Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Ladyinter > Main Forum > VISA & Travel
  New Posts New Posts RSS Feed: Love story in my life (ต่อ)
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

Love story in my life (ต่อ)

Author
Bie1301 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 25 Jun 2016
Online Status: Offline
Posts: 22
Post Options Post Options   Quote Bie1301 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: Love story in my life (ต่อ)
    Posted: 14 May 2017 at 00:38 - IP: 1.10.199.55 IP Information
ต่อจากกระทู้นี้นะค่ะ http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=92300&title=love-story-in-my-life เนื่องจากกระทู้ที่แล้วเนื้อหาเยอะมาก ต้องขออภัยด้วยค่ะ หากข้อความที่อ่านวรรค หรือตัวหนังสือเล็กเกอนไป มาต่อกันเลยนะคะ


     หลังจากที่เราขึ้นรูปโปรไฟล์ทั้งไลน์และเฟสบุ๊ค เขาก็เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปคู่ของเรา สักพักเขาขึ้นสถานะในเฟสบุ๊คเป็นคบกันกับเรา ซึ่งเราไม่เคยมาก่อนว่าผู้ชายคนนี้จะขึ้นสเตตัสแบบนี้ เพราะเขาเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ ไม่ชอบความวุ่นวาย มีอยู่วันหนึ่งเขาถามเราขึ้นมาว่าคุณแพลนอนาคตของเราไว้หรือยัง เราเลยแกล้งถามกลับว่าอนาคตอะไรหรอ เขาก็ตอบว่า อนาคตคุณสามารถมาอยู่ที่บ้านผมได้หรือเปล่า (เราอึ้งกับคำถามไปสักพัก เพราะตั้งแต่เราเจอกันเราไม่เคยคาดหวัดว่าเขาจะเป็นคนถามคำถามแบบนี้ เพราะข้อความที่คุยกันไม่ค่อยหวานหรือแสดงออกว่ารักเราเลย แต่เขาจะเน้นการแสดงออกมากกว่าคำพูด) เราเลยตอบเขาไปว่าเราไปอยู่ได้นะ แต่ถ้าจะให้เราไปเราจะไปในฐานะแต่งงานเท่านั้น เขาก็ตอบมาว่าใช่ (ถามว่าดีใจไหมเราก็ดีใจนะ แต่ไม่อยากหวังอะไรมากเพราะระยะทาง เวลาที่เรารู้จักกันมันน้อยไป บอกตรงๆ เรากลัวๆ การจากลา กลัวการเสียใจ) หลังจากที่แฟนเรากลับไปได้ไม่ถึงครึ่งเดือน (เขากลับ 18 ธ.ค) เขาให้เราเดินทางไปบ้านเขา ซึ่งครั้งนี้เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศนอกจากตลาดลาวทางช่องเม็ก จ. อุบลฯ เราทำพาสปอร์ตวันที่ 30 ธ.ค. เราเริ่มเตรียมเอกสารสำหรับการทำงาน ทางการเงิน เพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวไปยังบ้านเขา เขาช่วยเราในเรื่องออกจดหมายเชิญและขอ code จากสถานีตำรวจ โดยในจดหมายเชิญระบุว่าอยากให้เราเดินทางไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของเขาและครอบครัว เราเดินทาง 5 เม.ย. ที่ผ่านมาและเดินทางกลับ 15 เม.ย. เราเริ่มยื่นก.พ. ตอนนั้นกลัวว่าวีซ่าจะไม่ผ่านเพราะเราไม่เคยเดินทางไปไหนเลย เราตัดสินใจจ้างเอเจนซี่ (เพื่อนเจ้านาย) เดินเรื่องเอกสารให้ ผลวีซ่าออกมาผ่านทำให้แฟนเราดีใจมาก

     พอถึงวันเดินทางขึ้นเครื่องร้องไห้จร้าาา คิดถึงแม่ไม่เคยเดินทางไปไกลขนาดนี้ (ก่อนเดินทางเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย เตือนให้ระวังตัวกลัวโดนหลอก 555 ขอบคุณทุกความห่วงใย) พอไปถึงสนามบินที่จะต่อเครื่อง ไฟล์จากเมทองไทยดีเลย์ทำให้เราต่อเครื่องไม่ทัน ปกติเราต่อ 2 แต่วันนั้นเราต้องต่อ 3 กว่าจะถึง ไม่รู้จะทำยังไงนอกจากติดต่อเคาน์เตอร์และโทรหาแฟนบอกเราไปไม่ทันเครื่อง เปลี่ยนเวลาจาก 5 โมงเย็น เป็นถึงเกือบ 4 ทุ่ม และบอกแฟนว่าคุณอย่ากลับบ้านนะถ้าไม่เจอฉัน พอถึงสนามบินมิวนิค ลงมาเอากระเป๋าๆ ไม่มาคร่าาา อยู่สนามบิน ที่เราต่อเครื่อง เดินเรื่องๆ กระเป๋าเป็นอาทิตย์ เมื่อถึงบ้านแฟนเวลาก็ปาไปตีหนึ่งกว่า ประมาณ 6 โมงเช้าบ้านเรา พ่อแฟนออกมาเปิดประตูให้ เรายกมือไหว้และกล่าวคำว่า "สวัสดีค่ะ" แฟนบอกเบาๆ ดึกแล้ว

       วันรุ่งขึ้น แฟนพาไปเที่ยวในเมืองที่เขาทำงาน (อินบรู๊ค) ก่อนไปเราเจอแม่เขาตอนลงมาข้างล่างเรายกมือไหว้และกล่าวคำว่า "สวัสดีค่ะ" เขาก็กล่าวคำทักทายเป็นภาษาเยอรมัน แล้วก็ถามเราว่านอนหลับสบายดีไหม เราก็บอกว่าสบายดีค่ะและก็ยิ้ม แฟนก็เดินลงมา มองเห็นแม่แฟนหันมองหน้าแฟนแล้วยิ้ม (เหมือนจะแซวว่าหาตัวเล็กกว่าตัวเองจนได้นะ 😆😆)    

       วันที่สาม - วันที่เจ็ด ของการอยู่บ้านแฟน แฟนพาไปเที่ยวและพักที่ซาร์กบวร์กและเวียนนา ตอนเช้าแม่แฟนเดินมาเรียกเราหน้าบ้านบอกมานี่ๆ ประมาณว่ามันหนาวแล้วไม่ได้ใส่เสื้อโค๊ดให้เข้ามาอยู่ในบ้าน เรากับแฟนขึ้นรถจะออกเดินทางนางยืนยิ้มโบกมือบ๊ายๆ ให้ เราก็โบกกลับ พอเราไปพักที่กรุงเวียนนาวันที่สามของการพัก วันนั้นจะครบอาทิตย์นึงของกระเป๋าเราหายจากสายการบินพอดี กระเป๋าถูกส่งมายังโรงแรมที่เราพัก (ต้องขอบคุณแฟนที่ตามกระเป๋าให้) วันนั้นเป็นวันที่โดนล้วงกระเป๋า คือปกติจะพหกระเป๋าห้อยด้านหน้าและจะไม่พกเงินติดตัวไปจนหมด แต่วันนั้ไม่รู้ทำไมถึงหยิบกระเป๋าเป้สะพายหลังใบเล็กและพกทั้งเงินไทย บัตรเครดิต เงินยูโร ก่อนเดอนหลับห้องจะเแาของที่ซื้อไปไว้ เป็นจังหวะที่เดินตามแฟนไม่ทัน ไม่แน่ใจว่าหายช่วงเดินขึ้นบันไดเลื่อนในรถไฟใต้ดินหรือเปล่า เดินผ่านกระจกแล้วมองตัวเองกระเป๋าเปิด เห้ยย! ทำไมกระเป๋าเปิดก่อนหน้านี้เราปิดไว้หนิ ตะโกนบอกแฟนว่าโดนล้วง นางถามว่าอะไรหายบ้าง พาสปอร์ตหายไหม เราบอกไม่หาย กล้องอยู่ ทุกอย่างอยู่ครบยกเว้นกระเป๋าตัวค์ แฟนบ่นใหญ่เลยบอกแล้วว่าให้เดินใกล้ๆ ผม ให้ดูแลตัวเองดีๆ บลาๆๆๆๆ แล้วพาไปแจ้งตำรวจและโทรระงับบัตรเครดิต กลับมาที่พัก เราร้องไห้อยู่ในห้องน้ำโทรหาพี่มี่ทำงาน พอระบายเสร็จเดินออกมาร้องไห้ต่อ นางถามว่าร้องไห้ทำไม เราก็ตอบว่าเปล่า บอกแฟนว่าอยากกลับบ้านแฟนแล้วไม่อยากอยู่เวียนนาแล้ว แฟนบอกเรากลับไม่ได้ เราจ่ายทุกอย่างไปหมดแล้ว เราต้องกลับวันพฤหัสฯนางเลยพาไปปลอบใจที่ผับ 😅😅
      
      พอถึงวันพฤหัสเดินทางกลับบ้านแฟนเราอยู่บ้านกับแฟน 2 คน เพราะแม่กับพ่อเขาไปพักบ้านที่ฮังการี เราเลยยังไม่ได้ให้ของฝากทั้ง 2 คนกับมือ เราเลยฝากแฟนไว้ โดยเราเลือกผ้าพันคอไหมและเนคไทลายช้างไทย อิอิ วันศุกร์แฟนพาไปแนะนำให้เพื่อนเขารู้จัก เพื่อนของเขาพาแฟนเขามาด้วย เขาก้อถามเราว่าชอบเมืองของเขาไหม เราก็บอกว่าชอบสวยดี อยากจะตอบให้มากกว่านี้แต่ภาษากลัวเขาไม่เข้าใจ (คือเราไม่เก่งภาษาอังกฤษแฟนก็เช่นกัน) คือเราคุยกับแฟนเรารู้เรื่องแค่คนเดียว 555 แฟนถามเพื่อนเขาเราได้ยินแต่ beautiful 😊😊 นางสอนให้เราเล่นสนุ๊กเกอร์ (เป็นการเล่นครั้งแรก ดีนะมีทักษะดีดลูกแก้วตั้งแต่เด็ก) และยิงเป้า แล้วก็แยกย้ายกลับบ้านเราก็บอกเพื่อนและแฟนของเพื่อนเขาว่า nice to meet you.

       ระหว่างนั่งรถกลับบ้านแฟน  บอกว่าเราสามารถเข้ากันกับเพื่อนของเขา เรารู้จักการเป็นทีมเวิร์ค และที่สำคัญเราไม่เคยทะเลาะกันเลย มาถึงเรื่องระหว่างเราแล้วแหละ คุณจะอยู่ที่นี่ได้ไหม เราก็เลยบอกแฟนไปว่าเราอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้แต่ถ้าหากเรามาอยู่นี่แล้ว คุณต้องพาเรากลับเมืองไทยทุกปีนะ นางถามว่าทำไมเราเลยบอกว่าเรามีแม่ เราีพี่สาวอยู่ที่นี่ แฟนก็บอกอ๋อออ และที่สำคัญต้องมีปลาร้าให้เรา 555 นางถามต่ออะไรคือปลาร้า 😆😆😆 พอกลับบ้านเราก้อมานอนคุยกันเรื่องอนาคต เราบอกว่าถ้าเรามาอยู่กับคุณ นั่นหมายความว่าเราต้องทิ้งทุกอย่างที่เมืองไทยนะ ทิ้งงานและต้องห่างไกลจากครอบครัวเรา เพราะฉะนั้นเราไม่อยากเจอเหมือนอดีตที่ผ่านมา เราไม่อยากผิดหวัง หรือโดนทิ้ง ถ้าเราจะตัดสินใจนั่นหมายความว่าเราต้องเจอคนที่ใช่และอยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า เราเลยถามว่าคุณพร้อมจะรู้จักและเรียนรู้เมืองไทยหรือยัง แฟนเราไม่ตอบ เราก็อธิบายขนบธรรมเนียมประเพณีคนไทยให้เขาฟัง วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่เรากลับไทยความรู้สึกเหมือนตอนที่ห่างกันครั้งแรก 😩😩 แต่เราไม่ร้องไห้

     พอกลับมาเมืองไทย เราเริ่มรู้สึกว่าแฟนเรารักเรามากขึ้น นางเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับเมืองไทย ข่าวพระเทพฯ เสด็จเยี่ยมเมืองของนางๆ ก็ส่งมาให้ดู สรุปท่านเสด็จวันที่เราอยู่ที่นั่นแต่เราไม่รู้ 😆😆 จากปกติเวลาที่เราพูดภาษาไทยให้นางฟัง นางก็จะถามกลับมาว่าแปลว่าอะไร แต่เดี๋ยวนี้เวลาเราโพสต์เฟสบุ๊ค นางไม่ถามแล้วจร้าาา แปลเองเลย ถ้าอันไหนไม่เข้าใจนางก็จะถาม

     ตอนนี้รอนางฮอลิเดย์มาหาหลังตุลาคม เราหวังว่าการมาของนางครั้งนี้มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างของเรา ถามว่ารักนางไหมตอนนี้ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ เราบอกได้เลยว่ารักนาง เกือบ 6 เดือนที่รู้จักและเป็นแฟนกัน ถึงนางจะเป็นคนไม่หวานแต่การกระทำของนางชัดเจนมากกก ตั้งแต่เราเกิดมาเราไม่เคยเห็นใครทำกับเราดีขนาดนี้ ดูแลเอาใส่ใจใส่เราแม้กระทั่งรายละเอียดที่ผู้หญิงอย่างเรามองข้าม เช่น กระเป๋ากางเกงเลอะช็อคโกแลต เสื้อใหม่ที่สวมใส่ตะเข็บหลุดหาด้ายกับเข็มมาเย็บให้ บางทีเราก็รู้สึกอึดอัดนะ เคยจะคิดจะเลิกติดต่อหลายครั้งเพราะความเนี๊ยบของนาง แต่มองในแง่ดีถ้าเขาไม่รักเราเขาคงไม่ทำทุกอย่างให้เรา ความรักครั้งนี้เกิดขึ้นแบบเพื่อนมากกว่า ไม่เคยคิดไม่เคยคาดหวังอะไรเกี่ยวกับตัวผู้ชายคนนี้ แต่เขาทำทุกอย่างให้เราเห็น เราบอกเขาว่าอยากให้เขามาก่อนวันพระราชพิธีเพลิงพระศพฯ พ่อหลวง เราอยากพานางไปกราบสักครั้งหนึ่งในชีวิตของนาง แต่ไม่รู้นางจะลางานนั้นได้หรือเปล่า

** ที่มาเล่าประสบการณ์ในที่นี้ครั้งแรก เพราะเราอ่านหลายกระทู้ทั้งเรื่องดี่น่ายินดีและเรื่องเสียใจ เราขอเป็นกำลังใจให้คนที่ผ่านเรื่องแย่ๆ ในชีวิตมาได้ ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่เรื่องชีวิตคู่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งกว่า เรื่องราวของเรากับสามีเก่ามันมีเยอะๆ มากกว่านี้ แต่เราหยิบเรื่องเล็กๆ มาเป็นตัวอย่างให้อ่าน ขนาดเรายังผ่านมาได้เราเชื่อว่าคุณก็ผ่านมาได้เหมือนกัน ขอเป็นกำลังใจให้คนที่คิดว่าภาษาไม่ได้กลัวผู้ชายจะไม่ชอบ เราบอกได้เลยว่าเลิกคิดจุดด้อยของตัวเองไปเลยค่ะ เพราะถ้าเขารักเราจริงเขาจะพยายามฟังและเข้าใจเราคะ แฟนเรากับเราไม่เก่งภาษาแต่ถ้าพูดแล้วเขาไม่เข้าใจเราจะพยายามอธิบายจนกว่าเขาหรือเราเข้าใจ อีกอย่างอาศัยโปรแกรมแปลภาษาถ้าคำไหนยากจริงๆ หากเราเขียนไม่ถูกต้อง หรือข้อความเนื้อหายาวเกินไปเราต้องขอโทษด้วยนะคะ ขอให้ทุกคนสมหวังในความรักค่ะ Everybody can do it and everything be nice ✌✌✌ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องราวของเราคะ



Edited by Bie1301 - 15 May 2017 at 12:50
Back to Top
bereallynice View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 18 Apr 2016
Location: bangkok
Online Status: Offline
Posts: 22
Post Options Post Options   Quote bereallynice Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 May 2017 at 00:48 - IP: 1.47.170.90 IP Information
อ่านแล้วรู้สึกดีจัง
Back to Top
Bie1301 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 25 Jun 2016
Online Status: Offline
Posts: 22
Post Options Post Options   Quote Bie1301 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 May 2017 at 00:59 - IP: 223.24.5.23 IP Information
ขอบคุที่ชอบนะคะ😊😊
Back to Top
DJ View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Mar 2013
Online Status: Offline
Posts: 1046
Post Options Post Options   Quote DJ Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 May 2017 at 01:53 - IP: 185.51.73.17 IP Information
อ่านจนจบเลยค่ะ ชีวิตรักของคุณกำลังเริ่มต้น บันไดขั้นแรก ชีวิตรักชีวิตคู่ ยังต้องมีอีกหลายขั้นตอนให้คุณก้าวไป ขอให้ครองรักกันตลอดไปนะคะ ช่วงใหม่ๆอะไรก็หวานสุขไปหมด นึกถึงเราตอนจีบกับแฟนใหม่ๆ อู้ยขนาดเดินเรายังยิ้มคนเดียวเลย555 นอนยังฝันหวาน ความสุขเต็มไปหมด อธิบายไม่ถูก ช่วงนี้หล่ะค่ะ สุดๆไปเลย
Back to Top
Orange Windmill View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 18 Mar 2013
Location: Storybrooke
Online Status: Offline
Posts: 2646
Post Options Post Options   Quote Orange Windmill Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 May 2017 at 02:14 - IP: 182.232.124.122 IP Information
ยินดีด้วยนะคะ ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง มีบุญพาวาสนาส่ง เรื่องของคุณจะเป็นกำลังใจให้สาวๆที่กำลังตามหารักแท้ได้ดีทีเดียว
เราชอบประโยคหนึ่งของคุณ ที่บอกให้เลิกคิดถึงจุดด้อยของตัวเอง ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง อยู่ที่ว่าใครจะมองเห็นมัน
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกอย่างราบรื่นจนได้แต่งงานไปอยู่ด้วยกันนะคะ และขอให้เตรียมพร้อมให้ดี เพราะในนิยายรักโรแมนติคการแต่งงานคือตอนจบ แต่ในชีวิตจริงการแต่งงานคือจุดเริ่มต้นค่ะ นี่อ่านไปก็แอบอิจฉาเบาๆ



ปล1 เมืองอินส์บรุคสวยมาก เป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองหนึ่งของออสเตรียเลย
เพื่อนๆที่ทำงานเราเคยแพลนไปเที่ยวกัน แต่ตอนนั้นมี 2 ทริปเราเลือกไปอีกทริปเลยไม่ได้ไปอินส์บรุค แต่ในช่วง 1-2 ปีนี้ เราแพลนว่าจะไปกับแฟนค่ะ

ปล2 จริงๆแล้วน่าจะเขียนที่กระทู้เดิม จะได้ต่อเนื่องในกระทู้เดียวกันไปเลย ถ้าคราวหน้ามีเรื่องมาเขียนอีก รวมไว้กระทู้เดียวกันนะคะ
Back to Top
Bie1301 View Drop Down
Newbie
Newbie


Joined: 25 Jun 2016
Online Status: Offline
Posts: 22
Post Options Post Options   Quote Bie1301 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 May 2017 at 06:02 - IP: 223.24.4.76 IP Information
สวัสดีคะคุณ DJ ใช่ค่ะ ชีวิตการเป็นแฟนอะไรก็ดีไปหมดค่ะ เราจะมารู้นิสัยกันจริงๆ ก็ตอนชีวิตคู่นี่แหละค่ะ ถ้าใครได้ชีวิตคู่ที่ดีก็ดีไป แต่สำหรับเราชีวิตคู่เริ่มและจบลงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ต้องทนเพราะคำว่าครอบครัว การเริ่มต้นใหม่ถามว่าเรากลัวไหม ตอบได้เลยว่ามากก เหมือนกับว่าเรามีปมด้อยเรื่องนี้ไปเลย แต่ถ้าไม่ลองเราก็จะไม่รู้ นี่เรารักเขาเพราะความดีของนาง และอีกอย่างเขาเป็นคนแรกที่เขาแสดงออกแย่างชัดเจน ไม่เหมือนคนก่อนที่เราเคยคุยมาค่ะ กับบางคนที่เราเคยคุยและเจอหน้ารู้จีกกัน คุวกันเกือบปีแต่สถานะก็ได้แค่เพื่อน เราจึงเชื่อหารกระทำดีกว่าค่ะ เราภาวนาว่าเขาจะไม่ดีแตก 555 ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่าน 😊😊
สวัสดีค่ะคุณ Orange Windmill ขอบคุณมากนะคะ เราว่าประเทศเขาสวยน่าอยู่แต่เราติดแค่อาหารการกิน หรือจะเป็นครั้งแรกที่ไปเลยลำบาก 55 เราไป 3 เมือง อินบรู๊ค/ซาร์ลบวร์ล/ เวียนนา เราว่าสวยทุกเมืองนะคะ ใจเราอยากไปฮัลลตัสท์ แต่เวลาไม่พอ แฟนพาไปอยู่เวียนนาซะส่วนใหญ่ นางเป็นคนที่นั่นก็จริง แต่นางไม่เคยเดินเที่ยวรอบๆ เวียนนานางเลยอยู่นานหน่อย เราชอบภูเขาของประเทศนี้ มันสวยอย่างบอกไม่ถูก สงบเรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายมากกว่า ถ้าคุณมีโอกาสไปเราหวังว่าคุณจะหลงรักประเทศนี้เหมือนเรานะคะ ถ้ามีโอกาสมาเขียนอีกจะมารวมไว้หน้าเดียวค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำคะ 😊😊
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.183 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters