาลี ทำให้เป็น สถานที่ท่องเที่ยวและช็อปปิ้งสไตล์เวนิซ จำลองจัตุรัสเซ็นต์มาร์ค (St. Mark Square) และหอระฆัง (Bell Tower) สัญลักษณ์ของเมืองเวนิส ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก มาไว้ที่ด้านหน้าโครงการ เพื่อเป็นลานกิจกรรมขนาดใหญ่และจุดชมวิว อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นเวนิส คือ แกรนด์คาแนล (Grand Canal) ความยาวกว่า 200 ม.ที่มีเรือกอนโดล่าล่องไปในบรรยากาศเสมือนอยู่ในเวนิส ประเทศอิตาลีจริงๆ และยัง มีลานกิจกรรมพิเศษขนาด 4,000 ตร.ม. และหอคอยชมวิว(Bell Tower) สูง 23 ม. อีกด้วย

โดยภายในประกอบด้วนร้านค้าทั้งหมด 361 ยูนิต แบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ 
• Fashion & Accessories สินค้าแฟชั่นชั้นนำ ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ
• Pub & Restaurant ซึ่งมีทั้งสไตล์ผับแอนด์เรสเตอรองค์ เทรนดี้เรสเตอรองค์ อินเตอร์ฟาสต์ฟู้ด ร้านอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง รวมถึงร้านกาแฟและเบเกอรี่
• Health & Beauty 
• Sport 
• Kids & Services เช่น มินิ ซู , แฟมิลี่ โซน, ซุปเปอร์มาร์เก็ต ,ธนาคาร ,ไอที ,สปา, ร้านหนังสือ ฯลฯ
• Arts & Design รวมร้านค้ากว่า 200 ร้าน สินค้าดีไซน์สร้างสรรค์ งานศิลปะ และของใช้ของตกแต่งบ้าน

กิจกรรมน่าสนใจใน The Venezia Hua Hin (เดอะ เวเนเซีย หัวหิน)
• การล่องเรือกอนโดล่า (Gondola) 
• รถไฟเล็กวิ่งรอบบริเวณโครงการ (Mini Train) 
• สวนสัตว์ขนาดย่อม (Mini Zoo) 
• สนามเด็กเล่น (Play Land) 
• ตลาดนัดยามเช้า (Morning Market)

ลานจอดรถ สามารถจอดรถได้ 2,000 คัน พร้อมบริการรถรับส่งรอบโครงการ (Shuttle Bus)

โครงการเปิดให้บริการ : กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 12 ธ.ค.2555 ตอนนี้เลื่อนกำหนดเปิดอีกครั้งเป็น เมษายน 2013 

การเดินทาง 
ที่ตั้งโครงการ ตั้งอยู่บน ถ.เพชรเกษมฝั่งขาออกจากหัวหิน ห่างจากอุโมงค์สนามบิน 700 ม.และโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เพียง 500 ม. ใกล้จุดกลับรถหน้าปาล์มฮิลล์ กอล์ฟคลับและมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด 200 ม. เท่านั้น


 




ศูนย์การค้า The Venezia หัวหิน ได้แรงบันดาลใจมาจาก มนต์เสน่ห์ของเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี หรือเมืองแห่งสายน้ำเวนิสอันเลื่องชื่อ เมืองเวนิสได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ใช้การคมนาคมทางน้ำที่มีการใช้คลองเพื่อสัญจรมากที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง นอกจากนี้แล้วยังมีอาคาร ร้านค้าและบ้านเมืองที่มีปฏิมากรรมที่สวยงามตั้งอยู่ริมสองฝั่งคลอง เช่นเดียวกันเมืองหัวหินของเมืองไทย ที่มีคำกล่าวไว้ว่า หัวหินไม่เคยสิ้นมนต์เสน่ห์

หัวหิน เป็นเมืองเศรษฐกิจหลักและเมืองท่องเที่ยวอันเลืองชื่อเมืองหนึ่งของไทย ซึ่งปัจจุบัน หัวหิน ถือได้ว่าเป็นทำเลทองแห่งการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของการเจริญเติบโตทางธุรกิจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ไหลเวียนไปใช้ชีวิตและท่องเที่ยวในหัวหินอย่างไม่ขาดสาย การเดินทางจากกรุงเทพฯไปก็แสนจะสะดวก ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง เราก็จะได้พบกับบรรยายของหัวหินที่แสนจะผ่อนคลาย ด้วยกลิ่นไอขอลมทะเล และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆมากมาย ด้วยกำลังซื้อมหาศาลจากทั่วประเทศกว่า 65 ล้านคน และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มุ่งหน้าสู่หัวหิน

เอาภาพบรรยากาศจำลองมาฝาก ยั่วน้ำลายกันเล่นๆ ก่อนเปิดจริง...


 

 

 



แนวคิดของโครงการ มีการจำลองจัตุรัสเซ็นต์มาร์ค (St. Mark Square) และหอระฆัง (Bell Tower) สัญลักษณ์ของเมืองเวนิส ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกมาไว้ที่ด้านหน้าโครงการ เพื่อเป็นลานกิจกรรมขนาดใหญ่และจุดชมวิว อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นเวนิส คือ แกรนด์คาแนล (Grand Canal) ความยาวกว่า 200 ม. ที่มีเรือกอนโดล่าล่องไปในบรรยากาศเสมือนอยู่ในเวนิส ประเทศอิตาลีจริงๆ

 

 


ด้านสถาปัตยกรรมการออกแบบอาคารในแต่ละโซน จะมีรูปแบบ สีสันที่แตกต่างกัน โดยล้อไปกับสถาปัตยกรรมในแต่ละเกาะของเมืองเวนิส ล้อมรอบด้วยการจัดวางภูมิทัศน์ที่งดงาม ประกอบด้วยสวนดอกไม้นานาพรรรณ ลานน้ำพุ และงานประติมากรรมที่บ่งบอกความเป็นเวนิสอย่างแท้จริง
 

 

 

 




จำนวนร้านค้า 361 ยูนิต หรือกว่า 20,000 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่
1) โซนร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีทั้งสไตล์ผับแอนด์เรสเตอรองค์ เทรนดี้เรสเตอรองค์ อินเตอร์ฟาสต์ฟู้ด ร้านอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง รวมถึงร้านกาแฟและเบเกอรี่
2) โซนสินค้าแฟชั่นชั้นนำ ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ
3) โซนบริการ อาทิ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ธนาคาร ไอที สปา ร้านหนังสือ ฯลฯ
4) โซนสินค้าดีไซน์สร้างสรรค์ งานศิลปะ และของใช้ของตกแต่งบ้าน


 

 

 



ที่ตั้งโครงการ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพที่เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางบน ถ.เพชรเกษมฝั่งขาออกจากหัวหิน ห่างจากอุโมงค์สนามบิน 700 ม.และโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เพียง 500 ม. ใกล้จุดกลับรถหน้าปาล์มฮิลล์ กอล์ฟคลับและมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด 200 ม. เท่านั้น

 




!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
Musical View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 25 Jan 2012
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 122
Post Options Post Options   Quote Musical Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 23 Dec 2012 at 16:46 - IP: 125.25.128.60 IP Information
เห็นแล้วคิดถึงค๊า เจอกันแน่ปีหน้า
The only thing constant in life is CHANGE"
Back to Top
Petch_G View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 426
Post Options Post Options   Quote Petch_G Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 00:01 - IP: 124.121.95.240 IP Information
ก่อนโพสขอออกตัวก่อนนิดหนึ่งนะค่ะว่าไม่ได้เป็นคนถ่ายรูปเก่ง แล้วกล้องก็ไม่ได้ดี
แต่ก็อยากเอา ในส่วนที่ตัวเองไปเที่ยวมาให้ ทุกคนชม  ผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ 
ขอบคุณแหล่งอ้างอิง http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11328441/E11328441.html

โบสถ์เซนต์โซเฟีย

โบสถ์เซนต์โซเฟีย มีชื่อเรียกแบบกรีกว่าฮาเกียโซเฟีย (Haghia Sophia) อิสลามเรียกว่าอายาโซเฟีย (Aya Sofya) ซึ่งแปลตรงตัวว่า Holy Wisdom หรือพระปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคกลาง มีอายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี เป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะยุคไบแซนไทน์ เดิมเป็นโบสถ์คริสต์ แต่หลังจากพวกออตโตมันยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้จึงเปลี่ยนโบสถ์คริสต์ให้เป็นมัสยิดอิสลาม จนเมื่อประเทศตุรกีถือกำเนิดภายใต้ข้อกำหนดว่าเป็นรัฐที่ไม่มีขีดจำกัดทางศาสนา (secular state) รัฐบาลจึงได้เปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อทุกคนจะได้มีโอกาสชมความมหัศจรรย์ยิ่งใหญ่อย่างไร้ข้อจำกัดทางศาสนา

ภายในวิหารใช้กระจกสีประดับ เหนือประตูหน้าต่างอย่างงดงาม มีพื้นที่ประมาณ 700 ตารางเมตร
ภายในมีเสาค้ำสลักและประดับประดาอย่างงดงามถึง 108 ต้น

ก่อนเข้าชม  ต้องซื้อตั๋วก่อนเข้าชม  โดยสำหรับคนตรุกี จะซ์้อจุดจำหน่ายตั่วที่เป็นรถตู้แบบนี้  ที่เห็นในรูป ก็คือ
กำลังต่อแถวเข้าซื้อตั๋ว ใช่้เวลาไม่นาน 


บัตร ราคา 30 Tl  ราคานี้ จะเข้าชมได้หลายที่อยู่ ไม่จำกีดจำนวคร้ังแต่อายุ 1 ปี


สำหรับนักท่องเที่ยว  จุดจำหน่ายตั่วจะแยกกัน  โดยราคา ค่าเข้าชม 25 TL  



Back to Top
Petch_G View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 426
Post Options Post Options   Quote Petch_G Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 00:11 - IP: 124.121.95.240 IP Information
ภาพนี้ถูกค้นพบจากการบูรณะในปี ค.ศ.1849 เก่าแก่ตั้งแต่ปี ค.ศ.944 ตรงกลางเป็นรูปพระแม่มารีกำลังอุ้มพระกุมารเยซูบนตัก ฝั่งขวาของภาพเป็นจักรพรรดิคอนสแตนติน (ผู้สร้างกรุงคอนสแตนติโนเปล) กำลังถวายแบบจำลองของเมือง ฝั่งซ้ายของภาพเป็นจักรพรรดิ์จัสติเนียน (ผู้สร้างโบสถ์ฮาเกียโซเฟีย


ภาพงานแกะสลักประตูไม้ ทางเข้า 




โดมขนาดใหญ่ตรงกลางมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 30 เมตร และเจาะเป็นช่องหน้าต่างโค้งเพื่อรับแสงสว่าง 40 ช่อง ประดับด้วยกระเบื้องโมเสกสีทองทั้งหมด การก่อสร้างต้องอาศัยหลักการทางคณิตศาสตร์แบบกรีกและความสามารถทางวิศวกรรมแบบโรมันในการคำนวณการกระจายน้ำหนักจากโดมลงบนเสาและผนังรูปสีเหลี่ยมที่ทำให้เกิดช่องว่างตรงกลางขนาดมหาศาล ซึ่งไม่เคยมีก่อนในสมัยนั้น 




Back to Top
Petch_G View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 426
Post Options Post Options   Quote Petch_G Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 00:18 - IP: 124.121.95.240 IP Information

ทีเห็นล้อมรอบอยู่สี่ด้านนี่ก็คือเซราฟิม (Seraphim)
ซึ่งเป็นทูตสวรรค์ที่มีศักดิ์สูงที่สุดในเทวดาทั้ง 9 ลำดับชั้น

เซราฟ ในภาษาฮีบรู แปลว่า "เพลิง" หรือ "ส่องประกาย" จึงว่ากันว่าเทวดาชั้นเซราฟมีรัศมีที่ส่องสว่างมาก เกือบพอๆ กับรัศมีของพระเจ้า ลักษณะพึงจดจำอื่นๆ ก็คือ มีปีก 6 ปีก หน้าที่ของเซราฟตามที่ระบุไว้ในคัมภีร์ไบเบิลคือวันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากพร่ำบ่นว่า "Gloria in excelsis Deo." หรือ "สาธุการพระเป็นเ
จ้าผู้อยู่สูงสุด" 

หลายตำนานว่ากันว่าเทวดาชั้นเซราฟระดับสูงสุด (คือสูงอยู่แล้วก็มีสูงกว่าคอยคุมอีกที) มีทั้งหมด 7 องค์ แต่ดูไปดูมา 3 องค์ที่เหลือไม่เคยตรงกันซักกะที ไม่ว่าจะคริสเตียน คาธอลิก อิสลาม หรือยิวดั้งเดิมก็ตาม คนส่วนใหญ่เลยมักกล่าวถึง 4 องค์ที่แน่นอนไว้ก่อน คือ มิคาเอล กาบริเอล ราฟาเอล และ อูริเอล

มิคาเอล (Michael) ภาษาฮีบรูแปลว่า "ใครเล่าจะเสมอเหมือนพระเจ้า" ฉายา "หัตถ์ขวาแห่งพระเจ้า" ดำรงตำแหน่งจอมทัพแห่งสวรรค์ (เดิมเป็นของอานาเอล (Anael) บุตรแห่งอรุณ ซึ่งรู้จักกันในอีกนามหนึ่งว่า ลูซิเฟอร์) อาวุธที่ใช้ไม่ค่อยแน่นอนอะบางตำนานก็ว่าใช้ดาบแห่งไฟที่พระเจ้าใช้กั้นสวนอีเดนออกจากโลกเป็นอาวุธ บ้างก็ว่าใช้หอกแห่งลองกีนุส (Longinus) ที่ทหารโรมันใช้แทงพระเยซู

กาบริเอล (Gabriel) แปลว่า "บุรุษแห่งพระเจ้า" ฉายา "หัตถ์ซ้ายแห่งพระเจ้า" ดำรงตำแหน่งเสนาธิการและเลขาธิการของพระเจ้า บางครั้งก็เป็นม้าเร็วเดินสารให้ด้วยนะ (อย่างตอนไปแจ้งข่าวประสูติของพระเยซู ก็ได้กาบริเอลนี่แหละ) นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า กาบริเอลมีหน้าที่ทำงาน "สกปรก" แทนพระเจ้า (ฝรั่งมีสำนวน "Left hand" ใช้เรียกคนที่ทำงานสกปรกๆ เช่น ฆ่าตัดตอน ฆ่าปิดปาก ฯลฯ แทนผู้ที่มีอำนาจ เป็นการเปรียบเทียบกับมือซ้ายที่คนเรามักใช้ล้าง...ไม่ต้องบอกก็รู้นะ) ทำให้บางตำนานเชื่อกันต่ออีกว่า กาบริเอลนั้นจริงๆ แล้วชั่วร้ายกว่าลูซิเฟอร์เสียอีก (ดูจาก ตย. ในหนังเรื่อง The Prophecy กับ Constantine ได้) นอกจากนี้ กาบริเอลยังเป็นประมุขของเทวดาชั้นเครูบ (Cherub - Cherubim) เทวดาชั้นรองลงมาจากเซราฟ

ราฟาเอล (Raphael) แปลว่า "พระเจ้าได้ทรงรักษาท่านแล้ว" คนจึงอุปโลกน์ว่าท่านเป็นหมอหลวงแห่งสวรรค์ รวมไปถึงผู้เฝ้าสวนอีเดนอีกด้วย นอกจากนี้ ราฟาเอลยังเป็นประมุขของอาสนเทวดา (Thrones) หรือ โอฟาน (Ophan - Ophanim) เทวดาชั้นที่ 3 จากบนสุด ผู้รายล้อมรอบบัลลังก์พระเจ้า

อูริเอล (Uriel) แปลว่า "เพลิงแห่งพระเจ้า" หน้าที่ก็ไม่ค่อยตรงกันนัก บ้างว่าเป็นเทพแห่งความรู้ (เพราะไฟเป็นจุดกำเนิดแห่งวิทยาการของมนุษย์) บ้างก็ว่าเป็นผู้เฝ้าประตูสวนอีเดน (ซ้ำกับราฟาเอล) ใช้ดาบแห่งไฟเป็นอาวุธ (นี่ก็ซ้ำกับมิคาเอล สรุปแล้วนี่แกจะมีอะไรเป็นของตัวเองมั้ยเนี่ย?!?) ที่แน่ๆ คือเป็นเทวดาแห่งไฟด้วย (ชื่อก็บอกมาแล้ว) ก็ใช้ไฟเป็นอาวุธแน่นอน

อ้างอิง http://www.dek-d.com/board/view.php?id=569391








Back to Top
Petch_G View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 426
Post Options Post Options   Quote Petch_G Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 00:27 - IP: 124.121.95.240 IP Information
อาคารลักษณะโดม  ซึ่งผุ้ออกแบบก่อสร้างจะต้องมีการคำนวณ เพือกระจายน้ำหนัก
เสาที่รับน้ำหนัก จะมีลวดลาย ที่สวยงามมาก



ลักษณะโคมไฟ ที่ติดอยู่ภายในอาคาร ใหญ่บ้างเล็กบ้าง แล้วแต่สถานที่ติดตั้ง 
ไปส่องมาปัจจุบันใช้หลอดไฟฟ้า ถ้าเป็นสมัยก่อนใช้เทียนติดบรรยากาศคงจะสวยงาม มากๆ   



ลวดลายงานไม้และการเขียนภาพ บนเพดาน 



Back to Top
Petch_G View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 426
Post Options Post Options   Quote Petch_G Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 00:35 - IP: 124.121.95.240 IP Information
ประตูทางเข้า ที่จะพาขี้นไปยังชั้นสอง


พอเข้าไปจะเป็นประตูเล็กอีกที 



ภาพ ทางขึั้น ไปยังชั้นสอง (เวลาที่เราลง จะลงอีกทางหนีง มีข้อสงสัยของเราเองนะ ทำไม ทางขั้น ทางลงมันไม่เหมือนกัน ทางลงมันดีกว่านะ ในความรุ้สึกของเรา ถามแฟน ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน หรือว่าสมัยก่อนเค้าจะมีการแบ่งฝังในการขึันลง หรือว่า ทางขึ้นที่เราดูมันจะไม่มีขั้นนบันได ทำให้เหมาะกับการลำเลียงของโดยใข้ภาหนะ ( อันนี้ก็แค่ข้อสังเกตุเสียดายไมได้ถ่ายทางลงมาให้ดู เพราะถ่ายภาพไปเยอะมาก แบตเริ่มเหลือน้อยแล้ว) อาจจะต้องรอผู้ที่รุ้เรืองนี้มาอธิบายให้ฟัง




Back to Top
mar_marty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ ตุรกี

Joined: 13 Jun 2010
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 745
Post Options Post Options   Quote mar_marty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 05:14 - IP: 223.204.36.150 IP Information
ว้าววววววววววว ฝีมือการถ่ายรูปใช้ได้อยู่ค่ะพี่เพชร ขอบคุณมากๆคร่า 
ที่เอารูปมาแชร์ให้น้องๆได้ดูกัน Wink 
แต่ว่าาาาาา...มิลงรูปเจ้าของภาพซักจิ๊ดเลยหรอคร้าาาาาาาา Embarrassed Embarrassed 55555 


น้องๆ อาจจะงงว่า พี่เพชรเป็นใคร อยู่ดีๆ มีแมวเหมียวเอารูปมาลง
พี่เพชรคือ 1 ในพี่น้องที่น่ารักในบ้านหลังนี้มานานแล้วคะ
อาจจะไม่ค่อยได้เข้ามาคุยในห้องเท่าไร แต่ก็ยังอยู่กับพี่ๆ น้องๆ ในนี้ตลอดคร่าาา

หลังจากกลับมาจากทริปนี้แล้ว มีข่าวดีเมื่อไหร่อย่าลืมบอกน้องๆ ด้วยนะคร้าาาาา Wink Embarrassed


!!...EVERYTHING HAS BEAUTY. BUT NOT EVERYONE SEES IT...!!
Back to Top
Petch_G View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 426
Post Options Post Options   Quote Petch_G Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 09:47 - IP: 124.121.95.240 IP Information
MARBLE DOOR








Back to Top
Petch_G View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 426
Post Options Post Options   Quote Petch_G Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 10:03 - IP: 124.121.95.240 IP Information
เนืองจากภาพโมเสก เป็นงานที่อยู่คงทนมากกว่าภาพวาดแม้จะผ่านไปนานหลายร้อยปีภาพก็ยังคงมีสีสันดูงดงาม

ภาพโมเสกนี้แสดงถึงพระเยซูในวันพิพากษาโลก ขนาบด้วยพระแม่มารีกับเซนต์จอห์นแบปทิสต์
ที่กำลังวิงวอนขอพระเมตตาให้แก่ชาวโลก


ภาพที่เห็นเป็นภาพของพระเยซู พระหัตถ์ขวาประทานพระพร พระหัตถ์ซ้ายถือคัมภีร์ไบเบิล ขนาบข้างด้วยจักรพรรดคอนสแตนตินที่ 9 และจักรพรรดินีโซซึ่งปกครองจักรวรรดิไบแซนไทน์ในคริสตวรรษที่ 11 จักรพรรดิถือถุงเงินเป็นเครื่องหมายของการบริจาคให้แก่โบสถ์ ส่วนจักรพรรดินีถือม้วนหนังสื



จักรพรรดิพระองค์นี้คือจักรพรรดิจอห์นที่ 2 พร้อมจักรพรรดินีไอรีน คราวนี้เป็นภาพพระองค์ถวายเงินให้พระแม่มารีที่กำลังอุ้มพระกุมารเยซูบนตัก 

ที่มุมกำแพงติดกับรูปจักรพรรดินีไอรีน ยังมีรูปโมเสกอีกรูปซึ่งหลายคนมองข้ามไป เป็นรูปพระโอรสของพระองค์ในวัย 17 พรรษา หน้าตาดูไม่ค่อยแข็งแรง เชื่อว่าจักรพรรดิและจักรพรรดินีบริจาคพระราชทรัพย์ให้กับโบสถ์เพื่อให้พระโอรสมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น


Back to Top
Petch_G View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 426
Post Options Post Options   Quote Petch_G Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 10:29 - IP: 124.121.95.240 IP Information
ภาพภายนอกเป็นห้องที่อยู่ด้านขวามือ ( ถ้าหันหน้าเข้ายังบสถ์เซนต์โซเฟีย) 

Back to Top
Petch_G View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Apr 2013
Online Status: Offline
Posts: 426
Post Options Post Options   Quote Petch_G Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2013 at 10:42 - IP: 124.121.95.240 IP Information
ภาพด้านนอก 




Back to Top
Page  123 4>

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down

การแสดงความคิดเห็น (Comments)

ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ Ladyinter
และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
Ladyinter ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

 

ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เป็นอันขาด
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว เกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
  • ห้ามเสนอข้อความอันมีเจตนาใส่ความบุคคลอื่น ให้ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง โดยไม่มีแหล่งที่มาของ ข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  • ห้ามเสนอข้อความอันเป็นการท้าทาย ชักชวน โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยมูลแห่งความขัดแย้ง ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น โดยเสรีเช่นวิญญูชนพึงกระทำ
  • ห้ามเสนอข้อความกล่าวโจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายต่อ ศาสนา หรือคำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
  • ห้ามใช้นามแฝงอันเป็นชื่อจริงของผู้อื่น โดยมีเจตนาทำ ให้สาธารณะชนเข้าใจผิดและเจ้าของชื่อผู้นั้นได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
  • ห้ามเสนอข้อความอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
  • ห้ามเสนอข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เช่น email address หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ ห้ามเสนอข้อความ หรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของสังคม

 

คู่มือการใช้งาน

  1. การสมัครสมาชิก
  2. กรณี not Activation Email
  3. การตั้งกระทู้
  4. การแก้ไขกระทู้
  5. การตอบกระทู้
  6. การใส่รูป และใส่ลิงค์ ในกระทู้
  7. การใส่ VDO ของ YouTobe , Vimeo , Flash 
  8. การใช้งาน PM (Private Messenger)
  9. การใส่ signature ,  avatar
  10. การยกเลิกการเป็นสมาชิก
  11. การเปลี่ยนชื่อสมาชิก
  12. การแจ้งลบกระทู้
  13. เงื่อนไขการ ตั้งกระทู้ในห้องเปิดท้าย
  14. เมื่อลืมรหัสผ่าน เข้าใช้งาน เว็บไซต์ฯ

ติดต่อทีมงาน : editor@thaicomp.com




This page was generated in 0.250 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters