Print Page | Close Window

การบริหารและออมเงิน

Printed From: Ladyinter.com
Category: Lady Friends
Forum Name: * สะใภ้ นอร์เวย์ / Norway
Forum Discription: * สะใภ้ นอร์เวย์ / Norway
URL: http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=19051
Printed Date: 24 Jun 2019 at 16:54


Topic: การบริหารและออมเงิน
Posted By: Nidnoi_Aalesund
Subject: การบริหารและออมเงิน
Date Posted: 17 May 2011 at 03:51
มีข้อสงสัยในหัวใจที่ต้องถาม เพราะอยากรู้คำตอบในเรื่องนี้จริงๆ ว่าสาวๆ ที่ได้ย้ายถิ่นฐานมาใช้ชีวิตต่างบ้านต่างเมืองแล้ว เริ่มมีรายได้เป็นของตัวเองด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองแล้ว มีเงินเดือนส่งกลับไปสร้างบ้านให้ครอบครัวที่เมืองไทยนั้นมีหลักการในการบริหารและหรือจัดการเงินของตนเองอย่างไรบ้าง
 
ข้าพเจ้าเองได้ทำงานงานแรกเมื่อเดินทางมาถึงเพียงแค่สามเดือน รายได้ ณ ขณะนั้นเพียงแค่เดือนละประมาณสองพันโครนนิดๆ หลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับงานซึ่งเป็นการทำงานแทนน้องคนไทยที่บินกลับมาเมืองไทยเป็นเวลาหนึ่งเดือน ช่วงเดือนนั้นเงินเดือนสองที่ก็ประมาณหนึ่งหมื่นแปดพันโครน หลังจากนั้นก็มีงานเรื่อยมา ได้เริ่มฝึกงานกับโครงการณ์ของนาฟได้รับเดือนละหกพันโครน แต่งานที่ทิดายังคงทำอยู่อย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันก็ทำงานชั่วคราวบวกกับงานที่ทิดารายได้ต่อเดือนก็ถือว่าไม่ได้ขี้เหล่อะไร แต่จนถึงปัจจุบันนี้แล้วไหงไม่เห็นมีเงินเก็บเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง
 
แอบเห็นน้องมาย น้องแพท สร้างบ้านที่เมืองไทย เห็นน้องเหมยขนซื้อทองจากเมืองไทยกลับมานอร์เวย์ ก็ทำให้อึ้งและแอบปลื้มใจพร้อมทั้งสงสัยว่าน้องน้องบริหารเงินกันอย่างไร และหรือมีวิธีเก็บเงินกันอย่างไรบ้างคะSleepy 
 
ทุกวันนี้เงินเดือนที่ได้ส่วนนึงก็ส่งไปให้คุณลูกกับคุณแม่ ถ้าเดือนไหนได้รายได้มากก็จะส่งมาก ถ้าได้น้อยก็ส่งน้อย จ่ายค่าอาหารภายในบ้าน จ่ายค่าอาหารน้องมีมี่ ของตกแต่งในบ้านที่นอกเหนือจากส่วนที่คุณฝรั่งท่านยินดีจะจ่าย เช่น ผ้าปูโต๊ะ น้องดอกไม้ในบ้านและในสวน อันไหนถ้าหยิบแล้วท่านนิ่งๆ เฉยๆ ไม่บ่นข้าพเจ้าก็จะไม่ควักจ่ายLOL แต่ถ้าอันไหนหยิบแล้วท่านบ่นโน่นนี่นั่น ข้าพเจ้าก็จะบอกว่าไม่เป็นไรข้าพเจ้าจ่ายเอง ท่านก็จะเลิกบ่นDead สรุปจ่ายเองมันซะเกือบหมดเพราะเบื่อท่านบ่นLOL


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway



Replies:
Posted By: Sweetiemind
Date Posted: 17 May 2011 at 04:19
ต้องขอบอกก่อนว่าบ้านที่มายสร้างราคาไม่ถึงล้านบาทนะคะ Big smile เป็นบ้านแบบชนบทธรรมดาหลังเล็กๆ (เพื่อนใน FB คงเห็นแล้ว) ไว้หลบฝนหลบแดดยามที่พ่อแม่ลงทำนาค่ะ มายไม่มีระบบการออมเงินเลยค่ะ รายได้ก็ไม่มากเพราะทำงานประมาณ 80% เองค่ะ (ยังไม่ประจำ แต่ปีนี้ได้ทำทุกวัน เริ่มทำงานจากบ่ายโมงค่ะ ตอนเช้านอนอย่างเดียว Tongue เงินเดือนหักภาษีแล้วก็เหลือประมาณ 14,000 - 15,000 โครน ค่ะ (บอกรายได้ด้วยจะได้รู้ว่ามันไม่เหลือเก็บเพราะได้ไม่เยอะ Smile)
 
มายรวบรวมเงินทำบ้านตั้งแต่ มิย 2010 ค่ะ ได้จากเงินคืนภาษีและ feriepenger มาประมาณ 15,000 โครน (ถ้าจำไม่ผิดTongue) เล่นแชร์ 2 มือ ได้รวมของตัวเองด้วยก็ 20,000 โครน ค่ะ และเงินเดือนตกเบิกบ้างบางส่วน ค่อยๆทยอยโอนไปให้พ่อซื้อของทำบ้านและจ่ายค่าช่างค่ะ และเงินอีกส่วนหนึ่งส่งรายเดือนให้พ่อกับแม่เดือนละ 15,000 - 20,000 บาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มในบางเดือน) ส่งให้หลาน(ลูกของลูกพี่ลูกน้อง)ทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาท (สงสารยายของเด็กๆเพราะแม่เด็กไม่ส่งให้ลูกเลย)
 
มายไม่ค่อยช็อปปิ้งที่นอร์เวย์ค่ะ จะซื้อก็แค่ผักและเครื่องปรุงอาหารที่ร้านเอเชีย (ส่วนใหญ่สามีจ่าย เพราะสามีชอบกินอาหารไทย Sleepy) ส่วนของใช้ในบ้านหรือพวกเนื้อสัตว์จากซุปเปอร์ก็ควักกระเป๋าตัวเองบ้าง (ส่วนใหญ่สามีให้เงินสดไว้ตลอดSleepy) สรุปเงินตัวเองใช้จ่ายในไทยซะส่วนใหญ่ค่ะ สำรองไว้จ่ายที่ไทยกรณีมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม


-------------
มาย Molde / 1976

Alt for foreldrene mine!

เราทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราดี! เราไม่ทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราไม่ดี!

อย่าสูญเสีย "ตัวตน" ด้วยคำพูดของคนที่ไม่รู้จัก "ตัวเรา"




Posted By: Patoslo
Date Posted: 17 May 2011 at 04:19

เริ่มแพทเลยนะค่ะ ของแพทนี่เป็นคนที่ไม่ค่อยช็อปเท่าไหร่ และบอกตรงๆ เลยว่าเป็นคนออกแนวงก และชอบแอบเก็บตังค์ซ่อนสามี อิอิ แต่เวลาที่ช็อปก็ช็อปกระจายเลยเหมือนกัน จะพยายามไม่เข้าไปในเมืองบ่อยค่ะ เอาเป็นตัวอย่างเก็บเงินช่วงก่อนท้องดีกว่าเนาะ เพราะตอนนี้ท้องหลายๆอย่างก็เปลี่ยนไป เงินเดือนก็ลดน้อยลง แพททำงานก็ได้เงินเดือนไม่มากนะค่ะ หลังหักภาษีแล้วก็เหลือประมาณ 16000โครน และรายได้ขายใส้อั่วนิดหน่อย อันนี้ขึ้นอยู่กับช่วงหน้าร้อนขายไม่ได้เยอะ แต่หน้าหนาวนี้จะขายได้เยอะ ประมาณ 10000 โครนหลังหักค่าใช้จ่าย เงินส่วนพวกนี้ใช่ว่าเก็บอย่างเดียวนะค่ะ ก็ช่วยเหลือสามีออกค่าบ้าน ค่ากับข้าว ค่าน้ำมันรถผลัดกัน ค่าตั๋วรถบัสรายเดือน ตกเดือนหนึ่งประมาณ 8000 โครน นอกนั้นก็เก็บค่ะ แต่ก่อนทำบ้านก็ส่งให้ที่บ้านเดือนละ 10000 บาท แพทไม่มีหลักในการเก็บมากนัก ไม่มีระบบ มีเหลือก็เก็บ ไม่มีเหลือก็ไม่ได้เก็บ ช่วงนี้ก็เก็บเงินไปก่อน เพราะต้นปีหน้าก็คงเริ่มส่งให้ทางบ้านเดือนล่ะ 10000 โครน(โครนนะค่ะ) เพราะกู้เงินทำบ้านที่ไทย



-------------
แพท..Oslo:March 1979


Posted By: Geegie
Date Posted: 17 May 2011 at 04:29
จีอยากจะเล่าวิธีการของจีนะคะ   แม้ว่าจะไม่มีิเงินเก็บเป็นล่ำเป็นสันเพราะเิพิ่งจะทำงาน แต่นี่เป็นเทคนิคของจีค่ะ

๑. จีแบ่งสัดส่วนการเก็บเงินตามหลักพระพุทธเจ้าสอน    
๕๐ เปอร์เซนต์แรก สำหรับใช้จ่ายส่วนตัว   
๕๐ เปอร์เซนต์ที่เหลือ แบ่งออกเป็นสามส่วน  คือ 
      ๒๐ เปอร์เซนต์ เก็บไว้ใช้ยามขาดแคลน    
      ๒๐ เปอร์เซนต์เก็บไว้สำหรับตอบแทนผู้มีบุญคุณหรือสังคม 
      ๑๐ เปอร์เซนต์สำหรับงานบุญ สาธารณะ ช่วยเหลือสังคม ( ส่วนมากที่จะเก็บส่วนนี้ไว้เป็นส่วนสำรอง คือถ้าเดือนไหนเงินหลักไม่พอจ่ายก็จะแอบเอาส่วนนี้มาทดแทนและตอบแทนสังคมด้วยแรงงานแทน)
 
๒. เนื่องจากจีเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการกินมากๆ  หากวันไหนมีเงินในกระเป๋ามากๆ  จะกินแบบราชาแทบทุกมื้อ  และใช้จ่ายฟุ่มเฟือย  จีก็เลยแก้ไขตัวเองด้วยการเปิดบัญชีไว้สองบัญชี  บัญชีกระแสรายวัน กับบัญชีฝากประจำแบบถอนไม่ได้ ( หรือถ้าจะถอนต้องโอนเงินไปมา สุดท้ายก็ขี้เกียจถอน)   

ช่วงตอนยังไม่ได้งานทำจีก็เก็บแบบตามสัดส่วนแบบข้อหนึ่งทุกครั้ง  บางครั้งได้เงินมา ๑๐๐ โครนก็เก็บค่ะ   แต่จีอยู่แค่อพาร์ทเมนต์เล็กๆ  เราเลยไม่มีสถานที่ให้ตกแต่งมากนัก  เรื่องสวนผัก สวนดอกไม้ ไม่ต้องคิดเลยค่ะ  ไม่มีกะเค้า  ก็เลยประหยัดไปอีกนิดนึง  

ไม่ค่อยจะตอบคำถามที่นิดหน่อยเลย  แต่เอาเป็นว่ามาแชร์ด้วย อิอิ   


-------------
Oslo
---
ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มาก ๆ



Posted By: Sweetiemind
Date Posted: 17 May 2011 at 04:33

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Patoslo">Avatar

น้องแพทซ่อนเงินสามีที่ไหนอ่ะ จะเลียนแบบบ้าง LOL พี่อ่ะชอบโชว์สเตทเม้นท์ให้สามีเห็น จะได้รู้ว่าบัญชีจะเป็นศูนย์แล้วนะ Sleepy
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Geegie">Avatar
น้องจีกินเยอะจริงอ่ะ ทำไมไม่อ้วนเลย พี่กินนิดเดียวน้ำหนักก็พุ่ง (กินแล้วไม่ออกกำลังกายTongue)


-------------
มาย Molde / 1976

Alt for foreldrene mine!

เราทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราดี! เราไม่ทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราไม่ดี!

อย่าสูญเสีย "ตัวตน" ด้วยคำพูดของคนที่ไม่รู้จัก "ตัวเรา"




Posted By: Patoslo
Date Posted: 17 May 2011 at 04:49
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Sweetiemind">Avatar แอบโอนไปซ่อนที่ไทยค่ะพี่มายด์ อิอิ สามีถามก็จะบอกว่าฉันมี แต่มีไม่เยอะ อิอิ

-------------
แพท..Oslo:March 1979


Posted By: Geegie
Date Posted: 17 May 2011 at 04:54
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Sweetiemind">Avatar  จริงค่ะ  ถ้าพี่มายเห็นแล้วจะเข้าใจ   เพื่อนบอกว่าจีกินแล้วเปลือง  เพราะกินแล้วไม่อ้วนเสียดายตังค์ Smileแต่ว่าช่วงสอบ(เพิ่งสอบเสร็จวันนี้)  จีกินข้าวนอกบ้านเกือบทุกวัน  เมื่อก่อนต้องทำข้าวห่อไปโรงเรียน  ช่วงนี้จ่ายซะมือเติบเลย  (ที่บ้านเค้าเรืยกหมูจี  ตอนเด็กๆ แม่เรียกหนูจี  ไหงตอนนี้เป็นหมูซะแล้ว  แอบงง)   


http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar    จีขอเสริมความคิดจีอีกนิดนะคะ  จีคิดว่าเืนื่องจากพี่ส่งเงินกลับบ้านสำหรับใช้จ่ายตามอัธยาศัยหรือปล่าวค่ะ ก็เลยไม่รู้สึกเห็นผลงานเป็นรูปธรรม   อย่างกรณีพี่มายคือส่งเพื่อโครงการสร้างบ้าน เลยเห็นแบบจับต้องได้  แต่ของพี่คือให้แบบอิสระ  ให้ทางบ้านจัดการเอง พี่เลยรู้สึกว่าไม่มีผลงาน Smile  แต่จริงๆ แล้ววางรากฐานไว้เยอะแล้ว 


-------------
Oslo
---
ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มาก ๆ



Posted By: tju2
Date Posted: 17 May 2011 at 05:42

จริงๆการบริหารเงินแตงว่าแล้วแต่ความเหมาะสมและสภาพปัจจุบันของแต่ละบุคคลค่ะ

เพราะบางคนอาจมีภาระเรื่องหนี้สิน ก็ต้องจ่ายหนี้สินเป็นอันดับแรก
 
บางคนมีภาระเรื่องลูกไม่มีหนี้สิน ก็จะนึกถึงลูกเป็นอันดับแรก
 
บางคนให้ความสำคัญกับความสุขส่วนตัว เราก็ใช้ส่วนตัวเยอะก็เป็นธรรมดา
 
แตงว่าการบริหารเงินจะบอกว่าแบบไหนดีที่สุด คนไหนดีกว่ากันคงไม่ใช่หรอก
 
เคยดูรายการ ช่อง TV 3 กันหรือเปล่าค่ะ <Luksusfellen> รายการนี้ดีมากๆ
 
พี่นิดหน่อยลองติดตามดูนะค่ะ
 
มีหลายตอน แต่ละตอนก็จะมีปัญญาแตกต่างกันไป
 
จากที่แตงดูหลายๆตอนปัญหาการเงินของคนที่มีปัญหาคือ
1.ใช้จ่ายเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของใช้ฟุ่มเฟือยต่างๆโดยที่ไม่คำนึงว่าเงินมีหรือไม่ บางคนติดหนี้บัตรเครดิตเยอะมากก็ตะบี้ตะบันใช้
2.สามีหรือซัมบู ใช้จ่ายแบบเกินตัวใช้ของตัวไม่พอก็มาใช้ของฝ่ายหญิง
3.ชอบสังคม ปาร์ตี้กับเพื่อนเป็นประจำสม่ำเสมอ
4.เดินทางท่องเที่ยวหลายๆครั้งใน 1 ปี
5.ไม่ชอบทำกับข้าวทานเอง แต่ชอบทานร้านนอกบ้านอาหาร
6. ชอบสบายไม่เคยนั่งรถไฟหรือรถเมล์ นั่งแท็กซี่ตลอด นอร์เวย์แท็กซี่แพงแค่ไหนคงรู้ๆกันอยู่
7.ไม่ยอมจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน พอจะจ่ายที่จำเป็นเงินก็หมดซะแล้ว
8.อยู่บ้านหรืออพาร์ทเม้นที่หรูหราเกินตัว ทำให้ค่าใช้จ่ายค่าผ่อนบ้าน หรือเช่าบ้านแพงเกินจำเป็น
และอื่นๆอีกหลายอย่างเหมือนกัน
 
แต่การจัดการของเค้า เขาจะแบ่งทำตารางเป็นช่องๆ
ช่องแรก รายได้เท่าไหร่เอามารวมกัน ของสามี-ภรรยา(หรือคู่ซัมบู)
ชองที่ 2 ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอันดับแรก ค่าผ่อนบ้าน เช่าบ้านหรือบางคนที่เช่าบ้านอยู่หรูหราเกินไปเค้าก็แนะนำให้ขายหรือย้ายที่ใหม่ คำนวณรายได้ 2 คนรวมกันแล้วให้พอเหมาะ
ช่องที่ 3 อาหาร
ช่องที่ 4 ค่าใช้จ่ายเดินทาง
ช่องที่ 5 เสื้อผ้า
ช่องที่ 6 เงินเก็บ เค้าจะพยายามให้เหลือเก็บทุกเดือน มากน้อยแล้วแต่กำลัง แต่ให้เหลือ
ช่องที่ 7 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ช่องที่ 8 (สุดท้าย) ชำระหนี้
 
แก้ไขเพิ่มเติมนิดหนึ่งคือยังไม่ได้อธิบาย
การจัดการแบบแบ่งตารางนี้เป็นการประมาณการรายจ่ายแต่ละเดือน
เพราะฉะนั้นช่องแรก เงินรายได้ 2 คนรวมกันต้อง=(เท่ากับ)ช่องที่ 2- 8 รวมกัน
ถ้าน้อยกว่าแสดงว่าเราใช้จ่ายเงินเกินรายได้ของตัวเองค่ะ
 
 


-------------
แตง 1973_ Asker

http://tju.bloggang.com - มารู้จักกันมากขึ้นที่ Bloggang


Posted By: tju2
Date Posted: 17 May 2011 at 05:47
http://www.tv3.no/luksusfellen - http://www.tv3.no/luksusfellen
เอาลิงค์มาแปะเพิ่ม ลองดูค่ะSmile

-------------
แตง 1973_ Asker

http://tju.bloggang.com - มารู้จักกันมากขึ้นที่ Bloggang


Posted By: benzy
Date Posted: 17 May 2011 at 15:02

เห็นหัวข้อปุ๊บเบ็นซ์ต้องคลิ้กเข้ามาอ่านปั๊บเลยค่ะ เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาค้างคาใจเบ็นซ์ตั้งแต่อยู่เมืองไทย ยันย้ายมาอยู่นอร์เวย์ พอเห็นเพื่อนๆพี่ๆมีเงินเก็บไปสร้างบ้านที่เมืองไทยได้อลังการล้านแปดกันมากมาย ก็อดอิจฉาในความสามารถเก็บหอมรอมริบเงินของทุกคไม่ได้ งานนี้ต้องของขอบคุณพี่นิดหน่อยนะค่ะที่เปิดประเด็นขึ้นมาให้ได้เบ็นซ์ได้เข้ามาเก็บเกี่ยวข้อมูลเคล็ดลับในการเก็บเงิน เพื่อวันข้างหน้าจะได้มีเงินเก็บเป็นของตัวเองบ้าง ฮิฮิ ในส่วนการจัดการเงินรายได้(ที่ขึ้นๆลงๆไม่เท่ากันในแต่ล่ะเดือน เนื่องจากเบ็นซ์เป็นแค่พนักงานพาร์ทไทม์เท่านั้น เจ้านายชอบย้ำ)ของเบ็นซ์ตอนนี้นั้น  เบ็นซ์พยายามเก็บเงินให้ห่างมือเบ็นซ์ให้มากที่สุด เพราะไม่ว่าเงินจะอยู่ในบัตรมากเท่าไหร่ก็ตามเบ็นซ์สามารถตามไปใช้ได้หมดเกลี้ยงบัญชีกันเลยทีเดียว ดังนั้นคุณสามีจึงแนะนำให้แบ่งบัญชีแตกย่อยออกเป็น

Big smile 1.บัญชีเงินที่คาดว่าจะเก็บได้ต่อเดือน (บัญชีนี้พอเอาเงินใส่แล้วพยายามลืมไปเลยว่ามันมีตัวตอน แต่ถ้าเดือนไหนเช่นเดือนนี้เงินที่แบ่งไว้ใม่พอใช้ก็ต้องตามไปจิกเงินบางส่วนออกมาใช้)
Shocked 2. บัญชีเงินภาษี(เอาไว้เก็บเงินเพิ่มเติมไว้เสียภาษีเพิ่มปลายปี ในกรณีที่เดือนไหนคาดว่าบริษัทน่าจะหักไว้ไม่พอ อ่านถึงตรงนี้อาจงงว่าเบ็นซ์มีรายได้เยอะขนาดนั้นเลยหรือ เปล่าเลยค่ะ ที่ต้องมีบัญชีนี้เนื่องจากรายได้เบ็นซ์ในแต่ล่ะเดือนไม่เท่ากัน บางเดือนได้เกินที่แจ้งไว้ในใบผู้เสียภาษี(10,000ก่อนหักภาษี) บางเดือนก็ไม่เกิน ดังนั้นถ้าเดือนไหนรายได้ยังอยู่ในตารางเสียภาษีที่ได้มาก็ไม่ต้องหักเงินมาเก็บไว้เพิ่มในบัญชีนี้ แต่ถ้าเดือนไหนแจ็คแพ๊คแตกได้ทำงานเต็มเดือนก็ต้องคำนวณเงินบางส่วนมาเก็บไว้ที่บัญชีนี้กันเกนียวเนื่องจากเบ็นซ์กลัวใจรัฐบาลนอร์เวย์เรื่องการหักภาษีเหลือเกิน ฮิฮิ ของเค้าแน่นอนจริงๆ)
LOL  3.บัญชีไว้รับเงินเดือน เงินที่เหลืออยู่ในบัญชีนี้จะเอาไว้ใช้จ่ายทั่วไปด้วย (ฮิฮิ ชอบบัญชีนี้ตอนสิ้นเดือนเป็นที่สุด)
Sleepy  4.บัญชี BSU (ชื่อก็บอกแล้วว่าเตรียมเอาไว้กู้ซื้อบ้าน แต่อีกนัยนึงหากใครที่อายุยังไม่เกิน34 มีบัญชีนี้เอาไว้จะช่วยเรื่องลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 4000 krone per year โดยรัฐบาลอนุญาติให้ฝากเงินในบัญชีนี้ได้สูงสุด 20000 krone ต่อปีเท่านั้น ดังนั้นถ้าฝากเงินในบัญชีนี้สองหมื่นปีนั้นก็จะลดภาษีได้สี่พันจากเงินรายได้รวมทั้งหมดค่ะ)
 ในด้านรายจ่ายนั้น เนื่องจากเบ็นซ์พอมีรายได้บ้างจึงช่วยคุณสามีแบ่งเบาภาระบางส่วนในเรื่องค่าอาหาร เรื่องเดือนที่ต้องกินใช้ด้วยกัน เดือนล่ะสองพันโครน (เดี๋ยวจะหาว่าหญิงไทยงก เอาแต่เทคๆ เลยต้องเอาเงินมาปิดปากผู้ชายนอร์คไว้ก่อน ฮิฮิ ) ส่วนเงินเดือนที่เหลือก็กระจายไปตามบัญชีต่างๆนะค่ะ  แผนการเก็บเงินของเบ็นซ์ยังไม่รู้จะออกหัวออกก้อย แต่อยากแชร์กับพี่ๆเพื่อนๆด้วยคนตามประสาคนมีฝันว่าจะมีเงินเก็บกับเค้าบ้าง ฮิฮิ


-------------
Benz,Bergen,1979


Posted By: benzy
Date Posted: 17 May 2011 at 15:15

d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar  พี่นิดหน่อย ได้ส่งเงินให้คุณแม่คุณลูกที่บ้านนั้นก็น่าปลื้มแล้วค่ะ เบ็นซ์อยากทำได้แบบพี่บ้าง

d.asp?u=Patoslo">Avatar  แพท ขอบอกอีกครั้งว่าชื่มชมปนแอบอิจฉาในความสามารถเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำจนสร้างบ้านหลังงามให้ที่บ้านได้ หวังว่าวันนึงเราจะทำได้แบบแพทบ้างนะ
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Sweetiemind">Avatar  พี่มายขา กระท่อมน้อยปลายนาที่พี่มายว่านี้เป็นกระทอมยุค 2011ใช่ไหมค่ะ พี่มายเก่งนะค่ะสามรถส่งเงินให้ที่บ้านได้ทุกเดือนเลย
 


-------------
Benz,Bergen,1979


Posted By: JMaddii
Date Posted: 17 May 2011 at 15:57
เห็นหัวข้อแล้วรีบเข้ามาอ่านค่ะ  เพราะจริงๆ เก็บเงินได้ไม่เยอะ แม้จะดูเหมือนตัวเองจัดระบบไว้ซะดี LOL

ตัวเองมีบัญชี 4 บัญชี

บัญชี 1  ค่าใช้จ่ายประจำเดือน มีบัตร
บัญชี 2  เงินฉุกเฉิน เงินสำรอง ไม่มีบัตร
บัญชี 3  เงินเก็บ ไม่มีบัตร  
บัญชี 4 ที่เมืองไทย มีบัตร

