Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Ladyinter > Main Forum > VISA & Travel
  New Posts New Posts RSS Feed: Love story in my life
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

Love story in my life

Author
Bie1301 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 25 Jun 2016
Online Status: Offline
Posts: 20
Post Options Post Options   Quote Bie1301 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: Love story in my life
    Posted: 13 May 2017 at 17:46 - IP: 1.10.199.55 IP Information
สวัสดีคะ... วันนี้ได้มีโอกาสแชร์ประสบการณ์ชีวิตครั้งแรก  เรื่องราวก็มีอยู่ว่า...เราเคยผ่านการแต่งงานมีลูกมีครอบ ครัวกับผู้ชายไทยแล้วแต่เลิกลากันกับพ่อของลูก เริ่มต้นความรักระหว่างเรากับพ่อของลูกมันเริ่มมาจากเราให้น้องไปขอเบอร์มา แต่เวลานั้นที่รู้จักกันคุยได้ไม่นานก็ไม่ได้ติดต่อ เนื่องจากเราโคตรของโคตรเหร่ หลังจากนั้นประมาณ 2 ปีสามีเก่าของเราเลิกกับแฟนไป ช่วงนั้นรู้สึก hi5 กำลังฮอต เราติดต่อกันโดย เริ่มคุยกันจนกระทั่งตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ซึ่งครอบครัวเราก็ไม่เห็นด้วย (แต่ก็อย่างว่าความรักอะนะ) ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเริ่มต้นเขาบอกเราเลยว่าเขาอยู่กับเราไม่ใช่เพราะความรัก เพราะความสงสารมากกว่า หลังจากไม่นานวันหนึ่งเขามีผู้หญิงที่ทำงานเดียวกันโทรมาหาแล้วเรารับสาย บอกเลยว่าตอนนั้นโมโหมากเราพยายามถามความจริงเขาก็บอกแค่เป็นเพื่อนร่วมงานแต่เราไม่เคยเชื่อเลยพยายามหาความจริง จนมาวันหนึ่งเราออกไปข้างนอกกับพี่ เขากับผู้หญิงคนนั้นไปกินเหล้ากับพี่ที่ทำงานด้วยกัน เรากลับมาไม่เจอเลยโทรหาแต่ไม่รับสาย กลับได้ยินเสียงผู้หญิงรับ (ร้องไห้ฟูมฟาย) รอจนเขากลับมาในสภาพเมาเละเทะ เราถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้เขาให้เหตุผลว่าเราขี้หึงเกินไป ชอบบังคับโน่น นี่ นั่น ในตัวเขา เลยทำให้เขาเป็นแบบนี้และเริ่มคุยกับคนอื่น เราพยายามทำใจที่จะก้าวออกมาอยู่กับพี่สาว แต่ออกมาทีไรก็กลับไปทุกที เรากับเขาหมั้นกันช่วงประมาณปีใหม่ 2555 โดยมีกำหนดแต่งงานกันหลังจากหมั้น แต่ยังไม่ได้หาฤกษ์ ในระหว่างนั้นเขาก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับเราจนกระทั่งเรามีน้องกับเขา  การแต่งงานของเราได้เลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด พอคลอดออกมาทางครอบครัวเราเร่งวันแต่งงาน  เราแต่งงานประมาณปี  2557 หลังจากแต่งงานเรากับเขาใช้ชีวิตปกติเขาก็ดูรักเราดี แต่เขาชอบกินเหล้าเวลาทำงานก็ออกมากินเหล้า  พอเลิกงานก็ไม่ค่อยอยากกลับบ้านพอโทรตามก็ไม่รับสาย เราเป็นฝ่ายตามเขามาตลอด แฟนเราเอ่ยปากถามว่าเวลาไปกินเหล้าทำไมถึงตามไปเจอทั้งๆ ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน (อันนี้เราไม่รู้หรอกเพราะอะไร แค่ความรู้สึกของเรามันบอกว่าให้ไปตรงนี้แล้วจะเจอพอเราไปก็ไปเจอเขาจริงๆ พอบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เราเริ่มทำใจได้ เราเปลี่ยนจากคนที่เคยรักมากและหึงมาก กลับเป็นคนเย็นชาไม่รู้สึกอะไร จนวันหนึ่งเขาได้กลับไปรู้จักกับเพื่อนสมัยเด็ก เขาเริ่มออกจากบ้านและอ้างว่าไปหาเพื่อน เริ่มกลับดึก บางวันกลับตีหนึ่ง ตีสองตีสาม เคยเป็นไหมเวลาเขาไม่อยู่เราก็เป็นห่วงกลัวว่าจะเป็นอะไรเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า  พอเขากลับมาค่อยโล่งใจ บางคืนโทรหาแล้วไม่รับสายเราเลยไลน์เข้ากลุ่มครอบครัว แต่ครอบครัวเขาไม่ได้สนใจอะไร และแล้ววันหนึ่งเราโทรไปแล้วไม่รับสายเช่นเคย  เราเลยจับสัญญาณจากไอแพดดูตำแหน่งว่าอยู่ที่ไหน เพราะไอโฟนของเรากับไอแพดเขาเชื่อมต่อกัน โชคดีที่อยู่ใกล้ๆ ที่พักเราตาม GPS ไปแต่ไม่เจอเจ้าตัวเจอแต่กระเป๋า, รถจักรยานยนต์ กับเพื่อนของเขา เราถามเพื่อนของเขาๆ บอกไม่รู้มันไปไหนก็ไม่รู้ แล้วประโยคหนึ่งที่เพื่อนเขาพูดขึ้นมาว่าก็...บอกพวกเราว่าเธอไม่เอามันแล้วนิเราโมโหมากแล้วตอบกลับไปว่าถ้าเราไม่เอามันแล้วจะอยู่ด้วยกันทำไม จากนั้นก็โทรหาแม่ของเขา แม่เขาก็เพียงพูดว่าใจเย็นๆ ค่อยๆ คุยกันเราเลยบอกว่าถ้าหนูเลิกกับเขา หนูขอลูกมาอยู่กับหนู (หลังจากเราคลอดลูกได้เดือนครึ่ง เราก็เอาลูกไปให้ครอบครัวเขาเลี้ยงเพราะแม่เราอายุ 60 กว่า แกเลี้ยงไม่ไหว) เรากลับบ้านไปและโทรให้พี่สาวมาหาพอพี่สาวมาหาก็ปลอบใจให้คิดดีๆ ก่อนจะเลิก แล้วเขาก็กลับมา (สภาพไม่ต้องพูดถึงเมาเหมือนเดิม) วันนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจจะเดินออกมา ปรับความเข้าใจกัน เขาขอโอกาสปรับตัวจะเป็นคนใหม่แต่สุดท้ายก็ไม่เคยปรับตัว  จนกระทั่งเราตัดสินใจก้าวออกมาจากชีวิตเขาเพราะวันนั้นเขาเลิกงานแล้วเขาไม่กลับบ้านกลับมาอีกทีประมาณตี 5  พอเราปลุกไปทำงานกลับด่าและถีบเราทั้งๆที่น้องกับแฟนของน้องก็อยู่ด้วย ณ ตอนนั้นเราหมดความอดทน เราบอกว่าเราจะไปแต่ก่อนเคยห้ามแต่วันนั้นเขาบอกอยากไปก็เชิญ เราอาบน้ำแต่งตัวมาทำงาน พอถึงที่ทำงานร้องไห้และคุยกับพีที่ทำงานเราตัดสินใจจริงๆ แล้วว่าจะก้าวออกมา เราโทรบอกพี่สาวให้มารับพี่สาวเราไม่เชื่อเพราะเราออกมาจากเขาหลายรอบและสุดท้ายก็ต้องกลับไป เราเลยบอกว่าครั้งนี้จะไม่กลับไปแล้วพี่สาวเราจึงมารับ ในระหว่างที่เราเก็บของน้องเขากับแฟนน้องก็อยู่ และถามว่าจะไปไหนเราเลยบอกว่าพี่ไม่อยู่แล้วดูแลตัวเองดีๆ เราออกมาเป็นวันที่ป้าเราเสียพอดี พอเราออกมาเราก็กลับบ้านไปงานศพป้าพอดี  ตอนนั้นรู้เพียงพี่สาวเรา แต่แม่เราไม่รู้แม่เราก็ถามหาเขาว่าไม่กลับมาด้วยกัน เราได้แต่บอกแม่ว่าหยุดงานไม่ได้พอเรากลับมาทำงานพี่เล่าให้แม่ฟัง เราเลยร้องโฮใส่แม่ทางโทรศัพท์ หลังจากนั้นเราทำใจเข้มแข็งได้ว่าจะไม่กลับไปแม่พยายามพูดให้กลับไปแต่เราไม่กลับ เขาก็พยายามไลน์หา แต่เราปฎิเสธและบอกว่าเรื่องของเรามันจบไปแล้ว พยายามให้โอกาสทุกครั้งแต่ก็ไม่เคยปรับตัว กลับไปเป็นแค่คนรู้จักเป็นพ่อและแม่ของลูกดีกว่า (เอ้อลืมบอกไปว่าโทรศัพท์อีกเครื่องที่เราใช้ แชทในเฟสบุ๊คเขาลืมออกเราเห็นข้อความทุกอย่างที่เขาคุยกันกับเพื่อนซึ่งนี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราตัดสินใจก้าวออกมาเราไม่รู้ว่าเขามีคนอื่นหรือเปล่า แต่พอถามเขาก็บอกไม่มี ไปกับเพื่อน) หนึ่งปีเต็มแล้วที่เราก้าวออกมาจากการใช้ชีวิตคู่  เหงาดีเนอะ   หลังจากเลิกกับสามีเราตั้งปฎิญาณกับตัวเองไว้เลยว่ากูจะไม่เอาผัวคนไทย

