Print Page | Close Window

โชคชะตาหรือฟ้าแกล้ง (Destiny of Love)

Printed From: Ladyinter.com
Category: Ladyinter
Forum Name: ทั่วไป ที่นี่มีเพื่อน
Forum Discription: ทั่วไป ที่นี่มีเพื่อน
URL: http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=80673
Printed Date: 21 Aug 2019 at 23:42


Topic: โชคชะตาหรือฟ้าแกล้ง (Destiny of Love)
Posted By: Oithip
Subject: โชคชะตาหรือฟ้าแกล้ง (Destiny of Love)
Date Posted: 21 Aug 2014 at 05:26
สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆทุกคน 
ขอรายงานตัวก่อนแล้วกันนะคะ ชื่อ อ้อย ค่ะ ตอนนี้อายุ 27 อ้อยเพิ่งได้มีโอกาสมาเป็นสมาชิกคนใหม่ของที่นี่
และได้เห็นบางกระทู้เล่าเรื่องราวความรักน่ารักๆของแต่ละคน
อ้อยเลยอยากเล่าเรื่องความรักของอ้อยบ้างค่ะ หวังว่าอ่านแล้วคงจะไม่ทำให้ทุกคนเบื่อนะคะ

อ้อยโดนที่บ้านกีดกันเรื่องความรักค่ะ​ กับเพื่อนสมัยเรียนด้วยกันตั้งแต่มัธยมต้น
เนื่องจากครอบครัวของอ้อยไม่ชอบที่แฟนอ้อยเป็นคนเกเรและอ้อยก็ยังอายุน้อย
ตอนนั้นอ้อยก็แค่ อายุ18 ปีค่ะ จนถึงวันขีดเส้นตาย
เพราะทางบ้านได้ส่งให้อ้อยมาอยู่กับญาติที่พัทยา ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าและป้าคนนี้ก็ทำงานเป็นผู้จัดการอาคารชุดฯจึงทำให้เราสองคนขาดการติดต่อกัน​ อ้อยเป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ
มีความรู้เท่าหางอึ่ง วุฒิติดตัวก็มีมาแค่ ม.3 ความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์หรือภาษาก็ไม่มี
เปรียบง่ายๆก็เหมือนแก้วน้ำเปล่าดีๆนี่เองค่ะ แต่โชคดีที่ป้าของอ้อยเป็นคนมีเมตตาค่ะ
ท่านสอนทักษะคอมพิวเตอร์​ ภาษาอังกฤษและได้สอนให้ทำงานเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ
จนอ้อยได้ความรู้มาบ้าง และได้เริ่มทำงานดีๆ ที่คอนโดในพัทยา               
จนมา ปี พ.ศ.2550 ป้าได้มาบอกอ้อยว่าอีกสองวัน
คือวันที่​ 3 ที่จะถึงนี้ ให้อ้อยนั่งรถไปสนามบินเป็นเพื่อน
เพราะป้าต้องการขับรถไปรับสามีที่มาจากอังกฤษเอง
ซึ่งสามีของป้าอ้อยเป็นชาวต่างชาติค่ะ เดินทางมาเยี่ยมเมียพร้อมกับเพื่อนหนึ่งคน
เมื่อไปถึงสนามบินได้ไม่นานเราก็ได้เจอกับลุงและเพื่อนที่ตามมาด้วยกัน                ตอนนั้นเวลาที่ป้าและลุงไปเที่ยว
กินข้าวหรือที่ไหนๆ เขาจะพาอ้อยไปด้วยค่ะ
เพราะปกติเราอยู่บ้านด้วยกันแค่สองคนป้าหลาน 
และทุกๆครั้งที่เราไปเที่ยวก็จะมีเพื่อนลุงไปด้วยเสมอ
แต่อ้อยกับเค้าไม่ค่อยได้คุยกันนะคะเพราะภาษาอังกฤษก็ยังไม่เก่ง
และที่สำคัญไม่ชอบฝรั่งและยังไม่ลืมรักเก่าค่ะ
อ้อ..ลืมบอกไปค่ะว่าเพื่อนลุงคนนี้ชื่อลี เป็นคนไม่หล่อค่ะ
เข้าขั้นขี้เหล่ก็ว่าได้ แต่ถ้าเรื่องนิสัย อ้อยก็คิดว่าเค้าก็เป็นคนดีคนหนึ่งค่ะ
ถามว่าคิดอะไรมั้ย...ตอบได้เลยค่ะว่า ไม่มีในสมองเลย​ หลังจากกินเที่ยวกันมาสี่ห้าวัน
เหมือนบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นกับชีวิตอ้อยค่ะ ลีได้รับโทรศัพท์จากแม่ที่อังกฤษ
โทรมาแจ้งข่าวร้ายที่เค้าไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นไวขนาดนี้คือ
พ่อของลีเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวกะทันหันค่ะ ทำเอาทุกคนตกใจไปตามๆกัน  และลีตัดสินใจที่จะเดินทางกลับบ้านวันรุ่งขึ้น
แต่ระหว่างที่รอให้ถึงพรุ่งนี้อ้อยได้อยู่เป็นเพื่อนลีคืนนั้นค่ะ
นั่นแน....อย่าคิดมากนะคะ อ้อยแค่อยู่เป็นเพื่อนค่ะ ตอนที่เห็นเค้าร้องไห้แล้วเรารู้สึกว่าเราทิ้งเค้าไม่ได้จริงๆ
เพราะเพื่อนเค้าก็กลับบ้านไปกับป้าอ้อยเลยเหลือเค้าอยู่ที่โรงแรมคนเดียว
ทุกวันนี้ภาพเก่าๆก็ยังติดอยู่ในใจอ้อยเสมอค่ะ ภาพที่เห็นเค้ามีความสุขยู่แท้ๆ
แต่โลกทั้งใบกลับต้องมาเปลี่ยนเป็นสีดำภายในพลิบตา ลีร้องไห้ตลอดเวลาค่ะ หยิบจับอะไรก็หลุดมือไปหมด
อ้อยเห็นแล้วอดร้องไห้ไม่ได้เลยค่ะ นั่งเป็นเพื่อนเค้าทั้งคืนทั้งๆที่ปลอบก็ไม่เป็น
พอรุ่งเช้าอ้อยก็ช่วยเค้าเรื่องจัดหารถไปส่งที่สนามบิน
และหาซื้อตั๋วเครื่องบินสำหรับวันนั้น แต่เหมือนสวรรค์แกล้งค่ะวันนั้นเกือบทั้งวันเราหาตั๋วไม่ได้เลย
เต็มทุกที่นั่งและทุกสายการบิน ลีหมดหวังมากค่ะนั่งร้องไห้ต่อที่สนามบิน ระหว่างที่รออยู่นั้นในความโชคร้ายก็ยังพอจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นบ้างค่ะ
เมื่อมีเจ้าหน้าที่ที่สนามบินเค้าสงสารค่ะ พี่เค้าเลยอาสาจะช่วยหาให้
จนตกเย็นพี่เค้าก็วิ่งมาด้วยความดีใจและแจ้งว่าหาตั๋วได้แล้วและเป็นใบเดียวใบสุดท้าย...               พอถึงเวลาที่ลีต้องเดินทางกลับบ้าน
เค้าก็เข้ามากอดค่ะและบอกเราว่าขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกๆอย่าง
และแล้วอ้อยก็ส่งเค้าขึ้นเครื่องไปได้ด้วยดีค่ะ
หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ข่าวกันอีกเลย จนกระทั่ง.......

ว๊ายๆๆ...ตี 5 ลืมนอนค่ะ อ้อยขอตัวไปนอนก่อนนะคะ
ไว้พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อ หวังว่าเพื่อนๆ พี่ๆยังไม่เบื่อที่จะฟังคนบ้าเพ้อนะคะ ฮ่าๆๆ




Replies:
Posted By: namdo
Date Posted: 21 Aug 2014 at 05:48
มาปูเสื่อรออ่านต่อนะคะคุณอ้อย อายุเราสองคนเท่ากันเลยคะ เรื่องน่าติดตามมาก มาต่อเร็วๆน้า

-------------


Posted By: nart_ka
Date Posted: 21 Aug 2014 at 07:23
ฮู่ยยยยยย แกล้งคนอ่านนะเนี่ยยยย รีบๆตื่นมาต่อค่า เช้าแล้ววววว

-------------
Wanna be in the right place with the right One...


Posted By: Oithip
Date Posted: 21 Aug 2014 at 14:27
ขอบคุณค่ะที่ติดตาม...มาต่อแล้วค่ะ :-)

จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสองเดือน เสียงโทรศัพท์อ้อยดังขึ้น แต่ที่หน้าจอไม่โชว์เบอร์... อ้อยก็รับสายค่ะเพราะตอนนั้นคิดแค่ว่าเผื่อใครมีอะไรฉุกเฉินโทรมา Hello, it’s me! เสียงแรกจากปลายสายที่อ้อยรับ วินาทีนั้นบอกเลยค่ะว่าอ้อยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นลี แต่คิดและพูดกับตัวเองว่า “ฝรั่งที่ไหนโทรผิดวะ” อ้อยเลยตัดสายทิ้งและทำงานต่อค่ะ (โง่มั้ยคะ..ไม่ถามเค้าซักคำว่าใครโทรมา 555+) ลีเองก็ไม่ละความพยายามค่ะ อุตส่าห์ส่งข้อความกลับมาหาคนโง่และในข้อความก็บอกว่า “สวัสดีอ้อย นี่ผมเองนะ..ลี. คุณสบายดีมั้ย? ผมจะบอกคุณว่าตอนนี้ผมจัดการปัญหาทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว และต้องการที่จะขอบคุณคุณอีกครั้งสำหรับการช่วยเหลือ และหวังว่าจะได้ผมจะได้เลี้ยงข้าวตอบแทนคุณ ถ้าผมมีโอกาสได้กลับไปประเทศไทยอีก ” ด้วยความรู้เรื่องภาษาที่มีน้อยอ้อยก็ได้ตอบกลับไปแค่ว่า “OK” ค่ะ 555+

                แต่เมื่อมีข้อความแรก ข้อความที่ 2, 3, 4, 5 ก็ตามมาค่ะ เดือนละข้อความ สองข้อความเหมือนเพื่อนฝูงถามทุกข์สุขกันธรรมดา เราก็ได้ติดต่อกันมาเรื่อยค่ะผ่านข้อความบนมือถือ จนวันที่ลีบอกว่าเขาจะกลับมาใช้ฮอลิเดย์ส่วนที่เหลือที่เมืองไทยเดือนมิถุนายน และแจ้งแผนการเที่ยวมาให้อ้อยทราบล่วงหน้าค่ะ เพราะระหว่างที่เราติดต่อกันผ่านข้อความ ลีชวนให้อ้อยไปเที่ยวด้วยกันระหว่างที่เขามาเมืองไทย และอ้อยก็ได้ตกลงค่ะ โดยเรามีแพลนไปเที่ยวกันที่ “เกาะสมุย” แล้วเรื่องราวดีๆก็เกิดขึ้นค่ะ

                วันที่ลีเดินทางกลับมายังเมืองไทยอีกครั้ง เราก็ได้ออกไปกินข้าวและไปเที่ยวด้วยกันค่ะ บอกตามตรงว่าอ้อยไปเที่ยวกับลีแบบไม่ได้คิดอะไรกับเค้าจริงๆ ส่วนเค้าอ้อยก็ไม่รู้สินะ...ระหว่างที่พากันเที่ยวยู่นั้น อ้อยก็ดันไม่สบายขึ้นมาซะงั้น ไอตลอดเวลาจนมีเลือดออกมากับเสมหะและนอนทรมในห้องทั้งวัน ก็ได้ลีนี่ละคะที่คอยดูแล หาข้าวหายาให้ทาน และแทบไม่น่าเชื่อเลยที่ลีตั้งนาฬิกาปลุกทุกสี่ชั่วโมงเพื่อที่จะมาปลุกอ้อยกินยาค่ะ สรุปว่าแทนที่ทริปนี้จะลั้นลา กลายมาเป็นแป๊กเพราะอ้อยเอง ส่วนตัวลีถือว่าเค้าเป็นคนดีมากค่ะ คือช่วงที่อ้อยไม่สบายเค้าก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลยค่ะ ได้แต่ทำกิจกรรมว่ายน้ำ อาบแดด อ่านหนังสือในโรงแรม

                ภายในหนึ่งอาทิตย์ที่ได้ใช้เวลากินเที่ยวด้วยกัน ก็ได้เห็นอะไรดีๆของกันมากขึ้นค่ะ แต่ถ้าถามว่ารู้สึกว่ารักเค้ามั้ย “ไม่ค่ะ”ผ่านไปหลายวันอาการไม่สบายก็ดีขึ้นตามเรื่อยๆตามลำดับ คืนวันนั้นลีมาชวนอ้อยออกไปนั่งเล่นที่ชายหาด (ละไม) ของโรงแรม วันนั้นอากาศดีมากค่ะ ที่บริเวณชายหาดมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินำพลุมาจุด เราพลอยโชคดีไปด้วยเลยค่ะ อากาศดี มีพลุสวยๆดู อ้อยกับลีได้นั่งเล่นกันที่ชายหาดคืนนั้นค่ะ แต่ไม่น่าเชื่อนะคะที่ลีเค้าถามเรื่องส่วนตัวของเราหลายๆอย่าง แต่พอมาถึงเรื่องความสถานะทางใจ ก็ค่อนข้างจะไม่ชิลแล้วค่ะ เมื่อลีเค้าถามว่าอ้อยคิดว่าเค้าเป็นคนยังไง อ้อยก็บอกเค้าไปตามความรู้สึกค่ะว่าเค้าก็ดูเป็นคนดีคนหนึ่ง ลีเลยพูดต่อว่าในเมื่อเราทั้งคู่ต่างคนต่างไม่มีใคร เราลองมาคบกันดูมั้ย??? อ้อยก็แอบอึ้งไปนานเหมือนกันค่ะ อ้อยเองก็ยังลืมคนรักเก่าไม่ได้เลยคิดว่าคงเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยให้ตัวเองลืมผู้ชายคนนั้นได้ อ้อยเลยตกลงค่ะ โดยตกลงกันว่าถ้าลองคบแล้วมันไม่ใช่เราก็จะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม......



Posted By: dewnoom
Date Posted: 21 Aug 2014 at 16:15
แปบนะ ขอเวลาปูเสื่อ Big smileBig smileBig smile




-------------
ถ้าคุณต้องการ " ผู้ชาย " สักคนที่จะรักคุณชั่วชีวิต
ก็จงรักหัวใจ ของเค้าไม่ใช่ เงินของเค้า
ถ้าคุณต้องการ " ผู้หญิง " สักคนที่จะรักคุณชั่วชีวิต
ก็จงรักจิตวิญญาณของเธอไม่ใช่ร่างกายของเธอ


Posted By: C.Kob
Date Posted: 21 Aug 2014 at 16:37

กำลังสนุกอยู่เลยค่ะคุณอ้อย

LOLLOLLOL


Posted By: Natmickey
Date Posted: 21 Aug 2014 at 16:41
รออ่านนะคะ

-------------


Posted By: Umaporn.C
Date Posted: 21 Aug 2014 at 16:50
CryCry  ค้างอีกแล้วอ่ะ...CryCry


Posted By: Oithip
Date Posted: 21 Aug 2014 at 20:07
ถึงจะดราม่าบ้างอะไรบ้าง ก็อย่าพึงเบื่อนะคะ....ขอบคุณทุกๆคนที่รับฟังอ้อยค่ะ :-)

หลังจากฮอลิเดย์สิ้นสุดลงเค้าก็ต้องกลับไปประเทศของเค้าค่ะ แต่เราสองคนก็ติดต่อกันผ่านข้อความทางโทรศัพท์ หรือออนไลน์เจอหน้ากันบ้างบางครั้งค่ะ ส่วนมากอ้อยจะเป็นคนชอบส่งข้อความหาเค้าค่ะ เราก็คบกันแบบนี้มาเรื่อยๆค่ะ จนเวลาผ่านจากเดือนไปเป็นปี เมื่อคบกันมาถึงปีที่สาม ลีเริ่มออกจากบ้านบ่อยๆค่ะ ไปดูบอล ไปดื่มกับเพื่อนๆเค้าที่ผับ จนบางครั้งทำให้อ้อยรู้สึกว่าความเอาใจใส่เริ่มจางหายไป จากเคยส่งข้อความหากันทุกวัน ก็เริ่มหายไปเรื่อยๆ จนเหลืออาทิตย์ละครั้ง (มันน่าน้อยใจใช่มั้ยละคะ) หนักๆเข้าคือบางครั้งอ้อยส่งข้อความหาเค้าเพราะความเป็นห่วงแต่ก็ไม่มีข้อความใดๆตอบกลับมาเลยค่ะ แอบใจออกนิดๆว่าสงสัยคงจะใกล้โดนทิ้งแล้วสิเรา L

                กลับมาคิดใหม่ค่ะ นั่งคิดอยู่นาน ถามใจตัวเองอยู่นาน ว่าควรจะไปต่อหรือหยุดดี เลยได้คำตอบให้ตัวเองค่ะว่า อ้อยจะหยุดวิ่งตามเค้า เพราะด้วยเรื่องระยะทางและความห่างไกลกันแล้วมันก็คงทำให้เค้าอาจเปลี่ยนใจได้ แต่อ้อยก็ไม่ได้ถามถึงเหตุผลนะคะว่าทำไมลีถึงห่างเหินไป อ้อยคิดแต่ว่าถ้าสถานการณ์มันเป็นแบบนี้ เราลองให้เวลาซึ่งกันและกันบ้างก็ดี เผื่อเราทั้งคู่อาจจะรู้ใจตัวเองมากขึ้น  พอทำความเข้าใจกับตัวเองแล้วอ้อยเลยไม่ตามเค้าค่ะ เราไม่วิ่งตาม แต่เราหยุดเพื่อที่จะคอยดูว่าผู้ชายคนนี้ที่เขาวิ่งอยู่ข้างหน้าเราอย่างสนุกสนาน ถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้วิ่งตามเค้าแล้ว เค้าจะหยุดแล้วหันกลับมามองเราบ้างมั้ย!

           เวลาผ่านไปสามสี่เดือนค่ะที่ไม่ค่อยได้คุยกัน จนวันที่เค้าหยุดแล้วหันกลับมามองเรา...ลีถามอ้อยว่าทำไมช่วงนี้อ้อยเงียบไป ไม่ค่อยคุย ไม่ค่อยถามไถ่ว่าเค้าเป็นยังไง ไปไหนเหมือนแต่ก่อน อ้อยก็ตอบไปตามความรู้สึกอีกล่ะค่ะว่าฉันเห็นคุณไม่ค่อยว่าง เลยไม่อยากรบกวน ลีก็บอกนะคะว่าไม่รบกวนเลย ผมเห็นคุณเงียบไปผมรู้สึกไม่ดี พอเข้าเรื่องแค่นั้นล่ะค่ะอ้อยเลยได้โอกาสพูดกับเขาบ้างว่าเรารู้สึกยังไง โชคดีที่ลีเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย เขาเข้าใจความรู้สึกเราทุกอย่างค่ะ พร้อมกับขอโทษที่ทำตัวไม่น่ารักให้เรารู้สึกแย่ และสัญญาว่าจะไม่ทำอีก ในใจอ้อยก็แอบคิดนะคะว่า “จะได้ซักกี่น้ำหว่า” แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อเราคุยกันเข้าใจ เราก็พร้อมที่จะอภัยและให้โอกาสกันค่ะ

                เราไปมาหาสู่กันปีละครั้งค่ะ ซึ่งแต่ละครั้งลีจะสามารถอยู่ได้หนึ่งเดือน เพราะงานที่ลีทำไม่สามารถลาหยุดมาได้บ่อยๆ ซึ่งมันเป็นอุปสรรคสำหรับเรามากค่ะ มิหนำซ้ำครอบครัวของอ้อยก็ไม่ค่อยจะชอบลีซักเท่าไรนัก พูดตามตรงนะคะ ครอบครัวของอ้อยก็เป็นชาวบ้านธรรมดาเนี่ยล่ะค่ะ ในความคิดของเขาคือถ้ามีแฟนฝรั่ง แฟนฝรั่งควรส่งเสียเลี้ยงดูเรา แต่สำหรับอ้อยและลีแล้วเราไม่สามารถทำตามที่ทางครอบครัวต้องการได้ เนื่องจากเหตุผลหลายๆอย่างเช่น ลีเป็นแค่พนักงานธรรมดาเงินเดือนก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไร และที่สำคัญตั้งแต่พ่อของลีเสียชีวิตไปก็เป็นหน้าที่ของลีที่ต้องเลี้ยงดูแม่ของเขา ซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน และที่สำคัญตั้งแต่วันแรกที่เราคบกันไม่เคยมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเลย อ้อยไม่เคยขอเงินลี ไม่เคยขอให้ลีเลี้ยงดู หรือส่งเสียรายเดือน ซึ่งตอนนั้นอ้อยทำงานเป็นธุรการให้คอนโดแห่งหนึ่งในพัทยา เงินเดือนที่ได้ก็แค่ 7,000 บาท หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมางานไปเรื่อย จนได้เงินเดือนเป็น 9,000 บาท, 12,000 บาท, 16,000 บาท และล่าสุดก็ 25,000 บาทค่ะ อ้อยอยู่ได้ด้วยตัวเองด้วยเงินเดือนเท่านี้จริงๆค่ะ ส่วนลีจะช่วยเหลือเรื่องเงินบ้างบางครั้งที่มีปัญหา แต่ด้วยค่านิยมผิดๆที่ชาวบ้านเค้าเข้าใจ ทำให้มันเป็นแรงกดดันเราทั้งคู่ ยังไม่พอค่ะทางแม่ของลีเขาก็ไม่ยอมรับในตัวอ้อยเช่นเดียวกัน เหตุผลคืออ้อยอายุน้อยกว่าลี 12 ปี และเราก็ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ ซึ่งแม่ลีไม่เชื่อว่าเราจะสามารถรักกันได้ด้วยการคบหากันแบบนี้ และที่สำคัญแม่ของลีไม่ชอบคนเอเชีย

                พูดตรงๆเลยค่ะ ว่าเราสองคนอยู่ภายใต้แรงกดดันต่างๆมากมาย แม้บางครั้ง

เราสองคนจะท้อบ้าง ทะเลาะกันบ้าง งอลกันบ้าง ดราม่าบ้าง แต่ทุกครั้งเราก็ปรับความ

เข้าใจกันได้เสมอมา.




Posted By: Oithip
Date Posted: 21 Aug 2014 at 20:34
เล่าไป เล่ามาแล้วหิว...มาทานยำหมูด้วยกันนะคะ ทำเองกับมือ :-)



Posted By: namdo
Date Posted: 21 Aug 2014 at 20:54
เล่าเรื่องได้น่าติดตามมากคะ ยำก็น่ากินมากๆ รออ่านต่อนะคะ

-------------


Posted By: Oithip
Date Posted: 21 Aug 2014 at 20:55
ขอบคุณมากค่ะที่ติดตาม ถ้ามีโอกาสก็อยากทำให้กินนะคะ :-)


Posted By: Madamanna
Date Posted: 21 Aug 2014 at 20:58
ส้มตำพร้อมแระน้องอ้อย รีบกินรีบมา ป้าพกเบียร์ กับส้มตำ พร้อมมาปู่เสื่อรอ ....น่าฮ้านเด้อ


Posted By: iamwanmai
Date Posted: 21 Aug 2014 at 21:48

รออ่านด้วยคนค่ะ แหะๆ
 Big smileBig smile

-------------

the eyes are blind, one must look with heart..
life is a one short thing but..
tomorrow comes daily.. ☺♥
WM★


Posted By: Oithip
Date Posted: 21 Aug 2014 at 22:12
ต้องตัดสินใจ!

พอคบกันเข้าปีที่สี่ อ้อยก็แอบคิดเรื่องอนาคตค่ะ อ้อยเชื่อว่าผู้หญิงเราถ้าคบกับใครแล้ว เราก็ต้องการความแน่นอนและมั่นคงใช่มั้ยคะ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คืออ้อยเองค่ะ ถึงการคบกันของเราสองคนจะใช้เวลาอยู่ร่วมกันจริงๆไม่มากนัก แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา อ้อยถือว่ามันเพียงพอสำหรับการตัดสินใจ เพราะทุกอย่างมันเกิดมาจากความสงสาร ความเห็นอกเห็นใจ ความผูกพัน ทุกๆเหตุและผลมันรวมกันแล้วทำให้มันกลายมาเป็นความรัก อ้อยรวบรวมความกล้าที่จะไปพูดกับลีเรื่องอนาคตของเราประมาณสามเดือน และในสามเดือนนี้อ้อยได้คิดไว้แล้วว่าถ้าลีเขาบอกว่าไม่สามารถให้อนาคตหรือความหวังเราได้ อ้อยก็จะตัดสินใจเลิกค่ะ เพราะในความคิดของอ้อยกลับคิดว่า การที่เราต้องการความมั่นคงจากผู้ชายคนหนึ่งมันเป็นเพราะเราได้ให้ใจเขาไปแล้ว และพร้อมที่จะใช้ชีวิตส่วนที่เหลือไปกับเค้า แต่ถ้าคำตอบจากเค้าคือ “ไม่” อ้อยก็ขอที่จะเลือกหยุดทุกอย่างเท่านี้ค่ะ

               และวันนั้นก็มาถึง วันที่เราต้องตัดสินใจ

ที่รัก! ฉันมีอะไรจะคุยกับคุณ. คุณว่างมั้ย? นี่คือคำแรกที่อ้อยถามลีเพื่อที่จะเริ่มเรื่องค่ะ บอกตามตรงว่าวินาทีนั้น กดดันมากค่ะ อ้อยจึงเริ่มถามลีว่า “ที่รัก คุณเคยคิดเรื่องอนาคตของเรามั้ย” ลีก็บอกว่าคิด แต่ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ อ้อยเลยถามต่อค่ะว่า แล้วสิ่งที่คุณคิดคืออะไร บอกฉันได้ไหม เค้าก็ตอบกลับมาว่า “ผมคิดเรื่องที่ว่าทำยังไงเราจะได้อยู่ด้วยกันมากกว่านี้” อ้อยก็อ้ำอึ้งค่ะ ไม่แน่ใจว่าควรจะถามอะไรต่อ ก็เลยเข้าประเด็นและถามไปว่า “คุณเคยคิดไหมว่าอนาคตของเราควรจะเป็นยังไงต่อไป” เชื่อมั้ยคะว่าคำตบคืออะไร คำตอบคือ “ผมคิดว่าเราคบกันแบบนี้ก็ดียู่แล้ว” น้ำตาคลอเบ้าเลยค่ะ....พูดต่อไม่ถูก ซึ่งตอนนั้นลีเค้าก็ยังไม่เข้าใจค่ะ ว่าเราเสียใจทำไม สิ่งที่อ้อยหวังจะได้ยินจากเค้าไม่ใช่การแต่งงานค่ะ แต่อ้อยหวังที่จะได้ยินอะไรก็ได้ที่ดูมีจุดหมาย มีความมั่นคง พอที่เราจะรอและมีความหวัง แต่คำตอบนั้นมันรู้สึกแป๊บบบบไปที่หัวใจค่ะ พอตั้งสติได้ก็ปาดน้ำตาให้ตัวเอง และบอกกับลีในสิ่งที่อ้อยอยากบอก “ที่รัก! ตลอดระยะเวลาที่เราคบกัน มันทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว ฉันไม่รู้ว่าฉันรักคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่รู้วันนี้คือฉันขาดคุณไม่ได้ แต่ฉันต้องการความชัดเจนจากผู้ชายที่ฉันรักเท่านั้นว่า ความรักที่ฉันมีให้เค้ามันมีค่าสำหรับเค้ามากแค่ไหน แต่ในเมื่อคุณยืนยันว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราคือการคบกันไปแบบนี้เรื่อยๆ ฉันก็ขอพูดกับคุณตรงๆว่า ฉันไม่สามารถอยู่กับคนที่บอกว่ารักฉันมาก แต่ไม่สามารถให้อนาคตหรือความหวังอะไรกับฉันได้เลยได้ ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่ฉันก็ไม่สามารถโกหกความรู้สึกตัวเองได้ และการที่เราคุยกันถึงเรื่องนี้ ฉันไม่ได้ขอให้คุณเลือกที่จะทำอะไรและทิ้งอะไร เพียงแต่ต้องการความชัดเจนให้ตัวเอง” อ้อยบอกลีไปแบบนี้ค่ะ กว่าจะพูดคำเหล่านี้ทั้งหมดก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะตอนนั้นทั้งน้ำหู น้ำตา มาหมดเลยค่ะ ทั้งพูดทั้งร้องไห้ไป สะอื้นไป ลีเค้าก็อึ้งไปนานค่ะ นั่งกุมขมับและก็ดูเครียดๆ เพราะเรื่องนี้อ้อยเคยจะคุยกับเขามาหลายครั้งเหมืนกัน แต่ทุกครั้งเขาก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ที่ว่าบ่ายเบี่ยงนี่คือไม่อยากตอบค่ะ พอถามเสร็จก็จะมีธุระทันที

ถ้าอย่างงั้นคุณช่วยอะไรฉันหน่อยได้ไหม? อ้อยถาม. และก็พูดต่อไปว่าฉันขอให้คุณเก็บเรื่องนี้ไปคิดและถ้าคุณพร้อมเมื่อไหร่ ให้คุณกลับมาให้คำตอบฉันภายในหนึ่งเดือน ซึ่งภายในระหว่างหนึ่งเดือนไม่ต้องติดต่อฉันอีก บางทีเมื่อเราอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น เราอาจจะรู้ว่าเราทั้งสองคนต้องการอะไร! ลีตอบตกลงค่ะ แต่หลังจากที่คุยกันเสร็จอ้อยก็นอนร้องไห้ทั้งคืน มันเหมือนใจเราหล่นไปอยู่ที่พื้นเลยค่ะ มาการหน้าร้อน ปวดหัวเครียด และหนาวๆร้อนๆ วินาทีนั้นมันมีอะไรหลายๆอย่างในสมองค่ะ แอบคิดว่าหรือความรักที่เรามีให้เค้ามันไม่พอ หรือเพราะอะไร และแอบหวั่นๆค่ะว่าจะได้เลิกกันจริงๆ ถ้าได้เลิกกันจริงบอกเลยค่ะว่าอ้อยคงเสียใจมาก



Posted By: Oithip
Date Posted: 21 Aug 2014 at 22:14
Originally posted by Madamanna

ส้มตำพร้อมแระน้องอ้อย รีบกินรีบมา ป้าพกเบียร์ กับส้มตำ พร้อมมาปู่เสื่อรอ ....น่าฮ้านเด้อ

น่ากินจังค่ะ....ขอบคุณมากๆค่ะที่ฟังหนู Smile


Posted By: Oithip
Date Posted: 21 Aug 2014 at 22:16
Originally posted by iamwanmai


รออ่านด้วยคนค่ะ แหะๆ
 Big smileBig smile

อ้อยก็ติดตามเรื่องราวของคุณอยู่นะคะ


Posted By: Nattynoth
Date Posted: 22 Aug 2014 at 00:35
รอติดตามอยู่ค่ะ กลับมาเล่าไวๆนะคะ :)


Posted By: Yahoo22
Date Posted: 22 Aug 2014 at 01:12
เสื้อก็ปูรอ สัมตำก็มา ข้าวเหนียวก็นึ่ง ตอนนี้กางมุ้งรอ
มาให้ไว อย่าช้า ผู้อาวุโสรอ


Posted By: nart_ka
Date Posted: 22 Aug 2014 at 01:31
แวะมาลุ้นอีกรอบ ใจตุ้มๆ ต่อมๆ อยากให้สมหวัง :) รออ่านอยุ่จ้ะ

-------------
Wanna be in the right place with the right One...


Posted By: orkanger
Date Posted: 22 Aug 2014 at 03:07
เราเอาสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล มาแจมด้วยคนได้มั้ยอ่ะ ติดตามขอบจอด้วยคน


-------------


Posted By: khemkhem31
Date Posted: 22 Aug 2014 at 13:52
ไม่น่าหลงเข้ามาเลยฉานนน

-------------
khemkhem


Posted By: Yahoo22
Date Posted: 22 Aug 2014 at 14:03
เอามื้อเที่ยงมาอวด เจ้าของกระทู้ไปไหน ให้ไวเลย วัยรุ่นแรกแย้มฝาโลง อย่างป้าเซ็ง LOLLOLLOLLOL


Posted By: Oithip
Date Posted: 22 Aug 2014 at 15:43
วันนี้ทำก๋วยจั๊บญวนค่ะ...มากินด้วยกันนะคะSmile



Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 04:28

มาต่อแล้วค่ะ ขอโทษที่ให้รอนาน Tongue

เวลาผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆที่เราไม่ได้คุย ไม่ติดต่อ ไม่เจอกัน เวลาหนึ่งวันนี้มันเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดและทรมานใจมากค่ะ ทำให้อ้อยได้เข้าใจเลยว่าเวลาคนเราอกหักมันเป็นยังไง มันเหมือนหัวใจเราสลายไปโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ระหว่างที่อ้อยนั่งทำงานน้ำตามันก็ไหลออกมาเองโดยที่เราไม่รู้ตัว หยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้ เวลาเพื่อนร่วมงานถามอ้อยก็ได้แค่ตอบเขาไปว่าไม่ค่อยสบาย ที่ร้องไห้ก็เพราะว่ากลัวเสียเค้าไปค่ะ ยอมรับว่ารักเค้ามาก คิดถึงเรื่องดีๆที่เค้าเคยทำให้เรา คิดถึงช่วงเวลาดีๆที่เราอยู่ด้วยกัน แต่เรื่องราวในครั้งนี้อ้อยเป็นคนเริ่ม และอ้อยได้คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อ้อยต้องยอมรับมันให้ได้ และได้ทำใจแล้วว่าถึงเราจะเจ็บ แต่สักวันมันก็คงหาย เพราะถ้าให้อ้อยมานั่งรอคนรักโดยไร้ซึ้งจุดหมาย ความหวัง และอนาคต อ้อยทำไม่ได้ค่ะ ถ้าจะต้องทำแบบนั้นมันก็เจ็บไม่น้อยไปกว่าการที่อ้อยตัดสินใจจะพูดและตัดสินใจไปซะตอนนี้

ตอนดึกของวันนั้นได้มีโทรศัพท์เข้ามาหาอ้อย ซึ่งสายเข้านั้นไม่โชว์เบอร์ ในใจอ้อยก็แอบคิดค่ะว่าจะเป็นลีหรือเปล่า แต่ในใจก็ไม่แน่ใจว่าจะรับสายดีหรือไม่ อยากรับก็อยาก อยากได้ยินเสียงเค้า อยากให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ใจก็กลัวว่าถ้ารับแล้วจะได้คำตอบที่เราไม่อยากได้ยินค่ะ นั่งร้องไห้และจ้องโทรศัพท์ได้ซักพักอ้อยก็เลยตัดสินใจรับโทรศัพท์  และเสียงๆนั้นก็คือเค้าจริงๆค่ะ ลี! เค้าจริงๆ เค้าขอให้อ้อยออนไลน์ค่ะ เขาบอกว่าเขาอยากคุยกับอ้อยถึงเรื่องที่ค้างคาใจกันตั้งแต่เมื่อวันก่อน อ้อยเลยตกลงมาออนไลน์คุยกันผ่าน Skype พอเปิดกล้องขึ้นเราทั้งคู่ต่างเงียบค่ะ จนลีพูดขึ้นมาก่อนว่า

ลี : ที่รัก! ตั้งแต่เราคุยกันวันนั้น ผมได้คิดถึงเรื่องราวต่างๆที่คุณพูด และผมก็เข้าใจที่คุณขอให้ผมใช้เวลาหนึ่งเดือนเพื่อคิดและตัดสินใจ...แต่เวลาหนึ่งเดือนที่คุณให้ผมมันนานเกินไป

โอ๊ะ!! นาทีนั้นน้ำตาแตกเลยค่ะCryCryCry อ้อยแอบคิดไปว่ามันนานเกินไปสำหรับเค้าเหรอ หรือเค้าต้องการให้ทุกอย่างมันจบวันนี้ วินาทีนี้เลยเหรอ อะไรหลายๆอย่างมันสุมเข้ามาในใจ ทั้งในหัวก็สับสนไปหมด พูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งร้องไห้เหมือนใจจะขาดให้ได้

ลี : ที่รัก! ที่ผมบอกว่าหนึ่งเดือนมันนานไป ผมจะบอกคุณว่าระหว่างที่ผมไม่ได้เจอคุณ คุยกับคุณตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน มันเป็นช่วงเวลาที่ผมทรมานมาก ผมไม่สามารถกินข้าว ทำงานหรือนอนหลับได้เลย และเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนที่ผ่านไปมันทำให้ผมรู้ว่า “ชีวิตผมขาดคุณไม่ได้” ผมไม่อยากเสียคุณไปเพราะคุณคือทั้งชีวิตของผม

จริงๆเรื่องนี้มีปัญหาหลายๆอย่างเกี่ยวเนื่องค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวของเราทั้งคู่ ทั้งครอบครัวอ้อยที่ไม่ชอบลี ทั้งเรื่องที่แม่ลีไม่ยอมรับอ้อย มันเลยทำให้เรากดดันกันทั้งคู่ และก่อนหน้านี้ที่เราทีปัญหากัน และที่ลีไม่อยากพูดเรื่องอนาคตกับอ้อยรู้เหตุผลว่าเพราะอะไร บ้านลีมีพี่น้องกันสองคนค่ะ มีพี่ชายแต่พี่ชายมีครอบครัวและย้ายออกไปอยู่กับครอบครัวนานแล้ว และหลังจากที่พี่ของลีเสียไป ลีต้องดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านแทนพ่อค่ะ และต้องดูแลแม่ ซึ่งลีอยู่กับแม่มาตั้งแต่เด็กไม่เคยย้ายออกไปไหนเลย เลยทำให้เค้ากลัวการที่จะมีอนาคตกับอ้อยเพราะกลัวว่าแม่ของเค้าจะรับไม่ได้ค่ะ เค้าเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกแม่มาก แต่อ้อยก็ไม่เคยว่าเค้าค่ะ แม่เราเราก็รัก ส่วนแม่เค้าเค้าก็รักเหมือนกัน อันนี้อ้อยเข้าใจ แต่ในเมื่อเรารักกัน เราก็ต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันใช่มั้ยคะ จนมาถึงวันที่อ้อยต้องพูดให้เค้าตัดสินใจเรื่องอนาคตนั่นแหล่ะค่ะ

พอลีเค้าพูดทุกอย่างที่เค้ารู้สึก อ้อยก็เริ่มตอบเขาไปบ้าง แต่กว่าจะพูดได้ต้องใช้เวลาค่ะ ตอนนั้นร้องไห้ใจจะขาด สะอึก สะอื้น หยุดไม่ได้

อ้อย : ที่รัก! ฉันก็รักคุณมากและไม่อยากเสียคุณไปเหมือนกัน แต่ที่ฉันถามเรื่องอนาคตของเราคุณเข้าใจใช่ไหมว่าฉันรู้สึกอย่างไร เมื่อเห็นเพื่อนฝูงหรือคนรอบตัวเขามีความรักที่มั่นคง และทึกครั้งที่เพื่อนๆถามถึงอนาคต มันเป็นเรื่องที่ฉันตอบไม่ได้ เพราะตัวฉันเองก็ยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร

ลี : ผมเข้าใจแล้ว (ร้องไห้ตามเราเฉยเลย) และตอนนี้ผมก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำยังไงต่อ

ระหว่างที่คุยกันเราก็พยายามปรับความเข้าใจกันค่ะ ลีเค้าให้เวลาอ้อยที่จะหยุดร้องไห้ และหาเรื่องตลกๆมาพูดให้เรารู้สึกดี จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงลีเค้าก็ขอกลับเข้าสู่ประเด็นเดิม และอ้อยก็อยากรู้ค่ะว่าเค้าจะจัดการกับปัญหานี้ยังไง ในเมื่อเค้ากลัวแม่มาก

ลี : ที่รัก! ผมขอโทษ ที่ทำให้คุณเสียใจ ผมไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้ทุกครั้งที่ผมเห็นคุณร้องไห้ มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมไม่ดีพอสำหรับคุณ ขอโทษที่ผมทำตัวเหมือนเด็กติดแม่ตลอดเวลา จนบางครั้งไม่กล้าที่จะตัดสินใจอะไรเลย แต่วันนี้ผมมีคำตอบให้คุณ แต่ก่อนที่ผมจะตอบผมมีคำถามสองคำถามและผมสัญญาว่าผมจะไม่ถามอะไรคุณอีก คุณจะว่ามั้ยถ้าผมจะถามคุณ?

พอลีบอกว่ามีคำถาม อ้อยก็พูดไม่ออกเลยค่ะ ในใจกลัวเค้าจะถามคำถามที่เราตอบไม่ได้ และแอบคิดว่าเราไปทำอะไรผิดหรือเปล่าหว่า!!

อ้อย : คุณมีอะไรจะถามฉันเหรอ?

ลี : คำถามแรก ผมอยากถามคุณว่า คุณรู้ใช่มั้ยว่าแม่ผมไม่ชอบคุณ? สมมุติว่าวันหนึ่งในอนาคตถ้าเราได้อยู่ด้วยกันจริงๆ คุณจะอยู่บ้านหลังเดียวกันกับแม่ผมได้มั้ย?

อ้อย : ได้สิ ฉันรู้ว่าแม่คุณไม่ชอบฉัน แต่ฉันรู้ว่าเพื่อคุณฉันจะอยู่กับเขาได้แน่นอน และฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่งแม่ของคุณจะเห็นความดีของฉันบ้าง

ลี : ที่รัก ผมขอโทษถ้าความจริงบางอย่างที่ผมบอกคุณมันทำให้คุณเสียใจ แต่นี่คือความจริง และผมขอบคุณคุณมากที่เข้าใจและไม่โกรธแม่ของผม ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด และผมก็รู้ว่าคนที่ผิดคือแม่ของผม ด้วยความอคติและเป็นเพราะแม่ของผมเป็นคนแก่หัวโบราณเลยทำให้เขาเป็นคนแบบนี้

อ้อย : ไม่เป็นไรหรอกที่รัก ฉันเข้าใจ และอีกคำถามของคุณคืออะไร?

ลี : ผมสัญญาว่าคำถามนี้จะเป็นคำถามสุดท้ายในชีวิตที่ผมจะถามคุณ แต่ก่อนที่ผมจะถามผมอยากบอกว่า ผมรักคุณมาก

เอาแล้วไง!! มาแนวนี้ให้ใจหายวาบอีกแล้ว ในใจอ้อยแอบคิดอีกแล้วค่ะว่าอ้อยไปทำอะไรไม่น่ารักไว้ให้เค้าเสียใจหรือเปล่า ทำไมเขาถึงบอกว่าจะถามคำถามนี้เป็นคำถามสุดท้ายและในชีวิตนี้เขาจะไม่มีคำถามอะไรมาถามอ้อยอีก ใจแป้วอีกแล้วค่ะ คิดไปต่างๆนาๆ คิดว่าเขาจะทิ้งเราไปไหนหรือเปล่า ทำไมต้องถามเป็นครั้งสุดท้าย และอีกแค่คำถามเดียว พอตั้งสติได้เลยตอบลีไปค่ะ

อ้อย : ฉันรักคุณเหมือนกัน คุณอยากรู้อะไรถามมาได้เลย

ลีค้าเงียบไปครู่หนึ่งค่ะ แล้วอยู่ดีๆเขาก็ลุกจากเก้าอี้แล้วก็ขยับกล้อง แล้วก็เดินออกนอกประตูห้องนอนไป วินาทีนั้นอ้อยใจไม่ค่อยดีเลยค่ะ สักพักเขาก็เดินกลับมาและนั่งคุกเข่าหน้ากล้อง

ลี : ที่รัก คุณจำได้มั้ยครั้งแรกที่เราเจอกันในวันที่พ่อผมเสียชีวิต คุณเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างผมในเวลาที่ผมทุกข์ที่สุดในชีวิตทั้งๆที่คุณรู้จักผมได้ไม่กี่วันและเหตุการณ์วันนั้นผมไม่มีวันลืม และวันนี้ผมแน่ใจแล้วว่าชีวิตผมต้องการอะไรและผมก็รู้แล้วว่าชีวิตของผมขาดคุณไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว คำถาที่ผมจะถามคือ......

ลี : Darling, Will you marry me!!!!!

ก่อนที่จะตอบคำถาม ภาพต่างๆในอดีตมันผุดขึ้นมาในหัวค่ะ ซึ่งมันมีแต่เรื่องดีๆที่เค้าทำให้มาเสมอ ตั้งแต่ตอนไปเที่ยวเกาะพีพีแล้วมีพายุเข้า เหมือนเรือจะจมค่ะ เขาไม่ทิ้งเรา เรานั่งจับมือและกอดกันบนเรือพูดอะไรไม่ได้นอกจากมองหน้ากัน และเราสองคนก็คิดแบบเดียวกันว่า วันนี้เราคงต้องตายด้วยกันแน่แล้ว ท่ามกลางความตกใจและเสียงร้องไห้ของนักท่องเที่ยวคนอื่นบนเรือนับร้อยคน

ผู้ชายคนไหนอีกมั้ยในโลกนี้จะมารินน้ำใส่แก้วไว้ให้เราดื่มทุกเช้าตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน

จะมีผู้ชายซื่อๆคนไหนยอมลงไปนั่งแช่ในอ่างอาบน้ำเพื่อนวดเท้าให้เราทั้งๆที่รู้ว่าตอนนั้นเราเป็นประจำเดือน (ต้องขอบอกว่าอ้อยไม่ได้บอกให้เขาทำนะคะ แต่ตอนนั้นไปเที่ยวที่บาหลีและอ้อยมีรอบเดือน และมีอาการปวดท้องมากค่ะ กินยาก็ยังไม่หาย ด้วยความที่ว่าเค้าเป็นผู้ชายไม่รู้จะช่วยเรายังไง เค้าก็ไปเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำแล้วมาบอกเราไปล้างตัวแล้วลงไปนั่งแช่ค่ะ)

และจะมีผู้ชายอีกซักกี่คนที่จะคอยตั้งนาฬิกาปลุกตัวเองทุกสี่ชั่วโมงเพื่อหาน้ำหายามาให้เรากินทั้งคืนและอีกหลายๆความดีที่เค้าทำให้เรา และมันทำให้อ้อยมั่นใจค่ะว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ ใช่ที่สุดในชีวิต..

ตอนนั้นด้วยความดีใจค่ะ พูดไม่ออกไปประมาณห้านาที จนคุณลีบอกว่าที่รักผมคุกเข่าจนปวดขาแล้วนะ คุณว่ายังไง อ้อยเลยตอบว่า Yes!EmbarrassedCrySmileLOL ค่ะ ร้องไห้ก่อนเลยค่ะ ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ แอบคิดแง่ลบไปต่างๆนาๆ กลัวเสียเค้าไป มันเป็นความรู้สึกเหมือนฟ้าหลังฝนค่ะ ที่หลังจากฝนตกแล้วท้องฟ้าจะสดใส ในที่สุดเราก็ตกลงจะแต่งงานกันค่ะ เราคุยกันว่าเราจะแต่งงานกันปีหน้า คือปี 2555 เพราะหลังจากที่เราเข้าใจกันแล้วไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะราบรื่นค่ะ ระหว่างนี้ไปยังมีอีกภารกิจที่ลีต้องทำ นั่นคือปรับความเข้าใจกับครอบครัวอ้อยให้ได้และต้องขออ้อยกับแม่ด้วยค่ะ J

สู้ๆนะคะที่รัก!........



Posted By: orkanger
Date Posted: 23 Aug 2014 at 04:48
เข้ามาให้กำลังใจคุณอ้อยค่ะ เราเองก็มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับแม่แฟนค่ะ แม่แฟนค่อนข้างมีอคติกับสาวเอเชีย แต่ไม่ได้ดื้อรั้นจนไม่ยอมรับฟังเลย เจอแม่แฟนครั้งแรก เกร็งมาก แต่เราก็เอามารยาทแบบไทยๆเข้าหา มีเวลาเราจะชวนแฟนไปเยี่ยมแม่บ่อยๆ ปัจจุบันนี้ แฟนเราแอบบ่นน้อยใจ เพราะแม่เค้ารักเรามากกว่า ไปหาแต่ละครั้งได้ของกินกลับมาเพียบ โดยเฉพาะ เค้ก แม่แฟนทำเค้กอร่อยมากๆ

-------------


Posted By: Catwoman
Date Posted: 23 Aug 2014 at 10:21
ยินดีด้วยนะค่ะ อ่านแล้วจะร้องไห้ตามเลย .. ขอให้นับจากนี้ไป ให้ จขกท สุขสมหวังนะค่ะ :)

-------------
YOU CAN'T PLEASE EVERYONE, SO...



Posted By: SuchadaConpien
Date Posted: 23 Aug 2014 at 10:24
อ่านดูแล้วพี่ดูเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดีนะคะ ดูอบอุ่นดีค่ะ(โบว์เดาจากตัวอักษรนะคะ) ชอบมากเลยผู้หญิงที่มีทัศนคติแบบพี่ คู่หนูเองก็ไม่ต่างกับพี่ค่ะ เจอกันได้แค่ปีละครั้ง ส่วนเรื่องแม่แฟน พี่ทำดีให้เขา อย่างไรเสียสักวันเขาต้องแพ้ความดีค่ะ โบว์เชื่อว่าพี่ต้องเข้ากับแม่เค้าได้แน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้น้า Wink

-------------
http://s1075.photobucket.com/user/bbs2/media/bb3_zpsibdrtcix.jpg.html">


Posted By: nart_ka
Date Posted: 23 Aug 2014 at 12:36
เฮ้อออออ ซะที ลุ้นแทบแย่
สู้ต่อไปค่ะ

-------------
Wanna be in the right place with the right One...


Posted By: iamwanmai
Date Posted: 23 Aug 2014 at 18:28

โอ้ยยยย..หนูฟินอีกแล้ววววว
เดี๋ยวมีต่อใช่มั้ยคะ?? รอติดตามนะค๊าาาาา
SmileSmile


-------------

the eyes are blind, one must look with heart..
life is a one short thing but..
tomorrow comes daily.. ☺♥
WM★


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:37

แล้วภารกิจต่อไปก็เริ่มขึ้นค่ะ เราวางแผนที่จะให้ลีได้เจอกับผู้มีอิทธิพลสูงสุดในครอบครัว นั่นก็คือแม่ค่ะ อ้อยได้จองตั๋วให้แม่และยายมาเที่ยวที่พัทยา ซึ่งอ้อยได้บอกแม่กับยายว่าลีจะมาเมืองไทย และอ้อยก็อยากให้แม่และยายได้ทำความรู้จักกับลีมากขึ้น ซึ่งทั้งสองคนก็ตกลงตามนั้นค่ะ โดยมีกำหนดการมาเที่ยวสองอาทิตย์ จนวันที่ทุกคนมาอยู่พร้อมหน้ากัน อ้อยและลีได้พาแม่และยายไปเที่ยวที่ต่างๆ พากันไปกินข้าว และเวลาต้องการพูดคุยอะไรกันอ้อยก็จะคอยเป็นสื่อกลางให้ค่ะ ก่อนหน้าที่แม่และยายจะมาอ้อยยังไม่ได้บอกเรื่องที่เราจะแต่งงานค่ะ เรารอบอกพร้อมกันและลีต้องการที่จะขออ้อยกับแม่ด้วย ระหว่างที่แม่และยายมาเที่ยวทุกอย่างเป็นไปด้วยดีค่ะ สถานการณ์ต่างๆ ราบลื่นดี จนมาถึงวันที่ต้องคุยกับทั้งสองคนเรื่องที่เราจะแต่งงาน

คืนวันหนึ่งเราพาแม่และยายไปทานข้าวที่ร้านอาหารติดทะเล อ้อยเริ่มคุยกับแม่ก่อนเรื่องที่ว่าเราคบกันมายังไงบ้าง และลีก็พูดด้วยค่ะอ้อยก็แปลให้แม่ฟัง แม่กับยายทั้งสองคนก็เงียบไป ลีก็ยังไม่ละความพยายามค่ะ พูดต่อไปในสิ่งที่ลีรู้สึกกับอ้อยและขอโทษแม่กับยายเรื่องที่เค้าไม่ใช่คนรวย ไม่สามารถให้ทุกอย่างตามที่เราต้องการได้ ซึ่งอ้อยก็แปลให้แม่และยายฟังประมาณนี้ค่ะ “ตอนที่อ้อยบอกผมว่าพวกคุณตกลงที่จะมาเที่ยว ผมดีใจมาก เพราะการมาครั้งนี้ผมหวังที่จะได้เจอพวกคุณและคุยกับพวกคุณ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถ้าผมดูแลอ้อยไม่ได้ย่างที่พวกคุณหวังผมต้องขอโทษด้วย แต่ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าผมรักลูกสาวและหลานสาวของพวกคุณมากและผมก็อยากให้เธอได้ในทุกอย่างที่เธอต้องการเช่นกัน แม้บางครั้งผมจะไม่สามารถหาให้เธอได้ในเวลานั้นแต่ผมก็จะพยายามหาให้เธอให้ได้ และวันนี้ผมอยากจะมาคุยกับคุณทั้งสองคนเพื่อที่จะขอแต่งงานกับลูกสาวและหลานสาวของพวกคุณ พวกคุณจะอนุญาตให้เราแต่งงานกันได้มั้ย Please!”ClapClapClap อยากบอกว่าแม่กับยายก็อึ้ง ทึ่ง งง กันทั้งคู่ และแม่ก็พูดขึ้นมาว่า “ไม่ว่าหรอกนะที่ไม่สามารถให้ทุกอย่างที่อ้อยต้องการได้ แต่จะว่าถ้าแต่งไปแล้วเอามาคืน” เฮ้อ!! ลุ้นแทบแย่LOLLOL วินาทีนั้นลีดีใจมากค่ะและได้ขอบคุณแม่ที่อนุญาตให้เราแต่งงานกันSmile

วันถัดมาเราได้คุยกันเรื่องสินสอดและฤกษ์แต่งงานค่ะ ซึ่งแม่ของอ้อยท่านไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก ท่านแค่เรียกสินสอดไปหนึ่งแสนบาทโดยที่ไม่มีทองเลยค่ะ แต่เรื่องงานและค่าใช้จ่ายต่างๆเราจะออกกันเอง และฤกษ์แต่งงานของเราก็คือ วันที่ 9 มกราคม 2555 โดยจัดเป็นพิธีเล็กๆ สู่ขวัญและผูกข้อต่อแขนกันตอนเช้าตามประเพณีอีสานและทานข้าวกันค่ะ โดยแขกที่มาในงานก็มีแต่ญาติๆและเพื่อนสนิทเท่านั้น ซึ่งรวมๆแล้วก็ประมาณห้าสิบคน



Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:49
เล่ากันมาก็นานล่ะ...วันนี้อ้อยขอนำภาพบรรยากาศในงานมาโชว์นะคะ



Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:50


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:51


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:53


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:54


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:54


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:55


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:57
และในรูปนี้จะขอแนะนำค่ะว่าผู้หญิงในชุดผ้าไหมสีม่วงคือป้าที่สอนงานอ้อยและฝรั่งอีกคนคือสามีของป้าซึ่งเป็นเพื่อนของลี ซึ่งทั้งสองคนเป็นคนที่ทำให้เราได้เจอกันค่ะSmileSmile



Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 19:59


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:00


Posted By: maddox kruger
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:01
คุณอ้อยสวยจังเลยคะ ตอนนี้ผ่านมา สองปีแล้ว มีน้องหรือยังคะ ยินดีด้วยนะคะ อ่านแล้วมีความสุขจังเลยคะ ขอให้มีความสุขตลอดไปนะคะ

-------------
suwannes


Posted By: Umaporn.C
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:02
คุณลี แลดูน่ารักดีค่ะ คุณอ้อยก็สวย  ...ยินดีด้วยคะ
ClapClapClapClapClapClapClapClapClapClapClap


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:05
และนี่ก็เป็นดอกไม้ช่อแรกในชีวิตที่ลีให้อ้อยค่ะ ตั้งแต่คบกันเป็นแฟนมาห้าปีอ้อยยังไม่เคยได้รับดอกไม้จากลีเลยซักครั้ง ลีได้สั่งและไปส่งให้ที่ทำงานของอ้อยในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2555EmbarrassedEmbarrassed



Posted By: iamwanmai
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:18

พี่อ้อยสวยยยยยยยยจัง EmbarrassedEmbarrassed คุณลีดูเป็นคนอบอุ่นมากเลยค่ะ
SmileSmile


-------------

the eyes are blind, one must look with heart..
life is a one short thing but..
tomorrow comes daily.. ☺♥
WM★


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:22
อ้อ...จะบอกว่าตอนงานแต่งงานแม่สามีไม่ได้มาด้วยค่ะ เพราะไม่ได้บอกท่าน สามีกลัวบอกไปแล้วจะมีปัญหาและจะไม่ได้มาแต่งงาน ซึ่งอ้อยก็รู้ว่ามันไม่ดีค่ะที่ไม่แจ้งท่าน แต่อ้อยคิดว่าเค้าเป็นแม่ลูกกัน น่าจะรู้นิสัยกันดีกว่าอ้อย อ้อยจึงเคารพในการตัดสินใจของลีค่ะ แต่ก็ได้ตกลงกันว่าหลังจากแต่งงานแล้วเราจะไปบอกท่านอีกที ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่เราคิดค่ะ คือท่านไม่เข้าใจในความสัมพันธ์ของเราและท่านก็โกรธมากที่ลีมาแต่งงานกับอ้อย แต่ถึงอย่างไรอ้อยก็ไม่โกรธลีหรอกค่ะ แต่มันเกิดความเข้าอกเข้าใจลีมากยิ่งขึ้น และอ้อยเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรที่มันทำร้ายจิตใจสามีตัวเองค่ะ เพราะเรารู้ว่าเขาพยายามแล้วและเขาก็คงไม่ได้สบายใจนักกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ปัจจุบันเราก็แต่งงานกันมาได้สองปีกว่าแล้วค่ะ เราคุยกันว่าปีนี้เราจะปล่อยให้มีน้องและมีอีกภาระกิจที่ต้องทำคือ ต้องไปพิชิตใจแม่สามีค่ะ (งานนี้ถึงทีอ้อยต้องออกโรงแล้วสินะ อิอิ)Handshake ตอนนี้อ้อยได้ยื่นวีซ่าท่องเที่ยวไปสามเดือนค่ะ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยไม่กี่วันมานี้ได้รับโทรศัพท์จากทางสถานทูตโทรมาสัมภาษณ์ที่ทำงานค่ะ ตอนนี้ก็นั่งหัวใจตุ้มๆต่อมๆ รอลุ้นให้วีซ่าผ่านค่ะ ถ้าผ่านก็คงได้ไปเดือนหน้านี้แล้ว....ยังไง อ้อยก็ขอขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านเรื่องราวความรักของอ้อยและลีนะคะ และขอขอบคุณสำหรับกำลังใจจากพี่ๆทุกคนด้วยค่ะด้วยค่ะ

ถ้าได้ไปและสามารถพิชิตใจแม่สามีได้หรือไม่ได้อย่างไร อ้ยจะมาอัพเดทเป็นระยะๆค่ะWinkTongue

ถึงเราจะอยู่กันคนละซีกโลก...แต่ความรักของเราก็สื่อถึงกันได้ทุกวินาทีค่ะ...อ้อยเชื่ออย่างนั้นSmile

ขอให้ทุกคนที่เชื่อมั่นในความรัก และผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดีนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนเช่นกันค่ะ



Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:24
Originally posted by iamwanmai


พี่อ้อยสวยยยยยยยยจัง EmbarrassedEmbarrassed คุณลีดูเป็นคนอบอุ่นมากเลยค่ะ
SmileSmile


ขอบคุณค่ะน้องวันใหม่...ลีเป็นคนใจดีและเป็นผู้ชายอบอุ่นค่ะSmileSmile ถึงจะไม่หล่อแต่ก็ได้ใจพี่ไปเต็มๆเลยค่ะ 555+


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:25
Originally posted by dewnoom

แปบนะ ขอเวลาปูเสื่อ Big smileBig smileBig smile




Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:27
เสื่อยาวดีจังค่ะ ซื้อที่ไหนคะ อ้อยจะได้ไปซื้อมานั่งอ่านเรื่องราวเพื่อนๆพี่ๆบ้าง 555+ LOLTongueSmile


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:30
Originally posted by orkanger

เข้ามาให้กำลังใจคุณอ้อยค่ะ เราเองก็มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับแม่แฟนค่ะ แม่แฟนค่อนข้างมีอคติกับสาวเอเชีย แต่ไม่ได้ดื้อรั้นจนไม่ยอมรับฟังเลย เจอแม่แฟนครั้งแรก เกร็งมาก แต่เราก็เอามารยาทแบบไทยๆเข้าหา มีเวลาเราจะชวนแฟนไปเยี่ยมแม่บ่อยๆ ปัจจุบันนี้ แฟนเราแอบบ่นน้อยใจ เพราะแม่เค้ารักเรามากกว่า ไปหาแต่ละครั้งได้ของกินกลับมาเพียบ โดยเฉพาะ เค้ก แม่แฟนทำเค้กอร่อยมากๆ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ อ้อยดีใจด้วยนะคะที่คุณพิชิตใจแม่สามีได้ ตอนนี้อ้อยเดินเรื่องวีซ่าอยู่ค่ะ ถ้าผ่านก็คงจะถึงคิวอ้อยไปพิชิตใจแม่สามีเดือนหน้านี้ค่ะLOL 


Posted By: noname
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:30
ขอให้พิชิตใจแม่สามีได้สำเร็จนะคะ


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:32
Originally posted by maddox kruger

คุณอ้อยสวยจังเลยคะ ตอนนี้ผ่านมา สองปีแล้ว มีน้องหรือยังคะ ยินดีด้วยนะคะ อ่านแล้วมีความสุขจังเลยคะ ขอให้มีความสุขตลอดไปนะคะ

ตอนนี้ยังไม่มีน้องค่ะ แต่วางแผนว่าปีนี้จะปล่อยล่ะ...ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับกำลังใจ เห็นภาพน้องแล้วอ้อยก็อยากมีบ้างค่ะ ลูกคุณน่ารักมากๆๆๆๆๆ เห็นแล้วอิจฉา LOLLOL


Posted By: Clumbsy
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:34
เข้ามายินดีด้วยกับคุณอ้อยและคุณลี ขอให้มีน้องไวๆและขอให้พิชิตใจแม่สามีน่ะค่ะ ยังไงมาอัพเดตน่ะค่ะ ลุ้นช่วยค่ะ 




-------------
Treat people the ways you want to be treated.
http://daisypath.com">


Posted By: Yahoo22
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:47
อุสาห์ลุ้นมาหลายวัน แฮ่ บ่าวสาว เหมาะสมกันค่ะ หวานเชียว


Posted By: Oithip
Date Posted: 23 Aug 2014 at 20:58
Originally posted by Yahoo22

อุสาห์ลุ้นมาหลายวัน แฮ่ บ่าวสาว เหมาะสมกันค่ะ หวานเชียว

ขอบคุณมากค่ะที่ติดตามเรื่องราวของอ้อย ขอโทษด้วยนะคะที่ช้าบ้าง มัวแต่ออกไปหาส้มตำชายหาดกินอยู่ค่ะ กินตามร้านมันแซ่บไม่ถึงใจ อิอิLOLBig smileSmile


Posted By: kosi
Date Posted: 23 Aug 2014 at 21:55
ป้าขอให้วีซ่าผ่านนะค่ะ. ป้าจะรออ่านตอนหลีงจากกลับมาจากเยี่ยมแฟนนะค่ะ คนไทยเรามีจิตใจดี เอื้ออาทร และมีมนุษย์สัมพันธ์ดี คนต่างชาติจะชอบ คิดว่าคุณแม่ลี น่าจะชอบน้องออ้อยค่ะ เอาใจช่วยนะค่ะ


Posted By: Nattynoth
Date Posted: 23 Aug 2014 at 23:43
ขอเอาใจช่วยให้ภาระกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดีนะคะ


Posted By: iamwanmai
Date Posted: 24 Aug 2014 at 08:59

ความดีของพี่อ้อยจะต้องเอาชนะใจแม่สามีได้แน่นอน
เหมือนที่คุณลีมองเห็นนะคะ หนูเอาใจช่วยค่ะ


-------------

the eyes are blind, one must look with heart..
life is a one short thing but..
tomorrow comes daily.. ☺♥
WM★


Posted By: amiga
Date Posted: 24 Aug 2014 at 09:38
ยินดีด้วยค่ะ  ขอให้ผ่านอุปสรรคไปได้    หญิงไทยใจแกร่งสู้ๆค่ะ  ทำให้คุณแม่สามีรู้ว่า  ท่านเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดที่มีลูกสะใภ้อย่างคุณอ้อยนะค่ะ....


Posted By: smooth operator
Date Posted: 24 Aug 2014 at 10:46
ชอบผู้หญิงที่สวยตามธรรมชาติที่พ่อแม่ให้มา
ขออวยพรให้คุณและสามีมีความสุขนะ




Posted By: ZEVEE
Date Posted: 24 Aug 2014 at 16:40
เรื่องราวของคุณอ้อย ซึ้งมากเรยค่ะ เป็นกระทู้แรก ที่อ่านแล้ว หมดทิชชู่ไปหลายแผ่นอ่ะ ยิ่งกว่าดูละครทีวี Embarrassed

คุณอ้อย กับ คุณลี เหมาะสมกันมากค่ะ งานแต่งงานดูอบอุ่นมากเรยค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณอ้อยนะคะ ขอให้วีซ่าผ่าน

และขอให้ประสบความสำเร็จในการพบคุณแม่สามีนะคะ ความอ่อนโยนของคุณอ้อยจะให้คุณแม่ใจอ่อนแน่ ๆ ค่ะ Wink


Posted By: Oithip
Date Posted: 25 Aug 2014 at 00:51
Originally posted by kosi

ป้าขอให้วีซ่าผ่านนะค่ะ. ป้าจะรออ่านตอนหลีงจากกลับมาจากเยี่ยมแฟนนะค่ะ คนไทยเรามีจิตใจดี เอื้ออาทร และมีมนุษย์สัมพันธ์ดี คนต่างชาติจะชอบ คิดว่าคุณแม่ลี น่าจะชอบน้องออ้อยค่ะ เอาใจช่วยนะค่ะ

ขอบคุณคุณป้าสำหรับกำลังใจค่ะ ส่วนตัวอ้อยแล้ว อ้อยก็เชื่อว่าซักวันแม่สามีของอ้อยท่านคงเห็นใจและความดีเราบ้างค่ะ ตลอดระยะเวลาแปดปีที่อ้อยรัก, ซื่อสัตย์ และรอคอยลูกชายของท่าน ท่านคงจะเห็นบ้างแล้ว เหลือแต่ต้องได้เจอหน้าค่าตากันค่ะ ถ้าได้ไปแล้วอ้อยจะเอาข่าวดีมาเล่าให้ฟังค่ะSmileSmileSmileSmile


Posted By: Oithip
Date Posted: 25 Aug 2014 at 00:54
Originally posted by ZEVEE

เรื่องราวของคุณอ้อย ซึ้งมากเรยค่ะ เป็นกระทู้แรก ที่อ่านแล้ว หมดทิชชู่ไปหลายแผ่นอ่ะ ยิ่งกว่าดูละครทีวี Embarrassed

คุณอ้อย กับ คุณลี เหมาะสมกันมากค่ะ งานแต่งงานดูอบอุ่นมากเรยค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณอ้อยนะคะ ขอให้วีซ่าผ่าน

และขอให้ประสบความสำเร็จในการพบคุณแม่สามีนะคะ ความอ่อนโยนของคุณอ้อยจะให้คุณแม่ใจอ่อนแน่ ๆ ค่ะ Wink

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ จริงๆแล้วเรื่องราวมันมีเยอะมากค่ะ แต่กลัวคนอ่านจะเบื่อเลยรวบรัดตัดตอนมาบ้างแล้ว (ขนาดย่อนะเนี่ย อิอิ) ตั้งแต่มาเป็นสมาชิกที่นี่ รู้สึกอบอุ่นมากๆค่ะ เหมือนได้พี่สาวเพิ่มมาหลายคน SmileSmileSmile


Posted By: Oithip
Date Posted: 25 Aug 2014 at 00:56
ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจจากพี่ๆทุกคนนะคะ..ซึ้งใจมากๆเลยค่ะSmileSmileCryCryCry


Posted By: Oithip
Date Posted: 01 Sep 2014 at 19:09
สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน วันนี้อ้อยได้ไปรับเล่มคืนแล้วค่ะ บอกเลยว่าหัวใจจะหล่นไปอยู่ตะตุ่มตอนได้ซอง เพราะตอนรับซองได้เอกสารคืนมาเป็นปึกเลยค่ะ เค้าเอาเอกสารที่อ้อยยื่นไปใส่ซองกลับมาให้ ในใจแอบคิดว่าไม่ผ่านแน่เลยเรา เขาเลยคืนเอกสารมาให้ทั้งหมด (เป็นมนุษย์ชอบมโนไปเองค่ะ อิอิ) ยังไม่ทันออกจากลิฟท์รีบฉีกซองดูเลยค่ะ ปรากฏว่า ได้วีซ่ามาแล้วค่ะ ดีใจสุดๆเลย

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำและทุกๆกำลังใจนะคะ อ้อยก็ขอเป็นกำลังใจให้ได้วีซ่ากันทุกๆคนนะคะ SmileLOLLOLSmileSmileLOLApprove


Posted By: jjbb
Date Posted: 01 Sep 2014 at 20:18
ซึ่งมากเลยค่ะ จนกั้นน้ำตาไมอยู่เหมือนกัน ขอให้โชคดีนะค่ะสู้ๆ

-------------
ผลสอบA1 จะหมดอายุหลังยื่นวีติดตาม 2 เดือน


Posted By: Oithip
Date Posted: 01 Sep 2014 at 20:40
[QUOTE=jjbb]ซึ่งมากเลยค่ะ จนกั้นน้ำตาไมอยู่เหมือนกัน ขอให้โชคดีนะค่ะสู้ๆ[/QUOT

ขอบคุณค่ะคุณ jjbb :-)


Posted By: Orange Windmill
Date Posted: 01 Sep 2014 at 21:07
ยินดีด้วยนะคะ ขอให้พิชิตใจคุณแม่สามีสำเร็จ และมีน้องเร็วๆนะคะ ^^


Posted By: Oithip
Date Posted: 01 Sep 2014 at 21:15
Originally posted by Orange Windmill

ยินดีด้วยนะคะ ขอให้พิชิตใจคุณแม่สามีสำเร็จ และมีน้องเร็วๆนะคะ ^^

ขอบคุณมากค่ะ คุณOrange Windmill :-)


Posted By: bovyontop
Date Posted: 01 Sep 2014 at 21:47
SmileSmileSmileSmile ความรักสวยงามเสมอ ยินดีด้วยนะค่ะ สะไภ้uk

-------------
Old account ... New life
always smile :)


Posted By: Luigi
Date Posted: 01 Sep 2014 at 21:54
ชอบคุณอ้อยใจสู้ดีจัง
เจอปัญหาอะไรก็หาทางออกเองได้หมด
ทั้งกับแฟน กับครอบครัวตัวเอง
มั่นใจค่ะว่ากับแม่สามีคุณอ้อยก็สามารถค่า
เดินทางคราวนี้ขอให้สนุกและปรัสบความสำเร็จนะคะ


-------------
mommmmmmmmmmmmmmmm


Posted By: Oithip
Date Posted: 28 Nov 2014 at 09:36

สวัสดีค่ะพี่ๆเพื่อนๆ

หลังจากอ้อยได้วีซ่าและหายไปสองเดือนกว่าๆ วันนี้อ้อยเลยกลับมาอัพเดทค่ะ ตอนนี้อ้อยมาอยู่ที่อังกฤษได้สองเดือนกว่าแล้วค่ะ เหลืออีกไม่นานก็ต้องจากคนที่เรารักอีกแล้ว พูดแล้วก็เศร้าใจค่ะ

เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ คือความรักของอ้อยเนี่ยเป็นความรักที่ทรหดอดทนมากค่ะ กว่าจะมีวันนี้เราทั้งสองคนต้องผ่านอุปสรรคมากมายเหลือเกินค่ะ ตามที่อ้อยเคยเล่าในกระทู้แรกนั่นละคะ แต่อุปสรรคสุดท้ายนี่สิคะ เราทั้งสองคนต้องทรมานใจกับเรื่องนี้เหลือเกินค่ะ ถ้าพูดตามภาษาบ้านเราก็คือ ปัญหาแม่ผัวลูกสะไภ้ค่ะ และนี่คือจุดประสงค์ในการมาเยือนอังกฤษในครั้งนี้ อ้อยก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่ามีพี่ๆเพื่อนๆคนไหนเจอปัญหาเดียวกันนี้หรือเปล่า แต่เท่าที่รู้ๆในตอนนี้คืออ้อยยอมแพ้แล้วค่ะ 

ระหว่างที่อ้อยอยู่ที่อังกฤษ อ้อยและแฟนต้องออกมาเช่าห้องอยู่กันข้างนอกค่ะ เนื่องจากติดปัญหาที่ว่าแม่สามีไม่ปลื้มโดยปกติแล้วสามีจะอยู่บ้านเดียวกันกับแม่ค่ะ สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องราวของอ้อยครั้งที่แล้วก็อาจจะสงสัยว่าอ้อยต้องไปทำอะไรไม่ดีแน่ๆผู้ใหญ่ถึงได้แอนตี้ขนาดนี้ อ้อยต้องบอกก่อนเลยค่ะว่าเราทั้งสองคนยังไม่เคยได้เห็นหน้ากันเลยสักครั้งตลอดระยะเวลาแปดปีที่อ้อยคบหากับลูกชายของท่านแม้วันแต่งงานของเราสองคนก็ไม่ได้เจอกันค่ะ จนกระทั่งวันนี้ วันที่เขียนข้อความพวกนี้ทั้งน้ำตา อ้อยและสามีเราพยายามที่จะเจอแม่สามีมาหลายครั้งโดยที่สามีของอ้อยหวังที่จะให้แม่ได้เจอเมียเพื่อท่านจะได้เห็นว่าเราเป็นคนดีและรักลูกชายของท่านมากแค่ไหน เผื่อความดีของเราอาจทำให้ท่านเข้าใจและเปลี่ยนทัศนคติที่มีกับเราซะใหม่ เราสองคนคิดเช่นนั้น แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าฝ่ายแม่สามีก็ไม่ยอมให้เจอสักครั้ง ทุกครั้งที่ลูกชายถามท่านก็ตอบไม่ว่างตลอด บางครั้งเราบอกจะเข้าไปหาที่บ้านพอไปถึงบ้านก็ออกไปไหนไม่รู้ และล่าสุดบอกว่าไม่อยากออกมาดูไฟคริสมาส ซึ่งเราทั้งสองคนก็รู้อยู่เต็มอกว่าคำตอบนั้นเป็นการปฎิเสธที่สุภาพเท่านั้นเอง ทุกๆครั้งที่ท่านปฎิเสธเราสองคนผัวเมียนั่งกอดกันร้องไห้ทุกครั้ง และทุกๆครั้งที่เราเห็นสามีเราร้องไห้มันยิ่งทำให้เราทุกข์ทรมานใจมากเท่านั้น 

หลายๆคนอาจมองว่าถ้าเขาไม่รักก็ชางเขาขอให้สามีเรารักและเข้าใจเราก็พอ แต่สำหรับเราทั้งสองคนมันไม่พอค่ะเนื่องจากสามีของอ้อยอยู่กับแม่มาโดยตลอดและเขาก็รักแม่มากไม่สามารถทิ้งให้ท่านอยู่คนเดียวได้ ซึ่งในความรักแม่ของเขานั้นอ้อยและครอบครัวของอ้อยเราซึ้งใจในความดีของเขาค่ะ เรื่องแบบนี้ไม่สามาารถห้ามกันได้ เราเข้าใจดีว่าเรารักแม่เรา และเขาก็รักแม่เขาเหมือนกัน แต่นี่ละคะคือปัญหา แม่ก็รัก เมียก็รัก และอยากให้ผู้หญิงทั้งสองคนที่รักที่สุดในชีวิตมาอยู่ด้วยกันแต่มันก็ทำไม่ได้เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ยอม ไม่รู้ว่าแม่สามีของอ้อยท่านจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าลูกชายของท่านทุกข์ใจมากแค่ไหน แต่ที่รู้คืออ้อยพอแล้วค่ะ ขอยอมแพ้ ยิ่งเห็นคนที่เรารักทุกข์ใจมากเท่าไหร่มันยิ่งทำให้เราทุกข์ใจมากเท่านั้น แม้เราต้องอยู่ห่างกันแบบนี้แต่ก็หวังว่าสักวันหนึ่งเราคงได้อยู่ด้วยกัน เราสองคนคงมีสิทธิ์แค่ได้รักแต่ไม่มีวาสนาได้อยู่ด้วยกัน คงเป็นเพราะแบบนี้ละมั้งคะเค้าถึงเรียกว่า "โชคชะตาหรือฟ้าแกล้ง" โชคชะตาได้พาให้เราได้มาเจอกับคนที่เรารักแต่ฟ้าก็ดันมาแกล้งให้เราต้องพลากจากกันเสมอ.CryCryCryCryCryCryCryCryCryCryCryCry

 

 

 



Posted By: Umaporn.C
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:04
โอ้ย..พี่นั่งอ่านเรื่องของคุณอ้อยน้ำตาไหลเลยอ่ะ CryCry   กว่าจะได้รักกัน กว่าจะได้แต่งงาน กว่าจะได้อยู่ด้วยกันมันใช้เวลาทั้งนั้น
แต่ !!! พอได้ไปอยู่ด้วยกันก็มีอุปสรรคปัญหาโลกแตกจริงๆ ค่ะ แม่ผัวลูกสะใภ้ มีทุกประเทศทั่วโลกเลย ความคิดส่วนตัวของพี่นะคะพี่คิดว่าท่านคงคิดว่าคุณอ้อยมาแย่งความรักของคุณลีไปจากท่านหรือเปล่า ท่านเลยมีอคติ เพราะเคยอยู่กันสองคนแม่ลูกมาตลอด พอวันนึงมีคุณอ้อยเข้าไปอยู่ในบ้านเลยรู้สึกไม่ชอบ.....
สงสารจังเลยค่ะ ทั้งคุณอ้อยและคุณลี ยังงัยขอเป็นกำลังใจให้นะคะ เข้มแข็งไว้นะคะ อย่ายอมแพ้ พี่เชื่อว่าสักวันหนึ่งท่านจะเปิดรับคุณอ้อยค่ะ..สู้ๆ ค่ะ 


Posted By: VeenaLindHope
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:11
สวัสดีค่ะ คุณอ้อย  ได้ติดตามอ่านเรื่องราวของคุณอ้อยอยู่ค่ะ  ประทับใจความเป็นคนอ่อนหวานและถ่อมตนของคุณ (สังเกตุจากวิธีที่คุณเล่าเรื่อง) ขออนุญาตแนะนำนะคะ ในเวลาที่เหลืออยู่ไม่นานที่อังกฤษ คุณอ้อยใช้เวลาเขียนจดหมายด้วยลายมือคุณอ้อยเองเป็นภาษาอังกฤษถึงคุณแม่สามี บอกเล่าความเป็นคุณ ความรักที่คุณมีต่อสามี ความเคารพและหวังว่าจะได้มีโอกาสพบกับคุณแม่  ความฝันที่ต้องการจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับสามีอย่างรูปธรรม ถ้าสามียังไม่เคยโชว์รูปของคุณให้คุณแม่เค้าดู คุณอ้อยก็แนบรูปถ่ายของคุณไปด้วยค่ะ รูปที่ทำงาน รูปตอนแต่งงาน รูปตอนที่ใช้เวลากับสามี  แล้วให้สามีเอาไปให้ค่ะ  เค้าจะเปิดดูหรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เราเชื่อว่าเค้าจะเปิดอ่านค่ะ และอย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้คุณอ้อยได้บอกเล่าความรู้สึกของคุณต่อท่านนะคะ

-------------

---When was the last time you did something for the first time?---


Posted By: bitter_sweet
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:17
รักกันมาตั้ง แปด เก้า ปี แล้วจะยอมแพ้แค่เรื่องแค่นี้หรือ ?  
แล้ววันเวลาที่เฝ้าคิดถึงกันและกันในวันที่ห่างกันละ ไม่มีความหมายเลยเหรอ ?
เราได้อ่านเรื่องของคุณตั้งแต่แรกก็ยังรู้สึกดี ที่มีวันที่ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน แล้ววันนี้คุณบอกยอมแล้ว กับระยะเวลา 2 เดือนที่คุณไปอังกฤษแล้วแม่สามีไม่ยอมรับ เนี่ยนะ  ง่ายไปไหม?
เราเข้าใจว่าเราไม่ได้อยู่ในสถานะการณ์เดียวกับคุณย่อมไม่เข้าใจความรู้สึกของคุณ แต่ ปัญหามีไว้แก้ไขไม่ใช่หรือ แล้ว หากแก้ไม่ได้ภายในเดือน หรือ สองเดือนไม่ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้ บางปัญหาต้องใช้เวลาเข้าช่วยนานนับปี กว่าจะแก้ไขได้ ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ หาทางออก ยังแก้ไม่ได้ก็ปล่อยมันไปก่อน แล้วค่อยกลับมาแก้ไขกันใหม่ ให้เหมือนกับตอนที่คุณกับสามีคุณฟันฝ่าอุปสรรค จนได้แต่งงานกัน นั้นแหละ  โชคดี นะจ๊ะ สู้ๆ


Posted By: Oithip
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:24
ขอบคุณพี่อุมาพรมากเลยค่ะสำหรับกำลังใจ เมื่อก่อนตอนคบกันใหม่ๆอ้อยและสามีเราก็เคยคิดค่ะว่าเวลาอาจจะช่วยให้อะไรมันดีขึ้น แต่พอเวลาผ่านมาแปดปีมันกลับยิ่งแย่กว่าเดิมค่ะ คุณแม่สามีไม่ยอมเจอเราเลย ซึ่งมันทำให้เราทั้งสองคนเจ็บปวดเหลือเกิน แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ค่ะที่เพื่อนๆของสามีรักและเอ็นดูอ้อยมาก รวมทั้งเหล่าบรรดาเมียๆและญาติๆของเพื่อนสามี พวกเค้าสงสารและเห็นใจเราทั้งคู่ค่ะ และแม่สามีของป้าอ้อยเอง เขารักและเอ็นดู สงสารเห็นใจและเป็นห่วงอ้อยมากๆค่ะ ซึ่งแม่สามีของญาติอ้อยเขาบอกอ้อยมาว่า "ไม่ว่าใครจะรู้สึกยังไงกับอ้อยแต่เขาและครอบครัวยินดีต้อนรับแลจะอยู่เคียงข้างอ้อยเสมอและจงจำไวว่าให้รู้สึกกับเขาเหมือนเขาเป็นแม่อีกคนหนึ่ง" อ้อยถึงกับน้ำตาแตกเลยค่ะ ไม่คิดว่าคนที่เขาไม่เคยรู้จักเรามาก่อนจะเอ็นดูเราขนาดนี้.CryCryCry


Posted By: Oithip
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:41
คำว่า "ยอม" ที่อ้อยหมายถึงไม่ได้แปลว่าจะเลิกกันนะคะ ขอโทษด้วยที่อ้อยเขียนไม่ละเอียด แต่คำว่ายอมแพ้ของอ้อยคือ อ้อยคงไม่ลบเล้าที่จะเจอคุณแม่สามีแล้วค่ะ เพราะทุกๆครั้งที่ท่านปฎิเสธกลับมาคนที่เจ็บปวดที่สุดคือสามีอ้อยค่ะอ้อยยอมที่จะแยกกันอยู่แบบนี้ต่อไปจนกว่าวันนั้นจะมาถึง

ส่วนเรื่องเขียนจดหมายถึงท่านอ้อยขอบคุณมากๆเลยค่ะสำหรับคำแนะนำแต่อ้อยว่าท่านคงไม่เปิดอ่านหรอกค่ะ เพราะทุกครั้งที่สามีอ้อยพยายามพูดเรื่องเมียกับท่าน ท่านจะเดินหนีและทำไม่ได้ยิน ไม่มีคำตอบ หรือบางครั้งทำเหมือนไม่เคยพูดถึงเรื่องอ้อยเสมอมา รวมถึงชุดชาร้อนเบญจรงค์์ที่อ้อยให้เป็นของขวัญฝากสามีไปให้ท่าน ท่านยังไม่เคยจับเลยค่ะ.


Posted By: TRUE LOVE
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:47
ถ้าน้องอ้อยและสามีมีความพร้อม แนะนำให้รีบมีลูก แล้วพาหลานไปกราบแม่ย่า ท่านจะได้มีความสนใจใหม่แทนตัวลูกชายคือ คุณลี ช่วงท้องให้เขียนจดหมายถึงคุณแม่ย่ารายงานความคืบหน้าของการตั้งครรภ์ส่งหาท่านให้สม่ำเสมอ ส่งของจากเมืองไทยให้ท่านด้วย ฝากเนื้อฝากตัวกับท่าน วันนี้ท่านไม่รับเป็นลูกสะใภ้ แต่ท่านก็ได้สายใยใหม่ผ่านตัวอักษร ทำให้สม่ำเสมอ วันไหนบุรุษไปรษณีย์ไม่มาส่งจดหมายจากเมืองไทยนานๆ ท่านจะคิดถึงน้องอ้อยเอง เข้าหาผู้ใหญ่ด้วยความอ่อนน้อม จริงใจ สุภาพ ห่วงใยรักเคารพท่านเสมือนคุณแม่ของเรา ถึงท่านไม่รับไมตรีจิตง่ายๆ อย่างน้อยคุณสามีของน้องอ้อยก็ได้เห็นความรัก ความจริงใจจากสาวไทยค่ะ เวลาเท่านั้นค่ะที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น บางคู่รอเวลาสิบกว่าปี ยี่สิบปี กว่าทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี อดทนนะคะคนงาม เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ด้วยรัก
ประธานบ้านส.ว.


-------------
...No man is worth you tears and the only one who is, will never make you cry.


Posted By: Oithip
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:48



Posted By: Oithip
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:52
ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจากพี่ๆมากเลยค่ะ ปล่อยตั้งแต่มาแล้วค่ะแต่ยังไม่ติดเลยค่ะ จะลองทำตามทุกคำแนะนำดูค่ะ.Smile


Posted By: Oithip
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:57
สำหรับเธอคนนี้แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เธอก็คอยห่วงหาอาทรณ์อ้อยมาโดยตลอด 


Posted By: Umaporn.C
Date Posted: 28 Nov 2014 at 10:58
พี่อยากให้แม่ของคุณลี เหมือนแม่สามีพี่จัง ท่านน่ารักมากทั้งที่ท่านกับพี่ไม่เคยเจอกันตัวเป็นๆ เลย แค่คุยและเห็นหน้ากันทางสไกด์ 
ท่านบอกพี่ว่า ฉันจะรอเธอที่เบลเยี่ยมนะ  ของขัวญทุกชิ้นที่ฝากสามีไปให้ท่าน ท่านชอบมาก ผ้าพันคอที่ถักให้ก็เอามาใช้ช่วงที่ท่านผ่าตัดนอนโรงพยาบาล สามีไปเยี่ยมก็ให้คุยกับท่าน ถ้าสามีไปหาท่านที่บ้านหรือที่ไหนจะต้องได้คุยกับท่านตลอด ถ้าพี่ไม่คุยด้วยท่านจะโกรธ จะบอกว่าเราไม่รัก ไม่อยากคุยกับท่าน  น่ารักมากแม่สามี.
อยากให้แม่สามีคุณอ้อยท่านเปิดใจรับคุณอ้อยเร็วๆ จะได้อยู่ด้วยกัน ดูแลท่านตอนเจ็บป่วย ..เป็นกำลังใจให้อีกรอบนะคะ สู้ๆ จ้า



Posted By: Oithip
Date Posted: 28 Nov 2014 at 11:14
Originally posted by Umaporn.C

พี่อยากให้แม่ของคุณลี เหมือนแม่สามีพี่จัง ท่านน่ารักมากทั้งที่ท่านกับพี่ไม่เคยเจอกันตัวเป็นๆ เลย แค่คุยและเห็นหน้ากันทางสไกด์ 
ท่านบอกพี่ว่า ฉันจะรอเธอที่เบลเยี่ยมนะ  ของขัวญทุกชิ้นที่ฝากสามีไปให้ท่าน ท่านชอบมาก ผ้าพันคอที่ถักให้ก็เอามาใช้ช่วงที่ท่านผ่าตัดนอนโรงพยาบาล สามีไปเยี่ยมก็ให้คุยกับท่าน ถ้าสามีไปหาท่านที่บ้านหรือที่ไหนจะต้องได้คุยกับท่านตลอด ถ้าพี่ไม่คุยด้วยท่านจะโกรธ จะบอกว่าเราไม่รัก ไม่อยากคุยกับท่าน  น่ารักมากแม่สามี.
อยากให้แม่สามีคุณอ้อยท่านเปิดใจรับคุณอ้อยเร็วๆ จะได้อยู่ด้วยกัน ดูแลท่านตอนเจ็บป่วย ..เป็นกำลังใจให้อีกรอบนะคะ สู้ๆ จ้า

น่ารักจังค่ะ หวังว่าซักวันอ้อยจะมีแบบนั้นบ้าง ช่วงนี้คงต้องตั้งหลักดูเชิงแม่สามีก่อนค่ะ เผื่อใจอ่อนยอมให้เจอก่อนกลับ Smile


Posted By: phoebe99
Date Posted: 29 Nov 2014 at 04:20
คุณออ้ย คนอังกฤษหัวโบราณเนี่ยคิดว่าเข้าหายากเพราะทิติ
แต่เชื่อใหม ถ้าลองได้รูจีกคุณออ้ย ได้อยู่เรียนรูแล้วละก็
มีหวังรักคุณยิ่งกว่าอะไร ฉันเชื่ออย่างนั้นนะคะ
คือเหมือนแม่เขากลัวใจตัวเองไม่ยอมรับ ก็เลยปฏิเสธ
เราเข้าใจเลยละ ไม่ต้องกลัวว่าแม่สามีจะไม่ยอมรับ
ให้เรายอมรับ และเข้าใจ ก็พอ เดี๋ยววันของคุณก็มาถึง
ให้กำลังใจคะ มีน้องไวๆนะคะ เอามาให้แม่สามีถึงประตูบ้าน
มีหวังร้องให้ด้วยความดีใจ สู้สู้คะ


Posted By: Oithip
Date Posted: 29 Nov 2014 at 05:41
Originally posted by phoebe99

คุณออ้ย คนอังกฤษหัวโบราณเนี่ยคิดว่าเข้าหายากเพราะทิติ
แต่เชื่อใหม ถ้าลองได้รูจีกคุณออ้ย ได้อยู่เรียนรูแล้วละก็
มีหวังรักคุณยิ่งกว่าอะไร ฉันเชื่ออย่างนั้นนะคะ
คือเหมือนแม่เขากลัวใจตัวเองไม่ยอมรับ ก็เลยปฏิเสธ
เราเข้าใจเลยละ ไม่ต้องกลัวว่าแม่สามีจะไม่ยอมรับ
ให้เรายอมรับ และเข้าใจ ก็พอ เดี๋ยววันของคุณก็มาถึง
ให้กำลังใจคะ มีน้องไวๆนะคะ เอามาให้แม่สามีถึงประตูบ้าน
มีหวังร้องให้ด้วยความดีใจ สู้สู้คะ


ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ อ้อยก็หวังเหมือนกันค่ะว่าความดีของเราจเสามารถเอาชนะทุกอย่างได้ แต่ตอนนี้ติดปัญหาที่ว่าทกยังไงคุณแม่สามีถึงจะยอมให้เจอเนี่ยละค่ะ 55555+


Posted By: mink001
Date Posted: 29 Nov 2014 at 07:55
ไปรออยู่หน้าบ้านทั้งวันเลยค่ะยังไงก็ต้องได้เจอ ต้องมีออกมาข้างนอกบ้างแหล่ะ


Posted By: santy_kate
Date Posted: 29 Nov 2014 at 12:48
อ่านแล้วซึ้งมากกะความรักของคุณทั่งคู่ สู้ ๆ นะค่ะ เราเชื่อว่าท่านต้องเห็นใจในความรักของพวกคุณ พยายามปั๊ม baby กันเข้าค่ะ เราเชื่อว่าเจ้าตัวน้อยจะมาเป็นสายใยรักเชื่อมพวกคุณกะท่านเข้าหากัน.....สู้ ๆ ค่ะคนสวย   


Posted By: somenice
Date Posted: 29 Nov 2014 at 17:50
ยินดีด้วยค่ะะััั

ป้าหน้าเด็กมากกก


Posted By: Judy185
Date Posted: 30 Nov 2014 at 04:37
เราสงสารคุณจังเลย. มีทางเดียวคือรีบปล้ำลูกค่ะ
เรามีเพื่อนน่ะแต่เป็นคนไทย แม่ย่านี้เกลียดเพื่อนเรามากๆถึงมากที่สุด
ขนาดไม่มองหน้า ไม่พูด ไม่ให้เข้าบ้าน แทนที่ลูกชายรักใครก็น่าจะยินดีด้วยแต่นี้ไม่เลย
จนเพื่อนเราท้องมีลูก ถึงปราบแม่ย่าได้
ทั้งรัก ทั้งหลงหลานมากๆค่ะ มีอะไรประเคนให้หลานทุกอย่าง
แต่ก็นานกว่าเพื่อนเราจะตั้งท้องน่ะค่ะ. เพื่อนเราสู้กับแม่ย่ามานานหลายปีมากค่ะ
เราขอให้คุณมีลูกไวไวน่ะค่ะ. ยิ่งเราพยายามเข้าหาท่านยิ่งทำให้เราเจ็บ
เราว่าคุณควรปล่อยวางเหมือนที่เพื่อนเราเคยทำน่ะค่ะ.
เดียวมีลูกทุกอย่างจะดีขึ้นเอง เป็นกำลังใจให้ค่ะ


Posted By: Oithip
Date Posted: 11 Sep 2015 at 00:51
ขอบคุณค่ะคุณ Judy185 ^^


Posted By: Oithip
Date Posted: 31 Jan 2016 at 02:20
เมื่อปีที่แล้วเหมือนอะไรๆจะดีขึ้น หลังจากที่เราสองคนวางแผนว่ากลับมาแล้วจะขอวีซ่าเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตครอบครัวด้วยกันที่โน่น แต่เหมือนอะไรต่อมิอะไรมันผิดพลาดไปหมด ไม่นานมานี้สามีได้ลาออกจากงานเนื่องจากทีาบริษัทปลดพนักงานออกทุกปี จนทำให้สามีตัดสินใจที่จะลาออกจากงานเพื่อหางานใหม่ที่ทำแล้วสบายใจขึ้น เพื่อความสุขของคนที่เรารัก เราไม่สามารถไปห้ามไม่ให้เขาได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้มันก็ยิ่งมีผลกระทบกับเราทั้งคู่อีกแล้วค่ะ เนื่องจากอ้อยไม่สามารถยื่นเอกสารขอวีซ่าได้ช่วงที่สามีไม่มีรายได้และไม่มีงานทำ เลยทำให้ความฝันของเราต้องเลื่อนออกไปอีก (เท่าไหร่ก็ไม่รู้)

หลังจากที่สามีของอ้อยออกจากงาน เขาก็ตัดสินใจที่จะมาพักผ่อนที่เมืองไทยและใช้เวลากับเราให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก่อนมาสามีของอ้อยได้บอกกับแม่ว่าจะมาพักผ่อนที่เมืองไทยสามเดือน และหว่างที่ใช้เวลาด้วยกันทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี จนวันหนึ่งที่เราเลิกงานกลับถึงบ้านประมาณหกโมงเย็น อ้อยรู้สึกแปลกใจว่าทำไมสามีเราเศร้าๆ ตาแดงๆ ผิดปกติ เลยพยายามถามเขา จนรู้มาว่ามีปัญหากับแม่ ปกติทุกสองหรือสามวันสามีอ้อยจะโทรหาแม่ค่ะ เขามีนิสัยคล้ายคนไทยคือรักพ่อแม่ แต่ก็ไม่คิดว่าแค่การโทรหากันจะสามารถมีปัญหาอะไรกันได้ ถามไปถามมาทราบมาว่า แม่สามีถามลูกชายว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้าน ซึ่งลูกชายก็เคยบแกท่านก่อนมาว่าสามเดือน ไม่รู้วันนั้นลมอะไรจะไปจะมา แม่สามีใส่อารมณ์กับลูกหนักมาก ไม่พอใจที่ลูกมาใช้ชีวิตอยู่กับเรา และเขาต้องการให้ลูกชายกลับบ้านด่วน ซึ่งสามีอ้อยก้อตอบแม่ไปว่ายังกลับไม่ได้ จนทำให้ทั้งสองคนทะเลาะกันอย่างนัก

คือจะมีบ้างไหมที่ชีวิตนี้จะราบรื่นบ้าง เข้าใจว่าอุปสรรคสามารถเกิดขึ้นกับทุกๆคน แต่อ้อยแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมอุปสรรคมันต้องเกิดขึ้นกับเราทั้งคู่เยอะแยะมากมายขนาดนี้

ขึ้นชื่อว่าเราเป็นเมีย เราคงไม่สามารถทำใจให้สบายได้ถ้าอยู่ดีๆเราต้องมานั่งเห็นสามีเราร้องไห้บ่อยๆ ถึงแม่สามีท่านจะไม่ค่อยชอบที่เราเป็นคนเอเชียแต่อย่างน้อยๆก็ยังมีญาติพี่น้องของเขาที่คอยให้กำลังใจอ้อยมาโดยตลอด...ได้แต่หวังว่าสักวันเราจะได้อยู่ด้วยกัน.

กระทู้นี้อ้อยขออนุญาตเก็บพื้นที่เล็กๆนี้ไว้ พอได้เขียนระบายความในใจเมื่อยามเศร้านะคะ...สำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบเรื่องพวกนี้ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ



Posted By: kenny
Date Posted: 31 Jan 2016 at 13:54
อดไม่ได้ที่จะเข้ามาคอมเมนท์ค่ะ ตัวเองก็เจอมาแบบคุณอ้อยค่ะ เเม่ผัวลูกสะใภ้เกลียดผู้หญิงเอเชีย กว่าจะฝ่าด่านมาได้ใช้เวลาหกปีเต็มค่ะ
เอาใจช่วยค่ะ สู้ๆ


Posted By: Oithip
Date Posted: 31 Jan 2016 at 19:56
ดีใจแทนคุณKenny จริงๆค่ะ ของอ้อยเก้าปีกว่าจะสิบปีแล้วค่ะ ความเกรียจที่ท่านเคยมีให้ตั้งแต่วันแรกมากเท่าไหร่ วันนี้ยังคงเหมือนเดิม คนที่น่าสงสารที่สุดคือสามีอ้อยเองค่ะ.


Posted By: Rose2012
Date Posted: 31 Jan 2016 at 21:34


    เข้ามาเป็นแนวร่วม จขกท. ด้วยคน   แต่ไม่ใช่เรื่อง  แม่ผัว ลูกสะไภ้ แต่เป็นเรื่องที่ คู่เราก็มี อุปสรรคเยอะเหลือเกิน    เราคิดว่า 9 ปี โดยที่ยังไม่ได้อยู่ด้วยกันซักที น่าพอจะการันตี ความอึด ความถึกของคู่เราได้นะค๊ะ  LOLLOL  หรือ บางทีอุปสรรคของคู่เราอาจจะ เยอะกว่า จขกท. ด้วยซ้ำ บางทีท้อจน แทบจะบอกเลิก หลายครั้ง  แต่ตอนนี้ ปลง แอนด์ ชิน ค่ะ LOL   เวลาผ่านไปแต่ เรา 2 คน ยังรักกันเหมือนเดิม คือ พวกเราไม่อยากเปลี่ยนใจไปรักคนใหม่แล้วหล่ะค่ะ เพราะ มันเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของกันและกันไปแล้ว  ยังไงขอเป็นกำลังใจให้ จขกท. นะค๊ะ Big smileTongue 


Posted By: Oithip
Date Posted: 31 Jan 2016 at 22:10
ขอบคุณค่ะคุนแอน อ้อยนึกว่าคู่อ้อยถึกและบึกบึนคู่เดียวซะอีก


Posted By: lala10
Date Posted: 01 Feb 2016 at 03:20
สู้ๆนะคะ_คือโชคชะตา_คบนานจนเกินจะเลิกเราข้าใจ_เป็นเราถอยตั้งแต่เคมีไม่เข้าละ_ขออภัย
กฎ_ของเรา_อย่าคบนานรีบมองอนาคต_ปิดเคสให้ไว_เพราะรักทางไกลไม่สนุก_เราไม่อยากทรมานตัวเอง_แต่อย่างว่าโชคช่วยด้วยนะคนเรา_ต้นร้ายปลายอาจจะดีSmile


Posted By: ลิงลม
Date Posted: 01 Feb 2016 at 08:22
บอกตรงๆว่า ถ้าพ่อแม่ ญาติพี่น้องมาก้าวก่ายชีวิตคู่ของลูกตัวเองมากเกินไป คู่นั้นมีปัญหาแน่นอน ของเราดีหน่อย ญาติพี่น้องพ่อแม่ของสามีอยู่แบบไม่ก้าวก่ายกัน ทำให้ชีวิตแต่งงานไม่ยุ่งเหยิง ถ้าจะเหยิงก็เหยิงเพราะเราสองคนหรือญาติพี่น้องฝ่ายไทยของเราเอง eekkk!!

สามีคุณอ้อยไม่น่ารีบลาออกจากงานเลยค่ะถ้าหากเขายังไม่ให้ออก เขาน่าจะอยู่ทนเพื่อวีซ่าของคุณอ้อยนิดนึง.

ชีวิตคนเรามันก็มีขึ้นมีลงกันทุกคนค่ะ. เราว่าเราเองก็มีความสุขกับการแต่งงาน การใช้ชีวิตที่เมืองนอก แต่มันก็ยังมีขึ้นมีลงให้เราตื่นเต้นเล่นได้อีก เอาใจช่วยคุณอ้อยค่ะ.

แม่สามีคุณอ้อยควรถอยห่างออกไปสักห้าถึงสิบก้าวนะคะ ควรปล่อยให้ลูกชายอยู่กับภรรยาตัวเอง เฮ้อ!!!

-------------
" คิดดี ทำดี ชีวีมีสุข คิดทุกข์ ทำทุกข์ สุขไม่มี "
Things are beautiful when you love them.


Posted By: Oithip
Date Posted: 01 Feb 2016 at 22:46
พี่ชายและพี่สะไภ้ก็ช่วยกันพูดกับแม่สามีค่ะ ชวนให้ท่านขายบ้านและไปซื้อบ้่นที่อยู่ใกล้ๆกับเขา เขาจะได้ดูและท่านได้ และที่สำคัญสามีอ้อยจะได้มีชีวิตส่วนตัวมากขึ้น ไม่ใช่แค่พี่เขยพี่สะไภ้ที่พูด ญาติๆทุกคนพยายามช่วยพูดกับท่านให้ลดกำแพงในใจลงบ้าง แต่คำตอบที่ทุกคนได้รับคืออย่ามายุ่งกับเรื่องของแกค่ะ ลำบากใจจริงๆ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะทนไม่ได้ คงได้หาคนรักใหม่ไปแล้ว แต่สำหรับอ้อยไม่ง่ายเลยค่ะที่จะทิ้งคนที่เรารัก และเขาก็รักเราขนาดนี้ไปได้..นับวันเขาก็ยิ่งทำให้เราเห็นว่าเขารักเรามากขึ้นทุกวันค่ะ ไม่มีวันไหนน้อยลงเลย...เรื่องอนาคตก็ยังไม่รู้ค่ะว่าจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้พร้อมที่จะรอต่อไป และพร้อมที่จะอยู่ข้างสามีอ้อยเสมอค่ะ



Posted By: Rose2012
Date Posted: 10 Feb 2016 at 20:34
สรุปแม่สามีคุณอ้อย อคติ ล้วนๆ ต้องปล่อยแกค่ะ เราทำหน้าที่ภรรยาและลูกสะไภ้ให้ดีที่สุดต่อไปค่ะ

"คนตาบอดน่าคบหา มากกว่าคนใจบอดค่ะ"



Posted By: Oithip
Date Posted: 01 Jun 2018 at 08:24
สวัสดีค่ะพี่ๆเพื่อนๆทุกๆคน

นานแล้วที่อ้อยห่างหายไป..เมื่อสามปีที่แล้วอ้อยได้เข้ามาระบายเรื่องราวทั้งความรักทั้งความทุกข์ต่างๆนาๆไว้​ วันนี้เลยอยากจะเข้ามาเขียนต่อให้จบ​ และคิดว่าการเขียนครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณกำลังใจจากทุกๆคนเลยนะคะ... กว่าจะผ่านเหตุการณ์และเรื่องราวต่างๆมาได้​ เล่นเอาท้อไปหลายตลบเหมือนกันค่ะ

ต่อเลยนะคะ...
หลังจากที่สามีอ้อยใช้เวลาสามเดือนที่ไทย​ช่วงตกงาน.. ก่อนกลับหนึ่งอาทิตย์ก็ได้รับอีเมล์ตอบกลับจากบริษัทฯแห่งหนึ่งให้ไป​สำภาษงานค่ะ.. สวรรค์ยังพอมีใจสรุปว่าได้งานนี้จริงๆค่ะ​ และยิ่งกว่านั้นบริษัทนี้เริ่มเงินเดือนให้เท่าเงินเดือนล่าสุดที่ได้รับจากที่เก่า​ มิหนำซ้ำมีอาหารเครื่องดื่มทานฟรีสามมื้อ​ ด้วยความที่สามีเป็นคนใส่ใจงานที่ทำ​ บริษัทฯเค้าแอบเห็นเลยได้เลื่อนตำแหน่งภายในหนึ่งปีและปรับเงินเดือนขึ้นให้อีกค่ะ.. จากที่ทุกข์ใจมาหลายเดือนเราทั้งคู่ก็เริ่มมีกำลังใจและความหวังขึ้นมาอีกครั้ง.

พอสามีได้งานทำเราก็เริ่มวางแผนเรื่องการย้ายมาอยู่ที่อังกฤษอีกครั้งค่ะ​ อ้อยเริ่มเช็คข้อมูลต่างๆเรื่องงานที่เราสามารถพอจะทำได้รวมถึงรายได้ที่จะได้รับจากงานนั้นๆ​ และแล้วก็มีอาชีพๆหนึ่งที่อ้อยคิดว่าจะทำได้และอยากทำคือ​ "งานนวด" ค่ะ​ ตอนแรกสามีไม่มั่นใจในงานนี้เพราะชื่อเสียงคำล่ำลือไม่ค่อยดีเท่าไหร่​ แต่สุดท้ายเค้าก็ยอมใจเราค่ะ.

เริ่มจากการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่​ เดือนกันยายน​ ปี​ 2016​ ด้วยการลาออกจากงานที่ทำอยู่เพื่อไปลงคอร์สเรียนนวดแบบเต็มตัวสองเดือนที่วัดโพธิ์​ หลังจากเรียนเสร็จอ้อยก็ได้มาสมัครงานที่ร้านนวดในพัทยา​ โดยเลือกร้านที่ขาวสะอาดและลูกค้าเยอะที่สุดเพื่อสะสมประสบการณ์และฝึกฝนตนเอง​และในขนะเดียวกันอ้อยก็ได้หาข้อมูลและเก็บรายละเอียดการขอวีซ่าติดตามสามีไปด้วย...

หลังจากอ้อยได้สะสมประสบการณ์การนวดและฝึกมือมาหนึ่งปีกว่า​ อ้อยได้ยื่นเรื่องขอวีซ่าด้วยตนเองเดือนกันยายน​ 2017​ รอผลพิจารณาสามเดือนเต็มจนกระทั่งเดือนมกราคม​ ปี​ 2018​ อ้อยได้รับข่าวดีคือได้รับวีซ่าตามที่ขอ

อีกความประทับใจที่อยากเล่า
ในจดหมายแนะนำตัวที่อ้อยยื่นขอวีซ่า​ อ้อยเล่าเรื่องราวต่างๆตลอดสิบปีไปในจดหมายฉบับนั้น​ และในจดหมายอ้อยได้ขอความเมตตาจากสถานทูต​ให้อนุญาต​ให้อ้อยได้เดิอนทางวันที่​ 8​ มกราคม​ และไปถึงวันที่​ 9​ เพราะนั่นคือวันครบรอบแต่งงาน​ เพราะครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เราจะได้ฉลองการเริ่มชีวิตใหม่ในวันครบรอบแต่งงานของเรา​ และสิ่งที่น่าประทับใจก็เกิดขึ้นเมื่ออ้อยได้รับเล่มพาสปอร์ตคืนและในนั้นระบุวันที่เราขอ... เวลานั้นมีความตื้นตันใจมากค่ะที่ทางสถานทูตเห็นใจเรา​ และทำให้รู้ว่าเขาอ่านข้อความของเราทุกบรรทัด

พอมาถึงอังกฤษก็ยังประสบปัญหา​อีกเช่นเคยค่ะ​ คือเราหาห้องเช่าในทำเลที่อยากอยู่ไม่ได้​ โชคดีที่เพื่อนของสามีเขาเสนอให้ไปอยู่ที่บ้านของเขาจนกว่าเราจะหาที่พักได้ค่ะ​ ในขนะนั้นเราก็ได้อาศัยบ้านเพื่อนสามีนี่ล่ะค่ะเป็นที่ซุกหัวนอน​ โดยที่ทางแม่สามีก็ไม่ได้เอ่ยปากให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใดทั้งๆที่บ้านท่านเองก็อยู่ห่างออกไปแค่สิบนาที

ระหว่างที่อาศัยอยู่กับคนที่เราไม่เคยชินมันทำให้เราทั้งคู่อึดอัดมากค่ะ​ เพราะเพื่อนของสามีค่อนข้างจุกจิก​ ทั้งเรื่องกลิ่นอาหาร​ เรื่องเศษอาหาร​ จริงๆก็ทุกๆเรื่อง​ แต่เค้าเป็นคนใจดีค่ะคงผิดที่เราที่ไม่ค่อยเรียบร้อยเอาเท่าไหร่​ เราเลยมานั่งจับเข่าคุยกันเรื่องที่อยู่​ จนแล้วจนรอดเราตัดสินใจซื้อแฟลตค่ะ​ เอกสารทุกอย่างทุกอย่างผ่านไปด้วยดี​ ออ.. วนกลับไปเรื่องที่ทำงานเก่าสามี​ ตอนที่สามีลาออกทางบริษัทให้เงินมาก้อนหนึ่งถ้าเป็นเงินบ้านเราก็หลักล้านอยู่ค่ะ​ เราเลยได้เงินก้อนนี้มาเดินเรื่องวีซ่าและได้ดาวน์ห้องของเราค่ะ

เอาภาพมาฝากค่ะ



พอเราย้ายเข้าบ้านใหม่​ ทางแม่สามีก็เริ่มมีบทบาทค่ะ​ แต่ครั้งนี้ทำเอาเราสองคนช็อคมากคือ​ ท่านมาดีค่ะ​ มาช่วยติดผ้าม่าน​ ทำห้อง​ ทำความสะอาดให้​ ซื้อที่นอนหมอนมุ้ง​ เครื่องใช้ในครัวให้ค่ะ​ ตามที่เห็นค่ะ.. ท่านก็มาช่วยแบบเขินๆ​ หลังจากที่เราไม่เข้าใจกันมากว่าสิบปี​ วันนี้อ้อยและแม่สามีเริ่มมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นแล้วค่ะ​ เวลาเราไม่สบายท่านก็ชอบแอบถามไถ่จากลูกชาย​ และช่วงที่เราย้ายเข้าบ้านใหม่ท่านก็อาสาขับรถพาไปซื้อของค่ะ​ เป็นธุระให้เยอะจริงๆ


เราเป็นคนไทยค่ะ... คนดีมาเราดีตอบ​ คนไหว้มาเราไหว้กลับ​ ตอนนี้รู้ว่าทานชอบทานแค็บหมู​ ลูกสะไภ้ไทยอย่างเราหรือจะไม่จัดให้.. ใช่มั้ยคะ

และยังมีความโชคดีอีกอย่างค่ะ​ คือเรื่องงาน.. หลังจากหนึ่งเดือนที่มาอยู่อังกฤษอ้อยได้ทำงานร้านนวดใกล้บ้านและมีรายได้เป็นของตัวเองเป็นกอบเป็น​ สามารถส่งเสียทางบ้านได้โดยไม่ต้องรบกวนกระเป๋าสามี

การที่เราเกิดมารำบากตั้งแต่เด็ก​ ตอนนี้ความรำบากทั้งหมดที่ผ่านมามันย้อนกลับมาเป็นภูมิคุ้มกันเราแล้วค่ะ​ เราสามารถทำงานนอกบ้าน​ ในบ้าน​ งานสวน​ งานซ่อมแซมต่างๆนาๆ​ ตอนนี้ทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เคยทำให้เรารำบากมันกลายเป็นความสามารถที่ทำให้คนรอบข้างได้ภูมิใจ​ ระยะเวลา​ 11​ ปี​ ความอดทนทั้งหมดนี้​ ตอนนี้ได้เอาชนะใจแม่สามีได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ​

ท่านคงภูมิใจที่ได้ลูกสะไภ้เก่งทุกอย่าง​ ช่วงนี้ท่านกำลังอยู่ในช่วงเห่อแค็บหมูแบบไทย​ค่ะ​ เที่ยวเอาไปแจกข้างบ้านกินและบอกกับทุกคนว่าลูกสะไภ้ทำค่ะ.

อ้อ.. จนถึงปัจจุบันนี้เบบี๋ก็ยังไม่มีนะคะ​ 555+

ต่อจากนี้ไปอ้อยขอให้อย่ามีอะไรมาขัดขวางหรือเป็นอุปสรรค​อะไรอีกเลยค่ะ​ เหนื่อยมามากกับเวลาสิบกว่าปี

ทั้งหมดนี้ขอขอบคุณกระทู้นี้ที่ทำให้ได้พอพูดคุยระบายความสุขความทุกข์​ และขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับกำลังใจจากทุกๆท่านค่ะ

ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสำเร็จและมีแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปนะคะ

คิดถึงเสมอ
อ้อย



Print Page | Close Window