บัญชีค่าใช้จ่ายประจำเดือน ถ้าเดือนนั้นกินน้อย ทำอาหารไทยไม่บ่อย อิอิ  สิ้นเดือนเหลือโอนเข้าบัญชีเงินฉุกเฉิน เงินสำรอง 

บัญชีเงินฉุกเฉิน เงินสำรอง เก็บไว้เพื่อการท่องเที่ยว การศึกษา กล้อง คอมฯ ตกแต่งบ้าน ทำสวนดอกไม้ อะไรที่เกี่ยวกับฮอบบี้ หากจะซื้อหรือจะเดินทางค่อยโอนเข้าบัญชีค่าใช้จ่ายประจำเดือน  ถ้าเงินสำรองเกินลิมิตที่เราตั้งไว้ คือที่เกินมาโอนเข้าบัญชีเงินเก็บ (ซึ่งก็ไม่เคยเกินซะที LOL)

บัญชีเงินเก็บ เก็บเป็นจำนวนแน่นอนทุกเดือน แม้จะไม่เยอะ แต่เมื่อรายได้เข้ามา ต้องโอนเข้าบัญชีนี้ก่อนเสมอ

บัญชีที่เมืองไทย เป็นค่าใช้จ่ายในประเทศไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะให้พ่อแม่พี่น้องหรือหลานๆ ให้เขาบริหารกันเอง ไม่ได้ส่งเงินให้ทางบ้านรายเดือนค่ะ จะให้เป็นรายปี ไม่ระบุวันเดือนปี  เพราะไม่อยากให้พวกเรารอความหวังจากเรา แต่ถ้าเกิดความจำเป็นจริงๆ ก็จัดการให้   ส่วนตัวโชคดีค่ะ ที่ทางบ้านไม่รบกวนเลย 

ความตั้งใจของการเก็บเงิน ส่วนหนึ่งเพื่อจะให้รางวัลกับสมองของตัวเอง คือ แต่ละปี จะไปสมัครเรียนคอร์สพิเศษ ที่ตัวเองสนใจ เพื่อเสริมความรู้เปิดสมอง ปีละหนึ่งคอร์ส  Smile 

ที่สำคัญมีเงินเก็บก็ทำให้เราอุ่นใจ  ไม่ต้องเบียดเบียนใคร เพราะไม่ชอบให้ใครเบียดเบียนด้วย Big smile
ไม่ให้ใครกู้หรือยืมเงินเด็ดขาด เพราะทวงไม่เป็น เกรงใจ  เลยตัดปัญหาไม่ให้ยืมดีกว่า
ที่เคยให้ยืม ก็ตีเป็นหนี้สูญ เพื่อความสบายใจ

ขอให้ทุกคนโชคดีมีความสุข และมีเงินเก็บเยอะๆๆๆ  แต่อย่าลืมเอาออกมาใช้บ้างหล่ะ Big smile




-------------
กุลีน้อยแห่งบ้านป่าหมาเมิน Fredrikstad, Norway



Posted By: JMaddii
Date Posted: 17 May 2011 at 16:33
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar   เงินเก็บของพี่ก็อยู่ที่ลูกๆ นั่นล่ะค่ะ เงินซัพพอร์ตสนับสนุนลูก ก็เหมือนพี่เก็บเงินเพื่ออนาคตลูก  พี่น่าชื่นชมมากที่ดูแลครอบครัวทางเมืองไทยได้ดีมาก มากกว่าชุณห์เยอะเลยค่ะ 


http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Sweetiemind">Avatar   เก่งมากค่ะ ที่สามารถสร้างบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ได้ สะสมเงินทีละเล็กละน้อยก็ยังดี 


http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Patoslo">Avatar   ชื่นชมมากเลยค่ะ เป็นคนขยันและอดออมจริงๆ  จะช้อปให้น้อยลงบ้าง อิอิ

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Geegie">Avatar   อพาร์ตเม้นเล็กเหมือนกัน แต่ก็สามารถทำใหัมันรกได้ หมดไปกับการตกแต่ง และของจุกจิก บ้าบอ อิอิ   ปีนี้อยู่อพาร์ตเม้น ก็ลดค่าใช้จ่ายเรื่องสวนดอกไม้ไปได้เยอะ เพราะปกติจะล้มละลายปีละ 3000 -5000 โครน  เวลาซื้อดอกไม้นี่ยั้งมือไม่อยู่จริงๆ  เฮ้อ..ปีนี้ไม่ต้องล้มละลายแล้วเรา อิอิ

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=tju2">Avatar   จริงค่ะพี่แตง อยู่ที่สถานการณ์ของแต่ละคนจริงๆ นั่นแหละ

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=benzy">Avatar   ถ้าทำได้ตามแพลนนั้น ฝันเป็นจริงแน่นอนค่ะ  ส่วนภาษีรายได้ ชุณห์เลือกที่จะจ่ายอัตราสูงไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องกังวลว่าต้องจ่ายภาษีคืน   เพราะเวลาจ่ายภาษีคืนนี่มันหงุดหงิดใจ LOL





-------------
กุลีน้อยแห่งบ้านป่าหมาเมิน Fredrikstad, Norway



Posted By: purple_mei
Date Posted: 17 May 2011 at 16:50
เข้ามาแชร์ ในส่วนของเหมยนะค่ะ เหมยเพิ่งได้ทำงานปีที่แล้วเดือนมิถุนาช่วงซัมเมอร์ ทำงานให้ spar butikk ฟรีๆ สองเดือน แต่ระหว่งที่ ทำก็ทำที่ Deliluca เป็นงานในครัวทำพวกขนมปัง สลัดไปด้วย อันนี้แต่ละเดือนเหมยก็ได้อยู่ประมาณห้าพัน ตอนหลังซัมเมอร์ ได้ทำที่ spar butikk แบบได้เงิน ก็เลยเดือนหนึ่ง หลังหักภาษีเหมยจะได้ประมาณอยู่ที่ แปดถึงเก้าาพัน เงินที่เหมยได้รับคุยกับสามีว่าให้เป็นค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวเมืองไทยอย่างเดียว เหมยเป็นคนซือตั๋ว แล้วก็ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ที่เหลือก็แบ่งผากในเมืองไทยสองแสน แล้วก็ซ์อทองค่ะ เพราะเหมยเป็นคนชอบทองมากๆตามสไตส์คนอีสาน อิๆ กลับบ้านต้องใส่ทองเยอะSmile แต่เหมยซ์อทองแท่งด้วยถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ้่ง ที่สำคัญไม่ต้องเสียภาษีด้วย แถมทองขี้นตลอด เหมยอยากจะซ์อปีละสิบบาทถือเป็นเงินออมของเราด้วย แต่บียอนเค้าไม่ค่อยเห็นด้วยเค้ากลัวเค้าบอกว่าทองมันก้ลงได้แต่เหมยบอกว่ายังไม่เคยเห็นทองมันลงเยอะๆสักที ก็เลยสรุปเจอกันครึ่งทาง ซือทองแค่ห้าบาทที่เหลือเปิดบัญชี 
จริงๆๆเหมยก็ไม่ได้ประหยัดอะไรมากนะค่ะ ที่บ้านกินอาหารไทยทุกวัน แต่ละเดือนครอบครัวเหมยจะมีบัญชีกลาง ซึ่งก็คือเงินของสามีนั่นแหละ เรามีคติร่วมกันว่าเราสองคนใช้กระเป๋าเดียวกันเพราะฉะนั้นเงินของเค้าก็คือเงินเหมยด้วยLOL บัญชีกลางเราจะใช้ซ์อกับข้าว เติมน้ำมันรถ ของใช้ในบ้านทุกอย่าง อยู่ที่หนึ่งหมืนโครน เราจะทำบัญชีแล้วก็เก็บใบเสร็จทุกอย่างไว้สรุปค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน ซึ่งก็จะอยู่ประมาณหนึ่งหมื่นโครนขาดเกินบ้างนิดหน่อย แต่เหมยก็พยายามไม่ให้เกินมาก 
ที่เหลือเงินเดือนบียอนเราก็จะมีบัญชีเงินเก็บต่างหาก จริงๆๆก็เงินเค้านั่นแหละค่ะ แต่ตอนนี้มันกลายมาเป็นเงินของเราแล้วอิๆๆ

เหมยมีวิธีออมเงินอีกแบบที่กำลังจะทำกันอยู่ ตอนนี้กำลังรอเอกสารของบียอน เอามาแชร์เผือเพือนๆๆจะสนใจเป็นไอเดียนะค่ะ เราวางแผนว่าจะกลับไปอยู่เมืองไทยตอนบียอนหกสิบ ก็เลยคิดว่าถ้าเค้าเจ็บป่วยเล็กๆๆน้อยๆ เช่นปวดหัวปวดท้อง ถ้าเราจะบินกลับมานอร์เวย์ก็คงไม่ใช้ เลยคิดถึงเรืองการทำประกัน แต่ว่าเมืองไทยจะทำประกันได้อายุต้องไม่เกินหกสิบ เหมยคุยกับเพือนที่ขายประกันอยู่ เค้าแนะนำให้เหมยว่า ให้บียอนทำประกันแบบเงินออม 60/80 คือจ่ายเป็นรายปีๆละแสนสอง คำนวนตามอายุนะค่ะ ทุนประกันสองล้านห้า เราจ่ายทุกปีจนอายุหกสิบแล้วไม่ต้องจ่ายเบี้ย แต่พออายุหกสิบกลับไทยเราสามารถซ์อประกันสุขภาพเพิ่มได้เพราะเรามีประกันหลักกแล้ว แล้วเราจะได้เงินคืนทุกห้าปี ประกันคุ้มครองจนถึงอายุแปดสิบปี เราเลยคิดว่าจะทำแบบนี้เป็นการออมเงินแล้วก็เอาไว้ใช้ยามเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลทุกวันนี้โรงพยาบาลเอกชนที่ต่างชาติใช้ในบ้านเราก็แพงเอาเรืองเหมือนกัน 
โพสยาวเลย หวังว่าคงเป็นประโยชน์ให้เพือนๆๆบ้างนะค่ะ 



-------------
Mei 1977 Oslo


Posted By: TITANIC
Date Posted: 17 May 2011 at 21:07
อ่ะถึงคิวรัตน์มั่งLOL หวัดดีทุกคนนะคะ พี่นิดหน่อยสบายดีนะSmile ขอก๊อบหัวข้อของพี่แตงมาหน่อยล่ะกันนะคะ ดูจำเพราะเจาะจงแบ่งเป็นหัวข้อได้ดี
 
ก่อนอื่นต้องเล่าความเป็นมาของตัวเองก่อน รัตน์ได้งานประจำทำ 100%ที่ Coop Extra เมื่อเดือนธันวาเมื่อปี2010
ปีที่แล้วค่ะหลังจากได้มีโอกาสเข้าไปฝึกงาน6เดือนรับเงินจากนาฟเดือนละ6000โครน
และ ณ. ตอนนี้เงินเดือนอยู่ที่ประมาณ16000-18000โครน หลังหักภาษีแล้ว, รัตน์ยังไม่มีลูก, รัตน์ได้ทะยอยสร้างบ้านตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทยและตอนมาได้ ปีกว่าก็ได้งานทำความสะอาดก็เลยส่งไปต่อเติมเรื่อยๆค่ะแต่รัตน์ไม่ได้สร้างหลังใหญ่หรือหรูหราราคาเป็นล้านอะไรค่ะ
แค่ให้แม่และหลานอยู่ได้สบายก็พอค่ะ
 
รัตน์เริ่มเก็บเงินเมื่อ เงินเดือนออกเดือนแรกเลยค่ะ เดือนละ10000โครน  เก็บไว้บัญชีที่2
ที่เก็บไว้เพราะปีนี้เราจะกลับไปไทยกันค่ะหาเวลาพักผ่อนกะไว้ว่าเดือนนึงค่ะ เงินส่วนนี้เราใช้ด้วยกันค่ะ เพราะเราไม่ได้ช่วยเค้าจ่ายบิลฯลฯBig smile 
ส่วนเงินที่เหลือ6000-8000โครน นั่นก็แบ่งส่งกลับบ้านให้แม่และ หลาน ช่วยพี่ชายจ่ายค่างวดรถด้วยเดือนละ1000บาท(แต่รวมส่งกับของแม่) และให้แม่เดือนละ 10000-15000บาท จากนั้น ไว้ใช้จ่ายซื้อกับข้าว, ซื้อของใช้ในบ้านค่ะ เดือนที่ผ่านมาได้จ่ายตั๋วเครื่องบินเองทั้งหมดทั้งของตัวเองและสามี
 
ฝ่ายทางสามีรัตน์ ต้องบอกก่อนว่าสามีเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว2ครั้ง สิ่งที่เหลือติดตัวมาก็คือรถยนต์ขับมาได้10ปีกว่าแล้วConfused และมาซื้อบ้านสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่อีก
สามีจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ,ค่าไฟ, น้ำมันรถ บิลต่างๆ  ฯลฯ
แม้กระทั้งบางเดือนก็ส่งเงินให้หลานสาวลูกพี่ชายคนโต ยิ่งใกล้จะจบม.6แล้ว ส่วนหลานชายสอบเข้ารร.เทคนิค และล่าสุดเมื่อต้นปีเค้าก็ได้ช่วยพี่ชายคนเล็กของรัตน์ซื้อที่เปล่าให้พี่ชายไว้ปลูกบ้าน(พี่ชายไม่มีบ้านอยู่สงสารหลานๆ) ราคา แสนห้าหมื่นบาท(ทั้งที่เราเงินเดือนๆแรกยังไม่ออกเลยOuch)
 
ที่เล่ามาทั้งหมดเพราะแต่ละคนอาจมีความจำเป็นหรือความเป็นมาแตกต่างกัน เลยต้องร่ายมาทั้งฝั่งสามีและภรรยาค่ะBig smile ครอบครัวของรัตน์เป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนา การศึกษาก็ไม่ได้สูงอะไร มีโอกาสก็อยากจะช่วยหลานๆทั้ง 7คน ให้ได้เรียนสูงๆกันค่ะ
จากที่แตงดูหลายๆตอนปัญหาการเงินของคนที่มีปัญหาคือ
1.ใช้จ่ายเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของใช้ฟุ่มเฟือยต่างๆโดยที่ไม่คำนึงว่าเงินมีหรือไม่ บางคนติดหนี้บัตรเครดิตเยอะมากก็ตะบี้ตะบันใช้ 
- เรื่องช็อบรัตน์ก็ชอบค่ะแต่ไม่ค่อยมีเวลา ถึงมีไปจริงๆเสื้อผ้ามีสวยไม่ถูกใจBig smile และไม่มีบัตรเครดิตBig smile
 
2.สามีหรือซัมบู ใช้จ่ายแบบเกินตัวใช้ของตัวไม่พอก็มาใช้ของฝ่ายหญิง
- ข้อนี้ตัดไปเพราะ เหนียวหนึบกันทั้งคู่LOL
 
3.ชอบสังคม ปาร์ตี้กับเพื่อนเป็นประจำสม่ำเสมอ
- ตัดไปอีก ไม่ค่อยได้ออกงานบ่อย ถ้าไม่ใช่ช่วงคริสมาสต์
 
4.เดินทางท่องเที่ยวหลายๆครั้งใน 1 ปี
- ตัดไปอีก มาอยู่นอร์เวย์2ปีกับอีก7เดือนแล้วยังไม่ได้กลับเมืองไทยหรือไปเที่ยวไหนไกลๆเลยConfused
 
5.ไม่ชอบทำกับข้าวทานเอง แต่ชอบทานร้านนอกบ้านอาหาร
- ตัดไปอีก เพราะชอบทำอาหารเอง สามีก็ชอบทานอาหารไทยด้วยSleepy เราซื้อ เราทำ เค้ากิน
 
6. ชอบสบายไม่เคยนั่งรถไฟหรือรถเมล์ นั่งแท็กซี่ตลอด นอร์เวย์แท็กซี่แพงแค่ไหนคงรู้ๆกันอยู่
- ตัดไปอีกค่ะ เพราะไม่ค่อยใช้บริการแท็กซี่ จะขับรถยนต์, มอร์ไซค์, รถบัส, จักรยาน ไม่ก็เดินเอาค่ะ ออกกำลังกายบ้างEmbarrassed
 
7.ไม่ยอมจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน พอจะจ่ายที่จำเป็นเงินก็หมดซะแล้ว
- เลือกจ่ายบิลก่อน(สามีนะคะBig smile) รัตน์เองเงินเดือนออกปุ๊บ โอนย้ายถ่ายเททันทีไม่เกิน 3วัน
เรื่องบัญชีรัตน์แบ่งออกเป็น 3 บัญชี
1.บัญชีที่เงินเดือนเข้าทุกเดือนมีบัตรกดใช้
2. บัญชีใว้ออมทรัพย์ไม่มีบัตร เงินออกมาต้องเข้าไปโอนใส่ไว้ก่อนเลย เท่าไหร่
3. บัญชีที่เมืองไทยบัญชีนี้จะโอนเข้าก็เมื่อใกล้เงินเดือนงวดใหม่ออกแล้วยังเหลือเงินมากกว่า3000โครนในบัญชีที่ใช้ประจำก็จะโอนออกไปเข้าบัญชีที่เมืองไทยทันทีWink
 
8.อยู่บ้านหรืออพาร์ทเม้นที่หรูหราเกินตัว ทำให้ค่าใช้จ่ายค่าผ่อนบ้าน หรือเช่าบ้านแพงเกินจำเป็น
และอื่นๆอีกหลายอย่างเหมือนกัน
- บ้านที่อยู่เป็นแบบ rekkjehus ผ่อนจ่ายธนาคารเดือนละ 5พันกว่า(สามีจ่าย) นี่ก็ตกลงกันว่าปีหน้าจะช่วยสามีผ่อนบ้านค่ะSmile
 
ดูจากปัญหาข้างต้น รัตน์ตัดออกไปได้หลายอย่าง ก็เลยมีเงินเหลือเก็บอย่างที่เขียนไว้ข้างต้นล่ะค่ะ
หวังว่าคงจะแชร์เพื่อนๆได้บ้างนะคะ


-------------
รัตน์ /ตุลา 1978/ Førde

Eg kom til Norge i oktober 2008.


Posted By: AA
Date Posted: 17 May 2011 at 23:13
ได้อ่านข้อมูลของพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนแล้วทำให้รู้สึกอย่างทำงานเก็บเงิน ทุกวันนี้ใช้เงินของแฟนบอกตรงๆ ว่าเกรงใจเขาเหมือนกัน เห็นพี่มาย พี่แพทปลูกบ้านก็ดีใจกับพี่ๆ ทำงานกันได้เก็บเงินส่งบ้านปลูกบ้านกัน เอย้ายมาอยู่นอร์เวย์เดือนธันวาคมปีที่แล้วเอก็ไปรับจ้างทำงานบ้างแต่เอคิดว่าเงินที่เอได้มาก็ส่งกลับไปบ้านแถมส่งไปมากกว่าตอนที่เราทำงานที่กรุงเทพอีกอ่ะเอส่งประมาณห้าหมื่นแต่ทำงานที่กรุงเทพเงินเดือนหมื่นกว่าบาทก็ไม่ค่อยเหลือ ค่าใช้จ่ายที่นอร์เวย์แฟนเป็นคนออกทั้งหมดแต่ถ้าเราอยากได้ของส่วนตัว แฟนก็บอกว่าให้ใช้เงินที่ทำงานได้แต่เอก็ใช้บัตรที่เขาให้นั่นแหละ แถมบางครั้งถ้าเพื่อนจ่ายเงินสดก็เอาเงินสดเพื่อนแล้วเราก็รูดบัตรเป็นการเก็บเงินทางอ้อมBig smile แต่ไม่บ่อยนัก LOLLOL ถ้าทำงานได้เงินเดือนก็คงช่วยแฟนจ่าย เออาจมีข้อเสียเพราะไม่เคยถามแฟนว่าเขาต้องจ่ายอะไรบ้างแต่ละเดือนและไม่เคยถามว่าคุณมีหนี้สินติดตัวเท่าไร แต่เรื่องบ้านเคยถามแฟนซื้อเงินสดเลยหมดปัญหาเรืองนี้คงมีแต่ค่าใช้จ่ายรายเดือน ค่ากิน ค่าน้ำมันรถ ค่าโทรศัพท์

-------------
A...Bomlo 1980
Don't spend your life with someone you can live with..
But spend it with someone you can't live without


Posted By: nokhook
Date Posted: 18 May 2011 at 02:16
กระทู้นี้มีประโยชน์มากทีเดียวค่ะ ขอบคุณพี่นิดหน่อยที่เปิดประเด็นน่าสนใจเช่นนี้ จะเก็บเอาประสบการณ์ดีๆที่ได้จากทุกคนที่ช่วยกันแชร์ในกระทู้นี้ไว้ใช้กับตัวเองค่ะ ตอนนี้ความหวังอย่างเดียวของนกก็คือขอให้มีงานทำก่อน หลังจากนั้นค่อยว่ากันว่าจะเก็บจะใช้อย่างไร ลูกก็กำลังเรียน ป.1 บ้านก็ยังเก่าโทรมแล้วโทรมอีก ก็หวังแค่ให้ลูกได้เรียนดี พ่อแม่ได้อยู่บ้านดีๆ ก็คงต้องพยายามต่อไป สู้ต่อไปเน๊อะWinkWink

-------------
Peace & Love


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 18 May 2011 at 02:26
LOLLOLLOLอยากบอกว่าตั้งกระทู้ไว้เองแล้วลืมLOLLOLLOL ขออ่านก่อนนะคะTongue

-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 18 May 2011 at 02:46
โอ้ยยยยย ยิ่งอ่านยิ่งเครียดLOL เครียดจริงน๊ะขอบอกDead
 
ช้าพเจ้าบอกเล่าให้สามีฟังเรื่องน้องน้องออมเงิน และแอบสงสัยว่าทำไมตัวเองไม่มีเงินเก็บ คุณสามีก็จูงมือข้าพเจ้าไปดูสินค้าที่ซื้อมากักตุกไว้แล้วยังไม่ยอมเอาออกมาขาย เพราะไม่มีเวลาอัพเดทเวป บ้างก็สวยถูกใจ เสียดาย ไม่อยากขาย(ซะงั้นLOL) อันนั้นมันเรื่องเก่าจะเอามารวมกับแผนออมเงินของข้าพเจ้าทำไมหละวะคะคุณสามี
 
ยิ่งอ่านยิ่งทำให้มองกลับมามองตัวเอง รายได้ของน้องๆ ก็ไม่ได้มากมายกว่าข้าพเจ้าเลย หลายๆ คนก็ส่งเงินให้ทางบ้านไม่ได้ต่างกับข้าพเจ้าเช่นกัน ตอนนี้ได้ความคิดในการออมใหม่ดังนี้คือ เมื่อได้เงินเดือนปุ๊ปจะแบ่ง 50-50 ก่อนเลย อย่างน้องจีบอก 50 แรกไว้ใช้ในชีวิตประจำวันถ้าเดือนไหนในส่วนนี้เหลือก็จะโอนไปเข้าบัญชีออม หลังจากนั้นอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์จะหารเป็นสองส่วน หนึ่งส่วนโอนเข้าบัญชีที่เมืองไทยให้แม่กับเด็กๆ บริหารกันเอง อีกหนึ่งส่วนเป็นเงินเก็บไว้สำหรับเที่ยวและหรือให้อะไรกับตัวเอง แต่เดือนนี้ขอนำเงินเดือนที่ได้ไปจ่ายหนี้ที่สร้างไว้จากการเดินทางกลับไทยรอบที่แล้วก่อนนะคะ เดือนหน้าผลเป็นไงจะมารายงานให้ฟังLOL คืนนี้ว่าจะอ้อนๆ คุณสามีขอเงินเดือนที่ได้จากบริษัทซักนิดส์ใส่ไว้ในบัญชีออมเพื่อเป็นขวัญกระเป๋า คืนนี้หนีไปทำความดีความชอบ ส่งการบ้านชุดใหญ่ก่อนนะคะ จะได้ซักห้าร้อยโครนไม๊หว่าตรูSleepyDead
 
จริงๆ แล้วไม่ได้มุ่งหวังว่าจะมีเงินเก็บในบัญชีไว้นอนดูนะคะ แต่อยากมีจุดมุ่งหมายหรือมีผลงานที่เด่นชัดในชีวิตตนเองบ้าง
 
เรื่องการประกันชีวิตที่น้องเหมยบอกมานั้นพี่สนใจยิ่งนัก มีตารางและแผนการออมเป็นภาษาอังกฤษไม๊คะส่งมาให้คุณฝรั่งบ้านพี่ดูหน่อยเผื่อท่านสนใจSleepy


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Sweetiemind
Date Posted: 18 May 2011 at 02:50
d.asp?u=Patoslo">Avatar
เป็นวิธีที่น่าทำมาก แต่พี่ยังมีไม่มากพอที่จะซ่อนตอนนี้ LOL
d.asp?u=Geegie">Avatar
มือเติบได้จ๊ะ ตอนนี้มีรายได้เยอะขึ้นแล้ว กินแล้วไม่อ้วนกินไปเถอะ  Big smile
d.asp?u=tju2">Avatar
นักบัญชีอย่างพี่แตงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการจัดสรรรายรับรายจ่ายนะคะ Smile
d.asp?u=benzy">Avatar
พี่เชื่อว่าน้องเบ็นซ์จะต้องประสบความสำเร็จในการออมเงินแน่ๆ เดี๋ยวพี่เลียนแบบด้วย ส่วนเงินส่งทางบ้านพี่ไม่เคยขาดการส่งสักเดือนจ๊ะ เป็นความสุขส่วนตัวที่ได้ให้เงินพ่อแม่ และอยู่นอร์เวย์พีสามารถให้พ่อแม่ได้เดือนละมากกว่าอยู่ไทย Smile
d.asp?u=JMaddii">Avatar
คุณชุณห์จัดระบบเงินได้ดีมากเลยค่ะ อย่างนี้ไม่มีขาดมือแน่ๆ มายได้มาแล้วก็หมด เพราะรายจ่ายรออยู่แล้ว Smile
d.asp?u=purple_mei">Avatar
อยากซื้อทองแบบเหมยบ้าง แต่ช่วงนี้ทองแพงจังเลย อีกไม่นานเหมยคงมีรายรับมากขึ้นอีกเยอะแน่ๆ
d.asp?u=TITANIC">Avatar
ขอคาระวะเลย เก็บออมได้เดือนละ 10,000 โครน เดี๋ยวพี่หมดภาระเรื่องบ้านก่อน จะพยายามทำบ้าง ครึ่งหนึ่งของน้องรัตน์คงดี
d.asp?u=AA">Avatar
ตอนนี้เตรียมตัวเป็นคุณแม่ไปก่อนจ๊ะ คุณลูกเข้าเรียนเมื่อไหร่ค่อยลุยงานจ๊ะ Smile
d.asp?u=nokhook">Avatar
เรียนให้ได้เยอะๆจนเก่งภาษา หางานดีๆทำนะน้องนก มีเงินส่งทางบ้านแน่ๆ Smile
 
 
 
 


-------------
มาย Molde / 1976

Alt for foreldrene mine!

เราทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราดี! เราไม่ทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราไม่ดี!

อย่าสูญเสีย "ตัวตน" ด้วยคำพูดของคนที่ไม่รู้จัก "ตัวเรา"




Posted By: Sweetiemind
Date Posted: 18 May 2011 at 02:53
d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar
พี่นิดหน่อยเที่ยวบ่อยหรือเปล่า เลยยังไม่ได้ออมเงิน Big smile


-------------
มาย Molde / 1976

Alt for foreldrene mine!

เราทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราดี! เราไม่ทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราไม่ดี!

อย่าสูญเสีย "ตัวตน" ด้วยคำพูดของคนที่ไม่รู้จัก "ตัวเรา"




Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 18 May 2011 at 03:13
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Geegie">Avatar ปัจจุบันพี่มีอยู่สองบัญชี เป็นบัญชีที่เงินเดือนเข้า และ บัญชีเงินออม ถ้าสิ้นเดือนเดือนไหนเงินเหลือก็จะโอนเข้าบัญชีเงินออมทันที เรื่องการโอนเงินไปมาแล้วลำบากทำให้เลิกโอนไปโดยปริยายนั้นคงใช้กับพี่ไม่ได้ พี่ไม่เคยลืมเลยคะว่ามีเงินอยู่ในอีกหนึ่งบัญชี เวลาเคืองสามีทีไรก็ขับรถไปซื้อน้องดอกไม้มาปลูกแก้เซ็ง ไปทีก็เกินพันทุกครั้งOuch ตอนนี้พี่ออกคำสั่งต่อสามีแล้วว่าให้ทำตัวให้ดีๆ อย่าให้ภรรยาต้องเคือง เพราะชั้นจะตั้งใจบริหารเงินแล้วLOL
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=tju2">Avatar ปัญหาของพี่คงจะเป็นข้อ 4 "เดินทางท่องเที่ยวหลายครั้งในหนึ่งปี" อันนี้ขอเลยคะ การท่องเที่ยวประหนึ่งอาหารเสริมทางสุขภาพใจและกายSleepy พี่คิดว่านี่คือสิ่งที่ละลายตังค์ในบัญชีเป็นอย่างดีDead
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Sweetiemind">Avatar น้องมายเป็นตัวอย่างที่พี่ทึ่งมากมาก ถามตัวเองบ่อยครั้งมากว่าน้องมายบริหารเงินยังไงหว่าเพราะมายอยู่มาก่อนพี่หนึ่งปี งานเราก็ไม่น่าจะหนีกันมากนัก น้องมายมีรถซึ่งซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง มีสารพัดอย่าง ทำให้พี่ต้องมองกลับมาที่ตัวเองว่าไหงเราไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยหว่า หรือว่าเราต่างกันตรงน้องมายยังพอได้รับรายได้เพิ่มบางส่วนจากสามีไม๊คะ เพราะในส่วนนี้พี่ไม่มี จะมีบางส่วนที่ท่านให้เด็กๆ แต่พี่ไม่นับรวมอยู่แล้วท่านให้ส่วนของท่านพี่ก็ยังคงให้เด็กๆ กับแม่เหมือนเดิม
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=TITANIC">Avatar นี่เป็นอีกหนึ่งคนที่พี่ทึ่งมากๆ ครั้งแรกที่อ่านเจอไม่แน่ใจว่าบนเฟสบุคหรือปล่าว น้องรัตน์บอกว่าส่งเงินกลับไปเก็บในบัญชีที่เมืองไทยเดือนละหนึ่งหมื่นโครน พี่แอบคิดในใจเลยว่า แม่เจ้า น้องทำได้ยังไงหว่านั่น ถ้าพี่เก็บได้เดือนละห้าพันนี่ก็หรูหรามากในชีวิตพี่แล้วคะLOL


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Sweetiemind
Date Posted: 18 May 2011 at 03:44
รถนั่นมายออกแค่บางส่วนค่ะ ออกประมาณ 30 กว่า เปอร์เซ็นต์ เพราะซื้อเงินสด มายพยายามจะกู้เงินซื้อ แต่แบงค์ไม่ให้ สามีเลยช่วย และเงินบางส่วนที่ใช้จ่ายที่นี่สามีให้ค่ะ มายแทบจะไม่ได้ใช้เงินตัวเองเลย กลับบ้านแต่ละที หรือไปเที่ยวที่ไหนสามีก็จ่ายทั้งค่าตั๋วและ pocket money ให้ เลยอาจเป็นที่มาที่ว่า มายมีเงินส่งกลับไทยมาก Tongue 
 
มาอยู่นอร์เวย์สามปีกว่า ทำงานมาประมาณสามปี ก็ภูมิใจมากเหมือนกันค่ะที่เงินที่ทำโน่นทำนี่ที่ไทยคือเงินจากค่าแรงมายเกือบทั้งหมด ตลอดเวลาที่ได้มาเป็นรูปเป็นร่างคือ
 
1) ต่อเติมบ้านหลังแรกที่พ่อสร้างไว้ ทำห้องน้ำ ทำรั้วรอบบ้าน
2) ผ่อนรถกระบะให้พ่อกับแม่รวมห้าแสนบาท (เงินดาวน์พ่อจ่าย เอามาจากค่าสินสอดแหละ LOL)
3) ซื้อกระเบื้องปูพื้น ประตูและหน้าต่าง เพื่อต่อเติมบ้านให้น้า 2 คน รวมประมาณ 5 หมื่นบาท
4) ส่งรายเดือนให้พ่อแม่ทุกเดือน เคยส่งให้น้องชายด้วยเดือนละ 3000 บาท แต่ตอนนี้งดเพราะเอาเงินไปเลี้ยงสาวหมด
5) ทำประกันชีวิตแบบออมเงินให้น้องชายคนเล็กปีละ 21,000 บาท
6) จ่ายค่าประกันรถชั้นหนึ่งให้พ่อทุกปี
7) จ่ายเงินกู้ยืม ธกส ให้พ่อกับแม่
8) จ่ายเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตัวเองด้วย
9) ก่อนหน้านี้ส่งลูกพี่ลูกน้องเรียนจบ ม ปลาย และเรียนมหาวิทยาลัย ตกคนละ 1500 บาท ต่อเดือน (คนหนึ่งจบ ม ปลายแล้ว แต่อีกคนเรียนไม่จบ มหาวิทยาลัยมีเมียมีลูกก่อน)
10) ทุกวันนี้ส่งหลานน้อย (ลูกของลูกพี่ลูกน้อง) 2 คน เดือนละ 1 พันบาท
11) ซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ให้น้องชายคนเล็ก (อันนี้เงินสามีจ่าย เพราะเขาเสนอเอง)
12) ซื้อจักรยานให้แม่ ถึงแม้จะไม่แพงแต่แม่ก็ดีใจที่มีจักรยานส่วนตัวขี่ไปนา LOL
13) สร้างกระท่อมปลายนาราคาไม่ถึงล้าน (สามีเพิ่งช่วยออกตอนหลังประมาณ 2 แสนบาท นอกนั้นเงินมายเอง)
14) ซื้อเฟอร์นิเจอร์ต่างๆเข้าบ้านใหม่
15) อื่นๆ... อยู่มา 3 ปี ทุกปลายปีรวบรวมเงินกันกับสามีนำเงิน NOK ให้พ่อกับแม่เป็นของขวัญปีใหม่และทุกๆเทศกาลปีละ 2 หมื่น โครน (ปีนี้ค่าใช้จ่ายเรื่องบ้านเยอะ ไม่ได้ให้เลยค่ะ) ส่วนใหญ่พ่อจะเก็บไว้รอแลกตอนเงิน NOK แข็งตัว Big smile พ่อเป็น อบต. 3 สมัยติดกัน มีเงินเดือนตกเดือนละ 9300 บาท (รวมค่าตำแหน่งรองประธานสภาฯแล้ว)
 
หมายเหตุ : ทั้งหมดคือผลงานตั้งแต่ย้ายมาอยู่นอร์เวย์ค่ะ เอามาอวดเพราะภูมิใจในตัวเองมากที่สามารถช่วยได้ทั้งพ่อแม่พี่น้องและญาติๆ  และแต่ละครั้งที่มายกลับไปเยี่ยมบ้าน มายแจกเงินให้น้าๆ อาๆ ป้าๆ หลานๆ ทั้งญาติทางแม่และพ่อ ไม่ต่ำกว่าครั้งละ 1 หมื่นบาท (อันนี้ไม่แจกต่อหน้าสามี ไม่อยากให้สามีคิดไม่ดีกับญาติตัวเอง) ที่ให้เพราะตอนเด็กๆเราเคยได้เงินค่าขนมจากน้าๆไปโรงเรียนตอนนี้เรามีเราเลยให้บ้าง พอให้แล้วเห็นรอยยิ้มพวกเขาก็ทำให้มายมีความสุขด้วย Smile ทุกครั้งก็จะซื้อเหล้าซื้อเบียร์น้ำอัดลมหรือขนมไปเลี้ยงญาติๆและชาวบ้านที่เขาผ่านมาทักทายที่บ้าน สามีจ่ายเองครั้งละ 3-5 พันบาทค่ะ ถ้าเหลือพ่อก็เก็บไว้เลี้ยงแขกที่มาเยือน Smile
 
นี่คือสาเหตุที่ทำให้มายชอบนอร์เวย์ และมองนอร์เวย์ในแง่ดีกว่าแง่ลบ Smile


-------------
มาย Molde / 1976

Alt for foreldrene mine!

เราทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราดี! เราไม่ทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราไม่ดี!

อย่าสูญเสีย "ตัวตน" ด้วยคำพูดของคนที่ไม่รู้จัก "ตัวเรา"




Posted By: orange
Date Posted: 18 May 2011 at 03:49
ข้ามมาจากฝั่งอังกฤษค่ะ เข้ามาเก็บข้อมูลค่ะ เป็นกระทู้ที่มีประโยชน์มาก ขอบคุณพี่นิดหน่อยคะที่ตั้งกระทู้ขึ้นมา ทำให้ได้รู้ วิธิออมเงินของแต่ละคน
และอาจได้นำไปใช้ให้เหมาะสมกับชีวิตของแต่ละคนได้
โดยส่วนตัวแล้วส้มเป็นคนชอบออมเงินคะ แต่ก้ไมีมีหลักการอะไร คือใช้วิธีแบบบ้านๆซะส่วนใหญ่ คือจะเน้นฝากฝากธนาคาร(ดีว่าไม่เอาไปฝังดิน)
ต่อมาก๊เรี่มซื้อพวกกองทุนต่างๆไว้ ไม่ว่าจะเป็นแบบระยะสั้นระยะยาว มีพันะบัตรรัฐบาลบ้าง ประกันชีวิต แล้วก็ส่งประกันสังคมที้งไว้ แม้ตอนนีั้จะมาอยู่ที่อังกฤษ ก่อนออกจากงานจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ก้ได้กู้สินเชื่อซื้อบ้านไว้ แล้วเอาเงินเข้าบัญชีที้ไว้ที่ไทย ให้เค้าหักอัตโนมัติทุกเดือน 
พอย้ายมาอยู่ที่อังกฤษได้6เดือนก้ได้ทำงานพาร์ทไทม์ แล้วก็มีไปทำที่ร้านไทยบ้าง ศ-ส รายได้ต่อเดือนก้จะอยู่ที่600ปอนน์
มีวิธีจัดการคือ จะเปิด2บัญชี
บัญชีออมทรัพย์ใช้สำหรับเงินเดือนเข้า มีเอทีเอม
บัญชีฝากประจำ หรือที่เค้าเรียกว่า ISLE ไม่มีเอทีเอม ดอเบี้ยดี ไม่ต้องเสียถาษีดอกเบี้ย
รายได้ที่ได้มาทั้งหมดสามีให้เก็บไว้เลย ไม่ต้องช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าน และส้มเองก้ไม่ต้องส่งให้ทางบ้านด้วยคะ เพราะ พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว
ไม่ชอบช้อปเลย ช้อปี้งแล้วปวดหัว LOL จะมีใช้บ้างก็เวลามีพบปะเพื่อนๆคนไทย ซึ่งก็คือซื้ออาหารไทยกินกันClap







-------------


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 18 May 2011 at 03:58

ตะกี้นี้ตอบในส่วนของน้องคนอื่นๆ แล้วแต่เครื่องเจ้ากรรมแฮงก์ซะงั้น ขอติดไว้พรุ่งนี้ค่ำๆ นะคะ เพราะทำงานแปดโมงครึ่งและพรุ่งนี้ทำสองที่เพราะอู้ทำที่ทิด้ามาสองวันแล้วLOL พรุ่งนี้อู้ไม่ได้อีกแล้วDead

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Sweetiemind">Avatar นี่นำผลงานมาให้รับทราบกันแบบเอาพี่นอนตายตาไม่หลับเลยชิมะคะLOLTongue ที่ผ่านมาพี่ก็อึ้งอยู่แล้วเอากันให้อึ้งหนักเข้าไปอีก แต่พี่เริ่มมองออกแล้วว่าเราต่างกันตรงสามีและลูก ตอนที่สอยฝรั่งนายนี้มาเป็นคู่ก็ลืมเลือกให้นานอีกนิดส์ สามีพี่นะถ้าเป็นเรื่องเที่ยวถึงไหนถึงกัน เรื่องซื้อรถพี่ก็เล็งไว้หลายรอบแล้ว สามีพี่ทำเซอร์ไพร์สจองรถไว้ให้กะให้เมียเซอร์ไพร์ส พอเมียทราบเท่านั้นหละบ่นจนท่านต้องไปยกลกเลิก เสียค่าจองไปห้าพันโครนLOL ท่านคิดแล้วว่าถ้าเอารถคันนี้มาท่านจะต้องเป็นคนขับแน่นอนเพราะพี่พูดทุกวันว่าพี่ไม่เอาคันนั้นพี่จะขับคันที่ท่านใช้อยู่ปัจจุบัน ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ท่านไม่เคยพูดหรือคิดจะซื้อรถให้พี่อีกเลยLOL สมน้ำหน้าตัวเองไม๊ละLOL 
 
ขอหนีไปนอนก่อนนะคะ โชคดีราตรีสวัสดิ์ทุกทุกท่านคะ เจอกันใหม่พรุ่งนี้น๊ะLOLWink


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 18 May 2011 at 04:04
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=orange">Avatar อยากเป็นโรคเดียวกับน้องส้มจังเลย "ช็อปปิ้งแล้วปวดหัว" พี่เป็นมากเวลากลับไทยไม่รู้จะซื้ออะไรนักหนา กลัวไปหมด กลัวความแพงของสินค้าที่นี่ เสื้อผ้าที่นี่ไม่สวยด้วยแพงด้วย ซื้อของถูกที่นี่ยอมเสียเงินซื้อของดีดีบ้านเราแล้วหิ้งมาดีกว่า ราคาเท่ากันแต่คุณภาพที่ได้ต่างกัน นี่คืออีกเหตุผลหนึ่งของการเผาผลาญเงิน ตอนนี้พี่พยายามบอกกับตัวเองว่าให้ใส่ที่มีในตู้ให้ครบก่อน ก่อนที่คิดจะไปจับจ่ายหาซื้อของใหม่Sleepy ขอบคุณนะคะที่แวะมาแบ่งปันประสบการณ์กัน

-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Sweetiemind
Date Posted: 18 May 2011 at 04:12
d.asp?u=orange">Avatar
พันธบัตรรัฐบาลน่าสนใจมากค่ะ มายหมดภาระเรื่องบ้านก่อน จะลองซื้อบ้าง Smile
 
d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar
เรื่องรถพยายามใหม่ค่ะ คราวหน้าก็อ้อนๆหน่อย  Big smile กว่ามายจะได้น้องเต่าทองมาขับ นั่งเปิดประกาศขายรถใน finn.no มาเกือบเดือนกว่าสามีจะใจอ่อนยอมถอยมาให้ LOL อนาคตถ้าไม่มีภาระอะไรแล้ว อยากถอยสปอร์ตเปิดประทุนสวยๆสักคันมาขับช่วงหน้าร้อนบ้าง ตอนนี้ฝันหวานไปก่อนค่ะ LOL


-------------
มาย Molde / 1976

Alt for foreldrene mine!

เราทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราดี! เราไม่ทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราไม่ดี!

อย่าสูญเสีย "ตัวตน" ด้วยคำพูดของคนที่ไม่รู้จัก "ตัวเรา"




Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 18 May 2011 at 04:20
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Patoslo">Avatar เรื่องแอบงกของน้องพี่ก็พอจะแอบแอบได้ยินมาบ้างLOL แต่ไม่ได้งกจนน่าเกลียดหรือไม่น่าคบนะคะ อย่างน้องเรียกว่าประหยัดและใช้เงินเป็นเค้าไม่ได้เรียกว่างกคะ
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=purple_mei">Avatar สาวคนนี้พี่ไม่สงสัยเท่าไหร่ว่าทำไมเธอถึงมีตังค์เก็บ เพียงแค่อิจฉาเฉยๆ เพราะสาวน้อยคนนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งนางที่โชคดีในชีวิตสมรส สามีมีงานการที่ดีทำและที่สำคัญไม่มีหนี้ และโชคดีมากขึ้นไปอีกคือสามีอยู่ในโอวาท อิจฉาาาาาาา
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=benzy">Avatar น้องเบนซ์จะคล้ายๆ พี่ เห็นเงินเหลือในบัญชีไม่ได้ต้องใช้ให้มันหมดไปข้างนึง มีเรื่องให้ได้ใช้จงได้หละ ทั้งๆ ที่บอกกับตัวเองทุกวัน ท่องทุกวันว่าเราต้องเก็บตังค์นะ เราจะประหยัดนะ แต่บทสรุปก็ใช้กระจายมันซะอย่างงั้น
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=JMaddii">Avatar ของพี่เองคงตัดในส่วนของการออมเรื่องเงินฉุกเฉินเพราะคิดว่าชีวิตไม่น่าจะมีอะไรฉุกเฉิน(มั้ง) เพราะถ้ามี ในส่วนนี้คุณสามีพี่มีออมอยู่แล้วและคิดว่าท่านน่าจะรับผิดชอบได้ ถ้าฉุกเฉินจริงของพี่ก็เห็นจะเป็นเรื่องโดนสามีทิ้งนี่หละTongue แอบคิดอยู่บ่อยๆ เหมือนกันว่าขืนเราใช้ตังค์กระจายแบบนี้ วันนึงถ้าโชคดีสามีทิ้งขึ้นมาเราจะทำไงดีหว่าDead
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=AA">Avatar ถ้าคุณแฟนไม่ได้พูดเรื่องให้เราช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายภายในบ้านเราก็นิ่งๆ ไว้คะน้องเอLOL แต่ถ้าวันนึงเรามีรายได้เป็นเรื่องเป็นราวพี่แนะนำให้น้องรีบตัดหน้าแสดงความมีน้ำใจก่อนเลย โดยเลือกดูว่่าค่าใช้จ่ายใดภายในบ้านที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด เช่น ค่าโทรศัพท์LOL นำเสนอไปเลยคะว่าคุณคะชั้นพอมีรายได้แล้วชั้นจะช่วยคุณจ่ายค่าโทรศัพท์บ้านนะคะ
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=nokhook">Avatar ถ้าสามีเลี้ยงได้ ดูแลเราได้ดีก็ตั้งใจเรียนให้เก่งๆ ก่อนคะค่อยมองหางานที่ดีดีเหมาะกับเราทำ อ่านแล้วจะได้เป็นกำลังใจให้หลายๆ คนมีกำลังในการเก็บออม พี่ตั้งกระทู้ชึ้นก็เพราะพี่หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้นั่นเอง


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: JMaddii
Date Posted: 18 May 2011 at 04:29
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=TITANIC">Avatar      อ๊ากกก ทึ่งอ่ะค่ะ ClapClapClap

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=purple_mei">Avatar    ประกันชีวิตน่าสนใจมากเลยค่ะ 

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Sweetiemind">Avatar   ClapClapClap พูดไม่ออกเลย สุดยอด  ภูมิใจด้วยคนค่ะ 

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=orange">Avatar   ชีวิตค่อนข้างจะมั่นคงมากเลยค่ะ เพื่อนแนะนำให้ซื้อพวกกองทุนไว้เหมือนกันแต่ยังไม่ได้ศึกษาเลยยังไม่ไปลงตรงนั้น มีแพลนในการออมดีมากค่ะ  Clap 

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=nokhook">Avatar   พอมีงานทำ แพลนต่างๆ ก็จะมาเองอัตโนมัติจ๊ะ สู้ๆ นะ 

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=AA">Avatar   สถานการณ์ชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ อย่างน้อยๆ คุณเอก็ปลูกผักกินเองอ่ะ ดิฉันทำไม่ได้นะนั่น   Smile  


อ่านแล้วทำให้ได้แง่คิดในการใช้เงิน มีกำลังใจในการออมมากขึ้น  ขอบคุณทุกคนที่มาแชร์ค่ะ 




-------------
กุลีน้อยแห่งบ้านป่าหมาเมิน Fredrikstad, Norway



Posted By: cookky
Date Posted: 18 May 2011 at 04:29
สวัสดีค่ะพี่ ๆ น้อง ๆ ดาวนะคะ เข้ามาอ่านแล้วขอแจมบ้าง นาน ๆ ได้เม้นที
 
อย่างที่พี่แตงว่าเลยค่ะ แล้วแต่กรณี แล้วแต่บุคคล ของดาวไม่มีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องส่งกลับไทยเลย  เคยส่งให้แม่ครั้งเดียวแค่ 5,000 บาท โดนค่าโอนไป 2,000 บาท (ไม่อยากสืบถามเอาความว่าทำไมค่าโอนถึงแพงขนาดนี้) แม่บอกว่าค่าโอนแพงยังกับค่าเครื่องจากใต้ขึ้นกรุงเทพฯ ไม่ต้องส่งมาแล้วนะ จบไป
ตัวดาวไม่มีเรื่องแผนการเก็บเงินเท่าไหร่ มีแต่แผนการจ่ายเงิน แต่ที่เรียกอย่างนี้เพราะว่าดาวจะเหมาทุกรายการเป็นการใช้จ่ายหมดเลย แม้แต่จำนวนเงินที่จะออมก็จะจัดเป็นค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่ง บอกตัวเองว่าเงินเก็บเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้เปรียบเสมือนการจ่ายหนี้ คือจ่ายหนี้ให้ตัวเองในฐานะที่เราใช้ร่างกายตัวเองในการหาเงินเพราะฉะนั้นต้องจ่ายหนี้เข้าบัญชีเงินเก็บตัวเองเดือนละ 1,000 โครน (ซึ่งมักจะถูกเอามาใช้เวลากลับไทย) หรือบางเดือนจ่ายมากกว่านั้นแล้วแต่สถานการณ์ แล้วแบ่งส่งค่าแชร์เดือนละ 2,500 โครน 
 
เรื่องค่ากับข้าว ดาวจะรอซื้อช่วงที่ลดราคาแล้วก็ซื้อมาตุนเยอะ ๆ ในคราวเดียวเลย พวกเนื้อสัตว์และอาหารกระป๋อง บางเดือนต้องจ่ายเงินค่ากับข้าวเกินงบ แต่เดือนถัดไปรายจ่ายค่ากับข้าวจะลดลงเช่นกัน และแต่เดิมจะใช้บัตรจ่าย รูดปื๊ด ๆ  แต่ละเดือนไม่ได้รับรู้ว่าเงินหมดเท่าไหร่ หมดไปไหน แต่ตอนนี้ใช้วิธีใหม่ คือ พอเงินเดือนออกปุ๊บ โอนเก็บ 1,000 ส่งค่าแชร์ 2,500 แล้วก็ถอนเงินสดออกเลยครึ่งหนึ่งของเงินที่เหลือ แล้วเก็บบัตรไว้ใช้ยามฉุกเฉิน พกเงินสดครั้งละไม่เกินห้าร้อยโครนและจะใช้อยู่อย่างนั้นจนกว่าจะหมดหรือเกือบหมดห้าร้อยโครน แล้วค่อยหยิบแบ็งค์ห้าร้อยใบต่อไปมาเติมไว้ในกระเป๋า
 
ต้องบอกว่าเดือนที่ผ่านมาเป็นเดือนแรกที่ดาวทดลองการพกเงินสด ปรากฏคือคุมค่าใช้จ่ายได้แล้วก็กลายเป็นเงินเก็บไปในตัว รับรู้ได้ว่าตัวเองมีสติทุกครั้งที่หยิบเงินสดออกมาจ่ายค่ากับข้าว ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าเรายังมีเงินเหลือในบัตรเท่าไหร่ เพราะไม่ได้รูดปื๊ด ๆ อย่างที่ผ่านมา
 
อีกเรื่องที่เป็นประเด็นเฉพาะของดาวคือ รู้สึกว่าถ้าจะเก็บเงิน ดาวจะเก็บเงินสดได้ดีกว่าการเก็บไว้เป็นตัวเลขในแบ็งค์ อย่างปีที่แล้วดาวขายปอเปี๊ยะหน้าร้อนได้ 10,000 โครน สามีบอกให้เอาเงินเก็บไว้ในบัญชีเงินเก็บ ดาวเอาเก็บเฉพาะเงินกระดาษ ส่วนเงินเหรียญแยกไว้ต่างหาก เก็บไว้เองไม่เอาเข้าแบ็งค์ ผลคือ เงินกระดาษที่อยู่ในแบ็งค์นั้นหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ แต่เงินเหรียญที่แยกเก็บไว้ 2,600 โครน ณ วันนี้ใกล้ถึงเวลาได้ขายปอเปี๊ยะหน้าร้อนอีกแล้ว เงินเหรียญที่เก็บกับตัวนั้นก็ยังอยู่ (หรืออาจจะเป็นเพราะเหรียญเนี่ย เอาออกมาใช้แล้วมันไม่เท่หรือเปล่า ก็เลยเก็บไว้ไม่ได้จ่ายเลย)
 
เรื่องการจ่ายหลัก ๆ ดาวจ่ายแนว ๆ เดียวกับพี่มาย คือกลับไปใช้เงินที่ไทยเสียส่วนใหญ่ ปีนึงจ่ายประมาณ 25,000 โครน รวมหมดค่ากิน ค่าโรงแรม ค่าของฝากผู้ใหญ่เล็ก ๆ น้อย ๆ และซื้อทองครั้งละสองบาท ซื้ออาหารแห้งสารพัดที่ตุนได้ อาหารเครื่องครัวแบบของใต้ก็ขนมาเกือบครบ เสื้อผ้าสวยงามต่าง ๆ รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับแต่งตัว ผ้าอนามัย ของใช้ส่วนตัวที่น้ำหนักเบา หนังสืออ่านเล่น ของฝากของขวัญกรณีใกล้ถึงวันเกิดของญาติสามีหรือคนรู้จักที่นอร์เวย์ก็จะขนซื้อที่ไทยทั้งนั้นค่ะ แต่งบจะอยู่ภายใน 25,000 โครน ค่าตั๋วเครื่องบินตัดไปค่ะ สามีรับผิดชอบ 
 
ส่วนการใช้เงินที่นอร์เวย์ดาวก็ทำแบบเดียวกับพี่ ๆ ที่สร้างบ้านกันเป็นรูปเป็นร่างแล้ว อย่างพี่แพท พี่มาย (แต่ดาวไม่มีบ้านเป็นผลงานของตัวเองอย่างพี่ ๆ อิอิ) คือดาวจะซื้อเฉพาะของสดทำอาหารไทยเฉพาะของตัวเอง เพราะสามีกินอาหารไทยได้ไม่เยอะ ของสดสำหรับอาหารไทยจะซื้อทีละน้อย ๆ เพราะว่ามันจะเสียเร็วมาก พอเก็บทิ้งแล้วรู้สึกเหมือนเราโยนเงินลงถังขยะครั้งละยี่สิบโครน ๆ ๆ
 
เรื่องต้นไม้ของตกแต่งบ้านต่างๆ  ดาวจะเน้นเฉพาะไม้ประดับมากกว่าไม้ดอก ไม้ดอกมักจะอายุสั้นและตายง่าย ดาวเลยเปลี่ยนมาเน้นพวกตระกูลกระบองเพชรแทน แล้วก็ไม้ใบที่เลี้ยงง่าย ๆ นาน ๆ จะซื้อไม้ดอกสักที ส่วนของแต่งบ้านอื่น ๆ ก็มักจะอยากได้ตามประสาผู้หญิงกระจุกกระจิก แต่จะบอกตัวเองให้นึกถึงภาพสิ่งของที่ซื้อมาประดับไว้เป็นที่สะสมฝุ่น แล้วก็เพิ่มภาระงานบ้านให้เราแทนที่จะได้พักผ่อนหรืออ่านหนังสือ คิดแค่เรื่องฝุ่นก็ตัดใจได้หมดเลยค่ะ ไม่อยากซื้ออะไรอีกเลย ลองหัดเก็บเงินไว้ให้ฝุ่นเกาะแทนดีกว่า   
 
อีกเรื่องคือกฏตายตัว 2 ข้อ
1. เลิกเดินห้างและไม่ซื้อของแต่งตัวใด ๆ แม้ว่าจะลดราคา บอกตัวเองว่าเอาเวลาเดินห้างมาทำงานบ้านดีกว่า ของที่ลดราคาถึงยังไงซื้อที่ไทยเราก็ยังได้กำไรกว่าอยู่ดี อย่างน้อยๆ ก็ได้กำไรที่เงินของเราหมุนอยู่ในประเทศไทย
2. ไม่ใช้ของแบรนด์เนม นอกจากเครื่องสำอาง ที่ต้องทาลงผิวตัวเอง
 
เงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายทั้งหลายแล้ว ดาวจะเอามาช่วยสามีจ่ายบิลเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเป็นข้อตกลงว่าดาวจะช่วยจ่ายบิลที่มีจำนวนน้อยที่สุดและไม่เกินจำนวน 1,000 โครน เพราะค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ที่รออยู่คือใบขับขี่
 
ข้อตกลงอีกอย่างคือ "ตอนนี้ชั้นยังหาเงินเลี้ยงตัวเองไม่ได้เต็มที่ คุณหาเลี้ยงชั้นไปก่อนนะ วันที่คุณเกษียณแล้ว ชั้นเลี้ยงตัวเองได้เต็มที่แล้ว ชั้นก็จะเป็นฝ่ายเลี้ยงคุณเอง (ด้วยเงินเกษียณของคุณ)" ประเด็นหลังนี่นอกเรื่องนะคะ
 
ปล. ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ตั้งแต่เลิกงานมีทติ้งไป หวังว่าพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนสบายดีนะคะ คิดถึงเสมอค่ะ
 
ดาว
 
 
 


-------------


Posted By: Thi
Date Posted: 18 May 2011 at 04:35
[/ไม่มีประสบการณ์ในการออมจ้า มีแต่ประสบการณ์ช้อป ใช้ตังค์ช่วยได้ไหมอะป้า ถ้าอิแม่ประหยัดอดออมป่านนี้รวยไปแล้ว อิแม่ใช้ตังค์เก่งแต่ก็มีเหลือเก็บนะ อิอิ

-------------

Thi & Emil Stavanger in Norway 1978


Posted By: JMaddii
Date Posted: 18 May 2011 at 04:49
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=cookky">Avatar   เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณดาว เรื่องการใช้เงินสด เพราะควบคุมได้ง่าย  ชุณห์ก็ชอบใช้เงินสด คือกดออกมาใส่กระเป๋าไว้สำหรับค่าใช้จ่ายหนึ่งสัปดาห์ ถ้าเหลือก็ดีใจ LOL  ถ้าไม่เหลือจะเริ่มเหี่ยวหน่อยๆ แต่ก็ยังถือว่าควบคุมได้   Big smile 

พอใช้บัตรแล้วมันกดสะดวกเกินไป มันจ่ายง่ายใช้คล่อง  สงสัยจะเลิกพกบัตรสักพักแล้วหล่ะ 




-------------
กุลีน้อยแห่งบ้านป่าหมาเมิน Fredrikstad, Norway



Posted By: apple_beauty
Date Posted: 18 May 2011 at 09:15
  เข้ามาเก็บข้อมูลค่ะ อยากรู้ว่าพี่น้องบ้านนี้บริหารเงินกันยังไง อยากมีเงินเก็บเหมือนกัน LOLLOLLOL
 


-------------
"ทุกชีวิตที่ประสบความสำเร็จ...ล้วนเป็นหนี้บุญคุณอุปสรรค"
apple 1965 & tromso


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 18 May 2011 at 13:12
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=apple_beauty">Avatar อย่างพี่เปิ้ลคงไม่ยากที่จะมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำ คุณสามีเงินเดือนเป็นถุงเป็นถังแถมใจดีให้ภรรยาอันเป็นที่รักอยู่เรื่อยๆ ถ้าพี่มาใช้ชีวิตที่นี่ คุณสามีคงไม่ยอมให้ออกไปทำงานมั้งคะ
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Thi">Avatar ถึงจะยังไม่มีรายได้จากการทำงานแต่เงินที่ได้รับจากคุณสามีก็นำมาแบ่งปันประสบการณ์กันได้นะคะ ชอบกระจัดกระจายแบบนี้แต่ก็ยังไม่เงินแอบใส่บัญชีในไทย มีเงินแอบฝากคนทำงานแล้วซื้อทองมาซุกซ่อนไว้อีก
 
หนีไปทำงานก่อนนะ ค่ำค่ำเจอกันใหม่คะ


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: apple_beauty
Date Posted: 18 May 2011 at 19:04
d.asp?u=Nidnoi_Aalesund - -      d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar d.asp?u=Nidnoi_Aalesund - -    น้อง นิดหน่อยขา คุณสามีพี่ส่งเงินให้ทุกเดือน เปิดร้านทำผมได้เงินอีกแต่ไม่มีเงินเก็บ แฟนพี่ยังถามบ่อยๆเลยหนี้เธอหมดหรือยัง ถ้าเธอหมดหนี้เมื่อไหร่เธอรวย 5555
      d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">ขอ แนะนำน้องๆที่มีเงินเก็บในบัญชีที่เมืองไทย ให้เอาไปซื้อสลากออมสินพิเศษของธนาคารออมสินไว้น่าจะดีนะคะ มีอายุ 5ปี หน่วยละ 100บาท ถ้าฝากครบ5ปีไม่ถอนเลย ได้ดอกเบี้ย 10.50 บาท/หน่วย ภายใน5ปีมีสิทธิถูกรางวัล 60 ครั้ง ดอกเบี้ยสูง ไม่กินทุน ได้ลุ้นโชคLOLLOLLOL...ของ ธกส ก้อมีนะคะ หรือจะซื้อทองเก็บไว้ก้อได้แต่เป็นทองคำแท่งนะคะ ซื้อเดือนละบาท สองเดือนบาท LOLLOL ที่เป็นเหรียญทองหรือเป็นแบบก้อนเล็กๆอะจ้า เหมือนเก็บเงินเลยเวลาไม่มีเงินก้อเอาไปขายทีละก้อนเล็กๆ อิอิ  อย่าซื้อทองรูปพรรณเก็บนะคะ เวลาขายขาดทุนเยอะ..พูดเหมือนชำนาญในการขายเลยเนาะ เหอ เหอ ใครสนใจแบบไหนลองทำดู
    d.asp?u=Nidnoi_Aalesund - - ตัว พี่เองกำลังเสนอโครงการเก็บเงินแบบซื้อสลากออมสินให้คุณสามีฟังแล้วและท่าน ก้อเห็นดีด้วยโดยการ เอาเงินที่แม่ย่าให้เป็นของขวัญที่พี่หลวมตัวจดทะเบียนกะลูกชาย ไปซื้อไว้โดยเป็นชื่อเราแต่เพียงผู้เดียว..5555 เสร็จโจร

-------------
"ทุกชีวิตที่ประสบความสำเร็จ...ล้วนเป็นหนี้บุญคุณอุปสรรค"
apple 1965 & tromso


Posted By: orange
Date Posted: 18 May 2011 at 19:19
Avatarพี่นิดหน่อย ของส้มที่ปวดหัวน่ะเป็นเพราะเวลาจะควักเงินแต่ละบาท ส้มคิดจนหัวปูดน่ะLOL

-------------


Posted By: orange
Date Posted: 18 May 2011 at 19:26
Avatarคุณมายใช่ค่ะพันธบัตรัฐบาลดีมากๆเลย ดอกเลี้ยดี ไม่ต้องเสียถาษีดอกเบี้ย มั่นคงเพราะรัฐบาลประกัน เค้าจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเราทุกๆ6เดือน จนกว่าจะหมดอายุ แต่มีข้อเสียคือจองไม่ค่อยทันคะ เพราะคนต้องการซื้อเยอะ และมีอีกอย่างที่อยากแนะนำ คือกองทุนระยะยาว พวก LMF และRMF สมัยอยู่ไทยพี่เคมีซื้อไว้ และยังใช้ลดหย่อนถาษีได้อีกด้วย

-------------


Posted By: orange
Date Posted: 18 May 2011 at 19:34
Avatarขอบคุณค่ะ ลองไปศึกษาดุนะคะเรื่องกองทุนต่างๆ ไปคุญกับเจ้าหน้าที่ที่แบ้งค์ก็ได้คะเค้ายินดีให้คำแนะนำเลยแหล่ะ เพราะถ้าเราเอาเงินไปฝากธนาคารไว้อย่างเดี่ยว มันจะไม่ทันเงินเฟ้อน่ะคะ เลยต้องลองกระจายไปหลายๆวิธี เช่นผ่อนบ้าน ซื้อประกัน ก็ว่ากันไป เคยไปฟังนักวิชาการเค้าแนะนำมาน่ะคะ แล้วเค้าก็ยังบอกอีกด้วยว่า ถ้าเป็นหนี้ให้พยามยามเอามารวามกันให้เป็นก้อน แล้วจะบริหารง่าย แต่ถ้าจะออมเงิน ต้องกระจายๆไปหลายๆทาง  

-------------


Posted By: miracle50
Date Posted: 18 May 2011 at 19:49
ขอปรบมือดัง ๆ ให้น้องมายหญิงเก่งของเรา  และเพื่อน ๆ ชาวเลดี้ ทุกคนคะ


Posted By: AA
Date Posted: 18 May 2011 at 20:03
พี่มาย..เห็นแล้วภูมิใจแทนอ่ะ เอก็หวังจะเจริญรอยตามอย่างพี่บ้างตอนนี้ก็ค่อยๆ วางแผนเพราะกว่าลูกจะโตก็คงอีกนาน
พี่นิดหน่อย..ตอนนี้ถึงมีรายได้แต่ได้ไม่ประจำก็พยายามช่วยออกแต่ก็ใช้บัตรที่แฟนให้นั่นแหละรูดBig smile ส่วนที่เงินที่ได้ก็เก็บไว้ แต่หากวันหนึ่งมีรายได้ก็คงช่วยออกบ้างตอนนี้เก็บเงียบไว้ก่อนSmile 
พี่ชุณห์..เอก็ลองปลูกดูแต่มันขึ้นก็ดีใจอ่ะ แบบว่าจะมีผักกินเอง นึกถึงตอนมานอร์เวย์ใหม่ๆ ไปซื้อผักที่ร้านเอเชียคิดเป็นไทยไม่ค่อยกล้าซื้อเท่าไรเลย 
คุณดาว..ชอบวิธีของคุณดาวเหมือนกันแต่เอจะมีติดกระเป๋าไม่เกิน 50โครน ไว้ใช้ยามที่ฉุกเฉินสุดสุด LOL 




-------------
A...Bomlo 1980
Don't spend your life with someone you can live with..
But spend it with someone you can't live without


Posted By: noogreen
Date Posted: 18 May 2011 at 20:05
Avatar  คุงพี่ ไม่มีประสบการณ์การเก็บเงินที่นอร์เวย์เลยค่ะ มีแต่ประสบการณ์การตามใช้หนี้ใช้สินที่มันล้นพ้นตัวจนจ่ายไม่จบไม่สิ้นซักทีอ่ะ เอามาแชร์ด้วยคนได้ไหมอ่ะค่ะ อิอิ
จำได้แต่ว่าตอนที่ได้งาน  ทำงานอยู่ 4 เดือน ส่งเงินกลับไทยไปทั้งหมด 10,000 โครน และตอนนี้ก้อไม่มีเงินในบัญชีซักโครน 555 เด่วได้งานใหม่เมื่อไหร่ จะเอาประสบการณ์มาแชร์ด้วยคนนะคะ แต่ไม่รู้ว่ากระทู้นี้จะหายไปซะก่อนหรือเปล่า อิอิ


-------------
green/ 1978 / Fitjar

"life is full of obstacles but we all learn to fight for what we want"





Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 18 May 2011 at 21:41
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=apple_beauty">Avatar สลากออมสินถ้าได้ซื้อที่ธนาคารในตอนที่เค้าเปิดขายเลยรันเลข ไม่กระโดดข้ามไปข้ามมา เราซื้อห้าแสนบาทจะถูกรางวัลทุกเดือนเลยคะ บางเดือนอาจจะโชคดีถูกรางวัลใหญ่ด้วย แต่ซื้อไม่เคยทันพวกเกษียรอายุเค้าเลย จะได้เลขกระโดดข้ามไปข้ามมา
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=noogreen">Avatar เดือนหน้าเราไปเปิดคอร์สสอนเลขคิดในใจให้แม่น้องเอมิลกัน ขนตังค์กลับมาใส่ไว้ในบัญชีนิ่งๆ ซักคนละสองพันโครนก็พอเน๊อะนู๋กรีนเน๊อะSleepyLOL


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: beste venn
Date Posted: 18 May 2011 at 22:52
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar   ไม่มีเงินเก็บค่ะ เพราะปีหน้าโลกจะแตกแล้ว อิอิอิ

-------------


Posted By: benzy
Date Posted: 18 May 2011 at 23:00
d.asp?u=JMaddii">Avatar  เบ็นซ์ก็หวังว่าจะทำได้ตามที่วางแผนไว้เหมือนกันค่ะ  แต่ไม่รู้จะได้หรือเปล่านะค่ะคุณชุณห์  ฮิฮิ
d.asp?u=purple_mei">Avatar  ซื้อทองก็ดีนะค่ะคุณเหมย เบ็นซ์คิดเหมือนคุณเหมยเหมือนกัน ทองซื้อไว้ไม่มีราคาตกมีแต่ขึ้นกับขึ้น ยิ่งสถานการ์ณโลกไม่มั่นคงราคาทองยิ่งกระฉูดขึ้นเรื่อยๆ  ถ้าเบ็นซ์มีเงินเหลือเบ็นซ์ก็กะเก็บเป็นทองเหมือนกันนะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่วันที่มีเงินเหลือขนาดนั้นจะมาถึงนะค่ะ ฮิฮิ
d.asp?u=TITANIC">Avatar  เบ็นซ์กะสามีก็ต้องช่วยกันเก็บตังค์ซื้อบ้านเหมือนกันเลยค่ะพี่รัตน์ (เบ็นซ์ช่วยได้เล็กๆน้อยๆตามกำลังเงินเดือน สามีเป็นแม่งานหลัก) เพราะคุณสามีไม่เคยคิดฝันว่าวันนึงเค้าจะแต่งงานมีครอบครัวเลยไม่ได้สร้างอสังหริมทรัพย์ใดๆไว้เลย มีแต่รถหนึ่งคันเหมือนกัน ฮิฮิ
 
d.asp?u=AA">Avatar  อยากส่งกลับบ้านเหมือนกันคะคุณเอ แต่แม่บอกว่าไม่ต้องส่งมาหรอกเอาตัวเองให้รอดก่อน ประเด็นนี้เลยพักไว้ก่อน
d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar ความสามารถช๊อปกระจายแบบนี้นี่ไม่ไหวเลยค่ะพี่นิดหน่อย สงสัยเบ็นซ์ต้องพยายามปรับโหมดเป็นประหยัดรู้จักใช้เงินแบบประมาณตัวซะแล้วค่ะพี่ พี่นิดหน่อยสู้ๆนะค่ะสงสัยเราสองคนต้องเข้าโหมดพยายามบริหารเงินให้เหลือเหมือนพี่ๆเพื่อนๆแล้วละค่ะพี่นิดหน่อย
d.asp?u=Sweetiemind">Avatar  ปลื้มใจแทนที่บ้านพี่มายจังเลยค่ะ  การได้ดูแลพ่อแม่และคนที่เรารักเป็นสิ่งที่ดี ทำแล้วจะเจริญรุ่งเรืองมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตนะค่ะพี่มาย ปล. เห็นรายละเอียดที่พี่มายแจกแจงมาขอบอกว่าสุดยอด เป็นกำลังใจให้เบ็นซ์พยายามบริหารเงินให้มีเหลือเก็บแบบพี่มายบ้างเหมือนกันค่ะ
d.asp?u=orange">Avatar  อยากเป็นโรคช๊อปแล้วปวดหัวบ้างจังเลยค่ะ เพราะตอนนี้โรคประจำตัวเบ็นซ์คือมีความสุขทุกครั้งที่ได้ชีอป แม้ว่าไม่ได้ซื้อของแพงอะไรหรือบางทีแค่เดินดูบริหารกิเลสให้มันพุ่งพล่านก็ยังดี ฮิฮิ
d.asp?u=cookky">Avatar  สงสัยเบ็นซ์ต้องเลียนแบบไอเดียพกเงินสดแบบคุณดาวดูแล้วล่ะค่ะ จ่ายผ่านบัตรเงินหมดไม่รู้ตัวจริงๆ เบี้ยน้อยจ่ายหนักแบบเบ็นซ์จะได้มีเงินเหลือไว้ให้ชื่นใจบ้าง  เดี๋ยวเริ่มเดือนหน้าเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับไอเดียดีๆนะค่ะ
d.asp?u=Thi">Avatar  อยากมีประสบการ์ณแบบพี่ฐิบ้างจัง ฮิฮิ
d.asp?u=apple_beauty">Avatar ไว้มีเงินเหลือจะไปซื้อทองตามที่พี่เปิ้ลแนะนำนะค่ะ ฮิฮิ
d.asp?u=noogreen">Avatar  สู้ๆค่ะคนกรีน ทำงานสี่เดือนเก็บได้ตั้ง 10000 โครนเดี๋ยวพอได้งานใหม่จะต้องเก็บได้มากกว่าเดิมแน่นอน ปล. ขอให้หางานใหม่ให้ได้เร็วๆนะค่ะ
 
 


-------------
Benz,Bergen,1979


Posted By: benzy
Date Posted: 18 May 2011 at 23:02
d.asp?u=beste%20venn">Avatar พยาบาลสาวแบบคุณนนท์ไม่เงินเก็บมีแต่ทองเก็บหรือเปล่าค่ะ ฮิฮิ


-------------
Benz,Bergen,1979


Posted By: beste venn
Date Posted: 18 May 2011 at 23:04
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=benzy">Avatar   ไม่มีเก็บจริงๆจ๊ะเบนซ์ ใช้เกลี้ยงแบงค์ทุกเดือน TongueBig smile

-------------


Posted By: TITANIC
Date Posted: 18 May 2011 at 23:04
d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar  หวัดดีพี่นิดหน่อยของน้องรัตน์LOL แก้ข่าวนิดนุงBig smileไอ้ใน เฟส น่ะหนูเขียนบอกเพื่อนว่าเก็บเดือนละ 10,000บาท จ๊ะBig smile
เป็นบัญชีที่ไทยและเก็บได้ไม่ทุกเดือนหรอกจ๊ะ เดือนไหนเงินเหลือเยอะค่อยโอนไป วิธีนี้คงเป็นการโอนย้ายถ่ายเท เงินให้ไกลมือเท่านั้นจ๊ะจริงๆแล้วรัตน์ ช๊อบเก่งLOL 
แต่ปีหน้าคงจะเก็บให้น้อยลงแล้วคงได้เก็บซักเดือนละ5000โครน เพราะจะช่วยสามีผ่อนค่าบ้าน มีเหน็บแนมเป็นบางครั้งLOLหาว่าแต่เราขนเงินกลับเมืองไทย
 ชิ แหมๆๆอีคุงสามีนี่( ไอ้เราก็ศักดิ์ศรีเยอะค่ะ ไม่ต้องมาพูดมาก เดี๋ยวมีเงินเดือนชั้นจะช่วยเองแหละAngry) เนอะเจ๊LOL
แต่ยังไงต้องคุยกันค่ะกะคุงสามีชี้ให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวเรา เพราะอะไรเราถึงต้องส่งเงินกลับบ้านช่วยทางบ้านเยอะ
อธิบายยาวล่ะค่ะจนเค้าเข้าใจ  ก้อที่นี่เค้ามีทุกอย่างแล้วนี่
 
d.asp?u=Sweetiemind">Avatar  พี่มายSmileรัตน์เองเก็บเงินได้ปีนี้เพื่อใช้ไปเที่ยวที่ไทยเดือนกันยานี้ ไปถึงไทยเมื่อไหร่น่าจะใช้หมดเยอะเลยล่ะ โดยเฉพาะหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อOuch ส่วนมากจะเอาเงินไปช่วยครอบครัวซะส่วนใหญ่ ก็คงคล้ายๆพี่มายแหละจ๊ะBig smile แต่ก้อเนอะ รัตน์ถือว่าช่วยแล้วมีความสุขแค่นี้ก็พอแล้ว แพลนอยากซื้อรถแทรคเตอร์คันใหญ่สีส้มไว้ให้พี่ชายไว้ใช้และรับจ้างจะได้มีเครื่องทุ่นแรง เห็นเค้าทำนาทำไร่ทำงานหนักมาตลอด ไม่รู้จะมีปัญญามั๊ยดูราคาแล้วแพงจังOuch 
 
d.asp?u=benzy">Avatar  ช่วยเค้าได้นิดๆหน่อยๆ คุงสามีเราก็ดีใจแล้วค่ะน้องเบ็นซ์ เราได้ช่วยเค้าบ้างจะได้ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ที่นี่ยิ่งสิทธิเท่าเทียมกันนี่สุดๆจริงๆLOL
วันนึงพี่นั่ง kasse (เคาเตอร์คิดเงิน) เห็นสามีภรรยา(คนนอช)ไปซื้อของด้วยกันขนมารถเข็นคันเดียวกันแต่เค้าต้องมีแบ่งจ่ายของใครของมันนะ พี่บางทีงง ? ฮ่วย เค้าอยู่บ้านเดียวกันม๊ยเนี่ยOuch likestilling จริงๆเลย
  อีดูด :แก้คำผิดLOL


-------------
รัตน์ /ตุลา 1978/ Førde

Eg kom til Norge i oktober 2008.


Posted By: Geegie
Date Posted: 18 May 2011 at 23:30
เป็นกระทู้ที่มีประโยชน์มากๆ  ได้ไอเดียและการวางแผนการเิงิน( และใ้ช้จ่ายเงิน)  เตรียมไว้สำหรับตอนมีเงินเดือน Embarrassed  (ตอนนี้มีแต่เงินทำงานรายวัน)    ฝันของหนูคือ  สร้างโรงเรียนอนุบาลที่เมืองไทย  ปีแรกรับนักเรียนสิบคนก็หรูแล้ว  ฮี่ ฮี่LOL

-------------
Oslo
---
ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มาก ๆ



Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 18 May 2011 at 23:50
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Geegie">Avatar พี่ขอแนะนำให้เปลี่ยนฝันเป็นสร้างบานาฮาเกนที่นอร์เวย์คะน้องจี บ่อยครั้งที่แอบคิดว่าทำไมเราถึงไม่รวยวะคะนี่ จะเปิดบานาฮาเกนสอนเด็กที่นี่ สอนให้คนนอร์คเห็นสมรรถนะของสาวไทยเรา ให้เห็นว่าเราสอนเด็กเค้าได้ดีและอาจจะดีมากกว่าที่เค้าสอนเด็กของเค้าอยู่ทุกวันนี้ แต่บ่อยครั้งพี่ก็บอกกับตัวเองอีกเช่นกันว่าโสณิเอ้ยเมื่อไหร่เธอจะพูดนอร์คได้เก่งๆ จะได้สอนเด็กๆ ได้อย่างเต็มภาคภูมิLOLDead
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=TITANIC">Avatar เรื่องส่งเงินไปไทยพี่ไม่เคยบอกคุณฝรั่งที่บ้านเลยคะ เมื่อก่อนจะให้ท่านเป็นคนส่งให้ แต่พอส่งบ่อยส่งเยอะเค้าก็จะมีคำถาม โน่น นี่ นั่น เราก็จะรู้สึกว่า เอ้าเฮ้ย เงินก็เงินเรา จะถามอะไรทามมายเนี่ยยยย หลังๆ เลยเปิดสมองตนเองออกนิด อ่านในเน็ทแบงค์ซักหน่อย แล้วหัดโอนเงินเอง มันก็ไม่ได้ยากอะไรเลย หลังจากโอนเองเป็นแล้วก็โอนสนุกเลยคะLOL อีกสองวันเงินเดือนจะเข้าแล้วแต่คิดว่าคงไม่เหลือออมแน่เลยคะเดือนนี้เพราะต้องโอนไปใช้หนี้แม่สองหมื่นห้าพันบาท จ่ายค่าทนายสองหมื่น ให้ลูกสองหมื่น ให้แม่หนึ่งหมื่น นี่คือค่าใช้จ่ายที่รอในเดือนนี้นะคะSleepyOuch 


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: purple_mei
Date Posted: 19 May 2011 at 00:08
 คุณ เบ็นซ์ เหมยก็ว่าซื้อทองดีค่ะ ชอบมากๆๆอิๆๆ แต่ตอนนี้ตังส์หมดแล้วต้องรอปีหน้าก่อน 
ส่วนสลากออมสินเหมยซื้อไว้เหมือนกันตอนแต่งงานแต่เป็นหน่วยละ 50 บาท กำหนด สามปีถอนได้ดอกเบี้ย หนึ่งหรือสองเปอร์เซนต์ เหมยจำไม่ได้แล้ว ลูกค้าเหมยที่ธนาคารออมสินเค้าก็แนะนำว่าซือห้าแสนถูกแน่นอนถูกทุกงวดมีสิทธิ์ ลุ้นเงินล้านด้วย เหมยก็ซือมาห้าแสน ปีหน้าเดือนเมษาจะครบกำหนด กลับไทยเดือนที่แล้วเอาสมุดไปอัพ ได้เงินที่ถูกมาแค่หมื่นเก้าพันเองค่ะ Cry ถูกทุกงวดจริงๆๆค่ะ แต่งวดละสามร้อยค่ะ เลยได้มาแค่เนี้ย แต่ปีเดียวกันเหมยซ์อทองแท่งห้าบาท ราคาบาทละ 12700 ตอนเหมยซื้อ ตอนนี้ถ้าขายเราก็ได้กำไรสามหมื่นกว่าเลยนะค่ะ เหมยเลยคิดว่าซือทองดีกว่า แต่ถ้าคนไหนโชคดีซือสลากแล้วถูกมากว่าสามร้อยก็คุ้มกว่าค่ะ 
 พี่นิดหน่อย แล้วก็เพือนๆๆที่สนใจเรืองประกันลองเข้าไปดูในเวบของเอไอเอก็ได้นะค่ะ คือเหมยนะไม่อยากแนะนำเพือนให้ เพราะเพือนนี่เวลาเราจะซื้อประกันกับมันนี่ต้องง้อมันมากๆๆ เพราะมันเป็นคนไม่ชอบอธิบาย แล้วก้ไม่ชอบขาย เหมยก็งงอยู่ว่ามันมาขายประกันทำไมถ้ามันไม่ชอบขาย กว่ามันจะขายให้เหมยนี่ทวงตามกันจนเหนือย 

เหมยเห็นด้วยกับไอเดียกดเงินสดแล้วจ่ายกับข้าวมากเลยค่ะ เดือนหน้าจะลองทำดู เหมยว่าเราถือเงินจะได้เห็นว่าอาทิตย์นี้จ่ายไปเท่าไรแล้ว ยังไงจะมาอัพเดทนะค่ะ 


-------------
Mei 1977 Oslo


Posted By: Thi
Date Posted: 19 May 2011 at 00:40
    อิแม่เอามาแชร์ด้วยจ้า วิธีเก็บเงินอิแม่ก็ อิแม่มีรายได้สองทาง คือป๋าให้ กับเงินค่าเลี้ยงน้องเอมิลจากนาฟ ทั้งสองทางเฉลี่ยเกือบๆหมื่น มีบัญชีเงินฝากบัญชีเดียว แรกๆป๋าให้ไม่เยอะ ไม่เกินห้าพัน จะให้เป็นเงินสดถ้าเป็นเงินสดจะเก็บไว้เมื่อมีเพื่อนกลับไทยจะฝากเข้าบัญชีครั้งละ สี่ห้าพัน โครน แต่ก็ไม่ได้ฝากไปเก็บนะ ฝากไว้ให้ยามที่บ้านเดือดร้อน หรือวันสำคัญคนในบ้านไว้ซื้อของขวัญไปเที่ยวจะได้ไม่ต้องรบกวนป๋า บัญชีที่ไทยเหลือเล็กน้อยเกือบๆแสน ส่วนที่นี่ ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบนอกจากซื้อาหารไทย ไม่อยากรอป๋าจ่าย ซื้อของขวัญให้เพื่อนและลูกเพื่อนบ้าง ส่วนใหญ่ป๋าก็จ่ายอีก อิแม่จะเป็นคนแต่งตัวช้อปเก่งอันนี้แก้ไม่หายความสุขส่วนตัว แต่จะช้อปเฉพาะตอนลดราคา ปีละสองครั้ง สรุปแต่ละเดือนนอกเหนือจากช่วงเทศกาลลดราคาไม่ค่อยได้ใช้ตังค์ อีกวิธีคือซื้อทองเก็บไว้เมื่อมีเงินสดในมือฝากเพื่อนหิ้วมา อิแม่จะมีเงินก้อนในบัญชี และใช้ตอนช่วยป๋าค่าตั๋วเครื่องบินกลับไทยหรือต้นปีที่ต้องจ่ายสารพัด จะช่วยป๋าครั้ง สองหมื่น แต่ป๋าก็ให้คืนบ้าง ตอนนี้ป๋าจะโอนเข้าบัญชีเพราะยอดเริ่มเยอะบางเดือนได้เข้าให้หลักหมื่น บางช่วงอิแม่อาจจะจ่ายค่าจ้างพี่เลี้ยงน้องเอมิลบ้าง แต่คิดว่าเรียนจบมีงานทำคงมีรายได้เป็นกอบเป็นกำบ้างเพราะป๋าเขาจะไม่ยุ่งเงินที่เราทำงานได้จะเอาส่งที่บ้านซื้อของอะไรก็ตามใจ มีลูก คชจ. เยอะแต่อิแม่จะช้อปพวกเสื้อผ้าช่วงที่ลดไว้ใส่ทั้งแม่และลูกเก็บไว้ทั้งปี ตรงนี้ก็ช่วยได้เยอะประหยัดไปในตัว สรุป อิแม่จะไม่ค่อยซื้อของราคาเต็ม สวยชอบก็ไม่ซื้อคิดว่ามันแพงไปไม่จำเป็น ของตกแต่งบ้าน ต้นไม้ดอกไม้ไม่เคยซื้อ หรือถ้าซื้อก็เล็กน้อยมาก ดอกไม้ปีไม่ถึงห้าร้อย สรุปตอนนี้ ก็มีเงินเก็บในบัญชีที่ไทยและที่นอร์เวย์ไว้พอสมควร พร้อมด้วยซื้อทองเก็บสะสมเรื่อยๆ มีงานทำมีรายได้เป็นของตัวเองคงได้มีเก็บมากกว่าี้นี้

-------------

Thi & Emil Stavanger in Norway 1978


Posted By: Geegie
Date Posted: 19 May 2011 at 00:54
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar    หนูอยากแก่ตายที่เมืองไทยอะพี่นิดหน่อย ( ถ้าเลือกได้นะคะLOL คริ คริ)    เคยคุยกับคุณพรรณีประธานสมาคมวัดไทย ท่านมาอยู่นี่ยีสิบกว่าปีแล้วค่ะ  เคยพยายามจะขออนุญาิตเปิดโรงเรียนอนุบาลไทย  แต่มีปัญหาเยอะมาก เพราะรัฐบาลที่นี่เขาเห็นหลักสูตรแล้วบอกว่า  สอนเด็กมากเกินไป ( แบบประมาณโรงเรียนอนุบาลบ้านเรา จะสอนให้เรียนภาษาอังกฤษ  คำนวณเลข ตั้งแต่เด็กๆ เรียนหนักกว่าที่นี่ ว่างั้น ) เขาอยากให้หลักสูตรผ่อนๆ กว่าที่เสนอมา  สรุปจึงไม่ได้เปิด     แต่ได้ความรู้จากหลายๆ ท่านจากระทู้นี้เยอะมากเลยค่ะ ขอบคุณพี่นิดหน่อยผู้เปิดสภา(กาแฟ)

-------------
Oslo
---
ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มาก ๆ



Posted By: Sweetiemind
Date Posted: 19 May 2011 at 01:08
Originally posted by beste venn

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund -   ไม่มีเงินเก็บค่ะ เพราะปีหน้าโลกจะแตกแล้ว อิอิอิ
 
รายได้น้องนนท์มากโขกว่าใครในบ้านนี้เลย คงเหลือเก็บให้น้องภีมบ้างแหละ  แต่ที่รู้ๆมาน้องนนท์กตัญญูสุดคนหนึ่งเหมือนกัน Big smile


-------------
มาย Molde / 1976

Alt for foreldrene mine!

เราทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราดี! เราไม่ทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราไม่ดี!

อย่าสูญเสีย "ตัวตน" ด้วยคำพูดของคนที่ไม่รู้จัก "ตัวเรา"




Posted By: benzy
Date Posted: 19 May 2011 at 01:08
d.asp?u=beste%20venn">Avatar ตอนนี้มีตัวน้อบมีช่วยใช้อีกแรงด้วยใช่ไหมจ๊ะนนท์ เลยหมดเกลี้ยงทุกเดือน เรียกว่าหมดแบบมีเหตุผล ฮิฮิ
d.asp?u=TITANIC">Avatar  ค่ะพี่รัตน์ เป็นความดีใจของเค้าและความภูมิใจของเราเลยนะค่ะพี่รัตน์ เบ็นซ์เองแม้สามีไม่เคยบ่นว่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างตอนที่เบ็นซ์ยังไม่มีรายได้เลยก็ตาม  แต่เราก็ยังอยากยืนได้ด้วยขาตัวเองนะค่ะพี่ การทำงานมีรายได้เป็นของตัวเอง ได้มากได้น้อยก็ภูมิใจดีว่าไหมค่ะพี่
d.asp?u=purple_mei">Avatar  จริงค่ะคุณเหมย ทองยิ่งนานค่ายิ่งมาก ไม่มีวันขาดทุนแน่นอน เบ็นซ์เห็นด้วยสุดๆ เพราะเคยเก็บเงินในรูปตราสารระยะสั้นกับซื้อทอง ด้วยมูลค่าเงินที่เท่ากัน สมมุติหมื่นห้านะค่ะ ปีที่แล้วสภาพเศรษฐกิจแย่มาก เวลาผ่านไปหนึ่งปีลงทุนตราสารหนี้ให้ดอกประมาณสามร้อยมั้งค่ะ แต่ด้วยเงินหมื่นห้าซื้อทองบาทนึง ทองขึ้นสามร้อยภายในสามเดือน  ถ้ารอปีนึงรับรองค่าของเงินที่ลงทุนไปในทองเพิ่มขึ้นอย่างต่ำสองพันต่อหนึ่งบาททองแน่นอนค่ะ ยิ่งสภาพเศรษฐกิจแย่ราคาทองยิ่งวิ่งขึ้นลงมากมาย  แต่ปัญหาที่น่ากลัวของคนมีทองคืนแล้วเก็บที่ไหนจะปลอดภัยล่ะค่ะ คุณเหมยมีไอเดียไหมค่ะ
 


-------------
Benz,Bergen,1979


Posted By: benzy
Date Posted: 19 May 2011 at 01:10
Originally posted by Sweetiemind

Originally posted by beste venn

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund -   ไม่มีเงินเก็บค่ะ เพราะปีหน้าโลกจะแตกแล้ว อิอิอิ
 
รายได้น้องนนท์มากโขกว่าใครในบ้านนี้เลย คงเหลือเก็บให้น้องภีมบ้างแหละ  แต่ที่รู้ๆมาน้องนนท์กตัญญูสุดคนหนึ่งเหมือนกัน Big smile
แอบเห็นด้วยกับพี่มายดังๆ ฮิฮิLOL

-------------
Benz,Bergen,1979


Posted By: JMaddii
Date Posted: 19 May 2011 at 01:17
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=beste%20venn">Avatar   ไหนๆ โลกก็จะแตกแล้ว มามะเอามาแบ่งกันใช้ LOL LOL

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Thi">Avatar   ตั้งแต่ไม่มีสวนดอกไม้นี่ ช่วยให้มีเงินเหลือติดกระเป๋าบ้างจริงๆ นั่นแหละ เวลาไปซื้อดอกไม้จะแอบไปคนเดียว Big smile  เหมือนแม่ย่าเลย ถ้าไปช้อปดอกไม้กันสองคนจะซื้อคนละนิดละหน่อย แต่แอบไปเองคนเดียวนี่ขนกันเต็มรถ LOL   เมื่อก่อนเลี้ยงกล้วยไม้ก็จะบ้ามาก หมดเงินไปเยอะ  ปีนี้พอละ ดอกไม้พลาสติกนี่แหละ ไม่ตาย ไม่ต้องรดน้ำ กว่าจะซีดก็อีกหลายปี LOL 




-------------
กุลีน้อยแห่งบ้านป่าหมาเมิน Fredrikstad, Norway



Posted By: purple_mei
Date Posted: 19 May 2011 at 03:01
คุณเบ็นซ์ เหมยเอามาด้วยค่ะ เอามาหมดเลย หวังว่าที่นอร์เวย์คงไม่มีขโมย เนอะ ที่เมืองไทยพ่อแม่เหมยก็เสียหมดแล้วจะฝากญาติพี่น้องก็กลัวเป็นภาระเค้า อีกอย่างมันก็ไม่ได้มีเยอะมาก ก็เลยเอามาด้วยเลย Smile

-------------
Mei 1977 Oslo


Posted By: beste venn
Date Posted: 19 May 2011 at 03:44
Originally posted by benzy

Originally posted by Sweetiemind

Originally posted by beste venn

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund -   ไม่มีเงินเก็บค่ะ เพราะปีหน้าโลกจะแตกแล้ว อิอิอิ
 
รายได้น้องนนท์มากโขกว่าใครในบ้านนี้เลย คงเหลือเก็บให้น้องภีมบ้างแหละ  แต่ที่รู้ๆมาน้องนนท์กตัญญูสุดคนหนึ่งเหมือนกัน Big smile
แอบเห็นด้วยกับพี่มายดังๆ ฮิฮิLOL
 
 Dette er ikke helt riktig   heheheSmile

-------------


Posted By: Patoslo
Date Posted: 19 May 2011 at 03:51
แพทว่าลงทุนกะซื้อสลาก ถ้าโชคไม่ดีจริงๆ ก็คงไม่ถูกหรอกค่ะ หมายถึงรางวัลใหญ่นะ บางคนที่ซื้อหลายแสนก็ถูกนิดเดียว ขนาดพนักงานธนาคารออมสินเขายังไม่แนะนำให้ซื้อเลย ให้ลงทุนอย่างอื่น เช่นบัญชีฝากประจำ เพราะแต่ละปีเขามีการฝากเงินประจำมาให้เราเลือก ได้ดอกเบี้ยเยอะด้วย แต่แล้วแต่กรณีไป เขาจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ว่าแต่ซื้อสลากไม่ดีได้ดอกน้อย แต่ก็แอบซื้อเมื่อปีที่แล้วจำนวนหนึ่ง แต่ไม่เยอะจนป่านนี้ยังไม่เคยเช็คเลย กลัวโดนสิบล้านอะ LOL ส่วนเรื่องทองแพทจะไม่ซื้อมาเกร็งกำไรนะ แต่ชอบซื้อมาเก็บ ชอบทองเหมือนกัน นี่กลับไทยก็พกไปพกมา จะใส่ก็กลัวโดนปล้น ไม่รู้ว่ามีดีหรือไม่มีดีกว่ากัน อิอิ
 
แพทว่าแต่ละคนก็มีวิธีการเก็บออมเงินไม่เหมือนกันเนาะ แล้วแต่สะดวก บางคนสามีไม่มีภาระก็ได้เก็บมาก แต่บางคนสามียังมีหนี้สินอยู่ก็ต้องช่วยกันจ่าย(เหมือนแพท) นี่ก็กำลังมองหาบ้านอยู่ แต่ยังไม่ถูกใจ บ้านเก่านี้อยู่ในแหล่งอำนวยความสะดวกมากมายซึ่งแพทชอบมากๆ แต่เล็ก และมีห้องนอนเดียว ตอนนี้จะมีเจ้าตัวน้อยออกมา ก็คงต้องหาบ้านที่กว้างกว่านี้อยู่ หนี้ใหญ่ที่ไทยก็กำลังจะเริ่มจ่าย หนี้ใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ อีก สงสัยคงได้ตั้งกระทู้ใหม่กับกรีนแล้วล่ะ LOL


-------------
แพท..Oslo:March 1979


Posted By: apple_beauty
Date Posted: 19 May 2011 at 06:15

   
  ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นอะไรเลยเพราะช่วงนี้พี่ไม่ได้ทำงานมี อาชีพเป็นชาวเกาะอย่างเดียวเลยค่ะ เกาะสามีกินConfused ไม่มีอะไรน่าภูมิใจสักนิด เข้ามาอ่านแล้วเห็นทุกคนทำงานมีเงินเก็บ ทำโน่นนี่ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองแล้วก้อภูมิใจและยินดีไปด้วย...ด้วยความ เคารพและนับถือจริงๆเพราะการทำงานและการใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนไม่ใช่เรื่อง ง่าย  ตัวพี่เองอายุมากแล้วคงหมดไฟในความอยากได้ อยากมี โชคดีที่ได้สามีที่ดีดูแล อยากทำงานก้อได้ ไม่ทำก้อได้ พี่เลยไม่ทำ อิอิ คือทำมามากแล้วเลยอยากหยุดพักหรือถ้าทำก้อทำแบบไม่บุกหนักเหมือนเมื่อก่อน อาชีพของพี่มองดูเหมือนสบายแต่ไม่ได้สบายอย่างที่เห็น ยืนทั้งวัน จริงมั๊ยนิดหน่อย!! น้องคงเห็นแม่ทำงานมาก่อน อ๊าววว กระทู้นี้จะกลายสะแล้ว อิอิ เป็นกระทู้ชีวิตรันทดของเด็กหญิงเปิ้ลสะดีมั๊ย CryCry
    ขอให้ทุกๆคนในบ้านนี้จงรับผลและโชคดีในอาชีพหน้าที่การงานและครอบครัว...ทุกคนมีความฝัน ไม่มีอะไรเกินเอื้อม ถ้าคนเรามีความมุมานะและอดทน โชคดีจ้า....
     พี่เปิ้ล...คนล่าฝันSmile


-------------
"ทุกชีวิตที่ประสบความสำเร็จ...ล้วนเป็นหนี้บุญคุณอุปสรรค"
apple 1965 & tromso


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 19 May 2011 at 18:59
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=apple_beauty">Avatar เข้ามารับคำอวยพรของพี่เปิ้ลก่อนลย สาธุสาธุ เรื่องความลำบากของอาชีพช่างทำผมนั้นถ้าถามน้องว่าลำบากไม๊น้องก็ขอตอบว่ามันไม่มีอาชีพใดที่สบาย เราคงต้องถามตัวเราก่อนว่าทำไปเพระาอะไร ทำไปเพราะต้องทำ ไม่รู้ว่าจะทำมาอาชีพอะไรแล้ว ความลำบากในอาชีพนั้นนั้นก็อาจจะมีมากขึ้น แต่ถ้าทำไปเพราะรักที่จะทำ ทำแล้วมีความสุขกับอาชีพของเราเราก็จะรู้สึกสุขมากกว่าความรู้สึกลำบากนะคะWink คุณแม่น้องปีนี้อายุ 74 ปี แต่ยังคงนั่งรถจากอ่อนนุชไปสนามม้านางเลิ้งทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ไปทำงานที่ร้าน ไปดูลูกค้าของแม่ แม่บอกว่า แม่คงไปแบบนี้ยันตายเพราะนี่คือความสุข ไปก็เหมือนไปหาไปพูดคุยกับเพื่อน ถ้าต้องอยู่บ้านเฉยๆ มันจะทำให้อายุสั้นเร็ว น่าเบื่อ ไปทำงานได้เจอผู้คน มีเพื่อนพูดคุย ได้เห็นคนสวยสวยเดินออกจากร้านเราทุกทุกวันอะไรมันจะสุขมากไปกว่านี้ได้ (อันนี้แม่น้องพูดนะคะLOL) พี่เปิ้ลโชคดีมากมายแล้วคะ วันนี้มีความสุขที่จะได้พักผ่อนก็พักผ่อนให้สุขสมกับที่เหนื่อยมาเยอะแล้ว แม่น้องเค้าสุขที่ได้เห็นลูกค้าสวยเค้าก็เลือกที่จะสุขแบบนั้น ความสุขของคนเราไม่เหมือนกันเน๊อะพี่เน๊อะWink


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: naruemol_s
Date Posted: 19 May 2011 at 19:36

ร้านคุณแม่พี่นิดหน่อยอยู่แถวสนามม้านางเลิ้งเหรอคะ ชื่อร้านอะไรคะ เผื่อกลับไทยจะได้ไปอุดหนุน บ้านโอ๋อยู่แถวๆ นั้นเลยค่ะ แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่บางบัวทองได้ 10 ปีแล้ว แต่บ้านหลังนี้ปล่อยให้เค้าเช่าอยู่ค่ะ

อยากจะร่วมแชร์ด้วยนะคะ ตอนนี้รับเงินจากสามีเดือนละ 8000 โครน จากแม่สามีเดือนละ 1000 โครน โอ๋จะหมดกับเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวเสื้อผ้า ประมาณเดือนละ 2000 โครน บางเดือนก็ไม่ถึง แต่จะไม่ให้เกิน ที่เหลือก็เก็บอย่างเดียวค่ะ สามีรับหน้าที่ส่งเงินให้ลูกสาวเดือนละ 10000 บาท ส่วนแม่ แม่บอกว่าไม่ต้องส่งมาเค้าทำงาน มีเงิน มีทุกอย่างแล้ว ส่งมาให้ลูกอย่างเดียวพอ แต่คิดว่าถ้าวันข้างหน้ามีงานทำจะส่งให้แม่ ถึงเค้าไม่อยากจะได้ก็ตามTongue


-------------


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 19 May 2011 at 19:46
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Geegie">Avatar พี่เคยคุยกับทางบานาฮาเกนในเรื่องการเรียนการสอนของที่นี่กับของบ้านเรานั้นต่างกันเกือบทุกอย่าง นอร์เวย์สอนให้เด็กรู้จักชีวิต รู้จักการเรียนรู้ พฤติกรรม การดำเนินชีวิต แต่บ้านเราเน้นในเรื่องของวิชาการ เด็กอนุบาลบ้านเราสามารถบวกลบเลขสองหรือสามหลักได้ คูณหารกันได้ เขียนหนังสือ และที่สำคัญเขียนชื่อตัวเองได้ แต่ที่นี่ไม่ เด็กบางคนที่พอจะเขียนชื่อตัวเองได้ก็เพราะทางครอบครัวสอน เด็กบางคนไม่ได้แม้กระทั่งนับหนึ่งถึงสิบ หรืออาจจะได้ก็แค่ท่องเหมือนนกแก้วนกขุนทอง ให้เขียน เขียนกันไม่ได้เลย พี่พูดกับบานาฮาเกนว่าการให้เด็กเรียนมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เรียนให้รู้จักเขียนศูนย์ถึงเก้า ให้สะกด อาร์ เบ เซ .... ได้ เขียนชื่อตนเอง ชื่อพ่อแม่ จำเบอร์โทรที่บ้านให้ได้ แบบค่อยค่อยสอนกันทีละนิดน่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เค้าก็รับฟังนะ แต่เค้าจะคิดยังไงอันนี้ไม่รู้LOL พี่เองเลือกกลับไปตายที่บ้านเราคะ(ถ้าเลือกได้) อยากรวยๆ จะกลับไปทำงานการกุศล ไปสอนเด็กจนจนตามชนบท แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้มีโอกาสรวยกับเค้าซะทีน๊ะน้องน๊ะLOLDead
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=beste%20venn">Avatar พี่มีความเห็นเช่นเดียวกับน้องชุณห์เลยคะ ปีหน้าโลกก็จะแตกแล้วน้องหลุยส์ในตู้ที่ไม่ได้ใช้อะ เอามาแบ่งเพื่อนๆ ถือบ้างก็ได้น๊ะ เดี๋ยวโลกแตก น้ำท่วม น้องหลุยส์ก็จะลอยไปอื่นไปไกลหมด มาให้พี่พี่น้องน้องถือคล้องแขนไว้อย่างน้อยๆ ก็จะได้ลอยติดตัวกันไปชาติหน้าTongue โลกจะแตกแล้วแบบนี้การผลิตบุตรในโครงการณ์สองก็ต้องถูกระงับไว้ก่อนหรือปล่าวคะน้องนนท์Sleepy
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=benzy">Avatar พี่ก็ไม่ถึงกับฟุ่มเฟือนนะคะ เพียงแค่ไม่เคยมีเงินให้เหลือเก็บแค่นั้นเอง ชีวิตเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วคะ สมัยเป็นสาวๆ มีเงินเดือนเป็นของตนเอง พอวันสิ้นเดือนปุ๊ป พรุ่งนี้เป็นวันที่เงินเดือนใหม่จะเข้ามา วันนี้พี่จะเช็คเงินในบัญชีเลยคะว่าเหลือเท่าไหร่แล้วก็จะใช้จนหมดเกลี้ยงโดยให้เหตุผลกับใครต่อใครว่าจะได้ไม่ต้องปวดหัว วุ่นวาย เงินใหม่เงินเก่าปนกันมั่ว ประมาณว่าเป็นคนมีนิสัยไม่ชอบอะไรมั่วๆ อะคะLOLLOLLOL (ตอนนั้นยังอ่อนเยาว์อยู่ยังไม่คิดจะมีครอบครัว ไม่เคยมีภาระอะไรในชีวิต)
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=purple_mei">Avatar เมื่อวานนี้สามีพี่ชวนซื้อทองของนอร์เวย์อยู่นะน้องเหมย ที่เค้าประกาศขายทางโทรทัศน์อะ 3990 โครนต่อหนึ่งเหรียญ แต่พี่ไม่รู้ว่าน้ำหนักมันกี่กรัม ทองบ้านเรามัน 15.16 กรัมเท่ากับหนึ่งบาท ตอนนี้ให้สามีเช็คอยู่ ราคาน่าจะเท่าเท่ากันนะพี่ว่าเพราะนี่เป็นราคาทองคำของตลาดโลก เห็นว่าทองนี้เป็นทองคำเก่าตั้งแต่สมัยสงครามโลกแล้ว ถ้าสั่งจองจะได้ลดราคาลงจากราคาตลาดประมาณหนึ่งพันหรืออะไรนี่หละ ลองให้บิยอห์นศึกษาดูนะถ้าสนใจ
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Sweetiemind">Avatar พี่เล็งน้องเต่าสีชมพูแบบเปิดหลังคาได้ไว้คะน้องมาย แต่ยังไม่มีใครเค้าประกาศขายในฟินเลยอะ ถ้าใครเจอมากระตุกบอกด้วยนะคะ คุณสามีพี่เค้าบอกว่าให้เข้าไปหาดูที่เยอรมันเพราะทางโน้นน่าจะมีเยอะ ว่าจะไปกระตุกถามน้องมาตาอยู่ว่าเวปซื้อรถมือสองของเยอรมันเค้าดูกันที่เวปไหน ก็เล็งไว้เฉยๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ความสามารถจะซื้อได้ พี่ไปทำงานก็เดินไปแค่ยี่สิบนาทีเองคะเลยยังไม่ค่อยอยากได้มากนัก ที่สำคัญที่บ้านโรงรถเล็กจอดได้แค่คันเดียวเองคะ รอเก็บตังค์ได้มากมากซื้อที่ด้านล่างเพิ่มอีกนิด ทำโรงรถด้านล่างเพิ่มจะได้ไม่ต้องหารถขับเคลื่อนสี่ล้อตะกายขึ้นมาจอดที่โรงรถด้านบน ที่สำคัญตอนนี้เลยคือเก็บตังค์ เก็บตังค์LOL
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Thi">Avatar สาวไทยนางนี้เป็นอีกหนึ่งนางที่ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ถือเป็นสาวไทยผู้โชคดีมากกว่าถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่ง เพราะอย่างที่หลายหลายคนพูดว่าถูกรางวัลใหญ่ถ้าไม่รู้จักใช้วันนึงก็คงจะหมดได้ แต่สำหรับสาวไทยนางนี้แล้วเห็นทีจะหมดยาก โชคดีที่ได้สามีดีมากมาก ทำงานเก่ง ขยัน ตะบี้ตะบันทำงาน เที่ยวก็ไม่เที่ยว ดื่มก็ไม่ดื่ม ภรรยาอันเป็นที่รักบอกอะไร สั่งอะไรก็รีบกุรีกุจอทันที คุณป๋าไม่ใช่ดีแค่กับภรรยาหรือลูกท่านเท่านั้น คุณป๋าบ้านนี้ดีกับทุกคนในครอบครัวของภรรยา ดีกับเพื่อนเพื่อนของภรรยา นี่หละมั้งคือรางวัลที่ดีที่สุดที่ชีวิตของผู้หญิงคนนึงพึงอยากได้Sleepy
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=JMaddii">Avatar เรื่องดอกไม้นี่เป็นตัวการในการผลันเงินเราจริงๆ แต่พี่ขอถามน้องชุณห์เรื่องกล้วยไม้หน่อยนะคะว่าปกติแล้วเราควรเลี้ยงเค้าเยี่ยงไร น้ำควรให้มากหรือน้อยเพียงไหน ควรให้อาหารเสริมเค้าหรือปล่าว พอดอกเค้าโรยแล้วเราควรตัดก้านดอกออกไม๊หรือควรทำอย่างไร เพราะพี่เลี้ยงไม่เคยรอดเลยคะ หลังจากดอกโรยแล้วพี่จะตัดก้านดอกออกให้เหลือประมาณหนึ่งฟุต การให้น้ำก็สองสามวันครั้ง แต่ไปเรื่อยๆ รากเค้าก็จะเริ่มมีปัญหา เริ่มจะเน่า ถ้าบางต้นไม่เน่าก็จะไม่เห็นมีดอกเกิดมาอีกเลย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วดอกเค้าจะเกิดกันปีละครั้ง(หรือปล่าว) ตอนนี้ไม่ซื้อกล้วยไม้เข้าบ้านแล้วคะ แพงมากแล้วก็ไม่เคยรอดเลย ไม่เพียงแค่ดอกไม้ในสวน ดอกไม้ในบ้านนะคะที่กินเงินเรา ไหนจะดอกไม้ที่ใส่แจกันในบ้านอีก แต่ทำไงได้ พี่ชอบให้บ้านมีสีสรรค์ดูไม่เหงา ซัมเมอร์ก็ดีหน่อยเพราะตัดดอกไม้ในสวนมาจัดแจกันในบ้านได้Sleepy วันศุกร์นี้เงินเดือนออกก็ตั้งใจจะไปถอยแมคโนเลียมาลงในสวนซักต้อนนึง สนนราคา 799 โครนSleepyDead ก็ชอบอะนะทำไงได้ สรุปแล้วพี่มองหาหนทางออมเงินมากกว่าเดิมแทบไม่เจอเลยนะคะนี่
 
 
 


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 19 May 2011 at 19:55
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=naruemol_s">Avatar น้องโอ๋บ้านอยู่ตรงไหนคะ พี่ย้ายมาอยู่ที่บ้านนี้ตั้งแต่อายุได้ซักเจ็ดขวบเห็นจะได้และอยู่จนจบมหาวิทยาลัย ร้านก็เปิดมาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้เลยคะ พี่เรียนหนังสือก็ราชวินิตมัธยม จบปุ๊ปก็ข้ามฝั่งมาเรียนพาณิชยการพระนครจนจบปวส.แล้วไปต่อม. กรุงเทพฯ แต่ย้ายไปนอนที่บ้านออนนุชหลังจากจบมหาวิทยาลัยแล้วเพราะเดินทางจากทางบ้านโน้นเข้าเมืองจะสะดวกกว่า บ้านที่นางเลิ้งพี่สาวคนโตกับแม่ก็จะเดินทางไปเช้าเย็นกลับทุกวันคะ ไปทำผมร้านคุณแม่พี่ต้องทำใจนะคะเพราะว่าแม่พี่เป็นสาวไทยที่มีอารมภ์ส่วนตัวสูง ทำผมตามใจตนเองมากกว่าตามใจแขก แต่ลูกค้าทุกคนจะรู้ใจหรือประมาณว่าทำใจกันหมดและค่อนข้างรักแกเพราะความเป็นตัวของตัวเอง ปากร้ายนิดๆ แต่ความจริงใจสูงของแม่พี่นี่หละที่แขกยังติดและมาทำกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ สำหรับลูกค้าวัยรุ่นพี่สาวพี่กับลูกน้องก็จะเป็นคนทำให้ซะส่วนใหญ่คะ ไว้จะแวะไปจริงๆ ค่อยถามไถ่กันใหม่นะเพราะถึงตอนนั้นแล้วไม่รู้จะยังไง ร้านจะยังคงอยู่ไม๊LOL น้องโอ๋สบายดีนะคะ โชคดีจังเลยสามีให้เงินเดือนใช้ค่อนข้างเยอะนะคะนั่น แปดพันโครนนี่ค่าใช้จ่ายของตัวเองล้วนๆ เลยไม๊คะ หรือว่านั่นหมายรวมถึงค่าอาหารภายในบ้านด้วย

-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: naruemol_s
Date Posted: 19 May 2011 at 20:30

บ้านโอ๋อยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลมิชชั่นค่ะพี่นิดหน่อย เกิดที่นั่น โตที่นั่น มีสามีคนแรกก็คนแถวนั้นLOL ชอบบ้านหลังนี้มากๆ หาของกินง่าย อยู่ใจกลางเมือง ไปไหนก็สะดวก 

เงินเดือนที่ได้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวค่ะพี่นิดหน่อย เพราะสามีไม่ยอมให้ทำงานเค้าเลยให้เงินค่อนข้างเยอะนิดนึงค่ะ โอ๋อยากทำงาน เบื่ออยู่บ้าน แม่สามีก็บอกว่ามีคนสนใจจะให้ทำงานบ้าน สามีก็ไม่ยอม เบื่อที่จะทะเลาะกับเค้าแล้วค่ะ ของตกแต่งบ้านเล็กๆ น้อย โอ๋จะออกเงินเองค่ะ  เป็นคนชอบแต่งบ้านให้สวยงามอยู่เสมอ ผ้าปูโต๊ะรับแขกเปลี่ยนทุกเดือน เวลามีเทศกาลอะไรก็บ้าแต่งตามเค้าไปหมด เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ค่ะTongue


-------------


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 19 May 2011 at 20:49
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=naruemol_s">Avatar อยู่บ้านพักสวัสดิการรถไฟ หรือบ้านพักข้าราชการตำรวจหรือปล่าวคะ สมัยเด็กๆ เราน่าจะเคยเดินชนกันบ้างหละน่าLOL พี่อยู่ตรงด้านถนนนครสวรรค์คะ ร้านอยู่ทางแถบร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมู อยู่ระหว่าง ธกส. กับสามแยกนางเลิ้ง(สี่แยกไฟแดงทางเข้าด้านหน้าสนามม้า) ชื่อร้านเสริมสวย "สุนีย์" คะ คนเก่าแก่แถวๆ นั้นจะรู้จักกันหมดเพราะร้านเก่าและเจ้าของแก่ ประมาณว่าทั้งเก่าทั้งแก่นั่นเอง ลูกสาวบ้านนี้เดินไปไหนมาไหนไม่มีใครกล้าแซวคะเพราะจิ๊กโก๋ในตรอกไชยาสนิทกัน ประมาณว่ามีจิ๊กโก๋คอยคุ้มกันLOL
 
เรื่องผ้าปูโต๊ะ นี่ก็คืออีกหนึ่งอย่างที่สิ้นเปลืองเงินทองเป็นอย่างยิ่ง เพราะคุณฝรั่งที่บ้านซื้อโต๊ะทานข้าวและอุปกรณ์ห้องรับแขกแบบถูกดังนั้นก็จะต้องใช้้ผ้าปูโต๊ะมาช่วยเพื่อเป็นการตกแต่ง ผ้าปูโต๊ะแบบถูกและหรือแบบที่เค้านำมาลดราคาเยอะเยอะก็จะไม่ทน ถ้าออกแนวปักๆ พอซักครั้งสองครั้งก็จะเป็นย่นย่นยืดๆ ดูไม่สวยแล้วก็ต้องทิ้ง หมดเปลืองกับของพวกนี้มากเช่นกันคะ และของพวกนี้พี่ก็เป็นคนจ่ายเองทั้งหมดเพราะถ้าให้สามีซื้อท่านก็มองที่ราคาถูกไว้ก่อน ความสวยก็สวยในแนวของท่านซึ่งเราไม่ชอบDead ปีนี้บอกกับสามีว่าจะเลิกซื้อของถูกเข้าบ้านแล้ว จะไม่ซื้อของบ่อยเหมือนแต่เดิมแต่จะเลือกซื้อของดีดีที่มีราคาแพงไปเลย ซื้อของถูกๆ เอาเข้าจริงๆ มารวมรวมกันแล้วก็แพงอยู่ดี แป๊ปเดียวก็เบื่อก็ไม่ใช้แล้ว สู้ซื้อของแพง ดีดี ทนทน ใช้ไปนานนานน่าจะดีกว่า(หรือปล่าว) คงต้องดูกันต่อไปคะว่าความตั้งใจในการบริหารเงินให้เป็นระบบของเราเราจะเป็นเยี่ยงไร พี่ไม่ได้ต้องการที่จะมีเงินเก็บมากมาย เพียงแค่อยากให้ตัวเองมีระบบ ระเบียบ รู้ที่มาที่ไปของเงินมากกว่าที่เป็นอยู่ น้องโอ๋โชคดีแล้วคะที่สามีไม่ให้ทำอะไร แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือถ้าวันนึงสามีไปจากเราแบบไม่ได้คาดคิด ไปแบบกระทันหัน เราจะมีชีวิตอยู่ต่อ ณ ต่างแดนแบบไหน อันนี้นู๋ต้องคิดเผื่อไว้ด้วยนะคะเพราะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้กับทุกคน


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Rose
Date Posted: 19 May 2011 at 22:16
ขอเข้าร่วมแก๊งค์เดียวกับน้องแพทและน้องกรีนเงินเก็บไม่มีมีแต่หนี้เพราะตัวสามีเองยังมีหนี้และต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกเค้าอีกสามคน ก่อนเดินทางย้ายถิ่นฐานมาอยู่นอร์เวย์ได้ซื้อบ้านใหม่ให้พ่อแม่อยู่ ราคา 2.5 ล้านบาท โดยขายรถสุดรักรวมกับค่าสินสอดและสามีเก่าช่วยออกอีกส่วนนึงได้เงินมาดาวน์ 800,000 บาท ที่เหลืออีก 1.7 ล้าน ตอนนี้ยังนั่งผ่อนหน้ามืดอยู่เลยอีกนานกว่าจะเป็นไท แต่ก็คิดว่านี่เป็นการออมเงินอย่างนึงเมื่อถึงวันนึงพ่อแม่จากไปเราก็ขายได้เงินก้อนเพราะตัวเองเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่มีมากใช้มากมีน้อยก็ใช้มากอยู่ดีLOLLOLLOL 
 
ที่ผ่านมาสามีเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายภายในบ้านทั้งหมดรวมถึงส่งไปไทยให้แม่พ่อเราใช้และค่างวดบ้านเค้าก็รับผิดชอบให้หมด แต่ช่วงหลังเราได้งานทำและตอนนี้กินเงินเดือนลาคลอดอยู่เราจึงได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่ไทยเองทั้งหมดส่งกลับบ้านประมาณเดือนละ 9,000 โครน ส่วนกินใช้ที่นี่สามีจ่ายให้เหมือนเดิมเงินเดือนที่พอจะมีเหลืออยู่บ้างก็หมดไปกับการเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวและพ่อแม่ที่ไทยปีละ 2 ครั้ง ตอนนี้จึงไม่มีเงินเก็บแต่ชีวิตก็มีความสุขที่ได้เห็นพ่อแม่อยู่สบายไม่ต้องหนื่อยทำงานSmileSmile


-------------
โรส 1977, Lier, Norway:)


Posted By: naruemol_s
Date Posted: 19 May 2011 at 22:18

ขำพี่นิดหน่อย่อะLOLLOL เล่าอะไรต้องมีความฮามาสอดแทรกอยู่เสมอ ท่าทางเป็นคนไม่เครียด อารมณ์ดีนะคะ พูดถึงโรงเรียนราชวินิตก็ใกล้บ้าน แม่ก็อยากจะให้เรียนที่นี่ แต่ตอนเด็กๆ หนูเป็นทอมค่ะพี่LOL เลยไปสอบเข้าโรงเรียนสายปัญญาซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วน แต่พี่นิดหน่อยเก่งนะคะ พณิชยพระนครสอบเข้ายากมากกก คนแถวบ้านนี่ถ้าใครเรียนโรงเรียนนี้จะเป็นอะไรที่เก่งมากก หนูเคยไปสอบเข้าตอนจบจากสายปัญญา แต่สอบไม่ติดDead เลยไปต่อโยนออฟอาร์ค คอมเมอร์เชียล

บ้านโอ๋อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลมิชชั่นฝั่งที่ติดกับบ้านมนังคศิลาค่ะพี่นิดหน่อย อยู่ตรงตลาดมหานาคเลย
โอ๋ก็คิดเหมือนพี่นิดหน่อยอ่ะค่ะ ถ้าวันหนึ่งสามีเป็นอะไรไป เราจะอยู่อย่างไร แต่มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยออกความเห็นค่ะ คือ พี่สาวหนูเอง เค้าเปิดร้านอาหารเอเซียอยู่เมือง Verdal  พี่สาวบอกว่าถ้าถึงวันนั้น ก็มาช่วยเค้าขายของ มาเป็นลูกจ้างพี่สาว 
แต่โอ๋กะว่าพอเรียนจบจะหางานทำค่ะ โอ๋จะไม่ยอมอยู่เฉยๆ ไปตลอด ตอนนี้ก็ยอมๆ เค้าไปก่อน ต่อไปเค้าต้องยอมเราค่ะBig smile
เมื่อกี้คุยกับสามีว่า ฉันอ่านมาจากเวปเลดี้ สาวๆ เค้าออมเงินกันเก่ง ทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ค่าอาหาร อื่นๆ ทีนี้ก็เลยถามเค้าว่า เรามาลองทำบัญชีค่าอาหารกันก่อนมั๊ย ควรจะกำหนดเดือนละเท่าไหร่ เค้าบอกอยากกินอะไรเท่าไหร่ก็กินไปเถิด ไม่ต้องมากะเกณฑ์ว่าจะกินเท่าไหร่ คนเราจะอยู่กันอีกนานเท่าไหร่ จะตายวันนี้พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ Dead ความคิดแกไม่ค่อยจะเหมือนคนอื่นเค้าเล๊ย


-------------


Posted By: benzy
Date Posted: 19 May 2011 at 22:58
d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar   ฮิฮิ บางทีคนเรามันก็ต้องใช้ชีวิตกันบ้างนะค่ะพี่นิดหน่อย เบ็นซ์เล่าให้แฟนฟังเรื่องวิธีการออมเงินของสาวๆบ้านนี้  เค้าเลยบอกว่าออมนะดีแต่อย่าให้มากเกินไป ส่วนเรื่องกล้วยไม้ ขอออกตัวก่อนนะค่ะว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่พอดีที่บ้านมีอยู่สองต้นนะค่ะ ต้นนึงได้มาจากญาติตอนงานแต่งงาน นับจากวันที่ได้มาถึงวันนี้ก็สามเดือนกว่าๆแล้ว ตอนนี้ดอกยังสวยอยู่เลยไม่ร่วงเลยซักดอกนึงค่ะ แล้วยังแตกก้านใหม่ให้ดอกชุดใหม่ให้ชื่นชมเพิ่มอีกสองก้าน  อีกต้นนึงได้กลับมาจากแม่สามี เป็นต้นที่เบ็นซ์ซื้อให้เค้าตอนมาเที่ยวรอบที่แล้วพอดอกหมด มันก็ไม่เคยออกดอกอีกเลย แม่สามีคงหมดหวังเลยเอามายกให้เบ็นซ์ดูแลแทน  เบ็นซ์ก็ตัดกิ่งที่เค้าเคยมีดอกทิ้งแล้วก็ตั้งไว้ข้างๆกัน ตอนนี้เค้าแทงก้านใหม่ขึ้นมายาวแล้วมีดอกเล็กๆติดอยู่ประมาณหกเจ็ดดอก เบ็นซ์เลยคิดว่าเค้าชอบอยู่ในที่ๆได้แสงแดดบ้างแต่ไม่จัดมาก ไม่โดยแดดตรงๆ  เพราะหน้าต่างบานที่เบ็นซ์ตั้งเค้าไว้ มีแสงแต่พระอาทิตย์ไม่เคยส่องกระจกด้านนี้จะๆ นะค่ะ ส่วนการรดน้ำเบ็นซ์จะรดน้ำเค้าสัปดาห์ล่ะครั้งนะค่ะ  หลังให้น้ำเช็คที่ก้นกระถางนิดนึงนะค่ะว่าน้ำไหลลงมาขังอยู่ที่ก้นกระถางมากไหม เพราะกล้วยไม้ชมชื้นแต่ไม่ชอบแช่นะค่ะ เดี๋ยวรากเน่า แต่ช่วงหนาวมากๆเบ็นซ์ใช้วิธีเอามือจิ้มดินดูค่ะถ้าดินแห้งจัดก็รดน้ำแม้จะไม่ถึงสัปดาห์ก็ตาม ใส่ปุ๋ยน้ำเดือนล่ะครั้ง สัปดาห์ไหนใส่ปุ๋ยก้ไม่รดน้ำแล้วค่ะเพราะปุ๋ยต้องผสมน้ำอยู่แล้ว ลองดูนะค่ะพี่ เบ็นซ์ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหน  แต่มันให้ผลกับกล้วยไม้ที่บ้านดีมากๆเลยค่ะ Smile


-------------
Benz,Bergen,1979


Posted By: JMaddii
Date Posted: 19 May 2011 at 23:00
ตามประสบการณ์และก็ลักษณะของบ้านที่เลี้ยงกล้วยไม้ 

กล้วยไม้ชอบแดดอ่อนๆ อากาศไม่อบอ้าว ถ้าเปิดประตูให้ลมโกรกอาทิตย์ละครั้งก็ช่วยได้  อย่าวางเขาไว้ใกล้หน้าต่างที่แดดส่องจัดๆ  หรือหน้าต่างที่มีเครื่องทำความอุ่นด้านล่าง 

กล้วยไม้อาบน้ำให้สัปดาห์ละครั้ง คือ เปิดน้ำจากก๊อกให้ไหลผ่านทะลุทะลวงไปถึงราก สักสองสามนาที แล้วปล่อยให้น้ำแห้ง ค่อยยกมาวางที่เดิม (น้ำไม่ต้องเปิดแรงนะคะเบาๆ )

ดอกที่ร่วงไปหมดแล้ว ตัดก้านค่ะ  ส่วนใหญ่จะตัดเกือบถึงโคน   

เมื่อก่อนซื้อกล้วยไม้ หลังๆ ก็ขอกล้วยไม่จากคนที่เขาไม่เอาแล้ว มาดูแล บางคนก็ว่า 3 ปีแล้ว มีแต่ใบ  แต่เอามาไว้ที่บ้าน เขาก็งอกมาใหม่ทุกต้น พอออกดอกแล้วก็เอาไปคืนเจ้าของเขา  เหมือนเป็นโรงพยาบาลกล้วยไม้มากกว่า Big smile  พอเราเห็นเขางอกออกมาก็มีความสุข จากนั้นก็รอลุ้นว่าเขาจะออกมาสีอะไร ก็ตื่นเต้นมาก  พอเอาไปคืนให้เจ้าของเขายิ่งตื่นเต้นใหญ่  LOL LOL

ก่อนย้ายมาทรอนด์ไฮม์ก็ยกให้แม่ย่าทั้งหมด 40 ต้น ที่เป็นของตัวเอง แล้วแต่เขาจะเอาไปแจกจ่ายใคร ถือว่าแบ่งปันความสุขเล็กๆ น้อยๆ 

ปล. ไม่ได้ใส่ปุ๋ยหรือให้อาหารพิเศษนะคะ เขางอกมาเอง อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่บ้านเราสบายใจมั้งLOL





-------------
กุลีน้อยแห่งบ้านป่าหมาเมิน Fredrikstad, Norway



Posted By: benzy
Date Posted: 19 May 2011 at 23:18
d.asp?u=purple_mei">Avatar  ไม่รู้ที่นอร์เวย์มีโจรหรือเปล่า  แต่เบ็นซ์ว่าก็ยังอุ่นใจกว่าเก็บไว้ห่างมือที่มือไทยนะค่ะ ฮิฮิ ไว้มีเยอะๆค่อยเอาไปแอบฝังดินไว้ใต้ถุนบ้านดีไหมค่ะคุณเหมย ฮิฮิLOL

-------------
Benz,Bergen,1979


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 19 May 2011 at 23:53
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=JMaddii">Avatar พี่ขอเล็งพื้นที่ที่จะวางน้องกล้วยไม้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเค้ามาเลี้ยงอีกซักหนึ่งรอบนะคะ เพราะหน้าต่างห้องรับแขกที่บ้านนั้นแดดส่องมาตรงๆ เลยคะ แดดทั้งวันและแรงมากมาย ถ้าเอาเค้าไปหลบที่อื่นก็จะมีทางลงบันไดชั้นใต้ดิน ทางนั้นอากาศค่อนข้างเย็น เคยเลี้ยงไว้ตรงนั้นแล้วพอเค้าออกดอกแล้วก็ไม่เคยออกอีกเลยเลยย้ายขึ้นมาในห้องรับแขก ย้ายมาได้ซักสามเดือนมั้งก็มีอาการเหมือนไม่รอด พอกลับไทยก็ตายสนิทเลยคะDead
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=purple_mei">Avatar นอร์เวย์อะมีโจรหรือปล่าวไม่รู้ แต่ที่รู้รู้อะว่าออสโลว์นั้นขโมยกับโจรมากที่สุดในนอร์เวย์นะน้องนะSleepy ยิ่งพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติมากมากด้วยยิ่งน่ากลัววววว กลัวอ๊ะป่าว ถ้ากลัวก็ส่งมานี่เดี๋ยวดูแลให้LOL
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=benzy">Avatar ถ้าแฟนน้องเบ็นซ์ได้พี่เป็นภรรยา ชีวิตเราสองคนคงหรรษาปาจิงโกแบบห้ามกันไม่หยุดฉุดกันไม่อยู่เลยทีเดียวเชียวLOL พอพี่บอกกับสามีว่าพวกเราคุยเรื่องการออมเงิน การบริหารเงิน สามีพี่ท่านถามว่า "เอ่อคุณครับ เวปนี้เค้าคุยเรื่องที่เป็นสาระกันเป็นด้วยเหรอคะ"Dead แรงงงงงงงส์ ไม๊ละฝรั่งบ้านนี้ เซ็งจิตได้อีก แต่ท่านก็แอบดีใจนะคะที่ภรรยาของท่านเริ่มคิดเป็น
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=naruemol_s">Avatar บ้านนี้มีด้วยกันห้าสาว สี่สาวเรียนพาณิชยการพระนคร อีกหนึ่งสาวเค้าหัวดีมากมายและเค้าอยากเรียนสาย4-5 ไม่ชอบสายพาณิชย์ (ซึ่งพี่เองก็ไม่ชอบแต่ตามใจพ่อกับแม่ เพราะท่านคงมองแล้วว่าถ้าส่งมันเรียนสี่ห้า คงไปไม่ถึงไหนหรือมีแววว่าจะไม่รอดแหงๆLOL)


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: kopattra
Date Posted: 20 May 2011 at 03:57
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">
 
Avatar
 
วิธีการรดน้ำกล้วยไม้ แม่สามีเคยบอกไว้ให้เปิดน้ำจากก๊อกอุ่น ๆ นิดหน่อยรดผ่านกระถางดอกกล้วยไม้ให้พอน้ำไหลผ่านกระถางได้และให้นำกระดาษทิชชู (แผ่นใหญ่) ราวๆ 2 แผ่นวางไว้ก้นกระถางอีกทีค่ะ รดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง แต่เปลี่ยนกระดาษทิชชูทุกครั้ง  
 
ตอนนี้ดอกยังออกตลอดค่ะจากที่เคยทำมา


-------------
NOI #1974_Eide


Posted By: Geegie
Date Posted: 20 May 2011 at 04:00
Originally posted by Nidnoi_Aalesund

พี่เคยคุยกับทางบานาฮาเกนในเรื่องการเรียนการสอนของที่นี่กับของบ้านเรานั้นต่างกันเกือบทุกอย่าง นอร์เวย์สอนให้เด็กรู้จักชีวิต รู้จักการเรียนรู้ พฤติกรรม การดำเนินชีวิต แต่บ้านเราเน้นในเรื่องของวิชาการ เด็กอนุบาลบ้านเราสามารถบวกลบเลขสองหรือสามหลักได้ คูณหารกันได้ เขียนหนังสือ และที่สำคัญเขียนชื่อตัวเองได้ แต่ที่นี่ไม่ เด็กบางคนที่พอจะเขียนชื่อตัวเองได้ก็เพราะทางครอบครัวสอน เด็กบางคนไม่ได้แม้กระทั่งนับหนึ่งถึงสิบ หรืออาจจะได้ก็แค่ท่องเหมือนนกแก้วนกขุนทอง ให้เขียน เขียนกันไม่ได้เลย พี่พูดกับบานาฮาเกนว่าการให้เด็กเรียนมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เรียนให้รู้จักเขียนศูนย์ถึงเก้า ให้สะกด อาร์ เบ เซ .... ได้ เขียนชื่อตนเอง ชื่อพ่อแม่ จำเบอร์โทรที่บ้านให้ได้ แบบค่อยค่อยสอนกันทีละนิดน่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เค้าก็รับฟังนะ แต่เค้าจะคิดยังไงอันนี้ไม่รู้LOL พี่เองเลือกกลับไปตายที่บ้านเราคะ(ถ้าเลือกได้) อยากรวยๆ จะกลับไปทำงานการกุศล ไปสอนเด็กจนจนตามชนบท แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้มีโอกาสรวยกับเค้าซะทีน๊ะน้องน๊ะLOLDead

เห็นด้วยค่ะ  แต่จีว่ามันเป็นเพราะการแข่งขันมันต่างกันด้วยมั้ยค่ะ  บ้านเราการแข่งขันสูงกว่า เลยเน้นให้ความสำคัญกับงานวิชาการมากกว่า(เ้น้นผิด)  หากทำได้ก็อยากทำโรงเรียนแบบที่สอนทั้งทางโลกและทางธรรมนี่แหละค่ะ  มีตัวอย่างเยอะมากทั้งโรงเรียนของ ดร.อาจอง ของหนูดี วนิษา เรซ  ตอนนี้ก็ไปฝึกสอนที่วัดไทย เก็บประสบการณ์ไปก่อน อนุโมทนากับความตั้งใจดีของพี่ด้วยค่ะ   และต้องขอโทษด้วยคะ่ ทำกระทู้พี่กลายพันธุ์ไปเสียแล้ว  Big smile


-------------
Oslo
---
ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มาก ๆ



Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 20 May 2011 at 22:50
ปีนี้ถูกประเมินภาษีไว้ 17 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งข้าพเจ้าเองมองว่าน่าจะต่ำเกินไปและมีหวังจะต้องถูกจ่ายเพิ่มในปีหน้าเป็นแน่แท้เลยทำเรื่องขอคำนวณภาษีใหม่ เมื่อวานนี้ได้รับซองกลับมา สรุปว่านับแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป(เพราะเดือนนี้เงินเดือนออกแล้วในวันนี้) ข้าพเจ้าจะต้องเสียภาษี 39 เปอร์เซ็นต์SleepyDead สมใจนึกกันเลยทีเดียวเชียว ทำงานได้สองหมื่นเสียภาษีซะ7800 เหลือไว้ให้ใช้แก้เซ็ง 12200 โครนOuch

-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: natacha_sea
Date Posted: 21 May 2011 at 03:24

ได้อ่านข้อมูลข้างบนแล้วก็ถือว่าเป็นประโยชน์ให้กับหลายๆๆคนที่ต้องการจะออมเงิน หรือว่ากำลังจะออมเงินบ้าง ซึ่งการออมเงินก็เป็นข้อดีสำหรับอนาคตข้างหน้าของสาวๆๆที่มาอยู่ต่างประเทศ สำหรับตัวข้าพเจ้าเองนั้นตอนนี้ยังไม่มีงานทำเพราะเพิ่งมาอยู่ ทุกวันนี้สามีก้อยังส่งเงินกลับบ้านให้เหมือนเดิมตั้งแต่แรกพบ มาจนถึงบัดนาวก้อเข้า 7ปีแล้ว แต่ก้อมีทรัพย์สินที่ได้เป็นของตัวเองก่อนแต่งแบบสบายๆๆ ( แต่ไม่ได้หามาด้วยลำแข้งตนเอง )หลักในการเก็บเงินของข้าพเจ้าก้อคือ สามีจะส่งกลับบ้านให้ประมาณ 30,000 บาท ฝากรายเดือน ออมสิน เดือนละ 5,000 บาท หลังจากครบสองปีแล้วก็อจะเอาเงินที่ได้ไปซื้อสลากออมสิน ต่อ แล้วก้อจะสมัครแบบรายเดือนอีกจนครบสองปีก้อจะซื้อสลากออมสินไปเรื่อยๆๆทำแบบนี้มาตลอด 4-5ปี ตอนนี้ซื้อสลากออมสินไปแล้วเกือบ 3-4 แสน แล้วค่าใช้จ่ายทางไทย ทั้งโทรศัพท์ อินเตอร์เนต ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่ายูบีซี ค่าประกัน แม่บ้านทำความสะอาด รวมๆๆไปแล้วก้อประมาณ  15,000 เพราะต้องจ่ายให้ทางบ้านแม่ด้วย  ที่เหลือก้อให้ครอบครัวและส่งน้องชายเรียนให้จบ  อยู่ที่นี่ตอนมาเที่ยวก้อได้เงินจากที่ซื้อกับข้าวเก็บไว้บ้าง ก้อพอมีเงินติดตัวบ้างตอนกลับไทย แต่คราวนี้มาอยู่เลยก้อพยายามเก็บหอมรอมริบไว้ ใช้ 80 เก็บ 20 เอา ทองก้อมีเก็บตอนแต่งงาน และซื้อเก็บไว้บ้างตอนไปไทย คนเราหากเก็บมากไม่ได้ก้อพยายามเก็บทีละเล็กทีละน้อย นานๆๆไปก้อได้เยอะเหมือนกันค่ะหากรู้จักออม



-------------
Na-Ta-Cha ( นัท )1 February1980

ความสวยงามแสดงออกมาเพียงภายนอกเท่านั้น แต่ความจริงใจเท่านั้นที่มีให้ด้วยความมั่นคง


Posted By: purple_mei
Date Posted: 21 May 2011 at 15:44
พี่นิดหน่อย เมือวานอีแม่ก็พูดแบบนี้แหละ แต่ว่าถึงโจรมาก็หาไม่เจอเพราะมันเล็กมาก ประมาณว่าเท่าหนวดกุ้งแหละเจ้ แต่ว่านอนสะดุ้งอยู่ทั้งคืนยี่งพี่นิดหน่อย กับอีแม่มาพูดให้กลัวแบบนี้ จะเอาไปฝังดินๆไว้ดีกว่า อิๆๆLOL ว่าแล้วก็ตัวไปทำงานก่อนนะค่ะ เข้างสนเที่ยงค่ะ 
ชอบกระทู้นี้ได้เรียนรู้วิธีการออมแบบต่างๆๆจะได้เอามาปรับใช้กับของเราเอง ขอบคุณเจ้ ที่ตั้งกระทู้นี้นะค่ะ 


-------------
Mei 1977 Oslo


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 22 May 2011 at 17:24

วันนี้มีคำถามเรื่องการลดหย่อนภาษี เพราะมองว่าถ้าต้องเสียภาษีมากมากข้าพเจ้าอาจจะหาเรื่องเป็นหนี้เพิ่ม การลดหย่อนภาษีนั้นสามารถลดหย่อนได้เท่าไหร่ต่อปี เงินกู้ประเภทไหนที่นำมาลดหย่อนได้บ้างคะ

 


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Patoslo
Date Posted: 23 May 2011 at 01:15
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar แพทก็อยากรู้เหมือนกันพี่นิดหน่อย อย่างมีลูกเราเอามาลดหย่อนภาษีได้หรือเปล่า เพราะนี่ยังไม่คลอด พ่อแม่ก็หมดไปหลายหมื่นแล้วเหมือนกัน นี่ถ้าคลอดออกมาจะหมดไปอีกเท่าไหร่ ไม่อยากคิดเลยConfused

-------------
แพท..Oslo:March 1979


Posted By: tju2
Date Posted: 23 May 2011 at 05:02
http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=17894 - http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=17894
แตงเคยเขียนไว้ในทู้นี้อ่ะค่ะSmile
แบบว่าขี้เกียจเขียนอีกอ่ะBig smile


-------------
แตง 1973_ Asker

http://tju.bloggang.com - มารู้จักกันมากขึ้นที่ Bloggang


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 23 May 2011 at 13:19
ตามที่น้องแตงเคยตอบไว้ในลิงค์ที่นำมาแปะข้างบน(ยกมาแปะไว้ให้ก่อนค่อยกลับมาอ่านหลังเลิกงานน๊ะ)Sleepy
 
มีค่ะวิธีการคล้ายๆของไทยเราแต่แตกต่างกันในรายละเอียด
-ค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้(Minstefradrag til egen inntekt) 36% จากเงินได้ แต่ไม่เกิน kr 72.800 และขั้นต่ำ kr 31.800(ค่าลดหย่อนผู้มีรายได้อยู่ระหว่าง kr 31.800-72.800 )
-ดอกเบี้ย ที่เกิดจากการซื้อทรัพย์สินต่างๆค่ะ เช่น ดอกเบี้ยการการกู้เพื่อซื้อบ้าน เค้าจะมีเอกสารแนะนำมาพร้อมกับ Selvangivelse ของคุณอ่ะค่ะ
ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมคนในครอบครัวหรือเพื่อน
-ค่ารักษาที่เกิดจากการเจ็บป่วยได้ไม่เกิน 9.180(อันนี้กรณีผู้มีเงินได้เป็นคนปกติ ที่มีรายได้)
 
ส่วนของบุตร
-ค่า Barnehagen หักลดหย่อนได้ไม่เกิน kr 25.000 ต่อเด็กหนึ่งคนกรณียื่นรวม (แยกยื่นก็แบ่งคนละครึ่ง kr 12.500)
 
-ค่าใช้จ่ายเดินทาง ส่วนที่เกิน 13.700 คำนวณตามระยะทางคำนวณได้เท่าไหร่หักด้วย -13.700 ที่เหลือก็ถือเป็นค่าลดหย่อนได้เหมือนกัน
-Fagforening (ค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับวิชาชีพ) อันนี้ไม่แน่ใจว่ากรณีผู้มีเงินได้ที่จ่ายค่าใบวิชาชีพหรือเปล่านะคะ รอคนมี่เคยใช้ค่าลดหย่อนตัวนี้มาแนะนำเพิ่มเติมค่ะ
 
ของนอร์เวย์รู้สึกจะไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนะคะ
แต่เค้าจะมี
 
-Arbeidsgiveravgift อันนี้เป็นรายการหัก ที่นายจ้างจะต้องจ่าย คำนวณ(ตามเปอร์เซ็นต์)จากเงินเดือนลูกจ้าง และยื่นคอมมูน
พอลูกจ้างเจ็บไข้ได้ป่วย คลอดบุตร ลูกไม่สบาย เราจะได้เงินส่วนนี้แหละคืนมาจากคอมมูน แต่เค้าไม่ได้หักจากลูกจ้าง รวมทั้งเมื่อเราตกงาน
-Ferielønn (เราจะได้ประมาณ 12% ของรายได้ทั้งปี)
 
ซึ่ง 2 ส่วนนี้เค้าก็ไม่ได้หักจากเงินเดือนเรา แต่นายจ้างต้องเป็นคนรับผิดชอบ
 
ส่วนกรณีที่เราซื้อกองทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุน เปิด ปิด ระยะ ยาวหรือระยะสั้นต้องอ่านรายละเอียดอีกทีหนึ่งค่ะ ต้องแสดงด้วยเหมือนกันถ้าเรามีซื้อ มีขาย ขายมีกำไร ขายขาดทุน อะไรพวกนี้มีเหมือนกัน
 
ต้องมาอยู่ เราจะค่อยๆรู้ไปเองค่ะไม่ต้องกังวลล่วงหน้าBig smile
เรามีรายได้ ก็ต้องเสียภาษี ถึงตอนนั้นถ้าเงินเดือนเราเยอะเสียภาษีมากเกินไป จะมาวางแผนภาษีตัวเองก็เป็นการดีค่ะ
 
แต่กรณีว่าเราจะแยกยื่น หรือยื่นรวมถึงจะดีได้ประโยชน์สูงสุด อันนั้นสรรพากรเค้าคำนวณเปรียบเทียบและเลือกอันที่เราเสียภาษีน้อยกว่าให้เราอัตโนมัติอยู่แล้วค่ะไม่ต้องกังวล เค้าคำนวณใบภาษีมาให้เราเรียบร้อย
นอกจากว่าเรามีค่าใช้จ่ายหรือดอกเบี้ยบางอย่างที่เค้าคำนวณตกหล่นไปเราก็แก้ไขตัวเลขใหม่ได้พร้อมแสดงหลักฐานประกอบ
 
 


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 23 May 2011 at 13:26
ในส่วนค่าลดหย่อนของบุตรสามารถลดได้เพียงค่าบานาฮาเกนอย่างเดียวเหรอคะ ในกรณีที่ลูกเราโตเกินกว่าเข้าบานาฮาเกนแล้วละ
 
 


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Melody
Date Posted: 23 May 2011 at 13:47
เข้ามาเก็บข้อมูล กระทู้นี้มีประโยชน์มากค่ะ เห็นพี่ๆแต่ละคน ใช้เงินคุ้มค่า เก็บเงินเพื่ออนาคต
ได้อ่านแล้วปลื้มค่ะ มีเงินเก็บ แถมยังได้ช่วยเหลือครอบครัวของเราที่เมืองไทยด้วย หญิงไทยเก่งที่สุดในโลกเลยSmile


-------------
ich liebe dich und kann nicht aufhören an dich zu denken.Du fehlst mir so sehr ,Ich Liiebe dich meiin schatz <3 =)


Posted By: Opal&Fredrik
Date Posted: 27 May 2011 at 11:06
เข้ามาแอบอ่านค่ะ ส่วนปอไม่มีเงินเก็บเหมียนกัน คริคริ
 
ห้าเดือนแรกตอนย้ายมายังไม่ได้ทำงาน ได้เงินค่าขนมจากคุงแฟนไปโรงเรียน ประมาณสัปดาห์ 100-200 โครน ยังอุตส่าห์แอบเก็บไว้ตามซอกตู้ซอกหลืบ ได้ตั้งเกือบสามพันโครน
หลังจากเริ่มทำงาน มะเคยเห็นเงินจากคุงแฟนอีกเลย ยกเว้นตอนวันเกิด ฮ่าฮ่า
 
ปีที่แล้วยังพอมีเงินเก็บบ้าง หลักการก็เงินเดือนเข้าปุ๊บก็แยกเข้าบัญชีเงินเก็บเลย
ที่เหลือเป้นค่าใช้จ่ายส่งให้คุณแม่คุณพ่อที่ไทย ทำบ้านให้คุณแม่ ส่งน้องเรียน ส่งใช้หนี้ธกส.ประจำปีให้คุณแม่ประจำทุกปี ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ค่าประกันภัยรถ-เดินทาง ค่าแชร์(รอเปียมือสุดท้าย) และค่าใช้จ่ายตัวเอง ยังไม่มีบ้านของตัวเองก็ไม่มีหนี้บ้านอะไร ส่วนคุงแฟน ก็ส่งค่างวดรถ ค่าอินเตอร์เน็ต และค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเขา
ปอกะคุงแฟนจะมานั่งไล่ค่าใช้จ่ายในบ้านร่วมกันว่ามีอะไรบ้างที่ได้ใช้ร่วมกัน
แล้วก็จะแบ่งบิลฯกันไป จ่ายเท่าๆกัน
       ค่าใช้จ่ายหลักๆก็จะมี ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม ของใช้ในบ้าน
       ค่าน้ำมันรถ งวดรถ อินเตอร์เน็ต+ทีวี ค่าน้ำค่าไฟ(อยู่บ้านพ่อเขา ช่วยพ่อจ่าย)
       ค่าประกันต่างๆ เช่น ประกัน รถ-การเดินทาง ทรัพย์สินในบ้าน
       ค่าเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ตกแต่งบ้าน ก็จะแบ่งกันออกเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ปอก็จ่าย เพราะชอบซื้อ อิอิ
      เงินออมร่วมกัน ไว้ใช้ยามฉุกเฉินและกิจกรรมร่วมกัน เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเดินทางไปเที่ยวด้วยกัน ( ปัจจุบันเงินส่วนนี้เอาออกมาแบ่งกันใช้หมดแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นค่อยมาแบ่งกันออกอีกที เลิฟทูแชร์ จริงๆ ฮาฮ่า)
 
ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้ร่วมกัน เช่น โทรศัพท์ ค่าหาหมอ ทำฟัน หรือ เบ็ดเตล็ดอื่นๆ ที่มาเป็นระลอก ก็ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว รับผิดชอบของใครของมัน
 
แต่ส่วนทางส่งไปไทยหรือจะหนี้สินปัญหาอะไรที่ไทยก็จะไม่เกี่ยวกับเขา หลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆและส่วนที่เก็บออมร่วมกันออกแล้ว ปอก็จะแบ่งเก็บส่วนตัว ส่งไปไทย แล้วก็ค่อยเป้นค่าใช้จ่ายส่วนตัว-ช้อปปิ้ง และเบ็ดเตล็ดทั่วไป ในส่วนที่เหลือ มีเหลือเท่าไหร่ก็ใช้แค่นั้น
แฟนปอกะปอจะแตกต่างกัน ของแฟนปอ เค้าจะใช้ก่อนเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ แต่ปอจะแบ่งเก็บก่อน เหลือเท่าไหร่ค่อยใช้ สรุปผล คือ ปอมีเงินเก็บเป็นประจำทุกเดือน แต่แฟนปอไม่มีเก็บเลย
แค่นี้ก็รู้แล้วว่า ระบบใครดีกว่าใคร
 
แต่ที่สำคัญ คือ การทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำวันค่ะ รู้ที่มาที่ไปของเงินแน่นอนชัดเจน ปอทำมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียน จนกระทั่งทุกวันนี้ วางแผนการใช้เงินไว้ตั้งแต่เงินเดือนยังไม่ออก แล้วก็รู้เลยว่า จะเหลือเงินไว้ใช้ส่วนตัว-ช้อปปิ้ง-ฟุ่มเฟือยได้เท่าไหร่ ในเดือนนั้นๆ แค่นี้เราก็สามารถวางแผนได้ว่า เงินเดือนออกมา จะไปไหน ช้อปปิ้งอะไรได้บ้าง เดือนนั้นๆจะอยู่แบบอดๆหยากๆ หรืออยู่แบบราชา ฮ่าๆๆ  
 
แต่มาปีนี้นึกได้ว่า ปีหน้าโลกจะแตกแล้วเลยใช้เงินเกลี้ยงแบ้งค์ทุกเดือน ไม่ได้เคร่งครัดกะระบบบัญชีรายรับรายจ่ายมากเท่าไหร่ สรุปผลคือ ปัจจุบันเงินเก็บ บ่มี ( มีแต่เงินเก็บเก่าจากปีที่แล้ว แล้วมันก็อันตรธานหายไปหมดแล้ว เพราะปัญหาของครอบครัวที่เมืองไทย)  เหมียนๆกะคุณแม่นนท์นั่นแหละค่ะ แต่คุณแม่นนท์ยังมีแอบเก็บไว้ให้น้องภีมอยู่น่ะ แอบรู้มา ฮิฮิ
 
( ปกติทำงานจะได้เงินเดือนบวกเงินเวรเอ๊กซตร้า หลังหักภาษี+เพนชั่น+สมาชิกสภาฯแล้วจะได้รับ
 ไม่ต่ำกว่า 20000 kr. ต่อเดือน แต่ช่วงสามเดือนที่ต้องฝึกงาน ไม่ได้ขึ้นเวรเอ๊กซตร้าเพิ่ม รับเฉพาะเงินเดือน( ตำแหน่งพยาบาล 63,22%)  ที่หักอะไรต่อมิอะไรแล้ว เหลือแค่ประมาณ 17000 ต่อเดือน รับไม่ได้ เหะเหะ เงินแทบไม่พอใช้ เอิ๊กๆ ปีที่ผ่านมา 2010 มีรายได้รวมประมาณ 354000 โครน หักภาษีไปประมาณแสนนึง เหลือประมาณสองแสน รวมส่งกลับไทยค่าใช้จ่ายที่ไทย ทั้งทำบ้าน ทั้งให้คุณแม่และจิปาถะ ประมาณแสนโครน  ใช้ที่นอร์เวย์ประมาณห้าหมื่น และเก็บได้ประมาณห้าหมื่น นี่คือบทสรุปของหนึ่งปีที่ผ่านมาค่ะ)
 
 ปล. แก้ไขเพิ่มเติมตรงตัวแดงๆค่ะ


-------------

Opal&Fredrik ; Fredrikstad, Norway ; 1979


Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 27 May 2011 at 23:59
Avatarรายได้ดีดีแบบนี้น้องปอโดนภาษีกี่เปอร์เซ็นต์คะเนี่ย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาวคนขยันและกตัญญูของบ้านนอริเกะ

-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Opal&Fredrik
Date Posted: 28 May 2011 at 08:00
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar    พี่นิดหน่อยคะ ขอบคุณที่ชมว่าว่าขยันและเป็นลูกกตัญญูนะคะ เรื่องภาษีของปอโดนหักภาษีตามตารางเขาน่ะค่ะ Skatteklasse 2F Tabellnr.7100  Prosent 36 อ่ะค่ะ แต่ว่าปีที่ผ่านมาปอเอาใบภาษีไปให้ที่ทำงานไม่ทันเลยโดนหักไป 50% ตอนเดือนมกรา แล้วพอช่วงสามเดือนปลายปี เนื่องจากปอเปิดบริษัท ปอเลยไปทำเรื่องขอยื่นหักภาษีใหม่ เค้าเลยมาหักของปอใหม่ ช่วงสามเดือนหลัง มันเลยดูเหมือนโดนหักไปไม่เยอะมาก นี่ปอก็รอดูอยู่ว่าจะโดนเก็บภาษีเพิ่มอีกเท่าไหร่ เพราะปี 2010 ที่ผ่านมา ปอมีรายได้รับจาก รพ. ที่เดียว 354762  โครน เขาหักภาษีไปทั้งหมดแค่ 93747 โครน คิดเป็นเปอรฺเซ็นต์ก็แค่ 26,43% ปอเลยคาดว่า ปอคงจะต้องจ่ายเพิ่มน่ะคะ คงจะได้เอาเงินพักร้อนมาจ่ายภาษีเพิ่มแน่ๆ เฮ้อออ รายได้ของบริษัทฯ ปอยื่นเป็นศูนย์ไป เพราะก็ไม่ได้ทำอะไรกะมันเลยจริงๆค่ะ 
 
พอมาปีนี้ ปอก็โดนหักตามตารางเดิม เหมือนเดิมค่ะ ได้รับเงินเดือน(ทำที่ รพ.ที่เดียว) จาก มกรา-พฤษภา รวมห้าเดือน ทั้งหมด 151788 โครน โดนหักภาษีไป 46755 โครน คิดมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ตกโดนหักภาษีเฉลี่ยอยู่ที่ 30,80 % แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปอต้องรอดูผลการเสียภาษีของปีที่ผ่านมาก่อน ว่าเค้าจะเรียกเก็บเพิ่มหรือเปล่า เพราะปอกะแฟนแทบจะไม่ได้มีหนี้สินอะไรเลย ปีมะกี๊แฟนเค้าจ่ายงวดรถ เกือบหมดพอดี มีหนี้ไม่กี่พันเอง แถมลูกเต้าก็ไม่มี ไม่มีค่าเดินทาง ไม่มีค่าเช่าบ้าน ไม่มีอะไรจะมาลดหย่อนสักอย่าง เหะเหะ แถมยังมามีเงินเก็บในบัญชีเงินฝากอีกคนละสองสามหมื่นโครน(ลืมถอนออกมาก่อน หุหุ)  ปอว่างวดนี้ปอคงโดนเต็มๆ รอดูก่อน ถ้ามันเรียกเก็บเยอะแยะสงสัยจะได้หาเรื่องเป้นหนี้เป้นสิน กันคราวนี้แหละค่ะ โฮะๆๆ


-------------

Opal&Fredrik ; Fredrikstad, Norway ; 1979


Posted By: Geegie
Date Posted: 31 May 2011 at 03:07
Avatar  พี่ปอ สุดยอด มีตารางการจ่ายเงินล่วงหน้า  ขอเอาไปเลียนแบบบ้างนะคะ  แบบนี้อะดี เพราะเป็นการประมาณการรายจ่ายในอนาคต  เราจะได้ใช้จ่ายปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม

-------------
Oslo
---
ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มาก ๆ



Posted By: Geegie
Date Posted: 19 Jul 2011 at 03:09
ไปเจอเว็บนี้มาค่ะ
มีประโยชน์มาก สำหรับคนที่อยากจะจัดระเบียบการบันทึกบัญชีให้ตัวเอง
มีตัวอย่างตาราง Excel ให้ลอกไปใช้ได้เลยค่ะ   การบันทึกรายรับรายจ่าย เป็นจุดเริ่มที่ดีของการคุมเงินค่ะ

การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย(เงินสด)
http://learning-be.blogspot.com/2010/10/excel.html

การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย(บัตรเครดิต)
http://learning-be.blogspot.com/2010/10/excel_23.html

ใช้Excel ช่วยวิเคราะห์อัตราการสิ้นเปลืองของการใช้น้ำมันรถยนต์
http://learning-be.blogspot.com/2011/06/excel-fuel-consumption.html


-------------
Oslo
---
ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มาก ๆ



Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 19 Jul 2011 at 04:34
ตั้งแต่ตั้งกระทู้นี้มาซัมเมอร์นี้ต้นไม้ในสวนและในบ้านแทบจะไม่ได้ซื้อเพิ่มเลย รอให้ต้นเก่าเฉาหรือตายซะก่อนค่อยมองต้นใหม่ แต่พอกระทู้ร้างลาไประยะนึงก็ลืมแล้ว เริ่มออกตะลอนซื้อโน่นนั่นอีกแล้วLOLLOLLOL วันนี้กลับเข้าบ้าน เข้ามาเห็นกระทู้นี้เด้งขึ้นมาเป็นกระทู้แรกในกระทู้ปักหมุดก็แอบคิดว่าใครหว่าช่างรู้ว่าข้าพเจ้าเริ่มจะตะบะแตกอีกแล้วDead
 
ขอบคุณคุณพี่ประชาสัมพันธ์นะคะที่จับกระทู้นี้มาไว้ที่นี่ ก็แอบหวังว่ากระทู้จะเด้งขึ้นมาเรื่อยๆ ข้าพเจ้าจะได้มีอะไรมากระตุ้นสมองตนเองให้ไม่ลืมออม และสามารถออมอะไรกับเค้าเป็นบ้างSleepy
 
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Geegie">Avatar พี่ว่าการออมเป็นนิสัยอย่างหนึ่งของเราเราด้วย ต้องดัดกันที่นิสัยก่อนเลย พี่คงขอระยะเวลาในการดัดตนเองนิดนุงนะคะ แต่สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะทำบัญชีรายรับรายจ่าย จัดระบบการเงินของตนเองให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างคนอื่นเค้าบ้าง ขอผลัดเป็นหลังกลับมาจากเมืองไทยแล้วกันนะคะLOL


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Tigerchic
Date Posted: 19 Jul 2011 at 12:03

เป็นประโยชน์มากค่ะ ขอบคุณนะคะที่เข้ามาแชร์Smile



-------------
True love doesn't have a happy ending
True love doesn't have an ending


Posted By: Cute_NongDa
Date Posted: 19 Jul 2011 at 20:10
ขอบคุณเจ้าของกระทู้นี้นะคะ มีประโยชน์มากเลยค่ะ Thumbs Up

ขออนุญาตเรียกพี่เปิ้ลนะคะ (apple_beauty) น้องดามีคำถามเรื่องสลากออมสินฯว่า ถ้าเราซื้อเก็บไว้ โดยตลอด 5 ปี เราไม่ได้เช็ค สมมุติ เกิดถูกรางวัลในระหว่างนั้น เค้าจะtop-upให้เราอัตโนมัติเลยมั๊ยคะ Big smile ส่วนเรื่องทอง..ดาเก็บทีละนิดตั้งแต่ตอนอยู่ไทย กะว่ากลับไปจะซื้ออีกหน่อย ชอบทองเพราะความเสี่ยงต่ำ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะThumbs Up

Originally posted by apple_beauty

d.asp?u=Nidnoi_Aalesund - -    
      d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">ขอ แนะนำน้องๆที่มีเงินเก็บในบัญชีที่เมืองไทย ให้เอาไปซื้อสลากออมสินพิเศษของธนาคารออมสินไว้น่าจะดีนะคะ มีอายุ 5ปี หน่วยละ 100บาท ถ้าฝากครบ5ปีไม่ถอนเลย ได้ดอกเบี้ย 10.50 บาท/หน่วย ภายใน5ปีมีสิทธิถูกรางวัล 60 ครั้ง ดอกเบี้ยสูง ไม่กินทุน ได้ลุ้นโชคLOLLOLLOL...ของ ธกส ก้อมีนะคะ หรือจะซื้อทองเก็บไว้ก้อได้แต่เป็นทองคำแท่งนะคะ ซื้อเดือนละบาท สองเดือนบาท LOLLOL ที่เป็นเหรียญทองหรือเป็นแบบก้อนเล็กๆอะจ้า เหมือนเก็บเงินเลยเวลาไม่มีเงินก้อเอาไปขายทีละก้อนเล็กๆ อิอิ  อย่าซื้อทองรูปพรรณเก็บนะคะ เวลาขายขาดทุนเยอะ..พูดเหมือนชำนาญในการขายเลยเนาะ เหอ เหอ ใครสนใจแบบไหนลองทำดู
    d.asp?u=Nidnoi_Aalesund - - ตัว พี่เองกำลังเสนอโครงการเก็บเงินแบบซื้อสลากออมสินให้คุณสามีฟังแล้วและท่าน ก้อเห็นดีด้วยโดยการ เอาเงินที่แม่ย่าให้เป็นของขวัญที่พี่หลวมตัวจดทะเบียนกะลูกชาย ไปซื้อไว้โดยเป็นชื่อเราแต่เพียงผู้เดียว..5555 เสร็จโจร


-------------
"Never limit yourself because of others' limited imagination;

never limit others because of your own limited imagination." -- Mae Jemison, Astronaut


Posted By: Cute_NongDa
Date Posted: 19 Jul 2011 at 20:14
สวัสดีค่ะคุณOrange-ดาอยู่บ้านUKเหมือนกันค่ะ เพิ่งย้ายมาไม่นาน พอจะแนะนำกองทุนดีๆ ความเสี่ยงต่ำ ให้ด้วยได้มั๊ยคะBig smile จะได้เป็นแนวทางไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ Smile
Originally posted by orange

ข้ามมาจากฝั่งอังกฤษค่ะ เข้ามาเก็บข้อมูลค่ะ เป็นกระทู้ที่มีประโยชน์มาก ขอบคุณพี่นิดหน่อยคะที่ตั้งกระทู้ขึ้นมา ทำให้ได้รู้ วิธิออมเงินของแต่ละคน
และอาจได้นำไปใช้ให้เหมาะสมกับชีวิตของแต่ละคนได้
โดยส่วนตัวแล้วส้มเป็นคนชอบออมเงินคะ แต่ก้ไมีมีหลักการอะไร คือใช้วิธีแบบบ้านๆซะส่วนใหญ่ คือจะเน้นฝากฝากธนาคาร(ดีว่าไม่เอาไปฝังดิน)
ต่อมาก๊เรี่มซื้อพวกกองทุนต่างๆไว้ ไม่ว่าจะเป็นแบบระยะสั้นระยะยาว มีพันะบัตรรัฐบาลบ้าง ประกันชีวิต แล้วก็ส่งประกันสังคมที้งไว้ แม้ตอนนีั้จะมาอยู่ที่อังกฤษ ก่อนออกจากงานจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ก้ได้กู้สินเชื่อซื้อบ้านไว้ แล้วเอาเงินเข้าบัญชีที้ไว้ที่ไทย ให้เค้าหักอัตโนมัติทุกเดือน 
พอย้ายมาอยู่ที่อังกฤษได้6เดือนก้ได้ทำงานพาร์ทไทม์ แล้วก็มีไปทำที่ร้านไทยบ้าง ศ-ส รายได้ต่อเดือนก้จะอยู่ที่600ปอนน์
มีวิธีจัดการคือ จะเปิด2บัญชี
บัญชีออมทรัพย์ใช้สำหรับเงินเดือนเข้า มีเอทีเอม
บัญชีฝากประจำ หรือที่เค้าเรียกว่า ISLE ไม่มีเอทีเอม ดอเบี้ยดี ไม่ต้องเสียถาษีดอกเบี้ย
รายได้ที่ได้มาทั้งหมดสามีให้เก็บไว้เลย ไม่ต้องช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าน และส้มเองก้ไม่ต้องส่งให้ทางบ้านด้วยคะ เพราะ พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว
ไม่ชอบช้อปเลย ช้อปี้งแล้วปวดหัว LOL จะมีใช้บ้างก็เวลามีพบปะเพื่อนๆคนไทย ซึ่งก็คือซื้ออาหารไทยกินกันClap







-------------
"Never limit yourself because of others' limited imagination;

never limit others because of your own limited imagination." -- Mae Jemison, Astronaut


Posted By: Geegie
Date Posted: 22 Aug 2011 at 04:20
กระทู้เงียบหลายวัน เลยเข้ามากวนกระทู้หน่อยนะคะ

เหตุคือว่า มีคนมากระทุ้งถามจีว่า  คนไทยที่ส่งเงินกลับบ้านเขาไม่กลัวสถานการณ์ความไม่สงบในเมืองไทยบ้างหรือ 
ตอนฟังก็คิดว่าจะอืมอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดอะนะ จะไปกังวลอนาคตเกินไปก็ไม่ได้   

แต่คิดไปคิดมา หากเราหาลู่ทาง หาข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของสถานบันการเงินของไทยกับของนอรเวย์  ก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย แล้วค่อยตัดสินใจที่หลัง      จึงไปถามผู้รู้ และได้คำตอบว่า ระหว่างเก็บเงินก้อนไว้ที่นอรเวย์ค่อยส่งกลับเมืองไทย กับทะยอยส่งกลับแต่หากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยไม่มันคง  เราเก็บก้อนไว้ที่นี่ดีกว่าไหม  เขาก็บอกว่าตามกฎหมายของนอรเวย์  หากเรามีเงินเก็บต่ำกว่าสองล้านโครน เราจะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายกล่าวคือ  จะได้รับเงินคืนจากธนาคารหรือรัฐบาลกรณีเกิดปัญหา เช่น ธนาคารล้มละลาย หรือ สถานการณ์ทางการเมืองไม่มั่นคง เป็นต้น   แต่ของเมืองไทย  ไม่ทราบเป็นยังไงบ้างนะคะ  

ไม่ทราบพี่ๆ มีความรู้ หรือความเห็นมาแชร์เรื่องความมั่นคงทางการบ้านการเมือง และสถานบันการเงินบ้างไหมค่ะ  ไม่ได้คิดมากนะคะ  แค่คิดเผื่อ  อิอิ



-------------
Oslo
---
ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มาก ๆ



Posted By: kara
Date Posted: 25 Sep 2011 at 02:38

อ่านแล้วอยากเก็บเงินให้ได้เยอะๆ

ขอบคุณทุกคนนะคะที่มีข้อแนะนำน่าสนใจมาก
Tongue


-------------
มีความสุขกับสิ่งที่เป็น


Posted By: Sweetiemind
Date Posted: 25 Sep 2011 at 03:52
d.asp?u=Geegie">Avatar
พี่นั้นไม่ค่อยห่วงค่ะน้องจี เพราะพี่ไม่มีเงินฝากประจำที่ไทยเลย มีแต่ส่งให้พ่อแม่ใช้เท่านั้น ถ้าวันหนึ่งรวยขึ้นมา หรือว่าถูกล็อตโต้ (ซึ่งไม่ค่อยซื้อLOL) คงจะเก็บไว้กินดอกเบี้ยที่นอร์เวย์ ถึงภาษีดอกเบี้ยจะแพงไปหน่อยก็ตาม Big smile

-------------
มาย Molde / 1976

Alt for foreldrene mine!

เราทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราดี! เราไม่ทำถูก...กิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราไม่ดี!

อย่าสูญเสีย "ตัวตน" ด้วยคำพูดของคนที่ไม่รู้จัก "ตัวเรา"




Posted By: Nidnoi_Aalesund
Date Posted: 25 Sep 2011 at 13:06
สิ้นเดือนหน้าก็ย้ายถิ่นฐานมาอยู่นอร์เวย์ครบสามปีเต็มแล้ว ข้าพเจ้ายังคงไม่มีเงินเก็บอย่างเป็นเรื่องเป็นราวกับเค้าซักที ปัญหาหนึ่งของตัวเองเลยคือการเก็บเงินไม่เป็น สมองจะคิดแต่เรื่องใช้เงินมากกว่าเรื่องการจัดระบบในการเก็บเงินDead

เท่าที่สังเกตุพฤติกรรมของตนเองที่ผ่านมานั้นในปัจจุบันนี้ก็น่าจะดีขึ้นกว่าแต่เก่าหน่อยเพราะอย่างน้อยการกลับไทยรอบที่แล้วก็ไม่ติดลบในบัญชีกลับมานอร์เวย์ ยังคงเหลือเงินติดปัญชีอยู่ 650 โครนSleepy ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาจะติดลบตลอดเพราะบัตรที่ถืออยู่นั้นจะมีวงเงินเครดิตให้ด้วยสองหมื่นโครนDead

ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปได้วางแผนการใช้จ่ายเงินออกเป็นสามส่วนคือ สี่สิบเปอร์เซ็นต์ไว้ช่วยค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ประหนึ่งว่าให้สามีไว้สี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้วข้าพเจ้าจะไม่ควักอะไรอีกแล้วในเดือนนั้นๆ นอกจากของใช้ส่วนตัว ในส่วนที่เหลืออีกหกสิบเปอร์เซ็นต์ก็จะทำการส่งกลับไทยเดือนละสี่พันโครน เหลือเท่าไหร่ก็เก็บไว้ใช้ส่วนตัว แต่ถ้าเดือนไหนรายได้น้อยก็จะส่งกลับไทยเดือนละไม่ต่ำกว่าสองพันโครน

ตามแผนที่ตั้งไว้ก็ยังคงมองไม่เห็นอีกว่าในแต่ละปีข้าพเจ้าจะมีเงินเก็บได้ซักเท่าไหร่เพราะเงินเก็บทั้งหมดก็จะถูกจับจ่ายใช้สอยไปกับการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลับไทยในแต่ละครั้งประหนึ่งถูกปล้นทรัพย์กลับนอร์เวย์กันเลยทีเดียวเชียวSleepyDead


-------------
Nidnoi1968, Langevåg Ålesund, Norway


Posted By: Geegie
Date Posted: 25 Sep 2011 at 16:06
http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Sweetiemind">Avatar จีก็ไม่เก็บที่เมืองไทยแล้วค่ะพี่มาย  เก็บที่นี่รอกินดอกเบี้ย ได้เป็นเงินนอร์ส แต่ก็ทำเหมือนพี่คือส่งไปช่วยทางบ้านและทำบุญตามโอกาส

http://www.ladyinter.com/d.asp?u=Nidnoi_Aalesund">Avatar  ตอนกลับไปเมืองไทย จีซื้อเสือ้ผ้าและรองเท้าสำหรับใช้ทำงานมาเยอะมาก  ตอนนี้หักดิบด้วยการสัญญากับตัวเองปีนี้จะไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่แล้ว  เพราะไปเปิดดูในตู้เสื้อผ้า มีอีกหลายตัวที่ยังไ่ม่แกะป้ายราคาออกเลย   Confused       แต่จีเห็นว่า การท่องเที่ยวก็เป็นการลงทุนหาที่ดีให้ชีวิตนะคะพี่นิดหน่อยClap  จีก็แทบไม่ีมีเงินเก็บเลย เพราะเอาไปลงคอร์สเรียนภาษานอร์ส ภาษาจีน และยังมีอีกหลายคอร์สที่รู้สึกว่าจำเป็นต้องเรียนค่ะ  เราก็เอาเงินไปลงทุนให้ชีิวิตที่ต่างกันนะคะ


-------------
Oslo
---
ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มาก ๆ



Posted By: LekTrondheim
Date Posted: 25 Sep 2011 at 19:19
Originally posted by Geegie

กระทู้เงียบหลายวัน เลยเข้ามากวนกระทู้หน่อยนะคะ

เหตุคือว่า มีคนมากระทุ้งถามจีว่า  คนไทยที่ส่งเงินกลับบ้านเขาไม่กลัวสถานการณ์ความไม่สงบในเมืองไทยบ้างหรือ 
ตอนฟังก็คิดว่าจะอืมอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดอะนะ จะไปกังวลอนาคตเกินไปก็ไม่ได้   

แต่คิดไปคิดมา หากเราหาลู่ทาง หาข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของสถานบันการเงินของไทยกับของนอรเวย์  ก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย แล้วค่อยตัดสินใจที่หลัง      จึงไปถามผู้รู้ และได้คำตอบว่า ระหว่างเก็บเงินก้อนไว้ที่นอรเวย์ค่อยส่งกลับเมืองไทย กับทะยอยส่งกลับแต่หากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยไม่มันคง  เราเก็บก้อนไว้ที่นี่ดีกว่าไหม  เขาก็บอกว่าตามกฎหมายของนอรเวย์  หากเรามีเงินเก็บต่ำกว่าสองล้านโครน เราจะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายกล่าวคือ  จะได้รับเงินคืนจากธนาคารหรือรัฐบาลกรณีเกิดปัญหา เช่น ธนาคารล้มละลาย หรือ สถานการณ์ทางการเมืองไม่มั่นคง เป็นต้น   แต่ของเมืองไทย  ไม่ทราบเป็นยังไงบ้างนะคะ  

ไม่ทราบพี่ๆ มีความรู้ หรือความเห็นมาแชร์เรื่องความมั่นคงทางการบ้านการเมือง และสถานบันการเงินบ้างไหมค่ะ  ไม่ได้คิดมากนะคะ  แค่คิดเผื่อ  อิอิ


พึ่งเค้ามาเห็นกระทู้ที่น้องจีถาม เท่าที่พี่ฟังข่าว เรื่องการคุ้มครองจากกฎหมายในเมืองไทย หากกรณีที่สถาบันทางการเงินประสบปัญหาล้มละลาย หรืออะไรก็แล้วแต่ กฎหมายจะคุ้มครองให้เงินคืนแก่ผู้ฝากเงิน ไม่เกิน หนึ่งล้านบาท ค่ะ มีผลบังคับใช้ น่าจะภายในห้าปีนี้อ่ะค่ะ (คือในปีแรกจะคุ้มครองยอดเงินที่สูงกว่านี้ค่ะ แต่พี่จำไม่ได้ว่าเป็นเท่าไหร่ และจะลดลงเรื่อยๆ ในปีต่อๆ ไป และภายในห้าปี ก็จะคุ้มครองเหลือแค่หนึ่งล้านบาทค่ะ) เพราะฉะนั้น ก็กระจายๆ ความเสี่ยง โดยแบ่งฝากแต่ละธนาคาร หรือสถาบันการเงินไม่เกินแห่งละหนึ่งล้านบาทนะคะ แต่ๆ หากเป็นการฝากเงินที่เป็นชื่อเดียวกัน แต่ต่างสถาบันการเงิน แล้วเกิดเหตุอันไม่สงบ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้สถาบันต่างๆ เหล่านั้นไม่สามารถคืนเงินให้เราได้ รัฐบาล หรือกฏหมายจะคุ้มครองจ่ายให้ไม่เกิน สิบล้านบาทค่ะ
(ถ้าจำยอดเงินไม่ผิดนะคะ)


-------------
Oslo ชั่วคราว


Posted By: Opal&Fredrik
Date Posted: 26 Sep 2011 at 03:30

ตอนนี้ก็ไม่มีเงินเก็บเหมือนกันค่ะ เพราะกลับเมืองไทยทีไร ก็เหมือนพี่นิดหน่อยว่า เหมือนถูกปล้นทรัพย์กลับนอร์เวย์อ่ะค่ะ อิอิ



-------------

Opal&Fredrik ; Fredrikstad, Norway ; 1979


Posted By: AA
Date Posted: 26 Sep 2011 at 23:09

ถ้าวันหนึ่งรวยขึ้นมา หรือว่าถูกล็อตโต้ (ซึ่งไม่ค่อยซื้อLOL) คงจะเก็บไว้กินดอกเบี้ยที่นอร์เวย์ ถึงภาษีดอกเบี้ยจะแพงไปหน่อยก็ตาม Big smile[/QUOTE]

ตั้งแต่ท้องเจ้าตัวน้อยไม่เคยซื้อลอตโต้เลย แต่เมื่อวันเสาร์ที่แล้วซื้อไว้หนึ่งใบ 5สัปดาห์ ปรากฏว่าถูกหนึ่งแถวได้มา 45โครน ดีใจเหมือนถูก 7หลักLOL งวดนี้ถูกอีก 45โครน ถึงแม้จะไม่ได้ถูกรางวัลใหญ่แต่ถูกทุกงวดก็พอใจ เรื่องเงินเก็บตอนนี้ก็ได้แต่อิจฉาพวกพี่ๆ เพื่อนๆ Smileที่มีงานทำและก็มีเงินเก็บตอนนี้เอยังไม่มีงานทำแล้วไหนมีโซ่มาครองคออีกตอนนี้ก็เลยได้แต่เฝ้าดูพี่ๆ เพื่อนๆ ไปก่อนล่ะกัน เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ก่อนBig smile


-------------
A...Bomlo 1980
Don't spend your life with someone you can live with..
But spend it with someone you can't live without



Print Page | Close Window