     
 หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยกับฝรั่ง  มีนัดเจอหน้ากันดูหนัง กินข้าวบ้าง แต่ไม่ได้เป็นแฟนกัน  บางคนถ้าเรารู้ว่าคบหรืออยู่กับผู้หญิงไทยเราตัดปัญหาโดยการบอกเขาไปตรงๆ เพราะเราเคยผ่านการที่สามีๆ ผู้หญิงคนอื่นมาแล้วเราจึงไม่อยากยุ่งและทำในสิ่งที่ตัวเองได้รับมา และแล้วเราก็ได้รู้จักผู้ชายคนทางเว็บหาคู่เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วและเราได้แลกไลน์กันเพื่อติดต่อวันแรกที่เขาไลน์หาเราขอ call เจอหน้าว่าใช่คนเดียวกันกับคนที่อยู่ในรูปหรือเปล่าเราคุยกันทุกวันถามว่าทำอะไรอยู่ กินข้าวหรือยัง เขาเป็นคนมาเซโดเนียแต่มาทำงานที่อเมริกาเกือบ 10 ปีเขาบอกกับเราว่าทำงานตำแหน่งผู้จัดการของยี่ห้อโทรศัพท์ชื่อดังยี่ห้อหนึ่งในอเมริกา(อันนี้เราว่าทุกคนรู้ว่ายี่ห้ออะไร) เราคุยกันจนกระทั่งตกลงเป็นแฟนกัน (เป็นแฟนกันทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอหน้า) หลังจากนั้นเราก็เลิกคุยกับทุกคนเคยรู้จัก ไม่เข้าไปเล่นเว็บหาคู่อีกแล้ว เขาเป็นคนขี้หึง ไม่ชอบผู้หญิงเที่ยวและแต่งตัววาบหวิว ชอบคนทำกับข้าว
ชอบคนตัวเล็ก  ซึ่งทุกอย่างมันก็ค่อนข้างตรงกับเรา  เรามีปาร์ตี้บ้างเป็นบางครั้งบางคราวแต่ทุกครั้งที่เราไปเราบอกเขา แต่มีครั้งหนึ่งเราไม่ได้บอกเขา  พอเราเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในไลน์ เขาเลยถามว่าไปไหนมาเราบอกว่าไปวันเกิดเพื่อน วันนั้นก็ทำให้เราทะเลาะกันเพราะเราไม่ได้บอกเขา เราพยายามอธิบายและขอโทษจนกลับมาคืนดี เราคุยกันมาประมาณ 4 เดือนซึ่งช่วงเวลานั้นเขางานยุ่ง เพราะกลับจากทำงานเขาต้องซ่อมคอมฯ ซ่อมโทรศัพท์ ไม่ค่อยมีเวลาคุยกับเรา เราคิดว่าคนนี้คือคนที่ใช่สำหรับเรา ใช่ทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอหน้า เขาบอกว่าเขาจะแพลนวันมาหาเราตอนเขาว่างฮอลิเดย์  เราคุยกันทุกวัน
แต่มีบางช่วงที่รู้สึกว่าคุยกันน้อยลง (คิดในใจเขามีคนอื่นหรือเปล่า) เราจึงพยายามสืบหาเฟสบุ๊ค ไอจีและ skype ของเขา  ซึ่งก่อนหน้านี้เขาบอกว่าเขาไม่มีเฟสบุ๊คหรือโปรแกรมอะไรที่เกี่ยวกับโซเซียลเลยนอกจากไลน์  ซึ่งเพื่อนร่วมงานเราก็บอกว่า เห้ยยย! ใช่หรอ ทำงานด้านไอทีแต่ไม่เล่นอะไรแบบนี้แลย เราเลยลองหาชื่อเขาดูแต่ไม่เจอ พอดีเราได้อีเมล์เขามาตอนที่เราจะให้เขา facetime เราเลยรู้ว่าชื่อจริงนามสกุลจริงเขาชื่ออะไร  พอหาในเฟสบุ๊คมีชื่อนี้ซึ่งเป็นเฟสเขาจริงแต่ไม่มีการเคลื่อนไหว เราเข้าไปดูโปรไฟล์เขามีทุกอย่างเกี่ยวกับงานเขาแต่ไม่ค่อยได้อัพเดทหรือว่าไม่ได้เล่นนาน  และก็หาใน Skype ปรากฎว่าที่นางบอกว่าไม่มีคือเจอคร่า  และนี่เป็นประเด็นที่ทำให้ความรักของเราไม่ลงตัวเราแค็ปหน้าจอและส่งไปถามเขาว่าไหนบอกไม่ได้เล่น  เขาบอกว่านี่มันนานแล้ว ถ้าคุณไม่ไว้ใจผมเราก็เลิกกันไปเถอะ คือเลิกทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเจอหน้า เรากับเขาขาดการติดต่อเกือบ 4 วันเรารู้สึกว่าทำไมเขาไม่คิดถึงเราบ้างหรอ เราเลยส่งข้อความไปง้อ และเราก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม แต่ในสถานะเพื่อนที่ดูๆ กันไปก่อนว่าเราจะไปกันรอดไหม  เพื่อนที่ไม่ให้เราคุยกับใคร  เพื่อนที่ไปไหนก็ต้องบอกต้องรายงาน หรือเรียกอีกอย่างว่ามากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน (น่อวววววว 555) พอเราเริ่มทำใจได้เราเริ่มเปิดโอกาสให้ตัวเองหันกลับมาเล่นเว็บหาคู่อีกครั้ง  และถามกับเขาไปว่าตอนนี้เราเป็นอะไรกัน  เขาตอบเราว่ายังไม่ใช่แฟนผมกำลังดูคุณอยู่ ดูอารมณ์ของคุณว่าคุณควบคุมอารมณ์ได้ไหม (เราคิดในใจว่าก่อนหน้านี้คุณก็ทำท่าหึงหวงฉัน ทั้งๆ ที่เรายังไม่เจอหน้ากันไม่ใช่หรอ) 
พอเราบอกว่าโอเคฉันทำใจให้กลับมาเป็นเพื่อนของคุณได้แล้วนะ  เขาก็มีตอบกลับมา เฮ! เพื่อน เป็นไงบ้าง (ประมาณว่ากวน....) แต่เราก็ยังคุยกันปกติ มีบางคำที่เขาเรียกเราว่าที่รัก  เพราะปกติถ้าไม่ใช่แฟนเขาจะไม่เรียก เลยคิดในใจเอ๊ะจะเอายังไง
   
    และแล้วเราก็ได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่ง  เมื่อปลายเดือน พ.ย. 59 เขาเป็นคนออสเตรีย อายุ 26 ปี เป็นน้องเราเกือบ 3 ปีเลย (อายุเท่าสามีเก่าเลย 5555) แต่ตอนที่เราเริ่มคุยเราก็ยังคุยกับผจก. อยู่  และไม่ชอบเด็กคนนี้เอาซะเลย  ทำไมหรอ เพราะเขาเด็ก เพราะเขาอายุเท่าสามีเก่า  เราคิดว่าเขาคงดูแลเราไม่ได้หรอกยิ่งฝรั่งที่อายุน้อยเขาบอกว่ายังไม่คิดเรื่องครอบครัว  แต่เราเริ่มคุยกันแบบเพื่อนมากกว่า  เรากับเขาเล่าเรื่องอดีตของคนเก่า  เราบอกเขาเลยว่าเราเคยผ่านการแต่งงาน(ไม่ได้จดทะเบียน) และมีลูกมาแล้วนะ  เขาก็โอเคไม่ว่าอะไร เขาก็เล่าเกี่ยวกับแฟนเก่าของเขาว่าเขาเคยมีนะแต่เลิกกันไปเกือบปีแล้ว  เราแลกไลน์กันและเริ่มคุยกันในไลน์  เราขอเจอหน้า  (สเต็ปเดิมใช่คนเดียวกันป่าวว๊ากับในรูป) พอใช่เราคุยกับเขาบ่อยกว่าผจก. ซะอีก เขาถามเราว่าเราต้องการอะไรจากเว็บนั้น เราเลยบอกเขาว่าเพื่อน  แล้วคุณเขาก็บอกว่าหาเขาบอกว่าเพื่อนเหมือนกัน  ถ้าเข้ากันได้ก็เป็นแฟน  (อันนี้ฝรั่งส่วนใหญ่เขาจะถามเราเลยว่าหาอะไร บางคนหาคู่นอน  บางคนหาเพื่อน บางคนหาแฟน ภรรยา ซึ่งเราว่าก็ดีนะ  ถามๆจะได้ชัดเจนในสถานะไปเลย) พอคุยกันได้ไม่ถึงอาทิตย์  น่าจะประมาณ 4 วันมั้งถ้าจำไม่ผิด เขาบอกว่าจะบินมาหา (ป๊าดดด>เร็วแท้นี่รู้จักไม่ถึงอาทิตย์หลอกตูหรือเปล่า) เขาก็ถามเราว่าสะดวกช่วงไหนถ้ามาหลังปีใหม่เราว่างไหม  เราก็บอกว่าเราหยุดวันนี้ถึงวันนี้นะ  สะดวกมาไหมช่วงปีใหม่  นางรีบเช็คตั๋วว่ามีที่ว่างหรือเปล่า  ปรากฎว่าราคาตั๋วสูงเพิ่มเป็น 2 เท่าคร่า  นางเลยบอกเปลี่ยนวันมาหลังปีใหม่ได้ไหม เราบอกว่าเราหยุดไม่ได้เพราะเป็นต้นปีและติดวันหยุดยาว พอดีเรามีจองแพ็คเกจไปเที่ยวภูเก็ตกับเพื่อนกลางเดือนธันวาคมพอดี  เราก็บอกกับนางว่ามาวันนี้สิ  เราจะไปเที่ยวภูเก็ตกับเพื่อนเขาก็บอกว่าลางานก่อน พอวันรุ่งขึ้นนางลางานบอสอนุมัติ รีบแจ้งเราเลยจร้า ผมลางานแล้วนะเดี๋ยวดูตั๋วก่อนว่าราคาดีที่สุดวันไหนบ้าง  พอนางเลิกงานกลับบ้านประมาณตีหนึ่งนางส่ง  Boardding Pass มาให้ดู  (ตอนนั้นเราคิดในใจจริงหรอ  นี่พึ่งรู้จักกันนะ  ซึ่งต่างกับคนที่คุยกันเกือบ 6 เดือนที่บอกจะมาหาแต่ไม่แพลนมาหาสักที) ตอนนั้นเราก็ไม่เชื่อหรอกว่านางจะมาจริงๆ ถึงมี  Boarding Passมาให้ดูก็ตาม เราเชื่อสิ่งที่ตาเห็นและสัมผัสได้มากกว่าคำพูด  พอถึงวันที่นางจะเดินทางมานางนั่งรถไฟจากบ้านนางไปสนามบินมิวนิค  เยอรมนี และถ่ายรูปส่งมาให้ดูว่าอยู่บนรถไฟ แต่เราก็ยังไม่เชื่อ พอนางถึงสนามบินที่ต้องต่อเครื่องมาไทย  นางใช้ wifi ของสนามบินไลน์มาว่ารอต่อเครื่องอยู่ตั้ง 3 ชั่วโมง พอถึงเวลาเลิกงานเราไปรับทีสนามบิน 

