Print Page | Close Window

ข้อมูลการจดทะเบียนสมรสและการขอวีซ่าแคนาดา

Printed From: Ladyinter.com
Category: Lady Friends
Forum Name: *สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada
Forum Discription: *สะใภ้ ใบเมเปิ้ล / Canada
URL: http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=14481
Printed Date: 20 Jul 2019 at 23:33


Topic: ข้อมูลการจดทะเบียนสมรสและการขอวีซ่าแคนาดา
Posted By: ChoKun
Subject: ข้อมูลการจดทะเบียนสมรสและการขอวีซ่าแคนาดา
Date Posted: 04 Feb 2011 at 12:40
ขออนุญาตเรียบเรียงเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของข้อมูลที่มีสมาชิกโพสต์ไว้แล้วนะ ถ้าตกหล่นตรงไหนก็เพิ่มเติมกันเข้ามาได้ค่ะ

สามารถหาข้อมูลได้จาก
http://www.thaiontario.com/ - http://www.thaiontario.com  
http://gotoknow.org/blog/jj1-jenjira/23255 
บล็อกคุณเจน




Replies:
Posted By: ChoKun
Date Posted: 04 Feb 2011 at 13:00

การจดทะเบียนกับชาวแคนาดาที่เมืองไทย

วีซ่าชั่วคราว และวีซ่าถาวร ประเทศแคนาดา

(ข้อมูลจากบล็อกคุณเจน http://gotoknow.org/blog/jj1-jenjira/23255)

การจดทะเบียนกับชาวแคนาดาที่เมืองไทย


1.ต้องไปขอใบรับรองโสดของฝ่ายชายที่สถานทูตแคนาดา  ชั้น 15 อาคารอับดุลราฮิมเพลส 990 ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ ประเทศไทย 10500 Bang Rak, Bangkok 10500 Thailand โทร. 02-6360540 เวลา 07.30 - 11.00 น.
     เอกสารที่ใช้ตอนไปขอใบรับรองสถานภาพโสด(ของฝ่ายชาย) ก็มีแค่พาสปอร์ตของฝ่ายชาย และให้คิดชื่อเพื่อนสนิท หรือพี่น้อง หรือเจ้านาย ไว้สองคน พร้อมบ้านเลขที่ของพวกเขา เพราะต้องกรอกลงในเอกสาร เป็นบุคคลที่สามารถอ้างอิงถึงได้ และค่ารับรองเอกสาร หนึ่งพันหกร้อยกว่าบาท

2.เมื่อได้เอกสารใบรับรองโสดแล้วต้องเอาเอกสารนี้ไปแปลเป็นภาษาไทย และให้กรมการกงสุล (ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่) รับรองให้ เพราะว่าหน่วยงานราชการไทยไม่รับเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นต้องเอาไปแปลก่อนสถานทูตเค้าจะมีรายชื่อร้านแปลแนะนำไว้ โดยเค้าจะให้กระดาษแนะนำร้านแปลมาแผ่นหนึ่งพร้อมกับใบรับรองโสด  ร้านที่สถานทูตแนะนำก็จะอยู่ใกล้ๆ แถวๆนั้น นั้นซอยบ้าง ติดถนนสีลมบ้าง ร้านแปลจะใช้เวลาแปลประมาณ 30 นาที เพราะเค้ามีข้อความอื่นๆตามแบบฟอร์มที่เป็นบล็อกการแปลเอาไว้แล้ว  ค่าบริการ 500 บาท เมื่อแปลเอกสารเสร็จ ก็ให้เอาไปกรมการกงศุล เพื่อรับรองเอกสาร 

***แบบด่วน นั่งรอประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าธรรมเนียม 800 บาท
***แบบไม่ด่วน มารับวันหลัง ค่าธรรมเนียม  400 บาท
***ร้านแปลบางที่จะมีบริการเอาไปให้ที่กงสุลรับรองให้ด้วย ก็จะติดค่าบริการแล้วตกลงบริการกัน


3.ไปจดทะเบียนสมรส  สถานที่ที่คนนิยมไปคือที่ สำนักงานเขตบางรัก ดิฉันก็ไปที่นี่  ไปตั้งแต่  9.00 น. มีสาวไทยและหนุ่มต่างประเทศหลายคู่มารอจดทะเบียนสมรสก่อนหน้าที่ และทยอยตามมาอีกหลายคู่ ที่ดิฉันเลือกมาจดทะเบียนสมรสที่นี่ เพราะว่าเจ้าหน้าที่เค้ารู้ขั้นตอนดี และพูดภาษาอังกฤษ อธิบายให้แฟนเราฟังได้ ส่วน เรื่องชื่อของสำนักงานเขต ที่หลายๆคนว่าเป็นชื่อที่เป็นมงคลนั้น ดิฉันก็ไม่ได้คิดอะไรค่ะ เพราะคิดถึงความสะดวกของการรับบริการมากกว่า...
     เอกสารที่ต้องใช้ของฝ่ายหญิงคือทะเบียนบ้านฉบับจริงและบัตรประชาชน ถ่ายเอกสารไว้อย่างละ 2 แผ่น  หากเคยแต่งงานและหย่ามาก่อน ต้องนำทะเบียนหย่ามาด้วย  ส่วนเอกสารฝ่ายชาย คือใบรับรองโสดที่แปล และพาสปอร์ต ถ่ายเอกสารมาให้พร้อมเลยนะคะ หากไม่ได้ถ่ายเอกสารมา ก็จะมีร้านถ่ายเอกสารอยู่ใกล้ๆกับสถานทูตบริการค่ะ

4.ได้ทะเบียนสมรสแล้ว ต้องเอาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและเอากลับไปให้สถานทูตแคนาดารับรองให้  หรือให้กรมการกงสุลที่หลักสี่ แจ้งวัฒนะรับรองให้ก็ได้นะคะ  ดิฉันก็จ้างร้านแปลร้านเดิมที่เคยแปลใบรับรองโสดช่วยแปลให้ เค้าจะทำให้ 3 copies เพราะหนึ่งสามีต้องถือกลับไปแคนาดา สองอยู่ที่เรา และสามใช้ในการส่งไปขอ PR  แปลเสร็จก็ส่งไปสถานทูตแคนาดาอีกครั้ง ต้องไปก่อน 11.00 น.
    การรับรองทะเบียนสมรสต้องเตรียมค่ารับรองเอกสารอีกนะคะ หนึ่งพันหกร้อยกว่าบาท เอาให้สถานทูตรับรองให้ทั้ง 3 ฉบับเลยนะคะ (ราคาเดียว 1,6xx)

เป็นอันเสร็จสิ้นการจดทะเบียนสมรสค่ะ



-------------


Posted By: ChoKun
Date Posted: 04 Feb 2011 at 13:19
การเดินทางเข้าประเทศแคนาดาสำหรับชาวไทย ต้องทำเรื่องขอวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย

วีซ่าเข้าประเทศแคนาดา แบ่งเป็นประเภทใหญ่ได้ 4 ประเภท คือ
1.วีซ่าชั่วคราว หรือเรียกง่ายๆว่าวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับใครที่อยากไปเที่ยวแคนาดา ในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน
2.วีซ่านักเรียน สำหรับผู้ที่ต้องการไปศึกษาในประเทศแคนาดา
3.วีซ่าทำงาน สำหรับผู้ที่จะมาทำงานในประเทศแคนาดาโดยมีนายจ้างที่ประเทศแคนาดารับรองการให้งานทำ
4.การย้ายถิ่นฐานถาวรในประเทศแคนาดาหรือเรียกว่าวีซ่าถาวร ซึ่งแบ่งออกเป็นประเภทย่อยๆอีกหลายอย่าง

วีซ่าชั่วคราว
 
ผู้ที่มีสัญชาติไทยต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศแคนาดา สำหรับผู้มีสัญชาติอื่นๆ ท่านสามารถตรวจสอบได้จาก http://www.cic.gc.ca/english/visit/visas.asp - รายชื่อประเทศที่ต้องขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศแคนาดา
 
เวลาทำการ: วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 07.30-10.00 น.
 
เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า:
ท่านต้องยื่น http://www.cic.gc.ca/english/information/applications/visa.asp - แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า และ http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/forms/IMM5406E.PDF - แบบฟอร์มเกี่ยวกับครอบครัว พร้อมเอกสารประกอบดังต่อไปนี้:
 
1.หนังสือเดินทาง: ต้องไม่หมดอายุก่อนวันที่ท่านจะเดินทางกลับประเทศไทย ผู้มีรายชื่ออยู่บนคำร้องต้องยื่นหนังสือเดินทางของแต่ละท่านด้วย

2.รูปถ่าย: ขนาด 1.37 x 1.77 นิ้ว จำนวน 2 ใบ และถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.cic.gc.ca/english/pdf/photospecs-e.pdf - http://www.cic.gc.ca/english/pdf/photospecs-e.pdf ถ้าขนาดของรูปถ่ายไม่ถูกต้อง สถานทูตจะไม่รับคำร้องขอวีซ่าของท่าน
 
3.หลักฐานการเงิน:
- จดหมายรับรองจากธนาคาร หรือสมุดบัญชีเงินฝากทุกประเภท
 
4. หลักฐานการงาน:
- จดหมายรับรองจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง อายุการทำงานและ เงินเดือน
- ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องยื่นเอกสารการอนุมัติให้ลางาน
- ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือเป็นเจ้าของกิจการ ต้องยื่นเอกสารการจดทะเบียนการค้าพร้อมสำเนา
 
5. อื่นๆ:
- ในกรณีที่ท่านเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ดูงาน หรือฝึกงาน ท่านต้องยื่นจดหมายเชิญจากประเทศแคนาดาด้วย
-  ถ้าท่านเคยเดินทาง และมีหนังสือเดินทางมากกว่า 1 เล่ม ท่านต้องยื่นหนังสือเดินทางเล่มเก่าด้วย
 
ข้อมูลเพิ่มเติม:
1.ในกรณีที่ท่านต้องการศึกษาต่อในประเทศแคนาดาเป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือน้อยกว่า ท่านต้องใช้คำร้องขอวีซ่าประเภทวีซ่าชั่วคราว เมื่อท่านยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อศึกษาในระยะสั้น ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาอื่นๆ และท่านจะต้องเดินทางออกจาก ประเทศแคนาดา
2.ในกรณีที่ท่านมีผู้ติดตาม เช่นคู่สมรสและบุตร ซึ่งมีอายุต่ำกว่า 19 ปี ท่านต้องกรอกคำร้องฉบับเดียวกัน โดยระบุชื่อและรายละเอียดของผู้ติดตามในคำถามข้อ 1
3.ในกรณีที่นักเรียน/ผู้เยาว์มีอายุเกิน 6 ปี ต้องยื่นเอกสารจากสถาบันการศึกษา อนุมัติการหยุดเรียนของนักเรียน
4.ในกรณีที่ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 16 ปี และเดินทางกับผู้อื่น ต้องยื่นเอกสารมอบอำนาจจากบิดามารดา อนุญาตให้เดินทางกับผู้อื่นได้ หรือในกรณีที่ผู้เยาว์เดินทางกับผู้ดูแล/ผู้ที่มีอำนาจในการปกครอง ท่านต้องยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าท่านมีอำนาจปกครองผู้เยาว์นั้นแต่เพียงผู้เดียว
5.ค่าธรรมเนียมวีซ่าที่เรียกเก็บ เป็นค่าบริการสำหรับการดำเนินการ มิใช่เป็นค่าวีซ่า เพราะฉะนั้น ท่านต้องยื่นค่าธรรมเนียมพร้อมคำร้องขอวีซ่า เพื่อเจ้าหน้าที่จะสามารถเริ่มดำเนินการพิจารณา คำร้องของท่าน ในกรณีที่ท่านถูกปฎิเสธวีซ่าหรือต้องการถอนคำร้อง ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียม
6.การจ่าย http://gotoknow.org/asia/bangkok/site/visas-fees-en.aspx - ค่าธรรมเนียมวีซ่า ทุกประเภท ท่านต้องจ่ายเป็นเงินไทย (บาท), เงินเหรียญแคนาดา (75 เหรียญ สำหรับเข้าประเทศครั้งเดียว หรือ 150 เหรียญสำหรับเข้าประเทศหลายครั้ง) หรือเงินเหรียญสหรัฐ สถานทูตจะรับเฉพาะแบงค์ดราฟท์ หรือแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายในนามสถานเอกอัครราชทูตแคนาดา
7.ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาไม่รับเงินสด ในการชำระ ค่าธรรมเนียมวีซ่าทุกประเภท จะรับเฉพาะแบงค์ดราฟท์ หรือแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายในนามสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาเท่านั้น
8.เจ้าหน้าที่อาจเชิญท่านมาสัมภาษณ์ เพื่อประกอบในการพิจารณาคำร้องขอวีซ่าของท่าน ท่านต้องตอบคำถามบนคำร้องขอวีซ่าให้ครบถ้วน และตามความเป็นจริง หากท่านไม่ปฏิบัติตาม อาจเป็นผลให้การดำเนินการล่าช้าหรือถูกปฎิเสธวีซ่าได้
 
หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอวีซ่าชั่วคราวหรือขั้นตอนการยื่นคำร้อง ท่านสามารถหาได้จากเอกสารที่กระทรวงสัญชาติและกิจการคนเข้าเมืองจัดเตรียมให้
 


-------------


Posted By: ChoKun
Date Posted: 04 Feb 2011 at 13:39

+++ตัวอย่างหนังสือเชิญ+++

To Canadian embassy                                                                                            From  Bob Coco 

15th floor Abdulrahim Place                                                                           Address……………..

990RamaIVRoad                                                                                            ………………………

Bangrak,Bangkok 10500                                                                                  ……………Canada

Thailand

 

 My name is Bob Coco ( DOB : November 25th 1965)  I live at #999  111St.  London, Ontario. The reason I am writing is to request a Temporary Resident Visa under which I would act as guarantor for my girlfriend Mrs. Sudjai  Samrann. during her stay in Canada starting August 16/2009 till her return to Thailand October 14/2009

 

Two year ago I began corresponding with Mrs. Sudjai   Samrann  from Thailand via the internet and telephone. In march of 2007, June 2008 I  traveled to Thailand for 30 days/ time  to visit Mrs. Sudjai  Samrann and  her  family. I am inviting  her  to visit  me  and my family here  in Canada. About our relationship is progressing and I would like her to meet my parents and the rest of my family. My mother is 70 year old and she is not good on her health now. She want to meet my girlfriend a lot but she can not travel in Thailand by her health problem. 

 

.Our current financial status is as follows

 

My mother and her common law husband Herb Masonel own their own home valued At $225,000 with a $70,000 mortgage . I own my own home valued at $200,000 with a $94,000 mortgage. We had total revenues of $ 79,563. We own our vehicles outright and have no dependents.

 

For all those reasons we would be very happy if you could grant Mrs.Sudjai Samrann Temporary Resident Visa to Canada for the period of August 15/2007 to October 14/2008

 

If you require extra information, please don’t be hesitate to contact me, I can be reached

 

By email: mailto:tttcaveer@hotmail.com - tttcaveer@hotmail.com

 

Phone: 999-999-9999 (home)

Cell Phone: 555-555-5555

 

Mail: Bob Coco

999  111st.

London, Ontario

Canada N9C 9D9



+++ตัวอย่างจดหมายแนะนำตัว+++

ถ้าภาษาอังกฤษดี ก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้นะคะ

 

 

                                             ที่อยู่.......................

                                                                  วันที่..............................

 

เรียน  เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการทำวีซ่าชั่วคราว

 

        ดิฉัน ชื่อ..................................อายุ..... เกิดวันที่................บัตรประชาชนเลขที่........................ ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่............................... อาชีพ.............. ตำแหน่ง................................

        ดิฉัน เขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อบอกถึงวัตถุประสงค์ของการขอวีซ่าชั่วคราวประเทศ แคนาดา ตลอดจนเล่าถึงแผนการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ได้วางไว้ ดังนี้ 

    ดิฉันได้รู้จักกับMr.Bob………. อายุ........... ที่อยู่.....................................โดยเว็บหาคู่ทางอินเตอร์เน็ต และได้พูดคุยกันโดย MSN ตลอดเรื่อยมา  ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2550  Mr.Bob มาเยี่ยมดิฉันและครอบครัวที่เมืองไทย ในเดือนมีนาคม 2550 และเดือนมิถุนายน 2551 ซึ่งเราได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น  จนพัฒนาความสัมพันธ์ มาคบหาดูใจกัน  เรายังคงติดต่อกันมาตลอดทุกวัน ด้วยการโทรศัพท์, Email ,MSN  ตลอด สองปีที่เราคบกัน คุณBob ชวนดิฉันไปเที่ยวแคนาดา เยี่ยมครอบครัวของเขาหลายครั้ง และเขายินดีที่จะเป็นสปอนเซอร์ออกค่าใช้จ่ายต่างๆให้  แต่ดิฉันไม่สามารถลางานได้ เนื่องจากในแผนกที่ดิฉันทำงานอยู่นี้มีเพื่อนร่วมงานพึ่งจะลาออก ทำให้ที่ทำงานขาดคนทำงาน  แต่ ในเวลานี้ดิฉันมีเพื่อนร่วมงานใหม่ ซึ่งสามารถช่วยงานได้ อีกทั้งดิฉันได้รับเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่ที่สูงขึ้น จึงสามารถบริหารจัดการเวลาในการเดินทาง ไปพักผ่อนส่วนตัว และทำความรู้จักกับครอบครัวแฟนได้  ซึ่งดิฉันได้แนบใบลางาน  และโปรแกรมการท่องเที่ยวตลอด 2เดือน ที่อยู่ในแคนาดามาพร้อมกันนี้ด้วย

        ดิฉันขอสัญญาว่าหากได้รับวีซ่าชั่วคราวประเทศแคนาดาในครั้งนี้ ดิฉันจะกลับมาประเทศไทยตามกำหนดระยะเวลาที่ได้แจ้งไว้อย่างแน่นอน  เนื่องจากดิฉันต้องกลับมาทำงานและดูแลคุณแม่ซึ่งชราภาพ  รวมทั้งเตรียมงานแต่งงานในช่วงปลายปี 2552 ซึ่งแฟนและครอบครัวจะมาสู่ขอและแต่งงานตามประเพณีไทย  หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดสอบถามมาได้ ที่เบอร์โทร...............................................

        จึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดพิจารณาออกวีซ่าชั่วคราว  จักเป็นพระคุณ

 

                                             ลงชื่อ.........................



-------------


Posted By: ChoKun
Date Posted: 04 Feb 2011 at 14:05
วีซ่าถาวรแบบคู่สมรส : PR Spouse
ก่อนอื่นต้องไป down load เอกสารมาจากเว็บ cic ก่อนนะคะ http://www.cic.gc.ca/english/information/applications/fc.asp - http://www.cic.gc.ca/english/information/applications/fc.asp
     เอกสารจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ส่วนที่ 1 สำหรับผู้เป็นสปอนเซอร์ และส่วนที่ 2 สำหรับ Permanent Residence ค่ะ  และที่สำคัญต้องดาวน์โหลไกด์ไลน์ออกมาด้วยนะคะ เพราะว่าไกด์ไลน์จะเป็นตัวช่วย เวลาที่คุณกรอกเอกสาร ว่าตรงนี้ ข้อนี้ มันหมายความว่าอย่างไร ต้องตอบอย่างไร คนจำนวนมากถูกทาง CIC หรือสิงคโปร์ตีเอกสารกลับมา หรือว่าไม่ให้ PR เพราะว่าเอกสารของคุณไม่ครบ หรือว่าคุณกรอกข้อมูลอะไรลงไป ที่ไม่ถูกต้องกับคำถามหรือความต้องการของเขา..หากไม่อยากเสียเวลาให้เอกสาร ถูกตีกลับมาแก้ไข ก็ควรอ่านไกด์ไลน์ให้เข้าใจนะคะ
    แม้ว่าไกด์ไลน์จะเป็นภาษาอังกฤษ.. แต่คุณตัดสินใจทำ PR นั่นหมายความว่าคุณจะไปอยู่แคนาดา ..ประเทศนี้ใช้ภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส เป็นภาษาราชการ..ดังนั้นเริ่มต้น ฝึกอ่าน แปล เขียน จับใจความ ตั้งแต่ทำ PR นี่ล่ะคะ แต่ถ้าคุณเก่งภาษาอังกฤษแล้ว..ก็ไม่ว่ากันนะคะ..เพราะคนที่คิดและนอนหลับฝัน เป็นภาษาอังกฤษได้ ก็ถือว่าระดับภาษาอยู่ในขั้นดี..อ่านไกด์ไลน์รอบเดียวก็ทำได้ค่ะ  
 
เอกสารของ Permanent Residence จะมีแบบฟอร์มดังนี้
1. Application for Permanent Residence [IMM 0008 GENERIC]  
2. Schedule 1 Background/Declaration [IMM 0008 SCHEDULE 1]  
3. Additional Family Information [IMM 5406]  
4. Sponsored Spouse/Partner Questionnaire [IMM 5490]  
5. Use of a Representative [IMM 5476]  หากทำเอกสาร ไม่ได้พึ่งทนาย ฟอร์มนี้ก็ไม่ต้องใช้นะคะ
 
นอกจากนั้น..ในที่นี่จะไม่ขอพูดถึงแบบฟอร์มของคนเป็นสปอนเซอร์นะคะ เพราะคิดว่าคงไม่มีใครหรือมีน้อยมาก..ที่จะทำเอกสารทั้งของตนเองและต้องทำ ให้แฟนด้วย

เมื่อได้เอกสารมาแล้วก็ลองอ่านปละกรอกแบบฟอร์มนะคะ  ระหว่างนี้ก็จะต้องเตรียมเอกสารที่จะใช้ด้วย บางเอกสารต้องใช้เวลาในการรอ แนะนำให้ทำไปพร้อมๆกันดังนี้คะ
 
1. แปลเอกสารที่ต้องใช้ให้ครบ  ได้แก่ ใบสูติบัตร  บัตรประชาชน   ทะเบียนบ้าน   ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล(ถ้ามี)  ทะเบียนสมรส เอกสารทุกอย่างที่แปลแล้ว ต้องนำไปให้กองสัญชาติและนิติการณ์ กระทรวงต่างประเทศ ตรงแจ้งวัฒนะ รับรอง    ถ้าไม่รีบใช้เวลา 2 วันทำการ ค่ารับรองชุดละ 400 บาท ถ้าต้องการด่วนต้องเสียค่ารับรองชุดละ 800 บาท รอรับได้ภายใน 2 ชั่วโมง   สำหรับดิฉันแปลเอกสารทั้ง 4 อย่างนี้เอง ยกเว้นทะเบียนสมรส จ้างแปลค่ะ  หากไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ มีคำศัพท์ต่างๆที่สงสัย ก็เปิดดูในเว็บของกงสุลนี้อีกเช่นกัน  เค้าจะมีหมวดเรื่องคำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่ราชการ หรือคำเฉพาะต่างๆอยู่   ปีนักษัตรก็มีนะคะ  สุดท้ายถ้าแปลเอกสารเอง ก็ต้องลงชื่อตัวเองเป็นผู้แปลด้วย  ตอนไปยื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่เค้าจะช่วยดูเบื้องต้นด้วย ว่าที่แปลมาใช้ได้รึเปล่า ถ้าต้องแก้ตรงไหนเจ้าหน้าที่ก็จะบอกหรือแนะนำให้ดูตัวอย่างการแปลได้ที่เว็บนี้ http://www.consular.go.th/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=98 - http://www.consular.go.th/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=98  

2. การกรอกเอกสาร หากอยู่กับแฟน ก็แนะนำว่า ควรจะนั่งกรอกแบบฟอร์มด้วยกันเลย  เช็คให้ดีๆ เพราะในใบสมัคร PR เค้าจะถามหมดว่าเจอกันยังไง เมื่อไหร่ อะไร ทำไม ฯลฯ ก็ให้สามีช่วยดูและกรอกด้วยกัน เพราะมันต้องกรอกทั้ง 2 ฝ่าย กรอกเสร็จก็ให้แฟนเอากลับแคนาดาไปด้วยเลย  ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย  ส่วนเอกสารของสปอนเซอร์ก็ให้เค้าเตรียมเอง เพราะจะเป็นเรื่องการเสียภาษี การทำงาน เป็นหลัก
 
3. ไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอใบรับรองประวัติอาชญากรรม ไม่เสียค่าใช้จ่าย  ให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ถ่ายเอกสารไว้ และสำเนา passport หน้าที่มีชื่อเรา และหน้าที่มีวีซ่าไปแคนาดา  และตัวแสตมป์ของอิมมิเกรชั่นที่เราเข้าออกแคนาดา  หากมีพาสปอร์ตสองเล่ม หรือมากกว่า ซึ่งวีซ่าแคนาดาอยู่ในเล่มเก่า ก็ถ่ายหน้าที่มีรูปและวีซ่า+ตราประทับของอิมมิเกรชั่น  และถ่ายเล่มใหม่ เย็บมุมไว้ ว่าเป็นเรื่องของ พาสปอร์ต ไปถึงที่อาคาร 24 ถามยามว่าอยู่ตรงไหนก็ได้  เข้าไปแล้วเจ้าหน้าที่จะถามว่าเอาไปทำอะไร ก็บอกไปว่าจะทำวีซ่าถาวรไปอยู่แคนาดากับสามี  เค้าจะให้เอกสารไปนั่งกรอก และพิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วถ่ายรูป ไม่ต้องเตรียมรูปถ่ายไป หรืออาจจะเตรียมไปเผื่อ เผื่อกล้องของคุณตำรวจเสียวันนั้นพอดี  
    ***ถ้าเป็นไปได้ ให้ไปทำใบรับรองประวัติอาชญากรรมก่อนเลย เพราะเค้าจะนัดให้มารับหลังทำประมาณ 3 สัปดาห์

4. ไปตรวจร่างกายในเมืองไทยที่กรุงเทพ มีที่ตรวจร่างกายได้แค่ 3 แห่ง ไม่ใช่ตรวจโรงพยาบาลไหนก็ได้  เพราะหมอที่ตรวจจะเป็นหมอที่อิมมิเกรชั่นแคนาดาแต่งตั้งมาเท่านั้น  แต่ละแห่งมีค่าตรวจต่างกัน  แต่ตรวจเหมือนกันทุกประการ  หากไปแล้วไม่เจอหมอ ก็ต้องมาใหม่  ก่อนไปตรวจควรโทรไปถามและนัดวันเวลา ไว้ล่วงหน้าก่อน พร้อมทิ้งเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อเรากลับได้ เพราะหากหมอติดธุระด่วน เราจะได้ไม่ไปรอเก้อ      
 
           สำหรับค่าตรวจ โรงพยาบาล BNH ประมาณ 4300 บาท , โรงพยาบาลกรุงเทพ ประมาณ 3100 บาท ,  PSE คลีนิค ประมาณ 2600 บาท ก็ลองเลือกดูว่าจะสะดวกไปตรวจที่ไหน  ต้องเตรียมรูปถ่าย ตามที่อิมมิเกรชั่นกำหนด ไปด้วย 5 ใบ (Appendix B)  และเตรียมแบบฟอร์มสำหรับการตรวจร่างกาย (Appendix C Medical Instructions) ไปด้วย  ดาวน์โหลดเอกสารการเตรียมรูปถ่ายและ Medical Instructions ได้จากที่นี่ http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/guides/3906e.pdf - http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/guides/3906e.pdf
           ***ข้อสำคัญการตรวจร่างกายควรทำหลังสุด ไม่ควรไปตรวจร่างกายก่อนที่จะกรอกเอกสารตามแบบฟอร์มของ cic เสร็จ หรือไปตรวจก่อนได้ใบรับรองประวัติอาชญากรรม  เพราะว่าการตรวจร่างกายมีอายุแค่ 1 ปี  วันที่ตรวจร่างกายบวก 1 ปี  จะถือเป็นวันของ PR ที่หมดอายุเช่นกัน  พูดง่ายๆก็คือ หากตรวจร่างกายวันที่ 1 มกราคม 51  และส่งเอกสารไปมิสซิสซอก้าวันที่ 30 มกราคม 51 และสิงคโปร์ออก PR ให้ในวันที่ 30 กรกฏาคม  51  คุณจะต้องเดินทางเข้าแคนาดาก่อนวันที่ 1 มกราคม 52 อายุของ PR นับตามวันที่ตรวจร่างกาย บวก 1 ปี
 
5. อย่าลืมเตือนหรือถามคนที่เป็นสปอนเซอร์เรื่องเอกสารของเขาที่เขาต้องเตรียมเอกสารเกี่ยวกับรายได้การเสียภาษีที่เรียกว่า Notice of Assessment กับ  T4  สามารถโทรไปขอได้ที่ Canada Revenue  Agency โทร. 1800-959-8281  
 
6.เข้าเว็บ cic อีกครั้ง http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/guides/3906e.pdf - http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/guides/3906e.pdf แล้วปรินต์เช็คลิสต์รายการเอกสารใน Appendix A ตามนี้ เช็คเอกสารตามเช็คลิสต์ และเรียงเอกสารให้เรียบร้อย  อย่าลืมตรวจทานอีกครั้ง เผื่อว่า อาจจลืมเซ็นตรงไหนหรือไม่ หรือหากมีตรงไหนเขียนผิด จะได้แก้ไขก่อนที่จะส่ง
เมื่อเช็คเรียบร้อยแล้ว  คุณต้องรวบรวมเอกสารในส่วนของคุณทั้งหมดส่งไปให้สามีคุณที่แคนาดาก่อน  หรือให้สามีถือกลับแคนาดาไปด้วย หากเค้าอยู่เมืองไทยขณะที่เตรียมเอกสารกับคุณ  หลังจากสามีคุณกรอกเอกสารของผู้เป็นสปอนเซอร์เสร็จแล้ว ให้เขารวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งไปยังที่ ศูนย์ Case Processing Centre Missisauga  การส่งเอกสารต้องไม่แยกส่งไปคนละที ต้องส่งไปพร้อมกันเท่านั้น มีบางคนส่งของผู้ที่เป็นสปอนเซอร์ไปก่อน ปรากฏว่าถูกตีกลับ เค้าไม่พิจารณานะคะ  ถูกส่งกลับมาให้เอาไปรวบรวมใหม่ ส่งมาพร้อมกันทั้งสองคน  

ที่อยู่ที่ส่งเอกสาร ให้ส่งไปที่นี่นะคะ  
  
Case Processing Centre – Mississauga
P.O. Box 3000, Station A
Mississauga ON  L5A 4N6
 
***หมายเหตุ : หากจ่ายเงินค่าสมัครพร้อมแนบใบเสร็จไปเลยจะยิ่งทำให้เรื่องเร็วขึ้นอีกค่ะ  จ่ายออนไลน์ก็ได้สะดวกดี ค่าสมัครที่ต้องจ่ายมีสองส่วนคือ ที่ต้องจ่ายให้ทาง มิซิซอก้า (Receiver General For Canada)  เบ็ดเสร็จ 1,040 CAD (สำหรับสปอนเซอร์คุณคนเดียว) ตามรายละเอียดนี้คือ
Right of Permanent resident fee    =  490 CAD

Processing Fees  for sponsor  =  75 CAD
Processing Fees  for Principal applicant  =  475 CAD 

     ขั้นตอนหลังจากที่แฟนคุณส่งเอกสารทุกอย่างไปยังมิสซีสซอก้าแล้ว ทางศูนย์ CPC จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้สปอนเซอร์ว่าเข้าข่ายที่ทาง Citizenship and Immigration Canada (ซึ่งขั้นตอนการพิจารณาของผู้เป็นสปอนเซอร์ตอนนี้จะใช้เวลาประม าณ 38 วันทำการ) ได้กำหนดไว้ ถ้าผ่านปุ๊ปเขาจะส่งจดหมายมาบอกคนที่เป็นสปอนเซอร์  และขณะเดียวกันเอกสารทุกอย่างจะถูกส่งไปยัง  Canadian High Commission ที่สิงคโปร์ เพื่อทำการพิจารณาอีกขั้นตอนนึง     ในเรื่องการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างคุณและสามี   ถ้าทาง CHC ที่สิงค์โปร์เขาไม่ได้ติดใจอะไรในเอกสาร เขาก็จะขอพาสปอร์ตไปติดพีอาร์วีซ่า เพื่อใช้ในการเข้ามาแลนด์ที่แคนาดา  ระยะเวลาของขั้นตอนที่ CHC ที่สิงคโปร์ ค่าเฉลี่ยประมาณ 2-4 เดือน โดยไม่ต้องสัมภาษณ์ หากต้องถูกสัมภาษณ์ก็จะได้รับการติดต่อทางจดหมายและรอเค้าโทรมานัดวัน เวลา สัมภาษณ์ อีกครั้งหนึ่ง 
 
*****ระยะเวลาจากขั้นตอนที่ส่งเอกสารไป CIC และเริ่ม Process จนถึงสิงคโปร์ส่งจดหมายมาขอพาสปอร์ตไปติดวีซ่า แต่ละคนใช้ระยะเวลาแตกต่างกันค่ะ****



-------------


Posted By: ChoKun
Date Posted: 04 Feb 2011 at 14:14
เทคนิคเล็กๆในการกรอกเอกสารและการเตรียมเอกสารแสดงความสัมพันธ์ [C]
เครดิต : บล็อกคุณเจน

อยากแชร์ประสบการณ์เล็กๆ ที่ดิฉันคิดว่า อาจจะช่วยให้ผู้ที่พิจารณาได้เห็นความสัมพันธ์ของผู้สมัคร PR และ Sponsor และมีโอกาสของการพิจารณาให้ได้ PR อย่างรวดเร็ว  ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งนี้เป็นปัจจัยที่ดิฉันได้ PR ในระยะเวลา  2 เดือน เท่านั้น   

     1.ตั้งใจอ่านคำถาม แปลโจทย์ และตอบคำถาม+เขียนบรรยายด้วยตัวเอง ขอยกตัวอย่างการตอบคำถามของ Form IMM 5490 ข้อที่สำคัญ คือข้อ 
           ข้อ 6. Give any additional details describing the circumstance of your first meeting with your sponsor.  ข้อนี้ตามความรู้สึกของดิฉัน มันไม่ใช่การได้พบเจอกันตัวเป็นๆของทั้งสองฝ่าย  แต่มันต้องตอบตั้งแต่รู้จักกันยังไง  recall เหตุการณ์ที่ทำให้ได้รู้จักกัน และหลังจากนั้นเรารู้สึกอย่างไร เพราะอะไรเราจึงตัดสินใจเลือกคบกับเค้า จนกระทั่งการได้เห็นตัวจริงของกันและกัน..เขียนให้เห็นการพัฒนาความสัมพันธ์ และหากคุณรู้จักแฟนทางเน็ต ก็บอกเว็บไซต์ด้วยค่ะว่ารู้จักกันที่เว็บไหน  พร้อมบอกไปเลยว่าดังแสดงหน้าของโปรไฟล์ของเราและสามีที่ได้แนบมานี้

         
ข้อ 9. Describe how your relationship developed after your first contact/meeting with your sponsor and if you and your sponsor dated or went on any outings or trips together. Provide photos and any documentary evidence....  อันนี้สำคัญมากเลยค่ะ ดิฉันพิมพ์ไปได้สามหน้ากระดาษA4   เรียงตามลำดับเวลา ตั้งแต่รู้จักกัน เราคุยกันอย่างไร เรามีอะไรที่ประทับใจในตัวแฟน และอะไรที่เราไม่ชอบในตัวเค้า พร้อมบอกจุดดี จุดด้อยของตัวเราเองที่แฟนเราชอบหรือไม่ชอบ  และข้อด้อยของกันและกันนั้น 
        บรรยายว่าข้อดี ข้อด้อย ที่แตกต่าง มีวิธีการที่จะพัฒนาให้มันเข้ากันได้ได้อย่างไร หรือทำอย่างไรที่จะอยู่ร่วมกันแล้วมันจะไม่เป็นความทุกข์ในอนาคต  และได้เปิดใจคุยกันหรือยัง พร้อมยกตัวอย่างเรื่องและวิธีการcope กับปัญหาเหล่านั้นด้วยค่ะ   
        นอกจากนั้นก็ เขียนสถานที่ที่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ระบุวัน เวลา และเพื่อนหรือครอบครัว ที่ไปด้วย และเราบอกด้วยว่าไปที่นั่นเพราะอะไร มีอะไรที่ทำให้ประทับใจแฟนเพิ่มขึ้นมาบ้าง อย่างสามีเราพาเราไปที่ UBC ซึ่งเค้าจบป.ตรี , ป.โทที่นั่น และพาเราดิฉันไปพบอาจารย์ที่เคยสอน ทำให้ดิฉันได้รู้จักตัวตนของสามีในอีกมุมหนึ่งของวัยที่เค้าศึกษาและใช้ชีวิตที่นี่  จากคำบอกเล่าของอาจารย์ ที่ดิฉันไม่เคยรู้มาก่อน

       2. หาเอกสาร หลักฐาน การเลือกหลักฐานที่ดี และเก็บเอกสารช่วยได้มากค่ะ  ถ้าแค่เขียนบรรยายแล้วไม่มีอะไรยืนยัน คนอ่าน/พิจารณาเค้าอาจจะไม่เชื่อ การแนบหลักฐาน ดิฉันเน้นที่รูปถ่าย เขียนบรรยายหลังรูปสั้นๆ
          หากรูปมีวันที่ซึ่งตรงกับเรื่องที่เราเขียนจะดี (ตอนที่ถ่ายรูปจริงๆตั้งแต่มาแคนาดาปีก่อน ไม่ได้ set กล้องให้โชว์วันที่ตอนถ่ายรูป  แต่พอคิดได้ว่ารูปที่ส่งไปน่าจะมีวันที่ เลยเอารูปตั้งแต่ปีก่อนมา transfer  กลับเข้ามาในกล้องแล้ว set วันที่ แล้ว save ลงคอมใหม่อีกที      ปรากฎว่ากล้องมันอัจฉริยะค่ะ มันสามารถปรากฎวันที่และเวลาของการถ่ายภาพลงในรูปได้) 
ดิฉันส่งไปทั้งหมด 100 ใบค่ะ เยอะ แต่ก็เป็นประโยชน์ รูปถ่าย ไม่ต้องใส่ซองหรือติดกระดาษอะไรเลย ส่งเป็นแผ่นๆ ด้านหลังก็เขียนรายละเอียดนิดหน่อยว่าถ่ายที่ไหน นอกจากรูปแล้วก็เลือก email, card ต่างๆ , post card  ที่ส่งถึงกัน และมี msn ที่แชทกันทุกวัน  จริงๆที่ save เอาไว้เพื่อมาดูภาษาอังกฤษของตัวเองว่ามันแย่ขนาดไหน  และอ่านเรื่องที่คุยกันในภายหลัง แต่ปรากฏว่ามันเป็น evidence ที่ช่วยได้ ดิฉันไว้ทำเป็นเล่ม เดือนละเล่ม เล่มนึงได้ประมาณ 400 หน้า แต่ส่งไปให้เค้าดูสองเล่ม   ซึ่งทำฉบับย่อส่งไป ส่วนบิลค่าโทรศัพท์ ใบเสร็จทุกใบเสร็จอย่างเวลาที่ไปเที่ยว พักโรงแรม รีสอร์ท ก็ให้โรงแรมออกใบเสร็จเป็นชื่อของดิฉันและสามี  แล้วใช้ปากา hight light ที่ชื่อของทั้งสองคน  มีเพื่อนคนนึงบอกว่าเค้ามีตะกร้าสำหรับในเสร็จโดยเฉพาะ แม้แต่ใบเสร็จของการรับประทานอาหารที่ร้าน ก็เก็บ  แต่ดิฉันเก็บใส่แฟ้มเอาไว้เป็นอย่างดี  
 ***หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย เคยแต่งงานหรือมีบุตรมาก่อน ก็ควรต้องให้สามีเก่า/ภรรยาเก่า ได้เขียนจดหมายรับรองว่า หลังจากที่ได้เลิกกันไปนั้น ไม่เคยมีความสัมพันธ์กันอีก หากกรณีมีบุตร ก็ควรระบุต่อไปด้วยว่าจะมีการดูแลบุตรเป็นอย่างไร เช่น สมมติว่าหญิงไทยเคยแต่งงานกับชายไทย มีลูกสาวหนึ่งคน และต้องการพาลูกสาวไปอยู่ด้วยที่เคนาดา ดังนั้นดอีตสามี ก็ค้องระบุในจดหมายว่า ยินดีที่ให้บุตรไปอยู่ที่แคนาดากับครอบครัวใหม่ของอดีตภรรยา หรือว่าจะมีเงื่อนไขอย่างไร ก็ต้องเขียนให้ชัดเจน 

3. เพื่อให้ทางผู้พิจารณาดูเอกสารได้ง่าย และเอกสารดูเป็นหมวดหมู่เรียบร้อย ดิฉันดูจาก Appendix A ที่ต้องเช็คลิสต์ก่อนส่งเอกสาร  เอกสารดิฉันเยอะมาก ดิฉันเลยทำสารบัญเพื่อให้หาเอกสารการอ้างอิงได้ง่าย

ดิฉันพิมพ์หน้าสารบัญนี้ว่า  The list of Documentary evidence of evens or activities between the relation of Mrs.....and Mr. ...... ใน list ก็จะมี
Part A : Immigration Forms  แล้วเรียงฟอร์มให้เป็น  A1......  A2...... A3.....   
Part B :  Identity and civil status documents  B1......  B2...... B3..... 
Part C : Travel documents and passports   
Part D : Proof of relationship to sponsor  อันนี้มีตั้งแต่ D1 ถึง D20 เลยค่ะ  ใบเสร็จ รูปถ่าย msn อยู่ในPart นี้
Part E :  Police certificate and clearances   
Part F :  Proof of medical examination   
Part G :  5  photos of Mrs...... 
อันนี้เป็นใบปะหน้า และเมื่อถึงตัวเอกสารต่างๆ ก็ใช้ฟิล์มสีเล็กๆๆเขียนว่าเป็น A1 , A2...., G1 ด้วยค่ะ

4. เตรียมเอกสารมาเยอะแล้ว  มาฉุกคิดได้ว่า  การเป็นสามีภรรยา สังคมก็ควรรับทราบว่าเป็นสามีภรรยากันจริง  เราเลยหาหลักฐานอื่นๆ เช่น ให้เพื่อนสนิทเขียนจดหมายแสดงความคิดเห็นต่อคู่ของเรา  ว่าเค้าเคยไปเที่ยวที่ไหนกับเรา เป็นอย่างไร และดิฉันปริ๊นหน้า HI5, Face book , msn space  เพราะอันนี้ก็ถือเป็น community ที่เราและเพื่อนฝูง คนที่รู้จัก ได้คุยกัน
อย่าลืมไปถ่ายรูปหน้าตรง ให้ได้ขนาดตามที่ Citizenship and Immigration Canada ต้องการ ฉากหลังต้องสีขาวเท่านั้น สีอื่นๆไม่ได้ค่ะ ขนาดของรูปตามเว็บไซด์นี้เลย http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/guides/3906e.pdf - http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/guides/3906e.pdf    แนะนำให้ปรินต์หน้าเอกสารแล้วนำไปให้ทางร้านถ่ายภาพดูด้วย เพราะว่าขนาดของรูปที่ใช้ในการสมัครพีอาร์หรือวีซ่าต่างๆ จะค่อนข้างต่างจากที่อื่นๆ  เตรียมไว้ให้พร้อม รูปนี้ถ่ายมาหนึ่งโหล จะใช้ในการตรวจร่างกาย 4ใบ และส่งไป CIC 5 ใบ รวม 9 ใบ
 
คงจะพอเป็นแนวทางในการเตรียมเอกสารได้บ้างนะคะSmile
 


-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 04 Feb 2011 at 23:43
ดีมากๆ เลยกุน ทำได้ดีมาก ClapClapClapClap
แวะมาเพิ่มเติมจากข้อ 2 ข้างบน ที่กล่าวว่า***หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย เคยแต่งงานหรือมีบุตรมาก่อน ก็ควรต้องให้สามีเก่า/ภรรยาเก่า ได้เขียนจดหมายรับรองว่า หลังจากที่ได้เลิกกันไปนั้น ไม่เคยมีความสัมพันธ์กันอีก หากกรณีมีบุตร ก็ควรระบุต่อไปด้วยว่าจะมีการดูแลบุตรเป็นอย่างไร เช่น สมมติว่าหญิงไทยเคยแต่งงานกับชายไทย มีลูกสาวหนึ่งคน และต้องการพาลูกสาวไปอยู่ด้วยที่เคนาดา ดังนั้นดอีตสามี ก็ค้องระบุในจดหมายว่า ยินดีที่ให้บุตรไปอยู่ที่แคนาดากับครอบครัวใหม่ของอดีตภรรยา หรือว่าจะมีเงื่อนไขอย่างไร ก็ต้องเขียนให้ชัดเจน 
ตรงนี้ไม่จำเป็นค่ะ ไม่ต้องมีก็ได้ กรณีชายแคเนเดียนจะแต่งกับหญิงไทยแค่ใบหย่าก็พอแล้ว เพราะการไปขออะไรจากเมียเก่าบางกรณีเป็นไปไม่ได้เลย เพราะหย่าจากกันไม่ดี ผู้หญิงฝรั่งร้ายกว่าที่เราคิดไว้มากนะคะ บางรายเมียเก่าทำขนาดจะให้ผู้ชายเป็นสปอนเซอร์ไม่ได้เลยก็มี ส่วนหญิงไทยก็ต้องขอเป็นผู้ปกครองบุตรเพียงผู้เดียว หากจะนำลูกไปแคนาด้วยถ้ามีชื่อใครเป็นบิดาก็ต้องได้รับความยินยอมด้วยค่ะ

-------------
One life, Live it!


Posted By: ChoKun
Date Posted: 06 Feb 2011 at 15:26
จดทะเบียนสมรสที่ประเทศแคนาดา
จดทะเบียนสมรสที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ มณฑลบริติชโคลัมเบีย ประเทศ แคนาดา
การขอจดทะเบียนสมรส ผู้ร้องขอจดทะเบียนสมรสทั้งสองฝ่ายจะต้องเดินทางไปดำเนินการด้วยตนเองที่สถานกงสุลใหญ่ ฯ โดยขอให้จัดส่งสำเนาหลักฐานและเอกสารต่างๆ พร้อมแบบฟอร์มคำร้องขอจดทะเบียนสมรสให้สถานกงสุลใหญ่ ฯ เตรียมการล่วงหน้าก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อ เพื่อกำหนดวันนัดหมายจดทะเบียนสมรสให้ในโอกาสต่อไป
หลักฐานและเอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้
  1. แบบฟอร์มคำร้องนิติกรณ์ ที่ได้กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
  2. แบบฟอร์มคำร้องขอจดทะเบียนสมรส ที่ได้กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
  3. หนังสือเดินทางของผู้ร้องขอจดทะเบียนสมรสที่ยังมีอายุการใช้งานอยู่
  4. บัตรประจำตัวประชาชนไทย และ/หรือ ทะเบียนบ้าน
  5. ในกรณีที่ผู้ร้องขอจดทะเบียนสมรสเคยจดทะเบียนสมรสตามกฏหมายไทย จะต้องนำใบสำคัญแสดงการหย่า ที่ทางราชการไทยออกให้ไปแสดงด้วย
  6. หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เคยจดทะเบียนสมรสตามกฏหมายของประเทศอื่นมาก่อน โปรดนำเอกสารแสดงการหย่าตามกฏหมายของประเทศนั้นๆไปแสดงด้วย
การจดทะเบียนสมรสไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

ดาวน์โหลดใบสมัคร (แบบฟอร์มคำร้องนิติกรณ์)
ในการเปิด ไฟล์แบบฟอร์มคำร้องนิติกรณ์ซึ่งอยู่ในรูปแบบ PDF ท่านจะต้องติดตั้งโปรแกรม Acrobat Reader ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านก่อน ถ้าท่านยังไม่มีโปรแกรมดังกล่าวโปรดคลิ้กที่ลิงค์ด้าน ล่างเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม

http://www.thaicongenvancouver.org/cms/docs/consular_forms/Legalization.pdf - แบบฟอร์มคำร้องนิติกรณ ์ (PDF Format)
http://www.thaicongenvancouver.org/cms/docs/consular_forms/Marriage-1.pdf - คำร้องขอจดทะเบียนสมรสP.1 (PDF Format)
http://www.thaicongenvancouver.org/cms/docs/consular_forms/Marriage-2.pdf - คำร้องขอจดทะเบียนสมรสP.2 (PDF Format)




ตกหล่นประการใด รอพี่พิมและสะใภ้ท่านอื่นมาสมทบอีกทีนะคะ


-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 07 Feb 2011 at 01:11
สวัสดีอีกทีค่ะกุน ตอบคำถามคุณ someone ที่ถามเรื่องทำพีอาร์ในแคนาดานะคะ จดทะเบียนสมรสแล้วก็ใช้นามสกุลสามีได้ทันทีค่ะ ทำพีอาร์ต่อได้เลยค่ะ ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนในแคนาดา
ส่วนการทำพีอาร์ก็ใช้เอกสารเหมือนกันกับทำพีอาร์ภายนอกประเทศค่ะ การทำพีอาร์ภายในแคนาดาก็ต้องเชิญคนอื่นมาเล่าต่อค่ะ พี่ไม่มีประสบการณ์ตรง แต่ขอให้ทำใจไว้ด้วยว่าจะรอนานแค่นั้นเองค่ะ


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pimada
Date Posted: 07 Feb 2011 at 01:18
ขอคั่นด้วยลิงค์เรื่องวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดาสำหรับบุคคลทั่วไป จากบล็อคคุณ ouise ไม่ขอก๊อปลงนะคะเพราะลิขสิทธิ์เจ้าของบล็อค
 
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ouise&group=8&month=05-2007&date=31&gblog=5 - http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ouise&group=8&month=05-2007&date=31&gblog=5


-------------
One life, Live it!


Posted By: ChoKun
Date Posted: 07 Feb 2011 at 09:32
Originally posted by Pimada

สวัสดีอีกทีค่ะกุน ตอบคำถามคุณ someone ที่ถามเรื่องทำพีอาร์ในแคนาดานะคะ จดทะเบียนสมรสแล้วก็ใช้นามสกุลสามีได้ทันทีค่ะ ทำพีอาร์ต่อได้เลยค่ะ ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนในแคนาดา
ส่วนการทำพีอาร์ก็ใช้เอกสารเหมือนกันกับทำพีอาร์ภายนอกประเทศค่ะ การทำพีอาร์ภายในแคนาดาก็ต้องเชิญคนอื่นมาเล่าต่อค่ะ พี่ไม่มีประสบการณ์ตรง แต่ขอให้ทำใจไว้ด้วยว่าจะรอนานแค่นั้นเองค่ะ



สวีสดีค่ะพี่พิม ขอบคุณพี่พิมที่ช่วยเพิ่มเติมข้อมูลนะคะ ถ้าข้อมูลถ้าตกหล่นขออภัยด้วยจ้า Smile

คุณ someone ตามที่พี่พิมบอกเลยค่ะ จดทะเบียนสมรสในแคนาดาสามารถใช้นามสกุลสามีได้ทันที ถ้าคุณขอพีอาร์ในแคนาดาจะต้องรอนานกว่าขอพีอาร์จากนอกประเทศนะคะ ขอแสดงความยินดีกับคุณ someone อีกครั้งนะค่ะ



-------------


Posted By: someone
Date Posted: 09 Feb 2011 at 20:14
สวัสดีค่ะ พี่กุน    และพี่ พิม someoneค่ะ เอิร์นอยู่ที่ coguitlam ค่ะ พี่ และขอบคุณค่ะที่ตอบให้เอิร์นทราบเกี่ยวกับ PR และการจดทะเบียน

-------------
Have a Great Day


Posted By: Pimada
Date Posted: 09 Feb 2011 at 23:02
Originally posted by someone

สวัสดีค่ะ พี่กุน    และพี่ พิม someoneค่ะ เอิร์นอยู่ที่ coguitlam ค่ะ พี่ และขอบคุณค่ะที่ตอบให้เอิร์นทราบเกี่ยวกับ PR และการจดทะเบียน
ยินดีอีกทีกับน้องเอิร์นค่ะ พี่ชอบมากนะที่บีซี สวยสมชื่อสโลแกนเขาจริงๆ ตอนนี้พี่นิ่มกำลังเขียน ปสก การขอพีอาร์ภายในแคนาดา จากประสบการณ์ตรงเขาหนะ เอิร์นมีอะไรก็ถามได้ พวกเอกสารต่างๆ เอิร์นเตรียมมาพร้อมหรือยัง

-------------
One life, Live it!


Posted By: prapus_kas
Date Posted: 09 Feb 2011 at 23:08
  ขอเข้ามาเล่าประสบการณ์ตรงเรื่องการขอพีอาร์วีซ่าในประเทศแคนาดา
 
  เห็นด้วยกับคุณกุนและพี่พิมค่ะ
ขอพีอาร์ในแคนาดาจะต้องรอนานกว่าขอพีอาร์จากนอกประเทศ

  ขอเล่าแบบเล่าสู่กันฟังละกันนะค๊ะ นิ่มทำเรื่องมาแคนาดาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ด้วยความที่เราไม่รู้เรื่องการขอวีซ่า  เป็นคนต่างจังหวัดที่ไม่ค่อยได้เข้าไป กทม ก็ไม่รู้เส้นทางเอาซะเลย ก็เลยเปิดหาเอเจนซี่ช่วยเดินเรื่องเอกสาร ก็ไปเจอเอเจนซี่รายนึงเขาก็ช่วยเรื่องเอกสารต่างๆ เราต้องใช้อะไรบ้าง พาเราไปส่งเอกสาร เขาแนะนำว่าถ้าอยากมาไวๆก็ขอวีซ่าท่องเที่ยวแล้วเราก็มาเดินเรื่องเองที่ แคนาดา  โดยเรานำเอกสารที่เราแปลจากไทยเป็นภาษาอังกฤษแล้วมายื่น ก็ทำตามขั้นตอนจนมาถึงวันสัมภาษณ์ที่สถานทูตปรากฏว่าผ่าน  แต่เราต้องเอาตั๋วเครื่องบินมายืนยันว่าเรามีตั๋ว(ตอนนั้นช่วยธันวา ไฮซีซั่นแล้ว ขอบอกว่าตั๋วแพงเป็นเท่าตัว)เราต้องจองไปกลับเอเจนซี่ก็บอกว่าใช้แต่ขาไป ขากลับเดี๋ยวเอาตั๋วมาคืนอาจจะโดนหักเงินนิดหน่อย แต่พอถึงเวลาจริงๆคืนไม่ได้ค่ะ โมโหสุดๆแต่ช่างมัน เสียค่าไม่ฉลาดไป)

  ทีนี้พอมาถึงแคนาดา เราก็ทำเรื่องส่งเอกสารไป  นิ่มมาถึงที่นี่เดือนธันวาคม แต่กว่าจะได้ส่งเอกสารก็ช่วงมีนาคมค่ะ แฟนต้องหางานใหม่เพราะเมื่อก่อนเขาอยู่ออนตาริโอ แต่พอหลังจากแต่งงานกันเขาก็อยากมาอยู่ใกล้ๆพ่อแม่ ก็กว่าจะตั้งต้นกันได้ก็มีนาคมนี่ละค่ะ ช่วงที่ยังไม่ได้หนังสือตอบรับจากทางสถานทูต เวลาป่วยไข้ไปโรงพยาบาล เราต้องออกเงินค่ารักษาพยาบาลเองตลอดเพราะเรายังไม่มีบัตรประกันสุขภาพ ก็มากพอควรเหมือนกันแต่เราก็นับว่าโชคดีที่ไม่ต้องถึงขนาดผ่าตัด ถ้าผ่านตัดก็เสียเงินเยอะมากๆ ทีนี้หลังจากส่งเอกสารไปได้เดือนกว่าๆ ทางสถานทูตส่งเอกสารตอบรับมาว่าเขาได้รับเอกสารเราแล้วนะ ก็ใจชื้นขึ้นมาละ ก็นำเอกสารที่เขาส่งมาเนี้ยแฟกซ์ไปยังหน่วยงานที่เขาทำบัตรประกันสุขภาพแล้ว เราก็ท้องพอดีไปหาหมอทีก็ลุ้นตัวโก่ง เพราะบัตรประกันสุขภาพที่เขาให้มา ตอนแรกน่าจะมีอายุการใช้งาน 3-5 เดือนเพราะเรายังอยู่แคนาดาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว  พอบัตรจะหมดอายุทีก็ทำเรื่องขอบัตรใหม่ตลอด รวมๆน่าจะ 4-5 ครั้งได้ที่ขอไปลุ้นและเครียดมากๆ เพราะทางสถานทูตก็นานมากๆ กว่าจะติดต่อมา เราต้องคอยโทรถามเช็คตลอด ช่วงใกล้คลอดน้องยิ่งเครียดค่ะ เพราะถ้าเราไม่มีบัตรประกันสุขภาพช่วงนั้น เราออกเองทุกอย่าง พอดีแม่แฟนอ่านข่าวมาเล่าให้ฟังว่ามีนักท่องเที่ยวชาวสวิสเซอร์แลนด์มา เที่ยวแล้วมาคลอดก่อนกำหนดที่นี่ เขาต้องออกเงินค่าคลอดเองหมดไปเป็นแสนดอลล์ เอาละสิเราก็ยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ แต่ก็ยังโชคดีค่ะ คาบเส้นยาแดงตลอด

  แฟนนิ่มยื่นเรื่องไปทำพีอาร์วีซ่าช่วง เดือนมีนาคม 2007 แล้วนิ่มได้พีอาร์มาช่วงเดือน พฤศจิกายน 2008 ก็รอพีอาร์อยู่ประมาณ 1 ปีกับอีก 8 เดือนค่ะ จะมาเสียเวลาจริงๆก็ตรงช่วงที่เขาขอใบรับรองความประพฤติของเรานี่ละค่ะ เราต้องส่งไปขอจากกรมตำรวจที่ไทย ด้วยความไม่รอบคอบ แฟนว่ามันก็แค่เอกสารคงไม่หาย ก็เลยไม่ได้ส่งแบบลงทะเบียนไป ปรากฏว่าโทรไปถามที่กรมตำรวจยังไม่ได้รับเอกสาร เราก็ต้องส่งไปใหม่รอบหลังลงทะเบียนไม่หายค่ะ เล่าไม่เก่งนะค๊ะ

   ถ้าเล่าไม่ดี  ขาดตกบกพร่องยังไงก็ขออภัยด้วยค่ะ


-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 10 Feb 2011 at 03:55

ขอบใจมากนิ่มที่มาช่วยเสริม ออกตัวก่อนว่าไม่ได้วิชาการอะไรเรามีประสบการณ์อะไรก็ช่วยกันตามประสา ไม่รู้ก็แนะนำแหล่งให้ไปอ่านไปถาม ข้อมูลอื่นๆที่เรารู้ก็ทำลิงค์ให้ ไม่ว่าคนอื่นจะบอกแนะนำอย่างไรสุดท้ายก็ตัวเราเองนั่นแหละต้องลงมือทำเอง เพราะเราเองรู้เรื่องตัวเองดีที่สุด

การแต่งงานกับแคเนเดียนแล้วขอพีอาร์เข้ามาในประเทศแนะนำให้ทำแบบภายนอกประเทศ ยกเว้นผู้ที่อยู่ในนี้แล้ว หากจะทำก็ไม่ได้ขัดอะไรเป็นสิทธิส่วนตัว เคสของแต่ละคนต่างกัน เพราะเอกสารต่างๆก็อยู่บ้านเรา ทำเป็นระบบ กรอกแบบฟอร์มเอง ถ้าไม่เข้าใจก็ให้แฟนช่วย หรือถามในนี้ก็ได้ พอส่งเอกสารไปที่มิสซิสซอก้าแล้วก็รอ Sponsorship approved ไม่เกินสี่สิบห้าวัน ส่วนใหญ่ได้ภายในเดือนนึง บางรายก็น้อยกว่านั้น จากนั้นก็ขอวีซ่าท่องเที่ยว ที่ขอแล้วได้แน่นอน มารอที่แคนาดาโดยแนบเอกสารที่บอกว่าสปอนเซอร์ผ่านแล้วมาด้วย แค่เดือนเดียวไม่นาน ดีกว่าต้องมาทำภายในที่มีอุปสรรคปัญหาหลายอย่าง มีคนกระซิบว่าหลายคู่เลิกไปเลยเพราะผู้ชายไม่ทำเอกสารให้ เสียเงินเสียเวลาหยุมหยิม ไม่รักกันมากๆ ไม่รอด ยิ่งคู่ที่ไม่รู้จักผู้ชายดีอาจมีปัญหาหนักตามมา แต่ไม่เคยมีคนเอามาโพสต์เล่าให้ฟัง อีกหลายๆคนไม่เล่นเน็ทด้วยซ้ำ ตอนตัวเองทำก็มีทะเลาะกันแค่ไปจดทะเบียนสมรสวิ่งไปวิ่งมา
อีกอย่างการทำพีอาร์ ทำเองได้ทำเลยไม่ต้องไปจ้างใคร เพราะแบบฟอร์มคำอธิบายมีในเว็บของซีไอซี ในเว็บไทยออนทาริโอก็มีคนให้ความรู้หลายคน ตามอ่านได้ ไม่เข้าใจก็เอาคำถามมาลง หากคนไหนโชคดีแฟนกรอกช่วยก็ดีไป ถ้าจ้างคนทำก็ต้องกรอกเอกสารเอง เขียนเอง รวมหลักฐานเอง ไปจดทะเบียนสมรสเอง คนอื่นมีหน้าที่ตรวจเอกสาร สั่งให้เราทำและรวมส่งให้เท่านั้น เหมือนงานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ เขามีอาหารเหมือนๆกันมาวาง เรามีหน้าที่ไปตักมากินแล้วเก็บจาน ถ้าใครจ้างเขาก็จ้างคนไปตักข้าวมาให้แล้วสั่งให้เราตักเข้าปาก กินเสร็จเก็บจานให้แต่คิดเงินเรามากเกินความจำเป็น อีกอย่างทัศนคติคนที่จะใช้ชีวิตต่างประเทศควรคิดพึ่งตัวเองเป็นหลักและแสวงหาความรู้เสมอ คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ขยันอดทนอยู่แล้วไม่น่ามีปัญหาในการปรับตัว เรายังหวังว่าจะมีผู้รู้คนอื่นมาช่วยเราตอบคำถามและสร้างสรรค์บ้านเมเปิ้ลหลังนี้ด้วยกันค่ะ (เพิ่งได้ธงใหม่ด้วย ขอบคุณกุนอีกที)


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pimada
Date Posted: 10 Feb 2011 at 04:04

แนะนำให้จ้างทนายสำหรับกรณีที่ยากๆ แต่เรื่องจ้างไม่จ้างก็เป็นสิทธิแต่ละคน เงินใครเงินมันเนาะ



-------------
One life, Live it!


Posted By: Pimada
Date Posted: 10 Feb 2011 at 05:20

การขออำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (ป.ค. 14)

 ได้เกริ่นเรื่องการขอปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียวไปแล้วก็อยากหาข้อมูลมาลงเพิ่มค่ะ ออกตัวก่อนว่าดิฉันไม่มีประสบการณ์ตรงแต่จะรวบรวมและแปะลิงค์ให้ หากใครพบว่าข้อมูลผิดพลาดก็ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ

และจะขอเอ่ยถึงผู้ปกครองที่เป็นแม่นะคะ ก็คือหญิงไทยเรานั่นเอง ใครจะไปรู้ว่าวันนึงจะต้องหย่ากับสามี แล้วมีวันนึงได้แต่งงานกับชาวต่างชาติและต้องเอาลูกเรามาอยู่ด้วย เพื่ออนาคตที่ดี ข้อแนะนำหากมีการหย่าคือนอกจากจะขอ ค.ร. 7  ใบสำคัญการหย่าแล้ว คนเป็นแม่ควรขอใบ ค.ร.6 คือบันทึกการหย่าด้วยว่าแม่มีสิทธิ์ปกครองเด็กแต่เพียงผู้เดียว (หากฝ่ายชายไม่ขัดข้องและมีปัญหานะ) ถ้าเรามีตัวนี้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปขอป.ค. 14 อีก

ใบปค.14คือใบรับรองว่าเรามีสิทธิ์ดูแลลูก กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสหรือไม่ได้มีบันทึกการหย่า การขอใบนี้ยังต้องให้สามีเก่าหรือพ่อเด็กมาเซ็นต์ จนทจะถามว่าตอนนี้เด็กอยู่กับใครและการที่เด็กไปต่างประเทศกับแม่จะมีปัญหาหรือเปล่า มีพยานสองคน เอกสารมีใบเกิดลูก สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชนทั้งของแม่ พยาน และสามีเก่า สามารถไปแจ้งดำเนินการที่สำนักงานเขตที่ลูกเราอยู่ และถ้าสามีเก่าไปเซ็นต์ก็ไปพร้อมกันเลยใช้เวลาไม่นานขึ้นอยู่กับคิวว่ารอนานหรือเปล่า  

อีกตัวอย่างกรณีที่มีบันทึกการหย่า หากหย่ากับสามีเก่าแต่ก่อนหย่าให้ลงบันทึกการหย่าไว้ด้วยว่า ทรัพย์สินแบ่งคนละครึ่ง ลูกอยู่ในความดูแลของมารดาแต่เพียงผู้เดียว แต่บิดาสามารถมาหาบุตรได้บ่อยแค่ไหนเมื่อไหร่ก็ว่าไป และค่าเลี้ยงดูบุตรบิดารับผิดชอบเดือนละเท่าไรก็ว่าไป หลังจากนั้นพาลูกไปเปลี่ยนชื่อ และนามสกุล ให้มาใช้นามสกุลของมารดา กรณีนี้คนเป็นแม่สามารถทำได้ทุกอย่างคนเดียวโดยไม่ต้องมีบิดาและพยาน 
 
กรณีพาเด็กมาเที่ยว การทำพาสปอร์ตให้ลูก ถ้าเด็กใช้นามสกุลพ่อ ต้องให้พ่อและแม่เซ็นต์ยินยอมการทำพาสปอร์ตเพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ และพ่อต้องเซ็นต์ยินยอมให้เด็กมาต่างประเทศได้ กรณีนี้ลูกมาเที่ยวต่างประเทศ เด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนามสกุล แต่ต้องให้บิดาหรือผู้มีอำนาจการปกครองเด็กไปทำเรื่องยินยอมให้เด็กเดินทางมาต่างประเทศได้ที่สำนักงานเขต และต้องมีบัตรประชาชนของบิดามารดา ใบสูติบัตรตัวจริง ถ้าเป็นเอกสารต้องมีตราประทับของสำนักงานเขต ถ้าบิดามารดาไม่สามารถไปดำเนินการได้สามารถให้คนอื่นไปทำแทนได้แต่ต้องมีใบมอบอำนาจและใบยินยอมให้เด็กเดินทางมาต่างประเทศ ในกรณีที่มารดาแต่งงานใหม่และเปลี่ยนนามสกุลต้องนำหลักฐานการหย่ากับสามีเก่า และหลักฐานการจดทะเบียนใหม่มายืนยัน
 
กรณีที่สามีเก่าไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นการพาลูกมาเที่ยวต่างประเทศหรือพาลูกมาอยู่ด้วย หากบิดาทอดทิ้งบุตรไม่อุปการะส่งเสียเลี้ยงดู ให้ไปแจ้งว่าบิดาเป็นบุคคลสูญหายไม่สามารถติดตามได้ และถ้ามารดามีหลักฐานการส่งเสียดูแลรับผิดชอบเรื่องเงินทองเอามายื่นที่อำเภอขอเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียวได้เลยไม่ต้องรอบิดา ถ้าหากเด็กอาศัยอยู่กับใครอื่นก็ให้บุคคลนั้นเซ็นต์รับรอง
และขอแปะลิงค์จากห้องอื่นๆ ที่นี่ด้วย
ค่ะ
 
http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=1775&PN=3 - http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=1775&PN=3
< =on =x-dns-prefetch-control>
http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=3232 - http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=3232



-------------
One life, Live it!


Posted By: someone
Date Posted: 10 Feb 2011 at 06:12
ค่ะพี่ เอิร์นเตรียมเอกสาร มาพร้อมหมดแล้วค่ะ เอกสารการแปล เอกสารความประพฤติ เอิร์นว่าเอิร์นเตรียมมาน่าจะครบนะค่ะพี่ ที่เอิร์นถาม พี่ พี่ หลายคนค่ะ วันที่14เดือน นี้เอิร์นก็ไปจดทะเบียนค่ะ และหลังจากนั้นเอิร์นก็จะทำเรื่อง PR ค่ะ     เอิร์นอย่ากถามพี่นิดหนึ่งค่ะ   ถ้าเอิร์นจดทะเบียนแล้ว และรอPR แต่วีซ่า ของเอิร์นมีแค่6เดือน เอิร์นสามารถอยู่ต่อที่แคน่าดาได้ไหมค่ะ หลังจาก6เดือนที่วีซ่า เอิร์นหมด เอิร์นจะสามารถอยู่ต่อได้ไหมค่ะ และจะมีปัญหาอะไรไหมค่ะ เกียวกับ วีซ่า     


เอิร์นขอบคุณพี่ ทุก ๆคนค่ะ ที่บอกให้เอิร์นได้รู้

-------------
Have a Great Day


Posted By: Pimada
Date Posted: 10 Feb 2011 at 08:50
Originally posted by someone

ค่ะพี่ เอิร์นเตรียมเอกสาร มาพร้อมหมดแล้วค่ะ เอกสารการแปล เอกสารความประพฤติ เอิร์นว่าเอิร์นเตรียมมาน่าจะครบนะค่ะพี่ ที่เอิร์นถาม พี่ พี่ หลายคนค่ะ วันที่14เดือน นี้เอิร์นก็ไปจดทะเบียนค่ะ และหลังจากนั้นเอิร์นก็จะทำเรื่อง PR ค่ะ     เอิร์นอย่ากถามพี่นิดหนึ่งค่ะ   ถ้าเอิร์นจดทะเบียนแล้ว และรอPR แต่วีซ่า ของเอิร์นมีแค่6เดือน เอิร์นสามารถอยู่ต่อที่แคน่าดาได้ไหมค่ะ หลังจาก6เดือนที่วีซ่า เอิร์นหมด เอิร์นจะสามารถอยู่ต่อได้ไหมค่ะ และจะมีปัญหาอะไรไหมค่ะ เกียวกับ วีซ่า     


เอิร์นขอบคุณพี่ ทุก ๆคนค่ะ ที่บอกให้เอิร์นได้รู้
เอิร์นต้องไปต่อวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าหนึ่งเดือนก่อนวีซ่าจะหมดค่ะ เรื่องนี้พี่นิ่มจะมาตอบให้อีกทีเพราะเขามีประสบการณ์ตรง แน่ะจดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์ด้วยนะ วันแห่งความรักจริงๆ คนแก่อิจฉาWink


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pimada
Date Posted: 10 Feb 2011 at 11:32
ที่ว่าต้องต่อวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าเดือนนึงก่อนหมดก็เพราะขอแล้วกว่าจะได้ก็นาน ต้องขอก่อนเนิ่นๆ
พอต่อวีซ่าแล้วก็อยู่ได้อีกหกเดือน ถ้าหมดก็ขอต่ออีก แผนกต่อวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ที่นี่ค่ะ http://www.cic.gc.ca/english/information/offices/canada/vegreville.asp - http://www.cic.gc.ca/english/information/offices/canada/vegreville.asp


-------------
One life, Live it!


Posted By: someone
Date Posted: 10 Feb 2011 at 20:57
ค่ะ เอิร์นขอบคุณพี่มากนะค่ะ

-------------
Have a Great Day


Posted By: prapus_kas
Date Posted: 10 Feb 2011 at 22:19
 เข้ามาเห็นด้วยกับพี่พิมค่ะ ถ้าวีซ่าหมดนี่พี่เสียวแทน เอาเป็นว่าปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าน้องเอิร์น ยังไงขอให้ได้พีอาร์ไวๆ นะค๊ะ พี่ขอวีซ่าท่องเที่ยวมาจากไทย ตอนพี่มาก็ขอมาแค่ 3 เดือน แล้วมาเดินเรื่องขอพีอาร์กันเองที่นี่ (ไม่สนับสนุนให้ใครทำตามนะ เพราะมาได้จริง แต่มาปวดหัวต่อที่แคนาดา ถ้าพี่รู้ว่ามันจะขนพองสยองเกล้าแบบนี้พี่ก็จะขอพีอาร์มาให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยจ้า) ตอนพี่ขอวีซ่าท่องเที่ยวมานี่ ทางเจ้าหน้าที่ๆสถานทูต พี่เจอคุณป้าแว่น โหดมากๆจ๊ะ พี่เข้าไปนั่งปุ๊บ คุณป้าไม่ให้โอกาสพี่อ้าปากเลย ใส่มาเป็นชุด พี่ยังนึกในใจ คิดถึงแฟนพี่นะ "คุณ ฉันคงไม่ได้ไปแคนาดากับคุณแล้วนะ ตกสัมภาษณ์แน่ๆ" แต่ก็มีเหตุการณ์หลายๆ อย่าง แล้วเราก็ตอบคำถามเขาแบบชัดถ้อยชัดคำ มองตาคนถาม ไม่ประหม่า ไม่เกร็ง (ถึงแม้จะสั่นแต่พี่ก็สั่นสู้จ้า)  โม้ไปเยอะ เข้าเรื่อง...ถ้าเราส่งเอกสารไวไม่น่ามีปัญหานะน้องเอิร์น พอเราได้หนังสือตอบรับมากจากทางสถานทูตเราก็ใช้เอกสารตัวนี้ไปทำเรื่องขอบัตรประกันสุขภาพเลย เผื่อไม่สบายจะได้ไม่มีเรื่องปวดหัว แล้วพอวีซ่าเราใกล้หมดก็ต่อไว้เลยจ้า อย่าให้ขาดนะ อยู่แบบถูกต้องดีกว่าจ้า


-------------


Posted By: voici_grace
Date Posted: 11 Feb 2011 at 00:12
เข้ามาขอบคุณน้องโชกุน คุณPimada และคุณ Prapus_kas สำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆที่กำลังทำวีซ่านะคะ

-------------


Posted By: prapus_kas
Date Posted: 11 Feb 2011 at 02:03
ขอบคุณเช่นกันค่ะคุณ voici_grace Smile

-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 11 Feb 2011 at 03:02
Originally posted by voici_grace

เข้ามาขอบคุณน้องโชกุน คุณPimada และคุณ Prapus_kas สำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆที่กำลังทำวีซ่านะคะ
มีประสบการณ์ส่วนตัวอยากบอกเล่าเพิ่มเติมอะไรก็เชิญได้ทุกเวลานะคะคุณเกรซ
อายที่จะบอกว่าไม่ได้ชำนาญการอะไรแต่ค้นหามาแปะ และบวกเรื่องของตัวเองนิดหน่อย เราก็ช่วยๆกันโดยเอาประสบการณ์ส่วนตัวนี่หละค่ะมาบอกกัน คนต่อๆไปจะได้รู้และเป็นประโยชน์ ไม่ต้องงมเหมือนตอนเราทำ ตอนนั้นไม่มีคนช่วยเลย


-------------
One life, Live it!


Posted By: ChoKun
Date Posted: 11 Feb 2011 at 10:17
Originally posted by Pimada

Originally posted by voici_grace

เข้ามาขอบคุณน้องโชกุน คุณPimada และคุณ Prapus_kas สำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆที่กำลังทำวีซ่านะคะ
มีประสบการณ์ส่วนตัวอยากบอกเล่าเพิ่มเติมอะไรก็เชิญได้ทุกเวลานะคะคุณเกรซ
อายที่จะบอกว่าไม่ได้ชำนาญการอะไรแต่ค้นหามาแปะ และบวกเรื่องของตัวเองนิดหน่อย เราก็ช่วยๆกันโดยเอาประสบการณ์ส่วนตัวนี่หละค่ะมาบอกกัน คนต่อๆไปจะได้รู้และเป็นประโยชน์ ไม่ต้องงมเหมือนตอนเราทำ ตอนนั้นไม่มีคนช่วยเลย


หนูก็ยังมีประสบการร์ไม่มากเหมือนกันค่ะพี่เกรซ อาศัยช่วยค้นข้อมูลมาแปะและก็มีพี่พิม และพี่ๆท่านอื่นมาช่วยอธิบายค่ะ



-------------


Posted By: someone
Date Posted: 11 Feb 2011 at 22:32
ค่ะพี่นิ่ม เอิร์นก็เจอคุณป้าแว่นค่ะ คุณป้าไม่ให้โอกาสเอิร์นพูดครั้งแรกเลยพอเดินเข้าไปคุณป้าถามเอิร์นก่อนเลยทั้งที่เอิร์นยังไม่ได้นั้งเลย มีพี่ พี่ เขาบอกเอิร์นเช่นกันกับคุณป้าที่สถานฑูตนะค่ะ ว่าโหดมากกกกก พอเอิร์นเจอก็สะดุงเช่นกันว่าต้องเข้าไปในนั้น แต่เอิร์นก็ตอบคำถามอย่างชัดเจนค่ะ เขาถามเอิร์นสองประโยคค่ะ แต่ละประโยค คำตอบยาวมากค่ะ พอเอิร์นตอบคำถามคุณป้าไปเขายิ้มและตอบเอิร์นกับแฟนว่าเอิร์นฉลาดในการตอบเอิร์นก็ตอบตามที่ใจเอิร์นต้องการและความเป็นจริงค่ะพี่ แต่ลุ้มมากๆ เสร็จคุณป้าให้วีซ่าเอิร์นค่ะ เป็นวีซ่าอะไรนะ เอิร์นจำไม่ได้เขาให้วีซ่าเอิร์น9เดือนค่ะวีซ่า เป็นวีซ่ามา6เดือน แล้วเอิร์นต้องออกจากประเทศ2-3วัน แล้วเข้ามาใหม่โดยไม่ต้องไปขอวีซ่าที่สถานฑูตอีก เอิร์นจำไม่ได้ว่าวีซ่าอะไรเอิร์นอ่านภาษาEไม่ออกค่ะพูดได้อย่างเดียวค่ะ

-------------
Have a Great Day


Posted By: prapus_kas
Date Posted: 13 Feb 2011 at 11:04
ดีใจด้วยจ้าเอิร์น ป้าโหดให้นิ่มผ่านเพราะว่านิ่มหาตั๋วได้ ป้าบอกว่าเอาตั๋วมาให้ดูแล้วจะออกวีซ่าให้ก็ไปหามาจนได้แต่แอบเสียดายเงินแพงสุดๆมาเดือนธันวา แล้วเราขอตั๋วท่องเที่ยวมา 3 เดือน ป้าบอกว่า พอกลับมาแล้วโทรหาป้าด้วยนะ คิๆๆๆๆๆ จนบัดนี้ยังไม่ได้โทรเลยจ้า คิๆๆๆๆๆๆๆๆ


-------------


Posted By: someone
Date Posted: 13 Feb 2011 at 22:27
เหรอค่ะพี่   คุณป้าคิดถึงแย่เลยนะ ฮ่า ฮ่า

-------------
Have a Great Day


Posted By: prapus_kas
Date Posted: 14 Feb 2011 at 21:06
 ป้าลืมแล้วมั้ง คนไปหาป้าเยอะ คิๆๆๆ อย่าคิดถึงเลย แค่นี้ก็เกร็งจะแย่แล้ว ครั้งเดียวก็เกินพอ LOL

-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 15 Feb 2011 at 02:37
ป้าแว่นจามแย่แล้วมีคนนินทา ป้าหนะก็พอเข้าใจนะว่าทำตามหน้าที่ แต่สงสัยว่าเขาเปลี่ยนยามเฝ้าประตูหรือยัง คนที่เก็บของก่อนเข้าประตูหนะ สงสัยเขามีกฎด้วยเหรอว่าห้ามยิ้ม ห้ามพูดจากปกติ อิอิ (จะมีคนเอาไปฟ้องแล้วเดือดร้อนไหมนี่ อิอิ)

-------------
One life, Live it!


Posted By: สะใภ้แคนาดา
Date Posted: 15 Feb 2011 at 23:37
Originally posted by Pimada

ที่ว่าต้องต่อวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าเดือนนึงก่อนหมดก็เพราะขอแล้วกว่าจะได้ก็นาน ต้องขอก่อนเนิ่นๆ
พอต่อวีซ่าแล้วก็อยู่ได้อีกหกเดือน ถ้าหมดก็ขอต่ออีก แผนกต่อวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ที่นี่ค่ะ http://www.cic.gc.ca/english/information/offices/canada/vegreville.asp - http://www.cic.gc.ca/english/information/offices/canada/vegreville.asp
 สวัสดีค่ะคุณพิมพ์ มีบางอย่างอยากจะถามค่ะ เราสามารถยื่นขอ 2 วีซ่า พร้อมกันได้หรือเปล่า หรือว่าต้องได้วีซ่าชั่วคราวไปเยี่ยมสามีก่อนถึงจะสามารถยื่นขอ PR ได้ค่ะ


-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 16 Feb 2011 at 02:16
Originally posted by สะใภ้แคนาดา

Originally posted by Pimada

ที่ว่าต้องต่อวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าเดือนนึงก่อนหมดก็เพราะขอแล้วกว่าจะได้ก็นาน ต้องขอก่อนเนิ่นๆ
พอต่อวีซ่าแล้วก็อยู่ได้อีกหกเดือน ถ้าหมดก็ขอต่ออีก แผนกต่อวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ที่นี่ค่ะ http://www.cic.gc.ca/english/information/offices/canada/vegreville.asp - http://www.cic.gc.ca/english/information/offices/canada/vegreville.asp
 สวัสดีค่ะคุณพิมพ์ มีบางอย่างอยากจะถามค่ะ เราสามารถยื่นขอ 2 วีซ่า พร้อมกันได้หรือเปล่า หรือว่าต้องได้วีซ่าชั่วคราวไปเยี่ยมสามีก่อนถึงจะสามารถยื่นขอ PR ได้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณนุ้ย หากคุณนุ้ยหมายถึงวีซ่าท่องเที่ยวและพีอาร์การ์ด เราดำเนินการแบบนี้จะดีกว่าค่ะ หลังแต่งงานจดทะเบียนสมรสแล้วดำเนินการขอพีอาร์การ์ด เมื่อส่งเอกสารไปที่ ซีพีซี มิซซิสซอก้าแคนาดาแล้ว ตรงนั้นจะพิจารณาคุณสมบัติของสปอนเซอร์ ถ้าผ่านก็จะได้รับ sponsorship approved ตรงนี้จะใช้เวลาสี่สิบห้าวันหรือน้อยกว่า ส่วนใหญ่ใช้เวลาเดือนนึง หากได้ตรงนี้แล้วก็ขอวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ โดยแนบเอกสารที่บอกว่าสปอนเซอร์ชิพได้รับการอนุมัติแล้วไปด้วยก็จะได้วีซ่าท่องเที่ยวทันที ขอแบบนี้ได้แน่นอน แล้วก็มารอพีอาร์ที่แคนาดาได้เลยค่ะ ดังนั้นในทางปฎิบัติการรอพีอาร์ในไทยก็แค่เดือนเดียว และทางซีพีซีก็จะส่งเอกสารจากแคนาดาไปทางสิงคโปร์ ที่นี่เขาจะพิจารณาอื่นๆที่เกี่ยวข้องความเป็นสามีภรรยากันเป็นหลัก กรณีที่เรายังคบกันไม่นานพออย่างที่คุณนุ้ยบอกมา ซึ่งดิฉันก็บอกไม่ได้ว่านานเท่าไรจึงจะดูพอดี อาจทำให้รอพีอาร์การ์ดนานกว่าคนอื่น หรือไม่ก็อาจมีการขอเอกสารเพิ่มหรือสัมภาษณ์ แต่เราก็มีสิทธิ์ขออยู่แล้วค่ะ เวลาทำเอกสารก็เตรียมเอกสารหลักฐานให้หนักแน่น คนรู้จักหรือประสบการณ์ตรงก็ไม่มีค่ะเรื่องระยะเวลาที่คบกันสั้นๆ ไม่สามารถฟันธงคำตอบให้คุณนุ้ยได้ กรณีดิฉันเองรวมเวลารู้จักกับสามีจนแต่งงานกันก็ปีนึงพอดี ไม่มากแต่ไม่น้อยเกินไปค่ะ
รายละเอียดเรื่องการขอพีอาร์ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ข้างบนค่ะ คุณนุ้ยดูให้ละเอียดหากตัดสินใจได้อย่างไรและมีข้อสงสัยก็ถามได้ค่ะ


-------------
One life, Live it!


Posted By: สะใภ้แคนาดา
Date Posted: 16 Feb 2011 at 18:05

เราสามารถทำ 2 วีซ่า พร้อมกันได้ไหม ถ้าวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน ครั้งต่อไปเราจะขอ PR เลยได้ไหมค่ะ



-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 16 Feb 2011 at 23:33
Originally posted by สะใภ้แคนาดา

เราสามารถทำ 2 วีซ่า พร้อมกันได้ไหม ถ้าวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน ครั้งต่อไปเราจะขอ PR เลยได้ไหมค่ะ

ถ้าเราจดทะเบียนสมรสแต่งงานแล้วก็ขอพีอาร์ได้  พีอาร์ขอได้ก็ต่อเมื่อจดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น หากจะขอวีซ่าท่องเที่ยวพร้อมกันก็มีสิทธิ์ทำแบบนั้น แต่มันไม่ make sense เพราะการขอพีอาร์ก็คือเราแสดงเจตนาที่จะมาแคนาดาด้วยการเป็นผู้อาศัยถาวร ด้วยการติดตามสามี เราก็รอขอวีซ่าท่องเที่ยวตอนสปอนเซอร์ชิพผ่าน ก็ส่งเอกสารไปแล้วรอหนึ่งเดือนโดยประมาณอย่างที่บอก สรุปหากอยากขอท่องเที่ยวก็ขอหลังพีอาร์ตอนที่สปอนเซอร์ชิพผ่านแล้ว
 
คำว่าขอสองวีซ่าพร้อมกันหมายความว่าพร้อมกันแบบไหน คุณนุ้ยจะส่งเอกสารขอพีอาร์ไปที่มิสซิสซอก้าโดยไม่รออนุมัติสปอนเซอร์ชิพหรือว่าแค่ลงมือทำเอกสารแต่ไม่ส่งแล้วขอท่องเที่ยว หากขอวีซ่าท่องเที่ยวระหว่างสองเหตุการณ์นี้ก็เท่ากับเรายังไม่ได้ขอพีอาร์เพราะไม่รู้ว่าสปอนเซอร์ชิพจะผ่านไหม ถ้าไม่ผ่านทางนั้นเขาก็จะระบุเพราะอะไรและให้เราแก้ไขถ้าทำได้ มีผลเท่ากับยังไม่ขอพีอาร์แต่ขอเฉพาะท่องเที่ยวนั่นเอง แต่คุณนุ้ยก็มีสิทธิ์ทำแบบนี้ค่ะ เรื่องได้ไม่ได้เป็นอีกเรื่อง ไม่ต้องกังวลมาก สรุปหากขอวีซ่าท่องเที่ยวในขณะที่ทำเอกสารขอพีอาร์แต่ยังไม่ส่งหรือส่งแล้วแต่ยังไม่ได้รับอนุมัติสปอนเซอร์ชิพมีค่าเท่ากับยังไม่่ขอพีอาร์ แต่เรามีสิทธิ์ทำแบบนี้ได้
 
ถ้าวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน มีสิทธิ์ขอพีอาร์ได้ทันที เน้นว่าการขอพีอาร์เราทำได้ทันทีหลังจากแต่งงานจดทะเบียนสมรสแล้วไม่เกี่ยวกับวีซ่าท่องเที่ยวจากสถานทูตแคนาดาในไทย จะมีงานแต่งหรือไม่หรือแค่ภาพจากสตูฯก็แล้วแต่ ประเด็นมันอยู่ที่การจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวว่าเราขอท่องเที่ยวผ่านไม่ผ่าน การขอพีอาร์ไม่ได้ดำเนินอะไรผ่านประเทศไทย หรือสถานทูตแคนาดาในไทยเหมือนวีซ่าท่องเที่ยว มันคนละส่วนกันค่ะ ทางไทยไม่มีหน้าที่ทำหน้าที่ตรงนี้เลย
คุณนุ้ยต้องลองอ่านรายละเอียดการขอพีอาร์ก่อนค่ะ เพราะรู้สึกว่ายังไม่เข้าใจการขอพีอาร์กับเรื่องวีซ่าท่องเที่ยว หากตัดสินใจได้อย่างไรค่อยมาเล่านะคะ


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pimada
Date Posted: 16 Feb 2011 at 23:49
Originally posted by สะใภ้แคนาดา

เราสามารถทำ 2 วีซ่า พร้อมกันได้ไหม ถ้าวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน ครั้งต่อไปเราจะขอ PR เลยได้ไหมค่ะ

จะสรุปเรื่องวีซ่าท่องเที่ยวและการขอพีอาร์ให้ฟังคร่าวๆ ค่ะ
วีซ่าท่องเที่ยว ใครๆ ก็ขอได้หากอยากมาเที่ยวแคนาดาแต่ต้องแสดงหลักฐานตามที่ระบุ รายละเอียดอยู่ด้านบนมีลิงค์ด้วย หลักๆที่เขาพิจารณาคือเรามีงานมั่นคงทางนี้ มีหลักฐานแสดงความผูกพันกับประเทศไทย ทำให้เขาเชื่อว่าเราไปแล้วจะกลับมา ต้องอาศัยคุณสมบัติตัวผู้ขอเป็นหลัก ขอได้ที่สถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย
 
การขอพีอาร์ คือการขอมาอยู่แบบถาวร ณ ประเทศแคนาดาเพื่อนำไปสู่การเป็นซิติเซ่นของที่นี่ จะพูดถึงกรณีขอติดตามคู่สมรสของผู้หญิงเราเท่านั้นนะคะ การขอแบบนี้ทำได้เมื่อจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายกับคนแคเนเดียนแล้วเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครๆก็มาขอได้ (กรณีอื่นๆไม่พูดถึงนะคะ) การดำเนินการก็ทำเอกสารตามกฎระเบียบฯ ที่ซีไอซีกำหนด รายละเอียดอยู่ด้านบนอีกแล้วค่ะ มีเว็บซีไอซีให้ดูประกอบตลอด การทำเอกสารจะมีทั้งของฝ่ายเราและฝ่ายชาย ทำเสร็จแล้วก็ส่งไปที่ซีพีซี มิสซิสซอก้าแคนาดา ตรงนี้เขามีหน้าที่พิจารณาคุณสมบัติสปอนเซอร์ ว่าครบถ้วนหรือไม่ ง่ายๆคือผู้ชายมีปัญญาเลี้ยงดูเมียหรือไม่ถ้าเอามาอยู่ด้วย ไม่ใช่ตกเป็นภาระของรัฐฯ ถ้าหากผู้ชายมีคุณสมบัติผ่านทางแคนาดาก็จะส่งเอกสารไปที่สิงคโปร์ หน่วยงานที่สิงโปร์จะพิจารณาส่วนที่เหลือและหลักๆ ที่เขาจะดูคือความเป็นสามีภรรยา ก็ดูจากหลักฐานที่เราส่งไป ถึงได้บอกว่าระยะเวลาก็มีส่วน แต่ก็บอกไม่ได้ว่าแค่ไหนไม่น้อยไป แต่หากอยู่ดีๆ ไม่มีการคบหากันเลยแต่งงานในอาทิตย์เดียวแล้วขอนั่นก็เป็นปัญหาแน่ๆ ค่ะ การดำเนินการขอพีอาร์นี้ไม่ได้เกี่ยวกับสถานทูตแคนาดาในไทยเลย แต่ทำผ่านแคนาดาและสิงคโปร์ค่ะ
 
สั้นๆ คร่าวๆ หวังว่าคุณนุ้ยจะเห็นความแตกต่างบ้างนะคะ ที่สำคัญหากตัดสินใจจะทำอย่างไรก็ไปอ่านในรายละเอียดข้างบนก่อนค่ะ ทั้งการขอท่องเที่ยว หรือ พีอาร์


-------------
One life, Live it!


Posted By: สะใภ้แคนาดา
Date Posted: 20 Feb 2011 at 23:38
สวัสดีค่ะคุณพิมพ์สบายดีนะค่ะ ที่เอ็ดมอนตรอนเป็นไงบ้างค่ะ หิมะยังเยอะอยู่หรือเปล่าตอนนี้ ขอบคุณที่ช่วยตอบคำถามนุ้ยเสมอ ครั้งนี้มีเรื่องถามอีกแล้วค่ะ ถ้าเราขอวีซ่าไปเยี่ยมสามี(วีซ่าชั่วคราว)ที่แคนาดา เราต้องแสดงหนังสือรับรองการทำงานของเราที่เมืองไทยใช่ไหมค่ะ แล้วต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเปล่า แล้วต้องมีจดหมายขอลางานจากบริษัทที่เราทำงานหรือเปล่าค่ะ และอีกอย่างหนึ่งคือ ตั๋วเครื่องบินเราต้องจ่ายเงินซื้อตั๋วเครื่องบินไปแสดงกับสถานทูต ตอนที่เรายื่นขอวีซ่าเลยหรือเปล่าค่ะ ที่สงสัยเพราะเรายังไม่รู้เลยว่าจะได้วีซ่าหรือเปล่า
และอีกอย่างที่รู้มาคือตั๋วเครื่องบินเราต้องซื้อไป-กลับ ด้วยใช่ไหมค่ะ และอีกอย่างเรายังไม่รู้วันที่ ที่เราจะเดินทางไปและกลับ คุณพิมพ์พอจะทราบราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ แคนาดาที่ราคาไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะขอบคุณค่ะ


-------------


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 21 Feb 2011 at 01:03
เดี๋ยวน้องรอคุณพิมมาตอบคำถามให้ถูกต้องอีกครั้งนะคะ แต่ว่าตอนนี้พี่ขอตอบคร่าวๆให้ก่อนละกัน พี่ว่าน้องควรรอให้เรื่องทำพีอาร์ผ่านจากทางแคนาดาก่อนแล้วรอรับเอกสารที่เป็นตัวจดหมายว่าเรื่องรับรองจากแคนาดาแล้วเพื่อส่งผ่านไปยังสิงคโปร์ แล้วน้องก็นำจดหมายนั้นมาแนบเรื่องขอวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อไปเยี่ยมสามีหรือว่าเข้าไปรอพีอาร์ที่แคนาดาได้เลย โดยที่ไม่ต้องใช้อะไรแนบเพิ่มเติมอีกเลย แต่ถ้าน้องจะขอหลังจากแต่งงานทันที่เอกสารต่างๆก็ต้องเตรียมเหมือนๆกับขอปกตินะคะ และอาจจะต้องแนบใบทะเบียนสมรสที่แปลเป็นภาษาอังกฤษเพิ่มไปด้วย ส่วนมากที่พี่เห็นเค้าจะเรียกสัมภาษณ์ด้วยคะ น่าจะเป็นป้าแว่นที่ทุกคนพูดถึงเพราะว่าไม่เคยเจอตัวได้ยินแต่เสียงและเห็นหน้ามุ่ยออกมาเป็นส่วนมาก ส่วนตัวพี่ไม่เคยขอแบบไปเยี่ยมสามีเพราะว่าหลังจากแต่งงานเสร็จแล้วที่ไทยพี่ก็ทำเรื่องขอพีอาร์เลยและหลังจากนั้นไม่เกิน 1 เดือนเรื่องของพี่ก็ถูกรับรองจากทางแคนาดาแล้วพี่ก็ขอวีซ่าเพื่อเข้าไปรอพีอาร์ในแคนาดาเลยคะและก็ได้วีซ่ามา 6 เดือน พี่ก็รอพีอาร์อยู่ 2 เดือนในแคนาดา ทางสิงคโปร์ก็อนุมัติพีอาร์ให้แล้วคะ และพี่ก็อยู่แคนาดายาวมาจนถึงทุกวันนี้ พี่คบกับสามีได้ 2 ปีก็ทำเรื่องแต่งงานกันคะ ส่วนเรื่องตั๋วพี่ว่ายังไม่น่าจะซื้อนะคะ ควรทำเป็นบุ๊คกิ้งไปจะดีกว่า เพื่อนๆคนไหนที่มีประสบการณ์ก็ช่วยมาตอบน้องเค้าให้อีกครั้งนะคะ

-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pimada
Date Posted: 21 Feb 2011 at 01:07
Originally posted by สะใภ้แคนาดา

[/QUOTE]
 
สวัสดีค่ะคุณนุ้ย ก่อนตอบคำถามจะเอาแบบฟอร์มการขอวีซ่าท่องเที่ยวมาลงให้ดูก่อนค่ะ
แบบฟอร์มการขอวีซ่า สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บของสถานทูตแคนาดา พร้อมกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน ซึ่งแบบฟอร์มที่ใช้จะมีสองชุดคือแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/forms/IMM5257B.PDF - และแบบฟอร์มเกี่ยวกับครอบครัว http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/forms/IMM5406E.PDF - สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บของซีไอซี
คำอธิบาย
Form IMM 5257
ขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์ม จะไล่ตามลำดับหัวข้อที่กรอก (สามารถกรอกลงในฟอร์มได้เลย)
หน้าที่ 1
ก่อนจะถึงข้อแรกจะมีภาษาให้เลือก I want service in: English (เลือกที่ภาษาอังกฤษ)
1. เลือกชนิดของวีซ่าที่จะขอ Single, Multiple, Transit
2. ข้อมูลส่วนบุคคล ในช่อง Applicant สำหรับผู้ที่ยื่นขอวีซ่า โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ยื่นขอวีซ่า
มาดูช่องถัดมาทางขวามือสำหรับ SPOUSE OR COMMON-LAW PARTNER AND CHILDREN  อันนี้ ต้องกรอกข้อมูลของคู่สมรสและลูก ถ้าคุณมีสถานะภาพแต่งงาน แม้ว่าครอบครัวคุณจะไม่ไปด้วย แล้วข้างล่าง ที่ช่อง Will accompany you to Canada? (ร่วมเดินทางไปแคนาดากับคุณ) ค่อยเลือก No ถ้าไม่ไปด้วย ถ้าคนไหนไปก็เลือก Yes
3. The purpose of my visit to Canada is ก็เลือกว่าขอแบบ ท่องเที่ยว, ธุรกิจ หรือ อื่นๆ (เลือกแบบท่องเที่ยว)
4. Indicate how long you plan to stay in Canada ให้ระบุช่วงเวลาที่จะอยู่ในแคนาดา
5. Funds available for my stay in Canada เป็นงบประมาณที่จะใช้จ่ายขณะท่องเที่ยวโดยประมาณ
6. ใส่ที่อยู่ที่สามารถจัดส่งเอกสารไปได้ รวมทั้ง email address , เบอร์โทรศัพท์ และเบอร์แฟกส์ (ถ้ามี)
7. ที่อยู่ปัจจบัน ถ้าเหมือนข้อ 6 ก็ไม่ต้องใส่อีก

หน้าที่ 2
8. Immigration status of applicant(s) in country where applying: สถานภาพของคุณ ณ ประเทศที่คุณยื่นวีซ่า คุณเป็นคนไทย ยื่นที่ประเทศไทย ก็เลือก Citizen
9. ใส่ตำแหน่งงานปัจจุบัน รวมทั้งรายละเอียดสั้นๆ ของงานที่คุณทำอยู่
10. ชื่อ และที่อยู่ของที่ทำงานปัจจุบัน
11. ชื่อ, ที่อยู่ และความสัมพันธ์ ของบุคคล หรือหน่วยงานที่คุณจะเดินทางไปพบที่แคนาดา
12. คำถามเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ยื่น และครอบครัว รวมทั้งเกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่าแคนาดาของครอบครัว และคำถามอื่นๆ ส่วนใหญ่จะตอบ NO แต่ถ้ามีข้อใดที่คุณตอบ YES ก็กรอกข้อมูลเพิ่ม ที่ช่องว่างข้างล่าง
13. เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการอยู่อาศัยที่ประเทศอื่น เกินกว่าหกเดือน ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ถ้าตอบ YES ก็ใส่ข้อมูลเพิ่มไปในช่องข้างล่าง
14. เป็นการยืนยันว่าข้อมูลที่กรอกเป็นจริง พร้อมเซ็นต์ชื่อ และลงวันที่
เป็นอันจบกระบวนการของ Form IMM 5257

Form IMM 5406
Section A กรอกข้อมูลของผู้ยื่น คู่สมรส (ถ้ามี) แม่ และ พ่อ โดยในส่วนของช่องแรก ชื่อ-นามสกุล ให้กรอกลงไปทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
ถ้าไม่มีคู่สมรส ให้เซ็นต์ชื่อที่ช่องลายเซ็นต์ข้างล่าง พร้อมลงวันที่
Section B เป็นข้อมูลด้านลูกของผู้ยื่น ซึ่งรวมทั้งลูกบุญธรรมด้วย หากคุณไม่มีลูก ให้เซ็นต์ชื่อที่ช่องลายเซ็นต์ข้างล่าง พร้อมลงวันที่
Section C เกี่ยวกับพี่-น้อง ของผู้ยื่น รวมทั้งพี่-น้อง ต่างพ่อ/แม่ ด้วย
Section D เซ็นต์ชื่อรับรอง พร้อมลงวันที่
เป็นอันเสร็จกระบวนการด้านแบบฟอร์ม ต่อมาจะเป็นด้านเอกสารที่ยื่นไปพร้อมกับแบบฟอร์ม

2. หนังสือเดินทาง : ต้องไม่หมดอายุก่อนวันที่ท่านจะเดินทางกลับประเทศไทย ผู้มีรายชื่ออยู่บนคำร้องต้องยื่นหนังสือเดินทางของแต่ละท่านด้วย

3. รูปถ่าย : ขนาด 1.37 x 1.77 นิ้ว จำนวน 2 ใบ และถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ซีไอซี
ถ้าขนาดของรูปถ่ายไม่ถูกต้อง สถานทูตจะไม่รับคำร้องขอวีซ่า โดยมีข้อกำหนดต่างๆ ดังนี้

- เป็นรูปถ่าย สี หรือขาวดำ ก็ได้ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ฉากหลังสีขาว
- มีขนาดของรูป และหน้าตามตัวอย่าง พร้อมเห็นส่วนบนของหัวไหล่
- ไม่แสดงอารมณ์บนสีหน้า หากสวมแว่น ต้องไม่บดบังดวงตา
- ถ้าสวมผ้าคลุมตามหลักศาสนา ต้องเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน

4. หลักฐานการเงิน : จดหมายรับรองจากธนาคาร หรือสมุดบัญชีเงินฝากทุกประเภท

5. หลักฐานการงาน :
- จดหมายรับรองจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง อายุการทำงานและ เงินเดือน
- ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องยื่นเอกสารการอนุมัติให้ลางาน
- ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือเป็นเจ้าของกิจการ ต้องยื่นเอกสารการจดทะเบียนการค้าพร้อมสำเนา

6. แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายในนามสถานเอกอัครราชทูตแคนาดา ดูรายละเอียดค่าธรรมเนียมได้ที่เว็บซีไอซี


7. อื่นๆ :
- ในกรณีที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ดูงาน หรือฝึกงาน ต้องยื่นจดหมายเชิญจากประเทศแคนาดาด้วย
- ถ้าเคยเดินทาง และมีหนังสือเดินทางมากกว่า 1 เล่ม ต้องยื่นหนังสือเดินทางเล่มเก่าด้วย
 
มาที่คำถามคุณนุ้ยนะคะ ให้ไปอ่านแบบฟอร์มการขอวีซ่าท่องเที่ยว ได้ให้คำอธิบายไปแล้วข้างต้น อ้างอิงจากบล็อกคุณ ouise
 
อากาศที่เอ็ดมันตันยังหนาวมากอยู่ค่ะ วันก่อนลบสามสิบองศาหิมะไม่ค่อยตกแล้วแต่ยังมีมากอยู่เพราะตกสุมกันเยอะมากๆ มากที่สุดในหลายๆรอบปีก็ว่าได้
หนังสือรับรองการทำงานต้องใช้ค่ะ ให้นายจ้างทำให้แล้วไปแปล แม้แต่บัญชีธนาคาร ทางธนาคารจะออกเป็นภาษาอังกฤษให้
จดหมายลางานก็ต้องมีค่ะ แล้วกำหนดวันที่เราจะไปและกลับให้อยู่ในช่วงเวลานี้ แปลเป็นภาษาอังกฤษอีกค่ะ ส่วนการรับรองเอกสารที่แปลโดยกงสุลให้คุณนุ้ยไปดูในเว็บกงสุลว่าเอกสารอะไรบ้างที่เขาจะรับรองให้และอะไรที่ไม่อยู่ในข่ายที่เขาจะไม่รับรอง ถ้าอันไหนกงสุลรับรองให้เราแปลแล้วก็ให้กงสุลรับรอง ส่วนอันไหนไม่อยู่ในหน้าที่เขาเราก็แค่ให้สถานที่แปลประทับตราเขาให้ก็พอ
ตั๋วเครื่องบินไม่ได้เป็นข้อบังคับนะ ไม่แน่ใจว่าคิดถูกไหม เพราะไม่มีในรายการหลักฐาน แต่คนส่วนใหญ่มีเพราะทำให้หลักฐานการขอดูหนักแน่นขึ้นว่าเราไปแล้วจะกลับมา ก็ตามหลักวีซ่าท่องเที่ยวนั่นหละค่ะ ปกติจะซื้อผ่านเอเจนซี่ค่ะ ให้เขาจัดการให้เลย เป็นตั๋วไปกลับก็ดีแต่ก็ต้องทำใจไว้ว่าหากเราได้ไปแล้วอาจคืนตั๋วขากลับไม่ได้ เพราะไม่มีที่ไหนเขาอยากคืนเงินหรอก เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ วิธีการก็คืออาจขอเลื่อนตั๋วได้เท่านั้นเองค่ะ(เรื่องตั๋วเครื่องบินให้น้องนิ่มมาอธิบายเพิ่มค่ะ เขามีประสบการณ์ตรง ถามเอเจนซีที่น้องนิ่มใช้ก็ได้ว่าเขาใช้ที่ไหน พวกดิฉันใช้จากทางแคนาดาตลอดค่ะ เพราะดิฉันให้สามีทำตลอด คุณนุ้ยก็ให้แฟนเป็นคนดำเนินการก็ได้) ค่าตั๋วจะขึ้นอยู่กับเทศกาลด้วยค่ะ ไม่มีที่ไหนถูกแพงมากน้อยต่างกัน หากเป็นชั้นเดียวกัน เรื่องระบุวันเวลาคุณนุ้ยต้องกรอกแบบฟอร์มที่ขอวีซ่าและระบุวันเวลาที่จะอยู่ในแคนาดาด้วยนะคะ มันอยู่ในแบบฟอร์มขอวีซ่า คุณนุ้ยจะต้องรู้วันเวลาที่เราจะไปและกลับก่อนขอวีซ่า หากขอแล้วไม่ได้เราสามารถคืนตั๋วได้เพราะจ่ายกับบัตรเครดิต เรื่องนี้ดิฉันให้สามีเป็นคนจัดการตลอดค่ะ ให้คุณนุ้ยพูดกับแฟนเรื่องตั๋วและการจ่ายเงิน และก่อนอื่นก็ไปอ่านรายละเอียดข้างต้นการขอวีซ่าท่องเที่ยวที่ยกมาให้อ่านค่ะ แล้วจะเข้าใจกระจ่างมากขึ้น หากรู้วันเวลาที่จะไปแล้วเราถึงจะขอได้ค่ะ แฟนคุณนุ้ยมาถึงไทยหรือยังคะ และจดทะเบียนสมรสหรือยัง ให้ไปดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอวีซ่าท่องเที่ยวในเว็บซีไอซี และหากมีปัญหาในการกรอกก็สอบถามได้ค่ะ
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากหน้านี้ค่ะ ใช้แบบฟอร์มไหนบ้างรายละเอียดอยู่ด้านบนที่ให้มาและแบบฟอร์มอยู่ท้ายๆหน้าในเว็บค่ะ  ปริ้นท์ออกมาอ่านก่อนก็ได้ หวังว่าจะตอบคำถามคุณนุ้ยได้ครบถ้วนและให้ความกระจ่างบ้างนะคะ
http://www.cic.gc.ca/english/information/applications/visa.asp - http://www.cic.gc.ca/english/information/applications/visa.asp
 
 
 


 


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pimada
Date Posted: 21 Feb 2011 at 01:26
Originally posted by Pink-Maple

เดี๋ยวน้องรอคุณพิมมาตอบคำถามให้ถูกต้องอีกครั้งนะคะ แต่ว่าตอนนี้พี่ขอตอบคร่าวๆให้ก่อนละกัน พี่ว่าน้องควรรอให้เรื่องทำพีอาร์ผ่านจากทางแคนาดาก่อนแล้วรอรับเอกสารที่เป็นตัวจดหมายว่าเรื่องรับรองจากแคนาดาแล้วเพื่อส่งผ่านไปยังสิงคโปร์ แล้วน้องก็นำจดหมายนั้นมาแนบเรื่องขอวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อไปเยี่ยมสามีหรือว่าเข้าไปรอพีอาร์ที่แคนาดาได้เลย โดยที่ไม่ต้องใช้อะไรแนบเพิ่มเติมอีกเลย แต่ถ้าน้องจะขอหลังจากแต่งงานทันที่เอกสารต่างๆก็ต้องเตรียมเหมือนๆกับขอปกตินะคะ และอาจจะต้องแนบใบทะเบียนสมรสที่แปลเป็นภาษาอังกฤษเพิ่มไปด้วย ส่วนมากที่พี่เห็นเค้าจะเรียกสัมภาษณ์ด้วยคะ น่าจะเป็นป้าแว่นที่ทุกคนพูดถึงเพราะว่าไม่เคยเจอตัวได้ยินแต่เสียงและเห็นหน้ามุ่ยออกมาเป็นส่วนมาก ส่วนตัวพี่ไม่เคยขอแบบไปเยี่ยมสามีเพราะว่าหลังจากแต่งงานเสร็จแล้วที่ไทยพี่ก็ทำเรื่องขอพีอาร์เลยและหลังจากนั้นไม่เกิน 1 เดือนเรื่องของพี่ก็ถูกรับรองจากทางแคนาดาแล้วพี่ก็ขอวีซ่าเพื่อเข้าไปรอพีอาร์ในแคนาดาเลยคะและก็ได้วีซ่ามา 6 เดือน พี่ก็รอพีอาร์อยู่ 2 เดือนในแคนาดา ทางสิงคโปร์ก็อนุมัติพีอาร์ให้แล้วคะ และพี่ก็อยู่แคนาดายาวมาจนถึงทุกวันนี้ พี่คบกับสามีได้ 2 ปีก็ทำเรื่องแต่งงานกันคะ ส่วนเรื่องตั๋วพี่ว่ายังไม่น่าจะซื้อนะคะ ควรทำเป็นบุ๊คกิ้งไปจะดีกว่า เพื่อนๆคนไหนที่มีประสบการณ์ก็ช่วยมาตอบน้องเค้าให้อีกครั้งนะคะ
ใช่ค่ะคุณพิงค์เมเปิ้ล (ชื่ออะไรเอ่ยเรียกแต่คุณพิงค์เมเปิ้ลตลอดเลย ) เคยแนะนำคุณนุ้ยให้ทำพีอาร์แล้วรอใบสปอนเซอร์ชิพแอพพรูฟก่อน แต่คุณนุ้ยเขาอยากลองขอท่องเที่ยวก่อน เพราะเห็นว่ารู้จักกับแฟนไม่กี่เดือนเอง ตรงนี้ดิฉันก็ไม่ทราบว่านานแค่ไหนจะพอดีเพราะกรณีดิฉันก็รู้จักกับสามีปีนึงพอดีก่อนทำเอกสาร หากระยะเวลาที่รู้จักกันน้อยเกินไปเกรงว่าตอนที่ทางสิงคโปร์พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาจะมีข้อกำหนดเพิ่ม เช่นเขาอาจเรียกเอกสารเพิ่ม เรียกสัมภาษณ์ ดังนั้นกรณีคุณนุ้ยถ้าขอพีอาร์แล้วมารอที่แคนาดาอาจเป็นปัญหาได้ เหล่านี้ดิฉันก็คาดเดาเพราะไม่มีประสบการณ์ตรงและไม่รู้จักใครที่ขอพีอาร์หลังจากคบกันไม่กี่เดือนให้เป็นตัวอย่าง  และการขอวีซ่าท่องเที่ยวคาดว่าคุณนุ้ยทำใจเผื่อไว้แล้วว่าอาจจะได้หรือไม่ได้ แต่การขอพีอาร์หากจดทะเบียนสมรสกันแล้วก็มีสิทธิ์ขอได้ เพียงแต่อาจรอนานกว่าเคสอื่นๆ เท่านั้นเอง โดยส่วนใหญ่หญิงไทยใช้เวลารอประมาณสองเดือน ไม่เกินห้าเดือน  ระยะเวลาที่คบกันมีผลต่อการพิจารณาที่สิงคโปร์มากค่ะ เพราะคนรู้จักเขาคบกับแฟนห้าปีและตอนทำพีอาร์เขาเขียนในข้อ 6 and 9 เพียงข้อละครึ่งหน้า เขียนตัวโตๆเข้าไว้อีกต่างหาก หลักฐานก็อีเมลล์และภาพถ่าย ไม่ได้มีงานแต่งงานแค่จดทะเบียนสมรส เขาก็ได้พีอาร์หลังจากขอไปแล้วสองเดือนค่ะ ในเคสคุณนุ้ยหากขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่านก็ทำพีอาร์ดีกว่าค่ะ

-------------
One life, Live it!


Posted By: Pimada
Date Posted: 21 Feb 2011 at 08:57
Originally posted by สะใภ้แคนาดา

สวัสดีค่ะคุณพิมพ์สบายดีนะค่ะ ที่เอ็ดมอนตรอนเป็นไงบ้างค่ะ หิมะยังเยอะอยู่หรือเปล่าตอนนี้ ขอบคุณที่ช่วยตอบคำถามนุ้ยเสมอ ครั้งนี้มีเรื่องถามอีกแล้วค่ะ ถ้าเราขอวีซ่าไปเยี่ยมสามี(วีซ่าชั่วคราว)ที่แคนาดา เราต้องแสดงหนังสือรับรองการทำงานของเราที่เมืองไทยใช่ไหมค่ะ แล้วต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเปล่า แล้วต้องมีจดหมายขอลางานจากบริษัทที่เราทำงานหรือเปล่าค่ะ และอีกอย่างหนึ่งคือ ตั๋วเครื่องบินเราต้องจ่ายเงินซื้อตั๋วเครื่องบินไปแสดงกับสถานทูต ตอนที่เรายื่นขอวีซ่าเลยหรือเปล่าค่ะ ที่สงสัยเพราะเรายังไม่รู้เลยว่าจะได้วีซ่าหรือเปล่า
และอีกอย่างที่รู้มาคือตั๋วเครื่องบินเราต้องซื้อไป-กลับ ด้วยใช่ไหมค่ะ และอีกอย่างเรายังไม่รู้วันที่ ที่เราจะเดินทางไปและกลับ คุณพิมพ์พอจะทราบราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ แคนาดาที่ราคาไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะขอบคุณค่ะ
เพิ่มเติมให้ค่ะคุณนุ้ย
หนังสือรับรองการทำงานฉบับภาษาอังกฤษระบุ ชื่อ นามสกุล ตาม Passport ตำแหน่ง อัตราเงินเดือน วันที่เริ่มต้นทำงาน วันที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักร้อน (เป็นประกันว่า จะกลับมาทำงานแน่นอน ) ตอนที่ดิฉันทำงานราชการเขามีแบบฟอร์มให้ค่ะ ให้หัวหน้าเราออกให้และเซ็นต์รับรองแล้วเราไปแปล

- สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร แสดงให้เห็นการหมุนเวียนของเงินในบัญชี เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ทุกหน้า และมีเงินเพียงพอสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวตามระยะเวลาที่ขอไว้ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ลายเซ็นแบบเดียวกับ Passport (เอาฉบับจริงมาให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย เผื่อไว้)
 
- สำเนาใบจองตั๋วเครื่องบิน ระบุ ชื่อผู้เดินทาง และวันเดินทาง ไป-กลับ เป็นตัวจองก่อนก็ได้  เป็น FLIGHT ITINERARY INFORMATION ก็พอ แต่สำหรับช่วง High Season หรือได้ตั๋วโปรก็ซื้อก่อน หากไม่ได้วีซ่าก็ค่อย Refund เอา ประมาณว่าอยู่กับดวงด้วย

ตัวอย่างหนังสือการทำงาน


ตัวอย่าง

ด้านบนสุดก็เป็น header ปกติครับ มี logo ของบริษัท ชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์ติดต่อปกติครับ

ส่วนตรงเนื้อหาก็ใช้แบบนี้ได้ครับ

Ref. No.: 001/2009


February 6, 2009
Certificate of Employment
                                       
To Whom It May Concern,

This is to certify that Mr. 9kimjor so-cool has been employed by My Company Co.,Ltd. since August 1, 2007 to present. He is now holding the position of a General Manager with a monthly salary of Baht 55,000.

Mr.9kimjor so-cool is entitled to take the vacation for traveling to the United Kingdom during February 28, 2009 - March 8, 2009, and he will return to Thailand to continue his duty on March 9, 2009.

I hereby certify that the above mentioned are true and correct.


Sincerely yours,

 


Mr.Big Boss
Managing Director
My Company Co., Ltd.

*************************************************

แล้วช่วยแสตมป์ตราบริษัทไว้ตรงข้างๆ ชื่อของ Big Boss ด้วยนะครับ ถ้าใครมีเจ๋งกว่านี้ก็เอามาเสนอได้นะครับ ส่วนผมก็ใช้แบบนี้แหละครับ ไม่มีปัญหาอะไรครับ

ที่ขีดเส้นใต้คุณนุ้ยต้องเปลี่ยนให้เป็นของตัวเองค่ะ นี่เป็นตัวอย่างที่แปลแล้วค่ะ หาได้จากในกูเกิ้ลมีอีกเยอะแยะค่ะ ที่มาค่ะ   http://www.holidaythai.com/board/topic/39 - http://www.holidaythai.com/board/topic/39



-------------
One life, Live it!


Posted By: สะใภ้แคนาดา
Date Posted: 22 Feb 2011 at 21:03

คุณพิมพ์ค่ะ อยากรู้ว่าจดหมายเชิญที่เขาต้องเอามาด้วยจะต้องมีการเซ็นต์รับรองจากอำเภอของเขาด้วยหรือเปล่าค่ะ



-------------


Posted By: สะใภ้แคนาดา
Date Posted: 22 Feb 2011 at 21:29
Originally posted by สะใภ้แคนาดา

คุณพิมพ์ค่ะ อยากรู้ว่าจดหมายเชิญที่เขาต้องเอามาด้วยจะต้องมีการเซ็นต์รับรองจากอำเภอของเขาด้วยหรือเปล่าค่ะ แล้วก็ วีซ่าชั่วคราว ต้องยื่นใบเกิดของเราให้สถานทูตด้วยหรือเปล่าค่ะ เพื่อนบางคนบอกว่าสถานทูตจะขอเอกสารใบเกิดของเราด้วยตอนขอวีซ่า แล้วสถานทูตต้องดูใบเกิดตัวจริงหรือเปล่าค่ะ เพราะตัวจริงหาย มีแต่สำเนาค่ะและเรื่องรูปถ่ายที่สถานทูตไม่มีบริการถ่ายรูปใช่ไหมค่ะ เราต้องเตรียมรูปถ่ายไปตามที่สถานทูตบอกไว้ใช่ไหม ขอโทษค่ะบางเรื่องก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ขอโทษที่รบกวนถามบ่อย ๆ  แฟนนุ้ยจะมาเดือนมีนาคมค่ะ ถ้านับถึงตอนนี้ก็รู้จักกันได้ 5เดือนแล้วค่ะ ยังน้อยมากสำหรับการทำPR .

 
 


-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 23 Feb 2011 at 01:35
Originally posted by สะใภ้แคนาดา

Originally posted by สะใภ้แคนาดา

คุณพิมพ์ค่ะ อยากรู้ว่าจดหมายเชิญที่เขาต้องเอามาด้วยจะต้องมีการเซ็นต์รับรองจากอำเภอของเขาด้วยหรือเปล่าค่ะ แล้วก็ วีซ่าชั่วคราว ต้องยื่นใบเกิดของเราให้สถานทูตด้วยหรือเปล่าค่ะ เพื่อนบางคนบอกว่าสถานทูตจะขอเอกสารใบเกิดของเราด้วยตอนขอวีซ่า แล้วสถานทูตต้องดูใบเกิดตัวจริงหรือเปล่าค่ะ เพราะตัวจริงหาย มีแต่สำเนาค่ะและเรื่องรูปถ่ายที่สถานทูตไม่มีบริการถ่ายรูปใช่ไหมค่ะ เราต้องเตรียมรูปถ่ายไปตามที่สถานทูตบอกไว้ใช่ไหม ขอโทษค่ะบางเรื่องก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ขอโทษที่รบกวนถามบ่อย ๆ  แฟนนุ้ยจะมาเดือนมีนาคมค่ะ ถ้านับถึงตอนนี้ก็รู้จักกันได้ 5เดือนแล้วค่ะ ยังน้อยมากสำหรับการทำPR .

 
 เน้นอีกครั้งว่าก่อนทำวีซ่าประเภทไหนให้คุณนุ้ยไปอ่านรายละเอียดข้างต้นจากกระทู้ก่อน ไม่ว่าจะท่องเที่ยวหรือพีอาร์ ถ้าไม่อ่านแล้วคุณนุ้ยจะมืดและไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้แม้แต่ว่าจะเริ่มตรงไหนและหากรอบสิ่งที่ทำไม่เจอ การตั้งคำถามก็จะสะเปะสะปะไปด้วย การตอบคำถามหากพอช่วยได้ดิฉันก็ยินดีทำแต่หากคุณนุ้ยไม่ช่วยตัวเองด้วยการอ่านรายละเอียดก่อนดิฉันหรือใครๆ ก็ช่วยไม่ได้มากเพราะความรู้ความเข้าใจเราต้องอ่านเอง แม้จะมีผู้บอกสักเท่าไรก็ตาม การไปฟังคนนั้นเล่าบ้างคนนี้เล่าบ้างยิ่งทำให้เราสับสน เพราะแต่ละประเทศและชนิดของวีซ่าการใช้หลักฐานการขอก็มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันออกไป ดิฉันยินดีให้คำตอบเท่าที่ทำได้ ไม่รู้ไม่แน่ใจก็ค้นหามาให้แต่คุณนุ้ยต้องอ่านด้วยนะคะ ไม่งั้นสิ่งที่ดิฉันพยายามตอบไป หรือหามาให้อ่านก็ไม่มีความหมาย หรือคิดอีกทีทักษะการอธิบายเราอาจแย่ เลยทำให้คุณนุ้ยไม่เข้าใจก็ได้
 
วีซ่าท่องเที่ยวให้อ่านหลักฐานดูว่าใช้อะไรบ้าง ไม่เห็นใช้สูติบัตรนะคะ  (ให้อ่านรายละเอียดและหลักฐานการขอวีซ่าท่องเที่ยวของแคนาดา อันนั้นมาจากเว็บซีไอซีเองเลย ไม่ต้องไปฟังคนอื่น ไม่ได้แปลว่าคนอื่นผิดแต่การขอวีซ่าแต่ละชนิดมันต่างกันและแต่ละประเทศก็ไม่ได้เหมือนกันไปหมด ) ในเมื่อเราขอของแคนาดาก็ดูรายละเอียดของประเทศแคนาดา การใช้สูติบัตรจะใช้ตอนที่ขอพีอาร์ การแก้ปัญหาหากไม่มีตัวจริงให้ไปคัดสำเนาที่อำเภอที่หลักฐานนั้นๆ อยู่ คัดมาไว้สักสามหรือห้าฉบับแล้วทางอำเภอเขาจะประทับตราของอำเภอให้เราด้วย เพราะสำเนาตัวนี้หากนำไปใช้แล้วเขาจะไม่คืนให้ ดิฉันเองก็ไม่มีสูติบัตรตัวจริงเหมือนกัน ผุพังไปนานแล้ว (การขอพีอาร์ก็อ่านในรายละเอียดจากกระทู้นี้ค่ะ)
 
หนังสือเชิญจากแฟนตัวอย่างก็อยู่ข้างบนนะคะ ไม่เห็นมีตรงไหนที่ต้องให้อำเภอเซ็นต์ คุณนุ้ยได้ดูตัวอย่างหนังสือเชิญหรือยังคะ ก๊อปปี้แล้วส่งให้แฟนคุณนุ้ยดู อันที่จริงแล้วตรงนี้แฟนสามารถเขียนขึ้นมาได้เองเลย มันไม่ได้มีแบบฟอร์มตายตัวแต่เป็นเพียงแนว และเป็นแนวที่ดีมากๆ ขอสารภาพว่างงคุณนุ้ยนิดนึงนะ ไม่ว่าจะขอวีซ่าอะไรคุณนุ้ยคุยกับแฟนหรือยัง และเขารู้และรับปากจะดำเนินการในส่วนของเขาหรือยัง เพราะปกติคนเป็นแฟนเขาจะทำหนังสือเชิญเอง พร้อมแนบสำเนาพาสปอร์ตของเขามาด้วย สำเนาก็เจ้าตัวเซ็นต์รับรองตามปกติ
 
เรื่องรูปถ่ายสถานทูตไม่ได้มีหน้าที่บริการถ่ายภาพให้ ผู้ขอวีซ่าต้องเตรียมไปเอง วิธีการง่ายๆ ก็ถ่ายเอกสารหน้าที่แสดงรายละเอียดรูปถ่ายเพื่อขอวีซ่าไปให้ร้านถ่ายรูปดู (หน้าที่มีรูปกรอบและศีรษะคนพร้อมระบุขนาด) ว่าจะเอาขนาดไหน พื้นหลังแบบไหน เขามีรูปประกอบด้วย (ให้รายละเอียดไปแล้วด้านบน มีลิงค์ให้ดูด้วย) และอีกอย่างแต่ละประเทศก็ไม่ได้เหมือนกันนะคะต้องดูของแคนาดา ไม่ใช่เพื่อนคนนั้นบอกคนนี้บอก ไม่มีใครรู้ดีที่สุดนอกจากเราอ่านว่าวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดาเขาต้องการหลักฐานอะไรและรูปถ่ายแบบไหน ขนาดไหน ที่ทางเว็บของรัฐบาลแคนาดาทำขึ้นมา ที่สำคัญอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้  แม้แต่ร้านที่ถ่ายรูปให้คนเพื่อขอวีซ่าบ่อยๆ ก็บอกไม่ได้เพราะเขาทำให้หลายประเทศ เรานี่แหละต้องรู้เองดีที่สุดแล้วสั่งให้เขาทำตาม รายละเอียดไปอ่านจากข้างบนอีกทีค่ะ
 
จากการตอบคำถามที่ผ่านๆ มาคุณนุ้ยคงพอเห็นได้นะคะว่าดิฉันพยายามทำดีที่สุด และไม่ได้รังเกียจที่จะตอบให้ แต่ก็ขอร้องให้เราช่วยกัน คุณนุ้ยต้องอ่านและพยายามทำความเข้าใจ ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปค่ะ และอีกอย่างบางเรื่องต้องให้แฟนคุณนุ้ยเป็นคนดำเนินการค่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้คุณนุ้ยรอให้แฟนมาจดทะเบียนสมรสก่อนดีไหมคะ อ่านรายละเอียดการขอวีซ่าทั้งท่องเที่ยวและพีอาร์ไปก่อน พยายามทำความเข้าใจ เพราะตอนขอวีซ่าท่องเที่ยวหลังจดทะเบียนสมรสแล้วหลักฐานที่คุณนุ้ยต้องแนบเพิ่มก็คือทะเบียนสมรสที่แปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมประทับรับรองจากกงสุลค่ะ ทำไปทีละขั้นตอนนะคะจะได้ได้ไม่สับสน คุณนุ้ยบอกว่าไม่ค่อยเก่งภาษาในระหว่างรออะไรต่างๆ ก็เรียนภาษาไปและคิดวางแผนว่าจะทำอะไรบ้างในระหว่างรอนี้ มีอีกให้คิดพอควรแต่เราต้องทำตามขั้นตอนค่ะ จะลดความสับสนและความงุนงงได้มาก
หวังว่าที่ตอบไปจะให้ความกระจ่างบ้างนะคะ


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 23 Feb 2011 at 04:43
ชื่อ นพ คะคุณพิมให้รายชื่อไว้ด้วยคะไม่แน่ใจว่าได้ัรับหรือยัง เรื่องน้องนุ้ยเห็นด้วยกับคุณพิมคะ คุณนุ้ยต้องอ่านและทำความเข้าใจให้มากๆไม่ยากเกินไปหรอกคะแต่สิ่งแรกต้องรู้ให้ชัดก่อนว่าจะใช้วีซ่าแบบไหนแล้วก็อ่านอันนั้นเอาทีละอันไปก่อนดีกว่าคะจะได้ไม่สับสน

-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pimada
Date Posted: 23 Feb 2011 at 05:18
Originally posted by Pink-Maple

ชื่อ นพ คะคุณพิมให้รายชื่อไว้ด้วยคะไม่แน่ใจว่าได้ัรับหรือยัง เรื่องน้องนุ้ยเห็นด้วยกับคุณพิมคะ คุณนุ้ยต้องอ่านและทำความเข้าใจให้มากๆไม่ยากเกินไปหรอกคะแต่สิ่งแรกต้องรู้ให้ชัดก่อนว่าจะใช้วีซ่าแบบไหนแล้วก็อ่านอันนั้นเอาทีละอันไปก่อนดีกว่าคะจะได้ไม่สับสน
เพิ่มเติมในรายชื่อให้แล้วค่ะ ดีใจนะคะที่อย่างน้อยก็มีคุณนพมาคุยเป็นเพื่อน อย่างน้อยก็ไม่โดดเดี่ยวเกินไปSmile

-------------
One life, Live it!


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 23 Feb 2011 at 11:23
เห็นด้วยกับที่พี่พิมพ์และพี่นพแนะนำไปนะคะคุณนุ้ย

เอางี้ดีไหมค่ะ ให้แฟนคุณมาจดทะเบียนที่ไทยให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน และคุณก็ดำเนินการขอพีอาร์ และระหว่างรอพีอาร์คุณก็สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ แบบว่าเท่าที่อ่านข้อความของคุณ เหมือนคุณไม่พยายามอ่านขั้นตอนการขอวีซ่าแต่ละประเภท และไม่ทำความเข้าใจกับการขอวีซ่าแคนาดา สะใภ้แคนาดาในที่นี้ทุกคนยินดีช่วยเหลือคุณนุ้ยนะคะ แต่คุณนุ้ยก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยค่ะ คุณนุ้ยต้องค่อยๆอ่านและทำความเข้าใจกับวีซ่าประเภทต่างๆที่คุณต้องการจะขอ และทำตามทีละขั้นตอน จะลดความสับสนและมึนงงของคุณนุ้ยได้นะคะ ข้อมูลการขอวีซ่าและการจดทะเบียนสมรสก็มีอยู่ให้คุณนุ้ยได้อ่านในกระทู้แล้ว เพียงแค่คุณอ่านและทำความเข้าใจ ดิฉันคิดว่าไม่มีอะไรอยากเกินถ้าเราตั้งใจนะคะ Smile


-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 23 Feb 2011 at 23:10
Originally posted by Phanaphat

เห็นด้วยกับที่พี่พิมพ์และพี่นพแนะนำไปนะคะคุณนุ้ย

เอางี้ดีไหมค่ะ ให้แฟนคุณมาจดทะเบียนที่ไทยให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน และคุณก็ดำเนินการขอพีอาร์ และระหว่างรอพีอาร์คุณก็สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ แบบว่าเท่าที่อ่านข้อความของคุณ เหมือนคุณไม่พยายามอ่านขั้นตอนการขอวีซ่าแต่ละประเภท และไม่ทำความเข้าใจกับการขอวีซ่าแคนาดา สะใภ้แคนาดาในที่นี้ทุกคนยินดีช่วยเหลือคุณนุ้ยนะคะ แต่คุณนุ้ยก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยค่ะ คุณนุ้ยต้องค่อยๆอ่านและทำความเข้าใจกับวีซ่าประเภทต่างๆที่คุณต้องการจะขอ และทำตามทีละขั้นตอน จะลดความสับสนและมึนงงของคุณนุ้ยได้นะคะ ข้อมูลการขอวีซ่าและการจดทะเบียนสมรสก็มีอยู่ให้คุณนุ้ยได้อ่านในกระทู้แล้ว เพียงแค่คุณอ่านและทำความเข้าใจ ดิฉันคิดว่าไม่มีอะไรอยากเกินถ้าเราตั้งใจนะคะ Smile
เหมือนนางฟ้ามาโปรดพี่เลยกุน SmileSmileSmile


-------------
One life, Live it!


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 23 Feb 2011 at 23:32
Originally posted by Pimada

Originally posted by Phanaphat

เห็นด้วยกับที่พี่พิมพ์และพี่นพแนะนำไปนะคะคุณนุ้ย

เอางี้ดีไหมค่ะ ให้แฟนคุณมาจดทะเบียนที่ไทยให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน และคุณก็ดำเนินการขอพีอาร์ และระหว่างรอพีอาร์คุณก็สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ แบบว่าเท่าที่อ่านข้อความของคุณ เหมือนคุณไม่พยายามอ่านขั้นตอนการขอวีซ่าแต่ละประเภท และไม่ทำความเข้าใจกับการขอวีซ่าแคนาดา สะใภ้แคนาดาในที่นี้ทุกคนยินดีช่วยเหลือคุณนุ้ยนะคะ แต่คุณนุ้ยก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยค่ะ คุณนุ้ยต้องค่อยๆอ่านและทำความเข้าใจกับวีซ่าประเภทต่างๆที่คุณต้องการจะขอ และทำตามทีละขั้นตอน จะลดความสับสนและมึนงงของคุณนุ้ยได้นะคะ ข้อมูลการขอวีซ่าและการจดทะเบียนสมรสก็มีอยู่ให้คุณนุ้ยได้อ่านในกระทู้แล้ว เพียงแค่คุณอ่านและทำความเข้าใจ ดิฉันคิดว่าไม่มีอะไรอยากเกินถ้าเราตั้งใจนะคะ Smile
เหมือนนางฟ้ามาโปรดพี่เลยกุน SmileSmileSmile


พี่พิม หนูน่าจะเป็นพวกมารร้ายมากกว่าค่ะ อิอิ คำพูดที่สื่อผ่านตัวอักษรของหนูมันออกแนวฮาร์ดคอร์ กลัวบางคนจะรับไม่ได้เหมือนกัน เหอะๆSmileSmile


-------------


Posted By: janthira
Date Posted: 27 Feb 2011 at 15:13

เท่าที่อ่านมาทุกคนทำไมเขียนได้ละเอียดและรอบคอบขนาดนั้นเนี่ย ส่วนของบีนะไม่ได้ครี่งที่เพื่อนๆพี่ๆได้บรรยายมาเลยCry จะผ่านไม่เนี่ยเราOuch พอได้อ่านของเพื่อนๆในห้องนี้แล่วรู้สึกท้อแท้จังOuch ของเพิ่งทำเอกสารเสร็จเมื่อวันก่อนและได้ให้กับแฟนกลับไปที่แคนาดา คิดไม่ตกว่าจะผ่านหรือป่าว เฮ้อคิดแล้วกลุ้มจังConfusedConfusedConfusedConfused



-------------
พ่อแม่คือสิ่งที่วิเศษที่สุดในโลก


Posted By: Pimada
Date Posted: 28 Feb 2011 at 09:53
Originally posted by janthira

เท่าที่อ่านมาทุกคนทำไมเขียนได้ละเอียดและรอบคอบขนาดนั้นเนี่ย ส่วนของบีนะไม่ได้ครี่งที่เพื่อนๆพี่ๆได้บรรยายมาเลยCry จะผ่านไม่เนี่ยเราOuch พอได้อ่านของเพื่อนๆในห้องนี้แล่วรู้สึกท้อแท้จังOuch ของเพิ่งทำเอกสารเสร็จเมื่อวันก่อนและได้ให้กับแฟนกลับไปที่แคนาดา คิดไม่ตกว่าจะผ่านหรือป่าว เฮ้อคิดแล้วกลุ้มจังConfusedConfusedConfusedConfused

ถ้าฝ่ายชายทำเอกสารช่วยและดำเนินการให้ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกค่ะ

-------------
One life, Live it!


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 28 Feb 2011 at 13:17
Originally posted by janthira

เท่าที่อ่านมาทุกคนทำไมเขียนได้ละเอียดและรอบคอบขนาดนั้นเนี่ย ส่วนของบีนะไม่ได้ครี่งที่เพื่อนๆพี่ๆได้บรรยายมาเลยCry จะผ่านไม่เนี่ยเราOuch พอได้อ่านของเพื่อนๆในห้องนี้แล่วรู้สึกท้อแท้จังOuch ของเพิ่งทำเอกสารเสร็จเมื่อวันก่อนและได้ให้กับแฟนกลับไปที่แคนาดา คิดไม่ตกว่าจะผ่านหรือป่าว เฮ้อคิดแล้วกลุ้มจังConfusedConfusedConfusedConfused



อย่าท้อค่ะพี่บี ถ้าแฟนพี่บีช่วยดำเนินการและช่วยกรอกข้อมูล ก็ไม่น่ามีปัญหานะคะ...
ว่าแต่พี่บีไปแต่งที่แคนาดา หรือว่าแต่งที่ไทยอะคะ



-------------


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 28 Feb 2011 at 22:58
Congratulation !!!! ่กับน้องบีด้วยพี่ขอเอาใจช่วยจ๊ะ ถ้าบีอ่านข้อมูลและทำความเข้าใจกับสิ่งที่พี่ให้ไปบีคงผ่านแน่นอน ตอนพี่อยู่ไทยก็รอโทรศัพท์บีก็หายเงียบไปเลยไม่รู้ว่าทำได้แค่ไหนพี่ก็มั่นใจบีนะ เพราะเราคุยกันและพี่อธิบายหลายรอบมากมั่นใจนะบี แล้วก็อย่าลืมส่งข่าวให้พวกพี่ๆทราบบ้างนะ
ฝากคิดถึงทุกๆคนในนี้ด้วยจ๊ะว่าแต่ใครพอช่วยได้บ้างเอ่ยคีย์บอร์ดมีปัญหาพิมพ์ได้แต่อ่านไม่ได้แก้ไขไงดีนี่กพิมพ์จากแป้นในเน็ต เวลาพิมพ์ตัวอักษรจะซ้อนกันอยากคุยด้วยแต่ติดที่คีย์บอร์ดมีปัญหา หหกดำะัรคึุรนนพะืืืืท้ะ  ruutthaauurolarhnajjj นี่คือตัวอย่างสิ่งที่เกิดปัญหาคะ


-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pimada
Date Posted: 28 Feb 2011 at 23:56
ว่าแต่ใครพอช่วยได้บ้างเอ่ยคีย์บอร์ดมีปัญหาพิมพ์ได้แต่อ่านไม่ได้แก้ไขไงดีนี่กพิมพ์จากแป้นในเน็ต เวลาพิมพ์ตัวอักษรจะซ้อนกันอยากคุยด้วยแต่ติดที่คีย์บอร์ดมีปัญหา หหกดำะัรคึุรนนพะืืืืท้ะ  ruutthaauurolarhnajjj นี่คือตัวอย่างสิ่งที่เกิดปัญหาคะ
[/QUOTE]
ไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้ไหม ถ้าคุณนพใช้พีซี วินโดวส์ ลองไปเซ็ทแป้นพิมพ์ใหม่นะคะ ตามนี้เลย
1 Control panel
2.  shortcut:%25systemroot%25%5Csystem32%5Ccontrol.exe%20/name%20Microsoft.RegionalAndLanguageOptions - 3. change keyboards or other input methods
4. change keyboards
5.Thai(Thailand) ----> keyboard ------> Thai Kedmanee
6 คลิก Add ทางขวามือ
7 click OK
แล้วลองพิมพ์ดูว่าภาษาปกติไหม หวังว่าจะช่วยได้นะคะ รายงานผลด้วยค่ะ


-------------
One life, Live it!


Posted By: สะใภ้แคนาดา
Date Posted: 04 Mar 2011 at 21:23
สวัสดีค่ะ คุณพิมพ์ และสะใภ้ เมเปิ้ลทุกคน ช่วงนี้ยุ่งเตรียมเอกสารวีซ่า และตื่นเต้น แฟนจะมาจากแคนาดาถึงเมืองไทย 20 มีนาคม นี้แล้ว  จะได้รู้ซะที หมู่หรือจ่า กับวีซ่า แล้วจะส่งข่าวอีกทีนะค่ะ  Big smileBig smileBig smileBig smile  

-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 04 Mar 2011 at 21:42
Originally posted by สะใภ้แคนาดา

สวัสดีค่ะ คุณพิมพ์ และสะใภ้ เมเปิ้ลทุกคน ช่วงนี้ยุ่งเตรียมเอกสารวีซ่า และตื่นเต้น แฟนจะมาจากแคนาดาถึงเมืองไทย 20 มีนาคม นี้แล้ว  จะได้รู้ซะที หมู่หรือจ่า กับวีซ่า แล้วจะส่งข่าวอีกทีนะค่ะ  Big smileBig smileBig smileBig smile  
ดีใจด้วยค่ะคุณนุ้ยแฟนจะมาแล้ว ขอให้โชคดีเรื่องวีซ่านะคะ ว่างๆ ก็แวะมาส่งข่าวค่ะ

-------------
One life, Live it!


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 04 Mar 2011 at 21:58
ยินดีด้วยกับคุณนุ้ยคะ และต้องขอขอบคุณ คุณพิมพ์มากคะที่ได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องคีย์บอร์ดตอนนี้กลับมามีคีย์บอร์ดใช้แล้วคะ มีความสุขอีกครั้ง คนไกลบ้านก็แบบนี้หละต้องมีคีย์บอร์ดไทยด้วย ไม่งั้นเหงาใจมากมาย Wink

-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 04 Mar 2011 at 22:00
เกือบลืมไป ถ้าคุณนุ้ยได้มีโอกาสมาแคนาดาเมื่อไหร่ก็ส่งข่าวมานะคะ เพราะว่า Hamilton อยู่ไม่ไกลจากบ้านพี่ เราอาจจะได้เจอกันคะ

-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 04 Mar 2011 at 22:07
Originally posted by สะใภ้แคนาดา

สวัสดีค่ะ คุณพิมพ์ และสะใภ้ เมเปิ้ลทุกคน ช่วงนี้ยุ่งเตรียมเอกสารวีซ่า และตื่นเต้น แฟนจะมาจากแคนาดาถึงเมืองไทย 20 มีนาคม นี้แล้ว  จะได้รู้ซะที หมู่หรือจ่า กับวีซ่า แล้วจะส่งข่าวอีกทีนะค่ะ  Big smileBig smileBig smileBig smile  


ยินดีด้วยค่ะคุณนุ้ย ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี และอย่าลืมมาส่งข่าวกันด้วยนะคะSmile


-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 05 Mar 2011 at 00:56
Originally posted by Pink-Maple

ยินดีด้วยกับคุณนุ้ยคะ และต้องขอขอบคุณ คุณพิมพ์มากคะที่ได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องคีย์บอร์ดตอนนี้กลับมามีคีย์บอร์ดใช้แล้วคะ มีความสุขอีกครั้ง คนไกลบ้านก็แบบนี้หละต้องมีคีย์บอร์ดไทยด้วย ไม่งั้นเหงาใจมากมาย Wink
ดีใจด้วยค่ะที่พิมพ์ได้ปกติแล้ว ตอนนี้ก็ใช้ภาษาไทยมากกว่าอังกฤษค่ะ ภาษาอังกฤษแย่ลงทุกวันๆ เลย Tongue

-------------
One life, Live it!


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 05 Mar 2011 at 02:07
เหมือนกันเลยคะ คุณพิมพ์ ภาษาอังกฤษแย่ลงทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ว่าแย่อยู่แล้วนะ วันนี้คุยได้ทั้งวันเพราะว่าอู้งานหยุดอยู่กับบ้าน ฝนตกด้วยนะคะแต่ว่าไม่หนักมาก ท้องฟ้าก็ไม่ต้องพูดถึงครึ้มๆอยู่แล้ว แล้ววันนี้คุณพิมพ์ทำอะไรอยู่เอ่ย

-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pimada
Date Posted: 05 Mar 2011 at 04:15
Originally posted by Pink-Maple

เหมือนกันเลยคะ คุณพิมพ์ ภาษาอังกฤษแย่ลงทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ว่าแย่อยู่แล้วนะ วันนี้คุยได้ทั้งวันเพราะว่าอู้งานหยุดอยู่กับบ้าน ฝนตกด้วยนะคะแต่ว่าไม่หนักมาก ท้องฟ้าก็ไม่ต้องพูดถึงครึ้มๆอยู่แล้ว แล้ววันนี้คุณพิมพ์ทำอะไรอยู่เอ่ย
ฮ่าๆ เรื่องภาษาอังกฤษแย่ไม่รู้ตัวเองหรอกค่ะ แต่สามีเป็นคนรายงาน บอกว่าแต่ก่อนทำไมพูดชัดกว่านี้ ไวยากรณ์ก็ดีกว่านี้มากๆ ฮ่าๆ ก็เลยสวนไปว่าคบกับเธอนี่แหละเลยเปลี่ยน ที่แท้ก็มัวแต่อ่านข่าวบันเทิงไทย คุยกับเพื่อนคนไทย ไม่ได้ทำงาน ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษ ทำใจค่ะ ขอให้ลูกพูดได้ก็พอ โยนไปเรื่อย
วันนี้อยู่บ้านเฉยๆ ค่ะ ก็ตามปกติอยู่กับลูกๆ มีงานรีดผ้ารออยู่แต่ยังไม่อยากเริ่มเลย ไม่ชอบงานรีดผ้ามากๆ ค่ะ คุณนพทำงานด้วยเหรอคะ อยากไปทำงานมาก แต่ก็ไม่ได้แล้วค่ะ เสียดายเหมือนกัน ที่นี่ยังหนาวมากอยู่เลย หิมะตกเรื่อยๆ ตอนนี้สองข้างทางไซน์วอร์กที่โกยหิมะทิ้งเกือบท่วมถึงระเบียงหน้าบ้านแล้วค่ะ คนตัวเตี้ยโยนหิมะทิ้งแต่ละทีแทบต้องโดด เป็นปีที่หิมะเยอะกว่าทุกๆ ปีที่อยู่มา บอกได้คำเดียวว่าเบื่อหิมะมากกกกกกกที่สุด


-------------
One life, Live it!


Posted By: สะใภ้แคนาดา
Date Posted: 05 Mar 2011 at 16:11
สวัสดีค่ะ คุณนพ ได้เลยค่ะ นุ้ยก็จะติดต่อกับทุกคนเรื่อย ๆ ค่ะ และเมื่อได้ไปอยู่แคนาดา เราคนไทย ต้องรักคนไทยด้วยกัยอยู่แล้วค่ะ รับรองไม่ลืมค่ะ

-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 27 Mar 2011 at 01:37
ตัวอย่างการกรอกเอกสารสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวอย่างละเอียด จากลิงค์บล็อกคุณ nakoze
 
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=amo-i&group=5&month=21-03-2011&gblog=8 - http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=amo-i&group=5&month=21-03-2011&gblog=8


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 27 Mar 2011 at 04:12
คุณนุ้ย คุณพิม ขอเม้าท์หน่อยคะ ตอนมาที่แคนาดาใหม่ๆ ก็ได้ไปโรงเรียนอยู่พักหนึ่งคะ คุณสามีอยากให้ไปเรียนบอกว่าภาษาเธอแย่มาก ขอบคุณที่ชม ฮือๆ Cry ก็เลยไปทดสอบภาษา ได้ระดับ 5 เค้าเลยจับไปเรียนกับพวกระดับ 5-7 พอดีย้ายมาช่วงซัมเมอร์ค่ะ ปัจจุบันอยู่แคนาดาได้ 10 เดือนแล้วคะ ดีใจมากเลยที่ห้องมีเอเชียเยอะ ก็พยายามเข้ากลุ่มกับคนจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ปรากฎว่าเราต้องถอยออกมาเพราะว่าเค้าพูดกันแต่ภาษาบ้านเค้าเราเลยเป็นคุณเอ๋อ เพราะว่าฟังไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็หัวเดียวกระเทียมรีบตามเคย น้ำลายบูดอยู่คนเดียว เรียนได้ 3 เทอมก็หยุดเพราะว่าตอนนี้ย้ายที่ทำงานแล้ว เมื่อก่อนที่ทำงานอยู่ใกล้โรงเรียนนั่งรถเมล์ไปได้ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาไปเรียนแล้วคะ ตอนนี้กำลังรอสอบใบขับขี่อยู่ คุณสามีหางานให้ทำตั้งแต่มาอยู่ใหม่ๆแล้วคะ หน้าที่ในที่ทำงานก็เป็นตั้งแต่แม่บ้าน โอเปอเรเตอร์-ประชาสัมพันธ์ต้อนรับ ธุรการ จัดซื้อ แล้วก็ทำบัญชีนิดหน่อยเท่าที่พอทำได้ เพราะว่ายังไม่ได้ไปลงเรียนเพิ่มเติมด้านด้านบัญชีของแคนาดาโดยตรง ตอนรับโทรศัพท์ก็จดผิดๆ ถูกๆไว้ให้พนักงานเค้าปวดหัวกันประจำ โชคดีที่ทำพาร์ทไทม์นะคะ เดี๋ยวคราวหน้าจะมาเล่าเรื่องในที่ทำงานให้ฟังนะคะ วันนี้ขอไปเจอกับพระอาทิตย์ก่อน ไม่ได้เจอหลายวันเพราะว่าหิมะตก เดี๋ยวเค้าจะน้อยใจเอา  Tongue

-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pimada
Date Posted: 27 Mar 2011 at 05:31
คุณนพ ทำงานเยอะๆ ก็พัฒนาภาษาเราได้ดีนะคะ ส่วนตัวคิดว่าดีกว่าเรียนในห้องเสียอีก เพราะเรียนฟรีที่รัฐฯจัดให้ระดับแรกหนะแทบไม่ได้อะไรเลย ถ้าอยากพัฒนาจริงๆ ก็ลงทุนเสียเงินเรียน ESL ที่มีหลายระดับและหลายคอร์สมาก ที่นี่ก็เปิดสอนในมหาวิทยาลัยค่ะ แต่มาถึงก็รีบมีลูกเลยไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น อยากทำงานก็ไม่ได้ทำค่ะ ได้อย่างเสียอย่างเนาะ เรื่องภาษาใครฟังเราไม่รู้เรื่องก็ถือว่าเป็นกรรมเขาค่ะ ฮ่าๆ คนเอเชียเยอะนะที่นี่ฝรั่งต้องทำใจบ้าง ที่นี่จะฟิลิปปินส์เยอะค่ะ ไม่ค่อยมีกลุ่มคนจีน เกาหลี หรือญี่ปุ่น คงมีแต่เป็นพวกนักเรียนนักศึกษาค่ะ ไม่ได้สัมผัสตรงนั้น กลุ่มคนพวกนี้ก็จะคุยเฉพาะภาษาตนกับกลุ่มเพื่อนด้วยกันเอง ที่ยอมคุยภาษาอังกฤษกับเราก็มีฟิลิปปินส์ค่ะ ป้าแถวๆบ้านเดินมาทักถามว่าเป็นคนจีนไหม บอกว่าไม่ใช่แกหน้าเสียเดินหนีไปเลย ตรงข้ามก็เป็นสาวแม็กซิกันกับครอบครัวใหญ่มั้งคะ คงเรียนหนังสืออยู่ ผัวทำงาน เดินผ่านข้างบ้าน ลูกสาวดิฉันทักเขา เด็กตัวเล็กๆหนะค่ะทักผู้หญิงคนนั้น ทำหน้าบึ้งเดินผ่านไปยังกะเห็นตัวประหลาด ไม่ไหวค่ะแบบนี้ ข้างบ้านฝั่งซ้ายเป็นคนฟิลิปปินส์แก่ๆผัวเมีย ยังพูดคุยทักทายเราตามปกติค่ะ แม้จะบอกว่าเราเป็นคนไทย เรื่องโดนทักผิดเจอประจำค่ะ เพราะหน้าตาแนวไปทางไหนก็พอได้ อินเตอร์เรฟิวจี อิอิ
 อยู่มาตั้งนานก็เพิ่งไปทดสอบใบขับขี่ภาคความรู้มาค่ะ ไม่เคยขับรถเลยต้องรอเรียนก่อน เป็นแค่คลาสเจ็ด นักเรียน ยังไม่ได้คลาสห้าเลยค่ะ รีบสอบไว้ก็ดีนะคะ ดิฉันมาถึงที่นี่วันแรกๆ สามียื่นหนังสือคู่มือสอบขับรถให้อ่านเลย กะว่าจะกำจัดภาระไป ฮ่าๆ แต่ไม่สำเร็จค่ะ อ้วกอ้ากก่อน พอปีถัดมายื่นให้อีก ก็อ้วกอ้ากอีก สุดท้ายเลิกยื่นให้ และขอร้องให้ไปสอบ ฮ่าๆ จะรออ่านประสบการณ์การทำงานที่อีกกระทู้นะคะ


-------------
One life, Live it!


Posted By: สะใภ้แคนาดา
Date Posted: 28 Mar 2011 at 23:18
สวัสดีค่ะคุณพิมพ์และคุณนพ สบายดีไหมค่ะ อากาศที่นั่นเป็นงัยบ้าง ตอนนี้อากาศที่เมืองไทยแปลกๆ ค่ะ อาทิตย์ก่อนนี้มีฝนตกและหนาว 3-4 วัน หลังจากนั้นก็ร้อน และต่อมาอาทิตย์นี้มีฝนตกและหนาวอีก2 วันแล้วค่ะ ตอนนี้แฟนนุ้ยมาเมืองไทยแล้วค่ะและไปขอเอกสารรับรองโสดที่สถานทูตเรียบร้อยแล้วค่ะ และพรุ่งนี้จะไปจดทะเบียนที่อำเภอค่ะ อยากถามคุณพิมพ์ว่าขอวีซ่าชั่วคราวต้องมีใบรับรองแพทย์หรือเปล่าค่ะ และใบสมัครต้องเขียนในคอมพิวเตอร์ที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซค์หรือค่ะ ถ้าเราPrintจากเว็บไซค์แล้วเขียนด้วยลายมือของเราไปยื่นขอวีซ่าได้ไหมค่ะ ไม่ค่อยเข้าใจที่คุณ Nakoze บอกไว้ค่ะ ช่วยอธิบายทีค่ะ ขอบคุณนะค่ะ

-------------


Posted By: Pimada
Date Posted: 28 Mar 2011 at 23:33
สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณนุ้ย ดีใจด้วยนะคะที่กำลังจะจดทะเบียนสมรส อากาศที่นี่อุ่นขึ้นแล้วค่ะแต่หิมะยังกองเต็มอยู่
จากที่คุณนาโกเซ่บอกมานั้นหมายความว่าเราต้องเปิดหน้าแบบฟอร์มแล้วพิมพ์ข้อมูลลงไปค่ะ กรอกในแบบฟอร์มบนคอมฯค่ะ เสร็จแล้วก็ปรินท์ออกมา ปกติกรอกเสร็จแล้วต้องปรินท์ออกมาเลยค่ะเพราะเซฟไม่ได้ ก่อนปรินท์ก็เช็คให้ดีเสียก่อน แต่ผิดไม่เป็นไรเพราะสามารถแก้แล้วปรินท์ออกมาได้อีก เราไม่ต้องปรินท์แบบฟอร์มออกมาแล้วกรอกด้วยปากกาค่ะ ตามที่คุณนาโกเซ่บอกมาก็คือเขาไม่ให้เขียนด้วยลายมือค่ะ แต่ก่อนทำได้นะคะแต่เดาว่าเกิดปัญหาตามมามาก ลายมือคนเราไม่เหมือนกัน ไม่มีมาตรฐาน บางคนเขียนแล้วอ่านง่ายแต่บางคนเขียนหวัดมาก เจ้าหน้าที่คงไม่อยากเสียเวลาเดาหรืออารมณ์เสีย ตอนนี้การกรอกแบบฟอร์มต่างๆ ของแคนาดาเปลี่ยนมาให้กรอกจากคอมฯก่อนค่อยปรินท์ส่งแทบทั้งหมดแล้วนะคะ แต่ก็ไม่กล้าฟันธงว่าเขียนด้วยลายมือได้หรือไม่ แต่แนะนำให้กรอกจากคอมฯดีกว่าค่ะ ไม่ยากไม่นานอ่านง่ายด้วย 
รายละเอียดการกรอกให้คุณนุ้ยดูตามทีละขั้นจากที่คุณนาโกเซ่ว่าไว้ค่ะ ละเอียดดีมาก วิธีทำให้ง่ายก็คือปรินท์แบบฟอร์มออกมาก่อนแล้วกรอกด้วยปากกาไว้เหมือนกระดาษทด  แล้วก็ลอกตามแบบลงในแบบฟอร์มที่จอคอมฯค่ะ
การขอวีซ่าท่องเที่ยวเมื่ออ่านดูหลักฐานประกอบอีกครั้งไม่เห็นมีใบสุขภาพนะคะ เราจะใช้ตอนขอพีอาร์ค่ะ รายละเอียดอยู่ด้านบนหมดเลยค่ะ คุณนุ้ยทำรายการหลักฐานสิคะ Checklist ว่าหลักฐานมีอะไรบ้าง ของวีซ่าท่องเที่ยว และเราขาดเหลืออะไรบ้าง อ่านดูอีกครั้งจากข้างบนค่ะ
การจดทะเบียนสมรสแนะนำให้ไปจดที่เขตบางรักค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่รู้งาน สะดวกเราและไม่วุ่นวายด้วย เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำได้ในเรื่องอื่นๆ ก็เพื่อประโยชน์ของเรานั่นเองค่ะ


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pimada
Date Posted: 30 Mar 2011 at 04:58
เอา document checklist มาให้คุณนุ้ยดู ไม่เห็นมีใบสุขภาพค่ะ เขาระบุว่าหากทางสถานทูตต้องการเอกสารใดๆ เพิ่มจะบอกเราเองค่ะ และใบสุขภาพก็เป็นหนึ่งในเอกสารที่เขาแค่อาจขอเท่านั้น สถานทูตจะดูเป็นรายๆ ไป กรณีคุณนุ้ยอาจขอทะเบียนสมรสค่ะ แต่ใบสุขภาพไม่ได้อยู่ในรายการเอกสารปกติที่ทางสถานทูตต้องการค่ะ
 
นี่เป็นฟอร์มของรายการหลักฐานและเอกสารที่ต้องส่ง
http://www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/forms/IMM5484E.PDF -  
นี่เป็นหน้าที่เกี่ยวกับการขอวีซ่าท่องเที่ยวและชั่วคราวค่ะ
http://www.cic.gc.ca/english/information/applications/visa.asp#applications - CIC มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยกับฟอร์มการขอวีซ่าท่องเที่ยวแต่ก็อยู่ในรายละเอียดที่ให้ไปในลิงค์ข้างบนค่ะ หากสงสัยอะไรคนที่ตอบเราได้ดีที่สุดก็คือเว็บไซต์ของซีไอซีนี่หละค่ะ ทันสมัยและถูกต้องที่สุด จากที่คุณนาโกเซ่เขียนมาก็เป็นตัวอย่างปัจจุบันค่ะ อ่านและทำความเข้าใจกรอกเอกสารตามได้เลย
 
 
ปล กรณีแฟนอยู่ด้วยถ้าเป็นอิชั้นสั่งให้ช่วยทำทันทีค่ะ (ออกแนวบ้าอำนาจและเสมอภาคตั้งแต่จรดปากกาจดทะเบียนกันแล้วค่ะ)


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 30 Mar 2011 at 05:24
มาแล้วคะเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคน วันนี้ทำงานครึ่งวันขอลากลับมาอ่านหนังสือสอบใบขับขี่พรุ่งนี้คะ จะผ่านมั๊ยน๊า แล้วจะมารายงานให้ทราบกันนะคะ พอดีมองหาที่จะมาอัพเดทข้อมูลการข้อวีซ่าชั่วคราวให้ด้วยคะ อ่านเจอในเว็ปพันทิพ ของคุณ nakoze นี่ก็มั่วใส่ลงไปให้หลายกระทู้อย่าว่ากันนะจ๊ะ ก็ไม่ค่อยเก่งคอมฯเท่าไหร่
 
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=amo-i&group=5&month=21-03-2011&gblog=8 - http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=amo-i&group=5&month=21-03-2011&gblog=8
 
ลองเข้าไปอ่านตามนี้นะคะ ที่บ้านวันนี้อากาศปลอดโปร่งพระอาทิตย์มายิ้มด้วยทั้งวัน แต่ว่าเย็นมากๆ อุณหภูมิยังติดลบอยู่ทุกวันคะ เลิกงานแล้วต้องมายืนรอรถเมล์กลับบ้าน อืม ไม่อยากบรรยายสภาพตัวเองเลย Confused แต่ที่แน่ๆเลยคือ คิดถึงทุกคนในนี้จ๊ะ


-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pimada
Date Posted: 30 Mar 2011 at 13:12
สวัสดีค่ะคุณนพ ไม่ทราบว่าที่โตรอนโต้ ใบขับขี่เป็นคลาส G ใช่ไหมคะ ที่อัลเบอร์ตาเป็นคลาสตัวเลขค่ะ ดิฉันเพิ่งไปสอบมาเมื่อเดือนที่แล้ว ได้คลาสนักเรียน คลาสเซเว่นค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ
 
เรื่องวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าชั่วคราวที่อัพล่าสุดก็ลงของคุณนาโกเซ่ให้ค่ะ หากินง่ายๆ ก็เอาจากชาวบ้านคนที่รู้ที่ทำมาก่อนนี่แหละค่ะมาอ่านมาแบ่งปันกัน เมื่อกลางวันได้กวาดตาดูคร่าวๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากค่ะ ยกเว้นฟอร์มของครอบครัวที่เพิ่มมาและรายละเอียดการกรอก เขาประกาศในกรอบสี่เหลี่ยมไว้ค่ะ อ่านแล้วบอกตรงๆ ว่าไม่ขยันพอที่จะแปลและเอาลงเว็บ เพราะไม่ได้มีอะไรเพิ่มพิเศษ ถึงมีเราก็รู้เองตอนโหลดแบบฟอร์ม อิอิ


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 31 Mar 2011 at 05:00
คุณพิม วันนี้ไปสอบมาแล้วแหละแต่ไม่ได้สอบเพราะว่าเจ้าหน้าที่บอกว่าจะเสียเวลา แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าเรามีประสบการณ์การขับขี่พร้อมกับมีใบขับขี่ของไทยก็ให้เอาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมรับรองให้เรียบร้อยก็จะร่นเวลาลงมาได้ จาก 3 ปีก็จะได้ใบขับขี่เต็มใบภายใน 1 ปีคะ ที่ออนทาริโอ เค้าจะแบ่งเป็น คลาส G1, G2 และ G
G1ก็คือตั้งแต่เริ่มต้นเลย จากอายุ16 ปีเป็นต้นไปก็จะมีสอบข้อเขียน ถ้าผ่านเราก็ไปเข้าโรงเรียนสอนขับรถเค้าจะมีเป็นครอสให้ หลังจากนั้นภายใน 12 เดือนเราต้องไปสอบภาคสนามคือสอบออกถนนนะคะถ้าผ่านก็จะได้ระดับนี้ไป
G2 ก็จะเหมือนกันคะ คือไปสอบข้อเขียนแล้วก็ไปสอบภาคสนาม ระยะเวลาก็เท่าๆกัน
และ G ก็คือในปีที่ 3 เราก็ต้องไปสอบข้อเขียนอีกเหมือนกันคะ แล้วก็สอบภาคสนามเหมือนเดิมถ้าผ่านเราก็จะได้ใบขับขี่เต็มใบของแคนาดา 
แต่ถ้าเรามีประสบการณ์การขับขี่รถยนต์มาจากบ้านเรามา เราก็สามารถได้ใบขับขี่ G ภายใน 1 ปีคะ จริงๆไม่ค่อยชอบขับรถเลยคะเป็นคนสมาธิสั้นแล้วก็ใจร้อนกลัวจะไปชนชาวบ้านเค้า Tongue


-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pimada
Date Posted: 31 Mar 2011 at 23:53
คุณนพ ใช่แล้วค่ะ ถ้าเรามีใบขับขี่ไทยมาก่อนสามารถแปลและใช้เป็นหลักฐานสำหรับสอบขับได้ทันที ไม่ต้องรอให้ครบตามกำหนด และที่แถวนั้นไม่รู้ว่ามี challenge test ไหม เป็นการสอบขับในปีแรกที่เราแลนด์ ถ้าผ่านก็ไม่ต้องมีคนนั่งด้วยเวลาเราได้ใบขับขี่มาค่ะ
ส่วนดิฉันยังไม่เคยขับรถมาก่อนเลยค่ะ ตั้งใจจะเรียนจากที่นี่ให้ได้จริงๆ เคยถามสามีแล้วว่าที่เขาเรียนไม่กี่ชั่วโมงกันหนะมันอะไร เขาบอกว่าไม่ให้เรียนแบบนั้น จะส่งไปเรียนกับ AMA เรียนให้ดีๆ หลายชั่วโมง ค่าเรียนต่อคอร์สราวๆ สองพันเหรียญเลยค่ะ เขาบ่นตลอดว่าคนไทย หรือคนเอเชียขับรถได้แย่มากกกก ไม่อยากให้ติดนิสัยมาและบอกว่าดีแล้วให้มาฝึกจากที่นี่ บ่นแบบนี้ก็โดนด่ากลับทุกที มีคำว่าคนไทยอยู่ด้วยนี่นา เขาเคยไปไทยและเช่ารถขับค่ะ ที่กทม คนขับรถได้น่ากลัวจริงๆ ดิฉันเองก็ยังไม่เคยขับรถเลยบอกไม่ได้ว่าจะเป็นยังไงกับมันกันแน่ เรื่องอารมณ์ร้อนและไม่คุมสติก็เยอะอีก กลัวเหมือนกันค่ะแต่ก็ต้องทำ เรื่องขับรถแต่ละที่ก็ต่างกันไปตามลักษณะที่มาของคน ที่แวนคูเวอร์คนเอเชียเยอะ มีรถติดด้วย ทำให้นึกถึงกรุงเทพ อบอุ่นไปอีกแบบ ฮ่าๆ มีขับปาดด้วย ไม่ดูป้ายหยุดป้ายให้ทาง เรียกว่าน่ากลัวมากกว่าที่เอ็ดมันตันค่ะ ใครที่ขับรถที่แวนฯคงชินและดิฉันบอกเลยว่าเก่งมาก ฮ่าๆ
 
ปล กฎระเบียบที่โน่นต่างจากนี่เล็กน้อยค่ะ ที่นี่สามารถสอบภาคความรู้ได้ตั้งแต่อายุสิบสี่ปีขึ้นไปค่ะ


-------------
One life, Live it!


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 01 Apr 2011 at 05:02
สวัสดีตอนเย็นทุกๆคน คุณพิม น้องต่าย น้องนิ่ม น้องกุน น้องนุ้ยและก็อีกหลายๆน้อง Smile จำชื่อไม่หมด วันนี้เลิกงานแล้ว ฝนตกมีหิมะเล็กน้อย อากาศครึ้มทั้งวันคะ จริงอย่างที่สามีคุณพิมพูดคะ ว่าเอเชียขับรถแย่ แต่แย่ในที่่นี้คือเค้ากลัวและเคารพกฎมากกว่า เวลาขับรถก็จะช้าและระมัดระวัง ผิดกับฝรั่งเจ้านั้นขับรถโครมๆ และเร็วมากใจร้อนกันเกือบทุกคน บีบแตร เปิดไฟเร่งขับแซง นึกอยากจะเลี้ยว หรือกลับรถ พอมีช่องก็ทำเลย แบบไม่เกรงใจกัน แล้วก็ชอบคุยโทรศัพท์ ส่งเอสเอ็มเอส หรือแชทกันตอนขับรถ ก็เพราะฝรั่งทำกันแบบนี้ไง เค้าเลยมองคนเอเชียว่าขับรถแย่ไป เพราะเราช้า ระวังตัว กลัวชน ใจเย็น แต่ว่าก็มีนะคะบางทีฝรั่งเราขอทางเค้าไม่ยอมให้ก็มีขับรถชมวิวเล่นซะทำอย่างกับว่าเป็นถนนส่วนตัว หรือขับรถแบบแย่งเลนเบียดกับเราก็มี ก็มีหลายแบบนะคะ ไม่ว่าจะเอเชีย ฝรั่งหรือคนดำ คนผิวสี่ต่างๆล้วนแล้วแต่บอกว่าคนอื่นขับรถแย่ สรุปแล้วก็แย่เหมือนกันหมดเลย
วันนี้ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำงานสถานทูตในโตรอนโตเพื่อขอรับการแปลและรับรองเอกสาร โทรทั้งวันเค้าก็ไม่ยอมรับสายเลย ให้ฝากข้อความตลอด แล้วแบบนี้จะได้แปลมั๊ยเนี่ย เหนื่อยใจ อยากได้ใบขับขี่จัง อุตส่าห์ข้ามจากคลาส G1, G2 จะมาเป็นคลาส G ซะหน่อยก็มีอุปสรรคขึ้นมาเลย เศร้า ดูแลสุขภาพกันทุกๆคนนะจ๊ะ


-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pimada
Date Posted: 01 Apr 2011 at 06:41
คุณนพ ต้องพยายามติดต่อเขาต่อไปค่ะ อีกหน่อยก็ได้เอง

-------------
One life, Live it!


Posted By: Katay22
Date Posted: 01 Apr 2011 at 10:42
สวัสดีคะ คุณนพ และเพื่อน ๆ บ้านนี้ทุกคนนะ 

เห็นคุณนพกำลังจะสอบใบขับขี่กระต่ายมีเรื่องตลกจะเล่าให้ฟังคะ 
เรื่องมีอยู่ว่า เรามีรถสองคัน คันแรกเราขับไม่ได้ เพราะว่าเป็นรถแวนด์ แค่พวกมาลัยอยู่ทางด้านขวาก็จะแย่อยู่แล้ว ซึ่งตอนนั้นอยากสอบจะแย่อยู่ที่บ้านเกิดสามีวินนี่พีค ก็ไม่ได้ไปสอบเพราะคิดว่ารอไปก่อน พอสามีมาทำงานอยู่ที่ทางเหนือกลับบ้านปีละสามครั้ง ครั้งหนึ่งก็เป็นเดือนนะแต่ก็ยุ่งกับเรื่องโน่นเรื่องนี้นะนาน ๆ จะได้เข้าเมืองทีเยี่ยมญาติ ญาติมาเย่ียมที่บ้าน ไปชอบปิ้งเดือนหนึ่งเวลาก็หมดแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้เริ่มสักที สามีเป็นครูสอนอยู่ทางเหนือของแคนาดาโคตรจะเหนือกันดานว่างั้นที่นี่ เขาก็จะมีคนของหมู่บ้านเป็นเจ้าหน้าที่แค่คนเดียว อายุแกก็ปาเข้าไปหกสิบกว่า ภาษาอังกฤษแกก็คงโอเคอะนะ แต่ว่าตาแกนะคงไม่ดี เราเพ่ิงซื้อรถคันที่สองเพื่อเอาไว้ที่นี่ รถดี คนขับดีแล้วใช้ได้ลองขับทุกวัน เราต้องย้ายทะเบียนจากวินนี่พีคมาเป็นรถของที่นอสเวสทอราทอรี่ ภายในสามเดือนเราก็รีบย้ายกันทันที โดยคิดว่าย้ายกับยายคนนี้และจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าเครื่องบินสรุปยายแกตาไม่ดี ทำคอมก็ไม่เก่ง ยายแกเห็นเลขหนึ่ง เป็นตัว ไอ สุดท้ายรถลงทะเบียนว่า "รถคันนี้ถูกขโมย"เราซื้อรถจ่ายสดเลยนะเพราะว่าราคาไม่แพงอะไรรถเล็ก ๆ ขับรถอยู่ดี ๆ ตำรวจโทรมาที่บ้านบอกว่ารถคันนี้ถูกขโมย แต่โชคดีว่าตำรวจกับเรารู้จักกันดี ก็เลยไปถามยายแกว่าทำไมรถเราถูกขโมย ยายก็อ่านอยู่หลายครั้ง "อ้อ ขอโทษฉันพิมพ์ผิด ยายแกต้องบินไปที่ อินนูวิท 
เพื่อแก้ไขข้อมูลทั้งหมด"
คำถามว่าแล้วคุณจะกล้าสอบใบขับขี่กับแกไหม ไม่เป็นไรให้อภัย สักวันเราก็ต้องแก เราก็ให้สามีไปพูดคุย สามีมีใบขับขี่แล้วแต่ว่าเป็นของมินิโตบ้า เราก็มีแล้วจากเมืองไทย ขับรถมาแล้วสิบสามขับในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดสบาย ขับไปแต่งหน้ายังได้ฮะฮะ ประวัติไม่มีปัญหา ปัญหาคือที่รัฐนี้ อนุญาตให้เฉพาะ คนที่มีใบขับขี่จากประเทศอเมริกา และประเทศเยอรมันเท่านั้น สามารถใช้เหมือนใบขับขี่ในแคนาดา เราบุญน้อยไงเป็นใบขับขี่จากไทยเราก็ทำใจเอาวะ เร่ิมจากหนึ่งใหม่ก็ไม่เป็นไร แต่ยายแกขอสารพัดเอกสาร เขียนมาเป็นหางว่าวขนาดทะเบียนสมรถยังขอ กระต่ายกับสามีก็เตรียมเอกสารแล้วนะ คิดว่าสอบที่ดีอาจจะดีเพราะว่าคนไม่เยอะ จะแก้งอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ให้สามีช่วยยังได้ แต่ยายแกไม่เคยว่างทำงานสองวัน วันจันทร์ กับวันศุกร์ตอนบ่าย โทรไปไม่เคยอยู่ที่โต๊ะ บอกว่าให้โทรไปที่บ้านโทรไปบ้าน บอกว่าต้องบินไปเยี่ยมลูกสาว โทรไปอีกทีบอกว่าไม่อยู่ต้องไปรักษาตัวเอง เจอหน้ากันที่ชอบปิ้ง แกบอกว่า แกไม่ว่างต้องออกนอกเมืองอีกแล้วเป็นอย่างนี้ประจำ สามีเองก็ตัดสินใจ ใช้มันของเก่านี่และรอเอาซัมเมอร์นี้ค่อยว่ากันใหม่อีกอย่างกลัวเอกสารที่แกขอไปจะเป็นที่กระดาษเขียนเล่นของหลานแกจัง แกเล่นทำงานเมื่อยากทำ ทำงานที่บ้าน ไม่เข้าออฟฟิศคือว่าที่เป็นชาวบ้านที่เกิดที่นี่ เขาก็คงพอรับได้กันและนะเพราะว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกก็ลูก ๆ หลาน ๆ กันทั้งนั้น 
แต่เราไม่อยากมีปัญหาไง จนป่านนี้ยังไม่ได้ใบขับขี่จะขับรถไปรับลูกรับผัวที กลัวไปหมดกลัวประกันไม่จ่ายเพราะว่าไม่มีใบขับขี่ ถ้าไม่ขับไปรับ ก็ต้องโทรให้ตำรวจ หรือแม่ชีไปรับแบบนี้ดูซิมีรถแล้วไม่ได้ใช้ เสียเงิน แล้วก็นั่งมองมัน มองมันจนเบื่อ เลยตัดสินใจขับรถไปจอดไว้ในเมือง
ซัมเมอร์นี้ขับไปจอดที่วินนี่พีคดีกว่า ขับสโนโมบิล ขับมอเตอร์ไซด์สี่ล้อไปก่อน ถ้าไม่ไกลก็เดินเอาออกกำลังกาย สามีก็เดินไปทำงานทุกวันตอนนี้ ถือว่าออกกำลังกายตัดปัญหาไป ถ้าเกิดอุบัติกับคนขาวก็ดีไป เพราะเชื่อว่าคนขาวมีประกัน แต่ถ้าเกิดเรื่องกับชาวบ้านที่นี่อย่าหวังอะไรมาก มีแต่กฎของเขา ไม่ใช่กฎของเรา 

กระต่าย (เศร้าใจจริง)


-------------
The important thing about you that is you are you:)


Posted By: สะใภ้แคนาดา
Date Posted: 16 Apr 2011 at 23:31
สวัสดีค่ะคุณพิมพ์,คุณนพ,คุณกุน สบายดีนะค่ะ สงกรานต์ไปกลับมาเที่ยวเมืองไทยหรือเปล่าค่ะ นุ้ยและแฟนสนุกกลับการเล่นน้ำสงกรานต์ตัวดำ หน้าดำ เพราะไปเที่ยวกระบี่มา , นุ้ยมีเรื่องรบกวนถามหน่อยค่ะ เกี่ยวกับทะเบียนสมรส ถ้าเราเอาไปให้สถานทูตไทยในแคนาดาแปลและรับรองเอกสารได้ไหมค่ะ คือว่าแฟนจะกลับแคนาดาแล้ว แต่ลืมเอาเอกสารไปแปลและลืมเอาไปให้สถานทูตแคนาดาในไทยรับรอง มัวแต่คิดเรื่องไปเที่ยวกันเพลิน วีซ่าก็ยังไม่ได้ไปทำเลยค่ะและแฟนยังมาว่านุ้ยไม่สนใจเรื่องวีซ่า ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าต้องเริ่มต้นทำความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับวีซ่าหลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว

-------------


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 17 Apr 2011 at 00:09
ยินดีด้วยค่ะคุณนุ้ย Smile

ไม่ทราบว่าแฟนคุณนุ้ยจะกลับเมื่อไหร่ค่ะ เพราะแปลที่บ้านเราดีกว่าค่ะ แปลแบบด่วนก็ได้ค่ะเสียค่าแปลประมาณ 800 บาท(ไม่รู้ราคาเปลี่ยนหรือเปล่านะคะ) รอรับได้เลยใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ค่ะ  เพราะเมื่อได้ทะเบียนสมรสแล้ว  เราต้องเอาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและเอากลับไปให้สถานทูตแคนาดารับรองให้  หรือให้กรมการกงสุลที่หลักสี่ แจ้งวัฒนะรับรองให้ก็ได้นะคะ ทำไว้ 3 copies นะคะ  เพราะหนึ่งสามีต้องถือกลับไปแคนาดา สองอยู่ที่เรา และสามใช้ในการส่งไปขอ PR  แปลเสร็จก็ส่งไปสถานทูตแคนาดาอีกครั้ง ต้องไปก่อน 11.00 น.

รอพี่ๆสะใภ้ท่านอื่นมาแนะนำอีกครั้งนะคะ Big smile

 




-------------


Posted By: Pink-Maple
Date Posted: 17 Apr 2011 at 00:32
ดีใจกับคุณนุ้ยด้วยคะทั้งเรื่องเอกสารการแต่งงานและก็ได้เล่นน้ำที่บ้านเราด้วย เรื่องเอกสารเท่าที่พี่ทราบนะคะ ต้องแปลและรับรองการแปลพร้อมประทับตราจากเมืองไทยไปคะ อันนี้ไม่มั่นใจเหมือนกันแต่ว่าเอกสารเราส่งตามไปที่หลังได้คะ ใช้เวลาแปลพร้อมรับรองประทับตราไม่เกิน 2 วันก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นการส่งก็ใช้บริการของ dhl หรือบริการด่วนของบริษัทอื่นก็ได้คะ 3-4 วันก็ได้รับเอกสารแล้ว แล้วเอกสารตรวจร่างกายกับใบรับรองความประพฤติจากกรมตำรวจให้แฟนเอาไปพร้อมด้วยเลยหรือเปล่าคะ ถ้าไม่งั้นก็ส่งไปพร้อมกับทะเบียนสมรสก็ได้คะ ไม่ช้าไปมากกว่านี้หรอกคะ เอาใจช่วยนะคะ แต่ถ้าจะเอามาแปลที่นี่ก็ลองโทรไปถามที่สถานฑูตในไทยก่อนก็ได้คะว่าทำได้มั๊ย ถ้าได้ก็ให้แฟนนำเอกสารมาแปลแต่ว่าก็ต้องหาคนไทยแปลและรับรองการแปลให้อีกละคะ ถ้าอยู่ไม่ไกลโตรอนโต หรือออตตาวาก็สะดวกในเรื่องหาคนมารับรองและทำการแปลให้ จากการแปลใบขับขี่ของไทยยังต้องไปหาคนแปลและรับรองการแปลเลยคะแล้วจากนั้นก็ค่อยนำไปที่สถานฑูตให้เจ้าหน้าที่ประทับตราให้ (อันนี้ไม่รอบคอบเองไม่ได้แปลมาตั้งแต่แรกจากไทย) ต้องโทรนัดวันเวลากับเจ้าหน้าที่อีกคะว่าจะเข้าไปได้วันไหน ถ้าอยู่ใกล้ก็แล้วไปแต่ถ้าอยุ่ไกลก็ลำบากหน่อยคะ เพราะว่าที่นี่แต่ละสถานที่อยู่ไกลกัน บางทีต้องขับรถเป็นชั่วโมง วัน หรือต้องนั่งเครื่องไป บางทีอาจจะส่งไปรษณีย์ไปได้ แต่ก็อย่างว่าเราก็ห่วงเอกสารของเรา พี่ว่าทำมาจากไทยให้เรียบร้อยดีกว่าคะ สบายใจมากกว่า Smile

-------------
Our needs are few; our wants are many.
สิ่งที่อยากได้ มักมากกว่าความจำเป็น


Posted By: Pimada
Date Posted: 17 Apr 2011 at 04:19
สวัสดีค่ะ ทะเบียนสมรสที่มีตอนนี้คือภาษาไทยใช่ไหมคะ แปลเป็นอังกฤษก็ไปร้านแปลทั่วไป ไปร้านในบริเวณกงสุลก็ได้ แปลแล้วให้ไปฝ่ายรับรองเอกสาร กงสุล แจ้งวัฒนะสแตมป์รับรองให้ เอกสารที่แปลแล้วจะใช้ต้องให้กงสุลรับรองนะคะ เอกสารในข่ายที่กงสุลจะรับรองก็อยู่ในเว็บของกงสุลแล้วค่ะ http://www.consular.go.th/  สถานทูตไม่มีหน้าที่รับรองเอกสารให้นะคะ แต่ทำหน้าที่เรื่องวีซ่า ถ้าคุณนุ้ยจะขอวีซ่าท่องเที่ยวค่อยนำเอกสารไปยื่นกับสถานทูต เรื่องแปลและรับรองในบริเวณกงสุลไม่น่าเกินสองวันเสร็จค่ะ

-------------
One life, Live it!


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 17 Apr 2011 at 06:50

จัดการตามที่พี่ๆ แนะนำเลยค่ะคุณนุ้ย

-------------


Posted By: Apple.BKK
Date Posted: 11 Jun 2011 at 15:09
ขอบคุณ สำหรับ ข้อมูลดีดี ค่ะ Clap

-------------
To love and be loved.


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 15 Jun 2011 at 16:56
ข้อมูลเพิ่มจากครูพี่แอปเปิ้ล เพิ่มลิ้งให้ค่ะ

เรื่อง วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าชั่วคราวที่อัพ Date ล่าสุดก็ของคุณนาโกเซ่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงพิเศษ ค่ะ ยกเว้นฟอร์มของครอบครัวที่เพิ่มมาและรายละเอียดการกรอก เขาประกาศในกรอบสี่เหลี่ยมไว้ ค่ะ ถึงมีเราก็รู้เองตอนโหลดแบบฟอร์มนะคะ  Wink
IMM 5257 and IMM 5645(ฟอร์มของครอบครัว) ช่องไหนที่เราไม่มี สามารถเว้นว่างไว้ได้ค่ะ

กรอกเสร็จ ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อย ก็ print ออกมาเซ็นชื่อให้ครบ

ลิงค์บล็อกคุณ nakoze
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=amo-i&group=5&month=21-03-2011&gblog=8 - ตัวอย่างการกรอกเอกสารสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวอย่างละเอียด IMM 5257
 
 
[TUBE]PpQkkqXeflY[/TUBE]
 
 
ตัวอย่างการกรอกเอกสาร  Use of a Representative Form (IMM 5476) 
Question : สวัสดีค่ะ รบกวนถามว่า จำเป็นหรือไม่ว่าคนที่ขอต้องไปยื่นเอกสารเองค่ะ
Answer   : ไม่จำเป็นค่ะ 

[TUBE]CH4IcUIKoE0[/TUBE]



 


-------------


Posted By: Apple.BKK
Date Posted: 28 Jun 2011 at 12:46
  เอกสารในการยื่นขอวีซ่านักเรียน

  • แบบฟอร์ม ยื่นขอวีซ่า IMM1294, IMM5409 และ IMM5476 http://www.cic.gc.ca/english/information/applications/student.asp - หนังสือ เดินทาง: ต้องไม่หมดอายุก่อนวันที่ท่านจะเดินทางกลับประเทศไทย ผู้มีรายชื่ออยู่บนคำร้องต้องยื่นหนังสือ เดินทางของแต่ละ ท่านด้วย

  • รูปถ่ายสีหรือขาวดำ: ขนาด 1.37 x 1.77 นิ้ว จำนวน 4 ใบ และถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.cic.gc.ca/english/pdf/photospecs-e.pdf - ถ้าขนาดของรูปถ่ายไม่ถูกต้อง สถานทูตจะไม่รับคำร้องขอวีซ่า ของท่าน

  • จดหมาย ตอบรับการเข้าศึกษา (ฉบับจริง) จากสถาบันการศึกษาในประเทศแคนนาดา โดยระบุรายละเอียดดังต่อไป นี้: ชื่อนามสกุล ที่อยู่ และวันเดือนปีเกิดของนักเรียน หลักสูตรการเรียนและระดับโปรแกรมที่จะเรียน วันเริ่มต้นและ วันสิ้นสุดการเรียนสำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาใน สถาบันการศึกษา ในรัฐควิเบกท่านต้องมีหนังสือตอบรับจากรัฐควิเบก " Certificat d' acceptance" (Quebec Certificate of acceptance หรือ CAQ) ซึ่งออกให้โดยกระทรวงวัฒนธรรม สังคม และตรวจคนเข้าเมืองแห่งรัฐควิเบก (Ministre des Communautes culturelles et de l'Immigration du Quebec หรือ MCCI)

  • หลักฐานการเรียนล่าสุด: เช่น ทรานสคริป ประกาศนียบัตร อนุปริญญาบัตร หรือปริญญาบัตร

  • หลักฐานทางการเงิน: เช่น จดหมายพร้อมลายเซ็นประทับตรารับรอง โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือ ทนายความเป็น พยาน (Notarized Public) แสดงความยินยอมและความสามารถทางการเงินของผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ นักเรียน ขณะที่นักเรียนกำลังศึกษาอยู่ใน ประเทศแคนนาดาพร้อมยื่นจดหมายรับรองจากธนาคาร ในกรณีที่ได้รับ การอุปถัมภ์จากองค์กร หรือได้รับทุนการศึกษา ต้องยื่นจดหมายจาก องค์กรนั้นโดยระบุลักษณะ จำนวน และข้อ กำหนดของเงินทุนที่ได้รับ

  • นักเรียนที่มีอายุ 18 ปี หรือมากกว่า ต้องยื่นหลักฐานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าท่านไม่มีประวัติ อาชญากรรมในทะเบียนของ ทะเบียนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • นักเรียนที่ประสงค์จะศึกษาต่อในประเทศแคนาดามากกว่า 6 เดือนต้องผ่านการตรวจสุขภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะออกแบบฟอร์ม สำหรับการตรวจสุขภาพ ให้ท่าน ต่อเมื่อคำร้องของท่านได้ผ่านการพิจารณาแล้ว

  • นักเรียนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปีต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังต่อไปนี้:

    • หนังสือลงนามประทับตรา (Notarized Public) จากบิดามารดาหรือผู้ดูแลตามกฎหมายในประเทศของผู้ขอ มอบอำนาจให้นักเรียนอยู่ ในความดูแลของผู้ดูแลนักเรียนในประเทศแคนนาดา โดยระบุชื่อของผู้ดูแล นักเรียน ซึ่งจะทำหน้าที่แทนผู้ปกครองในยามฉุกเฉิน เช่น กรณีเจ็บป่วยและต้องการด้านการรักษาพยาบาล เร่งด่วนหรือต้องการให้มีส่วน ร่วมในการตัดสินใจ

    • หนังสือลงนามประทับตรา (Notarized Public) จากผู้ดูแลนักเรียนในประเทศแคนนาดา ระบุความพร้อมที่ จะรับผิดชอบในการดูแลนักเรียนแทนบิดามารดา ในกรณีฉุกเฉิน เช่น กรณีเจ็บป่วยและต้องการการรักษา พยาบาลเร่งด่วน หรือต้องการให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

  • ค่า ธรรมเนียมวีซ่าที่เรียกเก็บ เป็นค่าบริการสำหรับการดำเนินการ มิใช่เป็นค่าวีซ่า เพราะฉะนั้นท่านต้องยื่นค่าธรรมเนียม พร้อมคำร้องขอวีซ่า เพื่อเจ้าหน้าที่จะสามารถเริ่มดำเนินการพิจารณาคำร้องของท่าน ในกรณีที่ท่านถูกปฎิเสธวีซ่า หรือ ต้องการถอนคำร้องทางสถานทูตจะ ไม่คืนค่าธรรมเนียม

  • การ ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียนจำนวน 4,300 บาท หรือ 125 เหรียญแคนนาดา หรือ 125 เหรียญสหรัฐอเมริกา สถานทูตรับเฉพาะแบงค์ดราฟท์ หรือแคชเชียร์เช็ค (ไม่รับเงินสด) สั่งจ่ายในนาม สถานเอกอัครราชทูตแคนนาดา เท่านั้น (รายละเอียดเพิ่มเติม http://geo.international.gc.ca/asia/bangkok/site/visa_fees-th.asp?lang_update=1 - )

  • เจ้าหน้าที่อาจเชิญท่านมาสัมภาษณ์ เพื่อประกอบการพิจารณาคำร้องขอวีซ่าของท่าน

  • ท่านต้องตอบคำถามบนคำร้องขอวีซ่าให้ครบถ้วน และตามความเป็นจริง หากท่านไม่ปฏิบัติตาม อาจเป็นผลให้การดำเนิน การล่าช้า หรือถูกปฎิเสธ วีซ่าได้

* วีซ่านักเรียนสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนเกินกว่า 6 เดือน หากลงทะเบียนเรียนไม่ถึง 6 เดือนต้องยื่นขอวีซ่า ชั่วคราวการยื่นขอ วีซ่าชั่วคราว ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาอื่น ๆ และเมื่อวีซ่าหมดอายุต้องเดินทางออก จากแคนนาดาทันที

สำหรับนักศึกษาที่จบหลักสูตร Postgraduate ขึ้นไป ได้รับอนุญาตให้ทำงานได้มากถึง 3 ปีหลังจบการศึกษา

* ที่มาของข้อมูล http://geo.international.gc.ca/asia/bangkok/site/student-th.asp -



Posted By: Apple.BKK
Date Posted: 28 Jun 2011 at 13:33
10 step how to Apply for a Canadian Study Permit - Study in Canada
[TUBE]UhJVu8dSxmI[/TUBE]

-------------
To love and be loved.


Posted By: janthira
Date Posted: 28 Jun 2011 at 14:09
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Phanaphat">Avatar  บีแต่งที่เมืองไทยคะวีสปอนเซอร์บีผ่านเมื่อปลายเดือนมีนาคมนี้ละคะ รู้สึกจะใช้เวลาไม่ถึงเดือนด้วยนะคะ ( ถ้าจำไม่ผิดคะ ) เพราะมันเร็วมาก แต่ตอนนี้บีอยู่ที่เมืองไทยรอวีถาวรทางสิงค์โปคะ แฟนอยากให้ไปรอกับเขาก่อนเหมือนกันแต่บียังห่วงทางบ้านอยู่ หลายอย่างยังไม่ลงตัวด้วยคะ และบีก็หวังว่าคงไม่โดนสัมภาษณ์ เพราะภาษาอังกฤษไม่ใช่งูกับปลานะคะแต่ไม่ได้เลย

-------------
พ่อแม่คือสิ่งที่วิเศษที่สุดในโลก


Posted By: Apple.BKK
Date Posted: 28 Jun 2011 at 23:57
ยินดีด้วยค่ะคุณบี  Big smile 
ได้รับใบสปอนเซอร์ approve แล้ว ก็คงรออีกไม่นาน เดี๋ยวทางสิงค์โปร ก็จะส่ง จดหมาย มาให้เรา ส่่งpassportไปให้เค้า
แล้วเค้าก็จะแสตมป์ IM- 1  IMMIGRANT มาให้ค่ะ  แต่คุณบีต้องเดินทางมาถึงแคนาดาก่อนวัน expiry date นะ เพราะ เค้าให้เวลาแค่
2 เดือน กว่าเองนะ  (จะได้เตรียมตัวให้พร้อมเนอะ)  Wink


-------------
To love and be loved.


Posted By: Apple.BKK
Date Posted: 29 Jun 2011 at 00:01
ไปอ่านเจอมา ก็เลย เอามาฝากกันค่ะ Smile
วิธีดาวน์โหลด
คลิกที่ Link ที่ต้องการดาวน์โหลด
คลิกที่ save เพื่อหาที่เก็บไฟล์ไว้ในเครื่องคอมฯ
 
ตัวอย่างคำแปลแบบฟอร์มการทะเบียนราษฎร การทะเบียนครอบครัว คำแปลแบบฟอร์มอื่น ๆ
( คำแปลแบบฟอร์มนี้เป็นเพียงตัวอย่างการแปล ผู้แปลควรปรับปรุงถ้อยคำตามเอกสารภาษาไทย)
  • http://www.consular.go.th/legalform/lega8.doc - - ท.ร. 1 ตอน 1 http://www.consular.go.th/legalform/tor19-1.doc - - ท.ร. 19 ตอน 4
  • มรณบัตร http://www.consular.go.th/legalform/tor4-1.doc - - ท.ร. 20 ตอน 1
  • หนังสือสำคัญการจัดตั้งนามสกุล http://www.consular.go.th/legalform/ch2.doc - - แบบ ช. 3
  • หนังสือสำคัญการเปลี่ยนนามสกุล http://www.consular.go.th/legalform/ch2.doc - - แบบที่ 1 http://www.consular.go.th/legalform/p2.doc - - แบบที่ 3
  • คำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ต่ออายุบัตร หรือทำบัตรใหม่ http://www.consular.go.th/legalform/pp2.doc - - แบบที่ 1 http://www.consular.go.th/legalform/tor142.doc - - ท.ร.14
  • แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร http://www.consular.go.th/legalform/tor14-1.doc - - ท.ร. 14/2
  • ทะเบียนสมรส http://www.consular.go.th/legalform/cor2-1.doc - - คร. 2 แบบที่ 2
  • ใบสำคัญการสมรส http://www.consular.go.th/legalform/cor3.doc - - คร. 6
  • ใบสำคัญการหย่า http://www.consular.go.th/legalform/cor7.doc - - คร. 22
  • ทะเบียนการรับรองบุตรบุญธรรม http://www.consular.go.th/legalform/cor14.doc - - หนังสือรับรอง (ความเป็นบุคคลเดียวกัน)
  • http://www.consular.go.th/legalform/lega2.doc - - หนังสือรับรอง (ความเป็นโสด)
  • http://www.consular.go.th/legalform/lega4.doc - - หนังสือรับรอง (การปกครองบุตร)
  • http://www.consular.go.th/legalform/lega6.doc - - ใบแจ้งความ

http://www.thaichicago.net/frame/tran_form.html">

สงวนลิขสิทธิ์ © 2002-2006 โดย กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศไทย
ติดต่อ กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ 10400 โทร . 0-2643-5000 http://truehits.net/stat.php?login=mfaict">Thailand Web Stat


-------------
To love and be loved.


Posted By: janthira
Date Posted: 29 Jun 2011 at 08:43
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Apple.BKK">Avatar  ขอบคุณคะคุณครู แอปเปิ้ล มากคะ

-------------
พ่อแม่คือสิ่งที่วิเศษที่สุดในโลก


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 29 Jun 2011 at 09:11
d.asp?u=janthira">Avatar ยินดีด้วยค่ะพี่บี รออีกไม่นานก็ได้ไปอยู่แคนาดาแล้ว Smile

d.asp?u=Apple.BKK">Avatar   ขอบคุณครูพี่แอปเปิ้ล สำหรับข้อมูลดีๆค่ะ Big smile


-------------


Posted By: janthira
Date Posted: 29 Jun 2011 at 09:19
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Phanaphat">Avatar  ตอนนี้กังวลเรื่องการปรับตัวมากเลยคะ

-------------
พ่อแม่คือสิ่งที่วิเศษที่สุดในโลก


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 29 Jun 2011 at 09:30
d.asp?u=janthira">Avatar พี่บี พอไปถึงแล้วทุกอย่างมันต้องค่อยๆปรับไปเรื่อยๆ.. สู้ๆ ค่ะ Smile

-------------


Posted By: janthira
Date Posted: 29 Jun 2011 at 09:43
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Phanaphat">Avatar  แค่อยู่กันคนละที่ก็มีปัญหากันแล่วไปอยู่ด้วยกันนิคงจะฆ่ากันทุกวันเลย 5555555LOLLOL

-------------
พ่อแม่คือสิ่งที่วิเศษที่สุดในโลก


Posted By: Apple.BKK
Date Posted: 29 Jun 2011 at 09:48
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Phanaphat">Avatar     ไม่เป็นไรค่ะ  ยินดีเสมอค่ะ Big smile

-------------
To love and be loved.


Posted By: secret
Date Posted: 04 Jul 2011 at 21:21
ตอนแรกก้องมเข็มในมหาสมุทรจิงๆๆค่ะ แต่พอได้อ่านแล้วอ่านอีกตอนนี้ทะลุปรุโปร่งแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆๆนะค่ะทุกคน


Posted By: maajung
Date Posted: 10 Jul 2011 at 19:19

สวัสดีค่าา รายงานตัวน้องใหม่สะใภ้แคนาดาค่ะ แป้งมีเรื่องรบกวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ นิดนึงเกี่ยวกับการขอวีซ่า

คือแป้งได้จดทะเบียนสมรสกับแฟนเรียบร้อยที่เมืองไทยแล้ว แป้งอยากทราบว่าขั้นตอนต่อไปแป้งต้องทำอะไรคะ
แป้งต้องไปเปลี่ยนนามสกุลก่อนมั้ยคะ เพราะว่าตอนนี้ยังไม่ได้ไปเปลี่ยนนามสกุลในบัตรประชาชน + ทะเบียนบ้านเลยค่ะ
แฟนจะบินมาจัดงานแต่งเดือนตุลานี้ ถ้าแป้งเริ่มดำเนินเรื่องยื่นขอ PR ไม่ทราบว่าทันตอนตุลามั้ยคะ
คืออยากไปแคนาดาพร้อมกับแฟนเลยน่ะค่ะ ขอบคุณค่า
 


-------------
Smile


Posted By: Apple.BKK
Date Posted: 11 Jul 2011 at 01:33
Originally posted by maajung

สวัสดีค่าา รายงานตัวน้องใหม่สะใภ้แคนาดาค่ะ แป้งมีเรื่องรบกวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ นิดนึงเกี่ยวกับการขอวีซ่า

คือแป้งได้จดทะเบียนสมรสกับแฟนเรียบร้อยที่เมืองไทยแล้ว แป้งอยากทราบว่าขั้นตอนต่อไปแป้งต้องทำอะไรคะ
แป้งต้องไปเปลี่ยนนามสกุลก่อนมั้ยคะ เพราะว่าตอนนี้ยังไม่ได้ไปเปลี่ยนนามสกุลในบัตรประชาชน + ทะเบียนบ้านเลยค่ะ
แฟนจะบินมาจัดงานแต่งเดือนตุลานี้ ถ้าแป้งเริ่มดำเนินเรื่องยื่นขอ PR ไม่ทราบว่าทันตอนตุลามั้ยคะ
คืออยากไปแคนาดาพร้อมกับแฟนเลยน่ะค่ะ ขอบคุณค่า
 
 
 
สวัสดีค่ะคุณแป้ง ไช่แล้วค่ะ ไปเปลี่ยนชื่อสกุลตามสามีก่อน ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอที่คุณมีทะเบียนบ้านอยู่ และไปทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุล บัตรประชาชนชื่อสกุลใหม่ แก้ชื่อสกุลในทะเบียนบ้านทีเดียวเสร็จ และไปกระทรวงการต่างประเทศ กงศุล แจ้งวัฒนะไปแก้ชื่อในพาสปอร์ต ไหนๆ ก็ไปกงศุล แล้ว เอา เอกสาร ทุกอย่าง ไปแปลเป็นอังกฤษด้วยเลย ก็ดีนะคะ จะได้ไม่เสียเที่ยวเนาะ เรื่องจะได้ ทัน ตุลาไหม ไม่น่าทันแน่นอนค่ะ แต่ไม่แน่อาจจะได้สปอนเชอร์อัพพูฟ มาภายในตุลา ถ้าเอกสารที่ส่งไป ครบถ้วนและสมบูรณ์ แล้วเราก็เอาใบสปอนเชอร์อัพพูฟไป ยื่นขอ วีชั่วคราว มารอ PR ที่แคนาดา ก็เป็นหนทางหนึ่ง ที่จะได้อย่ด้วยกันเร็วขึ้นค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเอกสารที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ เป็นหลักค่ะ ถ้ามีคำถามเพิ่ม ก็ มาโพสถามได้ นะ พี่ๆ เพือนๆ ในห้องนี้ ใจดี และน่ารักกันทุกคน มีคนช่วยเยอะ ลองอ่านข้อมูล การทำPR ทั้งหมดได้ตั้งแต่หน้าแรกเลยค่ะ มีข้อมูลที่ครบถ้วนทุกอย่าง อ่านให้ระเอียดค่ะ  แล้วจะได้ไม่เสียเวลา (เพราะว่าเอกสารตีกลับ )  Wink 
และ อันนี้ เป็นวิดิโอการกรอก PR เค้าอาจจะพูดว่า ทำ PR ภายในแคนนาดา แต่ทำ PR ภายในหรือภายนอก ก็กรอกเอกสารแบบเดียวกันค่ะ
 
[TUBE]admq7nlyhjQ[/TUBE]
 
 
[TUBE]XxWbpTNonKs&playnext=1&list=PL7D78F5B5306FBB20[/TUBE]
 
ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะคะ Smile


-------------
To love and be loved.


Posted By: beer-sj
Date Posted: 18 Jul 2011 at 13:39
สวัสดีครับ

ผมมีเรื่องรบกวนสอบถามข้อมูลนิดนึงครับ แฟนผมเป็นคน เนเธอร์แลนด์นะครับ ผมกับแฟนจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ( same sex ) แต่ผมยังอยู่เมืองไทยและยังไม่ได้วีซ่าถาวรของเนเธอร์แลนด์

ปัญหาคือ แฟนผมได้งานแล้วก็จะไปทำงานที่แคนาดาน่ะครับ กรณีนี้ ผมสามารถขอวีซ่าติดตามแฟนไปอยู่ที่แคนาด้วยกันได้มั้ยครับ




-------------
If my only crime is love...
For that I will pay a price
The world may turn it's back
But It can never take my pride...


Posted By: Phanaphat
Date Posted: 19 Jul 2011 at 09:02
Originally posted by beer-sj

สวัสดีครับ

ผมมีเรื่องรบกวนสอบถามข้อมูลนิดนึงครับ แฟนผมเป็นคน เนเธอร์แลนด์นะครับ ผมกับแฟนจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ( same sex ) แต่ผมยังอยู่เมืองไทยและยังไม่ได้วีซ่าถาวรของเนเธอร์แลนด์

ปัญหาคือ แฟนผมได้งานแล้วก็จะไปทำงานที่แคนาดาน่ะครับ กรณีนี้ ผมสามารถขอวีซ่าติดตามแฟนไปอยู่ที่แคนาด้วยกันได้มั้ยครับ




สวัสดีค่ะคุณเบียร์ ดิฉันได้สอบถามท่านประธานบ้านแคนาดามาให้ค่ะ

ในกรณีของคุณเบียร์ สามารถขอวีซ่าท่อง​เที่ยวไปเยี่ยมแฟนได้ค่ะ แต่การไปด้วยวีซ่าท่องเที่ย​ว สถานทูตก็จะพิจาณาหลักฐานจา​กฝ่ายขอเหมือนปกติ

การที่คุณเบียร์จะขอมาอยู่ก​ับแฟนในแคนาดาแบบผู้ติดตามไ​ด้หรือไม่ ต้องดูว่าสัญญาระหว่างประเท​ศแคนาดากับเนเธอร์แลนด์มีไว​้ว่าอย่างไร เช่นแคนาดากับสหรัฐฯ คนอเมริกันที่ได้
เวิกเพอร์ม​ิทมาทำงานที่แคนาดา ตามกฎคู่สมรสที่ติดตามจะทำง​านได้ แต่หากคนแคเนเดียนได้เวิกเพ​อร์มิท ไปทำงานที่สหรัฐฯ คู่สมรสที่ติดตามไปจะทำงานไ​ม่ได้ ขึ้นกับเศรษฐกิจของ
แต่ละประ​เทศ


คุณเบียร์ยังไม่ได้พีอาร์เนเธอร์แ​ลนด์ การติดตามในฐานะคู่สมรสไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเรามีสามีแคเนเดียน แต่ไม่สามารถมาอยู่แบบคู่สม​รสหรือผู้ติดตามได้ หากไม่ได้พีอาร์เสียก่อน
(วีซ่าท่องเที่ยวก็อีกเรื่อ​ง) ทางที่ดีที่สุด คือให้แฟนคุณเบียร์คุยกับทนาย ปรึกษาสักชั่วโมงนึง
ก็จ่ายค​่าปรึกษาไป จะได้คำตอบที่กระจ่างที่สุด​ การที่เราอยากจะมาแบบเป็นผู้ติ​ดตาม ฝ่ายแฟนคุณเบียร์จะต้องเป็​นคนดำเนินการให้นะคะ


ปล. รอพี่ๆท่านอื่นมาเพิ่มเติมนะคะ คุณเบียร์สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaiontario.com/index.php?board=2.0 - http://www.thaiontario.com/index.php?board=2.0




-------------


Posted By: beer-sj
Date Posted: 19 Jul 2011 at 11:47
Originally posted by Phanaphat

Originally posted by beer-sj

สวัสดีครับ

ผมมีเรื่องรบกวนสอบถามข้อมูลนิดนึงครับ แฟนผมเป็นคน เนเธอร์แลนด์นะครับ ผมกับแฟนจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ( same sex ) แต่ผมยังอยู่เมืองไทยและยังไม่ได้วีซ่าถาวรของเนเธอร์แลนด์

ปัญหาคือ แฟนผมได้งานแล้วก็จะไปทำงานที่แคนาดาน่ะครับ กรณีนี้ ผมสามารถขอวีซ่าติดตามแฟนไปอยู่ที่แคนาด้วยกันได้มั้ยครับ




สวัสดีค่ะคุณเบียร์ ดิฉันได้สอบถามท่านประธานบ้านแคนาดามาให้ค่ะ

ในกรณีของคุณเบียร์ สามารถขอวีซ่าท่อง​เที่ยวไปเยี่ยมแฟนได้ค่ะ แต่การไปด้วยวีซ่าท่องเที่ย​ว สถานทูตก็จะพิจาณาหลักฐานจา​กฝ่ายขอเหมือนปกติ

การที่คุณเบียร์จะขอมาอยู่ก​ับแฟนในแคนาดาแบบผู้ติดตามไ​ด้หรือไม่ ต้องดูว่าสัญญาระหว่างประเท​ศแคนาดากับเนเธอร์แลนด์มีไว​้ว่าอย่างไร เช่นแคนาดากับสหรัฐฯ คนอเมริกันที่ได้
เวิกเพอร์ม​ิทมาทำงานที่แคนาดา ตามกฎคู่สมรสที่ติดตามจะทำง​านได้ แต่หากคนแคเนเดียนได้เวิกเพ​อร์มิท ไปทำงานที่สหรัฐฯ คู่สมรสที่ติดตามไปจะทำงานไ​ม่ได้ ขึ้นกับเศรษฐกิจของ
แต่ละประ​เทศ


คุณเบียร์ยังไม่ได้พีอาร์เนเธอร์แ​ลนด์ การติดตามในฐานะคู่สมรสไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเรามีสามีแคเนเดียน แต่ไม่สามารถมาอยู่แบบคู่สม​รสหรือผู้ติดตามได้ หากไม่ได้พีอาร์เสียก่อน
(วีซ่าท่องเที่ยวก็อีกเรื่อ​ง) ทางที่ดีที่สุด คือให้แฟนคุณเบียร์คุยกับทนาย ปรึกษาสักชั่วโมงนึง
ก็จ่ายค​่าปรึกษาไป จะได้คำตอบที่กระจ่างที่สุด​ การที่เราอยากจะมาแบบเป็นผู้ติ​ดตาม ฝ่ายแฟนคุณเบียร์จะต้องเป็​นคนดำเนินการให้นะคะ


ปล. รอพี่ๆท่านอื่นมาเพิ่มเติมนะคะ คุณเบียร์สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaiontario.com/index.php?board=2.0 - http://www.thaiontario.com/index.php?board=2.0


ขอบคุณมากๆครับ




-------------
If my only crime is love...
For that I will pay a price
The world may turn it's back
But It can never take my pride...



Print Page | Close Window