Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ ลุงแซม / US > * สะใภ้ ลุงแซม
  New Posts New Posts RSS Feed: รวมวีซ่าอเมริกา+อัพเดตผลวีซ่า
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

รวมวีซ่าอเมริกา+อัพเดตผลวีซ่า

Page  123 51>
Author
kate_u1 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
PR สะใภ้ US

Joined: 25 Nov 2009
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 1365
Post Options Post Options   Quote kate_u1 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: รวมวีซ่าอเมริกา+อัพเดตผลวีซ่า
    Posted: 29 Dec 2009 at 23:56 - IP: 75.191.172.236 IP Information

วีซ่าคู่หมั้น คู่สมรส และท่องเที่ยวของประเทศอเมริกา

วีซ่าของประเทศอเมริกา 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. วีซ่าถาวร IMMIGRANT VISA   

      - วีซ่าคู่หมั้น  คู่สมรส  (ตระกูล K) 

    -   CR1/IR1

   ปล  บางเว็บ กล่าวไว้ว่า วีซ่าตระกูล K เป้นแบบ non immigrant แต่เกดลองเข้าไปดูเว็บของ home security มันอยู่ในหมวด immigrant  แต่ตามหลักความจริง ก็น่าจะเป้นแบบ immigrant เพราะ พอถึงอเมริกา เราก็ต้องทำเรื่องปรับสถานะขอกรีนการ์ดอยู่ดี

2.  วีซ่าชั่วคราว  NONIMMIGRANT  VISA

     - วีซ่าท่องเที่ยว และธุรกิจ (B1/B2- Bussinss/Tourist visa)  

      -  วีซ่านักเรียนทั้งหลาย

      จริงๆ วีซ่ามีหลายตัวมาก แต่เกดขอกล่าวถึงแค่นี้ ที่เราเห้นถามกันเยอะๆนะค่ะ

ความแตกต่างระหว่า วีซ่าคู่สมรส K3 และ วีซ่าคู่สมรสแบบถาวร CR1/IR1
 
พลเมืองอเมริกัน (U.S. citizen) หรือผู้มีสิทธิ์อาศัยและทำงานอย่างถาวรในอเมริกา (permanent resident) ต้องการนำคู่สมรสเข้ามาพำนักอาศัยในอเมริกาอย่างถาวร ต้องยื่นเรื่องขอวีซ่า สามารถทำได้สองแบบคือ

การทำ IR1/CR1 (immigrant visa) หรือ K3 (non-immigrant visa)

ข้อ แตกต่างคือการยื่นขอวีซ่า K3 นั้น วีซ่าจะออก ณ ประเทศที่ได้ทำการจดทะเบียนสมรส นั่นคือ ต้องจดทะเบียนในประเทศไทย หลังจากได้รับวีซ่า สามารถเดินทางเข้ามายังอเมริกาและปรับสถานะเพื่อขอกรีนการ์ดต่อไป

แต่วีซ่า IR1/CR1 หลังจากเดินทางเข้าอเมริกา สามารถรอรับกรีนการ์ดได้เลย โดยกรีนการ์ดจะถูกส่งมาให้ถึงที่บ้านแยกเคสดังนี้
 
  • วีซ่าคู่สมรสแบบวีซ่าชั่วคราว K3 ที่เมื่อมาถึงอเมริกาก็สามารถเดินทางเข้าออกได้ในเวลา 2 ปีโดยไม่ต้องทำใบขออนุญาตเดินทางเข้าออก แต่หากว่าต้องการอยู่อาศัยทำงานและเดินทางเข้าออกอย่างถูกต้องตามกฏหมายก่อน ที่วีซ่าจะหมดอายุภายใน 2 ปีก็ต้องทำเรื่องปรับสถานะ หรือว่าที่เรียกว่าขอกรีนการ์ดน่ะเอง การทำก็เหมือนกับวีซ่าคู่หมั้นเลยค่ะ
  • วีซ่าคู่สมรสแบบถาวร CR1/IR1
      • จะเป็นแบบ CR1 ก็ต่อเมื่อ ในวันสัมภาษณ์ผู้ที่ถูกสัมภาษณ์แต่งงานยังไม่ครบ 2 ปี ซึ่งก็จะได้กรีนการ์ด 2 ปีเมื่อเดินทางเข้าอเมริกา
      • จะเป็นแบบ IR1 ก็ต่อเมื่อ ในวันสัมภาษณ์ผู้ที่ถูกสัมภาษณ์แต่งงานยังครบ 2 ปีหรือเกินซึ่งก็จะได้กรีนการ์ด 10 ปีเมื่อเดินทางเข้าอเมริกา

    วีซ่าแต่งงานแบบถาวร CR1/IR1
    CR1/IR1 นี่ใช้เวลานานกว่านิดนึง แต่เราจะได้กรีนการ์ด เมื่อไปถึงนู่นเลยค่ะ ได้หมายเลข SSNด้วย สามารถทำงานได้เลย ถ้ามีคนจ้าง
    ( ต้องมีการส่งเอกสารไปตรวจสอบที่ NVC เมื่อเอกสารเรียบร้อย NVC จะออกวันนัดสัมภาษณ์และ แจ้งวันสัมภาษณ์มาทางEmail )

    ข้อมูลจากhttp://www.usvisa4thai.com

  • ข้อมูลส่วนใหญ่  ที่เกดนำมาแปะไว้ เป็นข้อมูลจากเว็บ  www.usvisa4thai.com  นะค่ะ ขออนุญาตนำมาแปะไว้ที่นี้ เพื่อเป็นประโยชน์ของสาวๆในบอรด์นี้ด้วย และกับแขกที่ผ่านไปผ่านมา มาแวะหาข้อมูลนะค่ะ  ถ้าใครต้องการข้อมูลที่ระเอียดกว่านี้ และต้องการอ่านประสบการณ์หลากหลาย สามารถเข้าไปในเว็บข้างบนได้เลยนะค่ะ

    สำหรับข้อมูลภาษาอังกฤษนั้น  ให้แฟนเข้าไปดูเว็บ http://www.visajourney.com/faq/k1faq.htm  ก็ดีนะค่ะ ตัวเกดเองก็ให้แฟนอ่านเหมือนกัน
     
    ส่วนพี่ๆคนไหน หรืเพื่อนๆคนใด มีประสบการณ์  ความรู้  หรือประโยชน์ในการขอวีซ่าอเมริกาประเภทต่างๆ   นำมาแชร์กันได้ที่นี้นะค่ะ 
     

    วีซ่าชั่วคราวประเภทธุรกิจ - ท่องเที่ยว (บี1/บี2)

    แบบฟอร์มการสมัครวีซ่าแบบใหม่ – DS-160

    เพื่อให้เป็นตามข้อกำหนดของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สถานทูตฯ และสถานกงสุลสหรัฐฯ ทุกแห่งทั่วโลกต้องเปลี่ยนแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราวเป็น DS-160 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มชนิดใหม่ แผนกวีซ่าชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าชั่วคราวทุกชนิดเป็นแบบฟอร์มใหม่ ยกเว้นวีซ่าคู่หมั้น K1/2 โดยแบบฟอร์มใหม่นี้จะถูกใช้แทนแบบฟอร์ม DS-156, DS-157 และ DS-158 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 เราจะไม่รับแบบฟอร์ม DS-156, DS-157 และ DS-158 หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 สำหรับผู้สมัครวีซ่าชนิด E-1/2 Treaty Trader ยังคงต้องยื่นแบบฟอร์ม DS-156E เช่นเดิมรวมกับแบบฟอร์ม DS-160

    เกี่ยวกับแบบฟอร์มทางอินเตอร์เน็ตแบบใหม่

    แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราว DS-160 แบบใหม่นี้เป็นแบบฟอร์มที่ต้องกรอกทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น โดยจะใช้เก็บข้อมูลที่จำเป็นในการสมัครวีซ่าจากบุคคลที่ต้องการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราว แบบฟอร์ม DS-160 จะถูกส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ไปที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่กงสุลจะใช้ข้อมูลที่กรอกลงในแบบฟอร์ม DS-160 ในการดำเนินการเกี่ยวกับการสมัครวีซ่า ร่วมกับการสัมภาษณ์บุคคล ในการพิจารณาคุณสมบัติได้รับวีซ่าชั่วคราวของผู้สมัคร

    แบบฟอร์ม DS-160 และคำถามที่มักพบบ่อย: กรุณาไปที่ คำถามที่มักพบบ่อย เพื่ออ่านคำแนะนำเกี่ยวกับแบบฟอร์ม DS-160 และเข้าถึงแบบฟอร์มจากเว็บไซต์ของเรา

    แบบฟอร์มการสมัครวีซ่า

    ก่อนเริ่มการนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าประเภทชั่วคราว ผู้สมัครทุกท่านจะต้องกรอกแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ DS-160 Online Non-Immigrant Application และต้องนำหน้ายืนยันแบบฟอร์ม และรูปถ่ายมาในวันสัมภาษณ์ ผู้สมัครวีซ่าชนิด E-1/2 Treaty Trader ต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-156E ด้วย

    โปรดคลิกที่นี่ เพื่อดาว์นโหลดแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าสหรัฐฯ อื่นๆ รวมทั้งแบบฟอร์ม DS-156E และ DS-2013 หากท่านพบข้อความที่อ้างถึงแบบฟอร์ม DS-156 โปรดทราบว่าเราได้เปลี่ยนไปใช้แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่แล้ว โดยแบบฟอร์ม DS-156E เป็นแบบฟอร์มเดียวที่แผนกวีซ่ายังรับอยู่

    ดาว์นโหลดฟอร์ม DS-160

    DS160 เป็นระบบออนไลน์เท่านั้นนะคะ ไม่มีเป็นpaper
    เว็บไซต์ที่แนะนำขั้นตอนการกรอกอย่างละเอียด ไฟล์เป็น pdf คะ
    ดาวน์โหลดได้ที่
    thai.bangkok.usembassy.gov/.../ds_160_step_by_step_guide_thai.pdf

    ส่วนเว็บไซต์สำหรับกรอก DS160 ที่เว็บนี้คะ
    https://ceac.state.gov/genniv/

    ข้อมูลที่กรอกก็ดูตามรายละเอียดใน pdf ที่เราดาวน์โหลดมาได้เลยคะ
    อธิบายละเอียดมากคะ

    เมื่อ เรากรอกทุกอย่างเสร็จแล้วเราก็จะได้ confirmation มาให้เราปริ้นท์ confirmationออกมา ส่วนข้อมูล DS160 ไม่จำเป็นต้องปริ้นท์คะ แต่ถ้าเราจะปริ้นท์เก็บไว้ดูก็ได้ เอกสารนี้จะมีอายุ 30 วัน

    ข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครวีซ่า

    ผู้สมัครวีซ่าสหรัฐฯ จะต้องเตรียมรูปถ่ายจำนวนหนึ่ง (1) รูปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้ มิเช่นนั้นเราจะไม่สามารถดำเนินการสมัครวีซ่าของท่านได้

    1. รูปถ่ายต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
     
    2. รูปถ่ายต้องมีขนาด 2X2 นิ้ว (5X5 ซม.)
     
    3. เมื่อวัดตามแนวตั้ง ส่วนหัวของผู้สมัครจะต้องมีขนาด 1 นิ้วถึง 1 3/8 นิ้ว (2.5 ถึง 3.5 ซม.)
     
    4. รูปถ่ายต้องมีพื้นหลังสีขาว
     
    5. รูปถ่ายจะต้องเห็นใบหน้าทั้งหมด โดยผู้สมัครจะต้องหันหน้าตรงเข้ากล้อง

    ลักษณะของรูปถ่าย

    • รูปถ่ายต้องหันหน้าตรงเข้ากล้อง โปรดดู ตัวอย่างรูป ที่แสดงหน้าตรง และอื่นๆ
       
    • ผู้สมัครไม่ควรมองลงหรือมองไปด้านข้าง ขนาดของใบหน้าต้องมากกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่รูป
       
    • รูปถ่ายจากด้านข้างและรูปถ่ายมุมไม่สามารถใช้ในการสมัครได้
       
    • รูปถ่ายต้องเป็นรูปถ่ายสี บนพื้นหลังขาว รูปถ่ายบนพื้นหลังสีเข้ม หรือพื้นหลังที่มีลวดลาย ไม่สามารถใช้ในการสมัครได้
       
    • โดยทั่วไปแล้ว ศีรษะของผู้สมัคร รวมทั้งหน้า และผม ต้องแสดงพื้นที่จากส่วนบนถึงปลายคาง เห็นเส้นแนวผมและควรเห็นใบหูทั้งสองข้าง
       
    • สามารถใส่หมวกหรือเครื่องคลุมศีรษะได้ในกรณีที่เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาเท่านั้น แม้กระนั้น หมวกหรือเครื่องคลุมศีรษะต้องไม่ครอบคลุมบริเวณใบหน้าของผู้สมัคร
       
    • ต้องไม่มีแว่นตากันแดดหรือเครื่องแต่งกายอื่นๆ ที่จะบดบังใบหน้า ยกเว้นมีความจำเป็นต้องใส่ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ (เช่น แผ่นปิดตา เป็นต้น)
       
    • รูปถ่ายผู้สมัครที่สวมใส่หน้ากากหรือผ้าคลุมหน้าตามประเพณีที่ทำให้ไม่สามารถแสดงใบหน้าได้ ไม่สามารถใช้ในการสมัครได้
       
    • รูปถ่ายของบุคคลที่ประกอบอาชีพทางทหาร การบิน หรือบุคคลากรอื่นๆ ที่ใส่หมวก ไม่สามารถใช้ในการสมัครได้ รูปของผู้สมัครที่สวมใส่ชุดประจำเผ่า ชุดประจำชาติ หรืออุปกรณ์ประดับศีรษะที่ไม่ได้เกี่ยวกับกับศาสานาไม่สามารถใช้ในการสมัครได้
    http://thai.bangkok.usembassy.gov/niv_visaforms_photoreq.html

    ค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวท่านละ 4,454 บาท
    ค่าธรรมเนียมในการซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ทางอินเตอร์เนท เพื่อสำหรับจอง
    วันสัมภาษณ์ 408 บาท
    (หมายเหตุ : 1 PIN สามารถใช้ได้สำหรับบุคคลในครอบครัว (ซึ่งพักอาศัยที่
    อยู่เดียวกัน สูงสุดได้ 4 คน) และค่าบริการในการยื่นวีซ่า 15,000 บาท/ท่าน
    รวม 19,962 บาท/ท่าน
    **ทางบริษัทจะดำเนินการจัดเตรียมเอกสาร กรอกแบบฟอร์ม ซื้อ PIN และ
    จองวันนัดสัมภาษณ์ ตรวจเอกสาร และซ้อมการสัมภาษณ์ ให้เท่านั้น


    DS-160 on line

    ทำวีซ่าท่องเที่ยว : วีซ่าอเมริกา

     



    » ขั้นตอนในการยื่น ขอวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าอเมริกา

    • ขั้นตอนที่ 1 : การนัดสัมภาษณ์วีซ่า
      การยื่น ขอวีซ่าอเมริกา จำเป็นต้องติดต่อการนัดสัมภาษณ์ ทำได้โดย
      วิธีที่1 : จองวันนัดสัมภาษณ์ ผ่านระบบ Call Center
      สามารถโทรศัพท์ไปที่ศูนย์บริการข้อมูลทางโทรศัพท์ (Call Center) และการนัดสัมภาษณ์วีซ่า ได้ที่ หมายเลข 001-800-13-202-2457 และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อซื้อหมายเลขใช้เฉพาะ (PIN )
      อัตราค่าบริการ 12 USD. (PIN สามารถใช้ เพื่อโทรศัพท์ไปที่ศูนย์บริการข้อมูล และการนัดสัมภาษณ์ได้ 3 ครั้ง หากท่านต้องการโทรศัพท์เป็นครั้งที่ 4 ท่านจะต้องซื้อหมายเลขใช้เฉพาะใหม่) ชำระเงินค่า PIN ผ่าน บัตรเครดิต

      วิธีที่2 : จองวันนัดสัมภาษณ์ ผ่าน Internet
      จองวันนัดสัมภาษณ์ online
      อัตราค่าบริการ 20 USD. (PIN สามารถใช้หมายเลขใช้ เฉพาะทางอินเตอร์เน็ตได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และจะสามารถเข้าระบบได้ นับจากวันที่นัดสัมภาษณ์วีซ่าอีก 1วัน จองและยกเลิกวันสัมภาษณ์ได้ 3 ครั้ง หากไม่ได้นัดวันสัมภาษณ์ภายใน 90 วันหมายเลขใช้เฉพาะทางอินเตอร์เน็ตจะหมดอายุลง โดยไม่สามารถขอคืนเงินได้) ชำระเงินค่า PIN ผ่าน บัตรเครดิต

      วิธีที่3 : ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ ซึ่งจะสามารถใช้ได้หลังจาก 13.00 น. ของวันทำการถัดไปเท่านั้น ชำระเงินค่า PIN ด้วยเงินสด

    • ขั้นตอนที่ 2 : จองวันสัมภาษณ์
      จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์ หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัว ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 4 คน (สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่หรือน้อง)

    • ขั้นตอนที่ 3 : เตรียมเอกสารต่างๆ
      เตรียมเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด

    • ขั้นตอนที่ 4 : ยื่นเรื่องที่สถานฑูต
      นำเอกสารที่เตรียมไว้ไป ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลฯ ตามวัน - เวลาสัมภาษณ์ที่นัดหมาย และดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ในสถานฑูต
    • ขั้นตอนที่ 5 : รับวีซ่า ผ่านทางไปรษณีย์
      หนังสือเดินทางทุกเล่ม จะส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ (ไม่นับวันสัมภาษณ์) และสถานที่ที่ให้จัดส่งพาสปอร์ตจะต้องเป็นที่ที่มีผู้ เซ็นต์รับเอกสาร มิฉะนั้นไปรษณีย์จะตีคืน แล้วต้องนำใบรับไปติดต่อรับเองที่ไปรษณีย์เอง ไปรษณีย์รองเมือง

    » เอกสารที่ใช้ในการยื่น ขอวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าอเมริกา

    • หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่ากรุณานำมาแสดงด้วย)
    • รูป สี ขนาด 2 X 2 นิ้ว จำนวน 1 ใบ (ไม่อนุญาตใช้รูปถ่ายด่วน หรือ โพราลอยด์) ไม่มีการตกแต่งภาพถ่ายใดๆทิ้งสิ้น พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น และเห็นสัดส่วนใบหน้าเกิน 50% ของรูปถ่าย รูปถ่ายต้องนำไปสแกนเพื่อโหลดเข้าไปในฟอร์ม
    • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่ามูลค่า 4,454 บาท (สามารถซื้อได้ที่สำนักงานไปรษณีย์ทุกแห่ง)
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ( สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาสูติบัตร )
    • สำเนา สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ยื่นคำร้อง ที่มีอายุบัญชีมากกว่า 6 เดือน (หากเล่มปัจจุบันมีอายุไม่ถึง 6 เดือน ต้องถ่ายสำเนาเล่มเก่าทั้งเล่มด้วย) และหนังสือรับรองจากธนาคาร
    • หลักฐานทางด้านการทำงาน (เอกสารที่ยื่นวีซ่าทุกอย่าง จะต้องออกไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันเดินทาง)
    • ใน กรณีที่ผู้ยื่นเป็นลูกจ้าง ข้าราชการ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทหรือหน่วยงานที่สังกัดเป็นภาษาอังกฤษ ตัวจริง ( ให้ระบุตำแหน่ง, วันเริ่มทำงาน, อัตราเงินเดือน)
    • ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองจดทะเบียนการค้า
    • ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษา ให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักศึกษา เป็นภาษาอังกฤษตัวจริง
    • สำเนาทะเบียนสมรส หรือกรณีหย่า ขอสำเนาทะเบียนหย่า
    • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (กรณีที่เคยมีการเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุล)
    • กรณี ผู้อยู่ใต้อุปการะเลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน ให้แสดงทะเบียนสมรส, หนังสือรับรองการทำงาน, สำเนาสมุดเงินฝาก, ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชนของสามี
    • กรณี เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ได้เดินทางพร้อมบิดาหรือมารดา ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงาน, สำเนาสมุดเงินฝาก, ทะเบียนบ้าน, บัตรประจำตัวประชาชนของบิดา - มารดาเพิ่มเติม และหนังสือให้ความยินยอมบุตรเดินทางกับบุคคลอื่นได้ ออกโดยอำเภอหรือสำนักงานเขต ถ้าบิดาหรือมารดาถึงแก่กรรม ต้องมีสำเนามรณะบัตร
    • เบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน, ที่ทำงาน, สถานศึกษา, เบอร์มือถือ ( จำเป็นมาก )
    • แบบฟอร์มยื่นวีซ่า DS160 จำเป็นจะต้องกรอกผ่านระบบ Online เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วให้ Print DS160 ออกมา 1 ชุด พร้อมทั้งเซ็นต์ชื่อ
    • คลิกเพื่อ พิมพ์ฟอร์ม DS 160
    • ใบจองตั๋วเครื่องบิน
    • ใบจองโรงแรม / ที่พัก


    ข้อมูลเพิ่มเติมในการยื่น ขอวีซ่าอเมริกา
    • วีซ่าท่องเที่ยวใช้เวลาทำการ 3 วันทำการ
    • เอกสาร และเวลาที่ใช้ในการยื่นวีซ่า อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสถานทูต
    • ควรกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้เรียบร้อยทุกข้อ เลขที่ประกันสังคม เลขบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ควรกรอกให้ครบ
    • นำเลขรหัสในฟอร์มใช้เป็นข้อมูลในการนัดสัมภาษณ์ คลิกที่นี่ เพื่อทำนัดอเมริกา ออนไลน์ อัพเดท ณ 12 พฤษภาคม 2553จองวันนัดสัมภาษณ์ online

    ประสบการ์ณการทำวีซ่าท่องเที่ยวให้ญาติ และครอบครัว

    http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=21488


    เครดิต จากพี่ปอนด์



    Edited by kate_u1 - 07 Jul 2011 at 03:21
    Back to Top
    kate_u1 View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar
    PR สะใภ้ US

    Joined: 25 Nov 2009
    Location: Thailand
    Online Status: Offline
    Posts: 1365
    Post Options Post Options   Quote kate_u1 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 29 Dec 2009 at 23:57 - IP: 124.120.37.139 IP Information

     

    วีซ่าคู่หมั้น K-1 -fiance'(e) Visa

    วีซ่าคู่หมั้น ?

    การขอวีซ่าคู่หมั้นนั้น คุณและคู่หมั้นจะต้องเจอกัน (met in person) ในช่วงสองปีที่ผ่านมา  แต่บางกรณีทาง USCIS มีข้อยกเว้นเช่น บางประเพณีอาจจะห้ามเจอกันก่อนแต่งงาน เมื่อคู่หมั้นชาวอเมริกันต้องการที่จะพาคู่หมั้นของตนเองมาแต่งงานที่อเมริกา จะต้องยื่นเรื่อง Petition for Alien Fiance'(e) ในอเมริกา ซึ่งวีซ่าจะมีอายุ 180 วัน เมื่อคุณได้วีซ่าแล้ว คุณจะต้องแต่งงานกับคู่หมั้นชาวอเมริกันภายใน 90 วันหลังจากเข้าอเมริกา บุตรธิดาที่ยังไม่ได้สมรส (อายุต่ำกว่า 21 ปี) สามารถที่จะยื่นเอกสารสมัครพร้อมกันได้ โดยกรอกชื่อลงในช่องของ spouse ในแบบฟอร์ม I-129F

    การเตรียมเอกสารยื่นคำร้อง

    กรอกแบบฟอร์ม Form I-129F และเอกสารอื่น ๆ ที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม ส่งไปยัง USCIS ไปยังสำนักงานที่คู่หมั้นชาวอเมริกันอาศัยอยู่ USCIS Field Offices เท่านั้น

    หลังจากทาง USCIS อนุมัติเคสของคุณ เคสจะถูกส่งมากยัง NVC ก่อนที่จะส่งมายังสถานทูตอเมริกาในประเทศไทย โดยเรียกวีซ่านี้ว่า K-1 non-immigrant visa for fiance'(e)

    เอกสารที่ต้องเตรียมในการยื่นมีดังนี้

    • Form I-129F

    • Form G-325A (Biographic Information) ทั้งของคุณและคู่หมั้น

    • ใบเกิดของคู่หมั้นชาวอเมริกัน หรือ certificate of Naturalization กรณีที่ขอสัญชาติทีหลัง

    • copy of passport ของทั้งสองคน

    • ใบหย่าของทั้งสองคน (ถ้ามี)

    • ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)

    • รูปถ่ายหน้าตรง  1 รูป   ดูตัวอย่างได้ที่นี่  ทั้งของคุณและคู่หมั้น ใช้ดินสอเขียนชื่อด้านหลังรูป

    • Intent to marry letter จดหมายที่แสดงว่า คุณและคู่หมั้นจะแต่งงานกันภายในเก้าสิบวันเมื่อมาถึงอเมริกา ของทั้งสองคน

    • หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าคุณและคู่หมั้นเจอกันในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา หรือถ้าไม่เคยเจอกันในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาให้แสดงหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า เพราะเหตุใด

    • ค่าธรรมเนียม 165$

    ข้อแนะนำ ถ่ายเอกสารทุกอย่างเก็บไว้

    ขั้นตอนและระยะเวลาในการยื่นเรื่อง

    ขั้นตอนที่ 1 ให้คู่หมั้นชาวอเมริกันยื่นเรื่องตามเอกสารที่กล่าวมาข้างบน เมื่อคุณยื่นเรื่องและทาง USCIS ได้รับเอกสารและค่าธรรมเนียมแล้วจะส่งใบเสร็จรับเงิน (Notice of Action, Receipt notice, NOA1 หรือ ฟอร์ม I-797) มาให้คู่หมั้นชาวอเมริกัน ภายในระยะเวลา 1-3 สัปดาห์ จะมี receipt number (ตัวอักษรอังกฤษสามตัว-ตัวเลขสิบตัว) และสามารถเช็คสถานะออนไลน์ได้ที่นี่   เพื่อตรวจสอบว่า เคสของเราจะอนุมัติเมื่อไร

    ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นทาง USCIS จะแจ้งมาอีกครั้งเมื่อเคสของคุณอนุมัติ (Notice of Action, Approval  notice, NOA2 หรือ ฟอร์ม I-797)  ใช้ภายในระยะเวลา 2 - 4 เดือนแล้วแต่ศูนย์ที่คุณส่งเรื่องไป หลังจากเคสคุณได้รับการอนุมัติเคสจะมีอายุ 4 เดือน ซึ่งคุณจะได้รับวันสัมภาษณ์และจะได้วีซ่าภายในสี่เดือนนี้ ดูระยะเวลาได้จาก NOA2 ในช่องของ Notice type จะมีเขียนว่า Valid from : m/d/y - m/d/y

    ขั้นตอนที่ 3 เมื่อเคสได้รับการอนุมัติแล้วคุณจะได้รับเอกสารที่ส่งมาจากสถานทูตเรียกว่า package 3 เมื่อคุณเตรียมเอกสารที่ทางสถาทูตต้องการในการขอวีซ่า ทางสถานทูตจะแจ้งวันและเวลาในการสัมภาษณ์มาให้คุณทางจดหมาย

    Package 3
    แพ็คเกจ 3 คือ เอกสารต่างๆรวมถึงข้อมูาลการเตรียมเอกสารที่เราต้องเตรียมเพื่อยื่นพร้อมการสัมภาษณ์ ซึ่งใน Package 3 จะประกอบไปด้วย หรือไปที่ลิ้งค์นี้ http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/K1%20for%20Thai.htm

    เอกสารในการยื่นสัมภาษณ์วีซ่า

    จัดกลุ่มเป็น 3 เซ็ตคือ

    Set 1 เอกสารของเรา

    • หนังสือเดินทางที่มีอายุอย่างน้อยหกเดือน

    • รูปหน้าตรง 2 รูป ใส่ซองกันหล่น

    • ใบเสร็จที่ไปจ่ายที่ไปรษณีย์ ระวังหาย ให้เย็บติดกับกระดาษเอสี่ และอย่าลืมถ่ายเอกสารเก็บไว้

    • แบบฟอร์ม DS-156 Two Nonimmigrant Visa Applications (A Form DS-156, prepared in duplicate.) http://www.state.gov/documents/organization/7766.pdf

    • แบบฟอร์ม DS-156K Nonimmigrant Fianc้(e) Visa Application http://www.state.gov/documents/organization/7768.pdf

    • แบบฟอร์ม DS -157 http://www.state.gov/documents/organization/7769.pdf

    • ใบเปลี่ยนชื่อ (ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อ) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

    • ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานแล้วหย่า) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

    • ใบเกิดตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

    • Medical exam ที่ได้มาจากโรงพยาบาล

    • Police certificate มีสองใบจากทุกประเทศที่เคยอาศัยอยู่ตั้งแต่อายุ 16 ปี การทำใบตำรวจ ยื่นเฉพาะใบจริง เก็บใบ copy ไว้

    Set 2 เอกสารของแฟน

    • I-134 Affidavit of Support สามารถดู poverty guidline ได้ที่นี่ http://travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_1327.html

    • จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง

    • tax return ย้อนหลัง 3 ปี

    • เอกสารด้านการเงิน เช่น บัญชีธนาคาร หริอเอกสารการเป็นเจ้าของบ้าน

    • ใบหย่า (ถ้ามี)

    Set 3 เอกสารแสดงความสัมพันธ์

    • e-mail ที่เขียนถึงกัน

    • รูปถ่าย

    • Bill ค่าโทรศัพท์

    • การ์ดที่ส่งถึงกัน

    และหลักฐานอื่นๆ ที่คุณมี เอกสารที่เป็นภาษาไทยต้องแปลเป็นอังกฤษ และรับรองจากกรมการกงศุล ดูตัวอย่างการแปลเอกสาร

    ข้อแนะนำ ถ่ายเอกสารทุกอย่างเก็บไว้ เพราะต้องใช้ยื่นเรื่องอีกครั้งในการปรับสถานะเมื่อมาถึงอเมริกา

    การสัมภาษณ์วีซ่า

    การสัมภาษณ์วีซ่าคู่หมั้น สามารถไปสัมภาษณ์คนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องพาคู่หมั้นคุณไป การสัมภาษณ์แต่งตัวให้เรียบร้อย ไปตั้งแต่เช้าเพราะแถวยาวมาก หลังจากยื่นเอกสารตามที่กล่าวมาข้างบนให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วก็มานั่งรอระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คเอกสารต่าง ๆ  กรุณากรอกเอกสารให้เรียบร้อยเพราะอาจทำให้เกิดการล่าช้าได้ คำถามที่ถูกถาม เช่น

    • รู้จักกันได้ยังไง ที่ไหน
    • รู้จักกันมานานหรือยัง เจอกันกี่ครั้ง
    • แฟนทำงานอะไร
    • งานอดิเรกของแฟน
    • มีพี่น้องกี่คน
    • อาจจะถามถึงรูปถ่ายหรือหลักฐานที่คุณให้เค้าไป เช่น รูปนี้ถ่ายที่ไหน

    ค่าใช้จ่ายที่มีระหว่างการดำเนินเรื่อง

    • Filing an Alien Fianc้(e) Petition, Form I-129F                               $165
    • Nonimmigrant visa application processing fee                                $100
    • Medical examination (costs vary from post to post)                     ~ $100
    • Fingerprinting fees, if required
    • ค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสาร สามารถแปลเองได้ที่นี่
    • Filing Form I-485 Adjust Status หลังจากแต่งงาน                        $315
    • Application for Employment Authorization (Work Permit) Form I-765   $175

    หลังจากได้วีซ่า

    จะได้รับซองสีน้ำตาล (ห้ามแกะเด็ดขาด) ไว้ยื่นกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อมาถึงอเมริกา แต่ต้องแต่งงานกับคู่หมั้นภายใน 90 วันหลังจากเข้าอเมริกา

    หลังแต่งงานจะต้องดำเนินเรื่อง  Application to Register Permanent Residence or to Adjust Status โดยกรอกแบบฟอร์ม I-485 ส่งเรื่อง ณ สำนักงานในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ และจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-864, Affidavit of Support

    วีซ่าคู่หมั้นกับการออกนอกประเทศ

    เนื่องจากวีซ่าคู่หมั้นเป็น single entry เข้าอเมริกาได้ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้ามีความประสงค์จะออกนอกประเทศจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-131 Application for Travel Document ค่าใช้จ่าย $165

    วีซ่าคู่หมั้นกับการทำงาน

    และหากประสงค์จะทำงานระหว่างที่ยื่นเรื่องขอกรีนการ์ด จะต้องกรอกแบบฟอร์ม Form I-765 Application for Employment Authorization (Work Permit) ค่าใช้จ่าย $175

    การปรับสถานะของบุตรธิดา (K-2 visa)

    บุตรธิดาที่ได้รับวีซ่า K-2 จากบิดาหรือมารดานั้น ต้องให้แน่ใจว่ามีชื่อของบุตรธิดาในเอกสาร I-129F แต่หลังจากการแต่งงานบิดาหรือมารดาของเด็กกับชาวอเมริกัน เด็กจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-485 ในการปรับสถานะแยกจากบิดาหรือมารดา แต่หากประสงค์จะออกเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบิดามารดา เด็กสามารถใช้เอกสารอันเดียวกันกับผู้ปกครองได้ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับจากวันที่ออกวีซ่า K-1

    สาเหตที่ทำให้คุณไม่ได้รับวีซ่า

    • ค้ายาเสพติด
    • โรคร้ายแรง HIV/AIDS
    • อาศัยในอเมริกาเกินกำหนด I-94
    • ยังไม่ได้หย่า
    • ให้การสนับสนุนในการโค่นล้มอำนาจของรัฐบาลสหรัฐ
    • ยื่นเอกสารและหลักฐานเท็จ

    การสมัคร Social Security Number Card

    คุณสามารถขอ social security number card ก่อนที่คุณจะเข้าอเมริกา ดูรายละเอียดได้ที่นี่  หรือเมื่อมาถึงอเมริกาคุณสามารถติดต่อสำนักงานใกล้บ้าน หาได้ที่นี่ โดยการป้อน Zipcode

     
    ข้อมูลรายได้ขั้นต่ำของคู่หมั้น หรือคู่สมรส ที่จะยื่นเรื่องขอวีซ่าให้เรา  ตามลิงค์เลยนะค่ะ


    Edited by kate_u1 - 13 Sep 2553 at 18:21
    Back to Top
    kate_u1 View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar
    PR สะใภ้ US

    Joined: 25 Nov 2009
    Location: Thailand
    Online Status: Offline
    Posts: 1365
    Post Options Post Options   Quote kate_u1 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 29 Dec 2009 at 23:57 - IP: 124.121.239.23 IP Information

    วีซ่าคู่สมรส Spouse Visa (K3)

    การจดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกัน ณ ประเทศไทย

    เอกสารที่แฟนต้องเตรียมมาเพื่อจดทะเบียนสมรสที่เมืองไท

    • ใบเกิด

    • พาสปอร์ต

    • ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานมาก่อน)

    เมื่อมีเอกสารพร้อมแล้วก็ไปที่สถานทูต (ในกรุงเทพ) หรือสถานกงสุล (ต่างจังหวัด) เพื่อให้สถานทูตออกใบรับรองโสดให้ โดยเสียค่าธรรมเนียม $ 30 USD เมื่อได้เอกสารแสดงความเป็นโสดของแฟนแล้วก็นำใบรับรองโสดมาแปลเป็นภาษาไทย และนำไปจดทะเบียนทีสำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ เจ้าหน้าที่จะให้เอกสารมา 2 ใบคือ

    • ใบทะเบียนสมรส

    • ใบสำคัญการสมรส

    การเปลี่ยนชื่อสกุลในเอกสารสำคัญ

    เมื่อได้รับเอกสารทั้ง 2 ข้างบนมาแล้ว เราสามารถที่จะติดต่อแก้ไขนามสกุลในบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ได้ในวันเดียวกัน เพี่อใช้ในการเดินเรื่องขอวีซ่าต่อไป และสามารถติดต่อกรมการกงศุลแห่งประเทศไทยเพื่อที่จะเปลี่ยนนามสกุลในพาสปอร์ต โดยเอกสารที่จะต้องเตรียมไปก็คือ

    • บัตรประชาชน และสำเนา

    • พาสปอร์ต

    • ใบทะเบียนสมรส

    • ใบสำคัญการสมรส

    แต่ในขณะนี้ทางกรมการกงศุลไม่อนุญาตให้แก้ไขข้อความใด ๆ ลงในพาสปอร์ต ต้องทำเป็น e-passport เท่านั้น ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.mfa.go.th/web/2193.php?id=1782


    การแปลเอกสาร  
    เอกสารที่เราจะต้องนำไปแปลและให้กรมการกงศุลประทับตรารับรองคือ

    • ใบเกิด

    • ใบทะเบีบนสมรส

    • ใบสำคัญการสมรส

    • ใบเปลี่ยนชือ ( ถ้าพ่อ หรือแม่มีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลก็ต้องนำไปแปลด้วย

    • ทะเบียนบ้าน

    ค่าธรรมเนียมการแปลชุดละ 400 บาท เมื่อแปลเสร็จแล้วหากต้องการให้ส่ง EMS ไปให้ที่บ้าน เสียค่าธรรมเนียม 40 บาท ดูรายละเอียดได้จาก http://www.mfa.go.th/web/2157.php

    กรอกแบบฟอร์ม ยื่นเอกสาและระยะเวลาในการยื่นเรื่อง

    ในการยื่นเอกสารเพื่อทำวีซ่าคู่สมรส(K-3) นั้น จะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนคือ

    ขั้นตอนแรกยื่นแบบฟอร์ม I-130 มีเอกสารดังนี้

    • แบบฟอร์ม I-130

    • แบบฟอร์มForm G-325Aของทั้งสองคน

    • ใบเกิด ภาษาไทย / อังกฤษ

    • ใบเปลี่ยนชื่อ ภาษาไทย / อังกฤษ

    • ทะเบียนสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ

    • ใบสำคัญการสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ

    • ทะเบียนบ้าน ภาษาไทย / อังกฤษ

    • สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และหน้าที่มีการเปลี่ยนนามสกุล

    • รูปถ่ายหน้าตรง สำหรับทำวีซ่า 2 ใบ

    • สำเนาใบหย่า

    • สำเนาใบเกิดของแฟน

    • สำเนาพาสปอร์ตของแฟน

    • ค่าธรรมเนียม ของแบบฟอร์ม I-130 $185 USD

    เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วก็ส่งเอกสารทั้งหมดไปที่ศูนย์ใกล้บ้าน ซึ่งจะมีบอกในแบบฟอร์ม I-130 หน้าที่ 3 หรือดูได้จาก http://uscis.gov/graphics/fieldoffices/index.htm

    ขั้นตอนหลังจากยื่นเอกสาร I-130

    หลังจากนั้นรอประมาณ 2 สัปดาห์ ทางศูนย์ก็จะส่ง NOA1 ( Notice of Action : I-797-C ) ซึ่งจะเป็นเอกสารที่แจ้งให้เราทราบว่าศูนย์ได้รับเรื่องของเราไว้แล้ว เราก็นำสำเนาของ NOA 1 นี้ไปประกอบการยื่นเอกสาร I-129F ต่อไป


    ขั้นตอนที่ 2 การยื่นแบบฟอร์ม I-129F มีเอกสารดังนี้

    • แบบฟอร์มForm I-129F

    • แบบฟอร์ม Form G-325Aของทั้งสองคน

    • NOA 1 ของ I-130

    • ใบเกิด ภาษาไทย / อังกฤษ

    • ใบเปลี่ยนชื่อ ภาษาไทย / อังกฤษ

    • ทะเบียนสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ

    • ใบสำคัญการสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ

    • ทะเบียนบ้าน ภาษาไทย / อังกฤษ

    • สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และหน้าที่มีการเปลี่ยนนามสกุล

    • รูปถ่ายหน้าตรง สำหรับทำวีซ่า 2 ใบ

    • สำเนาใบหย่า

    • สำเนาใบเกิดของแฟน

    • สำเนาพาสปอร์ตของแฟน

    • ค่าธรรมเนียม $ 165 USD

    **ข้อแนะนำเรื่องเอกสาร ควรทำเอกสารทุกอย่างไว้สองชุด

    เอกสาร I-129F ของวีซ่า K-3 นั้นให้ส่งไปที่
    U.S. Citizenship and Immigration Service
    P.O. Box 7128
    Chicago, IL 60680-7128

    ขั้นตอนหลังจากยื่นเอกสาร I-129F

    Notice of Action, Reciept Notice (NOA1) หรือ Form I-797
    หลังจากที่เราส่งเอกสารไปประมาณ 2 สัปดาห์ ทางศูนย์ ชิคาโก้ ก็จะส่ง NOA 1 เพื่อแจ้งให้เราทราบว่าทางศูนย์ได้รับเรื่องแล้ว และในจดหมายจะแจ้ง Case Number ให้ด้วย ซึ่งตอนนี่เราสามารถเช็คเคสออนไลน์ได้โดยไปที่ https://egov.immigration.gov/cris/jsps/index.jsp

    หลังจากได้รับ NOA 1 แล้ว เราก็รอจนกว่าเค้าจะอนุมัติเคสของเรา ระยะเวลาประมาณ 180 วัน


    Notice of Action, Approval Notice (NOA2) หรือ Form I-797
    เมื่อเคสอนุมัติ ทางศูนย์จะส่ง NOA 2 มาให้ที่แฟน และทางอเมริกาก็จะส่งเอกสารทั้งหมดมาที่สถานทูตโดยใช้เวลาหลังจากอนุมัติแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์ทางสถานทูตก็จะได้รับเคสของเรา หลังจากนั้นสถานทูตจะแจ้งให้เราทราบว่าเค้าได้รับเรื่องของเราแล้วโดยการส่ง Package 3 มาให้เรา

    Package 3
    แพ็คเกจ 3 คือ เอกสารต่างๆรวมถึงข้อมูาลการเตรียมเอกสารที่เราต้องเตรียมเพื่อยื่นพร้อมการสัมภาษณ์ ซึ่งใน Package 3 จะประกอบไปด้วย

    เอกสารที่เราจะต้องเตรียมเพื่อใช้ในการสัมภาษณ์นอกเหนือจากแบบฟอร์ม DS ต่างๆ

    1. Police Clearance Record ที่เค้าเรียกกันว่าใบตำรวจนั่นแหละค่ะ ไปขอได้ที่กองกำกับการ สถานีตำรวจแห่งชาติปทุมวัน ตึก 24 นึง หลักฐานที่จะต้องนำไปด้วยคือ
     

    • Passport และถ่ายสำเนา

    • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว (หน้าตรง) 2 รูป

    • บัตรประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด

    ใบประวัตอาชญากรรมนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เราสามารถไปรับเองได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือถ้าไม่สะดวกก็ให้เค้าส่ง EMS ให้ก็ได้ เสียค่าส่ง 40 บาท เอกสารมีอายุ 6 เดือน

    2. เอกสารเกี่ยวกับตัวเรา ที่นำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและให้กระทรวงต่างประเทศรับรองแล้ว

    • ใบเกิด

    • ใบเปลี่ยนชื่อ (ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อ)

    • ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานแล้วหย่า)

    • ใบทะเบียนสมรส

    เอาแค่นี้พอค่ะ เพราะอันอื่นเค้าดูตัวจริงเลยเช่นทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน

    3. ใบตรวจสุขภาพ ซึ่งคุณสามารถไปตรวจได้ที่ Bumrungrad หรือที่ BNH (Bangkok Nursing Home ที่ซอย Convent) โดยนำ

    • แบบฟอร์ม Medical Exam (ใน package 3 ไม่ต้องกรอกอะไรเลยนะคะ ให้คุณหมอกรอกค่ะ)

    • Passport

    • รูปถ่าย 1 หรือ 2 นิ้ว

    ค่าใช้จ่ายก็ะแล้วแต่ใครโดยฉีดยา (วัคซีน) มากหรือน้อย สิ่งที่เค้าตรวจคือ ปอด / เชื้อ HIV / ซิฟิลิส เป็นหลัก คุณจะได้รับ copy vaccination recordเป็นซองเล็กแยกมา อันนี้คุณเปิดดูได้และคุณต้องเก็บรักษาให้ดีเพราะจะเป็นบันทึกการรับวัคซีนของคุณซึ่งต้องใช้อีกที่อเมริกา ไม่อย่างนั้นโดนฉีดใหมอีกแน่นอน


    4. จ่ายเงินค่าธรรมเนียมที่ไปรษณีย์นะคะ บอกว่ามาชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าและเก็บใบเสร็จไว้ให้ดี เพราะต้องใช้ยื่นสัมภาษณ์ 4000 บาทค่ะ


    อกสารในการยื่นสัมภาษณ์วีซ่า

    จัดกลุ่มเป็น 3 เซ็ตคือ


    Set 1 เอกสารของเรา

    • Passport ตัวจริง

    • รูปหน้าตรง 2 รูป (รูปแบบที่เราถ่ายส่งไปให้แฟนตั้งแต่ครั้งแรกน่ะค่ะ)

    • ใบเสร็จที่ไปจ่ายที่ไปรษณีย์

    • DS 156

    • DS 156K

    • DS 157

    • ใบเปลี่ยนชื่อ (ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อ) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

    • ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานแล้วหย่า) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

    • ใบทะเบียนสมรสตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

    • ใบเกิดตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ

    • บัตรประชาชนตัวจริง / สำเนา

    • Medical exam ที่ได้มาจากโรงพยาบาล

    Set 2 เอกสารของแฟน

    • I-134 Affidavit of Support สามารถดู poverty guidline ได้ที่นี่ http://travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_1327.html

    • จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้างของเค้า

    • tax return ย้อนหลัง 3 ปี

    • เอกสารด้านการเงิน เช่น บัญชีธนาคาร หริอเอกสารการเป็นเจ้าของบ้าน

    • ถ้าเคยแต่งงานมาก่อนก็อย่าลืมแนบใบหย่าไปด้วย

    Set 3 เอกสารแสดงความสัมพันธ์

    • e-mail ที่เขียนถึงกัน

    • รูปถ่าย

    • Bill ค่าโทรศัพท์ทีโทรหากัน

    • การ์ดที่ส่งถึงกัน

    และหลักฐานอื่นๆ ที่คุณมี

    การสัมภาษณ์


    เตรียมตัวแต่เช้า เพราะทุกๆวันที่สถานทูตจะมีคนไปยื่นเรื่องขอวีซ่าและสัมภาษณ์กันมาก ถ้าคุณอยากสัมภาษณ์เสร็จเร็วๆ ก็ออกจากบ้านแต่เช้านิดนึงนะคะ ตอนที่จะเข้าไปในสถานทูต ถ้าหากมีโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จะให้ฝากไว้ด้านนอกพร้อมทั้งบัตรประจำตัว ขอแนะนำว่าให้ฝากบัตรอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่บัตรประชาชน เพราะเค้าจะขอดูบัตรประชาชนเวลาที่เราไปแสดงเอกสารด้วยค่ะ

    พอเข้าไปแล้วให้ไปติดต่อช่องที่เค้าบอกไว้ในใบนัดนะคะ เพี่อแสดงเอกสารหลักฐานต่างๆ อย่าลืมเอาใบนัดไปด้วยนะคะ พอเค้าตรวจเอกสารเสร็จเราก็ไปนั่งรอเค้าเรียกชื่อเพี่อไปสัมภาษณ์  เราสามารถเอาขนม น้ำ หรือหนังสือไปอ่านด้วยก้ได้นะคะ เพราะอาจจะต้องรอนาน เมื่อเค้าตรวจเอกสารเราจนพอใจแล้วเค้าก็จะประกาศชื่อเราให้ไปสัมภาษณ์ ก่อนอื่นก็จะให้เรายกมือสาบานว่าจะพูดความจริง และพิมพ์ลายนิ้วมือ และเรื่มสัมภาษณ์ เราสามารถสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤก็ได้ เพราะ คนที่สัมภาษณ์เค้าสามารถพูดไทยได้ แต่ถ้าเค้าพูดไม่ได้ก็จะมีเจ้าหน้าที่คนไทยมาเป็นล่ามให้ค่ะ
     

    คำถามส่วนใหญ่ก็จะถามถึงความสัมพันธ์ เช่น

    • รู้จักกันได้อย่างไร เจอกันกี่ครั

    • แต่งงานเมื่อไหร่ ที่ไหน

    • แฟนทำงานอะไร

    ไม่ยาก ไม่ต้องตื่นเต้น สัมภาษณ์เสร็จ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเค้าก็จะออกใบนัดให้เรามารับวีซ่าในวันถัดไป
     

    ค่าใช้จ่ายที่มีระหว่างการดำเนินเรื่อง

    • Filing an Immediately Relative Petition, Form I-130                         $185

    • Filing an Alien Fianc?(e) Petition, Form I-129F                               $165

    • Nonimmigrant visa application processing fee                                $100

    • Medical examination (costs vary from post to post)                     ~ $100

    • Fingerprinting fees, if required

    • ค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสาร สามารถแปลเองได้ที่นี่

    • Filing Form I-485 Adjust Status การปรับสถานะเมื่อมาถึงอเมริกา             $315

    • Application for Employment Authorization (Work Permit) Form I-765   $175

    หลังจากได้วีซ่า

    สำหรับวีซ่าคู่สมรสมีอายุ 2 ปี หมายถึงว่าคุณสามารถมาอเมริกาเมื่อไหร่ก็ได้ในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่ออกวีซ่า) และก็เป็น Multiple Entry หมายถึงว่าเราสามารถเข้าออกอเมริกากี่ครั้งก็ได้ภายในเวลา 2 ปี (นับจากวันที่ออกวีซ่า) โดยไม่ต้องขอ Advance Parol (ใบท่องเที่ยวนอกสหรัฐ) แต่จะต้องดำเนินเรื่อง  Application to Register Permanent Residence or to Adjust Status โดยกรอกแบบฟอร์ม I-485 ส่งเรื่อง ณ สำนักงานในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ และจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-864, Affidavit of Support การอนุมัติกรีนการ์ดสำหรับวีซ่าคู่สมรสนั้น หากแต่งงานเกินสองปีนับจากวันที่แต่งงานจนถึงวันที่ได้อนุมัติกรีนการ์ด ท่านจะได้รับกรีนการ์ดที่มีอายุสิบปีเท่านั้น

    การปรับสถานะของบุตรธิดา (K-4 visa)

    บุตรธิดาที่ได้รับวีซ่า K-4 จากบิดาหรือมารดานั้น ต้องให้แน่ใจว่ามีชื่อของบุตรธิดาในเอกสาร I-129F  เด็กจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-485 ในการปรับสถานะแยกจากบิดาหรือมารดา

    Back to Top
    reenaa_3003 View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 2712
    Post Options Post Options   Quote reenaa_3003 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 Dec 2009 at 12:15 - IP: 69.226.75.250 IP Information
    พี่ขอเข้ามาเพิ่มเติมเรื่องของสปอนด์เซอร์ค่ะ
    วีซ่าคู่หมั้น และ วีซ่าสมรส ไม่สามารถใช้สปอนด์เซอร์ร่วมได้อีกแล้ว
    แต่วีซ่าถาวร(ขอกรีนการ์ดแบบ 2 ปี จากไทย) สามารถใช้สปอนเซอร์ร่วมได้จ้า
     
    ก่อนหมดกรีนการ์ดแบบสองปี (ก่อนหมด 3 เดือน) ต้องทำเรื่องยื่น ขอกรีนการ์ดถาวร ( 10 ปี)
    - อิมเมเกชั่นอาจเรียกไปสัมภาษณ์อีกครั้งในบางกรณีที่เค้าไม่หมั้นใจว่าแต่งงานจริงหรือหลอก
    -หรือไม่เรียกสัมภาษณ์แต่ให้ไปพิมพ์ลายนิ้วมือและรอรับกรีนฯแบบ 10 ปี ได้เลย
     
    ถือกรีนการ์ดเกิน 3 ปี นับจากใบแรก และสถานะยังไม่หย่าสามารถยื่นสอบซิติเซนได้
    แต่ถ้าหย่าก่อน 3 ปี แต่ได้กรีนการ์ด 10 ปี แล้วให้นับ 5 ปี จากกรีนการ์ดใบแรกสามารถสอบซิติเซนได้จ้า
    แต่ถ้าหย่าก่อน 2 ปี (ยังไม่ได้กรีนฯ 10ปี)
    - เราสามารถทำเรื่องโดยผ่านทนายยื่นขอกรีนฯ แบบ 10 ปีได้ แต่ต้องมีเหตุผลที่สมควร เช่น โดนสามีทำร้ายร่างกาย และมีหลักฐานทางตำรวจ และ ทางแพทย์  อิมเมเกชั่นจะพิจรณาว่าเห็นควรหรือไม่
    - หรือ ถ้าหย่า แบบไม่มีเหตุอันควร อันนี้ต้องกลับไทย หรือ อาจหาใครแต่งงานใหม่ แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้ทนายเยอะมากทีเดียว
     
    ไว้ถ้าพี่มีข้อมูลอะไรใหม่ ๆ จะหามาแปะให้เรื่อย ๆ นะจ๊ะ
     
    พี่ปอนด์
     
     
     
     
    เพิ่มเติม ในกรณีเกย์จะแต่งงานกับหนุ่มเมกัน
     
     
    หากคิดจะไปอยู่ด้วยกันที่อเมริกาเป็นเป้าหมายหลัก  คุณต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าอเมริกาจากเมืองไทย  ซึ่งหากได้ และเดินทางไปอเมริกาแล้ว  มักจะได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน ก็ต้องออกนอกประเทศอเมริกา แล้วเดินทางกลับไปใหม่ ไปๆกลับๆอย่างนี้ตลอดอายุวีซ่าท่องเที่ยวที่ได้รับ (ส่วนใหญ่มักได้กัน 10 ปี แต่ไม่ทุกคน)  ซึ่งการทำอย่างนี้  ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกัน  ก็สามารถไปอยู่ด้วยกันได้  แต่หากต้องการแต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราวให้ถูกต้องตามกฎหมายจริงๆ  ก็อาจจะแต่งงานในรัฐที่กฎหมายยอมรับ  อย่างที่คุณ JB บอก ซึ่งการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสนั้น จะถูกกฎหมายในระดับรัฐนั้นเท่านั้น  แต่ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคู่สมรสในระดับประเทศ (Federal) ซึ่งหมายถึง จะไม่ได้รับสิทธิของคู่สมรสที่พึงได้รับ เหมือนคู่สมรสต่างเพศ (เช่น ไม่สามารถยื่นเรื่องว่าเป็นคู่สมรสและทำเรื่องขอกรีนการ์ดให้อยู่ในอเมริกาต่อได้)  นอกจากนี้อาจจะมาแต่งงานและจดทะเบียนในแคนาดาก็ได้เช่นกัน  ซึ่งก็มีผลไม่แตกต่างกันระหว่างแต่งในแคนาดา กับแต่งในอเมริกาในรัฐที่ถูกกฎหมาย5-6รัฐนั้น

    การแต่งงานและจดทะเบียนสมรสอย่างถูกกฎหมายในแคนาดา แล้วหวังว่าจะไปอยู่ด้วยกันในอเมริกา  จะไม่สามารถทำได้เลย หากคุณไม่ได้รับวีซ่าท่องเที่ยวเข้าอเมริกา  และการแต่งงานนั้น(ไม่ว่าจะในแคนาดาหรือในอเมริกา) ก็ไม่ช่วยให้สามารถขอ US permanent resident หรือ กรีนการ์ด ให้สามารถอยู่ในอเมริกาได้อย่างถูกกฎหมายด้วยเช่นกัน  ทางเดียวที่อาจขอกรีนการ์ดได้ คือ ตัวคุณเอง ต้องหางานทำในอเมริกาให้ได้ แล้วเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่าทำงาน H1B จากนั้นก็ยื่นเรื่องขอกรีนการ์ด  ซึ่งอันนี้จะได้หรือไม่ได้ ขึ้นกับตัวคุณคนเดียวเท่านั้น  ฝ่ายหนุ่มอเมริกัน ไม่สามารถช่วยอะไรให้คุณได้กรีนการ์ดเลย

     ทางออกเดียวที่อาจเป็นไปได้สำหรับการอยู่ด้วยกันในระยะยาว  ไม่ต้องบินกันไปบินกันมา คือ มาแต่งงานกันในแคนาดา  แล้วให้ฝ่ายหนุ่มอเมริกันยื่นเรื่องขอ canadian Permanent Resident จากในอเมริกา  โดยใส่ชื่อคุณเป็นคู่สมรส เพื่อขอ PR พร้อมกัน  เมื่อได้แล้ว ก็อพยพมาอยู่ในแคนาดาด้วยกัน  เมื่ออยู่ไประยะหนึ่ง ครบตามที่กฎหมายกำหนด (ไม่น้อยกว่า3ปี)  ก็สามารถยื่นสอบเป็น Canadian Citizen ได้ เมื่อได้แล้ว  หากคิดจะอพยพกลับไปอยู่ด้วยกันในอเมริกา  อาจจะทำได้ง่ายขึ้น เพราะตัวคุณถือ canadian citizen แล้ว อาจสามารถหางานทำในอเมริกา เพื่อขอวีซ่าทำงาน และยื่นขอกรีนการ์ดได้ด้วยตัวเอง  (คือหมายความว่า ถือสัญชาติแคนาดา อาจจะช่วยให้หางานในอเมริกาได้ง่ายกว่าถือสัญชาติไทย เพื่อทำเรื่องขอกรีนการ์ดในอนาคต)  ส่วนหนุ่มอเมริกันนั้น เขาสามารถถือสองสัญชาติได้ เขาจึงสามารถกลับเข้าไปอยู่ในอเมริกาได้ทุกเมื่อที่ต้องการครับ (แต่เขาก็จะไม่สามารถช่วยให้คุณได้กรีนการ์ดอยู่ดี)

    การแต่งงานและจดทะเบียนสมรสที่แคนาดา  ในทะเบียนสมรสจะไม่ได้ระบุว่า ฝ่ายหนึ่งเป็นสามี ฝ่ายหนึ่งเป็นภรรยา ฉะนั้น เอกสารและขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ จึงเหมือนกันทุกประการ ระหว่างแต่งงานต่างเพศและเพศเดียวกันครับ หากคุณสนใจจะไปแต่งงานที่เมืองไหน จังหวัดไหน ก็เข้าไปเช็คดูเว็บไซต์ของ city hall ของเมืองนั้นครับ ว่าเขาต้องการเอกสาร และมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง  แต่แนะนำว่า ไม่ควรไปแต่งงานที่จังหวัด Quebec  เพราะจะมีกฎหมายที่ต่างจากจังหวัดอื่น  จังหวัดที่น่าสนใจ คือ Ontario ครับ  จะไปแต่งงานที่เมืองไหนก็ได้ ที่นิยมคงเป็น Toronto, Ottawa หรือ Niagara Falls   

    อย่างที่ City Hall ของเมือง Ottawa จะมีห้อง Civil Marriage Room ไว้ทำพิธีแต่งงานได้เลย  คุณสามารถไปยื่นขอ Marriage license ตอนเช้า  และทำพิธีแต่งงานสวมแหวนแบบ civil mariage ตอนบ่ายได้  (หากห้องว่าง ซึ่งไม่สามารถจองล่วงหน้าได้  ใครมาก่อนได้ก่อน) ซึ่งใช้เวลาทำพิธีไม่เกิน 15 นาที โดยต้องมีพยานด้วยอย่างน้อย 2 คน (แต่ต้องไม่มากเกินไป  เพราะห้องนั้นเล็กมาก  จุคนได้ประมาณ 10 คน)
     
     
     


    Edited by reenaa_3003 - 05 Jan 2553 at 05:11
    จะขอจดจำแต่สิ่งดี ๆ
    Back to Top
    Angle_em55 View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 09 Dec 2009
    Location: USA
    Online Status: Offline
    Posts: 188
    Post Options Post Options   Quote Angle_em55 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 Dec 2009 at 03:24 - IP: 71.83.196.115 IP Information
    Thank you for a good information ka 
    P' pound and kateWink
     
     
    ClapClapClapClap
     
     
    Back to Top
    sai View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 06 Dec 2009
    Location: United states
    Online Status: Offline
    Posts: 1582
    Post Options Post Options   Quote sai Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 Dec 2009 at 03:46 - IP: 78.42.193.232 IP Information
    Thumbs Upดีจ้ะน้องเกดThumbs UpThumbs Up
    อันนินทา กาเล เหมือนเทส้วม ถ้ารวบรวมรับไว้
    ย่อมได้เหม็น หากไม่รับ กลับหายคลายประเด็น ย้อนไปเหม็น ปากเน่าของเขาเอง

    Back to Top
    rinnet View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Dec 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 259
    Post Options Post Options   Quote rinnet Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 Dec 2009 at 09:26 - IP: 124.121.95.66 IP Information

    บีบีอยากทำเหมือนกันค่ะคุณเกดแต่คงอีกนาน Cry ปัญหาเยอะ

    บีบีมารายงานตัวค่ะ
    Back to Top
    SWEETIESPIM View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 06 Dec 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 258
    Post Options Post Options   Quote SWEETIESPIM Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 Dec 2009 at 09:55 - IP: 202.149.25.234 IP Information
    ของพิมอุตส่าห์กลับมาไทยมาทำวีซ่าเมื่อวันจันทร์ อุตส่าห์ผ่านมาแล้ว ไปรษณีย์มาส่งเมื่อวันพุธดันไม่อยู่บ้าน ต้องรอหลังปีใหม่กว่าคุณท่านจะทำงาน เซงเลยไปรษณีย์ไทยConfused
    Back to Top
    reenaa_3003 View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 2712
    Post Options Post Options   Quote reenaa_3003 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 Dec 2009 at 11:26 - IP: 69.225.199.14 IP Information
    Originally posted by Angle_em55

    Thank you for a good information ka 
    P' pound and kateWink
     
     
    ClapClapClapClap
     
     
    ยินดีจ้าน้องเอ็ม พี่อ่านผ่านตาตามเวปฯ ต่าง ๆ บ้าง จากประสบการณ์จริงบ้างนะค่ะ
     
    แล้วน้องเอ็มต่อกรีนการ์ดแบบ 10 ปียังเอ่ย พี่ครบต่อแบบถาวร(10ปี)  มิย ปีหน้านะค่ะ
     
    น้องเอ็มสบายดีนะค่ะ
    จะขอจดจำแต่สิ่งดี ๆ
    Back to Top
    SWEETIESPIM View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 06 Dec 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 258
    Post Options Post Options   Quote SWEETIESPIM Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 Dec 2009 at 11:46 - IP: 202.149.25.225 IP Information
    พิม เคย เข้าไปหาข้อมูลเรื่อง วีซ่า จาก บล็อกแกงค์ ตามลิงค์นี้อ่ะค่ะ ก็ละเอียดดีน่ะค่ะ มีการแบบฟอร์มให้เสร็จ ยังไงก็ลองดูน่ะจ๊ะhttp://www.bloggang.com/mainblog.php?id=lovergirl&month=06-10-2006&group=11&blog=3
    Back to Top
    Angle_em55 View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 09 Dec 2009
    Location: USA
    Online Status: Offline
    Posts: 188
    Post Options Post Options   Quote Angle_em55 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 Dec 2009 at 11:57 - IP: 71.83.196.115 IP Information
    Hi  P' Pond  
    Em will do it for 10 years November  next year ka.
    Em is doing good ka but I ate a lot for Holiday < gaining weight  ah P ' Pond >Cry 
    I try to tell myself because the the weather is getting cool that make me wana eat more.LOL
     I 'm going to go to Colorado with my hubby for a New Year  this Friday.
    We 're going to stay there for a week and then going to visit some friends in Arizona  after that
    back to California ka
     
    How ' about you ka ? 
     
    Happy New Year to P' Pond and family !!!!!!!!!!
     
     Happy New Year to everyone kaSmile
     
     
     
    Back to Top
    ChoKun View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 25 Nov 2009
    Location: Canada-Thailand
    Online Status: Offline
    Posts: 941
    Post Options Post Options   Quote ChoKun Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 Dec 2009 at 23:16 - IP: 125.25.245.162 IP Information

    ดีมากเลยน้องเกด พี่ก็กำลังเก็บข้อมูลอยู่ Smile

    Back to Top
    loverkitty View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 676
    Post Options Post Options   Quote loverkitty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Jan 2010 at 15:38 - IP: 202.12.97.123 IP Information
    สืบเนื่องจากกระทู้พี่ปอนด์ ที่แนะนำให้กระทู้ข้อมูลวีซ่า อยากจะให้มีการอัพเดทวีซ่าของสาวๆๆ บ้านเมกาเรา ว่าใครทำวีซ่าอะไร สถานะอะไร(รอวีซ่า, ได้รับวีซ่าแล้ว) ประมาณนี้นะค่ะ...เพื่อใครที่ได้รับวีซ่าแล้ว จะได้ให้คำแนะนำสาวๆๆที่กำลังเตรียมตัว หรือกำลังยื่นวีซ่านะค่ะ...ร่วมด้วยช่วยกันนะค่ะEmbarrassed
     
    ปล. น้องเกด..ช่วยแก้ไขหัวข้อ ให้มีอัพเดทวีซ่า ด้วยนะจ๊ะ...ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ


    Edited by loverkitty - 13 Jan 2010 at 15:46
    แอบลุ้น...เด๋ยวรู้ผลแน่นอนคร้า
    แคทจร้า 26 กว่าๆๆ แระ
    Back to Top
    Nana_janes View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Location: RI,USA
    Online Status: Offline
    Posts: 879
    Post Options Post Options   Quote Nana_janes Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Jan 2010 at 17:09 - IP: 202.12.97.123 IP Information
    Originally posted by loverkitty

    สืบเนื่องจากกระทู้พี่ปอนด์ ที่แนะนำให้กระทู้ข้อมูลวีซ่า อยากจะให้มีการอัพเดทวีซ่าของสาวๆๆ บ้านเมกาเรา ว่าใครทำวีซ่าอะไร สถานะอะไร(รอวีซ่า, ได้รับวีซ่าแล้ว) ประมาณนี้นะค่ะ...เพื่อใครที่ได้รับวีซ่าแล้ว จะได้ให้คำแนะนำสาวๆๆที่กำลังเตรียมตัว หรือกำลังยื่นวีซ่านะค่ะ...ร่วมด้วยช่วยกันนะค่ะEmbarrassed
     
    ปล. น้องเกด..ช่วยแก้ไขหัวข้อ ให้มีอัพเดทวีซ่า ด้วยนะจ๊ะ...ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ


    น้องแคท กำลังเตรียมข้อมูลทำวีซ่าอยู่ละซิ อิอิ แซวๆๆ
    Back to Top
    ChoKun View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 25 Nov 2009
    Location: Canada-Thailand
    Online Status: Offline
    Posts: 941
    Post Options Post Options   Quote ChoKun Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Jan 2010 at 17:11 - IP: 124.120.20.220 IP Information
    Originally posted by loverkitty

    สืบเนื่องจากกระทู้พี่ปอนด์ ที่แนะนำให้กระทู้ข้อมูลวีซ่า อยากจะให้มีการอัพเดทวีซ่าของสาวๆๆ บ้านเมกาเรา ว่าใครทำวีซ่าอะไร สถานะอะไร(รอวีซ่า, ได้รับวีซ่าแล้ว) ประมาณนี้นะค่ะ...เพื่อใครที่ได้รับวีซ่าแล้ว จะได้ให้คำแนะนำสาวๆๆที่กำลังเตรียมตัว หรือกำลังยื่นวีซ่านะค่ะ...ร่วมด้วยช่วยกันนะค่ะEmbarrassed
     
    ปล. น้องเกด..ช่วยแก้ไขหัวข้อ ให้มีอัพเดทวีซ่า ด้วยนะจ๊ะ...ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ
     
    พี่แคท ยื่นขอวีเมื่อไหร่ กุนจะยื่นกลางปีนี้อะคะ แบบว่าแฟนให้ลองยื่นดู อิอิ
    Back to Top
    Nana_janes View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Location: RI,USA
    Online Status: Offline
    Posts: 879
    Post Options Post Options   Quote Nana_janes Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Jan 2010 at 17:25 - IP: 202.12.97.123 IP Information
    Originally posted by ChoKun

    Originally posted by loverkitty

    สืบเนื่องจากกระทู้พี่ปอนด์ ที่แนะนำให้กระทู้ข้อมูลวีซ่า อยากจะให้มีการอัพเดทวีซ่าของสาวๆๆ บ้านเมกาเรา ว่าใครทำวีซ่าอะไร สถานะอะไร(รอวีซ่า, ได้รับวีซ่าแล้ว) ประมาณนี้นะค่ะ...เพื่อใครที่ได้รับวีซ่าแล้ว จะได้ให้คำแนะนำสาวๆๆที่กำลังเตรียมตัว หรือกำลังยื่นวีซ่านะค่ะ...ร่วมด้วยช่วยกันนะค่ะEmbarrassed
     
    ปล. น้องเกด..ช่วยแก้ไขหัวข้อ ให้มีอัพเดทวีซ่า ด้วยนะจ๊ะ...ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ
     
    พี่แคท ยื่นขอวีเมื่อไหร่ กุนจะยื่นกลางปีนี้อะคะ แบบว่าแฟนให้ลองยื่นดู อิอิ


    น้องกุนจะยื่นกลางปีนี้เตรียมเอกสารไว้เนิ่นๆ เลยน้อง รับรองข้อมูลเพียบ ที่ปรึกษาแน่นปึกขนาดนี้ รับรองผ่านชัวร์
    Back to Top
    ChoKun View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 25 Nov 2009
    Location: Canada-Thailand
    Online Status: Offline
    Posts: 941
    Post Options Post Options   Quote ChoKun Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Jan 2010 at 17:31 - IP: 124.120.20.220 IP Information
    Originally posted by Nana_janes

    Originally posted by ChoKun

    Originally posted by loverkitty

    สืบเนื่องจากกระทู้พี่ปอนด์ ที่แนะนำให้กระทู้ข้อมูลวีซ่า อยากจะให้มีการอัพเดทวีซ่าของสาวๆๆ บ้านเมกาเรา ว่าใครทำวีซ่าอะไร สถานะอะไร(รอวีซ่า, ได้รับวีซ่าแล้ว) ประมาณนี้นะค่ะ...เพื่อใครที่ได้รับวีซ่าแล้ว จะได้ให้คำแนะนำสาวๆๆที่กำลังเตรียมตัว หรือกำลังยื่นวีซ่านะค่ะ...ร่วมด้วยช่วยกันนะค่ะEmbarrassed
     
    ปล. น้องเกด..ช่วยแก้ไขหัวข้อ ให้มีอัพเดทวีซ่า ด้วยนะจ๊ะ...ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ
     
    พี่แคท ยื่นขอวีเมื่อไหร่ กุนจะยื่นกลางปีนี้อะคะ แบบว่าแฟนให้ลองยื่นดู อิอิ


    น้องกุนจะยื่นกลางปีนี้เตรียมเอกสารไว้เนิ่นๆ เลยน้อง รับรองข้อมูลเพียบ ที่ปรึกษาแน่นปึกขนาดนี้ รับรองผ่านชัวร์
     
    พี่นานา กุนจะขอวีท่องเที่ยวอะคะ ต้องใช้อะไรบ้างยังไม่รู้เรื่องเลย เฮ้อๆ อีตาคุณแฟนอะแหละทำให้วุ่นวาย เหอะๆ
    Back to Top
    Nana_janes View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Location: RI,USA
    Online Status: Offline
    Posts: 879
    Post Options Post Options   Quote Nana_janes Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 Jan 2010 at 17:40 - IP: 202.12.97.123 IP Information
    Originally posted by ChoKun

    Originally posted by Nana_janes

    Originally posted by ChoKun

    Originally posted by loverkitty

    สืบเนื่องจากกระทู้พี่ปอนด์ ที่แนะนำให้กระทู้ข้อมูลวีซ่า อยากจะให้มีการอัพเดทวีซ่าของสาวๆๆ บ้านเมกาเรา ว่าใครทำวีซ่าอะไร สถานะอะไร(รอวีซ่า, ได้รับวีซ่าแล้ว) ประมาณนี้นะค่ะ...เพื่อใครที่ได้รับวีซ่าแล้ว จะได้ให้คำแนะนำสาวๆๆที่กำลังเตรียมตัว หรือกำลังยื่นวีซ่านะค่ะ...ร่วมด้วยช่วยกันนะค่ะEmbarrassed
     
    ปล. น้องเกด..ช่วยแก้ไขหัวข้อ ให้มีอัพเดทวีซ่า ด้วยนะจ๊ะ...ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ
     
    พี่แคท ยื่นขอวีเมื่อไหร่ กุนจะยื่นกลางปีนี้อะคะ แบบว่าแฟนให้ลองยื่นดู อิอิ


    น้องกุนจะยื่นกลางปีนี้เตรียมเอกสารไว้เนิ่นๆ เลยน้อง รับรองข้อมูลเพียบ ที่ปรึกษาแน่นปึกขนาดนี้ รับรองผ่านชัวร์
     
    พี่นานา กุนจะขอวีท่องเที่ยวอะคะ ต้องใช้อะไรบ้างยังไม่รู้เรื่องเลย เฮ้อๆ อีตาคุณแฟนอะแหละทำให้วุ่นวาย เหอะๆ


    คุณน้อง เอาจากประสบการณ์คนที่สอบตกอย่างพี่นะ
    ใบรับรองการทำงาน ใบลางาน statement 6 เดือนย้อนหลัง จดหมายแนะนำตัวเอง โปรแกรมการท่องเที่ยว ถ้าเป็นวีท่องเที่ยว เขาก็ถามว่าไปเที่ยวที่ไหน กับใคร พักที่ไหน เราก็ยื่นโปรแกรมทัวร์เลย ส่วนพี่บอกว่าเพื่อน (แฟน)พาเที่ยว เขาก็ถามแต่เรื่องแฟนเลยทีนี้ ว่ารู้จักกันได้ยังไง เขามาเมืองไทยกี่ครั้ง เป็นแฟนหรือเป็นเพื่อน ทีนี้ยาวเลยน้อง เราต้องรู้ก่อนว่าเราจะเอาแบบไหนก่อน เอาแบบไปกับทัวร์ไม่รู้จักคนที่โน่น หรือให้แฟนเป็นสปอนเซอร์ให้ อืม พูดมาซะยาว แต่พี่ก็ไม่แน่นหรอกนะ  ให้พี่ปอนด์ พี่ลิสา น้องเกด มาตอบเด้อ อิอิ พี่ตอบเท่าที่พี่พอรู้อะนะ
    Back to Top
    kate_u1 View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar
    PR สะใภ้ US

    Joined: 25 Nov 2009
    Location: Thailand
    Online Status: Offline
    Posts: 1365
    Post Options Post Options   Quote kate_u1 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Jan 2010 at 21:39 - IP: 124.120.40.196 IP Information

    มีข่าวมาแจ้งค่ะ   เป้น เคส ของพี่ที่เกดรู้จักท่านหนึ่งนะค่ะ  เกดขออนุญาตเอามาแชร์

    เรื่อง วีซ่าคุ่หมั้น K-1 ค่ะ   แฟนพี่เขาอยู่รัฐนิวเจอซี่  (ชายและหญิงโสด และไม่มีลูกติดนะค่ะ)
     
    เกดทราบแต่ระยะเวลา รอคราวๆนะค่ะ
     
    Package 3 พี่เข้าได้ภายใน 2 เดือน นะค่ะ  ถือว่าเร็วมากกกกกกกก
     
    รวมระยะเวลาตั้งแต่ ยื่นเรื่อง ถึง ได้วีซ่า ก็ 3 เดือน ครึ่งเองค่ะ
     
     
    Back to Top
    kabby View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 24 Dec 2009
    Location: Thailand
    Online Status: Offline
    Posts: 160
    Post Options Post Options   Quote kabby Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Jan 2010 at 22:50 - IP: 119.31.104.157 IP Information

    กิ๊ฟ ค่ะ เข้ามาเก็บข้อมูลล่วงหน้าค่ะ อ่านแล้วก่อนเหนื่อยใจน่ะค่ะ ทุกอย่างก้ต้องใช้เวลาและความอดทน นี่หล่ะน๊าาาาาาาาา  คู่เราอยู่ไกลไปหน่อย อิอิอิอิ

    Patgirl
    Back to Top
    Nana_janes View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Location: RI,USA
    Online Status: Offline
    Posts: 879
    Post Options Post Options   Quote Nana_janes Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Jan 2010 at 22:51 - IP: 202.12.97.123 IP Information
    Originally posted by kate_u1

    มีข่าวมาแจ้งค่ะ   เป้น เคส ของพี่ที่เกดรู้จักท่านหนึ่งนะค่ะ  เกดขออนุญาตเอามาแชร์

    เรื่อง วีซ่าคุ่หมั้น K-1 ค่ะ   แฟนพี่เขาอยู่รัฐนิวเจอซี่  (ชายและหญิงโสด และไม่มีลูกติดนะค่ะ)
     
    เกดทราบแต่ระยะเวลา รอคราวๆนะค่ะ
     
    Package 3 พี่เข้าได้ภายใน 2 เดือน นะค่ะ  ถือว่าเร็วมากกกกกกกก
     
    รวมระยะเวลาตั้งแต่ ยื่นเรื่อง ถึง ได้วีซ่า ก็ 3 เดือน ครึ่งเองค่ะ
     
     


    เร็วจังเลยน้องเกด อิจฉาจังเลย
    Back to Top
    SWEETIESPIM View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 06 Dec 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 258
    Post Options Post Options   Quote SWEETIESPIM Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Jan 2010 at 23:18 - IP: 202.149.25.235 IP Information
    ถ้าเราไปหาแฟนแล้วไปเจอทางเนท ก็บอกไปเลยค่ะว่าเป็นแฟน เจอกันทางเนท แฟนมาหาครั้งสองครั้งก็ไม่เปนไรค่ะ  ถ้าบอกเป็นเพื่อนเหมือนเขาจะดูว่าเราไม่แน่ใจตนเอง หุหุหุ  พิมไม่โกหกเลยค่ะ พูดความจริงแสดงความบริสุทธิ์ พิมไม่สนใจเลยตอนสัมภาษไม่ได้ก็ช่างมัน พิมก็ไม่ได้ทำงานน่ะค่ะ แต่เรียน เพื่อนบางคนที่เรียนก็ไม่ได้ พิมเลยไม่แคร์ ความจริงเปนไงเอาตามนั้น หุหุหุ  พิมบอกเลยเจอแฟนครั้งแรกทางเนท คบกันมานาน ไปเที่ยวกันบ่อย จะไปหา อยากไปเที่ยวแล้วอยู่ด้วยกัน  คราวนี้เขาถามกลับมาเลยว่าจะแต่งงานที่นู่นไหม คิดจะเรียนต่อที่นู่นไหม  พิมเลยบอกยังไม่คิด ไว้รอแฟนมีเงินมากพอค่อยแต่งตอนนี้ปล่อยให้ทำงานหนักไปก่อน เขาหัวเราะพิมใหญ่เลย หุหุหุ  เขาก็มีถามประเทศในพาสปอรต์ที่ไป ไปกับใคร ไปทำไม พอบอกไปเที่ยวอเมริกาจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง กลับเมือไหร่  อยู่อย่างไง อะไรประมาณนี้ค่ะพี่ 
     
    ยกตัวอย่าง เพื่อนคนนึง (พิมไม่สนิทกับเขาแต่ก็นั่งฟังเขาเล่ามาออกแนวหมันไส้) หุหุหุ
     
    ครอบครัวเขาค่อนข้างมีฐานะ ตอนนั้นเรียนเอแบคปีสองแล้ว คุณเธอก็ไปซัมเมอร์ที่อังกฤษบ่อยมาก ประสาไฮโซ ส่วนพิมเตะฝุ่นกับแฟนที่กรุงเทพ ฮิๆๆ เขาไปเที่ยวญี่ปุ่น มีวีซ่าญี่ปุ่น กับ อังกฤษ แต่คราวนี้เขาไปเจอแฟนคนอเมริกัน แล้วจะไปหาแฟนที่อเมริกา แต่ไม่ได้วีซ่า เพราะเขาบอกว่าเขาจะไปหาที่เรียนภาษาอังกฤษ ทั้งๆที่จะไปหาแฟน แต่ฝรั่งที่ทำงานในสถานทูตรู้จักเอแบค เขาเลยถามว่าเรียนเอแบคจะไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มทำไมแค่สองเดือน อังกฤษก็เคยไปมาแล้วต้องสามเดือน สองครั้ง จะพูดไม่ได้เชียวหรอ สุดท้ายเขาบอกจริงๆแล้วจะไปหาแฟน สุดท้ายก็ไม่ได้วีซ่าเพราะคำพูดกลับกัน  เขาบอกคุณมีเจตนาแอบแฝงเราไม่สามารถออกวีซ่าได้ การแต่งตัวเขาค่อนข้างแรงมากด้วย ถือกระเป๋าแบรนด์เนม ได้วีซ่าอังกฤษ บวก ญี่ปุ่น ยังไม่ได้วีซ่าอเมริกา ตอนนั้นพิมเลยกลัวขึ้นสมองเลย แต่ก็ผ่านมาแล้ว โล่งใจ ตอนนั้นเพื่อนคนนั้นของพิมก็บอกว่า จะไม่อยากไปเหยียบสถานทูตประเทศนี้อีกแล้ว ไม่ง้อ สุดท้ายคุณเธอทำอีกรอบก็ไม่ผ่านเพราะไปพูดจาดูถูกเจ้าหน้าที่ พิมก็เลยงงๆ  ขนาดลูกคนรวยประวัติดีไม่ได้แล้วพิมไม่ได้หรือนี่  ตอนนี้ถ้าพิมเจออีกคงกะไปแกล้งให้หมันไส้เล่น ฉันถือกระเป๋าใบละสามร้อยแต่ได้วีซ่าแล้วน่ะเว้ย หุหุหุ
    Back to Top
    SWEETIESPIM View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 06 Dec 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 258
    Post Options Post Options   Quote SWEETIESPIM Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Jan 2010 at 23:25 - IP: 202.149.25.235 IP Information
    ของพิมเขาแค่ดู ใบรับรองจากสถานศึกษา  บวกกับ ใบ ds156, ds 157 ไม่ดูอย่างอื่นเลยน่ะค่ะที่เตรียมมาต้องเยอะ
     
    ครั้งแรกพิมก็มียัดเยียดทรานสคริป ใบรับทุนศึกษาต่อจากมหาลัย ประกอบดูแต่เขาเปิดผ่านๆแค่สองวิ
     
    ครั้งที่สอง ก็ใบรับรองนักศึกษา ds156 , ds 157
     
    เอกสารแฟนพิม บวกกับ เอกสารเพิ่มเติมพิมไม่ดูเลยอ่ะ สัมภาษครั้งที่สองประมาณสามนาที
     
    เพื่อนพิมแอบกระซิบว่าเขามีข้อมูลดาต้าเบทลิงค์กันเพื่อไว้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว  พิมก็กลัวนิดๆ หุหุหุ
     
    ตอนนี้ได้แค่วีซ่าท่องเที่ยว 10 ปี  วีซ่าแต่งงานคงอีกนานโข
    Back to Top
    loverkitty View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 676
    Post Options Post Options   Quote loverkitty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Jan 2010 at 11:44 - IP: 202.12.97.123 IP Information
    Originally posted by SWEETIESPIM

    ถ้าเราไปหาแฟนแล้วไปเจอทางเนท ก็บอกไปเลยค่ะว่าเป็นแฟน เจอกันทางเนท แฟนมาหาครั้งสองครั้งก็ไม่เปนไรค่ะ  ถ้าบอกเป็นเพื่อนเหมือนเขาจะดูว่าเราไม่แน่ใจตนเอง หุหุหุ  พิมไม่โกหกเลยค่ะ พูดความจริงแสดงความบริสุทธิ์ พิมไม่สนใจเลยตอนสัมภาษไม่ได้ก็ช่างมัน พิมก็ไม่ได้ทำงานน่ะค่ะ แต่เรียน เพื่อนบางคนที่เรียนก็ไม่ได้ พิมเลยไม่แคร์ ความจริงเปนไงเอาตามนั้น หุหุหุ  พิมบอกเลยเจอแฟนครั้งแรกทางเนท คบกันมานาน ไปเที่ยวกันบ่อย จะไปหา อยากไปเที่ยวแล้วอยู่ด้วยกัน  คราวนี้เขาถามกลับมาเลยว่าจะแต่งงานที่นู่นไหม คิดจะเรียนต่อที่นู่นไหม  พิมเลยบอกยังไม่คิด ไว้รอแฟนมีเงินมากพอค่อยแต่งตอนนี้ปล่อยให้ทำงานหนักไปก่อน เขาหัวเราะพิมใหญ่เลย หุหุหุ  เขาก็มีถามประเทศในพาสปอรต์ที่ไป ไปกับใคร ไปทำไม พอบอกไปเที่ยวอเมริกาจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง กลับเมือไหร่  อยู่อย่างไง อะไรประมาณนี้ค่ะพี่ 
     
    ยกตัวอย่าง เพื่อนคนนึง (พิมไม่สนิทกับเขาแต่ก็นั่งฟังเขาเล่ามาออกแนวหมันไส้) หุหุหุ
     
    ครอบครัวเขาค่อนข้างมีฐานะ ตอนนั้นเรียนเอแบคปีสองแล้ว คุณเธอก็ไปซัมเมอร์ที่อังกฤษบ่อยมาก ประสาไฮโซ ส่วนพิมเตะฝุ่นกับแฟนที่กรุงเทพ ฮิๆๆ เขาไปเที่ยวญี่ปุ่น มีวีซ่าญี่ปุ่น กับ อังกฤษ แต่คราวนี้เขาไปเจอแฟนคนอเมริกัน แล้วจะไปหาแฟนที่อเมริกา แต่ไม่ได้วีซ่า เพราะเขาบอกว่าเขาจะไปหาที่เรียนภาษาอังกฤษ ทั้งๆที่จะไปหาแฟน แต่ฝรั่งที่ทำงานในสถานทูตรู้จักเอแบค เขาเลยถามว่าเรียนเอแบคจะไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มทำไมแค่สองเดือน อังกฤษก็เคยไปมาแล้วต้องสามเดือน สองครั้ง จะพูดไม่ได้เชียวหรอ สุดท้ายเขาบอกจริงๆแล้วจะไปหาแฟน สุดท้ายก็ไม่ได้วีซ่าเพราะคำพูดกลับกัน  เขาบอกคุณมีเจตนาแอบแฝงเราไม่สามารถออกวีซ่าได้ การแต่งตัวเขาค่อนข้างแรงมากด้วย ถือกระเป๋าแบรนด์เนม ได้วีซ่าอังกฤษ บวก ญี่ปุ่น ยังไม่ได้วีซ่าอเมริกา ตอนนั้นพิมเลยกลัวขึ้นสมองเลย แต่ก็ผ่านมาแล้ว โล่งใจ ตอนนั้นเพื่อนคนนั้นของพิมก็บอกว่า จะไม่อยากไปเหยียบสถานทูตประเทศนี้อีกแล้ว ไม่ง้อ สุดท้ายคุณเธอทำอีกรอบก็ไม่ผ่านเพราะไปพูดจาดูถูกเจ้าหน้าที่ พิมก็เลยงงๆ  ขนาดลูกคนรวยประวัติดีไม่ได้แล้วพิมไม่ได้หรือนี่  ตอนนี้ถ้าพิมเจออีกคงกะไปแกล้งให้หมันไส้เล่น ฉันถือกระเป๋าใบละสามร้อยแต่ได้วีซ่าแล้วน่ะเว้ย หุหุหุ
     
    น้องพิมเล่ามา...ทำให้พี่มีกำลังใจต้องเยอะขึ้นเลยจ๊ะ...เพราะพี่ก็กังวลเหมือนกันกลัวจะไม่ได้นะ....แต่ที่น้องพิมขอ เป้นวีคู่หมั้นใช่ไหมค่ะ....เดี๋ยวพี่จะลองสึกษาทั้งวีท่อง และวีคู่หมั้นไว้ด้วยเลย Embarrassed...ขอบคุณอีกครั้งนะค่ะ
    แอบลุ้น...เด๋ยวรู้ผลแน่นอนคร้า
    แคทจร้า 26 กว่าๆๆ แระ
    Back to Top
    kate_u1 View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar
    PR สะใภ้ US

    Joined: 25 Nov 2009
    Location: Thailand
    Online Status: Offline
    Posts: 1365
    Post Options Post Options   Quote kate_u1 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Jan 2010 at 20:23 - IP: 124.122.128.219 IP Information
    พี่แคท เกดมาตอบแทนพิมนะ
     
    เท่าที่เกดจำได้ พิมขอวีซ่า ท่องเที่ยวนะค่ะ ได้มา  10 ปีค่ะ
    Back to Top
    loverkitty View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 676
    Post Options Post Options   Quote loverkitty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Jan 2010 at 21:56 - IP: 113.53.162.146 IP Information
    Tongue หุๆๆๆๆ...Thankyou นะจ๊ะน้องเกด...พี่ปล่อยไก่ไปตัวใหญ่เลยอะ
    แอบลุ้น...เด๋ยวรู้ผลแน่นอนคร้า
    แคทจร้า 26 กว่าๆๆ แระ
    Back to Top
    loverkitty View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 676
    Post Options Post Options   Quote loverkitty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Jan 2010 at 17:33 - IP: 113.53.170.211 IP Information

    วันนี้ ขอรบกวนสาวๆๆ อีกครั้งนะค่ะ

    จะขอตั้งหลักศึกษา และจะทำวีซ่าอีกรอบ (ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่แร้ววว)....LOL
    ช่วยกันวิเคราะห์ให้แคทหน่อยนะค่ะ ว่ากรณีของแคทอยู่ในเกณฑ์ใด
    เพราะที่คุยกับแฟน แฟนว่าเมื่อแต่งงานกันแล้ว ส่วนมากจะมาอยู่เมืองไทยมากกว่า แต่จะไปๆๆ มาๆๆ ที่เมกาเรื่อยๆๆไม่ได้อยู่แบบถาวร แต่อยากจะอยู่อยู่ได้หลายๆ เดือน แล้วค่อยกลับมาเมืองไทย   แคทก็เลยคิดว่าจะทำวีท่องเที่ยวก่อน แล้วค่อยทำวีหมั้นทีหลัง(เพราะยังอยาไปเมกา ตอนที่รอวีหมั้นนะค่ะ)... หรือจะทำแค่วีซ่าท่องเที่ยวอย่างเดียว...สาวๆๆ คิดกันยังไงค่ะ ถูกต้องหรือเปล่า
     
    รบกวนด้วยนะค่ะEmbarrassed
    แอบลุ้น...เด๋ยวรู้ผลแน่นอนคร้า
    แคทจร้า 26 กว่าๆๆ แระ
    Back to Top
    pink_dolphin View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 02 Dec 2009
    Location: San Diego, USA
    Online Status: Offline
    Posts: 695
    Post Options Post Options   Quote pink_dolphin Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Jan 2010 at 20:13 - IP: 115.87.75.241 IP Information

    มาแร้วจ้าน้องแคทตามคำเรียกร้อง โทษทีพี่มัวแต่ไปลัลล้าอยู่กระทู้อื่น เลยไม่ทันได้แวะเข้ามาบ้านเท่าไหร่ ตามความเห็นของพี่พี่ว่าถ้าน้องแคทมีแพลนจะแต่งงานที่เมืองไทย และอยู่กับแฟนที่เมืองไทย ก็ควรขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวไปค่ะ เพราะถ้าขอวีซ่าคู่หมั้นนั่นหมายถึงต้องบินไปแต่งงานที่อเมริกาภายใน 90 วัน วีซ่าคู่หมั้นเหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะแต่งงานและไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาอ่ะค่ะ (ตามความเข้าใจของพี่นะ) สำหรับน้องแคทถ้าแต่งงานที่เมืองไทยแล้วขอวีซ่าท่องเที่ยวไปอเมริกาไม่น่าจะยาก เพราะอย่างน้อยเราก็อธิบายได้ว่าต้องการไปเยี่ยมพ่อแม่สามี ตอนพี่ไปสัมภาษณ์ก็มีสาวไทยคนหนึ่งสัมภาษณ์ก่อนหน้าพี่เค้าแต่งงานกับชาวอเมริกันที่เมืองไทย แล้วเค้าก็ไปขอวีท่องเที่ยวเพื่อไปเยี่ยมพ่อแม่แฟน เค้าถามหาหลักฐานการแต่งงานเยอะมาก ผู้หญิงคนนั้นหอบเอกสารมาเป็นแฟ้มเลย มีรูปแต่งงานด้วย พี่ก็เงี่ยหูฟังเค้าอยู่นาน เค้าสัมภาษณ์นานมาก ประมาณเกือบสิบนาที แล้วเจ้าหน้าที่ก็หันไปปรึกษากันใหญ่ สุดท้ายเค้าให้ 3 เดือนค่ะ (แฟนเค้าเข้ามาให้กำลังใจข้างในด้วยอ่ะ ไม่รู้เข้ามาได้ยังไง พี่ก็งง)  ถ้ายังไงรอพี่ๆมาแนะนำเพิ่มเติมนะคะ

    สู้ สู้....Smile
    Back to Top
    kate_u1 View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar
    PR สะใภ้ US

    Joined: 25 Nov 2009
    Location: Thailand
    Online Status: Offline
    Posts: 1365
    Post Options Post Options   Quote kate_u1 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Jan 2010 at 20:50 - IP: 124.122.129.53 IP Information

    พี่แคท  เกดก็คิดเหมือนที่พี่จ๊ะจ๋าบอก  แต่อยากจะบอกว่า  ถ้าพี่แต่งงานแล้ว  แล้วอยากไปอเมริกา โดนบอกว่าไปเยี่ยมที่บ้านแฟน  เปอร์เซ็นต์การได้ ก็ถือว่าต่ำมาก   คงต้องเตรียมหลักฐานไปให้มากที่สุด อย่างเคสที่พี่จ๋าบอกมา  แต่สิ่งที่สำคัญ คือ หลักฐานของพี่เอง ว่าพี่จะต้องกลับไทยแน่นอน

    ในเคสของคนที่เกดรู้จัก จดทะเบียน เรียบร้อย ฝ่ายหญิงยังเรียนมหาลัยอยู่ ยังไม่จบ  ขอวีซ่าท่องเที่ยวไปเยี่ยมที่บ้านแฟน   จนท. บอกเลยว่า ไม่ให้  ให้ไปทำวีซ่าแต่งงาน     คนนั้นก็แบบว่า  เขาไม่ได้จะไปอยู่ แค่ไปเยี่ยมที่บ้านแฟนเอง  จนท ก็ไม่สนใจอะไรนะค่ะ
     
     
    หนูว่า ณ เวลานี้ พี่แคท น่าจะขอวีซ่าท่องเที่ยวไปก่อนเลย   หนูว่าหลักฐานพี่ก็น่าจะโอเค คงไม่ยากเกินไปที่จะได้วีซ่านะค่ะ   ส่วนเรื่องจะอยู่ไทย หรือไม่อยุ่ไทยหลังแต่งงาน  ค่อยคิดอีกทีนะค่ะ  เพราะ ถ้าพี่ได้วีซ่า 10 ปี มากอดแล้ว  คงไม่มีอะไรให้คิดมากเท่าไรแล้ว
    Back to Top
    loverkitty View Drop Down
    Senior Member
    Senior Member
    Avatar

    Joined: 26 Nov 2009
    Online Status: Offline
    Posts: 676
    Post Options Post Options   Quote loverkitty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Jan 2010 at 21:41 - IP: 202.12.97.123 IP Information
    พี่จ๋า และน้องเกด...ขอบคุณมากๆๆ นะจ๊ะ...Embarrassed จะได้นำไปเป็นกรณีศึกษาต่อไป
     
    Update อีกครั้งค่ะ...มะกี้คุยกับแฟนเกี่ยวกับการวางแผน(อีกครั้งอย่างจริงจัง) หลังจากแต่งงานแล้ว..แฟนก็บอกว่า อยากจะให้แคทได้ไปลองใช้ชีวิตที่เมกาดู เพราะยังไงถ้ามีลูก แฟนก็อยากให้ลูกเป็นลูกครึ่งไทย-เมกัน ไม่ใช่เพียงประเทศเดียว วัฒนธรรมเดียว ก็เลยอยากให้มาใช้ชีวิตที่เมกา แต่ก็สามารถกลับมาเยี่ยมตายายที่เมืองไทย มีบ้านที่เมกาและไทย เคยคิดกันว่า ถ้าลูกโตขึ้นก็อยากให้รับการศึกษาดีๆๆ แคทเองก็เลยคิดว่าที่เมกา คงจะดีกว่าเมืองไทย แต่ยังไงก็ไม่อยากให้ลูกลืมวัฒนธรรมไทยของเราแน่นอนค่ะ สุดท้ายก็เลยตกลงกันว่า แฟนจะมาอยู่เมืองไทย และทำงานที่ไทยในระยะรอวีซ่าไปด้วย แต่ดีค่ะ ที่แฟนมีทนายเป็นคนสิงคโปร์ด้วย และเคยทำวีซ่าให้ลูกค้าของแฟนเพื่อจะเดินทางไปยังเมกาด้วย ก็เลยดีและง่ายขึ้น(พอดีแฟนวางแผนไว้แล้ว..และได้ปรึกษากับสาวไทยคนเชียงใหม่ไปแต่งงานกับเพื่อนบ้านแฟน..แต่ไม่ยอมบอกเราสะงั้น ปล่อยให้เครียดๆๆ คนเดียวConfused)
     
    ตอนนี้ก็เหลือแต่ให้แฟนหายจากอาการไหล่เจ็บก่อนนะค่ะ แล้วจะเดินทางมาเมืองไทย ไม่เกินเมษายนนี้
     
    ยังไงก็จะรอแฟนมา และศึกษาวีซ่าไปพร้อมด้วยค่ะ..หวังว่าทุกอย่างคงจะราบรื่นไปด้วยดีEmbarrassed


    Edited by loverkitty - 22 Jan 2010 at 09:38
    แอบลุ้น...เด๋ยวรู้ผลแน่นอนคร้า
    แคทจร้า 26 กว่าๆๆ แระ
    Back to Top
    Page  123 51>

    Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



    This page was generated in 0.227 seconds.
    ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

    free counters