    ระหว่างเรายืนรออยู่จะมาจริงหรือเปล่าวะ พี่คนที่เป็นไกด์ไปรับลูกค้าที่สนามบินเราก็ถามว่าเขามารับสายการบินไหน  เขาก็บอกมาสายการบินกับเรา  เราก็เล่าให้เขาฟังเขาบอกว่านี่ยังดีนะที่แฟนน้องมีให้ดูว่าถึงเวลากี่โมง  อย่างน้อยก็เป็นประกันว่าเขาไม่ได้หลอกเรา  ต่างกับบางคนที่เขามาไกลจากต่างจังหวัดมารอรับแฟน  แต่ไม่มีตั๋วไม่มีอะไรให้ดูเลย พอสุดท้ายผู้ชายก็หลอกเดินทางมาเสียเที่ยวเสียเวลาเปล่าๆ  เขาถามเราว่าถ้าเจอหน้ากันจะมีกอดจูบเหมือนในหนังหรือเปล่า  เราเลยตอบเขาว่าไม่หรอกพี่หนูไม่ได้ชอบเขาคิดเป็นแค่เพื่อนมากกว่า ระหว่างที่คุยกับพี่คนนั้นเราเหลือบไปเห็นฝรั่งคนหนึ่ง เอ๊ะ! ทำไมหน้าคุ้นๆ กับคนที่เราคุย แต่ทำไมตัวไม่สูง หุ่นไม่ใหญ่เหมือนคนที่เราเคยเจอ (คือแบบเราจินตนาการไปไกล ก้ออย่างว่าฝรั่งที่เราชอบมาก่อนหน้านี้ หุ่นล่ำๆ มีซิกแพ็ค ตัวสูงๆ นี่หน่าาาา) ถามว่านางหล่อไหม สำหรับคนไทยเขาเป็นคนที่หล่อมากกก แต่ตัวไม่ใหญ่ เพราะเขาสูงห่างจากเราแค่ 10 ซม. เราสูง 158 ซม. เขาสูง 168 ซม. ดูจากพาสปอร์ตของนาง เข้าเรื่องดีกว่าเรามองไปเห็นนางเราเลยบอกพี่ที่คุยกันน่าจะใช่เขาเหมือนจะเจอเขาแล้ว ก้อเลยวิ่งตามนางไป แต่ระหว่างที่วิ่งก็ยังไม่เรียกชื่อ จนจังหวะที่นางมองหา ATM และหันหลังกลับมา เราอยู่ด้านหลังเขาพอดี ตอนนั้นเราใส่ส้นสูง ตัวเกือบเท่ากันเลย (ให้ทายซิว่าหลังจากที่เจอหน้ากันครั้งแรกแล้วนางทำยังไงต่อ อิอิ) นางไม่ถามสักคำว่าเราคือคนที่คุยกับนางหรือเปล่า นางเซย์ฮัลโหลแล้วโผลเข้ากอดและจูบ 💋💋💋 ฟินส์ไหมละ เราอึ้งสักพักหนึ่งด้วยวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน คำพูดแรกที่นางบอกคือ You're perfect for me เอ้ยยย! เพอร์เฟคตรงไหน ดำๆ แห้งๆ ผอมๆ นี่นะ พอกอดจูบเสร็จก็พานางไปขึ้นแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน เดินผ่านพี่คนนั้นก้อบ๊ายๆ คงคิดในใจไหนบอกไม่ชอบ ไม่จูบงัย 5555
      
        พอเราขึ้นแท็กซี่เสร็จ  ก็ถามนางว่าเหนื่อยไหมนางบอกไม่เหนื่อย พอมาถึงห้องนางไม่พักคร่าาา พาผมไปเที่ยวหน่อย (อันนี้แฟนมาพักกับเรา ใจกล้าาปะล้าา อันนี้ไม่แนะนำให้เลียนแบบนะคะ เพราะบางทีเราอาจจะไม่ได้เหมือนแฟนเราก็ได้) นางเก็บของเสร็จเราพานางไปกินข้าวซ. นานา เพราะฝรั่งแถวนั้นเยอะ 555 แต่ไม่ค่อยมีอะไรกิน เลยกินอาหารปกติ วันนั้นรู้สึกว่านางจะกินผัดไทยมั้งถ้าจำไม่ผิด พอกินข้าวเสร็จเราพานางเดินไปไปไหว้พระพรหมที่แยกราชประสงค์และเดินไปไหว้พระพิฆเนศกับพระตรีมูรติหน้าเซ็นทรัลเวิร์ด ตอนแรกหลังจากไหว้เสร็จว่าจะพานางไปข้าวสาร แต่มันดึกแล้ว กลับห้องดีกว่า พอถึงห้องเราถามนางว่าทำไมนางถึงกล้ามาหาเราทั้งๆ ที่ไม่เคยมา (นางมาครั้งนี้ครั้งแรก) นางบอกว่าก็ผมอยากเจอคุณ อีกอย่าผมมีฮอลิเดย์อยู่เลยตัดสินใจมาที่นี่ เราก็ถามนางต่อคุณไม่กลัวหรอ? นางถามกลับว่ากลัวอะไร เราก็เลยเล่าเรื่องราวที่คนต่างชาติมองผู้หญิงไทยในแง่ลบ เขาเลยบอกว่าผมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นและผมเชื่อว่าคุณไม่ใช่ เราก็ภามต่อว่าแล้วระหว่างเราคืออะไร เพื่อนเท่านั้นหรือเปล่า นางตอบว่าผมว่าระหว่างเรามันคือ Relationship นะ (ที่เราถามก็เพราะเราไม่อยากเสียเวลาไม่อยากเจ็บ ถ้าจะคบมากกว่านี้มีอนาคตร่วมกันก็จะได้เปิดโอกาสให้ตัวเอง แต่ถ้าไม่ก็จะไม่เผลอใจ) เราเลยเล่าว่าตอนแรกที่คุณจะมาหาเราๆ ก็ไม่เชื่อนะว่าจะมา นางถามว่าทำไมละ? เราเลยบอกไปว่าเราพึ่งรู้จักกันยังไม่ถึงอาทิตย์แล้วแพลนตั๋วมาหาเรา นางฟังแล้วก็หัวเราะ
     
       พอวันรุ่งขึ้น เราพาแฟนไปเที่ยวสวนหลวง ตอนแรกคิดว่านางจะตื่นไม่ไหว เพราะเวลาไม่ตรงกันบ้านนางช้ากว่าเรา 5 ชั่วโมง เราตื่นประมาณ 6 โมงเพื่อไปตลาดซื้อของมาทำให้นางกิน พอกินเสร็จก้อพาไปสวนหลวง ใช้เวลาอยู่สวนหลวงทั้งวัน จนเย็นเราเลยเดินพานางมาตลาดนัดรถไฟเพื่อหาของกิน นางเห็นบาร์บีคิวและถามว่านี่คือไรเราก็บอกไป นางบอกว่าอยากลองสอยไป 2 ไม้นางบอกอิ่ม แลเวเราค่อยไปหาของเรากิน หลังจากกินเสร็จเราก็พานางเดินไปดูไพ่ยิปซี (แต่ก่อนเราไม่ค่อยชอบการดูดวง แต่ตั้งแต่เราเลิกกับสามีเราชอบไปเลย) เรานั่งรอคิวประมาณ 3 คิว และถึงคิวเราพอนางเห็นเราหยิบเงินค่าครู นางหยิบเงินของนางให้เรา เฮ้ย! ให้เราทำไม คือเราเริ่มเชื่อเรื่องการดูดวง เราก็เช็คสิ คนนี้ดีไหมถ้าเป็นแฟนกันจะดีหรือเปล่า อะไรประมาณนั้นแบบว่าให้ดวงของเราช่วยตัดสินใจ อิอิ กลับถึงห้องนางบอกพรุ่งนี้อยากไปพารากอน เราเลยบอกเส้นทางว่าคุณต้องยั่งรถเมล์สายไหนแลเวไปลง bts สถานีไหน พร้อมกับบอกว่าดูแลตัวเองดีๆ อย่าไว้ใจใคร และยื่นกระดาษแผนที่จากบ้านเราไปพารากอน ถ้าคุณลืมบอกคนแถวนั่นฝห้โทรมาหาฉัน

       พอวันที่สอง เราไปทำงานเราตื่นมาทำกับข้าวให้นางกินก่อนไปทำงาน นางตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวไปพารากอน บอกนางให้แวะซื้อซิมการ์ดที่เซเว่นหน้าปากซอย พอนางได้ซิมมีเน็ตนางไลน์หาเรามีซิมเมืองไทยแล้วววว พอใกล้เลิกงานนางส่งข้อความมาถามใกล้เลิกงานหรือยัง ผมรอคุณอยู่พารากอนนะ (แบบว่าไปได้แต่กลับไม่ถูก55) เราเลิกงานเราเลยนั่งรถไฟฟ้าแล้วไปรับนางมากนข้าวกับพี่สาว วันที่สามเราก็ไปทำงานเช่นเคย นางก็ไปพารากอน วันนี้นางบอกอยากไป sky bar นางกูเกิ้ลหาสถานที่ๆ ใกล้บ้านเรา พอเราเลิกงานเราก็กลับบ้านแต่งตัวออกไปหานาง โดยบอกนางให้ลง BTS สถานีใกล้โรงแรมที่จะไปดินเนอร์ พอนางเจอเรานางบอกวันนี้คุณแต่งตัวเซ็กซี่จัง แล้วก็เดอนจับมือเรา
    
        วันที่สาม  เราหยุดงานพานางไปเที่ยววัดแถวอยุธยา นางชอบแต่ว่าร้อนเกินไป นางเลยบอกกลับบ้านเราเถอะ เลยพากลับ ถึงบ้านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จพาไปดินเยอรมันโดยให้นางเป็นคนเรื่องร้าน วันที่สี่ - หก เราพานางเดินทางไปที่ภูเก็ต เพราะเราจองทริปเที่ยวกับเพื่อน พอไปถึงโรงแรมนางบอกอยากไปไหว้น้ำ เลยพานางไปสระว่ายน้ำ เราก็เซลฟี่ส่วนนางก็ว่ายน้ำพอเพื่อนมาถึงก็ตามไปสระน้ำ บอกจะไปแหลมพรหมเทพ นัดกันไว้ประมาณ 5 โมงก็พานางไปแหลมพรหมเทพ บรรยากาศสวยมากกกก พอวันถัดมาเป็นวันเดย์ทริปในแพ็กเกจที่ซื้อคือไป เกาะพีพี วันที่สามที่อยู่ภูเก็ตเราจองตั๋วบินกลับกรุงเทพไฟลท์ดึก ตอนกลางวันเราก็พานางไปทะเลป่าตอง นางชอบเล่นน้ำ ชอบทะเล ( แต่หารู้ไม่ว่าแดดเมืองไทยมันอำมหิตแค่ไหน) พอกลับมาคืนนั้นนางนอนไม่ได้ เพราะหลังแดงขึ้นผื่นเพราะแพ้แดด ประมาณตีสามเราเลยพานางไปซื้อยาและทาให้นางๆ ถึงนอนได้

     วันสุดท้าย ที่เราไม่อยากให้มันถึง คือวันเดินทางกลับของนางๆ เลือกไฟลท์ดึกประมาณเกือบตีสอง ตอนเช้านางตื่นพานางไปพารากอน นางอยากดู Ocean world พอตกเย็นพาไปดินเนอร์ แล้วกลับมาเตรียมตัวเก็บของไปสนามบิน วินาทีนั้นความรู้สึกทำไมรู้สึกผูกพันกับผู้ชายคนนี้ มันเป็นเพียงเวลาสั้นๆ เองนะ (อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เราไม่มีใครและอยู่คนเดียวมั้งหลังจากที่เลิกกับสามี พอมีอีกคนมาอยู่ก็เลยผูกพัน) วันนั้นมองนางเก็บของน้ำตาไหล นางเห็นนางเดินไปหยิบทิชชูให้เช็ด เราถามนางว่าระหว่างเราจะได้เจอกันอีกไหม นางตอบว่าเราจะหาช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพื่อให้เราได้เจอกัน คุณอยากไปเที่ยวบ้านผมไหม สัญญากับผมก่อนว่าเจอกันครั้งต่อไปคุณจะไม่ร้องไห้ พอหยุดร้องไห้นางเลยเก็บของต่อ และเราไปส่งสนามบิน กอดลานางคือความรู้สึกตอนนั้นคืออย่าจากฉันไปได้ไหม นี่ความรู้สึกเราตอนนี้กับตอนที่ยังไม่เจอกันทำไมมันไม่เหมือนเดิม นี่แค่ 8 วันเองนะที่อยู่ด้วยกัน พอส่งนางถึงเคาน์เตอร์เช็คอินเราก็กลับบ้าน นางก็รอเครื่องเกือบ 3 ชั่วโมง

     พอนางกลับบ้าน เราก็รอการติดต่อกลับมาของนาง ใจหนึ่งก็กลัวเพราะมีคนเคยบอกว่า นิสัยของฝรั่งถ้าเจอครั้งแรกแล้วไม่ใช่เขาก็จะไม่ติดต่อเราให้เสียเวลา แต่ถ้าเราใช่สำหรับเขาๆ ก็ติดต่อกลับมา พอนางถึงนางติดต่อมาและบอกว่าผมถึงแล้วนะ เรานี่โล่งไปเลย ( ก่อนนางกลับเราถามนางว่าคุณจะติดต่อมาหาเราไหม นางถามกลับว่าทำไมผมถึงจะไม่ติดต่อกลับมาละ ทำไมเรากลัวเขาไม่ติดต่อเพราะระหว่างที่ไปภูเก็ตมันมี accident หลายอย่าง นางเป็นคนตรงตาอเวลามาก คือแพลนอะไรไว้ต้องแป๊ะๆ ทั้งเรื่องการจราจรอะไรหลายอย่าง แต่มันก็ผ่านมาได้) พอนางติดต่อกลับมาเราๆ มีโอกาสเปิดใจกัน เราถามเขาว่าระหว่างเราตอนนี้คืออะไร เพื่อนหรือแฟน นางบอกว่าเราเป็นแฟนนาง ( ยิ้มสิคะรออะไร ) นางบอกว่าเราคือคนที่ใช่สำหรับเขา ผมสามารถหาคุณเจอแล้ว (ฟังดูน้ำเน่าไปไหม)

     หลังจากวันนั้นเราถามกับอีกคนที่คุย ถามสถานะว่าเราเป็นอะไรกัน พอเขาบอกเป็นเพื่อน เราเลยบอกกับอีกคนว่าเราจะเปิดใจให้คนอื่นนะ เขาก็ดูไม่แคร์เราและบอกกับเราว่าโอเค ดูแลตัวเองด้วย เราโล่งใจก็เลยเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปคู่เรา ผจก. โกรธสิคะ ไหนคุณบอกว่าคุณไปกับเพื่อน แล้วรูปโปรไฟล์มันคืออะไร คุณบอกว่าลาพักร้อนไปกับเพื่อนแต่คุณไปกับผู้ชายอื่น บลาๆๆๆ แล้วก็จบลงที่คุณก็ไม่ต่างจากผู้หญิงที่ผมรู้จัก คุณมันเหี้ย (โอ้วว อย่าด่าข่อยหลาย ข่อยสารภาพผิดไม่มัน) เอาชีวิตเหี้ยๆของคุณออกไปจากชีวิตผม โอ้ววว นี่ขนาดยังไม่เจอหน้ากันนะยังขนาดนี้ เราเข้าใจความรู้สึกเขานะ แต่ระหว่างการกระทำกับคำพูดเราเชื่อการกระทำมากกว่าคำพูด คุณบอกจะมาหาแต่คุณไม่เคยคิดที่จะแพลน กับอีกคนเราไม่เคยรู้สึกคาดหวังว่าเขาจะมาเขากลับมา

เดี๋ยวมาเล่าต่อความรู้สึกที่เราไปบ้านเขาไปเจอครอบครัวและเพื่อนเขาต่อนะคะ Story เรายาวหน่อยบางคนอาจอ่านแล้วหงุดหงิด ต้องขออภัยด้วยคะ

Edited by Bie1301 - 15 May 2017 at 12:47
Back to Top
DJ View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Mar 2013
Online Status: Offline
Posts: 997
Post Options Post Options   Quote DJ Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 May 2017 at 18:42 - IP: 185.51.74.248 IP Information
มาปักหมุดไว้ค่ะ เลิกงานเดี๋ยวเข้ามาอ่าน
Back to Top
Peachy2013 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 13 Jan 2013
Location: Thailand /Suomi
Online Status: Offline
Posts: 1673
Post Options Post Options   Quote Peachy2013 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 May 2017 at 20:48 - IP: 124.122.44.227 IP Information
ยาวอะอ่านได้ ไม่หงุดหงิด ถ้าสำนวนการเขียนชวนอ่าน ที่สำคัญตัวหนังสือไม่ติดกันเป็นพรืด มีการแบ่งวรรคตอนและขนาดตัวหนังสือที่ใหญ่กว่านี้
Peachy M.
Back to Top
Bie1301 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 25 Jun 2016
Online Status: Offline
Posts: 20
Post Options Post Options   Quote Bie1301 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 May 2017 at 21:25 - IP: 223.24.5.23 IP Information
ต้องขอโทษด้วยคะ พอดีมะกี้เรากำลังแก้ไขข้อความอยู่คะ
Back to Top
Redrose1972 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 07 Jun 2016
Location: Chonburi
Online Status: Offline
Posts: 24
Post Options Post Options   Quote Redrose1972 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 May 2017 at 00:19 - IP: 27.55.84.149 IP Information
รออ่านค่ะมาไวค่ะอิอิ
Friendship is the only cement that will even hold the world
together😘
Back to Top
Bie1301 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 25 Jun 2016
Online Status: Offline
Posts: 20
Post Options Post Options   Quote Bie1301 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 May 2017 at 00:41 - IP: 223.24.5.23 IP Information
ขอบคุที่รออ่านนะคะ เราตั้งกระทูใหม่เป็นเรื่องราวต่อเนื่อง เพราะมันยาวมากกก http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=92304&PID=1964167&title=love-story-in-my-life#1964167 ขอบคุณที่ติดตามคะ
Back to Top
Sun&Snow View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Jan 2014
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 486
Post Options Post Options   Quote Sun&Snow Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 May 2017 at 10:46 - IP: 110.164.220.104 IP Information
โอ๊ย... ถ้าเรื่องมันเยอะ และยาวมากๆๆๆ น่าจะขยายตัวหนังสือ แบ่งย่อหน้าหน่อยนะคะ แบ่งเล่าที่ละชุดข้อความก็ได้คะ  บอกเลยยังไม่ทันจะอ่านเห็นมาเป็นพรืดเดียว  ก็อยากขอให้ท่านอื่นช่วยขยายและเ่าให้ฟังอีกทีคะ  ไม่ได้จะดราม่าอะไร แค่แนะนำให้ช่วยปรับเปลี่ยนนิดเดียวคะ 


http://www.ladyinter.com/uploads/37176/Pe.jpg
Back to Top
muksabuy View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 29 Jan 2017
Location: bangkok
Online Status: Offline
Posts: 9
Post Options Post Options   Quote muksabuy Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 May 2017 at 11:15 - IP: 180.183.247.87 IP Information
จขกท.อุตส่าห์เอาเรื่องความรักมาแบ่งปัน  แต่เราอ่านแค่ช่วงตอนต้นกับช่วงท้ายๆ ของเรื่อง  ไม่ใช่ว่าการนำเสนอไม่น่าสนใจนะคะ เพียงแต่ว่าเราไม่ใช่หนอนหนังสือ LOL

ยังไงก็ขอให้ความรักสมหวังและมีความสุขกับชีวิตรักครั้งใหม่มากๆนะค่ะ รักนะ จุ๊บ จุ๊บ
Back to Top
Bie1301 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 25 Jun 2016
Online Status: Offline
Posts: 20
Post Options Post Options   Quote Bie1301 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 May 2017 at 12:44 - IP: 1.10.199.55 IP Information
ต้องขอโทษด้วยคะ่ พอดีเราพิมพ์ในโทรศัทย์ ข้อความเราเลยไม่รู้ว่าจะเพิ่มขนาดยังไงอะคะ
Back to Top
Yahoo22 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 18 Aug 2013
Location: มันสำคัญนักหรือ
Online Status: Offline
Posts: 5812
Post Options Post Options   Quote Yahoo22 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 May 2017 at 13:44 - IP: 119.46.225.186 IP Information
อ่าน มาเรื่อยๆ พอท่อนสุดท้าย ผู้ชายบอกแบบนี้ จบซิค่ะ รออะไร ผู้ชายเฮงซวยแบบนี้ จะคบกับมันไปเพื่อ ConfusedConfusedConfusedConfused
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down

การแสดงความคิดเห็น (Comments)

ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ Ladyinter
และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
Ladyinter ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

 

ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เป็นอันขาด
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว เกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
  • ห้ามเสนอข้อความอันมีเจตนาใส่ความบุคคลอื่น ให้ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง โดยไม่มีแหล่งที่มาของ ข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  • ห้ามเสนอข้อความอันเป็นการท้าทาย ชักชวน โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยมูลแห่งความขัดแย้ง ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น โดยเสรีเช่นวิญญูชนพึงกระทำ
  • ห้ามเสนอข้อความกล่าวโจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายต่อ ศาสนา หรือคำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
  • ห้ามใช้นามแฝงอันเป็นชื่อจริงของผู้อื่น โดยมีเจตนาทำ ให้สาธารณะชนเข้าใจผิดและเจ้าของชื่อผู้นั้นได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
  • ห้ามเสนอข้อความอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
  • ห้ามเสนอข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เช่น email address หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ ห้ามเสนอข้อความ หรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของสังคม

 

คู่มือการใช้งาน

  1. การสมัครสมาชิก
  2. กรณี not Activation Email
  3. การตั้งกระทู้
  4. การแก้ไขกระทู้
  5. การตอบกระทู้
  6. การใส่รูป และใส่ลิงค์ ในกระทู้
  7. การใส่ VDO ของ YouTobe , Vimeo , Flash 
  8. การใช้งาน PM (Private Messenger)
  9. การใส่ signature ,  avatar
  10. การยกเลิกการเป็นสมาชิก
  11. การเปลี่ยนชื่อสมาชิก
  12. การแจ้งลบกระทู้
  13. เงื่อนไขการ ตั้งกระทู้ในห้องเปิดท้าย
  14. เมื่อลืมรหัสผ่าน เข้าใช้งาน เว็บไซต์ฯ

ติดต่อทีมงาน : editor@thaicomp.com




This page was generated in 0.232 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters