Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Ladyinter > Main Forum > ทั่วไป ที่นี่มีเพื่อน
  New Posts New Posts RSS Feed: อัพเดทสถานการณ์+อยากรู้ว่า ความรักของพี่ๆเริ่มยังไ
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

อัพเดทสถานการณ์+อยากรู้ว่า ความรักของพี่ๆเริ่มยังไ

Page  12>
Author
Little Miss View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 12 Dec 2012
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 72
Post Options Post Options   Quote Little Miss Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: อัพเดทสถานการณ์+อยากรู้ว่า ความรักของพี่ๆเริ่มยังไ
    Posted: 05 Mar 2013 at 00:00 - IP: 58.11.4.64 IP Information

เนื่องจากเมื่อครู่ได้อ่านกระทู้เกี่ยวกับพรหมลิขิต เลยคิดว่าอยากจะตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา

ก่อนหน้านี้ กระทู้แรกที่หนูเคยตั้ง หนูเข้ามาถามพี่ๆเรื่องเงินเดือนและการ support ของแฟนปัจจุบัน(ตกลงคบกันแล้วค่ะ) ทั้งที่เราเพิ่งเจอกันได้ สาม วัน... และโดนพี่ๆช่วยกันตักเตือนไปหลายคน LOL ...แรงบ้าง เบาบ้าง ลอยๆบ้าง... ไม่ได้โกรธอะไรค่ะ จริงๆพอจะทราบอยู่แล้วว่าต้องโดนอะไรแบบนี้แน่ๆถ้าตอนนั้นบอกว่า 3 วัน ...ขอบคุณมากๆมานะที่นี้ด้วยนะคะ

เข้าประเด็น... อยากจะฟังเรื่องของพี่ๆในนี้กันบ้างว่าเป็นยังไงมายังไงค่ะ Smile
เพราะเพิ่งอ่านกระทู้ของพี่ Nongmai มา เลยนั่งคิดเรื่องของตัวเองกับคุณแฟนตอนนี้ ทำให้คิดต่อไปว่า พี่ๆก็คงจะมีเรื่องราวที่ต่างๆออกไป น่ารักต่างๆไป และเหนื่อยๆต่างกันไป อยากให้เอามาแชร์กัน อ่านแล้วชุ่มหัวใจดี จะได้ไม่ท้อ และสำหรับคู่ไหนที่มีปัญหาก็จะได้คิดถึงวันแรกๆที่เจอกับแฟนค่ะ

เรื่องของหนูยาว ไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ 
แต่อย่าลืมเล่าเรื่องของพี่ๆบ้างถ้าไม่รังเกียจ Embarrassed
หนูอยากอ่าน อยากรู้... หนูไม่ได้อยากรบกวนเรื่องส่วนตัวนะ แต่มันสนุกดี 
มันเขินๆ ชอบ!! 5555
________________________________________________
________________________________________________
หนูเจอแฟนโดยบังเอิญค่ะ
วันนั้นคุณแฟนเค้าเดินทางมางานแต่งเพื่อนที่ทำงานที่จัดที่กระบี่ และมาทำธุระ ...เค้ามาทำธุระ ไม่ได้คิดจะมาเที่ยวอะไรในกรุงเทพ จึงไม่ได้วางแผนหรือเตรียมข้อมูลอะไรมาเลย เค้าหลงมาที่สยาม ไม่รู้จะไปไหน เลยเข้าไปตั้งหลักในร้านกาแฟ ส่วนวันนั้น หนูเองก็นัดรุ่นพี่เอาไว้ที่ร้านกาแฟนั้นเช่นกัน เพื่อจะคุยเรื่องงาน 

ไม่รู้ว่าทำไมวันนั้นถึงรีบออกไปแต่เช้า ทั้งที่ไม่เคยทำ และก็พบว่าร้านกาแฟคนเยอะ ไม่มีที่นั่งเลย เดินวนสามสี่รอบก็ไม่มีเก้าอี้ว่างซักตัว แถมพอได้โต๊ะแล้ว เดินไปสั่งชา ก็ดันโดนแย่งเก้าอี้ไปอีกCry ต้องเดินหาโต๊ะใหม่...  จนคุณแฟนสังเกตว่าเราหาที่นั่งหลายรอบแล้ว พอเดินผ่านไปอีกรอบ เค้าเลยยกกระเป๋าออกจากเก้าอี้ข้างๆเป็นสัญญาณบอกว่า 'ตรงนี้นั่งได้' ... หนูประทับใจมากเลยค่ะ Big smile 

คือ มันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่เราก็ดีใจ (อีกอย่างคือเพิ่งจะโดนแย่งเก้าอี้ไป เลยกำลังเซ็งLOL) ... 
หนูยิ้มให้เค้าแล้วตอบกลับไปว่า "ขอบคุณค่ะ"  แล้วก็วางของ สั่งชา เปิดคอมพ์จะเริ่มทำงานบางส่วนรอพี่ที่นัดไว้ตอนสาย 
และพอหนูหยิบเมาส์กับเครื่องคอมพ์ออกมา เค้าเห็น เค้าก็ตื่นเต้นมากเลยค่ะ LOL 
เค้าบอกว่า "คุณรู้ไหม ผมก็มีเมาส์แบบนี้ แล้วก็คอมพ์รุ่นนี้เหมือนกันเป๊ะที่บ้านผมเลย!"
หนูก็ตกใจค่ะ คือ เค้าพูดเสียงตื่นเต้นมาก แล้วก็หัวเราะ!?!! ..ก็เลยเผลอทำหน้าตึงใส่เค้าไปเพราะทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะตอบยังไง (ไม่ได้คิดจะคุยด้วยซักหน่อย!) เค้าคงเห็นอาการ เค้าก็เงียบไป หันไปเล่น tablet เค้าต่อ...

เงียบไปประมาณ 5 นาทีหนูก็รู้สึกผิด เพราะเค้าก็ขยับเก้าอี้ให้นั่ง ที่เค้าชวนคุยก็ไม่ได้เป็นเรื่องแย่อะไร หนูเหลือบมองก็เห็นว่าเค้า seach หาที่เที่ยวในกรุงเทพอยู่ ..หนูเลยถามเค้ากลับไป "คุณมาเที่ยวหรือคะ"

...จากนั้นก็คุยกันอีกประมาณ 10 นาทีได้ เราแลกนามบัตรกันไว้ หนูบอกเค้าว่าถ้าหลงอีกก็โทรมาถามทางได้ หนูไม่รู้ทางมากมาย แต่ถ้าเป็นรถไฟฟ้าหรือแถวๆรอบๆนี้หนูบอกได้แน่ "ฉันมักจะมาแถวๆนี้ตลอดค่ะ"
"อ๋อ! ครับ ขอบคุณมาก คุณใจดีจัง" เค้าตอบแล้วยิ้มเห็นฟันเขี้ยว... แหะๆน่ารักดีEmbarrassed (แต่เค้าเพิ่งบอกหลังคบบอกค่ะว่าเค้าไม่ชอบฟันเค้าเลย LOL )

...หลังจากนั้น หนูบอกทางไปศูนย์ DTAC ให้เค้า เพราะเค้าอยากจะติดต่อเรื่อง 3G 
(มีทิ้งท้ายว่า "แล้วเจอกันนะครับ" และขยิบตาWinkให้ด้วย... อีตาบ้าEmbarrassed)

และก็แยกกันไปค่ะ ไม่ได้คิดจะคุย จะเจอกันแล้ว แต่วันนั้นหนูคิดถึงเค้าทั้งวัน  หนูเป็นห่วงว่าเค้าจะหลงอีกมั้ย คือเค้าไม่เด็กแล้วค่ะ เค้าดูแลตัวเองได้ แต่หนูก็ยังห่วง ไม่รู้ว่าทำไม

หลังจากนั้นบ่ายๆหนูเลยส่งข้อความไป เพื่อตัดรำคาญตัวเอง ส่งไปบอกว่า "คุณเจอศูนย์โทรศัพท์หรือเปล่า และได้แผนที่รถไฟฟ้าหรือยัง รถไฟฟ้าในกรุงเทพจะเชื่อมกับสถานที่สำคัญต่างๆได้สะดวกมาก คุณควรพกแผนที่ติดไว้ และพนักงานรถไฟฟ้ามักจะมีอย่างน้อยสองสามคนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี คุณขอความช่วยเหลือจากเค้าได้ หรือโทรหาฉันก็ได้ แต่ฉันอาจจะไม่รู้เส้นทางทั้งหมด ยังไงก็ขอให้โชคดีและมีเวลาที่ดีในกรุงเทพนะคะ - R"

จากนั้นเค้าก็ตอบข้อความ ...และก็คุยกันในข้อความนั่นแหละค่ะ แรกๆก็ไม่ได้จีบ จนกระทั่งวันที่เค้าไปอยู่ในงานแต่งงานเพื่อน

"ถ้าคุณไม่ติดงานและเรารู้จักกันก่อนหน้ากว่านี้อีกหน่อย ผมคงชวนคุณมาเป็นคู่เดทของผม"
"ฉันคงไปไม่ได้หรอกค่ะ งานเยอะมาก อีกอย่างกระบี่มันก็ไกลจากที่บ้าน ทางบ้านคงไม่ยอมให้ไปถ้าไม่มีคนรู้จักไปด้วย"
"ผมทราบ แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมอยากให้คุณมาอยู่ตรงนี้จริงๆ"
"ทุกคนที่นี่อยู่กันเป็นคู่ ผมมาคนเดียว และผมโสดมานานแล้ว ผมไม่ค่อยชำนาญเรื่องจีบผู้หญิง ตลอดชีวิตผมมีแฟนมาแค่ไม่กี่คนเท่านั้น"
"คุณจะว่าอะไรไหมถ้าผมอยากจะเรียนรู้คุณมากกว่านี้ ผมรู้ว่าคุณเป็นผู้หญิงที่ดีและน่ารัก ผมรู้สึกดีที่ได้อยู่กับคุณ ผมเป็นคนขี้อาย และปกติผมไม่เคยติดต่อกับใครแบบคุณมาก่อน ผมไม่ได้กำลังมองหาใครก่อนจะมาพบคุณ คุณทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นมาก และผมคิดว่ามันเป็นความรู้สึกที่พิเศษ"
"คุณมาที่เมืองไทย คุณจะพบคนอื่นๆอีกมาก และฉันเชื่อว่าคนลักษณะแบบคุณก็คงไม่ยากที่จะหาผู้หญิงดีๆและอบอุ่นมาอยู่ข้างๆ ฉันเองไม่ได้มองหาใครเช่นกัน แต่ฉันไม่แน่ใจว่าฉันพร้อมกับความสัมพันธ์แบบที่คุณกำลังหมายถึง ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเข้าใจถูกหรือเปล่า และขอโทษถ้าฉันจะคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป"
"คุณไม่ไดคิดมากเกินไป ผมรู้สึกแบบที่คุณคิด และผมเองไม่ได้พร้อมจะเรียนรู้ใคร และผมรู้ตัวเองว่า ผมพร้อมแค่เฉพาะกับคุณ"
"คุณอาจจะพร้อมกับคนอื่นเร็วๆนี้ เพราะคุณเริ่มพร้อมกับฉันได้แล้ว"
"ผมไม่เคยเป็นแบบนี้ และไม่เคยรู้สึกแบบนี้ ผมอยู่คนเดียวตลอดมา มีบางคนพยายามจะคุยกับผม ผมแค่ขอบคุณเค้าและจากไป แต่กับคุณไม่ใช่ ผมอยากรู้จักคุณ ถ้าเป็นไปได้ มะรืนนี้คุณว่างหรือเปล่า ผมจะกลับไปกรุงเทพ ผมหวังว่าผมจะได้พบคุณอีกครั้ง"
"ฉันคิดว่าคุณต้องไปทำธุระที่เชียงใหม่"
"ผมหวังว่าจะไม่ฟังดูแย่เกินไป แต่ผมเลื่อนกำหนดไปแล้ว ผมจะไปกรุงเทพก่อน 2 วันแล้วค่อยไปธุระต่อ แต่คุณไม่ต้องเกรงใจถ้าคุณไม่สะดวกนะ"
"ขอฉันดูอีกทีก่อนแล้วกันนะคะ"

คือ ใจหนูก็อยากเจอเค้าอยู่แล้วค่ะ เค้าเป็นผู้ชายที่แม้กระทั่งเพิ่งรู้จักตอนนั้นก็ตรงสเปคหนูทุกอย่าง ทั้งบุคลิก อายุ ท่าทาง วิธีการพูด... ไม่ว่าจะเป็นคนฝรั่งหรือไม่ เค้าก็คือสเปคหนูจริงๆ... หนูจึงเริ่มคิดว่าจะให้โอกาสเค้าดีไหมEmbarrassedEmbarrassed แต่หนูไม่ชอบความรู้สึกแบบคุยๆไปก่อน รักกันคิคุและค่อยจริงจัง
ปกติแล้วกับใครก็ตาม หนูจะเริ่มจริงจัง และความเข้ากันได้ + เป็นไปได้ ที่จะอยู่ในระยะยาวก่อน... 

หนูเลยเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเค้า เริ่มจากงานเพราะมีนามบัตร และลากไปถึงลักษณะงาน ...แต่อ่านยังไงก็ไม่ค่อยเข้าใจงานเค้า หนูทำงานคนละลักษณะกับเค้าเลย เลยไม่เข้าใจ นึกภาพไม่ออกว่าเป็นงานที่มั่นคงแค่ไหน (ซึ่งสำคัญมาก เพราะถ้าอยู่แล้วลำบาก เป็นภาระกันหนูคงไม่อยู่ หนูต้องการคนที่อยู่ด้วยได้ในชีวิตจริง ไม่ต้องทำให้หนูเป็นเจ้าหญิง แต่อยู่แล้วต้องเป็นหลักประกันชีวิตหนูได้ว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือเรื่องฉุกเฉินอะไร เราจะมี Support...)

จึงเป็นที่มาของกระทู้แรกของหนูที่นี่ ...โดนไปเยอะ ทั้งหวังเงิน ทั้งเพ้อเจ้อ ฮะๆๆๆ TongueTongue

แต่ก็เพราะกระทู้นั้นและจากที่ตอบกันว่า "น่าจะโอเคหมดแล้ว แค่ไม่มีภรรยาลับที่ไหนก็พอ"
"หน้าที่งานนี้ได้เท่านี้ก็มั่นคงดี"... จึงตัดสินใจลองคบดู ตอนนี้เค้าทราบเรื่องของหนู เรื่องที่บ้าน และทุกอย่าง
เค้าให้เกียตริหนูมาก อาจเผลอแตะตัวบ้างตอนเจอกันช่วงนั้น แต่ก็จะขอโทษทุกครั้ง เพราะเค้าทราบวัฒนธรรมเรา

ตัดสินใจคบกันมาได้ซักพักนึงแล้ว... ทุกอย่าง smooth ดีค่ะ Smile

ไม่รู้ว่าเป็นพรหมลิขิตหรือเปล่า ที่คนสองคน คนนึงขี้อายมาก ไม่กล้าคุยกับใคร กับอีกคนที่ไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้าโดยเฉพาะต่างชาติ ที่ไม่ได้กำลังมองหาใครในชีวิต จะเจอกันสั้นๆและรักกันได้แบบนี้ ไม่ว่ามันจะเป็นหรือไม่ หนูคิดว่ามันเป็นเรื่องที่พิเศษมากสำหรับหนู 

ไม่รู้ว่าจะยืดยาวแค่ไหน แต่ตอนนี้ก็จะดูไปแบบนี้ไปเรื่อยๆก่อน และเริ่มเข้าที่เข้าทางกับรักทางไกลครั้งแรกในชีวิตSmile

============================================
ขอบคุณทุกๆคนที่อ่าน และเคยตักเตือนในกระทู้แรกของหนูและอื่นๆนะคะ 
เป็นประโยชน์จริงๆ

ทั้งนี้หนูรออ่านเรื่องของพี่ๆอยู่นะคะ ความรักของพี่ๆเป็นแบบไหน เข้ามา share ได้เลยค่ะ

EmbarrassedEmbarrassedEmbarrassed


Edited by Little Miss - 05 Mar 2013 at 00:06
Back to Top
Iza_1992 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 22 Jun 2012
Location: UK,BKK
Online Status: Offline
Posts: 2753
Post Options Post Options   Quote Iza_1992 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 01:16 - IP: 92.41.251.208 IP Information
เจอกันกับแฟนในร้านไอติมและสเต้กในซอยพหลโยธิน 52 ใกล้นอร์ทกรุงเทพ ตอนนั้นเรียน ปวช. ปี 1 อิงลิชโปรแกรม หลังเลิกเรียนจะไปนั่งสุมหัวกับเพื่อน ๆ ที่ร้านประจำค่ะ 5 โมงเย็นถึงจะกลับบ้าน เราช่วยกันทำการบ้าน ทำงานส่งอาจารย์ปกติทุกวัน สั่งไอติมมากินกัน วันนี้ดันมีฝรั่ง ก็มีอายุแล้วค่ะ ตอนนั้นแฟนเรา 39 เราไม่ชอบเค้าเลย เราเถียงกัน เรื่องไอติม เพราะเค้ามาเสริฟไอติมผิดโต๊ะ เลยเป็นเรื่อง เราเจอกันวันแรกด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่ค่ะ เรามารู้ความจริงทีหลังว่า เพื่อนเราในกลุ่มให้เบอร์เรากับแฟนเรา แฟนเรามานั่งร้านไอติมทุกวัน เหมือนจะรู้เวลาว่าเราจะมา แต่เราไม่ได้คุยกัน จนมาวันที่เค้าบอกว่าจะต้องกลับพัทยา ไปเอาของที่โรงแรมและบินกลับอังกฤษ เค้าให้เมล์เรามา และเราก็ไม่สนใจ จนเค้าโทรมาหา เราเลยได้แอดเค้าทางเอ็มและ hi5 สมัยนั้นฮิตมากค่ะ 555+ เราเลยได้คุยกันมากขึ้น และเค้าก็บินมาหาเราทุกเดือน เดือนละ 2 อาทิตย์ ทำแบบนี้ หกครั้ง โดยที่เราไม่เคยมีอะไรกันเลย สุดท้ายเราตัดสินใจว่าจะหมั้นกัน และแต่งงานทันทีที่เราเรียนจบ แผนทุกอย่างผิดไปหมดค่ะ เพราะเราดันพลาดท่า ไปเผลอใจยอมเค้า แล้วก็ท้องในที่สุด แต่เราก็ได้แต่งงานกัน ทุกวันนี้เราก็ย้ายมาอยู่กับแฟนที่อังกฤษเรียบร้อยแล้ว จากวันแรกที่พบกันจนวันนี้ก็ 5 ปีกว่าแล้วค่ะ แต่เรายังไม่เคยลืม รักครั้งแรกมันสวยงาม เราไม่เคยผิดหวังกับความรักมาก่อน ไม่เคยมีบทเรียนในชีวิต ณ จุดนี้เรามีความสุขและพอใจกับความรักในครั้งนี้มาก ๆ ค่ะ หายากที่จะเจอคนที่รักเราจริงและทำทุกอย่างเพื่อเราได้ขนาดนี้ เค้าดูแลเอาใจใส่เราเสมอ เวลาเราป่วยเค้าคอยดูแล เฝ้าหายา เช็ดอ้วกให้ เวลาเราเหนื่อยเค้าทำงานบ้าน ดูลูกแทน และทำอาหารให้ สามีเราแก่กว่าเราสองรอบค่ะ แต่เราไม่ใช่เมียทาส เราอยากทำอะไร สามีไม่เคยว่าหรือบังคับ ดูแล้วเค้าแฟร์กับเราดีทุกอย่าง เราเชื่อมั่นเสมอว่า เค้าคือสามีที่ดีและพ่อที่ดีของลูกเรามาตลอด ทะเลาะกันบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ความเข้าใจกันสำคัญที่สุดค่ะ

Edited by Iza_1992 - 05 Mar 2013 at 01:28
Nothing lasts forever :')
Back to Top
peungSKI View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Apr 2012
Online Status: Offline
Posts: 3602
Post Options Post Options   Quote peungSKI Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 02:50 - IP: 27.55.164.108 IP Information
ชอบกระทู้นี้ หวานดี เป็นวัตถุดิบในการเขียนนิยายได้เลยนะเนี่ย... เรื่องของเราคงไม่หวาน ขออภัยถ้าเราฉายหนังกลางแปลงรอบสอง สามหรือสี่...

เราพบกับสามีด้วยความบังเอิญ บังเอิญว่าปวดฉี่

สมัยนั้นเราทำงานเป็น Sales Rep ให้กับบริษัทเฟอร์นิเจอร์เล็กๆแต่มีชื่อเสียงของอังกฤษแห่งหนึ่ง วันๆหนึ่งกิน นอน และทำงานในรถก็ว่าได้ แต่สนุกดี เพราะได้ไปหลายๆเมืองรอบๆลอนดอนและทางใต้ ได้พบปะคนมากมาย ได้เม้ากับคนที่คุยถูกคอบ่อยๆและได้กินอาหารเย็นอร่อยๆประจำ (ฟรี) แต่ปัญหาหลักนอกจากการต้องพักโรงแรมค่อนข้างบ่อย คือ การหาห้องน้ำเวลาขับรถดุ่มๆไปพบลูกค้าตามร้านต่างๆ บางทีถึงขั้นต้องยิ้มหวานด้วยมารยาหญิงแบบหน้าด้านๆไปปะเหลาะขอเข้าห้องน้ำตามซูเปอร์ฯเล็กๆที่ไม่มีห้องน้ำให้ลูกค้า เอาเป็นว่าได้ผลตลอด คงเพราะเค้ากลัวเราทำให้พื้นเค้าลื่นน่ะ

อยู่มาวันหนึ่งในหน้าร้อน เรามีสภาพค่อนข้างเยินจากการทำงาน แต่ปวดฉี่ เลยจอดที่ผับแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากบ้านเท่าไรนัก แต่ไกลพอที่จะขายหน้าถ้ารถติดเหมือนกาวตราช้างอย่างแน่นอน เราจึงรีบแว่บเข้าไปจอดรถแล้วเดินดุ่มๆแบบที่เดินประจำ ข้ามถนนแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ เลยเกือบโดนราชรถ 6000 cc วิ่งมาเสย เสียงเบรกดังเอี๊ยด สงสัยคนขับกลัวกันชนบุบ สักพักหน้าทะเล้นๆของหนุ่มชาวเกาะก็โผล่มาถามว่าจะรีบไปไหน พร้อมหัวเราะหึๆ เลยบอกไปตรงๆว่าจะไปลง loo น่ะสิ 555 (สำหรับคนที่ไม่ get มุข loo แปลว่าส้วม) เค้าเลยบอกว่างั้นไหนๆเราก็คงจะต้องออกมาทำทีสั่งน้ำดื่มกันเจ้าของผับด่า ก็ขอให้เค้าเลี้ยงน้ำสักแก้วก็แล้วกัน เราเลยบอกว่าปกติเราจะปฏิเสธเพราะพ่อแม่สอนไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า (และหน้าแปลก) แต่ถ้าเค้าสัญญาว่าจะไม่ใส่ rape drugs ในน้ำดื่มของเรา เราอาจยอมให้เค้าเลี้ยงน้ำ

วันนั้นคุณชายก็นั่งถามเราสาระพัด เหมือนสอบสัมภาษณ์คนงาน เค้าถูก spec เราเต็มๆ สูงยาวเข่าดี บลอนด์ ตาสีฟ้า ฟันสวย และยิ้มสวย แถมยังตลกและดูมาดดี เราก็ตอบไปแบบติดตลกเกือบทุกคำถาม นั่งหัวเราะกันคิกๆ เหมือนคนวิกลจริตสองคนนั่งก๊งเหล้าในงานรวมรุ่น แล้วเค้าก็ขอเบอร์ ปกติเราไม่ค่อยให้เบอร์ใคร เพราะเบื่อการรับโทรศัพท์ แค่รับโทรศัพท์เรื่องงานก็อยากอาเจียรแล้ว แต่ก็ค่อนข้างชอบเค้าเราเลยใจง่ายให้เบอร์โทรไป

เมื่อถึงบ้านได้สักพัก เค้าก็โทรมาถามว่าพรุ่งนี้ว่างมั้ย เพราะเค้าจะมาแถวนั้นอีกพอดี เค้ามีข้าวฟรีให้กิน เราเลยบอกไปว่าถ้าฟรีแบบไม่หวังอะไรตอบแทนก็จะเจียดเวลาไปช่วยกำจัดอาหาร

ในเจ็ดวันแรก คุณชายโทรมาชวนไปกินข้าวเย็นทุกวัน เราก็ขับรถแบบตาเหลือกจากลอนดอนกลับมาบ้านทุกวัน จนเริ่มรู้สึกว่าตรูจะไม่ไหวแล้ว เพราะออกจากบ้านแต่ไก่โห่ นั่งกินข้าวและเม้าเกือบถึงสี่ทุ่มทุกวัน และแล้วคุณชายก็ชิงเดี้ยงไปเสียก่อน เพราะถูกไข้หวัดใหญ่รับประทาน พอเค้าหายป่วย เราสองคนเลยตกลงกันว่าขอเจอกันแต่ศุกร์ เสาร์ หรือ อาทิตย์ ไม่งั้นตายเพราะทำงานที่เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนตลอด คุณชายเลยหาเรื่องเจอเราทุกศุกร์ถึงอาทิตย์ ส่วนใหญ่ก็จะไปขลุกอยู่บ้านเพื่อนของเค้ากัน ออกเตร่ทุกคืน สนุกดี เฮฮาปาร์ตี้ของแท้ เลยกลายเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนไปเลย (แต่ก็ไม่กินเหล้านะ นอกจากแชมเปญอร่อยๆ 55555)

สามีเราเป็นคนที่น่ารัก ตลกและโรแมนติกมากๆ พาเราไปแนะนำให้เพื่อนสนิททุกคนได้รู้จัก รวมทั้งน้องหมาสองตน เหมียวซ่าสามตัว กระต่ายน้อย Percy และม้า pony อีกสามหน่อ เลยได้รู้ว่าเค้ารักสัตว์และชอบอยู่ป่าเหมือนเรา เค้าให้เกียรติเราตลอด และไม่เคยจะพยายามล่วงเกิน ยอมรอไปเรื่อยๆ ซึ่งเราว่าหายากพอสมควร สามีเราค่อนข้างเหมือนเป็นแฝดคนละฝาของเรา รู้ใจกันแบบไม่ต้องพูด แค่มองตาก็มักจะรู้ว่าต่างฝ่ายต่างขำเรื่องอะไร และที่สำคัญเค้าไว้ใจเราตลอดแม้จะเคยได้ยินเรื่องเน่าๆของสาวไทยบางคนมาเยอะ ฟังแล้วคงเริ่มเลี่ยน...

สรุปว่าเราคบกันแบบนี้อยู่ราวๆสามเดือนเศษๆ เค้าก็ขอแต่งงาน ขอให้เราย้ายไปอยู่กับเค้า เอาแหวนซึ่งเค้าซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรและเก็บไว้มานานเกิน 15 ปี มาให้เป็นแหวนหมั้น (แต่เราไม่ชอบแหวนวงนี้ 555 มันดูโคตรโบราณ) แต่กว่าจะแต่งงานก็อยู่กันมาเกือบ 3-4 ปีแล้ว คงเป็นเพราะเราเองที่เป็นฝ่ายอยากรอให้แน่ใจก่อน เพราะกับแฟนเก่าแม้จะคบกันนานพอควร แต่ไปกันไม่ได้เพราะใจร้อนทั้งคู่ขนาดแค่เลิกเป็นแฟนกัน เพื่อนยังแตกออกเป็นสองก๊ก ปวดหัวและหัวใจไปเป็นชาติ ไม่อยากทำผิดแบบเดิมอีก

จากวันนั้นถึงวันนี้ก็คงราวๆ 7-8 ปีแล้ว บอกตรงๆว่ายังรักกันเหมือนเดิม อาจจะมากกว่าเดิมด้วย แม้ว่านังสามีจะดื้อกว่าที่คิดไว้มากโข และเราโหดกว่าที่ควร และบางทีอยากกัดกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยสงสัยเลยว่าเค้าคือ Mr Right หรือเปล่า เพราะ It always feels just right to be with him. He is my best friend who knows me down to the very core of my soul. สิ่งที่ซึ้งที่สุดคือไม่ว่าสามีจะทำอะไร เค้าจะเน้นเสมอว่าทำเพื่อเรา เพราะเราคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเค้า และเค้าไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะจับเค้ามาเป็นพ่อของลูก เอิ๊กๆๆๆ ได้ยินอย่างนี้บ่อยๆแล้วอยากหลงตัวเองอีกสักสิบเท่า แต่มีดีให้หลงก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย ถูกมั้ย เหอๆๆๆๆๆๆๆๆ

เราว่าความรักทำให้โลกงดงาม ทำให้คนเห็นอกเห็นใจและเข้าใจเพื่อนมนุษย์ ใครที่คิดว่าตนมีความรักแต่ยังมีจิตใจรุ่มร้อน ริษยาและเกรี้ยวกราด คงไม่ได้มีความรักจริงๆ และถ้ายังฝืนหลอกตัวเองต่อไป คงจบแบบเจ็บสาหัส ชีวิตที่คิดว่าบัดซบอยู่แล้วก็จะยิ่งบัดซบกว่าเดิม คนที่ไม่เคยได้สัมผัสความรักจริงๆคงไม่รู้หรอกว่าการอยู่คนเดียวดีกว่าการอยู่กับคนที่เราไม่ได้รักหรือคนที่ไม่ได้รักเรา


Edited by peungSKI - 05 Mar 2013 at 18:07
Back to Top
bo View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 01 Mar 2011
Location: united kingdom
Online Status: Offline
Posts: 3517
Post Options Post Options   Quote bo Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 03:51 - IP: 86.185.139.71 IP Information
เจอกันแบบบังเอิญติดดิน โชคชะตาฟ้าลิขิตส่งหนุ่มน้อยคาราเต้มาพบรักกับสาวช่างฝัน(ช่างเหงา)  มันเริ่มต้นอย่างง่ายๆ และจบลงอย่างง่ายๆ (อย่าเพิ่งอ๊วกนะคะ  เพราะความจริงมันหวานยิ่งกว่าน้ำตาลซะอีกLOL) เจอกัน คบกัน รักกัน ดูแลกัน ห่วงใยกัน ที่สำคัญ เขาพยายามที่จะเข้าใจเราเหลือเกิน จนเรารู้สึกได้ว่า นี่แหละที่เรียกว่ารัก แต่เวลาอยู่ด้วยกันรู้สึกไม่ได้รู้สึกเหมือนเป็นแฟนกัน เหมือนเป็นทั้งเพื่อนและพี่(ไม่ทราบค่ะอธิบายไม่ได้ต้องเจอถึงจะรู้)  จนมารู้ตัวอีกทีว่าเรารักเขารู้สึกกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ จนเวลาล่วงเลยมากว่าสิบปีแล้วค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกเหมือนกับตอนที่เริ่มต้นกันอย่างง่ายๆเหมือนเดิมSmileตลอดมาและคงตลอดไป...โอเคตอนนี้ไปอ๊วกได้เลยค่ะWink
Back to Top
LovelyJenist View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 04 Jul 2012
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 910
Post Options Post Options   Quote LovelyJenist Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 09:20 - IP: 82.15.161.202 IP Information
เรื่องมันมีอยู่ว่า....

ครั้งนั้นต้องช่วยน้องสาวขนของย้ายหอจากตัวเมืองสุราดไปเกาะสมุย เพราะน้องสาวต้องไปเรียนที่นั้น 1 ปี ไปกันทั้งครอบครัวเลยคะ

และเป็นครั้งแรกของเราที่ได้ไปเที่ยวสมุย....เราเป็นคนสุราดแท้ๆ แต่ไม่เคยได้เที่ยวสมุยเลยจนอายุล่วงเลยเข้าหลักเลข 3 และการเที่ยวเกาะสมุยแบบไปเช้า เย็นกลับ แค่วันเดียวเท่านั้น ทำให้เราได้มีโอกาสรู้จักฝรั่งคนนึงซึ่งได้กลายเป็นสามีเรา ณ วันนี้

เรื่องของเรื่อง หลังช่วยกันขนของขึ้นหอพักเสร็จ พ่อเราเห็นว่าเวลายังเหลือพอเทึยว เลยขับรถเที่ยวกัน แล้วหิว เลยแวะกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวละไม

เรากินได้สองสามคำไมทันอิ่มงานก็เข้า ลูกค้าโทรมาขอให้เราช่วยแก้งานให้ด่วน วันนั้นเป็นวันที่ลูกค้าต้องพรีเซ้นงานโปรเจคจบ (เจนรับทำฟรีแลนซ์โปรเจคนักศึกษาระดับ ปวช ปวส คะ) ลูกค้าโทรมาอ้อนให้ช่วยหน่อย พรีเซ้นผ่านแล้ว แต่อาจารย์อยากให้แก้งานอีกเล็กน้อย. ถ้าวันนั่นใจแข็งปฏิเสธไป คงไม่มีโอกาสได้เจอสามี

ไอเราใจอ่อน เด็กอ้อนมาเลยบอกขอกินข้าวก่อนแล้วจะแวะร้านเนตเปิดเมลล์แก้งานแล้วส่งไปให้ กินเสร็จปล่อยพ่อแม่น้องๆนั่งกินลมชมวิวแถวนั้นก่อน ระหว่าง รอเราทำงานส่งให้ลูกค้าที่ร้านเนต

ณ ร้านเนต เห็นป้าอายุแยะแหละ เฝ้าร้านคาดว่าน่าจะเฝ้าให้ลูกหลาน ไอเรายิงภาษาถิ่นไปเลย ถามป้าก่อน ถ้าใช้เนตป้าคิดราคาหนูในราคาคนไทยป่าว ฮ่าๆ ป้าบอกคิดราคาคนใต้กันเอง แต่เราคุยกะป้าแกถูกคอกันนะ เพราะเราคุยภาษาใต้กันเลยสนิทกันง่าย

และแล้วเราได้ใช้เนต เปิดเมล ใช้เวิร์ดแก้เอกสารงานเรา ระหว่างนั่งแก้งาน มีฝรั่งคนนึงเข้ามาในร้านนั่งเครืองถัดจากเรา เราไม่ได้สนใจ เราทำงานเรา และเราสังเกตฝรั่งคนนี้เหมือนมีปัญหากะหูฟัง เราคิดในใจ อย่าถามไรชั้นนะ ภาษาอังกฤษที่เคยเรียนมาคืนครูบาอาจารย์ไปหมดแล้ว

แล้วฝรั่งก็หันซ้าย หันขวา. (เราทำเนียนๆ ไม่สน ไม่หันมอง ไม่สบตา ประเด็นคือภาษาอังกฤษฉันห่วยแตกมากไม่กล้าสะเออะยื่นความช่่วยเหลือ) และแล้ว ฝรั่งก็ลุกขึ้นไปที่ป้าซึ่งนั่งดูละครบ่ายช่อง 3 อยู่ ป้าแกดูเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน และแล้ว ป้าเริ่มมองหาตัวช่วย.ซึ่งชัวร์ ไม่พ้นเรา เนื่องจากเผือกไปตีสนิทป้าแกในตอนแรก และร้านทั้งร้านก็มีกันอยู่แค่ 3 คน ป้า-เรา-ฝรั่ง

เราเลยต้องช่วยแบบเสียมิได้ ฟังได้ความนิดหน่อย จะคุยสไกด์กับแม่ แต่หูฟังใช้ไม่ได้ยิน เราบอกป้า ว่ามีหูฟังเปลี่ยนไหม ป้าแกก็ไม่รู้เรื่องอะไร ป้าไม่รู้ หลานไปโลตัสเลยเฝ้าร้านให้หลาน มันบอกไปแป้บเดียวระหว่างไม่มีลูกค้า เราเลยไปดูที่เครื่องคอมตัวที่ฝรั่งใช้ และเห็นว่า พอทไมค์ กะหูฟังมันเสียบสลับกันเล๊าาาาาา.   ถึงว่าจะ
ได้ยินได้ไง เลยจัดการเสียบสลัับพอทให้ แลวหันปบอกฝรั่งให้ลองใช้อีกหน ปรากฎว่าใช้ได้ ฝรั่งก็ขอบคุณเรา

นึกว่าจะจบแค่นั้น เปล่าเลย. ระหว่างเราทำงาน เกือบเสร็จแหละ แต่ไม่เสร็จซักที เพราหลังจากที่ฝรั่งใช้สไกด์เสร็จและนั่งเล่นเนตต่อ มันชวนเราคุย พยายามถามโน้น นี่ นั้น เราฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง. ยิ้มบ้าง ทำหน้างงๆบ้าง. คุยไปทำงานไป กว่าจะเสร็จก็เกือบๆ ชั่วโมง

พอทำงานเสร็จเราเตรียมตัวกลับ ฝรั่งมันก็ก้อปปี้เรา เตรียมตัวกลับเหมือนกัน แต่เค้าขออีเมลล์เรา เราก็ให้อีเมลล์ไป แล้วก็พูดไร
อีกไม่รู้ แล้วเนียนขอเบอร์เรา. เราคิดในใจ ให้ๆไป เพราะฉันต้องกลับสุราดแล้วเย็นนี้

ก็ให้เบอร์ไป แต่เจ้ากรรม ให้เบอร์ไปผิด มารู้ทีหลังว่าให้ผิดจาก 085084 เราให้ไปเป็น 084085 แล้วเราก้อแยกย้ายกันกลับ

เรากลับสุราด และทำงาน และลืมไปแล้วเรื่องฝรั่งคนนี้ เรื่องอีเมลล์ เรื่องเบอร์โทร. ใช้ชีวิตปกติ ทำขนมขาย ทำงานพวกเอกสารให้เด็กนักศึกษา. ผ่านไปไม่มีไรหวือหวา

ผ่านไปประมาณ 3 เดือน เราลืมหน้าฝรั่งคนนี้ไปแหละ. วันนึง เพื่อนรุ่นพี่มาให้เราช่วยสมัครเวปเดทให้ คือแกอายุมากแล้วหลักเลขสี่ 
แกเล่าว่าเพื่อนแกแนะนำมาเลยอยากห้เราเลยสมัครให้ สมัครให้เสร็จก้อผ่านไปไม่มีอะไรที่เราสนใจกะเวปนั้น

มาวันนึ่ง ดึกแหละ ไม่มีไรทำ เล่นเฟส หาคนเม้าท์์ ด้วยไม่ได้ เพราะมันเป็นเวลาหลับนอนของคนไทย

และแล้วผีห่าซาตานตนใดเข้าสิงฉัน ดลใจให้ฉันลองสมัครเวปเดทนั้น. สมัครไปไม่ใครสนใจจะคุยกะเราเลย.....และผ่านไปประมาณน่าจะหนึ่งชั่วโมง แห่งความน่าเบื่อ....มีฝรั่งหน้าตาจิ้มลิ้ม เวลายิ้มหน้าเหมือนแปะยิ้มเลยทีเดียว

เค้ามาทักฉัน....เราคุยกัน เค้าบอกว่าเค้าพึ่งสมัครยังใช้เวปไม่ค่อยเป็น ฉันตอบกลับไปว่า เช่นกันใช้งานเวปไม่
เป็น เราดูเค้าสมัครเวลาวันเดียวกะเราเลย และเราก็คุยกัน ฝรั่งถามถึงเกาะสมุย เราบอกไปว่าเคยไปแค่ครั้งเดียว ไปแค่วันเดียวด้วยไปส่งน้องเรียน

จากคำตอบนั้น เค้าก้อไม่ถามอะไรเกี่ยวกับสมุยอีกเลย และเรายังคุยกันต่อในเวปเดทประมาณสองสามวัน แล้วเราก็ย้ายตนออกมาคุย msn กัน เพราะเค้าบอกว่าเค้าไม่ค่อยได่มีเวลาเข้าเวปเดทเท่าไหร แต่อยากคุยกะเราต่อ เราเลยแอดคุยกันในเอ็ม


คุยไปคุยมา คุยกันทุกวัน จนแลกเบอร์โทรศัพท์ คราวนี้เราให้ถูกเบอร์ แต่ตอนเค้าขอเบอร์และเราให้ไป เค้าส่ายหัวแล้วยิ้มแบบหน่ายๆ. แล้วถามว่าโทรไปหาตอนนี้เลยได้ป่าว เราบอกได้ แต่ฉัน
คุยอังกฤษไม่ได้นะ เค้าบอกว่าอยากเช็คดูว่าคราวนี้ใช้เบอร์จริงๆรึป่าว. ตอนนั้นเราไม่ได้เอะใจอะไรในคำพูดเค้าเลย เค้าโทรมาจริง มือถือเราดังเค้าได้ยินเสียงมือถือเราดังผ่านเวปแคม โอเค ถูกเบอร์

คุยกันจนเกิดความผูกพัน และรักกัน คุยกันได้ 6. เดือน เค้ามาหา พาเราเที่ยว (เราไม่รู้ที่เที่ยวเลย เค้าพาเราเที่ยวทั้ง กทม. และต่างจังหวัด)

แล้วก็เหมือนเป็นแผนเค้า เค้าพาเราเที่ยวเกาะช้าง แล้วพาเราเข้าร้านอินเตอร์เนต เราก้องง มีคอม พาคอมมา เนตโรงแรมก็มี ทำไมต้องเสียตังเข้าร้านเนต เค้าบอกเค้าอยากคุยสไกด์กับแม่ และอยากแนะนำเรากับแม่ด้วย

แล้วเค้า
ก็ทำฟอร์มว่าหูฟังพัง ถามเราว่าแก้ยังไง เราก้อดูพอทเสียบ เห็นเสียบถูก เราเลยเอาหูฟังมาแนบหู     

เฮ้ยยยย ก็ใช้งานได้นี่หว่า ก็บอกเค้าว่ามันไม่ได้พัง มันใช้งานได้นะ

เค้าก็เหรอๆๆ แล้วหัวเราะ แล้วเอามือยีๆหัวเรา. แล้วก็ได้ติดต่อแม่ คุยกับแม่ และแนำนำเราให้รู้จักกับแม่เค้้า

มาถึงตรงนี่ เราก็จำไม่ได้ มันลืมไปแล้ว. มันเหมือนเส้นผมบังภูเขา แต่เรามีความสุขมาก เค้าเป็นคนน่ารัก อ่อนหวาน เอาใจใส่ ที่สำคัญ ฉลาด

คืนนั้นเราดินเนอร์กัน แล้วเดินเล่นริมหาด ระหว่างเดินเล่นเค้าก็เล่าเรื่องของเค้าให้เราฟัง เค้าใช้ภาษาง่ายๆ และพูดช้าๆ คอยถามเราว่าเข้าใจไหม เพราะกลัวเราไม่เข้าใจ

แล้วฉันก็เหนื่อย คือว่าเดินบนทรายอ่ะ เดินยาก สปีดค่อยๆลดลงเพราะเมื่อยน่อง (จริงๆ คือ อิ่มเกินไป)

เราบอกเค้านั่งคุยเหอะ เดินไม่ไหวแล้ว พอได้นั่งคุย เขาก็เข้าเรื่องที่สมุย บอกว่าเคยไปเที่ยว ชอบมาก แล้วเล่า
ถึงเหตุการณ์ในร้านเนต

นาทีนี้เริ่มจำได้แล้ว เค้าก็เล่าถึงผู้หญิงที่ช่วยเค้าเรื่องหูฟัง (คือฉันเอง) แล้วมองหน้าเรา แล้วก็เล่าว่าหล่อนให้เมลล์มา แต่เค้าทำหายเลยมีแต่เบอร์โทร แต่โทรไปแล้วไม่ใช่เบอร์ของผู้หญิงคนนั้น 

แล้วก็ควักเศษกระดาษเยินๆในกระเป๋าตังส่งให้เราดู

บระเจ้า....ลายมือฉันเอง

แล้วย้อยถามเราว่า...คุณรู้จักผู้หญิงคนนั้นป่าว. ถ้าคุณรู้จักช่วยบอกเธอด้วยว่า.....

"เธอให้เบอร์ผมผิด"


แล้วเค้าก็ยีๆหัวเราอีก แล้วบอก คราวนี้ผมว่าเธอคงรู้ตัวแล้วล่ะ


เรา...แบบว่าอยากมุดรูปูลมด้วยความอาย คือเราเงียบไปเลย นาทีนั้น บอกตรงๆ เหมือนโดนคนรุมกระโดดถีบกลางสี่แยกไฟแดง

เค้าคงเห็นเราอึ้ง แล้วมือไม้เราสั้นมาก
เลย เค้าโอบเรา แล้วพูดว่า......

ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก แต่เราก็เจอกันอีกจนได้ คุณว่ามันตลกไหมล่ะ

ผมว่ามันตลก แต่ผมจริงจังนะ คุณพูดอะไรบ้างสิ

เราบอกว่าเราอาย อายมาก ทำไม
ม่บอกเราตั้งแรก.......

เค้าบอกว่าเค้าพยายามแล้วแต่ดูเหมือนเราจำไม่ได้ เลยคิดว่าเก็บเรื่องนี้ไว้บอกเราตอนเจอกันอีกครั้ง 
แล้วเราก็เริ่มถามๆๆ เค้าก็ตอบๆๆ 

แล้วช่วงเวลานั้นล่ะ เค้าก็ขอหมั้นเรา แล้วบอกว่าจะกลับมาหาเราอีกที ขอเราจากพ่อแม่แล้วจดทะเบียนกัน


ทุกอย่างเหมาะเจาะ วันที่เราเจอเค้าที่สมุย เค้าเข้ามาไทย
วันที่  5 ตุลาคม 2011 แล้วเจอเราวันที่ 8 ตุลาคม 2011และเราจดทะเบียนกันวันที่ 8 ตุลาคม 2012 

เราเปิดพาสปอร์ตเค้าดู แล้วเห็นเวลามันตรงแป๊ะๆ. ทั้งๆที่ไม่ตั้งใจว่าจะต้องทำในวันเดียวกัน แต่พอดีทำเรื่องเสร็จทันเวลาเลยได้จดกันวันนั้นและมา
รู้ทีหลังว่ามันตรงกับวันแรกที่เราเจอกันพอดี

มาถึงตรงนี้ ต้องขอโทษเพื่อนๆทุกคนที่เรื่
องเรายาวไปหน่อย ก็เพราะมันยาวแบบนี้ตอนขอวีมาเยี่ยมแฟน แฟนเราเลยต้องดัดแปลง coverletter เสียใหม่ ให้สั้นและแต่งเติมไปอีกนิดเพราะไม่อยากบอกสถานทูตว่าจริงๆมาเริ่สานความสัมพันธ์เพราะได้เจอกันอีกทีในเวปเดท


Edited by LovelyJenist - 05 Mar 2013 at 10:40
Back to Top
Little Miss View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 12 Dec 2012
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 72
Post Options Post Options   Quote Little Miss Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 09:55 - IP: 58.8.230.18 IP Information


อ่านแล้วเขิน!!! 
อร๊ายยยยยยยยยยยยยย!!!

แต่ละคู่น่ารักเกิ๊น!! LOLLOL
เอาอีกๆๆ สนุกดีค่ะ!!
Back to Top
Sammysmile View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 04 Mar 2013
Location: thailand
Online Status: Offline
Posts: 96
Post Options Post Options   Quote Sammysmile Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 11:12 - IP: 58.64.49.81 IP Information
สุดยอดคร่าาาา
เห็นด้วยๆ อ่านแล้วเขิน
เรื่องของแต่ละคน กินกันไม่ลงเลยทีเดียว

เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก

Tongue                                LOL                                    Big smile                                   LOL                                 Tongue                                    LOL
ไม่มีทางสายใดยาวเกินกว่า......
            
               สองเท้าที่ก้าวไม่หยุด
Back to Top
Nelly View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Nov 2010
Location: Australia
Online Status: Offline
Posts: 1818
Post Options Post Options   Quote Nelly Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 12:41 - IP: 121.222.136.23 IP Information
น่ารักทุกเร่ีองค่ะ โดยเฉพาะของคุณ lovelyjenist ทำให้เราเริ่มเชื่อแล้วว่าพรหมลิขิตอาจจะมีจริง
Back to Top
bkksmilegal View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 13 Apr 2011
Online Status: Offline
Posts: 149
Post Options Post Options   Quote bkksmilegal Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 13:03 - IP: 119.46.48.11 IP Information
น่ารักทุกคู่เลยค่ะ
 
คุณLovelyJenist ค่ะ   เราเป็นคนสุราด เหมือนกันเค่ะ  และไม่เคยไปสมุย แปร่วววว   เรื่องราวของคุณน่ารักมาก เราอ่านแล้วลุ้นตลอด SmileSmileClapClapEmbarrassedEmbarrassed
 
 
คุณ peungSKI  ค่ะ  เห็นด้วยกับ ตอนท้ายประโยค  ความรักทำให้โลกอ่อนหวาน Smile
 

 
Back to Top
Naa View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 May 2011
Online Status: Offline
Posts: 445
Post Options Post Options   Quote Naa Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 13:21 - IP: 93.132.84.184 IP Information
ป๊าดคุณ LovelyJenist เรื่องจริงหรือนั่น...น่ารักอ่ะ  โลกช่างกลมอะไรเช่นนี้ Big smile
Back to Top
Sandy555 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 19 Jan 2012
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 21
Post Options Post Options   Quote Sandy555 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 13:24 - IP: 171.4.114.158 IP Information
อ่านไปยิ้มไป น่ารักอ่ะ^__^
Back to Top
miss View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Oct 2011
Online Status: Offline
Posts: 2118
Post Options Post Options   Quote miss Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 14:56 - IP: 125.24.194.229 IP Information
Originally posted by peungSKI

ชอบกระทู้นี้ หวานดี เป็นวัตถุดิบในการเขียนนิยายได้เลยนะเนี่ย... เรื่องของเราคงไม่หวาน ขออภัยถ้าเราฉายหนังกลางแปลงรอบสอง สามหรือสี่...

เราพบกับสามีด้วยความบังเอิญ บังเอิญว่าปวดฉี่

สมัยนั้นเราทำงานเป็น Sales Rep ให้กับบริษัทเฟอร์นิเจอร์เล็กๆแต่มีชื่อเสียงของอังกฤษแห่งหนึ่ง วันๆหนึ่งกิน นอน และทำงานในรถก็ว่าได้ แต่สนุกดี เพราะได้ไปหลายๆเมืองรอบๆลอนดอนและทางใต้ ได้พบปะคนมากมาย ได้เม้ากับคนที่คุยถูกคอบ่อยๆและได้กินอาหารเย็นอร่อยๆประจำ (ฟรี) แต่ปัญหาหลักนอกจากการต้องพักโรงแรมค่อนข้างบ่อย คือ การหาห้องน้ำเวลาขับรถดุ่มๆไปพบลูกค้าตามร้านต่างๆ บางทีถึงขั้นต้องยิ้มหวานด้วยมารยาหญิงแบบหน้าด้านๆไปปะเหลาะขอเข้าห้องน้ำตามซูเปอร์ฯเล็กๆที่ไม่มีห้องน้ำให้ลูกค้า เอาเป็นว่าได้ผลตลอด คงเพราะเค้ากลัวเราทำให้พื้นเค้าลื่นน่ะ

อยู่มาวันหนึ่งในหน้าร้อน เรามีสภาพค่อนข้างเยินจากการทำงาน แต่ปวดฉี่ เลยจอดที่ผับแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากบ้านเท่าไรนัก แต่ไกลพอที่จะขายหน้าถ้ารถติดเหมือนกาวตราช้างอย่างแน่นอน เราจึงรีบแว่บเข้าไปจอดรถแล้วเดินดุ่มๆแบบที่เดินประจำ ข้ามถนนแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ เลยเกือบโดนราชรถ 6000 cc วิ่งมาเสย เสียงเบรกดังเอี๊ยด สงสัยคนขับกลัวกันชนบุบ สักพักหน้าทะเล้นๆของหนุ่มชาวเกาะก็โผล่มาถามว่าจะรีบไปไหน พร้อมหัวเราะหึๆ เลยบอกไปตรงๆว่าจะไปลง loo น่ะสิ 555 (สำหรับคนที่ไม่ get มุข loo แปลว่าส้วม) เค้าเลยบอกว่างั้นไหนๆเราก็คงจะต้องออกมาทำทีสั่งน้ำดื่มกันเจ้าของผับด่า ก็ขอให้เค้าเลี้ยงน้ำสักแก้วก็แล้วกัน เราเลยบอกว่าปกติเราจะปฏิเสธเพราะพ่อแม่สอนไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า (และหน้าแปลก) แต่ถ้าเค้าสัญญาว่าจะไม่ใส่ rape drugs ในน้ำดื่มของเรา เราอาจยอมให้เค้าเลี้ยงน้ำ

วันนั้นคุณชายก็นั่งถามเราสาระพัด เหมือนสอบสัมภาษณ์คนงาน เค้าถูก spec เราเต็มๆ สูงยาวเข่าดี บลอนด์ ตาสีฟ้า ฟันสวย และยิ้มสวย แถมยังตลกและดูมาดดี เราก็ตอบไปแบบติดตลกเกือบทุกคำถาม นั่งหัวเราะกันคิกๆ เหมือนคนวิกลจริตสองคนนั่งก๊งเหล้าในงานรวมรุ่น แล้วเค้าก็ขอเบอร์ ปกติเราไม่ค่อยให้เบอร์ใคร เพราะเบื่อการรับโทรศัพท์ แค่รับโทรศัพท์เรื่องงานก็อยากอาเจียรแล้ว แต่ก็ค่อนข้างชอบเค้าเราเลยใจง่ายให้เบอร์โทรไป

เมื่อถึงบ้านได้สักพัก เค้าก็โทรมาถามว่าพรุ่งนี้ว่างมั้ย เพราะเค้าจะมาแถวนั้นอีกพอดี เค้ามีข้าวฟรีให้กิน เราเลยบอกไปว่าถ้าฟรีแบบไม่หวังอะไรตอบแทนก็จะเจียดเวลาไปช่วยกำจัดอาหาร

ในเจ็ดวันแรก คุณชายโทรมาชวนไปกินข้าวเย็นทุกวัน เราก็ขับรถแบบตาเหลือกจากลอนดอนกลับมาบ้านทุกวัน จนเริ่มรู้สึกว่าตรูจะไม่ไหวแล้ว เพราะออกจากบ้านแต่ไก่โห่ นั่งกินข้าวและเม้าเกือบถึงสี่ทุ่มทุกวัน และแล้วคุณชายก็ชิงเดี้ยงไปเสียก่อน เพราะถูกไข้หวัดใหญ่รับประทาน พอเค้าหายป่วย เราสองคนเลยตกลงกันว่าขอเจอกันแต่ศุกร์ เสาร์ หรือ อาทิตย์ ไม่งั้นตายเพราะทำงานที่เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนตลอด คุณชายเลยหาเรื่องเจอเราทุกศุกร์ถึงอาทิตย์ ส่วนใหญ่ก็จะไปขลุกอยู่บ้านเพื่อนของเค้ากัน ออกเตร่ทุกคืน สนุกดี เฮฮาปาร์ตี้ของแท้ เลยกลายเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนไปเลย (แต่ก็ไม่กินเหล้านะ นอกจากแชมเปญอร่อยๆ 55555)

สามีเราเป็นคนที่น่ารัก ตลกและโรแมนติกมากๆ พาเราไปแนะนำให้เพื่อนสนิททุกคนได้รู้จัก รวมทั้งน้องหมาสองตน เหมียวซ่าสามตัว กระต่ายน้อย Percy และม้า pony อีกสามหน่อ เลยได้รู้ว่าเค้ารักสัตว์และชอบอยู่ป่าเหมือนเรา เค้าให้เกียรติเราตลอด และไม่เคยจะพยายามล่วงเกิน ยอมรอไปเรื่อยๆ ซึ่งเราว่าหายากพอสมควร สามีเราค่อนข้างเหมือนเป็นแฝดคนละฝาของเรา รู้ใจกันแบบไม่ต้องพูด แค่มองตาก็มักจะรู้ว่าต่างฝ่ายต่างขำเรื่องอะไร และที่สำคัญเค้าไว้ใจเราตลอดแม้จะเคยได้ยินเรื่องเน่าๆของสาวไทยบางคนมาเยอะ ฟังแล้วคงเริ่มเลี่ยน...

สรุปว่าเราคบกันแบบนี้อยู่ราวๆสามเดือนเศษๆ เค้าก็ขอแต่งงาน ขอให้เราย้ายไปอยู่กับเค้า เอาแหวนซึ่งเค้าซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรและเก็บไว้มานานเกิน 15 ปี มาให้เป็นแหวนหมั้น (แต่เราไม่ชอบแหวนวงนี้ 555 มันดูโคตรโบราณ) แต่กว่าจะแต่งงานก็อยู่กันมาเกือบ 3-4 ปีแล้ว คงเป็นเพราะเราเองที่เป็นฝ่ายอยากรอให้แน่ใจก่อน เพราะกับแฟนเก่าแม้จะคบกันนานพอควร แต่ไปกันไม่ได้เพราะใจร้อนทั้งคู่ขนาดแค่เลิกเป็นแฟนกัน เพื่อนยังแตกออกเป็นสองก๊ก ปวดหัวและหัวใจไปเป็นชาติ ไม่อยากทำผิดแบบเดิมอีก

จากวันนั้นถึงวันนี้ก็คงราวๆ 7-8 ปีแล้ว บอกตรงๆว่ายังรักกันเหมือนเดิม อาจจะมากกว่าเดิมด้วย แม้ว่านังสามีจะดื้อกว่าที่คิดไว้มากโข และเราโหดกว่าที่ควร และบางทีอยากกัดกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยสงสัยเลยว่าเค้าคือ Mr Right หรือเปล่า เพราะ It always feels just right to be with him. He is my best friend who knows me down to the very core of my soul. สิ่งที่ซึ้งที่สุดคือไม่ว่าสามีจะทำอะไร เค้าจะเน้นเสมอว่าทำเพื่อเรา เพราะเราคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเค้า และเค้าไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะจับเค้ามาเป็นพ่อของลูก เอิ๊กๆๆๆ ได้ยินอย่างนี้บ่อยๆแล้วอยากหลงตัวเองอีกสักสิบเท่า แต่มีดีให้หลงก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย ถูกมั้ย เหอๆๆๆๆๆๆๆๆ

เราว่าความรักทำให้โลกงดงาม ทำให้คนเห็นอกเห็นใจและเข้าใจเพื่อนมนุษย์ ใครที่คิดว่าตนมีความรักแต่ยังมีจิตใจรุ่มร้อน ริษยาและเกรี้ยวกราด คงไม่ได้มีความรักจริงๆ และถ้ายังฝืนหลอกตัวเองต่อไป คงจบแบบเจ็บสาหัส ชีวิตที่คิดว่าบัดซบอยู่แล้วก็จะยิ่งบัดซบกว่าเดิม คนที่ไม่เคยได้สัมผัสความรักจริงๆคงไม่รู้หรอกว่าการอยู่คนเดียวดีกว่าการอยู่กับคนที่เราไม่ได้รักหรือคนที่ไม่ได้รักเรา

กรรมตามเราเหมือนเงาตามกาย หลอกใครก็หลอกได้ แต่ถ้าหลอกตัวเองตายสถานเดียว 100% ไม่ต้องรอจนชาติหน้า จะวางแผนอนาคตแค่ไหนก็ไปไม่รอด เพราะหลอกตัวเอง 555555
        คุณผึ้ง เล่าเรื่องได้ฮา แต่น่ารักมากเลยคะ อ่านไปนึกภาพตามไป เหมือนดูหนังฮอลลิวู๊ด หวาน ซ่า ครบรส ]
Back to Top
missyou1984 View Drop Down
Senior Member
Senior Member


Joined: 18 Jan 2013
Online Status: Offline
Posts: 265
Post Options Post Options   Quote missyou1984 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 15:08 - IP: 124.120.22.91 IP Information
Originally posted by LovelyJenist

เรื่องมันมีอยู่ว่า....

ครั้งนั้นต้องช่วยน้องสาวขนของย้ายหอจากตัวเมืองสุราดไปเกาะสมุย เพราะน้องสาวต้องไปเรียนที่นั้น 1 ปี ไปกันทั้งครอบครัวเลยคะ

และเป็นครั้งแรกของเราที่ได้ไปเที่ยวสมุย....เราเป็นคนสุราดแท้ๆ แต่ไม่เคยได้เที่ยวสมุยเลยจนอายุล่วงเลยเข้าหลักเลข 3 และการเที่ยวเกาะสมุยแบบไปเช้า เย็นกลับ แค่วันเดียวเท่านั้น ทำให้เราได้มีโอกาสรู้จักฝรั่งคนนึงซึ่งได้กลายเป็นสามีเรา ณ วันนี้

เรื่องของเรื่อง หลังช่วยกันขนของขึ้นหอพักเสร็จ พ่อเราเห็นว่าเวลายังเหลือพอเทึยว เลยขับรถเที่ยวกัน แล้วหิว เลยแวะกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวละไม

เรากินได้สองสามคำไมทันอิ่มงานก็เข้า ลูกค้าโทรมาขอให้เราช่วยแก้งานให้ด่วน วันนั้นเป็นวันที่ลูกค้าต้องพรีเซ้นงานโปรเจคจบ (เจนรับทำฟรีแลนซ์โปรเจคนักศึกษาระดับ ปวช ปวส คะ) ลูกค้าโทรมาอ้อนให้ช่วยหน่อย พรีเซ้นผ่านแล้ว แต่อาจารย์อยากให้แก้งานอีกเล็กน้อย. ถ้าวันนั่นใจแข็งปฏิเสธไป คงไม่มีโอกาสได้เจอสามี

ไอเราใจอ่อน เด็กอ้อนมาเลยบอกขอกินข้าวก่อนแล้วจะแวะร้านเนตเปิดเมลล์แก้งานแล้วส่งไปให้ กินเสร็จปล่อยพ่อแม่น้องๆนั่งกินลมชมวิวแถวนั้นก่อน ระหว่าง รอเราทำงานส่งให้ลูกค้าที่ร้านเนต

ณ ร้านเนต เห็นป้าอายุแยะแหละ เฝ้าร้านคาดว่าน่าจะเฝ้าให้ลูกหลาน ไอเรายิงภาษาถิ่นไปเลย ถามป้าก่อน ถ้าใช้เนตป้าคิดราคาหนูในราคาคนไทยป่าว ฮ่าๆ ป้าบอกคิดราคาคนใต้กันเอง แต่เราคุยกะป้าแกถูกคอกันนะ เพราะเราคุยภาษาใต้กันเลยสนิทกันง่าย

และแล้วเราได้ใช้เนต เปิดเมล ใช้เวิร์ดแก้เอกสารงานเรา ระหว่างนั่งแก้งาน มีฝรั่งคนนึงเข้ามาในร้านนั่งเครืองถัดจากเรา เราไม่ได้สนใจ เราทำงานเรา และเราสังเกตฝรั่งคนนี้เหมือนมีปัญหากะหูฟัง เราคิดในใจ อย่าถามไรชั้นนะ ภาษาอังกฤษที่เคยเรียนมาคืนครูบาอาจารย์ไปหมดแล้ว

แล้วฝรั่งก็หันซ้าย หันขวา. (เราทำเนียนๆ ไม่สน ไม่หันมอง ไม่สบตา ประเด็นคือภาษาอังกฤษฉันห่วยแตกมากไม่กล้าสะเออะยื่นความช่่วยเหลือ) และแล้ว ฝรั่งก็ลุกขึ้นไปที่ป้าซึ่งนั่งดูละครบ่ายช่อง 3 อยู่ ป้าแกดูเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน และแล้ว ป้าเริ่มมองหาตัวช่วย.ซึ่งชัวร์ ไม่พ้นเรา เนื่องจากเผือกไปตีสนิทป้าแกในตอนแรก และร้านทั้งร้านก็มีกันอยู่แค่ 3 คน ป้า-เรา-ฝรั่ง

เราเลยต้องช่วยแบบเสียมิได้ ฟังได้ความนิดหน่อย จะคุยสไกด์กับแม่ แต่หูฟังใช้ไม่ได้ยิน เราบอกป้า ว่ามีหูฟังเปลี่ยนไหม ป้าแกก็ไม่รู้เรื่องอะไร ป้าไม่รู้ หลานไปโลตัสเลยเฝ้าร้านให้หลาน มันบอกไปแป้บเดียวระหว่างไม่มีลูกค้า เราเลยไปดูที่เครื่องคอมตัวที่ฝรั่งใช้ และเห็นว่า พอทไมค์ กะหูฟังมันเสียบสลับกันเล๊าาาาาา.   ถึงว่าจะ
ได้ยินได้ไง เลยจัดการเสียบสลัับพอทให้ แลวหันปบอกฝรั่งให้ลองใช้อีกหน ปรากฎว่าใช้ได้ ฝรั่งก็ขอบคุณเรา

นึกว่าจะจบแค่นั้น เปล่าเลย. ระหว่างเราทำงาน เกือบเสร็จแหละ แต่ไม่เสร็จซักที เพราหลังจากที่ฝรั่งใช้สไกด์เสร็จและนั่งเล่นเนตต่อ มันชวนเราคุย พยายามถามโน้น นี่ นั้น เราฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง. ยิ้มบ้าง ทำหน้างงๆบ้าง. คุยไปทำงานไป กว่าจะเสร็จก็เกือบๆ ชั่วโมง

พอทำงานเสร็จเราเตรียมตัวกลับ ฝรั่งมันก็ก้อปปี้เรา เตรียมตัวกลับเหมือนกัน แต่เค้าขออีเมลล์เรา เราก็ให้อีเมลล์ไป แล้วก็พูดไร
อีกไม่รู้ แล้วเนียนขอเบอร์เรา. เราคิดในใจ ให้ๆไป เพราะฉันต้องกลับสุราดแล้วเย็นนี้

ก็ให้เบอร์ไป แต่เจ้ากรรม ให้เบอร์ไปผิด มารู้ทีหลังว่าให้ผิดจาก 085084 เราให้ไปเป็น 084085 แล้วเราก้อแยกย้ายกันกลับ

เรากลับสุราด และทำงาน และลืมไปแล้วเรื่องฝรั่งคนนี้ เรื่องอีเมลล์ เรื่องเบอร์โทร. ใช้ชีวิตปกติ ทำขนมขาย ทำงานพวกเอกสารให้เด็กนักศึกษา. ผ่านไปไม่มีไรหวือหวา

ผ่านไปประมาณ 3 เดือน เราลืมหน้าฝรั่งคนนี้ไปแหละ. วันนึง เพื่อนรุ่นพี่มาให้เราช่วยสมัครเวปเดทให้ คือแกอายุมากแล้วหลักเลขสี่ 
แกเล่าว่าเพื่อนแกแนะนำมาเลยอยากห้เราเลยสมัครให้ สมัครให้เสร็จก้อผ่านไปไม่มีอะไรที่เราสนใจกะเวปนั้น

มาวันนึ่ง ดึกแหละ ไม่มีไรทำ เล่นเฟส หาคนเม้าท์์ ด้วยไม่ได้ เพราะมันเป็นเวลาหลับนอนของคนไทย

และแล้วผีห่าซาตานตนใดเข้าสิงฉัน ดลใจให้ฉันลองสมัครเวปเดทนั้น. สมัครไปไม่ใครสนใจจะคุยกะเราเลย.....และผ่านไปประมาณน่าจะหนึ่งชั่วโมง แห่งความน่าเบื่อ....มีฝรั่งหน้าตาจิ้มลิ้ม เวลายิ้มหน้าเหมือนแปะยิ้มเลยทีเดียว

เค้ามาทักฉัน....เราคุยกัน เค้าบอกว่าเค้าพึ่งสมัครยังใช้เวปไม่ค่อยเป็น ฉันตอบกลับไปว่า เช่นกันใช้งานเวปไม่
เป็น เราดูเค้าสมัครเวลาวันเดียวกะเราเลย และเราก็คุยกัน ฝรั่งถามถึงเกาะสมุย เราบอกไปว่าเคยไปแค่ครั้งเดียว ไปแค่วันเดียวด้วยไปส่งน้องเรียน

จากคำตอบนั้น เค้าก้อไม่ถามอะไรเกี่ยวกับสมุยอีกเลย และเรายังคุยกันต่อในเวปเดทประมาณสองสามวัน แล้วเราก็ย้ายตนออกมาคุย msn กัน เพราะเค้าบอกว่าเค้าไม่ค่อยได่มีเวลาเข้าเวปเดทเท่าไหร แต่อยากคุยกะเราต่อ เราเลยแอดคุยกันในเอ็ม


คุยไปคุยมา คุยกันทุกวัน จนแลกเบอร์โทรศัพท์ คราวนี้เราให้ถูกเบอร์ แต่ตอนเค้าขอเบอร์และเราให้ไป เค้าส่ายหัวแล้วยิ้มแบบหน่ายๆ. แล้วถามว่าโทรไปหาตอนนี้เลยได้ป่าว เราบอกได้ แต่ฉัน
คุยอังกฤษไม่ได้นะ เค้าบอกว่าอยากเช็คดูว่าคราวนี้ใช้เบอร์จริงๆรึป่าว. ตอนนั้นเราไม่ได้เอะใจอะไรในคำพูดเค้าเลย เค้าโทรมาจริง มือถือเราดังเค้าได้ยินเสียงมือถือเราดังผ่านเวปแคม โอเค ถูกเบอร์

คุยกันจนเกิดความผูกพัน และรักกัน คุยกันได้ 6. เดือน เค้ามาหา พาเราเที่ยว (เราไม่รู้ที่เที่ยวเลย เค้าพาเราเที่ยวทั้ง กทม. และต่างจังหวัด)

แล้วก็เหมือนเป็นแผนเค้า เค้าพาเราเที่ยวเกาะช้าง แล้วพาเราเข้าร้านอินเตอร์เนต เราก้องง มีคอม พาคอมมา เนตโรงแรมก็มี ทำไมต้องเสียตังเข้าร้านเนต เค้าบอกเค้าอยากคุยสไกด์กับแม่ และอยากแนะนำเรากับแม่ด้วย

แล้วเค้า
ก็ทำฟอร์มว่าหูฟังพัง ถามเราว่าแก้ยังไง เราก้อดูพอทเสียบ เห็นเสียบถูก เราเลยเอาหูฟังมาแนบหู     

เฮ้ยยยย ก็ใช้งานได้นี่หว่า ก็บอกเค้าว่ามันไม่ได้พัง มันใช้งานได้นะ

เค้าก็เหรอๆๆ แล้วหัวเราะ แล้วเอามือยีๆหัวเรา. แล้วก็ได้ติดต่อแม่ คุยกับแม่ และแนำนำเราให้รู้จักกับแม่เค้้า

มาถึงตรงนี่ เราก็จำไม่ได้ มันลืมไปแล้ว. มันเหมือนเส้นผมบังภูเขา แต่เรามีความสุขมาก เค้าเป็นคนน่ารัก อ่อนหวาน เอาใจใส่ ที่สำคัญ ฉลาด

คืนนั้นเราดินเนอร์กัน แล้วเดินเล่นริมหาด ระหว่างเดินเล่นเค้าก็เล่าเรื่องของเค้าให้เราฟัง เค้าใช้ภาษาง่ายๆ และพูดช้าๆ คอยถามเราว่าเข้าใจไหม เพราะกลัวเราไม่เข้าใจ

แล้วฉันก็เหนื่อย คือว่าเดินบนทรายอ่ะ เดินยาก สปีดค่อยๆลดลงเพราะเมื่อยน่อง (จริงๆ คือ อิ่มเกินไป)

เราบอกเค้านั่งคุยเหอะ เดินไม่ไหวแล้ว พอได้นั่งคุย เขาก็เข้าเรื่องที่สมุย บอกว่าเคยไปเที่ยว ชอบมาก แล้วเล่า
ถึงเหตุการณ์ในร้านเนต

นาทีนี้เริ่มจำได้แล้ว เค้าก็เล่าถึงผู้หญิงที่ช่วยเค้าเรื่องหูฟัง (คือฉันเอง) แล้วมองหน้าเรา แล้วก็เล่าว่าหล่อนให้เมลล์มา แต่เค้าทำหายเลยมีแต่เบอร์โทร แต่โทรไปแล้วไม่ใช่เบอร์ของผู้หญิงคนนั้น 

แล้วก็ควักเศษกระดาษเยินๆในกระเป๋าตังส่งให้เราดู

บระเจ้า....ลายมือฉันเอง

แล้วย้อยถามเราว่า...คุณรู้จักผู้หญิงคนนั้นป่าว. ถ้าคุณรู้จักช่วยบอกเธอด้วยว่า.....

"เธอให้เบอร์ผมผิด"


แล้วเค้าก็ยีๆหัวเราอีก แล้วบอก คราวนี้ผมว่าเธอคงรู้ตัวแล้วล่ะ


เรา...แบบว่าอยากมุดรูปูลมด้วยความอาย คือเราเงียบไปเลย นาทีนั้น บอกตรงๆ เหมือนโดนคนรุมกระโดดถีบกลางสี่แยกไฟแดง

เค้าคงเห็นเราอึ้ง แล้วมือไม้เราสั้นมาก
เลย เค้าโอบเรา แล้วพูดว่า......

ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก แต่เราก็เจอกันอีกจนได้ คุณว่ามันตลกไหมล่ะ

ผมว่ามันตลก แต่ผมจริงจังนะ คุณพูดอะไรบ้างสิ

เราบอกว่าเราอาย อายมาก ทำไม
ม่บอกเราตั้งแรก.......

เค้าบอกว่าเค้าพยายามแล้วแต่ดูเหมือนเราจำไม่ได้ เลยคิดว่าเก็บเรื่องนี้ไว้บอกเราตอนเจอกันอีกครั้ง 
แล้วเราก็เริ่มถามๆๆ เค้าก็ตอบๆๆ 

แล้วช่วงเวลานั้นล่ะ เค้าก็ขอหมั้นเรา แล้วบอกว่าจะกลับมาหาเราอีกที ขอเราจากพ่อแม่แล้วจดทะเบียนกัน


ทุกอย่างเหมาะเจาะ วันที่เราเจอเค้าที่สมุย เค้าเข้ามาไทย
วันที่  5 ตุลาคม 2011 แล้วเจอเราวันที่ 8 ตุลาคม 2011และเราจดทะเบียนกันวันที่ 8 ตุลาคม 2012 

เราเปิดพาสปอร์ตเค้าดู แล้วเห็นเวลามันตรงแป๊ะๆ. ทั้งๆที่ไม่ตั้งใจว่าจะต้องทำในวันเดียวกัน แต่พอดีทำเรื่องเสร็จทันเวลาเลยได้จดกันวันนั้นและมา
รู้ทีหลังว่ามันตรงกับวันแรกที่เราเจอกันพอดี

มาถึงตรงนี้ ต้องขอโทษเพื่อนๆทุกคนที่เรื่
องเรายาวไปหน่อย ก็เพราะมันยาวแบบนี้ตอนขอวีมาเยี่ยมแฟน แฟนเราเลยต้องดัดแปลง coverletter เสียใหม่ ให้สั้นและแต่งเติมไปอีกนิดเพราะไม่อยากบอกสถานทูตว่าจริงๆมาเริ่สานความสัมพันธ์เพราะได้เจอกันอีกทีในเวปเดท
คุณเจน เราอ่านเรื่องคุณคนเดียวเลย สุดยอดชื่นชมจริงๆนะ นี้แหละเขาเรียกว่าฟ้าสร้างให้เรามาคู่กันจริงๆ อิจฉาและซึ่งมากเลยเรื่องคุณเจน บอกได้เลยว่าเราภูมิใจในตัวแฟนคุณและคุณมาก เป็นอะไรที่เหลือเชื่อจริงๆ ให้เบอร์ผิดไป อีเมลล์ก็ทำหายไป แถมเข้าเว็บเจอกันอีกด้วย และผ่านไปนานมากยังกลับมาเจอกันอีก เราซึ้งมากเลยน้ำตาไหลออกมาตอนไหนไม่รู้ ภูมิใจแทนมากจริงๆ คุณเจนต้องรักเขาให้มากๆนะ
Back to Top
FenBuah25Jan07 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 01 Dec 2009
Online Status: Offline
Posts: 2148
Post Options Post Options   Quote FenBuah25Jan07 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 17:12 - IP: 58.96.68.91 IP Information
มาเล่ามั่งงงงง

ของเราเจอกันตอนเรามาเรียนต่อที่ออส
ช่วงนั้นเพิ่งเข้าเรียน แล้วเพื่อนก็ลากไปสมัครชมรม....
ตอนแรกจะเข้าชมรมอื่นที่มีหนุ่มตี๋ๆเยอะๆ (เสปกเราเลยหนุ่มตี๋ LOLLOL) แต่คิวยาว

พอดีเพื่อนอีกคนบอกว่า มาเข้าชมรม Latin Dance ดิ น่าเข้า แถมเดี๋ยวก็มีงาน Latin Dance เข้าฟรี มีเหล้าฟรี มีโน่นนี่นั่นฟรี บลาๆๆๆๆ

สมัครไปก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย จนวันนึง เพื่อนชวนไปเที่ยวผับในเมืองแต่คนเต็มผับเลย
เพื่อนเลยบอกว่า เออ สมัครชมรม Latin Dance  ไปไม่ใช่เหรอ
คืนนี้มี Latin Night  ด้วยนะ ไปเหอะๆ ซึ่งตอนนั้นเราไม่อยากไปเลย
เพราะเราอยากไปผับเอเชีย ไปส่องหนุ่มญี่ปุ่น หนุ่มตี๋ๆ ตามประสาเราLOL

จนพอเพื่อนลากเราไปผับละติน เราก็ไปแบบเนือยๆ ก็มีคนคนนึง สูงๆ มาขอเต้นด้วย
เราก็ เออ อินี่สูงดีอ่ะ เต้นไปเต้นมา เราก็เลยบอกไปว่า
โทดนะ เราเต้นไม่เป็นอ่ะ เรามาเพราะเราอยากดื่มชิลๆ
เค้าก็บอกว่า โอเค ไม่เต้นก็ได้
พอมานั่งคุยกัน เค้าเป็นรุ่นพี่เรา เรียนมหาลัยเดียวกันแต่คนละคณะ
เค้าเรียน Art  เราเรียน Economics
คุยไปคุยมา เค้าอยู่ชมรมนี้มานานจนรู้จักพวกละตินในออสเยอะมาก แล้วเค้าก็ขอเบอร์เราไป
ซึ่งเราก็ให้ไปแต่ไม่ได้หวังอะไรมาก

จนสองวันต่อมานางก็โทรมาค่ะ แล้วก็ไปเดทกันเรื่อยๆ
จนตอนนี้จากชายหนุ่มร่างสูง 195 หนัก 85 ตอนนี้นางสูงเท่าเดิท แต่น้ำหนักขึ้นมาเกือบร้อยแระ
และที่สำคัญ เราหนีไปเหล่หนุ่มตี๋ไม่ได้แล้ว เพราะ คบกันมาห้าปี แต่งงานกันมา สองปีแล้วค่ะ


Back to Top
May445 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 30 Dec 2012
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 674
Post Options Post Options   Quote May445 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 17:38 - IP: 58.10.234.178 IP Information
อ่านไปยิ้มไป แต่ละคู่น่ารักมาก พรมลิขิตจริงๆเนอะTongue
Back to Top
oh la la View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 12 Jun 2012
Location: la terre
Online Status: Offline
Posts: 1455
Post Options Post Options   Quote oh la la Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 17:47 - IP: 93.12.204.172 IP Information
เคยเล่าไปแล้ว ขี้เกียจเล่าอีกค่ะ
แต่ก็ชอบอ่านเรื่องราวของคนอื่นๆ
คือ รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ประมาณนั้น
แต่ละคู่ก็น่ารักไปคนละแบบ มีที่มาที่ไปต่างกัน
คู่ใครคู่มัน

-ของคุณผึ้งเหมือนหนังฮอลลลีวู้ด พระเอกของคุณผึ้ง
ก็คงจะหล่อแบบ Robert Redford (ตอนหนุ่ม) 55

-ของคุณ Lovely Jenist ทําให้นึกถึงสํานวนโบราญที่พูด
ต่อๆกันมาว่า"คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน" นั้นไม่ได้เหลวไหล
แต่อย่างใด

ปล.ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาแชร์เรื่องตัวเองค่ะ
"If you tell the truth, you don't have to remember anything." -Mark Twain
Back to Top
marumeaw View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Mar 2012
Online Status: Offline
Posts: 390
Post Options Post Options   Quote marumeaw Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 17:59 - IP: 203.147.10.245 IP Information
สงสัยต้องไปนั่งร้านกาแฟ คนเดียวบ่อย ๆ ซะแล้ว LOLLOL
Back to Top
jannygmail View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 21 Dec 2012
Online Status: Offline
Posts: 699
Post Options Post Options   Quote jannygmail Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 18:02 - IP: 223.204.13.76 IP Information
อ่านแล้วอดยิ้มหวานไปด้วยไม่ได้เลย ยินดีกับทุกท่านด้วยนะค่ะ หวานมากมายยยยย ClapClapClap
Back to Top
peungSKI View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Apr 2012
Online Status: Offline
Posts: 3602
Post Options Post Options   Quote peungSKI Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 19:24 - IP: 27.55.164.108 IP Information
ขออนุญาตนะคะ...

คุณ oh la la

เราว่าเรื่องของคุณกับสามีหวานมาาาาาก สามีเราเทียบไม่ได้

5555 Robert Redford... He ain't. ค่ะ

คุณนาง

เรารออ่านเรื่องหวานๆของคุณอยู่นะ จะร้องเพลงรอไปเรื่อยๆ :)


Back to Top
kankann View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 06 Jan 2013
Online Status: Offline
Posts: 77
Post Options Post Options   Quote kankann Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 20:55 - IP: 115.67.34.39 IP Information
ความรักของเรามันเริ่มที่เราเพิ่งจะอกหัก และวันนั้นเราก็ตั้งใจว่าจะเลิกเล่นเว็บเดท เว็บแชททั้งหลายแหล่ให้หมด จะเลิกเล่นเน็ตอีกตะหาก เพราะว่าตอนนั้นรู้สึกผิดหวังแล้วก็เสียใจมากๆ ก็ลบไปเกือบหมดละ เหลือสองเว็บสุดท้าย ก็กำลังจะลบ แต่พอดีคุณแฟนเข้ามาทัก เราก็เลย เออ คุยเป็นคนสุดท้ายก่อนจะลบละกัน ทิ้งทวนๆ ก็เลยคุยด้วย คุยไปเรื่อยๆก็เลยให้เค้าสอนภาษา คุยไปคุยมาเลยขอเป็นแฟนซะเลย LOL
Back to Top
miss View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Oct 2011
Online Status: Offline
Posts: 2118
Post Options Post Options   Quote miss Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 21:38 - IP: 125.24.194.229 IP Information
Originally posted by peungSKI

ขออนุญาตนะคะ...

คุณ oh la la

เราว่าเรื่องของคุณกับสามีหวานมาาาาาก สามีเราเทียบไม่ได้

5555 Robert Redford... He ain't. ค่ะ

คุณนาง

เรารออ่านเรื่องหวานๆของคุณอยู่นะ จะร้องเพลงรอไปเรื่อยๆ :)


4
คุณผึ้งของเรานี่ก็มีเล่าแทรกบ้างประปรายตามเม้นท์นะคะ เหอะๆๆ เล่าจบม้วนเรากลัวคนเขาจะอ้วกกันอะคะ คงต้องใช้ทุจคุณอีก กระโถนอยู่หนายยย 5555 ชอบจนปัจุบันมุขนี้ เราอ่านเรื่องราวคสามรักของคุณผึ้งและคุณสามี เราว่าคุณสามีคุณผึ้งเป็นคนที่น่ารักมากมากคะ เราไม่แปลกใจเลยว่าทําไมคุณผึ้งถึงหลงเสน่ห์ของคุณเธอเข้าอย่างจัง คู่เรามันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่คะ อ่านไปเราถึงเขิลตาม เพราะบางซีนมีแอบคล้ายๆกันอีกแหนะ
Back to Top
Little Miss View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 12 Dec 2012
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 72
Post Options Post Options   Quote Little Miss Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 21:57 - IP: 115.67.132.242 IP Information
พี่ oh la la เล่าไว้ที่ไหนคะ จะตามไปอ่าน

Just curious about Robert Redfort!!
Back to Top
ไอรี View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 08 Feb 2011
Location: TH
Online Status: Offline
Posts: 4005
Post Options Post Options   Quote ไอรี Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 22:12 - IP: 110.49.235.142 IP Information
เข้ามาอ่าน เรื่องของตัวเอง ขี้เกียจเล่า ฮ่าาาา
Back to Top
shinbe View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 May 2011
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 1229
Post Options Post Options   Quote shinbe Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 22:14 - IP: 115.67.134.66 IP Information
อ่านไปนึกภาพตามไปเลยค่ะ น่ารักทุกคู่เลย
Back to Top
LovelyJenist View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 04 Jul 2012
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 910
Post Options Post Options   Quote LovelyJenist Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 22:19 - IP: 82.15.161.202 IP Information
เพื่อนๆคะ คือว่า....

ตอนทีเค้้าเล่าว่าจำเจนได้ ตอนที่เห็นรูปโปรไฟล์เจนในเวปเดท

อารมณ์เจนประมาณว่า หลอนนนน อ่ะคะ

หลอนมากกว่าซึ้ง
Back to Top
dollspatty View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 11 Dec 2012
Location: Bang Kok
Online Status: Offline
Posts: 125
Post Options Post Options   Quote dollspatty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 22:22 - IP: 101.51.109.230 IP Information
อ่านเพลินเลยค่ะ จนลืมว่าต้องนอนแล้ว เพราะยังต้องทำงานต่อวันพรุ่งนี้  LOL
อ่านไปยิ้มไปกับทุกคู่... แล้วเราจะเจอแบบนี้บ้างมั้ยน๊า~~~
TongueSmile
Well done is better than well said....
Back to Top
oh la la View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 12 Jun 2012
Location: la terre
Online Status: Offline
Posts: 1455
Post Options Post Options   Quote oh la la Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 22:22 - IP: 93.12.204.172 IP Information
Originally posted by Little Miss

พี่ oh la la เล่าไว้ที่ไหนคะ จะตามไปอ่าน

Just curious about Robert Redfort!!


55ไม่ต้องตามหาอ่านหรอกค่ะ เพราะหนุ่มเจ้าสําราญของเรา
(ซึ่งตอนนี้แก่แล้ว กําลังจะกลายเป็นเทวดาตกสวรรค์) ฮ่าๆ
พี่แกมิได้มีส่วนไหนคล้าย Robert Redford เลยค่ะ
เพียงแต่ว่าสามีเราสมัยหนุ่มๆ เค้าจะดูเด่นกว่าใครๆ
ในบรรดาคนทั่วไปแค่นั้นเองค่ะ เหอๆ   
"If you tell the truth, you don't have to remember anything." -Mark Twain
Back to Top
Pina_Punch View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Jun 2011
Online Status: Offline
Posts: 1777
Post Options Post Options   Quote Pina_Punch Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 23:04 - IP: 108.18.205.214 IP Information
ฮูยเล้!กระทู้นี้อ่ะ อ่านเรื่องราวของสาวๆเเล้ว ชอบว๊ากมากๆๆเลยค่ะ น่ารักทุกคู่เลยค่ะ Embarrassed
Heart Heart Heart Heart Heart
Back to Top
BiTchAnGeL View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 10 Mar 2011
Location: bkk thailand
Online Status: Offline
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote BiTchAnGeL Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 Mar 2013 at 23:57 - IP: 110.171.171.25 IP Information
เอาอีกคะ เอาอีก ชอบกระทู้แบบนี้ ขอบคุณที่เอามาแชร์ทุกคนนะคะ Wink
Back to Top
baboom View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Mar 2011
Location: In the world
Online Status: Offline
Posts: 1172
Post Options Post Options   Quote baboom Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 06 Mar 2013 at 00:27 - IP: 212.10.233.63 IP Information
อ่านแล้วชอบจัง เรื่องราวน่ารักดี พี่เจอกันแบบไม่ได้นัดเดท ตอนแรกไม่ได้คิดว่าเค้าชอบด้วย เห็นเค้าเฉยมาก แต่พอตกตอนเย็นเค้าเดินมากระชิบ ชวนไปดินเนอร์Tongue ..... 
Love is suicide
Back to Top
Page  12>

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down

การแสดงความคิดเห็น (Comments)

ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ Ladyinter
และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
Ladyinter ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

 

ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เป็นอันขาด
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว เกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
  • ห้ามเสนอข้อความอันมีเจตนาใส่ความบุคคลอื่น ให้ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง โดยไม่มีแหล่งที่มาของ ข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  • ห้ามเสนอข้อความอันเป็นการท้าทาย ชักชวน โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยมูลแห่งความขัดแย้ง ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น โดยเสรีเช่นวิญญูชนพึงกระทำ
  • ห้ามเสนอข้อความกล่าวโจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายต่อ ศาสนา หรือคำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
  • ห้ามใช้นามแฝงอันเป็นชื่อจริงของผู้อื่น โดยมีเจตนาทำ ให้สาธารณะชนเข้าใจผิดและเจ้าของชื่อผู้นั้นได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
  • ห้ามเสนอข้อความอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
  • ห้ามเสนอข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เช่น email address หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ ห้ามเสนอข้อความ หรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของสังคม

 

คู่มือการใช้งาน

  1. การสมัครสมาชิก
  2. กรณี not Activation Email
  3. การตั้งกระทู้
  4. การแก้ไขกระทู้
  5. การตอบกระทู้
  6. การใส่รูป และใส่ลิงค์ ในกระทู้
  7. การใส่ VDO ของ YouTobe , Vimeo , Flash 
  8. การใช้งาน PM (Private Messenger)
  9. การใส่ signature ,  avatar
  10. การยกเลิกการเป็นสมาชิก
  11. การเปลี่ยนชื่อสมาชิก
  12. การแจ้งลบกระทู้
  13. เงื่อนไขการ ตั้งกระทู้ในห้องเปิดท้าย
  14. เมื่อลืมรหัสผ่าน เข้าใช้งาน เว็บไซต์ฯ

ติดต่อทีมงาน : editor@thaicomp.com




This page was generated in 0.238 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters