Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ UK
  New Posts New Posts RSS Feed: ต่อวีซ่าติดตามรอบสอง FLR(M) แบบใหม่
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

ต่อวีซ่าติดตามรอบสอง FLR(M) แบบใหม่

Author
Kimmy55 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 24 Feb 2016
Online Status: Offline
Posts: 16
Post Options Post Options   Quote Kimmy55 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: ต่อวีซ่าติดตามรอบสอง FLR(M) แบบใหม่
    Posted: 18 Jan 2019 at 00:56 - IP: 86.190.35.117 IP Information

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ พี่ๆสะใภ้และเขยยูเค


วันนี้เราขออนุญาตแชร์ประสบการณ์การทำ FLR(M) หรือการต่อวีซ่าติดตามรอบสองของตัวเอง เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้แก่เพื่อนๆ ได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะการใช้บริการ sopra steria เป็นระบบใหม่ แล้วตอนที่เราพยายามหาข้อมูลในช่วงแรกๆ ก็มีแต่รีวิวเชิงลบจากในหลายๆ เว็ปไซต์ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวเราว่าค่อนข้างดี สะดวกและรวดเร็วทีเดียวค่ะ


ต้องเกริ่นล่วงหน้าว่าเราไม่ได้เป็นกูรูผู้รู้หรือผู้ชำนาญการแต่อย่างใดนะคะ รวมถึงเราทำแบบ super priority service ค่ะ แต่เท่าที่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมดาหรือแบบด่วน ระบบที่ใช้และวิธีการเป็นเหมือนกันหมดทุกที่ค่ะ เว้นแค่ว่าแบบที่เราทำ จะทำให้ได้คำตอบภายใน24 ชั่วโมง (ก็คือได้คำตอบเร็วกว่าระบบธรรมดานั่นเอง)


เร่ิมเลยนะคะ


เราเข้าประเทศมาเมื่อ 11 May 2016 ค่ะ ด้วยวีซ่า 2 ปี กับ 9 เดือน


ตามกฎคือสามารถนัดทำวีซ่า รอบสองหรือ FLR(M) ได้ไม่เกิน 28 วัน ก่อนวันหมดอายุบนบัตร BRP (ซึ่งของเรา จะหมดในวันที่ 11 Feb 2019 ค่ะ)


เพราะฉะนั้นถ้านับตามกำหนดเราสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันที่ 15 Jan 2019 แต่เราสะดวกทำนัดเป็นวันที่ 16 Jan 2019 ค่ะ  (พอดีติดธุระวันที่ 15)


เราเริ่มกรอก application ไว้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนแล้วค่ะ (กรอกออนไลน์แล้วก็ค่อยๆ ทยอยกลับเข้าไปแก้ไขข้อมูล 


ขอข้ามขั้นตอนการเตรียมเอกสารไปเลยนะคะ เพราะเพื่อนๆ ทุกคนน่าจะมีประสบการณ์การเตรียมเอกสารจากในรอบแรกมาแล้ว


มาถึงตอนเลือกระบบเลยค่ะว่าจะใช้แบบไหน (ขั้นตอนนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายหลังจากเสร็จจากการกรอกข้อมูลออนไลน์ทั้งหมดเลยค่ะซึ่งถ้าใช้แบบ super priority service ราคาก็จะสูงกว่าแบบปกติ £600 หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เค้าก็จะส่งลิ้งก์มาให้เราเข้าระบบไปทำนัดค่ะ (ค่าทำนัดอีก£60 นะคะ ซึ่งเราไม่ได้เลือกใช้บริการอื่นๆ หรือ add extra services เพิ่มนะคะ อย่างพวกถ่ายเอกสาร แปลเอกสาร หรือการใช้ล่ามฯ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็อย่าใช้เลยค่ะ เพราะราคาโหดน่าดู


เค้าก็จะให้เราเช็คสถานที่กับวันเวลาค่ะว่าจะนัดที่ไหน สำหรับแบบด่วน ต่อที่นึงเค้ารับนัดแค่วันละ 8 คิวนะคะ  เร่ิมตั้งแต่ 11 โมงเช้าเป็นคิวแรก แล้ว centre ของแบบด่วนก็จะไม่ได้อยู่ตามในเมืองใหญ่ๆ แต่ก็ไม่ลำบากเกินไปที่จะเดินทางค่ะ (เค้าจะแยกกันค่ะ สำหรับของคนที่ไม่ได้ขอแบบด่วน centre ก็จะอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ นะคะ เพราะสามารถ walk-in เดินเข้าไปได้เลยแบบไม่ต้องนัด ส่วนของคนที่ต้องทำนัดก็อยู่ตามห้องสมุดในเมืองรองค่ะ


หลังจากทำนัดแล้ว เค้าก็จะส่งอีเมล์คอนเฟิร์มนัดที่มี QR code ให้เรา ซึ่งเราต้องปริ้นท์และนำใบนี้ไปด้วยนะคะ สำคัญมาก ย้ำนะคะว่าให้ปริ้นท์และนำไปด้วย เพราะเป็นอย่างแรกที่เค้าขอเช็คก่อนเลย และเป็นหนึ่งในเอกสารไม่กี่ใบที่เค้าจะดึงไปจากเราค่ะ 


ต่อไปค่ะ ในระบบจะมีให้เราเข้าไปอัพโหลดเอกสารที่เราเตรียมไว้ เราจะต้องทำการอัพโหลดเอกสารเข้าระบบให้ทันก่อนวันนัดนะคะ 


สำหรับเอกสารที่ต้องอัพโหลดมีหัวข้อตามนี้เลยค่ะ


1. Proof of Identity / Travel History 


1.1  พาสปอร์ตของเรา เล่มปัจจุบัน (ส่วนเล่มเก่าๆ ไม่ต้องก็ได้ค่ะ แค่ถือไปด้วยเผื่อเค้าถามหาก็พอ)

1.2  พาสปอร์ตของสามี เล่มปัจจุบัน

1.3  BRP card

1.4  Cover letter ของเรา

1.5. Cover letter ของสามี 



2. Proof of Application อันนี้สำคัญมากนะคะ ต้องอัพโหลด และถือไปด้วย (ซึ่งอันนี้เราปริ้นท์ออกมาจากเอกสารที่เค้าจะแจ้งตอนเรากรอก application นะคะ ว่าเราต้องมีปริ้นท์อันนี้ๆๆ ออกมา)

2.1  Declaration for spouses, civil partners, proposed civil partners, fiancé(e)s, and unmarried partners (มีลายเซ็นต์ของสามี)


2.1  PART 1: Consent for the Home Office to verify application information (ที่อยู่ พร้อมลายเซ็นต์เรา)


2.3  PART 2: Consent for the Home Office to verify third party information (ที่อยู่ พร้อมลายเซ็นต์สามี)


2.4. PART 3: Consent for the Home Office to verify information from third party sponsor (ที่อยู่ พร้อมลายเซ็นต์สามี)


ต่อไปเป็น optional documents ค่ะ ซึ่งมีแค่ไหนก็ใส่อัพโหลดเท่านั้นนะคะ (ของเราอาจจะอัพโหลดเยอะเกินจำเป็น เพราะบางอย่างมันก็ไม่จำเป็นน่ะค่ะ แต่ก็เอาตามที่เราสบายใจอ่ะค่ะ เยอะก็ได้ เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร)


3.  Other ตรงนี้เราอัพโหลดเป็นทะเบียนสมรสฉบับแปลพร้อมตัวจริง และทะเบียนหย่าของสามี


4.  Residence in the UK - ตรงนี้เป็นพวก NI no. , Council Tax Bill ตั้งแต่ปีที่เข้ามาจนถึงปัจจุบัน, Official copy of register of title จาก HM Land Registry ค่ะ


5.  Finances - ก็เอกสารจากธนาคารพวก statement ย้อนหลังไป 6 เดือน กับเอกสารที่ไปปริ้นท์จากธนาคาร (เราไปปริ้นท์ที่ธนาคารออกมาตอนวันที่ 14 Jan ค่ะ เอาให้ใกล้ที่สุดแล้วก็ Declaration of Source of Funds จากสามีค่ะ (อันนี้ต้องให้สามีพิมพ์เอาเองแล้วก็เซ็นต์ชื่อกำกับนะคะ เค้าไม่มีฟอร์มให้ค่ะ)


6.  Proof of Business - อันนี้เราไม่มีค่ะ ก็ข้ามไปเลย


7.  Life Events - รูปถ่ายที่เราถ่ายกับสามีตลอดช่วงสองปีกว่าที่ผ่านมาค่ะ (เจ้าหน้าที่แอบบอกว่าบางคนใช้แค่รูปถ่ายใบเดียวก็มีค่ะ ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลไปนะคะ ถ้าไม่มีรูปถ่ายด้วยกันทุกช่วงเวลา หรือว่ามีแค่สองคนในรูปก็ไม่เป็นไรค่ะ แค่ให้พอมีบ้างเป็นพอ)


8.  Medical Information - ก็พวกจดหมายที่จั่วหัวจาก NHS น่ะค่ะ


9. Sponsors / Employment - เอกสารจากธนาคารเอกสารรับรองการทำงานพาสปอร์ตสามี, Cover Letter สามี (ก็ฉบับเดิมนั่นแหล่ะค่ะ) แล้วก็เอกสารอื่นๆ ที่เราคิดว่าสำคัญ


10. สุดท้าย Educational - ตรงนี้โหลดเป็นแค่ใบเซอร์ฯ ภาษาอังกฤษของเราอย่างเดียวได้ค่ะ


เท่านี้แหล่ะค่ะ หลังจากอัพโหลดไปแล้ว เราสามารถเข้าไปอัพโหลดเพิ่มหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ นะคะ เอกสารจะยังไม่ถูกอ่านจนกว่าจะถึงวันนัดและเราไปนั่งต่อหน้าเจ้าหน้าที่ค่ะ (แต่เปลี่ยนแปลงตัว application ไม่ได้แล้วนะคะ)


ถึงวันนัดแล้วค่ะทีนี้ วันที่ 16 Jan 2019 ตอน 11 โมงเช้า เราไปถึงก่อนเวลาชั่วโมงนึงค่ะ เพราะว่ากะเวลาเผื่อหลง (แล้วก็หลงจริงๆ นั่นแหล่ะ) แต่ประมาณ10.30 เจ้าหน้าที่ก็เดินออกมาตามแล้วค่ะ เร่ิมจากขอดูใบคอนเฟิร์มนัดที่มี QR code เป็นอย่างแรกเลย เสร็จแล้วก็เดินตามเค้าเข้าไปข้างในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ (ที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างจนห้องแคบหนักเข้าไปอีก)


เค้าจะแจ้งให้ทราบว่าเค้าลิ้งก์แล้วก็ไลฟ์กับทางโฮมฯ อยู่นะ เพราะฉะนั้นมันมีกล้องที่วีดีโอที่ Live เราอยู่ และทำการบันทึกวีดีโอไปพร้อมๆ กัน (ประมาณ 5-10 นาทีเค้าก็ปิดกล้องแล้วค่ะ


หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะเปิดระบบเข้าไปดูไฟล์ทั้งหมดที่เราอัพโหลดไว้พร้อม verify เอกสารที่เราอัพโหลดไว้ ตอนนั่งอยู่ในห้องนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรมากค่ะ นั่งคุยไปเรื่อยเปื่อยเป็นส่วนใหญ่ เพราะเจ้าหน้าที่ใช้เวลาไปกับการตรวจเอกสารเราในระบบ


เสร็จแล้วเค้าก็จะให้ถ่ายรูป แล้วก็แสกนนิ้วมือค่ะ ต่อด้วยลายเซ็นต์ค่ะ (ตามในพาสปอร์ต) จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะกดๆๆ ส่งเอกสาร แต่เค้าก็จะคอยแจ้งเราเรื่อยๆ ค่ะว่า เค้ากำลังจะส่งพาสปอร์ตนะเค้ากำลังจะส่งทะเบียนสมรสนะเค้ากำลังจะส่งอันนี้ๆ นะ เป็นต้น


ท้ายสุด เค้าก็จะแสกนพาสปอร์ตปัจจุบันของเราทุกหน้า พร้อมตรวจสอบว่าพาสปอร์ตที่เราถือไปเป็นของจริงหรือเปล่า แล้วก็แสกน BRP card ทั้งหน้าและหลังค่ะ หลังจากนั้นเค้าก็จะแจ้งเราว่าเค้าซัพมิทเอกสารไปแล้วนะ พร้อมทั้งให้เรายืนยันที่อยู่ อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ เสร็จเรียบร้อยแล้วกลับบ้านได้ พร้อมทั้งแจ้งว่า ให้รอให้ถึง 24 ชั่วโมงก่อน ถ้ายังไม่มีโทรศัพท์ หรืออีเมล์ติดต่อไป ก็ให้โทรสอบถามข้อมูลได้ เค้าก็จะให้โบรชัวร์เล็กๆ มาอันนึง ในนั้นบอกวิธีการคร่าวๆ พร้อมเบอร์โทรติดต่อค่ะ


สรุป เอกสารที่เรานั่งทำหลังแข็งและแบกไปทั้งหมด รวมถึง application ที่เราปริ้นท์ไปเองด้วย เค้าไม่แตะเลยค่ะ ไม่แม้แต่จะขอดู แบกกลับทั้งหมดค่ะ รวมทั้งพาสปอร์ตและ BRP card ก็ได้คืนหมดค่ะ ย้ำนะคะ ว่าเค้าไม่ได้เก็บอะไรไว้เลย ที่เค้าเอาไปจริงๆ มีแค่ใบ QR code กับ declarations 4 ใบ เท่านั้นจริงๆ 


แต่เค้าก็อาจจะขอดูเอกสารตัวจริงบางอย่างเหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นถือไปด้วยก็ปลอดภัยค่ะ


เสร็จแล้วค่ะ กลับบ้านไปนอนรอหนึ่งคืน วันนี้ 17 Jan 2019, 9 โมงเช้า เราก็ได้รับอีเมล์ยืนยันว่าผ่านแล้ว และกำลังจะส่ง BRP ใบใหม่มาให้ ตอนนี้ให้เราตัดครึ่งใบเก่าแล้วส่งกลับคืนไปให้เค้าตามที่อยู่ที่เค้าให้มาทันที เพราะถ้าไม่ส่งคืนจะมีค่าปรับ


.เราใช้ใบสอบภาษาอังกฤษใบเก่าที่หมดอายุไปแล้ว เราไปสอบไว้ตั้งแต่ 2 Feb 2016 (ใบเซอร์ฯ มีอายุแค่ 2 ปีแต่เป็นเลเวล B1 และเป็นใบเดียวกับที่เราใช้ตอนเข้ามารอบแรก


ขอให้กำลังใจเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังจะต่อวีซ่ารอบสองและรอบอื่นๆ นะคะ


สู้ๆ ค่ะ


อัพเดท 1: Friday 18 Jan 2019 >>ได้รับจดหมายส่งมาที่บ้านยืนยันว่า BRP card กำลังส่งตามมาให้ ซึ่งบัตรจะมีอายุการใช้งาน 30 เดือน (2 ปี 6 เดือน) และยืนยันว่าเมื่ออยู่ครบ 5 ปี สามารถไปยื่นเรื่องขอทำ settlement ได้ค่ะ (จดหมายเป็นแบบต้องเซ็นต์ชื่อรับนะคะ)



Edited by Kimmy55 - 21 Jan 2019 at 23:26
Back to Top
Jeeji View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 03 Dec 2009
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 1322
Post Options Post Options   Quote Jeeji Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jan 2019 at 01:34 - IP: 77.96.230.144 IP Information
ยินดีด้วยค่ะ

Back to Top
bunbunbun View Drop Down
Groupie
Groupie


Joined: 28 Apr 2016
Online Status: Offline
Posts: 87
Post Options Post Options   Quote bunbunbun Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jan 2019 at 06:37 - IP: 82.11.129.129 IP Information
ขอบคุณมากเลยนะคะ ได้แนวทางแล้ว แต่สงสัยว่าวีซ่าตัวต่อไปเราได้2ปี9เดือนอีกหรือเปล่า ถ้าไช่แสดงว่าเราต้องอยู่เกิน5ปีจึงต่อตัวต่อไปได้เหรอคะ
Back to Top
Kimmy55 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 24 Feb 2016
Online Status: Offline
Posts: 16
Post Options Post Options   Quote Kimmy55 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jan 2019 at 16:14 - IP: 86.166.131.242 IP Information
เราตอบตามที่เข้าใจนะคะ ส่วนจะถูกต้องหรือไม่ คงต้องถามพี่นกหรือผู้รู้ท่านอื่นอีกทีนะคะ 

ถ้าพูดภาษาบ้านๆ ตามที่เราเข้าใจ หลังจากเข้ามารอบแรกด้วยวีซ่า 2 ปี 9 เดือน แล้วต่อ FLR(M) เจ้าตัวที่เรากำลังจะได้นี้ก็น่าจะเป็น 2.5 ปี หรือ 2 ปี 6 เดือนนั่นเองค่ะ 

ในรอบแรกที่เค้าให้ 9 เดือน เพราะเค้าเผื่อพิเศษ 3 เดือน เอาไว้ให้เรามีเวลาเตรียมตัวสำหรับเดินทางเข้าประเทศ

หลังจากนี้อีก 2.5 ปี ก็สามารถไปต่อ settlement หรือ indefinite leave to remain ได้ค่ะ

If you’ve got a family visa as a partner or spouse on the 5-year route, you must have been living in the UK for 5 years.

5 ปี ที่เค้าหมายถึงนี่ น่าจะเป็น 5 ปีนับจากวันแรกที่เราเข้าประเทศมานะคะ

แต่ถ้าอยากแน่ใจ เราว่าโพสต์ถามพี่นกอีกทีดีกว่าเนอะ
Back to Top
Kimmy55 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 24 Feb 2016
Online Status: Offline
Posts: 16
Post Options Post Options   Quote Kimmy55 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jan 2019 at 16:15 - IP: 86.166.131.242 IP Information
ขอบคุณค่ะคุณ Jeeji
Back to Top
Chammie View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Feb 2013
Online Status: Offline
Posts: 341
Post Options Post Options   Quote Chammie Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jan 2019 at 20:05 - IP: 86.7.220.129 IP Information
วีรอบสองไดีสองปีครึ่งค่ะ อยู่ครบห้าปีตั้งแต่เข้ามาด้วยวีติดตามครบห้าปีขอวีถาวร (ILR) หากสามีเป็นนคนอังกฤษก็ขอสัญชาติได้เลยหลังจากได้วีถาวร หากสามีไม่ใช่คนอังกฤษต้องถือวีถาวรหนึ่งปีถึงจะขอสัญชาติได้ค่ะ
Regards,
Champ
Back to Top
bunbunbun View Drop Down
Groupie
Groupie


Joined: 28 Apr 2016
Online Status: Offline
Posts: 87
Post Options Post Options   Quote bunbunbun Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jan 2019 at 21:46 - IP: 82.11.129.129 IP Information
ขอบคุณค่ะ คุณchammie คุณkimmy55
Back to Top
Nikki_Nikki2 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 16 Nov 2017
Online Status: Offline
Posts: 24
Post Options Post Options   Quote Nikki_Nikki2 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Jan 2019 at 22:51 - IP: 194.207.135.16 IP Information
ขอบคุณ คุณ Kimmy55 ที่มาแบ่งปันข้อมูล ปลายปีนี้เราก็ต้องต่อรอบสองเหมือนกัน เป็นประโยชน์ต่อเรามากๆ เลยค่ะ
Used Car Specialists www.facebook.com/prosportscarspaul/
Back to Top
Kimmy55 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 24 Feb 2016
Online Status: Offline
Posts: 16
Post Options Post Options   Quote Kimmy55 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Jan 2019 at 00:49 - IP: 86.166.131.242 IP Information
ยินดีค่ะคุณ Nikki Smile
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.159 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ Ladyinter.com ได้ที่ editor@thaicomp.com

free counters